fbpx

Q&A รวบรวมคำถามเกี่ยวกับรถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ

Q&A รวบรวมคำถามเกี่ยวกับรถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ

สำหรับผู้ป่วย ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า รถเข็นวีลแชร์เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตของพวกเขา เพราะไม่เพียงแต่ให้พวกเขาเหล่านี้ช่วยเหลือ พึ่งพาตัวเองได้แล้ว ยังช่วยผ่อนแรงของผู้ดูแลได้อย่างสะดวก และสามารถใช้ชีวิตได้เรียบง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยราคาของรถเข็นวีลแชร์ที่เสียเงินไป ใครหลายๆคนคงอยากที่จะซื้อรถเข็นวีลแชร์เพียงตัวเดียวที่สามารถใช้งานได้นาน แข็งแรง ทนทาน และคุ้มค่ามากที่สุด

และเมื่ออายุมากขึ้น แรงที่มีก็ถดถอยน้อยลงไปทุกวัน การขยับ เคลื่อนไหว คงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้สูงอายุ ในปัจจุบันยังมีผู้สูงอายุที่กล้าๆกลัวๆ ที่จะลุกขึ้นยืนและเดินเองได้ แต่ถ้าหากเราปล่อยผู้สูงอายุไว้ที่บ้าน เพียงแค่ปัญหาด้านการเคลื่อนไหวไม่สะดวก นั่นเป็นวิธีคิดที่ผิด การที่เราปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้าน จะส่งผลต่อสุขภาพจิตใจของผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้ออกไปเปิดหู เปิดตาเจอสิ่งใหม่ ๆ อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมไม่ได้พบปะผู้คน ดังนั้นเรามาสร้างสุขภาพจิตใจที่ดีให้กับผู้สูงอายุ โดยการพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยวเปิดหู เปิดตากันดีกว่าค่ะ
แต่ก็มักจะมีคำถามว่าผู้สูงอายุหากเดินไกลๆ มากไม่ได้ หรือเดินไม่ได้เลย จะพาออกไปเที่ยวได้อย่างไรกัน ?? ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ ปัจจุบันนี้มีอุปกรณ์ที่ช่วยในเรื่องการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุมากมายหลายแบบ หลายไซส์ และหลายราคา โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะมีชื่อเรียกว่ารถเข็นวีลแชร์ เก้าอี้รถเข็น รถเข็นสำหรับผู้สูงอายุ ฯลฯ ต่างๆ นาๆ แล้วแต่คนจะเรียกแตกต่างกันออกไป แต่ก็มีผู้สูงอายุที่ค่อนข้างกังวลว่าหากใช้อุปกรณ์เหล่านี้แล้ว จะทำให้เหมือนคนพิการหรือเปล่า ? ผู้สูงอายุบางท่านก็เขินอายที่จะนั่งเก้าอี้วีลแชร์เพราะไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเป็นคนพิการ แต่ยุคสมัยผ่านไป เก้าอี้นั่งรถเข็น รถเข็นนั่ง รถนั่งวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุ ได้ถูกออกแบบมาให้ทันสมัย ดูแล้วไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ป่วยมากจนเกินไป ดังนั้นสำหรับผู้ที่สนใจรถเข็นวีลแชร์ เก้าอี้นั่งรถเข็น เก้าอี้รถเข็นสำหรับผู้สูงอายุ ดังนั้นหลายๆ ท่านที่กำลังสนใจเลือกซื้ออุปกรณ์รถเข็นวีลแชร์ เก้าอี้นั่งรถเข็น รถเข็นผู้สูงอายุ เพื่อเป็นตัวช่วยให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวได้ง่าย คงจะมีข้อสงสัยอยู่ไม่น้อย ว่าจะต้องเลือกซื้อแบบไหน ดังนั้น คำถามที่พบได้บ่อยสำหรับการเลือกซื้อรถเข็นมีดังนี้


สารบัญคำถาม
1.วีลแชร์จำเป็นต่อใคร และจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเหมาะสมที่จะใช้วีลแชร์
2.วีลแชร์แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร
3.ต้องการรถเข็นแมนนวลน้ำหนักเบาแนะนำตัวไหน
4.รถเข็นล้อเล็กกับล้อใหญ่แบบไหนเข็นได้ดีกว่ากัน
5.โครงสร้างของรถเข็นผู้สูงอายุทำจากวัสดุอะไร
6.รถเข็นผู้สูงอายุรองรับน้ำหนักได้สูงสุดกี่กิโลกรัม
7.รถเข็นผู้สูงอายุสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่
8.รถเข็นผู้สูงอายุสามารถพับเก็บได้หรือไม่
9.รถเข็นแมนนวลสามารถใช้พยุงเข็นเดินได้หรือไม่
10.รถเข็นแมนนวลมีรับประกันสินค้าหรือไม่
11.สามารถออกใบกำกับภาษีเพื่อไปยื่นเบิกได้หรือไม่
12.รถเข็นแมนนวลสามารถดัดแปลงได้หรือไม่
13.กรณีอยู่ต่างจังหวัดมีบริการจัดส่งสินค้าหรือไม่
14.มีหน้าร้านให้ทดลองสินค้าหรือไม่
15.รถเข็นผู้สูงอายุหากมีปัญหาส่งซ่อมอย่างไรได้บ้าง
16.รถเข็นผู้สูงอายุล้อเล็กสามารถเข็นบนพื้นที่ขรุขระได้หรือไม่
17.ทำไมถึงต้องซื้อรถเข็นวีลแชร์ Elife แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร


วีลแชร์จำเป็นต่อใคร และจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเหมาะสมที่จะใช้วีลแชร์ 
วีลแชร์ (Wheelchair) หรือรถเข็นผู้ป่วย เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์การแพทย์ชนิดหนึ่งที่ส่วนใหญ่แพทย์จะเป็นผู้ประเมิณและลงความเห็นแนะนำให้ใช้ โดยเฉพาะผู้ป่วย ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเองตามปกติ เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์เป็นตัวช่วยที่ทำให้พวกเขาเหล่านั้น สามารถเคลื่อนที่ได้ โดยลักษณะการใช้งานก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยมีความต้องการเคลื่อนที่มากหรือน้อยแค่ไหน เช่นผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่า แล้วผ่าตัดมา การใช้งานก็จะเน้นใช้งานในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อพักฟื้นตัวในช่วงที่แพทย์สั่งไม่ให้เดินลงน้ำหนักหรือเคลื่อนไหวจนกว่าจะสามารถกลับมาเดินได้ตามปกติดังเดิม หรือเป็นผู้ป่วยประเภทผู้พิการ จำเป็นจะต้องใช้รถเข็นวีลแชร์ตลอดชีวิต ดังนั้นผู้ที่เหมาะสมจะใช้รถเข็นวีลแชร์มีภาวะดังนี้
– ผู้ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาต
– ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องข้อ , เข่าเสื่อม ปัญหาเรื่องกระดูกเรื้อรัง หรือผู้ป่วยที่พึ่งผ่าตัดกระดูกมา
– ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท , หรือได้รับบาดเจ็บช่วงไขสันหลัง
– ผู้ที่ไม่สามารถเดินหรือเคลื่อนไหวได้ด้วยตนเอง
– ผู้สูงอายุที่เดินในระยะไกลๆ แล้วมีอาการเหนื่อยหอบ หรือเดินนานมากๆ แล้วมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
– ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากข้อเท้า , แผลเบาหวานที่เท้า เป็นต้น

