fbpx

รีวิวราวกั้นเตียง,ราวพยุงออกแบบพิเศษเพื่อสูงวัย

รีวิวราวกั้นเตียง,ราวพยุงออกแบบพิเศษเพื่อสูงวัย

เพราะคนสูงวัยไม่ควรพลัดตก ลื่นล้ม ด้วยสภาพของร่างกายไม่เหมือนกับคนวัยทั่วไปแล้ว การเกิดเหตุการณ์แบบนั้นอาจสร้างอันตรายถึงชีวิตได้  ดังนั้นการดูแลผู้สูงอายุต้องคำนึงเรื่องความปลอดภัยเป็นอันดับแรกการเลือกของใช้อะไรสักอย่างก็ควรคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก อย่างที่อีไลฟ์ได้เขียนบทความเรื่อง 20 เทคนิคสร้างบ้านให้ผู้สูงอายุ และ การจัดห้องนอนให้ผู้สูงอายุปลอดภัยไม่แพ้บ้านพักคนชรา ทั้ง 2 บทความมีการเน้นย้ำเรื่องเกี่ยวการนอนของผู้สูงอายุ ซึ่งสิ่งสำคัญเลยคือการเลือกเตียงนอนให้เหมาะสม และทางเราก็มีการแนะนำให้ผู้สูงอายุใช้เตียงไฟฟ้าเพราะนอกจากให้ความสะดวกในเรื่องการปรับระดับต่างๆแล้ว สิ่งที่เตียงไฟฟ้าต่างจากเตียงธรรมดาก็คือมีราวกั้นเตียงนอนนั้นเองค่ะ

ต้องขอบอกก่อนว่าราวกั้นเตียงของอีไลฟ์มีการออกแบบพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้สูงอายุที่ใช้เตียงไฟฟ้า ซึ่งทีมวิศวะของเราคำนึงถึงหน้าตาที่สวยงาม แข็งแรง ใช้ง่าย และมีอายุการใช้งานที่ยืนยาว วันนี้อีไลฟ์จะมารีวิวให้ท่านเห็นชัดๆเลยว่า ราวอลูมิเนียมของเราใช้งานอย่างไร ? วัสดุเป็นอย่างไรไปดูกันเลย…

ราวกั้นอลูเตียง

รายละเอียดเกี่ยวกับราวอลูมิเนียมยี่ห้ออีไลฟ์ รุ่น EB-3C

วัสดุ อลูมิเนียมกรุด้วยไม้
ขนาด 32*22 นิ้ว (ต่อชิ้น)
ประกอบด้วย/เซต 1ข้าง มี 2ชิ้น
ราคา 8,000

ราวกั้นอลูมิเนียมสำหรับเตียงไฟฟ้า ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย Bed rail รุ่น EB-3C

ราวกั้นอลูมิเนียมสำหรับเตียงไฟฟ้า ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย Bed rail รุ่น EB-3C

ราวกั้นอลูมิเนียมสำหรับเตียงไฟฟ้า ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย Bed rail รุ่น EB-3C

ประโยชน์ของราวอลูมิเนียม ?

  • ช่วยป้องกันผู้สูงอายุตกออกจากเตียง
  • สามารถเป็นราวพยุงให้ผู้สูงอายุเกาะเพื่อทำให้การลุก-นั่งทรงตัวได้มั่นคงขึ้น
  • เมื่อปรังข้างใดข้างนึงลงไม่ว่าจะส่วนหัวหรือท้าย ทั้ง 2 ชิ้นจะไม่ส่งผลกระทบกัน ผู้สูงอายุสามารถปรับนั่งบนเตียงหรือลุกขึ้นสะดวกขึ้น

จุดเด่น

  • ราวแบ่งเป็น 2 ตอน สามารถเลือกส่วนหัว-ท้ายในการปรับขึ้น-ลงได้
  • โครงสร้างอลูมิเนียมไม่ขึ้นสนิมจึงมีระยะเวลาการใช้งานที่นาน
  • รูปทรงสวยงามเป็นมิตรกับเตียง และห้องนอน
  • ปรับใช้งานง่าย สามารถถอดเปลี่ยนราวได้หากไม่ได้ใช้งาน
  • รองรับเฉพาะเตียงไฟฟ้าอีไลฟ์ EB-35 , EB-55 เท่านั้น
  • สามารถเลือกฝั่งที่ต้องการติดได้ ไม่ฟิกตำแหน่ง
วิธีเลือกเตียงผู้ป่วย(ปรับไฟฟ้า) / Adjustable Electric Bed buyer guide
ปรับราวขึ้นทั้ง 2 ข้าง
ราวกั้นอลูมิเนียมสำหรับเตียงไฟฟ้า ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย Bed rail รุ่น EB-3C
สามารถใช้พยุงตัวขึ้นได้

จากภาพสังเกตุได้ว่าระดับความสูงของราวนั้นพอดีที่จะเป็นราวพยุงได้ หากต้องการให้การลุกขึ้นมั่นคงมากยิ่งขึ้นอีไลฟ์แนะนำให้ปรับระดับเตียงต่ำพอดีกับเท้าผู้สูงอายุแนบกับพื้น

ราวกั้นอลูมิเนียมสำหรับเตียงไฟฟ้า ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย Bed rail รุ่น EB-3C
เป็นราว 2 ตอน ปรับขึ้นลงได้ตามต้องการ

สามารถเลือกปรับลงส่วนหัวหรือท้ายก็ได้ โดยที่ทั้ง 2 ไม่รบกวนกันส่วนที่ปรับลงจะเรียบเท่ากันทั้งหมด ผู้ใช้งานส่วนใหญ่นิยมปรับส่วนท้ายเพื่อให้ผู้สูงอายุลุกออกจากเตียงได้สะดวก

การใช้งาน

การยกราวขึ้น

  • เปิดแท่นอลูมิเนียมบนสุดทั้ง 2 ข้างออกจากกัน
  • กำแท่นอลูมิเนียมให้อยู่ระดับเท่ากัน กดปุ่มวงกลมด้านล่างและดันขึ้น

การปรับราวลง

  • เปิดแท่นอลูมิเนียมบนสุดทั้ง 2 ข้างออกจากกัน
  • กำแท่นอลูมิเนียมให้อยู่ระดับเดียวกัน กดปุ่มวงกลมด้านดันขึ้นนิดนึงและดันราวลงมา

 

ความแตกต่างระหว่างราวกั้นอลูมิเนียมและราวไม้ธรรมดา

ราวกั้นเตียงผู้สูงอายุ
เปรียบเทียบราวไม้และราวอลูมิเนียมเมื่อปรับลง 1 ข้าง
ราวกั้นอลูมิเนียมสำหรับเตียงไฟฟ้า ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย Bed rail รุ่น EB-3C
เปรียบเทียบราวไม้และราวอลูมิเนียมเมื่อปรับลงทั้งหมด

สังเกตุได้ว่าหากเป็นราวแบบไม้เมื่อปรับส่วนท้ายลง ราวจะเป็นทางชันลงมาซึ่งแบบนี้ทำให้ผู้สูงอายุลุกขึ้นยืนลำบากและไม่สามารถนั่งเตรียมพร้อมที่จะยืนได้ นอกจากต้องเอาลงพร้อมกันหมดทั้ง 2 ข้าง แต่ราวอลูมิเนียมเป็นราวที่แยกมาเป็น 2 ตอนจึงสามารถยกแยกส่วนใดก็ได้ โดยปกติเมื่อท่านซื้อเตียงกับทางอีไลฟ์เราจะมีราวไม้ให้คุณทั้ง 2 ข้าง แต่จริงๆขอแนะนำว่าฝั่งนึงของเตียงที่เป็นฝั่งติดกับผนังหรือฝั่งที่ไม่ค่อยใช้งานควรเป็นราวไม้ และฝั่งที่ต้องการลุก-นั่งเป็นราวอลูมิเนียม แบบนี้ก็จะช่วยประหยัดเงินและสะดวกกับการใช้งานด้วยค่ะ



