fbpx

รีวิวคนน้ำหนัก102กก.นั่งรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบารุ่นLitePro

รีวิวคนน้ำหนัก102กก.นั่งรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบารุ่นLitePro

รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีมากมายหลากหลายรุ่นให้เลือกใช้งานไม่ว่าจะเป็นการใช้งานภายในบ้านหรือนนอกบ้าน ซึ่งลักษณะและวัสดุของวีลแชร์ก็มีดีไซน์ต่างกันขึ้นอยู่วัตถุประสงค์การใช้งาน และทั่วไปผู้สูงอายุที่ใช้งานวีลแชร์นั้นคือต้องการเดินทางออกนอกบ้าน เช่น ไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ไปโรงพยาบาล หรือห้างสรรพสินค้าที่ต้องใช้งานในพื้นที่แคบ ดังนั้นลักษณะวีลแชร์ที่มีขนาดที่เล็กกระทัดรัด น้ำหนักเบา พับเก็บใส่ท้ายรถได้จึงเป็นข้อสำคัญที่ผู้ดูแลทุกคนต้องการ

รวมวีลแชร์ไฟฟ้าท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ ราคาดี มีรีวิว (เกรดพรีเมียม)
รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Litepro

วันนี้อีไลฟ์จะมารีวิวรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบาที่สุด พับเก็บง่ายๆ ใส่ท้ายรถหรือจะพาขึ้นเครื่องบินก็สามารถทำได้ นั้นก็รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ารุ่น LitePro หรือ PW-39 นั้นเอง จากลักษณะที่ดูจากในรูปเห็นได้ชัดเลยว่ารถเข็นมีขนาดที่เล็กกระทัดรัดมากๆ มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับรถเข็นไฟฟ้าคันนี้กันเลยค่ะ

รายละเอียดของLitepro

Model/SKU DY01111 / Pw-39
น้ำหนักรวม / Gross Weight 19.3 กิโลกรัม
รับน้ำหนักได้สูงสุด / Max Load 100 กิโลกรัม
โครงสร้าง /Frame อลูมิเนียม Aluminium
แบตเตอรี่ / Battery ลิเธียม DC24V 10AH
มอเตอร์ / Motor Brushless 250W*2
ขนาดล้อหน้า / Front Wheel 6 นิ้ว
ขนาดล้อหลัง / Rear Wheel 8 นิ้ว
ความกว้างวีลแชร์ / Wheelchairs Width 58 เซนติเมตร
ความกว้างตอนพับ / Folding Width 34 เซนติเมตร
ความยาววีลแชร์/Wheelchairs Length 92 เซนติเมตร
เบาะกว้าง / Seat Width 36 เซนติเมตร
เบาะสูง / Seat Height 52 เซนติเมตร
ความลึกของเบาะ / Seat Depth 36 เซนติเมตร
ความสูงของพนักพิง / Backrest Height 39 เซนติเมตร
Controller 1wired 1wireless หรือรีโมทไร้สาย

เห็นคันเล็กแบบนี้แต่จริงๆแล้วสามารถรับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัม จริงๆแล้วนุ๊กหนัก 102 กิโลกรัมก็ยังสามารถนั่งได้สบายค่ะ ไม่อึดอัดแบบที่คิดและไม่เกิดอาการหน่วงหรือกระตุกใดๆ ด้วย และที่สำคัญ เมื่อหยุดรถบนทางชันรถเข็นไฟฟ้าไม่ไหล! เมื่อปล่อยมือออกจากจอยสติ๊กรถเข็นหยุดทันที สาเหตุที่รถเข็นสามารถหยุดแบบนี้เพราะเป็นเบรคหน่วงไฟฟ้านั้นเอง ดังนั้นสำหรับใครที่น้ำหนักไม่ถึง 100 กิโลกรัมรถเข็นไม่ไหลแน่นอน  และที่พิเศษของรถเข็นไฟฟ้า Litepro นอกจากจะมีขนาดที่เล็กมากๆแล้ว ยังมีจอยสติ๊ก 2 ตัว ตัวแรกจะติดอยู่กับรถเข็นไฟฟ้าบังคับโดยผู้ใช้งาน และรีโมทไร้สายหรือ Wireless Controller บังคับโดยผู้ดูแล ซึ่งนุ๊กก็ได้ลองใช้ดูแลว่าผู้ดูแลต้องใช้รีโมทห่างจากรถเข็นไม่เกิน 5 เมตร ถ้าไกลกว่านี้จะไม่สามารถสั่งรถเข็นได้แล้วค่ะ ดังนั้นผู้ดูแลจึงต้องเดินทางบังคับไปพร้อมกับคนใช้งานนั้นเอง

รีวิวรถเข็นไฟฟ้าLitepro
รีวิวรถเข็นไฟฟ้าLitepro
รีวิวรถเข็นไฟฟ้าLitepro
รีวิวรถเข็นไฟฟ้าLitepro บนทางชัน

ให้คะแนนหลังจากได้ลองใช้งาน

  • นั่งสบาย : 8/10
  • การใช้งานง่าย : 8/10
  • ความสมูท : 9/10
  • บนทางลาดชัน : 7/10
  • การพับ-กาง : 10/10
รีวิวรถเข็นไฟฟ้าLitepro
รีวิวรถเข็นไฟฟ้าLitepro
รีวิวรถเข็นไฟฟ้าLitepro
บังคับด้วยwireless บนทางลาด

จุดเด่น

  • มีขนาดเล็กกระทัดรัด
  • น้ำหนักเบาแม้จะเป็นรถเข็นไฟฟ้า
  • มีจอยสติ๊ก 2 ตัว
  • ล้อยางตันเจาะรู
  • คันเล็กแต่รับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม
  • โครงสร้างเป็นอลูมิเนียมจึงไม่ขึ้นสนิม
  • แบตเตอรีเป็นลิเธียมสามารถนำขึ้นเครื่องได้ และมีน้ำหนักเบา
  • เป็นเบรคหน่วงไฟฟ้า สามารถหยุดในทางลาดชันได้ไม่เกิน 12 องศา
  • มอเตอร์เป็น Brushless ทำงานสมูทไม่กระตุก
  • สามารถใส่ท้ายรถได้
  • เมื่อปิดไฟฟ้าสามารถเข็นแบบแมนนวลได้

สรุปแล้วใครที่เหมาะกับ Litepro

  • ผู้สูงอายุที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ระดับนึงแต่ต้องการใช้รถเข็นไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวก
  • สำหรับผู้ที่ต้องการใช้รถเข็นเพื่อการเดินทาง
  • ใช้งานในที่แคบต้องการจำกัดพื้นที่ในการใช้วีลแชร์ ต้องการประหยัดพื้นที่
  • รถเข็นวีลแชร์ที่สามารถใส่ท้ายรถได้
  • ผู้ที่เริ่มต้นอยากลองใช้รถเข็นไฟฟ้าแต่ไม่อยากได้ลักษณะที่เหมือนรถเข็นผู้ป่วย

 

พาผู้สูงอายุเที่ยวด้วยรถเข็นวีลแชร์

พาผู้สูงอายุเที่ยวด้วยรถเข็นวีลแชร์

ปกติคนในวัยกลางคน ทำงานมาทั้งปีได้เที่ยวบ้างเป็นพักๆ ก็ถือว่าได้ไปผ่อนคลาย ได้พักผ่อนหย่อนใจ ได้ชาร์จพลังให้สมองปลอดโปร่งมากขึ้น เพื่อที่จะกลับไปทำงานต่อได้ เป็นที่รู้อกันอยู่แล้วว่าการท่องเที่ยว เป็นยาขนานเอกในการเติมพลังชีวิต ลองกลับมาคิดๆดู แล้วผู้สูงอายุที่บ้านเราล่ะ ?? อยู่บ้านทุกวันพวกท่านจะไม่อยากเที่ยวบ้างหรือ? การพาผู้สูงอายุออกจากบ้านไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาที่ดี มีผลดีทั้งต่อร่างกาย จิตใจอารมณ์ และสังคม ทำให้ผ่อนคลายความเครียดได้ รู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน และทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขมาก วัยผู้สูงอายุเองก็เป็นวันที่ต้องการที่จะท่องเที่ยว ได้พบปะผู้คน สูดอากาศบริสุทธิ์ หรือได้เปลี่ยนบรรยากาศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุและอายุที่ยืนยาวขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนไหว ผู้สูงอายุไม่สามารถทำในสิ่งที่ชอบได้ ดังนั้นลูกหลาน หรือคนในครอบครัวเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ที่จะพาผู้สูงอายุไปเที่ยวเปิดโลกกว้าง ตามโอกาสที่เหมาะสม

การเดินทางสำหรับผู้สูงอายุเรียกว่าเป็นเรื่องสนุก เนื่องจากว่าผู้สูงอายุหลายท่านมีความปรารถนาที่จะได้เดินทางออกไปท่องเที่ยวและมีความสุขกับชีวิตได้อย่างเต็มที่ เมื่ออายุมากขึ้นผู้สูงอายุก็มักจะประสบกับปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพที่ไม่ดีมากนักและยังไม่สามารถเดินทางไกลได้เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านร่างกายที่เป็นปัญหาดังนี้ 
– ปัญหาด้านการเคลื่อนไหว/ ปัญหาความพิการ
– สูญเสียความทรงจำ / ความทรงจำไม่ดี
– ผู้สูงอายุมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย บางทีก็น้อยใจ มีอารมณ์เป็นบางครั้งบางคราว