กล่าวโดยรวมก็คือ รถเข็นวีลแชร์มีความจำเป็นอย่างมาก และตอบโจทย์สำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการที่บกพร่องทางการเคลื่อนไหว การเดิน และการทรงตัว หรือแม้แต่คุณแม่ที่มีอายุครรภ์เยอะๆ แล้วไม่สามารถพยุงตัวเองให้ทรงตัวในการลุกเพื่อเดิน ก็สามารถใช้งานได้เหมือนกันค่ะ แต่หลักๆ ก็คือ การใช้รถเข็นวีลแชร์จะช่วยลดภาระให้กับผู้ดูแลได้ แทนที่ผู้ดูแลจะใช้แรงเพื่อพยุงเดิน แล้วหันมาเลือกใช้รถเข็นวีลแชร์ ก็จะสามารถช่วยลดการออกแรง ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง และช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นค่ะ



 รถเข็นวีลแชร์แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร
โดยปกติแล้วรถเข็นวีลแชร์ลักษณะจะแตกต่างกันออกไปตามการเลือกใช้งานของผู้ซื้อ โดยประเภทของรถเข็นวีลแชร์นั้นจะแบงออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
1. รถเข็นวีลแชร์ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงคน (Manual Wheelchairs ) รถเข็นวีลแชร์ชนิดนี้ มักจะพบเห็นได้ทั่วไปมีขายตามร้านขายยา ตามโรงพยาบาล หรือเห็นได้มากตามพื้นที่สาธารณะ ห้างสรรพสินค้า งานแฟร์ต่างๆ  สนามบิน หรือสวนสาธาณะ โดยส่วนใหญ่สำหรับผู้ที่เลือกใช้งานรถเข็นประเภทนี้เหตุผลหลักๆ เลย ก็เพราะมีน้ำหนักเบา สามารถพับเก็บได้เล็กช่วยทุ่นแรงให้กับผู้ดูแล โดยรถเข็นวีลแชร์ประเภทนี้จะขับเคลื่อนด้วยแรงของคนเข็น ไม่ว่าจะเป็นผู้ดูแลเป็นผู้เข็นให้ , คนนั่งใช้แขนออกแรงหมุนล้อด้วยตัวเอง แยกย่อยออกเป็น 2 ชนิดคือ
– รถเข็นวีลแชร์แบบล้อเล็ก รถเข็นชนิดนี้จะเหมาะสำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ ไม่สามารถใช้แขนออกแรงหมุนล้อด้วยตัวเองได้ จึงจำเป็นต้องให้ญาติ หรือผู้ดูแลเป็นผู้ออกแรงเข็นให้ แต่ข้อดีของรถเข็นวีลแชร์ที่มีขนาดล้อที่เล็ก นั่นก็คือ เข็นได้คล่องตัว , สามารถเข็นในที่แคบได้ง่าย  , น้ำหนักเบา , พับเก็บแล้วไม่เกะกะ , มีขนาดที่เล็กกระทัดรัด สามารถพับแล้วยกใส่ท้ายรถได้ง่าย

– รถเข็นวีลแชร์แบบล้อใหญ่ รถเข็นวีลแชร์ชนิดนี้จะเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่มีแรงแขน สามารถใช้แขนออกแรงได้ เพราะต้องใช้กำลังแขนหมุนล้อ เพื่อให้รถเข็นวีลแชร์เคลื่อนที่ และยังสามารถให้ผู้อื่นช่วยเข็นได้ด้วย แต่ส่วนใหญ่ที่คนไม่นิยมใช้รถเข็นวีลแชร์ที่เป็นแบบล้อใหญ่ เพราะว่าผู้ป่วยไม่มีแรงพอดีที่จะช่วยเหลือหมุนล้อรถเข็นด้วยตัวเองได้ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานแบบล้อใหญ่ แต่จะพบได้มากในกลุ่มผู้พิการ ที่ยังอายุไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็ยังพอออกแรงหมุนล้อเพื่อช่วยเหลือตัวเอง และเคลื่อนที่ด้วยตัวเองค่ะ

2. รถเข็นไฟฟ้า วีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นเคลื่อนที่โดยใช้ระบบไฟฟ้า  (Electric Wheelchairs) เป็นรถเข็นวีลแชร์ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ สามารถบังคับทิศทางได้โดยไม่ต้องออกแรง และให้คนคอยช่วยเข็น จะเหมาะสำหรับผู้ใช้งานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ป่วยที่ไม่มีกำลังแขน เพราะเคลื่อนที่เองได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนล้อด้วยมอเตอร์ และควบคุมทิศทางการ เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือหมุนรอบ 360 องศา โดยควบคุมผ่านจอยสติ๊ก Joystick (คันโยกบังคับ) และเมื่อไม่ใช้ระบบไฟฟ้าแล้ว ยังสามารถใช้ฟังก์ชั่นระบบแมนนวล (Manual) ได้อีกด้วย และลักษณะรูปร่างของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้านั้น ก็มีทั้งแบบล้อเล็ก และล้อใหญ่ ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานได้ตามจุดประสงค์การใช้งานของลูกค้าได้เลยค่ะ