 

จัดห้องนอนให้สูงวัย ปลอดภัยไม่ง้อบ้านพักคนชรา

จัดห้องนอนให้สูงวัย

ในปัจจุบันแนวโน้มของผู้สูงอายุ…ในยุคนี้เพิ่มสูงขึ้นและโลกของเรากำลังก้าวไปสู่ยุคที่เรียกว่า สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) สำหรับประเทศไทยขณะนี้ประเทศเราได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) เรียบร้อยแล้ว โดยผู้สูงอายุโดยปกติในสังคมไทยเรานับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไปเป็นผู้สูงอายุและถือว่าเป็นวัยเกษียณอายุราชการไปด้วย โดยมีประชากรผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ไม่ต่ำกว่า 10 % ของจำนวนประชากรทั้งหมด และคาดการณ์กันว่าอัตราผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไปจะพุ่งทะยานจาก 7% ในปี 2005 สูงขึ้นไปแตะ14%ในอีก 9 ปีข้างหน้าปี 2023 ซึ่งเมื่อนั้นเราจะถือว่า ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Completed aged society)

เมื่อต้องดูแลผู้สูงวัยต้องเตรียมอะไรบ้าง ?

  • เตรียมใจให้พร้อม
  1. การดูแลผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยไม่ใช่เรื่องง่าย อันดับแรกครอบครัวต้องพร้อมที่จะเข้าใจผู้สูงอายุอย่างแท้จริงด้วยวัยของเขาเป็นช่วงที่อารมณ์อ่อนไหว ครอบครัวต้องพยายามเข้าใจ
  • เตรียมเงิน
  1. สำหรับใช้จ่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ในการดูแลผู้สูงอายุ เพราะวัยนี้ส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้อุปกรณ์ทั่วไปเหมือนเดิมได้แล้ว เพราะไม่ตอบโจทย์ในเรื่องความปลอดภัย ควรหันไปให้ความสนใจอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะซึ่งราคาก็อาจจะสูงกว่าของคนทั่วไป
  2. ในกรณีจำเป็นต้องจ้างคนดูแล
  • เตรียมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
  1. การเตรียมสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับผู้สูงอายุ ควรเลือกห้องที่มีอากาศถ่ายเท โล่งโปร่งสบาย แนะนำให้ปรึกษาผู้สูงอายุก่อนให้ท่านเลือกที่ที่ถูกใจ
  2. เลือกอุปกรณ์ที่เสริมความปลอดภัย
  • วางแผนการดูแล
  1. ศึกษาวิธีการดูแลผู้สูงอายุอย่างถูกต้อง เช่นอาหารการกิน อุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็นเช่น เครื่องวัดความดัน เครื่องวัดน้ำตาล
  2. เตรียมกิจกรรมที่คลายความเคลียดร่วมกันในครอบครัวอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เช่น การปลูกต้นไม้ ฟังเพลง ออกกำลังกาย หรือการพาท่านไปเที่ยวนอกสถานที่
  3. เลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุคำนึงถึงการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยเป็นหลัก

“การจัดห้องนอนสำหรับดูแลผู้สูงอายุ”

ผู้สูงอายุ…ส่วนใหญ่มักใช้เวลาในห้องนอนมากกว่าสถานที่อื่น ดังนั้นการจัดห้องนอนให้เหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด และหากมองบ้านพักคนชราเป็นตัวอย่างในการจัดห้องนอนก็มีอุปกรณ์เครื่องใช้อย่างครบครัน เพราะการดูแลผู้สูงอายุมีความละเอียดไม่แพ้กับการดูแลเด็กเลย บางเรื่องเป็นสิ่งที่เปราะบางมากๆ ดังนั้นการใส่ใจเป็นสิ่งสำคัญเพราะจะส่งผลทั้งทางด้านจิตใจและสภาวะร่างกายของท่านด้วย  วันนี้อีไลฟ์จะจำลองการจัดห้องนอนให้ผู้สูงอายุให้ปลอดภัยไม่แพ้ในบ้านพักคนชราเลยไปดูกัน…


จัดห้องนอนผู้สูงอายุ
จัดห้องนอนผู้สูงอายุ

1. การจัดห้องนอน

ขนาดเตียงและตำแหน่งของห้องนอน

  • ขนาดพื้นที่ห้องนอน 10 – 12 ตร.ม. สำหรับ 1 คน (ไม่รวมพื้นที่ห้องน้ำ) หรือ 16 – 20 ตร.ม. สำหรับ 2 คน เพื่อให้มีพื้นที่ในสำหรับงานอดิเรก พักผ่อนและเพื่อที่จะเข้าดูแลสะดวกมากขึ้น
  • ห้องนอนควรอยู่ชั้นล่าง หลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้สูงอายุใช้บันไดป้องกันอุบัติเหตุ
  • ถ้าใช้รถเข็นต้องมีพื้นที่ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 150 ซ.ม. ให้กลับรถเข็นได้สะดวก
  • อยู่ใกล้ห้องน้ำ เพราะผู้สูงอายุเริ่มปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน การมีห้องน้ำใกล้ๆจะทำให้ผู้สูงอายุสะดวกมากขึ้น
  • ห้องมีความโปร่ง โล่ง อากาศถ่ายเท เพราะเวลาส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุอยู่ในห้องนอนการมีที่มีอากาศถ่ายเทที่ดีก็ส่งผลกับสุขภาพจิตใจและร่างกายของผู้สูงอายุด้วย

การเลือกอุปกรณ์ภายในห้องนอน

  • ใช้วัสดุปูพื้นโทนสว่าง ที่ไม่ลื่น ไม่แข็งเกิน มีพื้นผิวเสมอกัน หลีกเลี่ยงการมีระดับ (Step) หรือพรม เพื่อป้องกันการสะดุด
  • หลีกเลี่ยงเฟอร์นิเจอร์ที่มีมุมแหลม เลือกโต๊ะ,ตู้,เก้าอี้ ที่มีความโค้งมนเป็นหลัก
  • มีเครื่องฟอกอากาศ เพื่อรักษาความสดชื่นภายในห้องนอน
  • เลือกเครื่องใช้ที่มีสีสบายตา เช่นสีเอิร์ธโทนหรือพาสเทล เช่นผู้ปูที่นอน ผ้าม่าน ผ้าห่มเป็นต้น
  • เครื่องใช้ที่สามารถทำความสะอาดได้ง่าย เพราะการดูแลผู้สูงอายุต้องคำนึงถึงความสะอาดเป็นหลัก
เตียงผู้สูงอายุ
เตียงไฟฟ้าสำหรับดูแลผู้สูงอายุ