” การวางแพลนทริปท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุนั้น ก่อนอื่นเลยต้องคำนึงถึงสถานที่ ที่ตั้งใจว่าจะพาผู้สูงอายุไปเที่ยวก่อนว่า จะสามารถพาไปได้หรือไม่ หรือมีข้อกำหนดทางร่างกายหรือเปล่า แต่ถ้าหากไม่มีก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้เลย แต่ถ้าหากว่าผู้สูงอายุมีข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนไหวหรือจะต้องพบเจอกับเรื่องที่ค่อนข้างลำบากหรือไม่คาดคิด เราจะต้องคุยกับผู้สูงก่อนว่าจะต้องแบบนั้นนะ เจอสิ่งนี้นะ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผิดหวัง และไม่สนุกกับการท่องเที่ยวในครั้งนั้นๆ “


5 เหตุผล …. ที่ลูกหลานควรพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยว
แน่นอนว่ายังมีหลายๆ ท่านที่ยังไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดทำไมต้องพาผู้สูงอายุ ออกไปตากแดด ตากลม ตะลอนนอกบ้าน หรือพาผู้สูงอายุออกไปพบปะผู้คน บางทีร่างกายผู้สูงอายุเริ่มอ่อนแอง่าย อาจจะเจอเชื้อโรค หรืออาจทำให้ติดโรค ที่เป็นโรคติดต่อ อาจทำให้มีผลต่อสุขภาพผู้สูงอายุ แต่รู้หรือไม่ว่าสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ จะต้องควบคู่ไปกับสุขภาพจิตที่ดีด้วย หากร่างกายของผู้สูงอายุแข็งแรง แต่สภาพจิตใจของผู้สูงอายุมีภาวะเครียด หรือวิตกกังวล ไม่สบายใจ ก็อาจจะทำให้ผู้สูงอายุมีภาวะแทรกซ้อนได้เช่นกัน เหตุผลที่เราจะต้องพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยวดังนี้


(1.) ได้เปลี่ยนอิริยาบท จากการนั่งๆ เดินๆ อยู่แค่ภายในบริเวณบ้าน ได้ออกมานอกบ้านได้นั้น ผู้สูงอายุจะได้มีการขยับ เคลื่อนไหว มีกิจกรรมทางกายมากกว่าปกติ บางคนอาจจะถือโอกาสนี้เป็นการพาผู้สูงอายุไปออกกำลังกาย หรือบางครอบครัวอาจจะจัดเป็นกิจวัตรประจำวันที่จะพาผู้สูงอายุออกจากบ้านทุกวันก็ได้
(2.) การพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยวนอกบ้านนั้น จะส่งผลดีต่อสมองของผู้สูงอายุที่ให้สมองคงความสามารถให้นานขึ้นได้ เช่น ความทรงจำระยะสั้น การออกไปข้างนอกบ้านเป็นการฝึกการจำ จดจำเส้นทาง จดจำสถานที่ การใช้สมองคิดแก้ปัญหาการจัดการต่างๆ แม้แต่การให้ผู้สูงอายุซื้อของ การจดจำราคา อ่านฉลากสินค้า คำนวนเงิน เป็นการคงความสามารถในการจัดการ การคิดวิเคราะห์ และการเชื่อมโยงจากเรื่องราวต่างๆ จากการเปิดหูเปิดตา เรียนรู้และรับเรื่องใหม่ๆ อยู่เสมอ
(3.) เพิ่มปฏิสัมพันธ์กับสังคม หรือการพบเจอสังคมใหม่ๆ การได้ออกไปตามสถานที่ต่างๆ นอกบ้าน ได้พบเห็นผู้คน ได้พูดคุยกับคนใหม่ๆ เห็นบ้านเมืองหรือสถานที่ต่างๆ การได้พบปะพูดคุยกับเพื่อน ตามสถานที่ต่างๆ ที่ไป แม้แต่การได้พูดกับพนักงานเสิร์ฟเพื่อสั่งอาหาร ก็เป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง ผู้สูงอายุจะรู้สึกว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม
(4.) ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกๆ หลานๆ และคนในครอบครัว ส่วนของลูกหลานและคนในครอบครัวเองก็ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันกับผู้สูงอายุเช่นกัน นอกจากได้มี Quality Time ร่วมกันกับครอบครัวแล้ว ยังได้รู้จักการฝึกแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะบางครั้งหากเราไม่ได้พาผู้สูงอายุออกมาเที่ยว เราอาจไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ในการเจอกับสถานการณ์ต่างๆ ทั้งลูกหลานและผู้สูงอายุก็ได้ฝึกปรับตัวในการเตรียมตัวเที่ยวในแต่ละครั้ง
(5.) ทำให้ผู้สูงอายุ มีอายุยืนยาวมากขึ้น เกิดจากจิตใจและมีอารมณ์ที่ดี และความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว จากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น จะทำให้สุขภาพโดยรวมของผู้สูงอายุดีขึ้น เพราะผู้สูงอายุที่ยังออกนอกบ้านได้แสดงถึงความพร้อมและความแข็งแรง ความสามารถที่จะออกเดินทางไปเที่ยวภายนอกบ้านได้ แม้อาจจะต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการพาออกไปข้างนอกบ้านบ้างก็ตาม

“ระดับของการออกไปเที่ยวนั้น มีตั้งแต่ ออกไปเที่ยวตลาดใกล้บ้าน ออกไปช้อปปิ้งที่ห้างประจำ นัดเจอเพื่อน หรือทานข้าวกับครอบครัว ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปจนถึงเที่ยวต่างประเทศ แม้กระทั่งผู้สูงอายุบางท่าน ไม่ชอบออกนอกบ้านเลย แค่การได้ออกมาหาหมอตามนัดก็ถือว่าได้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศแล้ว ผู้สูงอายุนั้นบางครั้งแค่ได้ออกนอกบ้านมาเดินออกไปแค่ถนนหน้าหมู่บ้านก็ถือว่าออกนอกบ้านแล้ว หากทราบแบบนี้แล้ว อยากให้ลูกๆหลายๆ และสมาชิกภายในครอบครัวพาผู้สูงอายุออกนอกบ้านกันเถอะค่ะ” 

การเลือกสถานที่ให้เหมาะกับผู้สูงอายุท่องเที่ยว
อย่างแรกเลยถ้าการเดินทางท่องแล้วมีผู้สูงอายุไปด้วย สิ่งที่ควรจะต้องทำเป็นอันดับแรกเลยก็คือสอบถามกับผู้สูงอายุก่อนว่าต้องการไปเที่ยวที่ไหนหรืออยากไปไหนเป็นพิเศษบ้างหรือไม่ สำหรับคำถามนี้ถือได้ว่าเป็นคำถามที่เป็นการเอาใจใส่และห่วงใย ซึ่งแน่นอนว่าท่านคือผู้สูงอายุ สถานที่ที่ไปเป็นอันตรายหรือที่หวานเสียวน่ากลัว ก็ไม่สมควรที่จะพาผู้สูงอายุไป เพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้สูงอายุได้ ส่วนเรื่องสถานที่ที่จะพาผู้สูงอายุไปด้วย ควรจะเป็นสถานที่ที่เดินทางง่าย ไม่ลำบาก ต้องมีความปลอดภัยสูงสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนั้นๆ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สถานที่ท่องเที่ยวผู้สูงอายุ

การเลือกรถส่วนตัวให้การเดินทางจะเป็นผลดีที่สุด
แน่นอนว่าการเลือกใช้รถยนต์ส่วนตัวนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับผู้สูงอายุที่บ้าน เพราะว่าผู้สูงอายุจะสะดวกสบายมากขึ้น ปลอดภัยจากสิ่งต่างๆ ที่หลายๆคนมองว่ามันเป็นอันตรายและที่สำคัญสามารถขับได้ตามที่เขาต้องการโดยไม่เร็วจนเกินไป หรือไม่ช้าเกินไป การใช้ความเร็วเกินไปอาจจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่สบายใจได้เช่นกัน ที่นำรถยนต์ส่วนตัวไป อาจมีแวะระหว่างทาง หรือแวะพักตรงจุดไหนก็สะดวกสบายที่สุด ดังนั้นจึงเหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ และที่สำคัญการคำนึงถึงการเข้าห้องน้ำของผู้สูงอายุด้วย ว่าเขาจะต้องเดินทางและจอดรถมีการเข้าห้องน้ำ ฉี่บ่อยครั้ง เพราะผู้สูงอายุจะมีการเข้าห้องน้ำมากกว่าเราในวัยปกติ ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่พักต่างๆ หรือแม้แต่การเดินทางในสถานที่ต่างๆ เหล่านั้นจะต้องมีห้องน้ำที่อำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุด้วย