รถเข็นไฟฟ้าLiteplus

ต้องการรถเข็นแมนนวลน้ำหนักเบาแนะนำตัวไหน
โดยส่วนใหญ่คนที่สนใจที่จะซื้อรถเข็นผู้สูงอายุ เก้าอี้รถเข็นหรือรถเข็นวีลแชร์นั้น จุดประสงค์เพื่อที่จะพาผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเดินทางออกนอกบ้าน แต่ด้วยการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุเป็นปัญหา จึงจำเป็นที่จะต้องหาตัวช่วยเพื่อทำให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวได้ง่าย ดังนั้นรถเข็นสำหรับผู้สูงอายุจึงสำคัญ แต่..ร่างกายและสมรรถภาพของผู้ดูแลผู้สูงอายุก็สำคัญ มากกว่า 80% คนดูแลผู้สูงอายุจะเป็นผู้หญิง เมื่อก่อนรถเข็นวีลแชร์มีตัวเลือกไม่มากนัก และน้ำหนักของรถเข็นก็หนักพอสมควร  ทำให้คนดูแลผู้สูงอายุ ยกไม่ไหว แต่ปัจจุบันนี้ ร้านรถเข็นวีลแชร์ Elife เล็งเห็นถึงปัญหาหลักๆ นั่นก็คือเรื่องน้ำหนักรถเข็น เราจึงได้ผลิตและจัดจำหน่ายรถเข็นผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักเบา แข็งแรง และเหมาะสำหรับพกพาออกไปใช้งานข้างนอกบ้าน โดยรถเข็นนั่งของผู้สูงอายุนั้น เราจะมีตั้งแต่น้ำหนักเบาที่สุด 6.7 กิโลกรัมไปจนถึง 13 กิโลกรัม ตามภาพด้านล่างนี้

     Ew-11                               Ew-11plus                             Ew-112                               Ew-120plus                                Ew-116

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11 จะเป็นรุ่นที่น้ำหนักเบาที่สุด เป็นรุ่นที่คนดูแลสามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบาย เพราะมีน้ำหนักเบาเพียง 6.7 กก. โครงสร้างรถเข็นทำจากอลูมิเนียมเกรดพรีเมี่ยมอย่างดี รับน้ำหนักผู้นั่งได้สูงถึง 90 กก. ส่วนใหญ่ที่คนนิยมใช้รุ่นนี้เพื่อพกพาเดินทางโดยสารโดยเครื่องบิน เพราะเป็นรุ่นที่สามารถพับเก็บได้เล็ก กระทัดรัด นิยมเป็นอย่างมากที่พกพาใส่ท้ายรถที่มีพื้นที่อย่างจำกัด อย่างรถขนส่งสาธารณะแท็กซี่ เป็นต้น ถ้าหากให้แนะนำสำหรับผู้ที่สมควรเลือกใช้รุ่นนี้ จะแนะนำน้ำหนักผู้นั่งไม่เกิน 60 กก. จะนั่งสบายมากค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11plus เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่น Ew-11 มีขนาดเบาะกว้างกว่า เหมาะสำหรับคนที่สะโพกใหญ่ นั่งได้เต็ม ก้นไม่ล้นออกมาจากเบาะ รุ่นนี้น้ำหนักรถเข็นเบาเพียง 7.8 กก. โครงสร้างทำจากวัสดุประเภทเดียวกับรุ่น Ew-11 รับน้ำหนักผู้นั่งสูงสุดได้ 110-120 กก. นิยมใช้พกพาใส่ท้าย สะดวกคนดูแลมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-112 รุ่นนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่ลูกค้านิยมใช้ เพราะลักษณะรูปทรงคล้ายกับเก้าอี้นั่งมากกว่ารถเข็นวีลแชร์ เบาะนั่งสบาย และที่สำคัญ รุ่นนี้มีล้อเล็กกันหงายหลังอีกด้วย วัสดุที่ใช้ผลิตโครงสร้างรถเข็นวีลแชร์รุ่นนี้ เป็นอลูมิเนียมเกรด 7003 มีน้ำหนักเบา 9 กก. สามารถรองรับน้ำหนักผู้นั่งได้ถึง 120 กก. ถ้าเน้นนั่งสบายต้องรุ่นนี้เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-116 รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เบาะค่อนข้างกว้าง จะนั่งสบายสำหรับคนที่มีสรีระใหญ่ หรือมีพุง รุ่นนี้วัสดุทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ น้ำหนักรถเข็น 13 กก. รุ่นนี้เป็นรุ่นที่น้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่ราคาถูก ถ้าหากผู้ติดตาม หรือผู้ดูแล สามารถยกขึ้นรถไหว ตัวนี้เป็นอีกตัวที่น่าใช้งานมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-120plus รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ดีไซน์สวย แข็งแรง น้ำหนักรถเข็น 11 กก. น่าใช้งานที่สุด รับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กก. เหมาะสำหรับคนที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง เพราะล้อหลังมีขนาด 20 นิ้ว เป็นล้อใหญ่ มีด้ามจับล้อที่ทำจากอลูมิเนียม เพื่อใช้แขนออกแรงหมุน และเคลื่อนที่ได้ โดยไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาเข็นให้ ข้อดีของรุ่นนี้ มีเบรคล็อคล้อ 2 ตำแหน่ง คือล็อคจากมือจับเข็น และล็อคได้จากล้อหลัง ถือว่าเป็นรุ่นที่สะดวกสบายค่ะ แต่ถ้าหากผู้ดูแลเป็นผู้หญิง เวลาพับเก็บใส่ท้ายรถ ถือว่าค่อนข้างยากค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ ล้อขนาด 20 นิ้ว รุ่น Ew-120plus คนนั่งสามารถหมุนล้อด้วยตัวเองได้

รถเข็นวีลแชร์ล้อเล็กกับล้อใหญ่แบบไหนเข็นได้ดีกว่ากัน
โดยปกติแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่ารถเข็นวีลแชร์ที่มีขนาดล้อหลังใหญ่ จะเข็นได้ดีกว่ารถเข็นวีลแชร์ที่มีล้อหลังขนาดเล็ก ความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะล้อเล็ก หรือล้อใหญ่ สามารถเข็นได้ดี ไม่แตกต่างกันเลย ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของคนใช้งานมากกว่า ว่าจำเป็นจะต้องหมุนล้อเอง หรือให้คนเข็นให้ น้ำหนักในการเข็นรถเข็นวีลแชร์ บ้างก็ว่าหนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของคนนั่งรถเข็นวีลแชร์ด้วยว่า น้ำหนักมากหรือน้ำหนักน้อย

