fbpx

เช็คให้ชัวร์ ก่อนนำรถเข็นผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบิน

เช็คให้ชัวร์ ก่อนนำรถเข็นผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบิน

การเดินทางท่องเที่ยวนั้นถือเป็นเรื่องที่ง่ายและสะดวกสบายเป็นอย่างมากในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในประเทศหรือการเดินทางต่างประเทศ ก็สามารถเลือกเดินทางท่องเที่ยวได้ง่ายๆ ด้วยเครื่องบินที่มีโปรโมชั่นหรือส่วนลดต่างให้ได้เลือกเดินทางกันตลอดทั้งปี

รถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน รถเข็นไฟฟ้า Lite7 เที่ยวเกาะเจจู

ซึ่งสำหรับคนปกติทั่วไปนั้นคงไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับการเดินทางด้วยเครื่องบิน แต่ถ้าหากเป็นผู้พิการ หรือ ผู้ที่ไม่สามารถเดินได้ ต้องนั่งรถเข็น หรือ นั่งวีลแชร์นั้นสามารถเดินทางไปท่องเที่ยว หรือ เดินทางโดยเครื่องบินได้หรือไม่ ถ้าได้ต้องทำยังไงบ้าง จะได้รับความช่วยเหลือจากสายการบินหรือไม่ เรียกว่าเป็นคำถามในใจของใครหลายๆ คนที่มีญาติหรือคนใกล้ชิดเป็นผู้พิการและต้องการเดินทางด้วยเครื่องบิน ก่อนอื่นคือต้องตอบเลยว่า “ผู้พิการหรือผู้ที่มีปัญหาด้านการเดินเคลื่อนไหวสามารถเดินทางด้วยเครื่องบินได้ สำหรับทุกสายการบิน” แต่ควรมีญาติหรือคนใกล้ชิดร่วมในการเดินทางด้วยนั่นเอง

การขอวีลแชร์ในการเดินทางนั้นจะมีอยู่หลายประเภท ไม่เพียงแค่ผู้พิการเท่านั้น อาจรวมไปถึง ผู้ที่มีการจำกัดทางด้านการแพทย์อื่นๆ อาทิ ไม่สามารถเดินในระยะทางที่ไกลๆ ได้ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการเดิน หรือประสบอุบัติเหตุมา รวมถึงการมีอาการป่วยก็สามารถขอวีลแชร์หรือรถเข็นได้เช่นกัน ก่อนอื่นต้องแบ่งเป็น 2 กรณีคือ

ผู้โดยสารที่มีรถเข็นมาเอง ซึ่งก่อนอื่นเลยคุณต้องทำการแจ้งกับทางสายการบินล่วงหน้าว่ามีผู้ร่วมเดินทางเป็นผู้พิการ หรือ มีปัญหาในด้านการเดินต้องใช้รถเข็นหรือวีลแชร์ และมีรถเข็นเป็นของตัวเอง ซึ่งควรแจ้งล่วงหน้าก่อนวันเดินทางอย่างน้อย 48-72 ชั่วโมง เมื่อไปถึงสนามบินและเช็คอินต่างๆ เรียบร้อยเจ้าหน้าที่จะเป็นคนดูแล และเข็นผู้พิการไปยังจุดต่างๆจนถึงหน้าเกทและการขึ้นเครื่อง ซึ่งรถเข็นจะถูกนำไปโหลดเก็บไว้ใต้เครื่องแทนและทางสายการบิน รวมถึงผู่ร่วมเดินทางต้องช่วยเหลือในขั้นตอนต่อไปนั่นเอง ห้ามลืมเด็ดขาดนะคะว่าต้องแจ้งกับทางสายการบินก่อนล่วงหน้าทุกครั้ง

ผู้โดยสารที่ไม่มีรถเข็น ผู้ที่ไม่มีรถเข็นส่วนตัวก็ต้องแบ่งแยกย่อยอีกหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น การใช้วีลแชร์สำหรับผู้โดยสารที่ไม่สามารถเดินได้เลย ผู้โดยสารที่สามารถเดินด้วยตัวเองได้ เช่นเดินขึ้นบันได หรือ เดินไปยังที่นั่งของตัวเองได้ หรือ ผู้โดยสารที่สามารถเดินในทางเรียบปกติได้แต่ไม่สามารถเดินขึ้นบันไดได้นั่นเอง ซึ่งแต่ละอาการหรือแต่ละประเภทเจ้าหน้าที่สายการบินจะได้หาแนวทางในการอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ ที่ต้องการรถเข็นและความช่วยเหลือนั่นเอง

**โดยก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่าสายการบินแต่ละสายการบิน ถึงแม้จะมีวีลแชร์ หรือ รถเข็นสำรองไว้ แต่หากเราไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าก็อาจทำให้เกิดปัญหาหรือความลำบากในภายหลังได้เช่นกัน**