2.เลือกเครื่องใช้ที่เหมาะกับผู้สูงอายุ

เลือกอุปกรณ์เครื่องใช้ที่ผ่านการรับรอง/อุปกรณ์การแพทย์

เพราะสภาพร่างกายของผู้สูงอายุไม่เหมือนกับคนทั่วไป ความสามารถในการเคลื่อนไหวต่างๆของร่างกายก็เริ่มถดถอยลงตามเวลา การเปลี่ยนเครื่องใช้หรืออุปกรณ์ควรต้องมีลักษณะเฉพาะที่ออกแบบมาสำหรับดูแลผู้สูงอายุโดยตรงก็สามารถอำนวยความสะดวกและหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุให้กับผู้สูงอายุ เพราะถือเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจได้ดังนั้นการใช้ของเหล่านี้อาจไม่ต้องรอให้ผู้สูงอายุป่วยติดเตียงแล้วถึงใช้งานได้ เพราะอย่าลืมว่าผู้สูงอายุก็ต้องการเครื่องอำนวยความสะดวกเช่นกัน

เตียงนอน

  • เตียงนอนเลือกเป็น เตียงปรับไฟฟ้า เหตุผลว่าทำไม ? ถึงต้องใช้เตียงไฟฟ้าเตียงธรรมดาก็ใช้ได้เหมือนกัน เพราะเตียงปรับไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์การแพทย์ที่ถูกออกแบบพิเศษสำหรับดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยโดยเฉพาะ มีฟังก์ชันการใช้งานเหมือนกับเตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นการปรับระดับเพื่อนั่ง ชันเข่า ระดับสูง-ต่ำ เพื่อให้เหมาะกับการดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับคนใช้งาน แต่ก็จะมีปัญหากับผู้สูงอายุหลายท่านที่ไม่ชอบลักษณะเตียงแบบโรงพยาบาลเพราะให้ความรู้สึกเหมือนตอกย้ำว่าเป็นคนป่วย วิสัยทัศน์เมื่อเอาไปวางในบ้านก็ไม่สวยงาม แต่ปัจจุบันมีการดีไซน์เตียงนอนไฟฟ้าให้เหมือนกับเตียงนอนทั่วไป โครงสร้างเป็นกรุไม้ ดูเป็นมิตรมากขึ้น จริงๆเตียงลักษณะนี้นิยมใช้ตามบ้านพักคนชราในประเทศญี่ปุ่น
  • หลักการเลือกเตียง ควรมีความยาวไม่น้อยกว่า 180 เซนติเมตร ระดับเตียงควรสูงจากพื้นไม่เกิน 40 เซนติเมตร (สูงเท่าระดับพื้นที่ข้อพับเข่า)
  • มีราวกั้นตกเตียง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุตกเตียง และสามารถเป็นที่ยึดทรงตัวให้กับผู้สูงอายุในตอนนั่งและตอนลุกออกจากเตียงนอน ทำให้มั่นคงมากขึ้น
  • ตำแหน่งของเตียง มีพื้นที่ว่างโดยรอบเตียงสามด้านขั้นต่ำ 90 เซนติเมตรหรือสามารถวางเตียงข้างใดข้างนึงติดกับผนังแต่ควรเว้นพื้นที่ข้างเตียงฝั่งตรงข้ามไว้สำหรับให้ผู้ดูแลเข้าดูแลผู้สูงอายุหรือสำหรับวางวีลแชร์

รถเข็นวีลแชร์ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือรถเข็นวีลแชร์แมนนวลและรถเข็นไฟฟ้าซึ่งมีหน้าที่อำนวยความสะดวกเรื่องความเคลื่อนไหวไปยังสถานที่ต่างๆ เพราะผู้สูงอายุเริ่มมีปัญญหาเรื่องการเดิน ปวดเข่า เริ่มทรงตัวได้ลำบาก มาดูหลักการเลือกวีลแชร์ที่ใช้ในบ้านกันเลยค่ะ

  • มีขนาดล้อเล็ก ควรเลือกวีลแชร์ไฟฟ้าหรือแมนนวลที่มีขนาดล้อเล็กเพราะสามารถเคลื่อนตัวสะดวกในที่ที่มีพื้นที่จำกัด ไม่กินพื้นที่ รถเข็นที่ขนาดล้อเล็กสามารถตีวงได้แคบ (หากเป็นรถเข็นแมนนวลจำเป็นต้องมีผู้ดูแลเข็น) นอกจากนี้รถเข็นลักษณะนี้จะไม่รูปร่างไม่เหมือนกับรถเข็นผู้ป่วยจะเหมือนกับเก้าอี้ธรรมดามากกว่า
  • สามารถพับเก็บได้ เพื่อประหยัดพื้นที่ในเวลาที่ไม่ได้ใช้งาน
เตียงผู้สูงอายุ
แสงสว่างในห้องนอนผู้สูงอายุ

3.ห้องนอนต้องมีความสว่างเพียงพอ  ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืนห้องนอนของผู้สูงอายุควรต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ ด้วยปัญหาเรื่องการมองเห็นอาจจะเกิดจากร่างกายผู้สูงอายุเองหรือจากการใช้ยาเองอาจเกิดอุบัติเหตุได้

แสงสว่างในตอนกลางวัน

  • สามารถใช้แสงสว่างจากธรรมชาติได้โดยการเปิดหน้าต่าง ประตู ไว้นอกจากเพื่อความสว่างแล้วยังทำให้อากาศถ่ายเทได้ดี

แสงสว่างในเวลากลางคืน 

  • โดยสาเหตุหลักที่ห้องนอนผู้สูงอายุต้องมีไฟหรือแสงสว่างในเวลากลางคืน เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาจจะปัสสาวะบ่อยหรือจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำในเวลากลางคืน ซึ่งในเวลานั้นผู้ดูแลอาจจะนอนหลับอยู่ ดังนั้นการที่เขาสามารถเปิดใช้งานไฟได้ด้วยตัวเองหรือมีแสงสว่างอยู่ตลอดคืน จะทำให้เขาสามารถเขาห้องน้ำได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรบกวนผู้ดูแลและสามารถป้องกันการสะดุดล้ม และไฟจำพวกนี้ส่วนใหญ่เป็น Warm light เป็นสีที่เป็นมิตรกับการนอนไม่แสบตาหรือรบกวนเวลานอน ปัจจุบันมีการออกแบบไฟสำหรับดูแลผู้สูงอายุในเวลากลางคืน ไม่ว่าจะเป็นไฟที่มีระบบเซนเซอร์ กดสวิซต์ หรือไฟใต้เตียงที่ติดมากับเตียงไฟฟ้า

ทำไมต้องมีไฟใต้เตียง ?