โครงสร้างของรถเข็นผู้สูงอายุทำจากวัสดุอะไร
รถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ โดยปกติแล้วเมื่อก่อนยังมีแบบให้เลือกไม่มากนัก ดังนั้นปกติที่เราจะเห็นได้ทั่วไปคือรถเข็นวีลแชร์ที่โครงสร้างทำจากเหล็ก เพราะจะต้องแข็งแรงเพื่อรองรับน้ำหนักของผู้นั่งได้ ราคาก็จะถูก “เหล็กหรือคาร์บอนสตีล (Carbon Steel)” เป็นวัสดุที่หาได้ทั่วไป แต่ข้อเสียของวัสดุประเภทนี้คือจะมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ อาจเกิดสนิม และไม่สามารถพับเก็บได้ ดังนั้น Elife เห็นถึงปัญหาของผู้ดูแลผู้สูงวัย หรือผู้ป่วย ที่ต้องแบกรถเข็นวีลแชร์ที่มีน้ำหนักเยอะ ไม่สามารถพับเก็บเพื่อที่จะออกไปข้างนอกได้ หรือบางท่านมีพื้นที่รถยนต์ที่จำกัด ไม่สามารถที่จะพกพารถเข็นวีลแชร์ไปด้วยได้  จึงทำให้หลายๆบ้าน ลำบากที่จะพาผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยออกนอกบ้าน  เราจึงได้คัดสรร วัสดุเกรดดี พรีเมี่ยม อย่างอลูมิเนียม มาใช้ผลิตรถเข็นวีลแชร์ เพื่อตอบสนองความต้องการของพวกเขาเหล่านั้น และอีกทั้งยังสามารถพับเก็บได้เล็กกระทัดรัด เหมาะที่จะสามารถพับเก็บใส่ท้ายรถยนต์ได้ ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจที่จะเลือกซื้อรถเข็นวีลแชร์ มั่นใจได้เลยว่า รถเข็นวีลแชร์ Elife วัสดุทำจากอลูมิเนียม อย่างดี แข็งแรง น้ำหนักเบา และไม่เกิดสนิมแน่นอน

รถเข็นผู้สูงอายุรองรับน้ำหนักได้สูงสุดกี่กิโลกรัม
รถเข็นวีลแชร์ วัสดุทำจากอลูมิเนียมอย่างดี สามารถรองรับน้ำหนักผู้นั่งได้สูงถึง 100-120 กก. ตามมาตรฐานรถเข็นทั่วไป เบาะกว้าง 48 Cm. ขึ้นอยู่กับสรีระของผู้นั่ง โดยปกติแล้ว ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ น้ำหนักไม่เกิน 120 กก. สามารถนั่งรถเข็นวีลแชร์ของ Elife ได้ทุกรุ่นเลยค่ะ

รถเข็นผู้สูงอายุสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่
สำหรับรถเข็นวีลแชร์แบบเข็น สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ โดยปกติแล้วหากมีการนำรถเข็นวีลแชร์ขึ้นเครื่องบิน จะต้องปฏิบัติดังนี้
1.ต้องโทรแจ้งกับพนักงาน Call center กับสายการบินนั้นๆ ว่า ณ วันที่เราเดินทาง จะมีอุปกรณ์ที่ช่วยเหลือในการเคลื่อนไหวประเภทรถเข็นวีลแชร์ขึ้นเครื่องบินไปด้วย จะขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน แล้วแจ้งกับทางพนักงานว่าเมื่อถึงปลายทางแล้ว ให้รถเข็นวีลแชร์มารอไว้หน้าเกท (Gate)  แล้วเจ้าหน้าที่จะนำแท็กมาให้เราติด เมื่อเข็นมาถึงหน้าเครื่อง เจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นวีลแชร์ของเราไปโหลดใต้ท้องเครื่อง แล้วเมื่อถึงสถานีปลายทาง เจ้าหน้าที่ทางสายการบินจะนำรถเข็นวีลแชร์มาจอดวางรอไว้
2. หากรถเข็นวีลแชร์มีขนาดเล็ก บางสายการบินอนุญาตให้นำรถเข็นขึ้นเครื่องบินไปด้วย โดยเก็บไว้ที่ช่องเล็กๆ วางรวมไว้กับที่เก็บรถเข็นของเด็ก หรือเก็บไว้ในช่องเคบิน (Cabin) เคบินจะกว้างหรือแคบ ขึ้นอยู่กับเครื่องบินลำนั้นๆ ว่าเป็นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่
3. หากบางสายการบินให้โหลดรถเข็นวีลแชร์ เราสามารถใช้แรปใส แรปบางๆ หรือโหลดลงใต้ท้องเครื่องได้เลย โดยทางสารการบินจะไม่คิดชาร์จน้ำหนักเพิ่มค่ะ เพราะถือว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ผู้โดยสายมีความจำเป็นจะต้องใช้ค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ Ew-11plus พกพาเดินทางขึ้นเครื่องบินได้ง่าย น้ำหนักเบา

หากเราเป็นผู้ที่บกพร่องทางการเดิน เคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือผู้พิการ ทางสายการบินจะคอยดูแลเรา และให้ความช่วยเหลือเราอย่างดีมากๆ เลยค่ะ 

รถเข็นผู้สูงอายุสามารถพับเก็บได้หรือไม่
รถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุ จากแบรนด์ Elife สามารถพับเก็บและพกพาได้ทุกรุ่น ดังนั้นสำหรับบางท่าน มีพื้นที่ในการเก็บรถเข็นหรือพกพารถเข็นที่จำกัดไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถพับรถเข็นวีลแชร์เก็บได้ เพราะเราเอาใจใส่ และออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย และตอบสนองความต้องการให้เข้ากับประเทศที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นรถเข็นวีลแชร์สามารถพับเก็บได้อย่างแน่นอนค่ะ

รถเข็นวีลแชร์แมนนวลสามารถใช้พยุงเข็นเดินได้หรือไม่
หลายๆ ท่านคงไม่อยากให้ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย นั่งรถเข็นวีลแชร์นานๆ เนื่องจากอยากให้เดินออกกำลังกายบ้าง ไม่อยากให้นั่งนานจนกลายเป็นคนติดรถเข็นวีลแชร์ แล้วก็มักจะให้ผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุ ลุกขึ้นเดิน โดยใช้รถเข็นวีลแชร์เป็นตัวพยุงและประครองไว้ นั่นเป็นวิธีที่ผิด เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์มีน้ำหนักเบา เวลาผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย เวลาเดิน จะทิ้งน้ำหนักมากกว่าปกติจึงทำให้รถเข็นวีลแชร์อาจจะกระดกหงายท้องขึ้น แล้วทำให้อาจจะเกิดอุบัติเหตุจนหกล้มได้ ถ้าหากต้องการให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุหัดเดิน หรือใช้พยุงเดิน แนะนำให้ใช้เป็นอุปกรณ์ประเภทรถเข็นช่วยพยุงเดิน รุ่น Ew-21 เป็นรถเข็นที่ใช้สำหรับกายภาพบำบัด ช่วยพยุงเดิน สะดวกสบาย และใช้งานง่ายมากกว่า เนื่องจากโครงสร้างถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้เดิน และยังสามารถใช้นั่งพักได้ ในระหว่างทางที่เหนื่อย

ใช้ได้ทั้งพยุงเดิน และนั่งพัก

สามารถพับเก็บได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก

สามารถรับน้ำหนักได้สูงถึง 120 กก.