” แต่สำหรับผู้สูงอายุหลายท่านที่ต้องนั่งรถเข็น(Wheelchair) คงจะมีความกังวลไม่น้อยว่าจะเที่ยวสนุกมั้ย แต่ในปัจจุบันเรามีรถเข็นที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งรูปลักษณะ คุณสมบัติ ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ” 

ผู้สูงอายุนั่งรถเข็นวีลแชร์เที่ยวกับลูกๆหลานๆ

โดยปกติแล้วในปัจจุบันนี้ รถเข็นวีลแชร์ สำหรับผู้สูงอายุมีเยอะแยะมากมายหลายรูปแบบ แต่จะมีวีลแชร์ที่เหมาะกับการการท่องเที่ยวของผู้สูงอายุมีอยู่ 2 ประเภทหลักๆ นั่นก็คือ 

คุณแม่นั่งรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าน้ำหนักเบา 13.5 กก. ไปเที่ยวที่หัวหิน

1. รถเข็นวีลแชร์แบบไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้า 
วีลแชร์แบบไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุ เป็นรถเข็นวีลแชร์ที่สามารถขับเคลื่อนโดยล้อหลัง และบังคับทิศทางได้โดยผู้นั่ง โดยจะมีคันโยก หรือจอยสติ๊กไว้สำหรับบังคับทิศทาง รถเข็นวีลแชร์ประเภทนี้ จะเหมาะสำหรับผู้สูงอายุทุกประเภท และผู้สูงอายุที่นิยมใช้กันจะเป็นผู้สูงอายุที่รักอิสระ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และไม่ชอบเป็นภาระลูกหลาน จะชอบใช้รถวีลแชร์ไฟฟ้าหรือรถเข็นไฟฟ้าบังคับไปเอง ตามทิศทางที่ตัวเองอยากไป ไม่ต้องรอให้คนมาเข็น แต่รถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้า ก็มีหลากหลายรุ่นให้เราเลือก แต่ก็ไม่ใช่ทุกรุ่น ที่จะเหมาะสำหรับการใช้งาน   ปัจจุบันมี รถเข็นไฟฟ้า ให้เลือกมากมายหลายรุ่น ทั้งรถเข็นไฟฟ้าพับได้ รถเข็นไฟฟ้าเหล็กเคลือบ รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา รถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม ซึ่งแต่ละแบบต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แต่ที่สำคัญคือรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้นั้นจะต้องเป็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักหนักเบา พกพาง่าย พับเก็บง่าย เพื่อคนดูแลจะได้สะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก ดังนั้นลูกๆหลานๆ จะสามารถยกได้ หากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้า มีน้ำหนักที่ค่อนข้างเยอะ ก็จะถือได้ว่าเป็นเรื่องยากลำบาก อาจจะทำให้ทริปเที่ยวที่วางแผนไว้ หมดสนุกกันเลยทีเดียวค่ะหรือว่าหากทริปไหนต้องมีการเดินทางโดยสารเครื่องบิน ก็จะมีรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินได้ และไม่ได้เช่นกัน ส่วนรถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้าที่สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ต้องเป็นรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ที่ประเภทของแบตเตอรี่ต้องเป็นลิเธียมไอออนเท่านั้น ความจุของแบตเตอรี่ต้องไม่เกินกว่าที่สายการบินกำหนด และรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้าจะต้องแยกกับตัวแบตเตอรี่ได้ เพราะทางสายการบินเขาจะให้เรานำแบตเตอรี่รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินไปด้วย เปรียบเสมือนกับ Power Bank  เลยค่ะ

อาม่าขับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าไปดูภูเขาไฟฟูจิ ที่ประเทศญี่ปุ่น
ขับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าไปช็อปปิ้ง ที่ประเทศญี่ปุ่น
อาม่าขับวีลแชร์ไฟฟ้าในโรงแรม ที่ประเทศญี่ปุ่น

แนะนำรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา 


2. รถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดา รถเข็นวีลแชร์มือเข็น หรือรถเข็นวีลแชร์แบบแมนนวล (Manual) 
วีลแชร์แบบธรรม รถเข็นวีลแชร์แบบแมนนวล หรือบางคนก็เรียกว่ารถวีลแชร์แบบมือเข็น รถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุชนิดนี้ เป็นรถเข็นวีลแชร์ที่ต้องออกแรงเข็น ไม่ว่าจะให้ผู้อื่นเข็นให้ หรอหมุนล้อด้วยตัวผู้นั่งเองก็ตาม วีลแชร์ชนิดนี้มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน แต่..ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ก็ไม่ชอบนั่งรถเข็นวีลแชร์ที่มีลักษณะเป็นเหมือนกับรถเข็นคนพิการ เพราะผู้สูงอายุเป็นคนขี้อาย พอคนมองมากๆ แล้วก็เขิน บางทีอาจจะไม่นั่งเลยก็ได้ ดังนั้นการเลือกรถเข็นวีลแชร์ ก็สำคัญค่ะ ดังนั้นรถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดาที่เราเลือกใช้ ควรเป็นรูปแบบดีไซน์ที่ทันสมัย มองดูแล้วเป็นเก้าอี้รถเข็นที่มีล้อ ไม่เหมือนรถเข็นวีลแชร์ผู้พิการ ก็จะทำให้ผู้สูงอายุยอมรับที่จะนั่งรถเข็นวีลแชร์ได้ เพราะบางทีสุขภาพจิตของผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญ บ้างก็เครียด หรือไม่ชอบให้ขัดใจ ดังนั้นเราจึงควรเลือกวีลแชร์ที่ดีและรูปแบบที่สวยน่าใช้งานให้กับผู้สูงอายุ

โดยรถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดาสำหรับผู้สูงอายุไว้ใช้งานเวลาเดินทางท่องเที่ยวนั้น ควรเป็นรถเข็นวีลแชร์ที่มีน้ำหนักเบา ขนาดพับเก็บได้เล็กกระทัดรัด เหมาะสำหรับการพกพาเดินทางออกข้างนอก เพราะปกติลำพังกระเป๋าเดินทางหรือประเป๋าเสื้อผ้าก็เกือบเต็มรถแล้ว ดังนั้นเราควรที่จะเลือกรถเข็นวีลแชร์ที่มีขนาดเล็ก กระทัดรัด น้ำหนักเบา และที่สำคัญ คนที่ไปด้วยจะต้องพับเก็บและยกได้สะดวกค่ะ ควรเลือกรถเข็นวีลแชร์ที่เป็นอลูมิเนียม เพราะจะมีน้ำหนักเบา ทนทานและไม่ขึ้นสนิมค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11 สะดวกสบาย เพราะมีน้ำหนักเบาเพียง 6.7 กก. โครงสร้างรถเข็นทำจากอลูมิเนียมเกรดพรีเมี่ยมอย่างดี รับน้ำหนักผู้นั่งได้สูงถึง 90 กก. ส่วนใหญ่ที่คนนิยมใช้รุ่นนี้เพื่อพกพาเดินทางโดยสารโดยเครื่องบิน เพราะเป็นรุ่นที่สามารถพับเก็บได้เล็ก กระทัดรัด นิยมเป็นอย่างมากที่พกพาใส่ท้ายรถที่มีพื้นที่อย่างจำกัด อย่างรถขนส่งสาธารณะแท็กซี่ เป็นต้น ถ้าหากให้แนะนำสำหรับผู้ที่สมควรเลือกใช้รุ่นนี้ จะแนะนำน้ำหนักผู้นั่งไม่เกิน 60 กก. จะนั่งสบายมากค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11plus เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่น Ew-11 มีขนาดเบาะกว้างกว่า เหมาะสำหรับคนที่สะโพกใหญ่ นั่งได้เต็ม ก้นไม่ล้นออกมาจากเบาะ รุ่นนี้น้ำหนักรถเข็นเบาเพียง 7.8 กก. โครงสร้างทำจากวัสดุประเภทเดียวกับรุ่น Ew-11 รับน้ำหนักผู้นั่งสูงสุดได้ 110-120 กก. นิยมใช้พกพาใส่ท้าย สะดวกคนดูแลมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-112 รุ่นนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่ลูกค้านิยมใช้ เพราะลักษณะรูปทรงคล้ายกับเก้าอี้นั่งมากกว่ารถเข็นวีลแชร์ เบาะนั่งสบาย และที่สำคัญ รุ่นนี้มีล้อเล็กกันหงายหลังอีกด้วย วัสดุที่ใช้ผลิตโครงสร้างรถเข็นวีลแชร์รุ่นนี้ เป็นอลูมิเนียมเกรด 7003 มีน้ำหนักเบา 9 กก. สามารถรองรับน้ำหนักผู้นั่งได้ถึง 120 กก. ถ้าเน้นนั่งสบายต้องรุ่นนี้เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-116 รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เบาะค่อนข้างกว้าง จะนั่งสบายสำหรับคนที่มีสรีระใหญ่ หรือมีพุง รุ่นนี้วัสดุทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ น้ำหนักรถเข็น 13 กก. รุ่นนี้เป็นรุ่นที่น้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่ราคาถูก ถ้าหากผู้ติดตาม หรือผู้ดูแล สามารถยกขึ้นรถไหว ตัวนี้เป็นอีกตัวที่น่าใช้งานมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-120plus รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ดีไซน์สวย แข็งแรง น้ำหนักรถเข็น 11 กก. น่าใช้งานที่สุด รับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กก. เหมาะสำหรับคนที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง เพราะล้อหลังมีขนาด 20 นิ้ว เป็นล้อใหญ่ มีด้ามจับล้อที่ทำจากอลูมิเนียม เพื่อใช้แขนออกแรงหมุน และเคลื่อนที่ได้ โดยไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาเข็นให้ ข้อดีของรุ่นนี้ มีเบรคล็อคล้อ 2 ตำแหน่ง คือล็อคจากมือจับเข็น และล็อคได้จากล้อหลัง ถือว่าเป็นรุ่นที่สะดวกสบายค่ะ แต่ถ้าหากผู้ดูแลเป็นผู้หญิง เวลาพับเก็บใส่ท้ายรถ ถือว่าค่อนข้างยากค่ะ