  • ไฟใต้เตียงเป็นไฟที่จะอยู่ใกล้ตัวผู้สูงอายุมากที่สุด ผู้สูงอายุสามารถเปิดไฟบนเตียงได้ทันทีโดยไม่ต้องลุกออกจากเตียง ช่วยลดความเสี่ยงขณะที่กำลังเดินไปหาสวิซต์ไฟและไม่ต้องเรียกคนดูแลให้ช่วยเปิดกลางดึก ปัจจุบันเตียงไฟฟ้ามีแสงไฟฉุกเฉินติดมาด้วยอยู่แล้วมีทั้งเป็นแบบเซ็นเซอร์หรือแบบสวิซต์
  • แสงไฟลดความอึดอัด ผู้สูงอายุบางท่านไม่ชอบนอนในที่มืดทึบจนเกินไปเพราะจะทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก แสงไฟสลัวๆจากใต้เตียงสามารถสร้างความอบอุ่นให้ผู้สูงอายุได้
  • แสงสว่างพอดี ไม่สว่างจ้ารบกวนผู้ดูแลและสมาชิกในบ้าน
  • ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น สามารถหยิบจับของในเวลากลางคืนโดยไม่ต้องรบกวนใคร
  • ผู้ดูแลรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น เพราะแสงไฟจะช่วยให้มองเห็นผู้สูงอายุตลอดคืน
  • เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ดูแลสามารถมองเห็นและช่วยเหลือได้ทันที
สัญญาณฉุกเฉินเรียกคนดูแล
สัญญาณฉุกเฉินเรียกคนดูแล

4.อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย

สัญญาณฉุกเฉิน

  • มีไว้สำหรับขอความช่วยเหลือกับผู้ดูแลหรือบุคคลอื่นๆ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ การหกล้ม ลื่นในห้องน้ำ ได้รับบาดเจ็บ หรือแน่นหน้าอก ในขณะที่ผู้ดูแลไม่ได้อยู่ด้วย เมื่อกดปุ่มผ่านรีโมทก็ส่งสัญญาณไม่ยังผู้ดูแลทันที นิยมติดตั้งปุ่มใช้งานให้ใกล้ผู้สูงอายุมากที่สุด ส่วนใหญ่เลือกที่มีการใช้งานไม่ซับซ้อน

กล้องวงจรปิด

  • ในบ้านพักคนชราส่วนใหญ่ก็ใช้กล้องวงจรปิดหรือกล้อง cctv Long Term Care ไว้สำหรับดูแลผู้สูงอายุเพื่อสามารถรู้ถึงอันตรายของผู้สูงอายุและเช้าช่วยเหลือได้ทันที ในปัจจุบันมีกล้องแบบระบบออนไลน์ที่แสดงผลบนสมาร์ทโฟนสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ต่างจังหวัดหรือนอกบ้านสามารถรับรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุตลอดเวลา

 

รีวิวสัญญาณขอความช่วยเหลือ SmartCall อุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย,ผู้สูงอายุ

รีวิวสัญญาณขอความช่วยเหลือ SmartCall อุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย,ผู้สูงอายุ

ในปัจจุบันอุบัติเหตุในผู้สูงอายุมีเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น การพลัดตก หกล้ม การสะดุด ลื่นในห้องน้ำ บางเคสอาจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบ้าง แต่ก็มีบางคนที่บาดเจ็บร้ายแรงถึงขั้นไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งอุบัติเหตุนั้นอาจเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่คาดคิดหรือในเวลานั้นผู้สูงอายุไม่มีคนดูแลอยู่ด้วย วันนี้อีไลฟ์มีอุปกรณ์เสริมตัวพิเศษที่จะทำให้ระยะห่างของผู้ดูแลกับผู้ป่วยไม่น่ากลัวอีกต่อไป

 

อุปกรณ์ที่ว่าก็คือ Smartcall หรือสัญญาณขอความช่วยเหลือแบบพกพาได้นั้นเอง มาดูกันค่ะว่าตัวสมาร์ทคอลเนี่ยประกอบด้วยอะไรบ้าง

เซตSmartcall
  • กล่องควบคุมสัญญาณไฟ มีหน้าที่ควบคุมระบบไฟฟ้าทั้งหมดและเป็นตัวที่ให้เสียงสัญญาณซึ่งตัวนี้ต้องอยู่ติดกับผู้ดูแลหรือวางตำแหน่งใดก็ได้ที่ผู้ดูแลต้องการ
  • รีโมทคอนโทรล มีหน้าที่กดเพื่อเปิดเรียกสัญญาณฉุกเฉินให้ดังขึ้นซึ่งเข้าใจง่ายๆก็คือมีไว้ให้ผู้ป่วยกดเรียกผู้ดูแลนั้นเอง
  • อะแดปเตอร์ มีหน้าที่ชาร์จแบตตัวกล่องควบคุมไฟฟ้า

ความพิเศษของตัวนี้ก็คือ

  • ไม่ต้องเสียบปลั๊กค้างไว้มีแบตเตอรีในตัว หรือหากสะดวกจะชาร์จไฟตลอดเวลาก็ทำได้เช่นกัน
  • ตัวกล่องควบคุมไฟสามารถรองรับระยะห่างจากผู้ป่วยได้ถึงตึก 5 ชั้น หรือ 2-5 กิโลเมตร คือผู้ดูแลสามารถวางส่วนไหนของบ้านก็ได้นั้นเอง
  • เสียงดัง ชัด ทำหน้าที่เป็นสัญญาณฉุกเฉินได้ดี
  •  มีแสงไฟกระพริบ อันนี้จะเป็นข้อดีในเวลากลางคืน
  •  ตัวรีโมทมีขนาดเล็กกระทัดรัดสามารถติดไว้กับรีโมทเตียงไฟฟ้า โคมไฟ อุปกรณ์ในห้องน้ำหรือส่วนใดก็ได้ที่ผู้ป่วยสามารถกดใช้งานได้ง่ายที่สุด

ทำไม ? ต้องใช้ Smartcall

  • คิดง่ายๆนะคะว่าสมมติคุณยายลื่นล้มในห้องน้ำแล้วเราเนี่ยก็ทำกิจกรรมอยู่นอกบ้าน แล้วถ้ารอให้คุณยายตะโกนเรียกอย่างเดียวเนี่ยคุณยายคงไม่โอเค นอกจากท่านจะบาดเจ็บอยู่คงไม่สามารถออกแรงเพื่อขอความช่วยเหลือได้และกว่าเราจะได้ยิน อาจจะเข้าไปช่วยเหลือไม่ทันแล้วก็ได้ ตัว Smartcall เนี่ยสะดวกที่เราสามารถนำไปวางส่วนไหนก็ได้ เสียงค่อนข้างดัง คุณยายไม่ต้องออกแรงตะโกนให้เสียกำลังและเราก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือท่านได้ทันที
  •  คนดูแลมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น เพราะการดูแลคนป่วยต้องการความใกล้เป็นพิเศษแต่การให้คนดูแลนั่งเฝ้าตลอดเวลาอาจจะสร้างความลำบากไป เพราะผู้ดูอาจจะมีภาระหน้าที่อย่างอื่นที่ต้องทำด้วยไม่ว่าจะเป็นการทำงานบ้านต่างๆ ที่ต้องคลาดสายตากับผู้ป่วยดังนั้นการมีสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินก็สามารถช่วยทำให้ระยะห่างเหล่านั้นเข้าถึงกันง่ายมากขึ้น คนดูแลก็จะมีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้นอีกด้วย
  • ช่วยให้เพื่อบ้านสามารถได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือในขณะที่ผู้ดูแลไม่อยู่ บางครั้งการผู้ป่วยใช้สมาร์ทโฟนโทรเรียกคนดูแลก็จะมีความซับซ้อนมากไป ไม่เหมาะกับเวลาฉุกเฉิน การกดสัญญาณ Smartcall สามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้เช่นกัน

ข้อดีและข้อเสีย

  • ข้อดีคือ : พกพาสะดวก ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อนผู้ใช้งานสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง เสียงดังฟังชัดสามารถวางในรัศมีไกลๆได้ ตอบโจทย์สำหรับเป็นอุปกรณ์เสริมดูแลผู้ป่วย
  • ช้อเสียคือ : เสียงอาจจะฟังดูน่าตกใจ

การดูแลรักษา

  • เพราะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องหลีกเลี่ยงน้ำและความชื้น

 