แต่รถเข็นช่วยเดิน รุ่น Ew-21 จะไม่เน้นใช้งานโดยวิธีการนั่งแล้วให้คนเข็น เพราะการใช้งานจะเป็นการใช้พยุงตัว หัดเดิน หรือออกกำลังกาย กายภาพบำบัด เพราะถ้าหากเป็นอุปกรณ์ 3IN1  ทั้งนั่งเข็น และพยุงเดินได้ด้วย อาจทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าไม่อยากเดินค่ะ ดังนั้นอยากให้แยกประเภทไปเลยว่า รถเข็นวีลแชร์ใช้นั่ง รถเข็นช่วยเดิน ไว้พยุงตัวช่วยเดิน เป็นการใช้งานที่ถูกวิธี และปลอดภัยมากที่สุด

รถเข็นแมนนวลมีรับประกันสินค้าหรือไม่
สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจซื้อรถเข็นวีลแชร์แบบมือเข็น ก่อนจะตัดสินใจต้องมั่นใจว่ารถเข็นวีลแชร์มีคุณภาพดี และมีบริการหลังการขายที่ดี โดยร้านรถเข็นวีลแชร์ Elife เป็นผู้สั่งผลิตและจัดจำหน่ายรถเข็นวีลแชร์เองโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางใดๆ ดังนั้นอะไหล่รถเข็นวีลแชร์เรามีเพียงพอกับความต้องการของลูกค้าที่ซื้อไป และมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและให้บริการตลอดอายุการใช้งานเลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ออกใบกำกับภาษีเพื่อไปยื่นเบิกได้หรือไม่
สำหรับรถเข็นวีลแชร์ ถือเป็นอุปกรณ์การแพทย์ชนิดหนึ่งที่คุณหมอ สามารถเขียนใบสั่งอนุญาตหรือแนะนำให้ใช้รถเข็นวีลแชร์ได้ หรือบางท่าน สามารถเบิกในหน่วยงาน ตามสังกัดได้เลย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการบำเหน็ด บำนาญ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทเอกชน ที่สามารถเบิกได้ ทางร้าน Elife ก็สามารถออกใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน เพื่อเป็นเอกสารในการขอยื่นเบิก แต่ผู้ซื้อต้องสำรองจ่าย แล้วนำเอกสารใบสั่งแพทย์ และใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน แนบคู่กัน และนำเอกสารไปยื่นแนบแล้วส่งให้กับหน่วยงาน หรือต้นสังกัดของแต่ละท่านได้เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์แมนนวลสามารถดัดแปลงได้หรือไม่
จริงๆ แล้วการดัดแปลงรถเข็นวีลแชร์ ก็สามารถดัดแปลงโครงสร้างได้เหมือนกัน หลายๆ ท่านส่วนใหญ่ มีลักษณะจำเป็นที่ไม่สามารถใช้รถเข็นวีลแชร์ทรงมาตรฐานทั่วไปได้ จึงจะต้องดัดแปลงรถเข็นวีลแชร์ ก็สามารถแก้ไขดัดแปลงให้ตรงตามลักษณะการใช้งานได้ แต่การดัดแปลง หรือนำอุปกรณ์เสริมมาติดตั้งเพิ่มเติม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงนั่นคือการพับเก็บรถเข็นวีลแชร์ เมื่อเราดัดแปลงหรือติดตั้งอุปกรณ์เสริมไปแล้ว ยังต้องสามารถพับเก็บได้เหมือนเดิมค่ะ

กรณีอยู่ต่างจังหวัดมีบริการจัดส่งสินค้าหรือไม่
นอกเหนือจากภายในจังหวัดกรุงเทพมหานครแล้ว ยังมีกลุ่มผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ ที่อยู่ในจังหวัดอื่นๆ อีกกว่า 76 จังหวัด ต้องการใช้รถเข็นวีลแชร์ และปัจจุบันบริษัทขนส่งเอกชนในประเทศไทยตอนนี้พัฒนา ใช้ระยะเวลาขนส่งรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น เรามีบริการจัดส่งสินค้าโดยขนส่งเอกชน ดังนี้
1. ไปรษณีย์ไทย
2. Flash Express
3. Kerry express หรืออื่นๆ ที่เป็นบริษัทขนส่งเอกชน
จะใช้ระยะเวลาการจัดส่ง 1-2 วันทำการ ส่งถึงหน้าบ้าน และสำหรับลูกค้าที่อยากรับของก่อนชำระเงิน เราก็มีบริการเก็บเงินปลายทางอีกด้วย

14.มีหน้าร้านให้ทดลองสินค้าหรือไม่
อีไลฟ์เราเป็นศูนย์รวมรถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ และผู้พิการไม่ว่าจะเป็นรถเข็นวีลแชร์แบบแมนนวล หรือรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีให้เลือกกว่า 20 รุ่น รวมไปถึงเตียงนอนผู้ป่วยปรับไฟฟ้า และอุปกรณ์เสริม อีไลฟ์มีประสบการณ์ดูแลลูกค้าผู้สูงอายุและผู้พิการมามากกว่า 10 ปี และมั่นใจได้ว่าเราขายของที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น โดย Elife ดูแลและคอยให้บริการหลังการขายอย่างครบวงจร ด้วยความตั้งใจ จำหน่ายสินค้าสุขภาพ เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น ง่ายขึ้น เดินทางสะดวกขึ้น ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ จึงทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน
โดย Showroom ของเราเปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-วันเสาร์ เปิด 8.00-17.30 น. , วันอาทิตย์-วันหยุดนักขัตฤกษ์ 9.00-17.00 น.
ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 89/7 โครงการ เจ.เอส.พี. เพลส 4 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร 10150  (บางบอน ถ.กัลปพฤกษ์) มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาแนะนำ มีหน้าร้านที่ชัดเจน , มีพื้นที่กว้างขวาง , มีพื้นที่ให้ลูกค้าจอดรถได้เพียงพอ ลูกค้าสามารถเข้ามาทดลองรถเข็นวีลแชร์ได้ทุกวันค่ะ