ซึ่งบางสายการบินอาจมีการแจ้งเลยว่าสำหรับผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์นั้นต้องมีผู้ติดตามอย่างน้อย 1 คน และต้องทำการแจ้งล่วงหน้าแก่สายการบินทุกครั้ง หรือ จะแจ้งตั้งแต่การ Booking ตั๋วเครื่องบินก็สามารถทำได้เช่นกัน และผู้พิการหรือผู้สูงอายุจะได้สิทธิ์ในการขึ้นเครื่องก่อนผู้โดยสารท่านอื่นๆ อีกทั้งอาจต้องมีการใช้ช่องทางพิเศษต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เดินทาง แต่ควรเลือกใช้วีลแชร์ของตัวเองดีที่สุดนะคะ

ซึ่งก็ไขข้อข้องใจกันได้แล้วว่าผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ต้องนั่งวีลแชร์สามารถเดินทางขึ้นเครื่องบินได้ รวมถึงผู้พิการด้านอื่นๆ ก็สามารถขึ้นเครื่องหรือเดินทางไปต่างประเทศได้เช่นเดียวกัน แต่อาจต้องมีการขอเอกสาร และ ใบรับรองแพทย์เป็นภาษาอังกฤษ หรือ ยาที่ต้องใช้สำหรับผู้ป่วย หรือ ผู้พิการทางด้านอื่นๆ แจ้งแก่เจ้าหน้าที่ ตม. อีกทั้งสำหรับผู้พิการที่ต้องเดินทางด้วยวีลแชร์ต้องให้ทางสายการบินเราแจ้งกับทางสายการบินปลายทางเพื่ออำนวยความสะดวกต่อให้ผู้พิการและผู้ติดตามหรือผู้ร่วมเดินทางด้วยนั่นเอง และอย่าลืมศึกษาเงื่อนไขของแต่ละสายการบินสำหรับการเดินทางของผู้พิการด้วยนะคะ

รถเข็นวีลแชร์คนพิการหรือผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบินฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายหรือไม่

สำหรับท่านผู้โดยสาร ที่ต้องการเดินทางโดยสารเครื่องบิน อาจจะจำเป็นต้องพกรถเข็นวีลแชร์ไปด้วยเนื่องจากมีผู้สูงอายุเดินทางร่วมทริปด้วย แต่ยังไม่เคยมีความรู้ขั้นตอนของแต่ละสายการบิน และบางท่านก็มีความเข้าใจผิดๆ ว่า สายการบินจะต้องคิดน้ำหนักรถเข็นวีลแชร์ รวมกับน้ำหนักกระเป๋าด้วย เลยจำเป็นต้องหารถเข็นวีลแชร์ที่มีน้ำหนักน้อยๆ เพราะจะได้ไม่ต้องโดนสายการบินคิดน้ำหนักสัมภาระเพิ่ม จริงๆ แล้วแนะนำให้ตรวจเช็คกับสายการบินที่ใช้บริการ ว่ามีค่าใช้จ่ายต้องชำระเพิ่มเติมหรือไม่ กรณีนำรถเข็นวีลแชร์ขึ้นเครื่องบิน แต่โดยปกติแล้ว หากเป็นรถเข็นวีลแชร์ หรือวีลแชร์ไฟฟ้า ทางสายการบินจะอนุญาตให้พกขึ้นเครื่องบินได้ โดยวิธีการโหลดลงใต้ท้องเครื่อง Load on board หรือหากผู้โดยสารในไฟลท์บินนั้นๆ เคลื่อนไหวไม่ได้เลย จำเป็นต้องใช้รถเข็นวีลแชร์ไปจนถึง หน้า Gate ก็สามารถแจ้งกับสายการบินได้ แล้วก็ไปโหลดหน้า Gate ได้เลยค่ะ หรือบางสายการบินจำเป็นจะต้องโหลดตั้งแต่ตรงจุดเช็คอิน Check in สายการบินก็จะนำรถเข็นวีลแชร์ของสนามบิน มาให้ใช้ไปจนถึงหน้าประตู Gate

 

ก่อนเลือกจองตั๋วเครื่องบินควรศึกษารายละเอียดและข้อกำหนดต่างๆของสายการบินที่ต้องการจะจองตั๋วอย่างน้อย 48 ชั่วโมง เพื่อขอคำแนะนำและสอบถามวิธีการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินไปด้วยว่ามีข้อกำหนดและต้องปฏิบัติอย่างไรบ้าง แต่โดยทั่วไปแล้วทางสายการบินจะให้ลูกค้ากรอกเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับน้ำหนักและขนาดของตัวรถ ประเภทและประจุของแบตเตอรี่เพื่อขออนุญาตนำรถเข็นขึ้นไปด้วย  โดยทั่วไปตามกฎของสมาคมการบินนานาชาติ IATA อนุญาตให้นำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินไปได้ ซึ่งถ้าผู้ใช้งานเป็นผู้โดยสารจะไม่คิดเป็นน้ำหนักของสัมภาระเพราะคิดว่าเป็นสิ่งจำเป็นต้องการใช้งาน แต่หากผู้ใช้งานไม่ได้โดยสารมาด้วยวีลแชร์ไฟฟ้านั้นจะถูกคิดรวมกับน้ำหนักสัมภาระ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนั้นเพิ่มขึ้นอีก