วิธีดูแลความรู้สึกทางจิตใจในวัยสูงอายุ

วิธีดูแลความรู้สึกทางจิตใจในวัยสูงอายุ

ผู้สูงอายุถือว่าเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลง อวัยวะต่างๆมีการเสื่อม ไม่ว่าจะเป็นกำลังวังชา หรือสุขภาพร่างกายที่เริ่มถดถอยน้อยลง ความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย กล้ามเนื้อ และสุขภาพทางการเดินเคลื่อนไหวค่อนข้างยากลำบาก สายตาสั้นลง เนื้อหนังเหี่ยวย่น  หรือว่าแม้แต่กระทั่งความรู้สึกทางจิตใจและอารมณ์ ยิ่งอายุมากขึ้นตัวผู้สูงอายุเองจะกลายเป็นคนที่คิดเยอะขึ้น มีบางอารมณ์ก็น้อยใจ เรียกง่ายๆได้ว่าหลายร้อยอารมณ์นั่นเอง เนื่องจากผู้สูงอายุจะประสบพบเจอกับการสูญเสียในชีวิตมากมากเช่น สูญเสียคนใกล้ตัว สูญเสียคู่ชีวิต สูญเสียคู่แต่งงาน และสูญเสียหน้าที่การงาน  หรือมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่อยากเป็นภาระของลูกหลาน ไม่อยากที่จะต้องให้ลูกหลานต้องคอยมานั่งดูแล


“นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุจะต้องปรับตัวมากขึ้น เมื่อก้าวเข้าสู่วัยผู้สุงอายุ หากผู้สูงอายุไม่สามารถปรับตัวได้และหากสะสมเป็นระยะเวลานานก็อาจจะพบปัญหาเรื้อรังจนทำให้ผู้สูงอายุอาจป่วยกลายเป็นผู้ป่วยโรคซึ่มเศร้า ซึ่งอาจทำให้ผู้สูงมีความเสี่ยงในการที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งปัญหาสุขภาพจิตของผู้สูงอายุที่พบบ่อย ได้แก่ ความวิตกกังวล ซึมเศร้า นอนไม่หลับ ระแวง และความจำเสื่อม” 

สาเหตุของปัญหาสุขภาพจิตผู้สูงอายุ
ปัจจุบันผู้สูงอายุที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่วัยทองหรือสูงอายุเต็มตัวนั้น มักจะพบปัญหาที่รบกวนจิตใจของผู้สูงอายุจะเป็นเรื่องสัมพันธภาพในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นโดยเฉพาะคนในครอบครัว และสิ่งที่ไวต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุเอง โดยจะมีสุขภาพที่ไม่สดชื่นแจ่มใสเท่าที่ควร เนื่องจากมีสาเหตุได้หลากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบถึงต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้สูงอายุ จนทำให้เสียสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ และสิ่งที่ไวต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุที่สุดคือการเสียหน้า การเสียคุณค่า และการเสียความเคารพจากผู้อื่น ส่วนปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุก็คือ เรื่องความเครียด ความวิตกกังวล ความรู้สึกเหงา ความรู้สึกหว่าเว้ จู้จี้ ขี้บ่น การกลัวถูกทอดทิ้ง รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า และนอนไม่หลับ โดยมีความรู้สึกดังนี้

ความเครียด เป็นสภาวะจิตใจและร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นผลจากการปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือต่อสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้าต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมที่บีบคั้น กดดัน คุกคามให้เกิดความทุกข์ความไม่สบายใจ หรือความไม่พอใจ รู้สึกหงุดหงิด โกรธ คนหรือสภาวการณ์รอบๆตัวอาการความเครียดของผู้สูงอายุเหล่านี้ เราสามารถช่วยเหลือได้โดยวิธีการเข้าไปพูดคุย สร้างสัมพันธภาพให้ผู้สูงอายุ สอบถามสารทุกข์สุขดิบให้สมาชิกคนในครอบครัวสามารถชวนผู้สูงอายุพูดคุย ไม่ให้รู้สึกว่าผู้สูงอายุจะต้องอยู่ตัวคนเดียว ชวนออกไปเที่ยวข้างนอกเปิดหูเปิดตา ทานข้าวนอกบ้าน เดินทางไปเปลี่ยนบรรยากาศการนอนที่ต่างจังหวัด หรืออย่างผู้สูงอายุบางท่าน ไม่สามารถเคลื่อนไหว หรือ เดินนานๆ ได้ เราก็สามารถหาตัวช่วยสำหรับพาผู้สูงอายุเดินทางออกไปข้างนอก นั่นก็คือรถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้า ที่เหมาะสำหรับการพกพาใส่ท้ายรถ มีน้ำหนักเบา ให้ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองโดยเป็นการบังคับรถเข็นไฟฟ้าเอง รู้สึกว่าตัวเองเป็นอิสระ ไม่เป็นภาระของใคร อยากจะไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการจะไปก็สามารถไปได้ รถเข็นไฟฟ้าจะช่วยทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกว่ายังสามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง จะให้ความรู้สึกดีกว่าการนอนอยู่บนเตียงที่บ้านด้วยบรรยากาศแบบเดิมซ้ำๆ

เดินทางขึ้นเครื่องบินโดยรถเข็นไฟฟ้า รุ่น Lite1

รีวิวผู้สูงอายุนั่งรถเข็นไฟฟ้าเที่ยวเชียงคาน จังหวัดเลย


การพาผู้สูงอายุได้เดินทางท่องเที่ยว ถือเป็นการเปิดหูเปิดตาที่ดี ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลายความเครียด สนุกสนาน เพลิดเพลิน และทำให้มีความสุขเป็นอย่างมาก วัยสูงอายุเองก็เป็นวัยที่ต้องการท่องเที่ยว ได้พบปะสังสรรค์ พบปะผู้คน ชื่นชมความงานเช่นเดียวกันกับวัยรุ่นหนุ่มสาว แต่ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นปัญหาทำให้ไม่สามารถทำในสิ่งที่ชื่นชอบได้ ลูกหลานและสมาชิกในครอบครัวเองควรเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่จะพาผู้สูงอายุไปเที่ยวทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เพราะบางทีผู้สูงอายุอาจจะรอคุณชวนอยู่ก็ได้ ที่สำคัญอย่าเพิ่งไปกังวลว่าทริปที่มีผู้สูงอายุร่วมไปด้วย จะทำให้การเดินทางลำบากมากขึ้น หรือจะเคลื่อนพลไปไหนก็กลัวจะไม่สะดวก ไม่คล่องตัว แล้วจะทำให้ทริปนั้นหมดความสนุกไป แต่ที่จริงแล้วหากคุณมีการวางแผนล่วงหน้าที่ดี เตรียมตัวกับเรื่องต่างๆ ให้พร้อม สิ่งที่คุณกังวลก็จะหมดไปได้  หากผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลาย อาจจะให้ปัญหาที่เกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล  แต่สำหรับผู้สูงอายุหลายๆ ท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเดินช้า เดินไม่ไหว หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว จำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ช่วยเหลือ นั่นก็คือรถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้า คงจะมีความกังวลไม่น้อยว่าจะเที่ยวสนุกหรือไม่ พื้นที่ในการพกพารถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้านั้นไม่เพียงพอที่จะสามารถใส่ท้ายรถไปด้วยได้ แต่ในปัจจุบันเรามีรถเข็นที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งรูปลักษณะ คุณสมบัติ ที่เหมาะสมกับบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล หรือเหมาะสำหรับการพกพาให้เลือกหลากหลายยิ่งขึ้น โดยรถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้าที่คนนิยมกันส่วนใหญ่จะเลือกใช้งานจะเป็นรถเข็นวีลแชร์ที่มีน้ำหนักเบา สามารถพับเก็บได้เล็ก กระทัดรัด และที่สำคัญคนดูแลสามารถยกขึ้นรถได้ มีทั้งแบบเป็นรถเข็นวีลแชร์ธรรมดา (Wheelchair Manual) และวีลแชร์ไฟฟ้า,รถเข็นไฟฟ้า (Power Wheelchair) หลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกใช้งานได้ตรงตามลักษณะของผู้สูงอายุอีกด้วย