15.รถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุหากมีปัญหาส่งซ่อมอย่างไรได้บ้าง
หลายๆคนสอบถามกันเข้ามาเยอะว่า รถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุผลิตที่ไหน อย่างไร ??  Elife เป็นแบรนด์ของคนไทย มีการดูแลบริการหลังการขายโดย Elife เอง ดังนั้นรถเข็นวีลแชร์ที่ซื้อจากร้านเรา เรามีการรับประกันสินค้า 2 ปี (waranty) มีเอกสารใบรับประกันสินค้ามอบให้ลูกค้า 1 ชุด และหากรถเข็นวีลแชร์เกิดชำรุดเสียหาย เรามีอะไหล่ทุกชิ้นส่วนไว้เพื่อสำรองให้กับลูกค้าเรา หากลูกค้าซื้อรถเข็นไปแล้ว ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะซ่อม หรือซื้ออะไหล่ได้จากที่ไหน เพราะ Elife พร้อมให้บริการหลังการขายโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญด้านรถเข็นวีลแชร์โดยเฉพาะ

16.รถเข็นผู้สูงอายุล้อเล็กสามารถเข็นบนพื้นที่ขรุขระได้หรือไม่
รถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ Elife สามารถเข็นได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผิวฟุตบาทที่เป็นร่อง , พื้นหญ้า , พื้นผิวขรุขระ หรือถนนต่างๆ ยกเว้นพื้นทราย แน่นอนว่าไม่ว่าจะรถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดา (Manual Wheelchair) หรือรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า (Power Wheelchair) ก็ไม่สามารถใช้งานบนพื้นทรายได้ เนื่องจากว่า ลำพังเวลาเราเดินเล่นบนหาดทราย หรือพื้นทรายยังรู้สึกว่าเท้าจมลงไปในทราย และหากรถเข็นวีลแชร์ บวกกับน้ำหนักของคนนั่งแล้วด้วย จะทำให้ล้อของรถเข็นวีลแชร์จมลงไปในพื้นทราย และทำให้ไม่สามารถเข็นได้ค่ะ 

17.ทำไมถึงต้องซื้อรถเข็นวีลแชร์ Elife แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร

– Elife จำหน่ายรถเข็นวีลแชร์คุณภาพดี 
ก่อนที่ Elife จะนำรถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า และเตียงไฟฟ้าปรับระดับได้ รวมถึงสินค้าอื่นๆ ที่เรานำมาจำหน่ายผ่านทั้งช่องทางหน้าร้าน และช่องทางออนไลน์ ได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ (Quality inspection) และราคา (Cost) ให้สอดคล้องกัน โดยที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อรถเข็นวีลแชร์ รถเข็นไฟฟ้า และเตียงไฟฟ้าปรับระดับได้ ในราคาที่ถูก ทุกคนสามารถจับต้องได้ แต่คุณภาพดี โดยเราจะคำนึงถึงคุณค่าและสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับหลังจากการใช้งาน
ก่อนที่ Elife จะนำรถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า และเตียงไฟฟ้าปรับระดับได้ มาจำหน่ายนั้น ได้ผ่านการคัดสรรวัสดุโครงสร้าง รูปแบบการใช้งาน ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ กระบวนการประกอบที่มีคุณภาพ ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ แม้กระทั่งอะไหล่ทุกชิ้นส่วนก่อนที่จะนำเข้ามาจำหน่าย  อีกทั้งยังเลือกรูปลักษณ์หน้าตาให้มีดีไซน์ที่ทันสมัย และตรงกับความต้องการของผู้สูงอายุในประเทศไทย ใช้งานแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ป่วย และสุดท้ายนี้ก่อนเราจะทำการส่งมอบรถเข็นวีลแชร์ รถเข็นไฟฟ้า และเตียงไฟฟ้าปรับระดับได้นั้น เราจะทำการตรวจเช็คหรือ QC สินค้า ก่อนดำเนินการจัดส่ง เมื่อสินค้าถึงมือลูกค้า ลูกค้าจะได้รับสินค้าใหม่ที่มีการห่อหุ้มกันกระแทก และสินค้าอยู่ในคุณภาพดี แข็งแรง พร้อมใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจและผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าด้วยค่ะ
สำหรับการบริการหลังการขาย ทาง Elife ได้สั่งผลิตอะไหล่รถเข็นวีลแชร์ รถเข็นไฟฟ้า และเตียงไฟฟ้าปรับระดับ มาจำหน่ายเพิ่มเติมหลังจากการใช้งานไปแล้วในระยะยาว ถือว่าครบวงจรเลยทีเดียวที่ Showroom Elife หากมีการชำรุดตรงจุดไหน แล้วสินค้าอยู่ในเงื่อนไขการรับประกันของบริษัท สามารถติดต่อแจ้งเพื่อส่งสินค้าเข้ามาเคลมได้เลยค่ะ

–  Elife เอาใจใส่ลูกค้าทุกขั้นตอน
ร้าน Elife ของเราบริการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าทุกท่านโดยเท่าเทียมกัน ขอเพียงแค่ลูกค้าแจ้งจุดประสงค์ของการใช้งาน หรือแจ้งลักษณะคนใช้งานเป็นอย่างไร ใช้กับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการลักษณะไหน และมีพฤติกรรมอย่างไร รวมไปถึงงบประมาณที่ลูกค้ายินดีที่จะยินยอมตกลงซื้อ โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำรถเข็นวีลแชร์ รถเข็นไฟฟ้า หรือเตียงไฟฟ้า ให้เหมาะกับการดำเนินชีวิตทั้งผู้ป่วย และผู้ดูแลผู้ป่วยด้วย

หากท่านไหน ที่ยังไม่ทราบว่าต้องการเลือกใช้รถเข็นวีลแชร์ รถเข็นไฟฟ้า หรือเตียงไฟฟ้าปรับระดับ แบบไหนให้เหมาะกับผู้ป่วย และผู้สูงอายุ สามารถเดินทางเข้ามาเลือกและทดลองใช้งานได้ที่ Showroom ของเรา โดยมีสินค้าให้ลองหลายรุ่น หรือจะติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่