     Ew-11                               Ew-11plus                             Ew-112                               Ew-120plus                                Ew-116

จะเห็นได้ว่าดีไซน์รถเข็นวีลแชร์ Elife จะเป็นเหมือนกับลักษณะเก้าอี้นั่ง จึงทำให้ผู้สูงอายุยอมรับ และยินยอมที่จะใช้รถเข็นวีลแชร์เพื่อเดินทางออกไปท่องเที่ยวค่ะ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะแนะนำให้เลือกใช้รถเข็นวีลแชร์ที่ดูไม่ป่วย เพราะผู้สูงอายุค่อนข้างซีเรียสและวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะบางผู้สูงอายุบางท่านจะไม่ยอมนั่งรถเข็นวีลแชร์ที่เหมือนกับคนพิการ ดังนั้นเราควรจะตามใจผู้สูงอายุ เพื่อลดความเครียดและลดความวิตกกังวล ไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุอีกด้วยค่ะ

หากสนใจสั่งซื้อสินค้า Elife หรืออยากปรึกษาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ : 095-348-0712 , 02-415-4347
ไลน์ ID : @Elife (มี@นำหน้าด้วยค่ะ)
จะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาแนะนำ


วิธีดูแลความรู้สึกทางจิตใจในวัยสูงอายุ

วิธีดูแลความรู้สึกทางจิตใจในวัยสูงอายุ

ผู้สูงอายุถือว่าเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลง อวัยวะต่างๆมีการเสื่อม ไม่ว่าจะเป็นกำลังวังชา หรือสุขภาพร่างกายที่เริ่มถดถอยน้อยลง ความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย กล้ามเนื้อ และสุขภาพทางการเดินเคลื่อนไหวค่อนข้างยากลำบาก สายตาสั้นลง เนื้อหนังเหี่ยวย่น  หรือว่าแม้แต่กระทั่งความรู้สึกทางจิตใจและอารมณ์ ยิ่งอายุมากขึ้นตัวผู้สูงอายุเองจะกลายเป็นคนที่คิดเยอะขึ้น มีบางอารมณ์ก็น้อยใจ เรียกง่ายๆได้ว่าหลายร้อยอารมณ์นั่นเอง เนื่องจากผู้สูงอายุจะประสบพบเจอกับการสูญเสียในชีวิตมากมากเช่น สูญเสียคนใกล้ตัว สูญเสียคู่ชีวิต สูญเสียคู่แต่งงาน และสูญเสียหน้าที่การงาน  หรือมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่อยากเป็นภาระของลูกหลาน ไม่อยากที่จะต้องให้ลูกหลานต้องคอยมานั่งดูแล


“นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุจะต้องปรับตัวมากขึ้น เมื่อก้าวเข้าสู่วัยผู้สุงอายุ หากผู้สูงอายุไม่สามารถปรับตัวได้และหากสะสมเป็นระยะเวลานานก็อาจจะพบปัญหาเรื้อรังจนทำให้ผู้สูงอายุอาจป่วยกลายเป็นผู้ป่วยโรคซึ่มเศร้า ซึ่งอาจทำให้ผู้สูงมีความเสี่ยงในการที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งปัญหาสุขภาพจิตของผู้สูงอายุที่พบบ่อย ได้แก่ ความวิตกกังวล ซึมเศร้า นอนไม่หลับ ระแวง และความจำเสื่อม” 

สาเหตุของปัญหาสุขภาพจิตผู้สูงอายุ
ปัจจุบันผู้สูงอายุที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่วัยทองหรือสูงอายุเต็มตัวนั้น มักจะพบปัญหาที่รบกวนจิตใจของผู้สูงอายุจะเป็นเรื่องสัมพันธภาพในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นโดยเฉพาะคนในครอบครัว และสิ่งที่ไวต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุเอง โดยจะมีสุขภาพที่ไม่สดชื่นแจ่มใสเท่าที่ควร เนื่องจากมีสาเหตุได้หลากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบถึงต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้สูงอายุ จนทำให้เสียสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ และสิ่งที่ไวต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุที่สุดคือการเสียหน้า การเสียคุณค่า และการเสียความเคารพจากผู้อื่น ส่วนปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุก็คือ เรื่องความเครียด ความวิตกกังวล ความรู้สึกเหงา ความรู้สึกหว่าเว้ จู้จี้ ขี้บ่น การกลัวถูกทอดทิ้ง รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า และนอนไม่หลับ โดยมีความรู้สึกดังนี้

ความเครียด เป็นสภาวะจิตใจและร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นผลจากการปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือต่อสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้าต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมที่บีบคั้น กดดัน คุกคามให้เกิดความทุกข์ความไม่สบายใจ หรือความไม่พอใจ รู้สึกหงุดหงิด โกรธ คนหรือสภาวการณ์รอบๆตัวอาการความเครียดของผู้สูงอายุเหล่านี้ เราสามารถช่วยเหลือได้โดยวิธีการเข้าไปพูดคุย สร้างสัมพันธภาพให้ผู้สูงอายุ สอบถามสารทุกข์สุขดิบให้สมาชิกคนในครอบครัวสามารถชวนผู้สูงอายุพูดคุย ไม่ให้รู้สึกว่าผู้สูงอายุจะต้องอยู่ตัวคนเดียว ชวนออกไปเที่ยวข้างนอกเปิดหูเปิดตา ทานข้าวนอกบ้าน เดินทางไปเปลี่ยนบรรยากาศการนอนที่ต่างจังหวัด หรืออย่างผู้สูงอายุบางท่าน ไม่สามารถเคลื่อนไหว หรือ เดินนานๆ ได้ เราก็สามารถหาตัวช่วยสำหรับพาผู้สูงอายุเดินทางออกไปข้างนอก นั่นก็คือรถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้า ที่เหมาะสำหรับการพกพาใส่ท้ายรถ มีน้ำหนักเบา ให้ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองโดยเป็นการบังคับรถเข็นไฟฟ้าเอง รู้สึกว่าตัวเองเป็นอิสระ ไม่เป็นภาระของใคร อยากจะไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการจะไปก็สามารถไปได้ รถเข็นไฟฟ้าจะช่วยทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกว่ายังสามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง จะให้ความรู้สึกดีกว่าการนอนอยู่บนเตียงที่บ้านด้วยบรรยากาศแบบเดิมซ้ำๆ

เดินทางขึ้นเครื่องบินโดยรถเข็นไฟฟ้า รุ่น Lite1

รีวิวผู้สูงอายุนั่งรถเข็นไฟฟ้าเที่ยวเชียงคาน จังหวัดเลย


การพาผู้สูงอายุได้เดินทางท่องเที่ยว ถือเป็นการเปิดหูเปิดตาที่ดี ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลายความเครียด สนุกสนาน เพลิดเพลิน และทำให้มีความสุขเป็นอย่างมาก วัยสูงอายุเองก็เป็นวัยที่ต้องการท่องเที่ยว ได้พบปะสังสรรค์ พบปะผู้คน ชื่นชมความงานเช่นเดียวกันกับวัยรุ่นหนุ่มสาว แต่ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นปัญหาทำให้ไม่สามารถทำในสิ่งที่ชื่นชอบได้ ลูกหลานและสมาชิกในครอบครัวเองควรเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่จะพาผู้สูงอายุไปเที่ยวทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เพราะบางทีผู้สูงอายุอาจจะรอคุณชวนอยู่ก็ได้ ที่สำคัญอย่าเพิ่งไปกังวลว่าทริปที่มีผู้สูงอายุร่วมไปด้วย จะทำให้การเดินทางลำบากมากขึ้น หรือจะเคลื่อนพลไปไหนก็กลัวจะไม่สะดวก ไม่คล่องตัว แล้วจะทำให้ทริปนั้นหมดความสนุกไป แต่ที่จริงแล้วหากคุณมีการวางแผนล่วงหน้าที่ดี เตรียมตัวกับเรื่องต่างๆ ให้พร้อม สิ่งที่คุณกังวลก็จะหมดไปได้  หากผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลาย อาจจะให้ปัญหาที่เกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล  แต่สำหรับผู้สูงอายุหลายๆ ท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเดินช้า เดินไม่ไหว หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว จำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ช่วยเหลือ นั่นก็คือรถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้า คงจะมีความกังวลไม่น้อยว่าจะเที่ยวสนุกหรือไม่ พื้นที่ในการพกพารถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้านั้นไม่เพียงพอที่จะสามารถใส่ท้ายรถไปด้วยได้ แต่ในปัจจุบันเรามีรถเข็นที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งรูปลักษณะ คุณสมบัติ ที่เหมาะสมกับบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล หรือเหมาะสำหรับการพกพาให้เลือกหลากหลายยิ่งขึ้น โดยรถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้าที่คนนิยมกันส่วนใหญ่จะเลือกใช้งานจะเป็นรถเข็นวีลแชร์ที่มีน้ำหนักเบา สามารถพับเก็บได้เล็ก กระทัดรัด และที่สำคัญคนดูแลสามารถยกขึ้นรถได้ มีทั้งแบบเป็นรถเข็นวีลแชร์ธรรมดา (Wheelchair Manual) และวีลแชร์ไฟฟ้า,รถเข็นไฟฟ้า (Power Wheelchair) หลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกใช้งานได้ตรงตามลักษณะของผู้สูงอายุอีกด้วย