ความวิตกกังวล โดยส่วนใหญ่ผู้สูงอายุมักจะมีความวิตกกังวลที่ต้องพึ่งพาลูกหลาน และมักจะแสดงออกชัดเจน เป็นความกลัว ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง กลัวไม่มีคนเคารพยกย่องนับถือกลัว ว่าตนเองไร้ค่ากลัวถูกทอดทิ้ง  บางอย่างอาจะจะเป็นปัญหาการวิตกกังวลไปเอง โดยวิธีแก้ปัญหาจะเริ่มด้วยการสอนให้คิด และวิธีปรับมุมมองให้กว้าง หรืออาจจะดึงลูกหลานเข้ามาสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สูงอายุ

รู้สึกว่าลูกหลานไม่เคารพ รู้สึกว่าตนเองถูกลูกหลานทอดทิ้ง รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า เป็นธรรมดาเมื่อผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้นก็กลัวว่าลูกหลานที่ค่อยๆเจริญเติบโต จะไม่เชื่อฟังคำสอน และเวลาคุยด้วยจะไม่มีใครฟัง เมื่อบอกลูกหลานแล้วลูกหลานหรือคนในครอบครัวไม่รับฟัง ก็จะมีความรู้สึกน้อยใจ รู้สึกเสียใจคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า การแก้ไขปัญหานี้คือทุกคนในครอบครัวต้องให้เวลากับผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก พูดคุยด้วยบ่อยๆ ไม่ให้ผู้สูงอายุรู้สึกเหงา หาเวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกัน หรือพาไปเปลี่ยนบรรยากาศนอกบ้าน เท่านี้ผู้สูงอายุก็รู้สึกว่าคนในครอบครัว และลูกหลานยังให้ความสำคัญ

จู้จี้ขี้บ่น เป็นธรรมชาติและธรรมดาของผู้สูงอายุที่จะจู้จี้ จุกจิก และบ่นเรื่องที่ไม่ได้ดั่งใจมากนัก เนื่องจากผู้สูงอายุไม่สามารถลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง ด้วยเนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพและการเคลื่อนไหว จึงจำเป็นต้องมีผู้ช่วย หรือผู้ดูแล เมื่อผู้ช่วยหรือผู้ดูแลทำไม่ถูกใจ ก็จะบ่น จู้จี้ จุกจิก เป็นเรื่องธรรมดา ที่สำคัญต้องไม่ชวนทะเลาะหรือเก็บเรื่องที่ผู้สูงอายุบ่นมาเป็นอารมณ์ แต่พยายามทำความเข้าใจธรรมชาติของผู้สูงอายุที่มีลักษณะ ยํ้าคิดยํ้าทำและติดอยู่กับอดีต และไม่ควรตอบโต้ด้วยอารมณ์ที่รุนแรง

ดังนั้นกล่าวคือสุขภาพจิตใจของผู้สูงอายุ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่ง ที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องช่วยกันดูแลและเอาใจใส่ จิตใจของผู้สูงอายุเปราะบางคล้ายคลึงกับเราในสมัยเด็กที่ไม่ว่าเจออะไรนิดๆหน่อย ก็มีผลต่อจิตใจ เสียใจ น้อยใจ หรือร้องไห้ นั่นก็เหมือนกับผู้สูงอายุ ที่เมื่ออายุมากขึ้นก็รู้ว่าไม่อยากเป็นภาระของลูกๆหลานๆ และสมาชิกในครอบครัว อยู่ๆ ก็มีอาการน้อยใจ หดหู่ มีความวิตกกังวล เราเป็นลูกเป็นหลาน เป็นคนดูแลผู้สูงอายุ สิ่งที่เราสามารถทำได้นั่นก็คือพูดคุย สอบถามถึงกิจวัตรประจำวัน สารทุกข์สุขดิบทั่วๆไป หรือพูดคุยสอบถามเกี่ยวกับปัญหาที่เจอในแต่ละวัน ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจผู้สูงอายุ ไม่ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้าน ควรพาออกไปข้างนอก พบปะสังสรรค์กับครอบครัว หรือพาไปพบเพื่อน แต่หากในขณะที่พาผู้สูงอายุเดินทางออกนอกบ้านแล้วพบปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ อาจจะแนะนำให้ผู้สูงอายุใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน หรืออาจนั่งรถเข็นวีลแชร์ แต่ปกติแล้วผู้สูงอายุที่ยังพอสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จะไม่คอยชอบเป็นภาระของผู้อื่น อยากที่จะเดินทางไปไหนมาไหนอย่างเป็นอิสระ ดังนั้นรถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้าจึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ชอบใช้ชีวิตแบบอิสระมากที่สุดค่ะ


เตียงไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุรุ่น EB-55 ปรับได้ 5 ฟังก์ชั่น

นอนไม่หลับ ผู้สูงอายุที่มีปัญหานอนไม่หลับ มักจะชอบตื่นขึ้นกลางดึกหรือไม่ก็ ตื่นเช้ากว่าปกติและเมื่อตื่นแล้วก็หลับต่อยาก ทำให้รบกวนสมาธิคนอื่นในบ้านที่กำลังนอนหลับอยู่ด้วย ทั้งนี้สาเหตุของการนอนไม่หลับ อาจเกิดจากการนอนกลางวันมากเกินไป ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายหรือใช้แรงงาน ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียเมื่อได้เวลานอนอาจวิตกกังวลบางเรื่องอยู่ ที่นอนไม่สบายอากาศร้อนหรือเย็นเกินไป มีปัญหาทางร่างกายที่รบกวนการนอน ดังนั้นเราควรสร้างบรรยากาศการนอนให้กับผู้สูงอายุ ให้รู้สึกอบอุ่น เหมือนมีคนคอยดูแลตลอดเวลา หากเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ควรใช้เตียงไฟฟ้าปรับระดับได้สำหรับผู้สูงอายุ แต่..จะมีผู้สูงอายุหลายๆ ท่านไม่อยากใช้เตียงไฟฟ้าที่เป็นไฟเบอร์กลาส หรือเตียงผู้ป่วยแบบมือหมุนเนื่องจากจะรู้สึกว่าตัวเองเหมือนผู้ป่วยตามโรงพยาบาล ดังนั้นเตียงไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุที่เราเลือกใช้ ควรเน้นเป็นเตียงไฟฟ้าแบบโฮมแคร์ (Homecare) เตียงไฟฟ้าบ้านๆ ที่สร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับผู้สูงอายุรู้สึกว่าอยู่บ้าน ไม่ใช่ผู้ป่วย เพราะสภาพแวดล้อมก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้สูงอายุนอนไม่หลับได้เช่นกัน