และสิ่งที่ต้องดูก่อนจะนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน คือ “แบตเตอรี่” นั่นเอง เพราะแบตเตอรี่ถือว่าเป็นวัตถุอันตรายอาจทำให้เกิดประกายไฟได้ แต่ถ้าสายการบินห้ามไม่ให้เอาแบตเตอรี่ไปด้วยก็ไม่สามารถใช้งานรถเข็นไฟฟ้าได้เพราะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เพื่อขับเคลื่อน ข้อกำหนดของสายการบินสากล IATA จึงอนุญาตให้แบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบินได้แต่มีข้อกำหนดดังนี้

ขนาดประจุของแบตเตอรี่ 1 ก้อนต้องไม่เกิน 300 Wh
ในกรณีที่มีแบตเตอรี่ 2 ก้อน แต่ละก้อนต้องไม่เกิน 160 Wh
**การคำนวณ Wh  = Volt x Ah**

รถวีลแชร์ไฟฟ้าบังคับด้วยตัวเอง ที่ใช้แบตเตอรีลิเธียมไอออน ต้องแสดงหลักฐานว่าแบตเตอรี่ได้ผ่านการทดสอบตามคู่มือการทดสอบและกลักเกณฑ์ของสหประชาชาติ (โดยปกติจะขึ้นอยู่กับแบตเตอรี่) ทั้งนี้ ต้องถอดแบบออกก่อนโหลดใต้ท้องเครื่องบิน แยกใส่ไว้ในกระเป๋าที่เหมาะสม และพกพาไว้ในห้องโดยสาร กำลังไฟฟ้าของแบตเตอรี่ดังกล่าวหนึ่งชุดต้องไม่เกิน 300 Wh หรือ 32000 mAH ถ้าอุปกรณ์ที่ติดตั้งต้องใช้แบตเตอรี่ 2 ชุด ในการทำงาน กำลังไฟฟ้าของแบตแต่ละชุดจะต้องไม่เกิน 160 Wh

ซึ่งแบตเตอรี่ของรถเข็นไฟฟ้าจะมีอยู่ 2 ประเภท คือแบตเตอรี่กรดตะกั่ว และแบตเตอรี่ลิเธียม ถ้ารถเข็นไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่กรดตะกั่ว สามารถโหลดตัวรถเข็นกับแบตเตอรี่ไว้ใต้ท้องเครื่องได้เลย แต่ต้องเป็นแบตประเภทแห้งเท่านั้น!!  แต่รถเข็นไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม ต้องถอดแบตเตอรี่ออกจากรถแล้วถือขึ้นเครื่องบินไปพร้อมกับเราเท่านั้น

ข้อมูลจาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท. CAAT)

  • เงื่อนไขของรถเข็นวีลแชร์ 
    ตรวจสอบรถเข็นที่จะนำขึ้นเครื่อง ทั้งประเภทของรถเข็นวีลแชร์ ขนาด น้ำหนัก และรายละเอียดอื่นๆ ว่าเป็นไปตามเงื่อนไขที่สายการบินกำหนดหรือไม่
  • ตรวจสอบรถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุก่อนขึ้นเครื่องบิน
    เป็นขั้นตอนที่สายการบินจะตรวจสอบรถเข็นเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผู้โดยสารท่านอื่นๆ
  • การจัดเก็บรถเข็นขณะอยู่บนเครื่อง
    ตรวจสอบพื้นที่จัดเก็บรถเข็นขณะอยู่บนเครื่องกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้มั่นใจว่ารถเข็นถูกจัดเก็บในสภาพดี ไม่เสียหาย
  • ตรวจเช็คสภาพรถเข็นหลังลงจากเครื่อง
    หลังเดินทาง ควรตรวจเช็คสภาพรถเข็นให้ละเอียดถี่ถ้วนว่ามีส่วนไหนแตกหัก ได้รับความเสียหาย หรืออยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตามเดิม

สรุปการนำรถเข็นผู้สูงอายุขึ้นเครื่องบิน
หากต้องการนำรถเข็นผู้สูงอายุ ขึ้นเครื่องบิน ควรติดต่อสายการบินหรือสนามบินก่อนวันเดินทาง เพื่อสอบถามข้อมูลหรือนโยบายโดยละเอียด เช่น สายการบินมีรถเข็นบริการหรือไม่ เงื่อนไขสำคัญในการนำรถเข็นขึ้นเครื่องบินมีอะไรบ้าง เราจะได้ไม่เสียเวลาในวันเดินทาง เพราะอาจทำให้ตกเครื่อง และพลาดทริปสำคัญได้ค่ะ