ความวิตกกังวล โดยส่วนใหญ่ผู้สูงอายุมักจะมีความวิตกกังวลที่ต้องพึ่งพาลูกหลาน และมักจะแสดงออกชัดเจน เป็นความกลัว ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง กลัวไม่มีคนเคารพยกย่องนับถือกลัว ว่าตนเองไร้ค่ากลัวถูกทอดทิ้ง  บางอย่างอาจะจะเป็นปัญหาการวิตกกังวลไปเอง โดยวิธีแก้ปัญหาจะเริ่มด้วยการสอนให้คิด และวิธีปรับมุมมองให้กว้าง หรืออาจจะดึงลูกหลานเข้ามาสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สูงอายุ

รู้สึกว่าลูกหลานไม่เคารพ รู้สึกว่าตนเองถูกลูกหลานทอดทิ้ง รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า เป็นธรรมดาเมื่อผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้นก็กลัวว่าลูกหลานที่ค่อยๆเจริญเติบโต จะไม่เชื่อฟังคำสอน และเวลาคุยด้วยจะไม่มีใครฟัง เมื่อบอกลูกหลานแล้วลูกหลานหรือคนในครอบครัวไม่รับฟัง ก็จะมีความรู้สึกน้อยใจ รู้สึกเสียใจคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า การแก้ไขปัญหานี้คือทุกคนในครอบครัวต้องให้เวลากับผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก พูดคุยด้วยบ่อยๆ ไม่ให้ผู้สูงอายุรู้สึกเหงา หาเวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกัน หรือพาไปเปลี่ยนบรรยากาศนอกบ้าน เท่านี้ผู้สูงอายุก็รู้สึกว่าคนในครอบครัว และลูกหลานยังให้ความสำคัญ

จู้จี้ขี้บ่น เป็นธรรมชาติและธรรมดาของผู้สูงอายุที่จะจู้จี้ จุกจิก และบ่นเรื่องที่ไม่ได้ดั่งใจมากนัก เนื่องจากผู้สูงอายุไม่สามารถลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง ด้วยเนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพและการเคลื่อนไหว จึงจำเป็นต้องมีผู้ช่วย หรือผู้ดูแล เมื่อผู้ช่วยหรือผู้ดูแลทำไม่ถูกใจ ก็จะบ่น จู้จี้ จุกจิก เป็นเรื่องธรรมดา ที่สำคัญต้องไม่ชวนทะเลาะหรือเก็บเรื่องที่ผู้สูงอายุบ่นมาเป็นอารมณ์ แต่พยายามทำความเข้าใจธรรมชาติของผู้สูงอายุที่มีลักษณะ ยํ้าคิดยํ้าทำและติดอยู่กับอดีต และไม่ควรตอบโต้ด้วยอารมณ์ที่รุนแรง

ดังนั้นกล่าวคือสุขภาพจิตใจของผู้สูงอายุ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่ง ที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องช่วยกันดูแลและเอาใจใส่ จิตใจของผู้สูงอายุเปราะบางคล้ายคลึงกับเราในสมัยเด็กที่ไม่ว่าเจออะไรนิดๆหน่อย ก็มีผลต่อจิตใจ เสียใจ น้อยใจ หรือร้องไห้ นั่นก็เหมือนกับผู้สูงอายุ ที่เมื่ออายุมากขึ้นก็รู้ว่าไม่อยากเป็นภาระของลูกๆหลานๆ และสมาชิกในครอบครัว อยู่ๆ ก็มีอาการน้อยใจ หดหู่ มีความวิตกกังวล เราเป็นลูกเป็นหลาน เป็นคนดูแลผู้สูงอายุ สิ่งที่เราสามารถทำได้นั่นก็คือพูดคุย สอบถามถึงกิจวัตรประจำวัน สารทุกข์สุขดิบทั่วๆไป หรือพูดคุยสอบถามเกี่ยวกับปัญหาที่เจอในแต่ละวัน ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจผู้สูงอายุ ไม่ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้าน ควรพาออกไปข้างนอก พบปะสังสรรค์กับครอบครัว หรือพาไปพบเพื่อน แต่หากในขณะที่พาผู้สูงอายุเดินทางออกนอกบ้านแล้วพบปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ อาจจะแนะนำให้ผู้สูงอายุใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน หรืออาจนั่งรถเข็นวีลแชร์ แต่ปกติแล้วผู้สูงอายุที่ยังพอสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จะไม่คอยชอบเป็นภาระของผู้อื่น อยากที่จะเดินทางไปไหนมาไหนอย่างเป็นอิสระ ดังนั้นรถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้าจึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ชอบใช้ชีวิตแบบอิสระมากที่สุดค่ะ


เตียงไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุรุ่น EB-55 ปรับได้ 5 ฟังก์ชั่น

นอนไม่หลับ ผู้สูงอายุที่มีปัญหานอนไม่หลับ มักจะชอบตื่นขึ้นกลางดึกหรือไม่ก็ ตื่นเช้ากว่าปกติและเมื่อตื่นแล้วก็หลับต่อยาก ทำให้รบกวนสมาธิคนอื่นในบ้านที่กำลังนอนหลับอยู่ด้วย ทั้งนี้สาเหตุของการนอนไม่หลับ อาจเกิดจากการนอนกลางวันมากเกินไป ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายหรือใช้แรงงาน ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียเมื่อได้เวลานอนอาจวิตกกังวลบางเรื่องอยู่ ที่นอนไม่สบายอากาศร้อนหรือเย็นเกินไป มีปัญหาทางร่างกายที่รบกวนการนอน ดังนั้นเราควรสร้างบรรยากาศการนอนให้กับผู้สูงอายุ ให้รู้สึกอบอุ่น เหมือนมีคนคอยดูแลตลอดเวลา หากเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ควรใช้เตียงไฟฟ้าปรับระดับได้สำหรับผู้สูงอายุ แต่..จะมีผู้สูงอายุหลายๆ ท่านไม่อยากใช้เตียงไฟฟ้าที่เป็นไฟเบอร์กลาส หรือเตียงผู้ป่วยแบบมือหมุนเนื่องจากจะรู้สึกว่าตัวเองเหมือนผู้ป่วยตามโรงพยาบาล ดังนั้นเตียงไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุที่เราเลือกใช้ ควรเน้นเป็นเตียงไฟฟ้าแบบโฮมแคร์ (Homecare) เตียงไฟฟ้าบ้านๆ ที่สร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับผู้สูงอายุรู้สึกว่าอยู่บ้าน ไม่ใช่ผู้ป่วย เพราะสภาพแวดล้อมก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้สูงอายุนอนไม่หลับได้เช่นกัน



และในเวลากลางคืน หากผู้สูงอายุนอนหลับ ไม่ควรที่จะปิดไฟจนมืดเกินไป อาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก นั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุนอนไม่หลับก็ได้  เราจึงควรมีแสงไฟเพื่อส่องสว่างให้กับผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุพอจะมองเห็นสิ่งของรอบๆ ตัว ทำให้ไม่อึดอัด แต่หลอดไฟทั่วไปมีแสงที่สว่างจ้ามากเกินไป อาจทำให้รบกวนสายตาของผู้สูงอายุและรบกวนเวลาการพักผ่อนหลับนอนของคนในครอบครัว แต่จะมีอุปกรณ์เสริมไฟใต้เตียงเรียกว่า Smart Care  เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยในเรื่องดีไซน์ความสวยงาม การสร้างบรรยากาศการนอนให้กับผู้สูงอายุ มีแสงสว่างเล็กน้อยในการนอนเวลากลางคืน และเพื่อฝึกให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ นั่นก็คือการ เปิด-ปิดไฟ หรือปรับระดับแสงสว่างของไฟได้ตามความต้องการ ไฟดวงนี้เป็นไฟ Warm light ถนอมสายตา ไม่สว่างจ้า รบกวนการนอนของผู้สูงอายุและคนในครอบครัว และหากผู้สูงอายุเกิดต้องการลุกขึ้นจากที่นอนกลางดึก ไฟใต้เตียงก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถมองเห็นสิ่งกีดขวางได้ ถือว่าช่วยในเรื่องการมองเห็นได้ดีและปลอดภัยมากๆ ค่ะ