และในเวลากลางคืน หากผู้สูงอายุนอนหลับ ไม่ควรที่จะปิดไฟจนมืดเกินไป อาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก นั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุนอนไม่หลับก็ได้  เราจึงควรมีแสงไฟเพื่อส่องสว่างให้กับผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุพอจะมองเห็นสิ่งของรอบๆ ตัว ทำให้ไม่อึดอัด แต่หลอดไฟทั่วไปมีแสงที่สว่างจ้ามากเกินไป อาจทำให้รบกวนสายตาของผู้สูงอายุและรบกวนเวลาการพักผ่อนหลับนอนของคนในครอบครัว แต่จะมีอุปกรณ์เสริมไฟใต้เตียงเรียกว่า Smart Care  เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยในเรื่องดีไซน์ความสวยงาม การสร้างบรรยากาศการนอนให้กับผู้สูงอายุ มีแสงสว่างเล็กน้อยในการนอนเวลากลางคืน และเพื่อฝึกให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ นั่นก็คือการ เปิด-ปิดไฟ หรือปรับระดับแสงสว่างของไฟได้ตามความต้องการ ไฟดวงนี้เป็นไฟ Warm light ถนอมสายตา ไม่สว่างจ้า รบกวนการนอนของผู้สูงอายุและคนในครอบครัว และหากผู้สูงอายุเกิดต้องการลุกขึ้นจากที่นอนกลางดึก ไฟใต้เตียงก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถมองเห็นสิ่งกีดขวางได้ ถือว่าช่วยในเรื่องการมองเห็นได้ดีและปลอดภัยมากๆ ค่ะ

“ข้อดีของไฟใต้เตียง จะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกอบอุ่น รู้สึกปลอดภัยทุกครั้งเมื่อตื่นขึ้นมากลางดึก ทำให้ผู้สูงอายุมองเห็นรอบๆ หรือเห็นคนในครอบครัวกำลังหลับอยู่ ดังนั้นความรู้สึกของผู้สูงอายุ ที่รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย รู้สึกเครียดหรือรู้สึกกังวลจะค่อยๆ คลายออกไป การสร้างบรรยากาศในการนอนหลับ เป็นเรื่องที่สมาชิกในครอบครัวสามารถสร้างจำลองให้กับผู้สูงอายุได้ เพื่อการนอนหลับพักผ่อนที่ดีของผู้สูงอายุ “

เตียงไฟฟ้าเพื่อผู้สูงอายุ ติดไฟใต้เตียง (ไฟสามารถปรับระดับความสว่างได้)

วิธีช่วยให้ผู้สูงอายุนอนหลับได้ดียิ่งขึ้นดังนี้
1. ให้ความรู้กับผู้สูงอายุเพื่อปรับแผนการนอนให้เหมาะสม
2. ดูแลให้ผู้สูงอายุที่มีอาการเจ็บป่วยทางด้านร่างกายให้ได้รับการจัดการหรือควบคุมอาการต่างๆ ที่ทำให้เกิดความไม่สุขสบายตัว ได้รู้สึกดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อการนอนหลับ ลดปัญหาการปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน โดยแนะนำให้ผู้สูงอายุปัสสาวะก่อนเข้านอนหรือจัดที่นอนให้อยู่ใกล้ห้องน้ำ หรือเตรียมกระโถนไว้ภายในห้องนอน
3. แนะนำให้ผู้สูงอายุรับประทานมื้อเย็นในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป อาหารที่ย่อยยากจะทำให้เกิดการอึดอัดแน่นท้อง นอนไม่หลับ ควรให้ผู้สูงอายุสวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย  และสุดท้ายอาจจะให้ผู้สูงอายุดื่มนมอุ่นๆ หรือโอวัลตินก่อนนอน
4. ควรมีกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุได้ทำในระหว่างวัน เช่น ทำความสะอาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ หลีกเลี่ยงการนอนหลับในเวลากลางวัน
5. ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทถั่ว ผักดิบ ของหมักดอง เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดแก๊ซในกระเพราะอาหารมาก ส่งผลให้รู้สึกไม่สบายตัว ทำให้นอนหลับยาก นอกจากนี้ควรงดอาหารที่มีไขมันสูงก่อนนอน เพราะทำให้ระบบการย่อยอาหารต้องทำงานหนัก
6. ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนนอน 3 ชั่วโมง เนื่องจากการออกกำลังกายในตอนเย็นหรือก่อนนอนจะเพิ่มระดับการกระตุ้นของระบบประสาทโดยอัตโนมัติ ทำให้นอนหลับได้ยากขึ้น และถ้านอนไม่หลับภายใน 30 นาทีให้ลุกจากเตียงและทำกิจกรรมอื่นเบาๆ จนกว่าจะรู้สึกง่วงนอนอีกครั้ง
7. ช่วยผู้สูงอายุผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนนอนโดยการนวดตามร่างกายของผู้สูงอายุ ทำให้เกิดการผ่อนคลายทั้งด้านจิตใจและอารมณ์ ช่วยลดความเครียด การฝึกสมาธิช่วยให้จิตใจสงบ จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว การฝึกหายใจแบบลึกๆ ก็เป็นการผ่อนคลายร่างกายช่วยให้การนอนหลับของผู้สูงอายุนั้นดีขึ้น
8. ให้ผู้สูงอายุฟังเพลง ฟังธรรมมะเปิดฟังเบาๆ หรืออ่านหนังสือสวดมนต์และหนังสือที่ชอบเพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด ช่วยทำให้การนอนหลับดีขึ้นด้วยค่ะ

” ปัญหาของผู้สูงอายุที่นอนไม่หลับ เป็นปัญหาหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการนอนหลับเป็นเวลาที่ร่างกายจะได้พักผ่อนและฟื้นฟูซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ซึ่งหากผู้สูงอายุไม่ได้นอนหลับพักผ่อนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอแล้ว ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น ความคิดความอ่านช้าลง อ่อนเพลีย ความจำไม่ดี ดังนั้น ต้องหันมาดูแลผู้สูงอายุ ให้สามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเพียงพอประเด็นหลักของอาการนอนไม่หลับเป็นสิ่งที่เกิดกับผู้ที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ คนดูแลหรือคนใกล้ตัวผู้สูงอายุจึงจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจและปรับตัวเพื่อตั้งรับและแก้ไขปัญหาได้ แนะนำให้ลองนำวิธีทั้ง 8 ข้อข้างต้นไปปฏิบัติตาม  ถ้าอาการนอนไม่หลับยังไม่ดีขึ้น ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ ให้แพทย์ตรวจค้นหาโรค ที่เป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับค่ะ ” 

 

เตียงไฟฟ้าต่างจากเตียงนอนธรรมดาอย่างไร ?

เตียงไฟฟ้าต่างจากเตียงธรรมดายังไง

เตียงนอนเป็นเครื่องเรือน...ที่สำคัญกับมนุษย์เรามากไม่ว่าจะช่วงวัยไหน ประโยชน์ใช้สอยเพื่อรองรับสรีระในขณะนอนหลับพักผ่อน เมื่อมีเตียงนอนที่ดีก็จะทำให้การนอนหลับพักผ่อนแต่ละคืนมีประสิทธิภาพส่งผลดีกับร่างกายให้มีการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ การนอนหลับที่เพียงพอสำคัญกับร่างกายไม่ว่าจะช่วงอายุใดก็ตาม เพราะขณะที่นอนหลับพักผ่อนร่างกายจะเริ่มซ่อมแซมในส่วนที่สึกหลอ ลดความดันโลหิต ส่งผลกับอารมณ์ในตอนเช้า

เตียงนอนธรรมดา
เตียงนอนธรรมดา

ปัจจุบันเตียงมีหลากหลายประเภท…ให้เลือกใช้งาน ทั้งเรื่องขนาด ดีไซน์ความสวยงาม วัสดุ แบรนด์ สามารถเลือกสรรได้ความพึงพอใจและตามการใช้งาน  โดยปกติเตียงนอนสามารถเข้าได้กับผู้คนทุกเพศและอาจจะทุกวัย แต่สำหรับผู้สูงอายุการเลือกใช้งานเตียงนอนเริ่มจะมีข้อจำกัดมากกว่าคนทั่วไป เพราะต้องมีเรื่องช่วยการเคลื่อนไหว ย้ายตัว และความปลอดภัยเข้ามาเกี่ยวข้อง

หากพูดถึงเรื่องเตียงนอนที่สามารถช่วยในเรื่องการเคลื่อนไหวก็จะต้องเป็นเตียงที่สามารถปรับระดับต่างๆได้ เราต่างจะต้องนึกถึงเตียงผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาล มีชื่อเรียกทั่วไปว่า “เตียงไฟฟ้า” คนส่วนใหญ่มักไม่ถูกใจหากจะต้องนำไปวางในบ้าน แต่ในปัจจุบันเตียงไฟฟ้าที่ว่ามีหลากหลายดีไซน์มากขึ้น สวยงาม แทบจะเหมือนเตียงนอนทั่วไปเลยทีเดียว เรามาดูกันว่าเตียงไฟฟ้ามีความแตกต่างจากเตียงธรรมดาอย่างไร ? และสามารถช่วยอะไรผู้สูงอายุได้บ้าง ?

เตียงไฟฟ้ามีความแตกต่างจากเตียงธรรมดาอย่างไร ?
เตียงธรรมดา เตียงไฟฟ้า
เป็นเฟอร์นิเจอร์อำนวยความสะดวก เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ทางการแพทย์ ที่ต้องผ่านการรับรองเท่านั้น
หาซื้อได้ตามร้านเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำทั่วไป หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การแพทย์เท่านั้น
ราคาเริ่ม 5000-200,000++ แล้วแต่แบรนด์ วัสดุ ราคาเริ่มต้น 15,000-200,000 (ขึ้นอยู่กับคุณภาพมอเตอร์ วัสดุ)
เหมาะสำหรับคนทั่วไป เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง
ใช้งานนอนหลับพักผ่อนทั่วไป ไม่มีการบังคับใดๆทั้งสิ้น สามารถปรับระดับต่างๆด้วยรีโมทไฟฟ้า ควบคุมระบบโดยมอเตอร์ไฟฟ้า
มีหลากหลายขนาด ดีไซน์ให้เลือกใช้งาน สวยงาม ส่วนใหญ่เป็นขนาด 3 ฟุต ดีไซน์มีให้เลือกเยอะ

คุณอาจจะยังไม่ทราบว่า “เตียงไฟฟ้าหรือเตียงนอนปรับไฟฟ้า” จัดเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องผ่านการรับรองเท่านั้น เพราะเป็นเครื่องใช้ที่ออกแบบพิเศษมาเพื่อผู้ป่วย ผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เตียงชนิดนี้จะเป็นเตียงนอนที่เพิ่มฟังก์ชันการปรับระดับต่างๆโดยระบบไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้ความสะดวกกับผู้ป่วยในการเคลื่อนย้ายร่างกายและผู้ดูแล

สิ่งที่เตียงไฟฟ้ามีส่วนประกอบต่างจากเตียงนอนธรรมดาคือ…

  • มอเตอร์ที่ควบคุมการทำงาน
  • รีโมทคอนโทรลสำหรับการสั่งงาน
  • อุปกรณ์เสริมจำพวกบาร์พยุง
  • ที่นอนป้องกันแผลกดทับ
  • ราวกั้นกันผู้ป่วยตกเตียง
  • ไฟใต้เตียง
  • อุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับเรียกผู้ดูแล

ทำไม ? ผู้สูงอายุและผู้ป่วยต้องใช้เตียงนอนไฟฟ้า

  • ป้องกันการพลัดหล่นออกจากเตียง เพราะมีราวกั้นและประโยชน์ของราวกั้นก็คือเป็นที่ยึดพยุงตัวทำให้ผู้สูงอายุไม่ล้ม
  • ลดการสะดุด หกล้มในเวลากลางคืน เพราะมีแสงสว่างจากไฟใต้เตียง
  • ทำให้การลุกขึ้นทรงตัวมั่นคง เพราะการปรับระดับสูง-ต่ำผู้สูงอายุสามารถปรับให้อยู่ในระดับที่พอดีกับสรีระ ทำให้เท้าถึงพื้นได้อย่างมั่นคง
  • ช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้นทำให้รู้สึกมีค่าในตัวเอง ผู้สูงอายุสามารถปรับระดับลุกนั่งอ่านหนังสือ ทานข้าว ดูหนัง
  • ลดการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้ผู้สูงวัยปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือเกิดอาการบาดเจ็บจากการฝืนออกแรงมากเกินไปเพื่อลุกขึ้นนั่ง หรือเปลี่ยนอิริยาบถอื่นๆ
  • ให้ความสะดวกกับผู้ดูแลในการเปลี่ยนแพมเพิส การทำความสะอาดร่างกายในกรณีผู้ใช้งานเป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยพักฟื้นหลังผ่าตัด
ผู้สูงอายุปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน

จริงๆแล้วเตียงไฟฟ้า นิยมใช้งานมานานแล้วในบ้านผู้สูงอายุของประเทศญี่ปุ่น เพราะดีไซน์ที่เปลี่ยนจากโครงสีขาวเหมือนโรงพยาบาลมาเป็นโครงกรุไม้ที่หน้าตาเป็นมิตรกับบ้าน ดูอบอุ่นมากขึ้น การดีไซน์แบบนี้ส่งผลกับความรู้สึกผู้ใช้งานทำให้เขาเห็นค่าในตัวเองมากขึ้น ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนป่วย แถมยังสร้างวิสัยทัศน์ที่ดีในบ้านและคนในครอบครัว

ตัวอย่างห้องนอนบ้านผู้สูงอายุในญี่ปุ่น
ทริคการเลือกเตียงไฟฟ้า

สรุป

เตียงนอนธรรมดาเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยแต่อาจจะยังไม่ตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยหากคนใช้งานเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย ด้วยเรื่องที่เป็นอุปกรณ์การแพทย์และประสิทธิภาพการทำงานที่เตียงไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยโดยเฉพาะ แต่ข้อเสียก็คือเตียงไฟฟ้าไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านทั่วไปต้องซื้อผ่านร้านขายยาหรือร้านที่นำเข้าอุปกรณ์การแพทย์แบบนี้โดยเฉพาะ และดีไซน์ที่ยังมีให้เลือกน้อยแบบ สุดท้ายจริงๆแล้วการที่ผู้สูงอายุเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เตียงไฟฟ้าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าถ้าเทียบกับที่สามารถป้องกันอุบัติเหตุ พลัด ตกหกล้มต่างๆได้ มาดูแลคนที่คุณรักให้มีความสุขในทุกๆวันกันค่ะ

ตัวอย่างเตียงนอนไฟฟ้าในไทย