– Elife ส่งเร็ว ส่งไว ได้รับสินค้าแน่นอน
เนื่องจากทางร้านรถเข็น Elife เองมีสัมพันธ์ที่ดีกับทางบริษัทขนส่งหลายๆ บริษัท อาทิเช่น Kerry express , Flash Express , ไปรษณีย์ไทย ฯลฯ ดังนั้นเรื่องการขนส่งสินค้าจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป สำหรับลูกค้าที่อยู่นอกเหนือพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สามารถสั่งสินค้าให้เราส่งโดยขนส่งได้ โดยที่ลูกค้าสามารถที่จะเลือกชำระเงินทันที หรือชำระเงินปลายทาง ก็ได้โดยเราจะแพ็คห่อหุ้มกันกระแทกอย่างดี เพื่อป้องกันการชำรุดแตกหัก และที่สำคัญลูกค้าสามารถเลือกจุดหมายปลายทางได้อีกด้วย  การรับประกันรถเข็นผู้ป่วยที่เกิดปัญหาจากการขนส่ง ทางเรามีนโยบายของบริษัทเพื่อรับรองความผิดพลาดของรถเข็นที่ลูกค้าซื้อไป เป็นอีกหนึ่งสื่งที่เสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าหลังจากที่ลูกค้าได้รับรถเข็นไปแล้วเกิดมีปัญหา สามารถติดต่อฝ่าย Customer Service เพื่อรับบริการได้อีกด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ว่าลูกค้าอาจจะไม่ได้ตัดสินใจซื้อในตอนนั้นทันที ในโอกาสหน้า Elife ก็ยินดีที่จะบริการลูกค้าเช่นเดิม

 

เดินดี…ไม่มีล้ม

เดินดี…ไม่มีล้ม

การล้ม เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการบาดเจ็บ และการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลของผู้สูงวัย ยิ่งเมื่อก้าวสู่ปีที่ 70 เป็นต้นไป ความเสี่ยงของการหกล้มจะยิ่งมากขึ้น การล้มเป็นสาเหตุการบาดเจ็บที่รุนแรง ถ้าหากล้มครั้งเดียวอาจส่งผลต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของคนรอบข้างเจ็บต่อไปตาม ๆ กัน ถ้าผู้สูงอายุไม่สามารถดูแลตัวเองได้เองอีก อาจส่งผลให้ลูกหลานหรือญาติพี่น้องต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลหรือจ้างผู้ดูแลพิเศษให้การบาดเจ็บจากการหกล้มทำให้ต้องนอนโรงพยาบาลนานกว่าการบาดเจ็บจากสาเหตุอื่น เช่น การบาดเจ็บจากกระดูกสะโพกหัก ผู้ป่วยอาจต้องนอนโรงพยาบาลนาน ถ้าผู้ป่วยยิ่งมีอายุมากและมีโรคประจำตัวมีความเป็นไปได้ที่ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นเวลานานหรือนอนติดเตียง และต้องมีผู้ดูแลไปตลอดทั้งชีวิต สำหรับคนที่เคยหกล้มแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง อาจเกิดอาการวิตก หวาดกลัวการหกล้มซ้ำ ทำให้ไม่กล้าใช้ชีวิตตามปกติ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตด้านอื่น ๆ ลดลงไปด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปัจจัยเสี่ยงต่อการล้มของผู้สูงอายุ

1) ปัจจัยภายใน (การเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย)

  • การเดินและการทรงตัวผิดปกติ เช่น ในผู้ป่วยโรค หลอดเลือดสมอง พาร์กินสัน ไขสันหลัง ข้อเสื่อม ข้ออักเสบ ขาชา และกระดูกหูชั้นในเสื่อม
  • ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง จากความสูงวัยและภาวะโรคต่าง ๆ
  • ความบกพร่องด้านการมองเห็น เช่น ผู้ป่วยโรค ต้อกระจก ต้อหิน
  • ระดับการทำกิจวัตรประจำวันและการเคลื่อนไหวลดลง จากการไม่ออกกำลังกาย
  • การได้รับยาหลายชนิดพร้อมกัน รวมถึงยาบางประเภทที่ส่งผลต่อการทรงตัว
  • ความบกพร่องของสติปัญญา การรับรู้และภาวะจิตใจ เช่น ผู้ป่วยสมองเสื่อม ซึมเศร้า วิตกกังวล

2) ปัจจัยภายนอก (ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม)

  • พื้นทางเดิน การจัดบ้าน และสิ่งแวดล้อมไม่ปลอดภัย  สิ่งของในบ้านวางเกะกะ และมีแสงสว่างไม่เพียงพอ
  • สิ่งก่อสร้างไม่เอื้ออำนวย เช่น ห้องน้ำไม่มีราวเกาะ ,บันได แคบและชัน , ทางเท้าและพื้นถนนขรุขระ หรืออยู่ระหว่างซ่อมแซม
  • เครื่องใช้และเครื่องแต่งกายไม่พอดีตัว เช่น เสื้อผ้า หลวมโคร่งและยาวรุ่มร่าม รองเท้าหลวม  พื้นรองเท้าลื่นหรือชำรุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วิธีลดความเสี่ยงจากการล้ม

  • กรณีเกิดจากปัจจัยทางด้านร่างกาย ผู้สูงวัยต้องได้รับการรักษาโรคประจำตัวหรือภาวะความผิดปกติที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการล้มดังกล่าวข้างต้นกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง  รวมทั้งรักษาระดับการทำกิจกรรมและการเคลื่อนไหว เพื่อคงความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความสามารถในการทรงตัว
  • ปรับสิ่งแวดล้อมภายในพื้นที่ที่ผู้สูงอายุอยู่เป็นประจำ เช่น พื้นทางเดินและการจัดบ้านปรับทางเดินให้เรียบ ไม่ลื่น จัดบ้านให้เป็นระเบียบ ไม่วางของเกะกะบนพื้น เพิ่มแสงสว่างในบริเวณบ้านให้เพียงพอ โดยฉพาะบริเวณทางเดินและบันได ติดราวจับในห้องน้ำและบริเวณบันได
  • เครื่องใช้และเครื่องแต่งกาย ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีขนาดเหมาะสมกับตัวเอง ใส่รองเท้าที่กระชับ พื้นไม่ลื่น
  • ควรใช้อุปกรณ์ในการช่วยเดิน ไม่ว่าจะเป็นไม้เท้า หรือรถเข็นช่วยเดิน และควรปรับพฤติกรรม เช่น ลุกขึ้นยืนช้าๆ มองหาวัตถุรอบตัวที่สามารถจับยึดได้ในกรณีฉุกเฉิน ไม่เดินบริเวณที่เปียกชื้น ไม่ใส่รองเท้ายางที่หมดอายุการใช้งาน เพราะพื้นรองเท้าลื่นและไม่เกาะพื้น