“ข้อดีของไฟใต้เตียง จะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกอบอุ่น รู้สึกปลอดภัยทุกครั้งเมื่อตื่นขึ้นมากลางดึก ทำให้ผู้สูงอายุมองเห็นรอบๆ หรือเห็นคนในครอบครัวกำลังหลับอยู่ ดังนั้นความรู้สึกของผู้สูงอายุ ที่รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย รู้สึกเครียดหรือรู้สึกกังวลจะค่อยๆ คลายออกไป การสร้างบรรยากาศในการนอนหลับ เป็นเรื่องที่สมาชิกในครอบครัวสามารถสร้างจำลองให้กับผู้สูงอายุได้ เพื่อการนอนหลับพักผ่อนที่ดีของผู้สูงอายุ “

เตียงไฟฟ้าเพื่อผู้สูงอายุ ติดไฟใต้เตียง (ไฟสามารถปรับระดับความสว่างได้)

วิธีช่วยให้ผู้สูงอายุนอนหลับได้ดียิ่งขึ้นดังนี้
1. ให้ความรู้กับผู้สูงอายุเพื่อปรับแผนการนอนให้เหมาะสม
2. ดูแลให้ผู้สูงอายุที่มีอาการเจ็บป่วยทางด้านร่างกายให้ได้รับการจัดการหรือควบคุมอาการต่างๆ ที่ทำให้เกิดความไม่สุขสบายตัว ได้รู้สึกดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อการนอนหลับ ลดปัญหาการปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน โดยแนะนำให้ผู้สูงอายุปัสสาวะก่อนเข้านอนหรือจัดที่นอนให้อยู่ใกล้ห้องน้ำ หรือเตรียมกระโถนไว้ภายในห้องนอน
3. แนะนำให้ผู้สูงอายุรับประทานมื้อเย็นในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป อาหารที่ย่อยยากจะทำให้เกิดการอึดอัดแน่นท้อง นอนไม่หลับ ควรให้ผู้สูงอายุสวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย  และสุดท้ายอาจจะให้ผู้สูงอายุดื่มนมอุ่นๆ หรือโอวัลตินก่อนนอน
4. ควรมีกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุได้ทำในระหว่างวัน เช่น ทำความสะอาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ หลีกเลี่ยงการนอนหลับในเวลากลางวัน
5. ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทถั่ว ผักดิบ ของหมักดอง เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดแก๊ซในกระเพราะอาหารมาก ส่งผลให้รู้สึกไม่สบายตัว ทำให้นอนหลับยาก นอกจากนี้ควรงดอาหารที่มีไขมันสูงก่อนนอน เพราะทำให้ระบบการย่อยอาหารต้องทำงานหนัก
6. ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนนอน 3 ชั่วโมง เนื่องจากการออกกำลังกายในตอนเย็นหรือก่อนนอนจะเพิ่มระดับการกระตุ้นของระบบประสาทโดยอัตโนมัติ ทำให้นอนหลับได้ยากขึ้น และถ้านอนไม่หลับภายใน 30 นาทีให้ลุกจากเตียงและทำกิจกรรมอื่นเบาๆ จนกว่าจะรู้สึกง่วงนอนอีกครั้ง
7. ช่วยผู้สูงอายุผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนนอนโดยการนวดตามร่างกายของผู้สูงอายุ ทำให้เกิดการผ่อนคลายทั้งด้านจิตใจและอารมณ์ ช่วยลดความเครียด การฝึกสมาธิช่วยให้จิตใจสงบ จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว การฝึกหายใจแบบลึกๆ ก็เป็นการผ่อนคลายร่างกายช่วยให้การนอนหลับของผู้สูงอายุนั้นดีขึ้น
8. ให้ผู้สูงอายุฟังเพลง ฟังธรรมมะเปิดฟังเบาๆ หรืออ่านหนังสือสวดมนต์และหนังสือที่ชอบเพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด ช่วยทำให้การนอนหลับดีขึ้นด้วยค่ะ

” ปัญหาของผู้สูงอายุที่นอนไม่หลับ เป็นปัญหาหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการนอนหลับเป็นเวลาที่ร่างกายจะได้พักผ่อนและฟื้นฟูซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ซึ่งหากผู้สูงอายุไม่ได้นอนหลับพักผ่อนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอแล้ว ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น ความคิดความอ่านช้าลง อ่อนเพลีย ความจำไม่ดี ดังนั้น ต้องหันมาดูแลผู้สูงอายุ ให้สามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเพียงพอประเด็นหลักของอาการนอนไม่หลับเป็นสิ่งที่เกิดกับผู้ที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ คนดูแลหรือคนใกล้ตัวผู้สูงอายุจึงจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจและปรับตัวเพื่อตั้งรับและแก้ไขปัญหาได้ แนะนำให้ลองนำวิธีทั้ง 8 ข้อข้างต้นไปปฏิบัติตาม  ถ้าอาการนอนไม่หลับยังไม่ดีขึ้น ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ ให้แพทย์ตรวจค้นหาโรค ที่เป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับค่ะ ” 

 

12ข้อดี รถเข็นไฟฟ้า ดีกว่า Wheelchair ธรรมดาอย่างไร?

12ข้อดี รถเข็นไฟฟ้า ดีกว่า Wheelchair ธรรมดาอย่างไร?

สวัสดีครับหลายคนคงรู้จัก Wheelchair หรือ บางคนเรียกว่า รถเข็นนั่ง, รถเข็นคนป่วย, รถเข็นคนชรา วีลแชร์เป็นยานพาหนะจำเป็นสำหรับใครหลายๆคน ผู้สูงอายุที่เดินเหินไม่สะดวก, ผู้ป่วย, คนประสบอุบัติเหตุ วีลแชร์นั้นก็มีหลายแบบทั้งแบบ เข็นเองได้ที่ล้อมีที่จับสำหรับหมุน, แบบให้ผู้อื่นเข็นให้ ใช้ในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ใบบทความนี้เราจะพูดถึง รถเข็นไฟฟ้า (วีลแชร์ที่ติดมอเตอร์ไฟฟ้า) และ 12 ข้อดีของมันครับ

Wheelchair มาจาก Wheel ที่แปลว่าล้อ Chair ที่แปลว่าเก้าอี้ อันนี้ตรงตัวคือเก้าอี้มีล้อ Wheelchair มีมานานหลายร้อยปี ทั้งในบันทึกประเทศจีนโบราณ ในยุโรป จวบจนปัจจุบัน วีลแชร์แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย หน้าตัวยังเหมือนเดิม ต่างกันที่วัสดุที่ใช้จากเมื่อก่อนทำจากไม้, เหล็ก, หนัง ปัจจุบัน วีลแชร์ทำจาก อลูมิเนียม, ยางสังเคราะห์ และ เบาะพลาสติก การเปลี่ยนแปลงจริงๆมาจากเริ่มมีการพัฒนาแบตเตอรี่ไฟฟ้า ที่มีความจุได้มากขึ้นและมีขนาดเล็กลง สามารถใช้กับมอเมอเตอร์ที่ติดบนวีลแชร์ ทำให้รถเข็นไฟฟ้าเป็นที่นิยมจากขึ้นในช่วง 30-40ปีที่ผ่านมา

Power Wheelchair หรือ รถเข็นไฟฟ้า คือ วีลแชร์ที่ออกแบบติดมอเตอร์และคันบังคับเข้ามา ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เป็นตัวขับเคลื่อน ผู้ใช้สามารถบังคับด้วยนิ้วบนคันบังคับ การบังคับจะไม่เหมือนรถยนต์จะตอบสนองและสามารถวิ่งในทิศทางอิสระมากกว่ารถยนต์ (รถเข็นไฟฟ้าประกอบด้วยมอเตอร์ 2 ตัวทำงานอิสระต่อก้น) วิ่งได้ 360องศา สามารถหมุนรอบตัวเอง วิ่งในพื้นที่แคบๆได้ ผู้บังคับแทบไม่ต้องออกแรงเหมือนรถเข็นนั่งทั่วๆไป

ซ้าย Manual Wheelchair รถเข็นผู้ป่วย ใช้มือหมุนออกแรงหมุน ตามนน.ของผู้นั่ง / ขวา Power Wheelchair รถเข็นไฟฟ้า บังคับด้วยนิ้ว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

เราได้สรุป 12 ข้อดีของ รถเข็นไฟฟ้า มีจุดเด่นและดีอย่างไงตามข้างล่างนี้

  1. ผู้ใช้สามารถบังคับไปในที่ที่ตนต้องการได้จริงๆ ไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาช่วยเหลือ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไปในสถานที่ต่างๆได้เอง เช่นสามารถไปยังจุดต่างๆของบ้าน, ห้องครัว, ห้องนั่งเล่นได้ บางท่านเอารถเข็นไฟฟ้าไปจ่ายตลาดหน้าหมู่บ้าน หรือ ไปเยี่ยมเพื่อนบ้านก็มี
  2. สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หลายครั้งผู้สูงอายุ หรือ ผู้พิการต้องอยู่คนเดียว การใช้รถเข็นวีลแชร์ธรรมดา ต้องออกแรงเยอะ ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น ขับไปเปิดประตูหน้าบ้าน ขับไปซื้อของกิน
  3. อิสรภาพ หลายคนที่ได้รับรถเข็นไฟฟ้าไป มีความสุขมากขึ้นเนื่องจากไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นภาระ แก่บุตรหลาน หรือ ผู้ดูแล อิสรภาพเป็นส่วนสำคัญอีกอย่างทำให้มองโลกในแง่มากขึ้น คนแก่บางคนแม้ว่าจะมีบุตรหลานดูแลอย่างใกล้ชิด แต่เมื่อไปห้างต้องให้คนเข็นรถเข็นตลอด เมื่อเทียบกับอีกคนที่ใช้รถเข็นไฟฟ้า

    ใช้รถเข็นไฟฟ้าในบริเวณบ้าน ในหมู่บ้าน ไปหาเพื่อนบ้าน
  4. นั่งสบาย กว่ายานพาหนะอื่น หลายคนนั่งรถเข็นไฟฟ้าเกิน 12 ชม.ต่อวัน รถเข็นไฟฟ้าออกแบบมาให้นั่งได้นาน รองรับสรีระตามหลัก Ergonomics เมื่อเทียบกับยานพาหนะอื่นๆเช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า สามล้อไฟฟ้า ออกแบบมาให้ใช้งานชั่วคราวมากกว่า ไม่เหมาะกันการนั่งนาน
  5. รถเข็นไฟฟ้ามีขนาดเล็ก สามารถใช้ร่วมกับลิฟต์ในห้าง, ห้องน้ำ อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ในห้าง, โรงพยาบาล หรือ งานนิทรรศการต่างๆ เนื่องจากจัดเป็นกลุ่มเดียวกับ Wheelchair   ในขณะที่รถไฟฟ้าอื่นๆ ไม่อนุญาติให้ใช้ห้าง เนื่องจากขนาดที่ใหญ่กว่า
  6. การบังคับที่ตอบสนองกว่า ไม่ได้ใช้แรงในการบังคับ รถเข็นไฟฟ้าจะบังคับด้วยมอเตอร์ 2 ตัวอิสระต่อกัน สามารถบังคับได้ 360องศา ทำให้สามารถวิ่งในพื้นที่ที่จำกัดได้ สามารถหมุนรอบตัวเองได้

    การบังคับ รถเข็นไฟฟ้าสามารถบังคับได้ 360องศา เนื่องจากเคลื่อนที่ด้วยมอเตอร์ สองข้างอิสระต่อกัน รถเข็นไฟฟ้า สามารถหมุนรอบตัวเองได้
  7. สามารถใช้เวลาท่องเที่ยวกับคนใกล้ชิด มีกิจกรรมที่ดีต่อกัน เช่น ลูกพาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศแม่เดินนานไม่ได้ แต่ก่อนจะเที่ยวค่อนข้างยากลูกต้องเข็นตลอด พอมีรถเข็นไฟฟ้า ปล่อยแม่ลง แม่ขับไปไหนมาไหนเอง ลูกถ่ายรูปสนุกสนานกัน 
  8. สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานได้ ตัวอย่างน้องฝ้าย สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ออกงาน ไปเรียน ด้วยรถเข็นไฟฟ้า 
  9. เอาไว้ขนของ สัมภาระ ไม่เหนื่อย อันนี้เป็นข้อดีเสริมของคนใช้รถเข็นไฟฟ้า ที่เราสังเกตุ ผู้ใช้นิยมห้อยของ, ถุง Shopping, สัมภาระ กระเป๋า ไว้กับรถเข็นไฟฟ้า (ลูกๆหลานๆ เอาของมาฝากไว้กับรถเข็นไฟฟ้าของ อาม่า เป็นต้น)
  10. ปัจจุบันรถเข็นไฟฟ้ามีราคาถูก หากย้อนกลับไปเมื่อ 10ปีก่อน รถเข็นไฟฟ้านั้นราคาหลักแสน ปัจจุบันนี้ราคาหมื่นถีง สองหมื่นก็สามารถซื้อได้แล้ว

    ตอนนี้รถเข็นไฟฟ้าได้รับความนิยม ทั้งคนในเมือง หรือ พื้นที่ต่างจังหวัด
  11. รถเข็นไฟฟ้า ปัจจุบันปลอดภัย มีการใช้ Brushless มอเตอร์กับรถเข็นไฟฟ้า มีระบบเบรคอัตโนมัติเมื่อขึ้นบนทางชัน ปลอดภัยกับคนใช้มากขึ้น
  12. มี Function ต่างๆที่น่าสนใจ Smart Wheelchair, บ้างติดตั้งระบบไฟส่องสว่างกับตัวรถ หรือ ติด USB Port ให้ใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆได้สะดวกสบาย 

ข้อสังเกตุในการใช้รถเข็นไฟฟ้า

  • ราคา เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนที่ตัดสินใจเปลี่ยนจากรถ วีลแชร์ เป็น วีลแชร์ไฟฟ้า เมื่อหลายปีก่อนรถเข็นไฟฟ้านั้นมีราคาแพงมากหลักแสน ปัจจุบันราคาถูกลงอย่างมาก หลัก 2 หมื่นก็ได้รุ่นใช้ได้แล้ว ปัจจุบันมีให้เลือกหลายรุ่น รุ่นประหยัด รุ่นเบา รุ่นสมรรถนะ
  • ทัศนคติของคนกับรถเข็นไฟฟ้า หลายคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุมากๆในไทย ยังมีทัศนคติลบ กับวีลแชร์และรถเข็นไฟฟ้าอยู่ บางคนถึงขั้นว่าไปแช่งเค้าว่าเค้าพิการหรอ แต่ในความเป็นจริงการใช้รถเข็นไฟฟ้านั้นใช้เป็นวงกว้างทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว คนแก่ใช้รถเข็นไฟฟ้าเป็นเรื่องปกติเลย เห็นได้ทั่วไปในห้าง รถบริการภาครัฐ หรือ ประเทศในแถบ Scandinavia มีเงินสนันสนุนให้ซื้อรถเข็นไฟฟ้ากันเลยทีเดียว ปัจจุบันคนไทยหันมาใช้รถเข็นไฟฟ้ามากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 


20เทคนิค สร้างบ้านให้ผู้สูงอายุ อยู่สบายกาย สุขใจ

20เทคนิค สร้างบ้านให้ผู้สูงอายุ อยู่สบายกาย สุขใจ

ปี 2563 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 12 ล้านคน (ร้อยละ 18) เข้าข่ายสังคมผู้สูงอายุ (มีประชากรที่อายุมากกว่า 60ปีขึ้นไป เป็นสัดส่วนเกิน 10%) และในอีก 1-2ปีข้างหน้าคาดว่าประเทศจะเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ” (ประชากรอายุมากกว่า 60ปี เป็นสัดส่วนมากกว่า 20%) ผลที่ตามมามากมายไม่ว่าจะเป็นเชิงทางเศรษฐกิจ-ผู้สูงอายุไม่สามารถทำงานได้เหมือนวัยแรงงาน และ อื่นๆมากันมาอีกมากมาย แต่ในบทความนี้เรามามองอีกด้านครับ เราจะสร้างบ้านอย่างไรให้เหมาะกับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนที่เรารัก พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เมื่อพวกท่านอายุมากขึ้นการเดินเหินไม่สะดวก อาจจะต้องใช้เตียงปรับระดับผู้ป่วย หรือ ต้องใช้ Wheelchair หรือ รถเข็นไฟฟ้า เนื่องจากการเดินเหินไม่สะดวก

แนวทางที่ควรคำนึงอันดับหนึ่งของการสร้างหรือที่พักให้ผู้สูงอายุเลย 4S (โดยผู้เขียนบทความ elife)
– Safety ร่างกายผู้สูงอายุไม่แข็งแรงเหมือนก่อน ต้องลดความเสี่ยงทุกอย่างที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ
– Sustainable ออกแบบเพื่อให้ท่านอยู่อย่างสุข สบาย ที่สำคัญต้องดูแลรักษา ง่ายเพิ่งพาตัวเองได้ (ผู้สูงอายุบางท่านอยู่กันเอง ลูกหลาน/คนดูแล อาจจะไปหาบ้าง)
– Smart เดี๋ยวนี้เทคโนโลยี สามารถเข้าช่วยเหลือได้เยอะ เช่น สัญญาณขอความช่วยเหลือ, ไฟเปิดปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าห้องน้ำ, รถเข็นไฟฟ้า, เตียงไฟฟ้า, Sensor ต่างๆ เป็นต้น
– Smooth ทุกอย่างความไร้รอยต่อไม่สะดุดทั้งระดับพื้น และ ส่วนต่างๆในบ้าน ควรลดทางต่างระดับให้น้อยที่สุด, ขอบ มือจับตามๆควรมน

เราสรุปเทคนิคต่างๆ มาจำนวน 20 ข้อดังนี้

  1. ให้ผู้สูงอายุอยู่ชั้นล่าง ลดพื้นที่ต่างระดับให้มากที่สุด หากมีบ้านเดิมอยู่แล้วควรปรับชั้นล่างเป็นที่อยู่ของผู้สูงอายุ ทำระดับพื้นให้เท่ากัน หากเป็นไปได้ให้ปูพื้นใหม่เป็นวัสดุมีพื้นผิวป้องกันไม่ให้ลื่น หากสร้างใหม่ควรออกแบบให้บ้านชั้นหนึ่งไม่มีพื้นที่ต่างระดับ พื้นที่บ้านต่อเนื่อง Flow เชื่อมต่อกัน

    พยายามสร้างพื้นที่ให้ต่อเนื้องกัน ทางต่างระดับให้น้อยที่สุด
  2. กรณีมีพื้นที่ต่างระดับสร้างทางลาดชันให้สำหรับ Wheelchair, รถเข็นไฟฟ้า โดยปกติทางลาดสำหรับวีลแชร์นั้นมีมาตรฐานคือ 1:12 เช่นพื้นต่างระดับกัน 10 cm ทางลาดนั้นต้องมีฐาน 120cm เพื่อความปลอดภัยในกรณีเข็น Wheelchair ขึ้นเอง หรือ แม้กระทั้งใช้รถเข็นไฟฟ้า ความกว้างของทางชันควรจะกว้างประมาณ 90cm ตามมาตรฐาน หรือ 80cm เป็นอย่างน้อย(ธรรมดา ความกว้างฐานล้อ Wheelchair จะอยู่ราว 65-75cm กรณีถ้าพื้นต่างระดับกันมาก ให้มีราวจับด้วย ราวจับ 80-90cm
  3. เรื่องไฟ ส่องสว่าง ความสว่างของตัวบ้าน ลดการหกล้มในผู้สู้อายุ แนะนำเป็นการซ่อนไฟตามทางเดิน, บันได, ห้องน้ำ และ พื้นที่ต่างระดับ

    ติดไฟส่องสว่าง เผื่อกลางคืน และตอนนอนหลับ
  4. ความกว้างของประตู และ ทางเดินกว้าง 90cm  คิดในเว้นระยะให้ขนาดประตู และทางเดิน สำหรับ Wheelchair
  5. ยึดการ Design กลับสู่ธรรมชาติ Universal design การใช้งานกับคนแก่ รวมถึงบางครั้งผู้ใช้งานบางคนอาจจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวอย่างการ Customized ดูจากตัวอย่าง IKEA แจกไฟล์ 3มิติ เพื่อให้ลูกค้าเอาไปพิมพ์ประกับเฟอร์นิเจอร์ของตน 
  6. มือจับ เป็นด้ามจับประตู เป็นแบบด้าม ใช้มือ ศอก หรือไม้เท้าเปิดได้  หลีกเลี่ยงการใช้ลูกบิด หรือ งาน Design ที่สวยแต่ใช้งานยาก

    มือจับลูกบิด ควรจะหลีกเลี่ยง, มือเปิดที่มีลักษณะเป็นก้าน จะดีกว่า คนแก่ใช้งานได้ง่ายกว่า
  7. ตู้, ประตู และหน้าต่าง ควรติดตั้งแบบบานเลื่อน ที่จัดเก็บของ ควรเลือกเป็นแบบบานเลื่อน เพื่อผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้ง่าย ทั้งยังใช้ได้ กับ Wheelchair

    การสร้างประตูบานเลื่อน ง่ายต่อผู้สูงอายุมากกว่า
  8. หน้าต่าง ควรสร้างให้สูงไม่มากกว่า 50cm ผู้สูงอายุสามารถเห็นวิวได้ขณะที่นั่ง Wheelchair ได้
  9. ออกแบบพื้นที่ให้มีการถ่ายเท ของอาการดี ผู้สูงอายุเสี่ยงกับโรคทางเดินหายใจ อาจจะติดเครื่องปรับอากาศ เครื่องกรอกอากาศที่เหมาะสม
  10. ปุ่มฉุกเฉิน เพื่อกดเรียกคนให้มาช่วยเหลือ Emergency Call เหตุไม่ความฝันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ การติดปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน เป็นสิ่งที่ควรมองข้าม
  11. ทางเข้าบ้าน ทำทางลาดสำหรับเข้าบ้านโดยยึกหลัก 1:12 เช่นหากทางต่างระดับกัน 1 เมตรให้ทางลาดมีฐาน 12เมตร โดยให้ดีทางลาดควรมีความกว้าง 90cm กรณีที่มีความยากทางลาดมากควรมีชานพัก และมีราวกั้น สูง 80-90cm
  12. ห้องน้ำ ถ้าทำห้องน้ำใหม่ให้ทำห้องน้ำให้กว้างซักหน่อย สำหรับวีลแชร์ วัตถุพื้นความมีพื้นผิวสัมผัส หรือปูยางกันลื่นในส่วนเปียก เลือกสุขภัณฑ์ที่มีความโค้งมน มีราวจับ
    ตัวอย่าง การออกแบบห้องน้ำจาก SCG Elder Care

    ด้านซ้ายติดราวจับให้ผู้สูงอายุ ด้านขวา พื้นระดับเดียวกันระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้ง โดยให้การแซะร่องเป็นที่ระบายน้ำแทน
  13. ห้องนอน ต้องมีพื้นที่ข้างเตียง ห้องนอนควรเผื่อพื้นที่ด้านข้าง 90cm สำหรับ Wheelchair และ ผู้ดูแลสามารถช่วยเหลือได้ เช่นการอุ้ม คนชรา, การป้อนอาหาร หรือ ดูแลทำความสะอาด ห้องนอนกับห้องน้ำควรอยู่ติดกันไม่มีควรออกแบบให้ไม่มีธรณีกั้นระห่างห้องทั้งสอง ลดการสะดุดล้ม และสามารถใช้ Wheelchair เข้าไปในห้องน้ำได้เลย
  14. ห้องครัว ผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้อยู่ยังใช้ห้องครัวในการทำอาหาร รับประทานอาหาร ควรออกแบบเลือกซื้อโต๊ะที่มีความสูงมากกว่า 80cm สำหรับ Wheelchair เคาท์เตอร์ครัวควรมีความสูง 80cm
  15. ห้องนั่งเล่น เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่โปร่งโล่ง ดูอบอุ่น โดยเฉพาะผิวสัมผัสควรจะโค้งมน ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ ตำแหน่งการวางที่เป็นระเบียบ

    ออกแบบห้องให้สามารถอยู่ด้วยกันระหว่างคนในครอบครัว กับผู้สูงอายุ
  16. สวน เป็นส่วนพักผ่อนหย่อนใจของผู้สูงอายุ ควรออกแบบทางเดินของส่วนเป็นพื้่นที่เรียบ (อาจจะวางเป็นอิฐเว้นระยะ หรือ ปูด้วยแผ่นพลาสติก สแลทรองพื้นสวน) พืชที่ปลูกควรเป็นทรงเตี้ย (ไม่แนะนำต้นไม้ใหญ่จะจ้า) หรือ อาจจะใส่ในกระบะ เลยก็ได้
    ปลูกพื้นในกระบะ ก็ได้เช่นกัน

    ความสุขอย่างหนึ่งของผู้สูงอายุคือการปลูกต้นไม้เช่นกัน
  17. พื้นและวัตถุที่ใช้ปูพื้น ควรเป็นวัสดุที่มีผิวสัมผัส ไม่ควรเป็นวัสดุมันเงา อาจทำให้ลื่น พรมอาจเป็นตัวเลือกแต่อาจจะไม่เหมาะกับเมืองไทยมีเรื่องฝุ่นและทำความสะอาดยาก แนะนำอาจจะใช้เป็นพื้นไม้ลามิเนต หรือ เนื้อไม้จริงก็ไม่ว่ากัน

    เลือกวัตถุปูพื้นก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ การสร้างบ้านให้คนแก่
  18. กรณีต้องมีบันได ให้ราวจับที่ปลอดภัย ควรมีที่พัก หรือ วางเก้าอี้ให้พักได้
  19. พยายามให้เปิดโลงที่สุดเท่าที่ทำได้ กรณีมีเรื่องไม่คาดฝัน ผู้ดูแลสามารถเห็นได้ ช่วยเหลือได้ทันถ่วงที
  20. ทำเลที่ตั้งใกล้โรงพยาบาล ข้อสุดท้ายนี้ที่เอามาเป็นอันสุดท้ายเพราะว่าบางครั้งเราไม่สามารถเลือกได้ หากสามารถเลือกได้อันนี้เป็นส่วนสำคัญเลยที่เดียว หากเลือกไม่ได้ควรติดเบอร์โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดไว้ สามารถติดต่อได้ทันท่วงที

นอกจากที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วทาง อุปกรณ์รถเข็นผู้ป่วย หรือ วีลแชร์ไฟฟ้า ก็เป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวก ใช้ในชีวิตประจำวันได้



  • เตียงไฟฟ้าก็เป็นส่วนหนึ่งทีอำนวยความสะดวกผู้สูงอายุเช่นกัน เช่น สามารถลูกขึ้นนั่งได้เอง เนื่องจากมีปรับให้เตียงตั้งตรงได้, สามารถดู TV หรือ เปลี่ยนท่าของร่างกายได้