ดังนั้นการปกป้องตัวเองของผู้สูงอายุไม่ให้เกิดการล้มจึงเป็นเรื่องสำคัญ ควรมีการออกกำลังกายและดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น Elife มีวิธีดูแลตัวเองมาแนะนำค่ะ >>https://www.elifegear.com/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2/

นอกจากนั้นตัวเรายังมี EW-21 รถเข็นช่วยเดินที่จะเป็นตัวช่วยในการฝึกการเดินของผู้สูงอายุ >> https://www.elifegear.com/shop/ew-021-rollator-3in1-ultralight/

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : คู่มือการดูแลผู้สูงอายุ

กิจกรรมทางกายสำหรับผู้สูงอายุ

กิจกรรมทางกายสำหรับผู้สูงอายุ

กิจกรรทางกาย (Physical Activity) หมายถึง การเคลื่อนไหวร่างกายใด ๆ ที่มีการใช้กล้ามเนื้อ แบ่งเป็น 3 ระดับตามการเคลื่อนไหว
1) กิจกรรมทางกายระดับเบา การเคลื่อนไหวที่น้อยในการออกแรง เน้นกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยน้อย เป็นการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
2) กิจกรรมทางกายระดับปานกลาง เป็นกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยปานกลาง โดยที่ระหว่างทำกิจกรรมยังสามารถพูดเป็นประโยคได้ มีเหงื่อซึม ๆ
หากวัดอัตราการเต้นของหัวใจจะมีระดับของชีพจรอยู่ที่ 120-150 ครั้ง/นาที
3) กิจกรรมทางกายระดับหนัก เป็นการเคลื่อนไหวร่างกายที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยมาก ทำกิจกรรมซ้ำต่อเนื่องด้วยการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น การวิ่ง
การเดินขึ้นบันได การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา โดยที่ระหว่างทำกิจกรรมไม่สามารถพูดได้เป็นประโยค หรือรู้สึกเหนื่อยหอบ หากวัดอัตราการเต้นของหัวใจ
จะมีระดับชีพจรอยู่ที่ 150 ครั้ง/นาที ขึ้นไป

หากไม่เคยทำกิจกรรมทางกายมาก่อนเลย ควรค่อย ๆ เริ่มทำจากเบาไปหนัก จากช้าไปเร็ว ตามที่ร่างกายสามารถทำได้และพึงระลึกไว้เสมอว่าการขยับไม่ว่ามากหรือน้อยย่อม “ดีกว่าไม่ขยับเลย”

กิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ
1. เน้นการทำกิจกรรมทางกายแบบแอโรบิค ที่พัฒนาระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ
1.1 ระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ หรือวันละ 30 นาที 5 วัน/สัปดาห์
เช่น เดินเร็ว ทำสวน ปั่นจักรยาน หรือทำความสะอาดบ้าน
1.2 ระดับหนักอย่างน้อย 75 นาที/สัปดาห์ หรือวันละ 15 นาที 5 วัน/สัปดาห์ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ หรือเล่นกีฬา
2. กิจกรรมเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและความหนาแน่นของมวลกระดูก อย่างน้อย 2 วัน/สัปดาห์ เช่น ออกกำลังกายในน้ำ รำมวยจีน

Senior Men and Women Enjoying Aerobics in a Swimming Pool


3. กิจกรรมการพัฒนาความอ่อนตัวของกล้ามเนื้อ โดยการยืดกล้ามเนื้อจนรู้สึกตึง และหยุดค้างไว้ 15 วินาที/ครั้ง ทำประมาณ 10 นาที/วัน และอย่างน้อย 2 วัน/สัปดาห์ เช่น โยคะ รำไม้พลอง

4. การบริหารสมอง ประสาทสัมผัส ความจำและอารมณ์ เช่น นั่งสมาธิ สวดมนต์ เดินจงกมรม เล่นเกมคิดคำนวณ พูดคุยกับเพื่อน หรือเล่นดนตรี

5. เปลี่ยนอิริยาบถ โดยให้ลุกเปลี่ยนอิริยาบถจากท่านั่งหรือนอนราบ จากกิจกรรมการนั่งดูทีวี อ่านหนังสือ เล่นโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์ ทุก ๆ 2 ชั่วโมง
โดยการยึดเหยียดกล้ามเนื้อจนรู้สึกตึง เดิน หรือทำงานเบา ๆ ภายในบ้าน

 

>> ข้อควรระวังในการทำกิจกรรมทางกาย <<

  • ผู้สูงอายุควรมีการประเมิณความพร้อมของร่างกายและกล้ามเนื้อก่อนว่าเหมาะสมจะทำกิจกรรมระดับไหน ประเภทใด
  • ควรมีกิจกรรมทางกายตามความสามารถและตามสภาวะที่ร่างกายจะเอื้ออำนวย
  • ควรทำกิจกรรมทางกายจากช้าไปหาเร็ว เบาไปหาหนัก เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับตัวได้
  • ควรเริ่มต้นจาการมีกิจกรรมทางกายในกิจวัตรประจำวันก่อน และมีการอบอุ่นร่างกายและยืดเหยียด (Warm up) และคลายอุ่น (Cool Down)
  • ปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมแก่การทำกิจกรรมทางกาย เช่น ปรับพื้นและทางเดินให้เรียบ ไม่มีขั้น มีแผ่นยางกันลื่น หรือมีราวจับ
  • เรียนรู้อาการที่ควรหยุดการทำกิจกรรมทางกาย และควรปรึกษาแพทย์

การทำกิจกรรมทางกายเป็นเรื่องที่ควรทำเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะในวัยผู้สูงอายุเท่านั้น สามารถทำได้ทุกเพศทุกวัย เพียงแต่ในวัยสูงอายุอาจมีข้อจำกัดในหลาย ๆ ด้าน
ตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล จะขยับร่างกายได้มากหรือน้อย ร่างกายก็ควรมีการเคลื่อนไหวนะคะ
Elife นอกจากจะมีรถเข็นแมนนวล และรถเข็นไฟฟ้าแล้ว ทางร้านเรายังมีรถเข็นช่วยเดินเพื่อสนับสนุนให้เกิดการขยับร่างกายด้วยค่ะ >>https://www.elifegear.com/shop/ew-021-rollator-3in1-ultralight/

 

รีวิว รถเข็นช่วยเดิน EW-21 >>https://youtu.be/0pvZQN6zr-U

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : PA Guidelines สำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส.