fbpx

รีวิวรถเข็นไฟฟ้าผู้สูงอายุรุ่น PW-301Plus (เบรกบนทางชันรถไม่ไหล)

รีวิวรถเข็นไฟฟ้าผู้สูงอายุรุ่น PW-301Plus (เบรกบนทางชันรถไม่ไหล)

รถเข็นไฟฟ้าในตลาดปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายรุ่น หลายราคาตั้งแต่ 10,000-70,000 บาทขึ้นไป และแน่นอนว่าราคานั้นมีผลกับคุณภาพของแน่นอนวันนี้อีไลฟ์จะมาสาธิตการใช้งานรถเข็นไฟฟ้าที่จัดได้ว่าเป็นสินค้าหมวดพรีเมียมและราคาค่อนข้างจะแรงพอสมควร นั้นก็คือรุ่น PW-301Plus ซึ่งต้องขอบอกตรงนี้ก่อนเลยว่าถึงราคาเขาจะแรงแต่ก็เป็นรถเข็นไฟฟ้าที่ขายดีมากที่สุด นิยมใช้ตั้งแต่ผู้สูงอายุไปจนถึงผู้พิการ ไปดูกันค่ะว่าเจ้า PW-301Plus จะมีคุณภาพแรงสู้กับราคาได้หรือไม่ มาดูกันเลย…


PW-301Plus เป็นรถเข็นไฟฟ้าหมวดพรีเมียม ที่สามารถใช้งานได้ดีทั้งในและนอกบ้านเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ที่มีปัญหาเรื่องของการเดินและปวดเข่าไปจนถึงผู้ป่วยหลังผ่าตัดที่กำลังพักฟื้น มีการออกแบบดีไซน์เป็นทรงสปอร์ตไม่เหมือนกับวีลแชร์ทั่วไป ช่วยลดความตึงเคลียดให้กับผู้ใช้งานและผู้อายุสามารถใช้แทนการนั่งเก้าอี้ได้เลย !!


คุณสมบัติของรถเข็นไฟฟ้า

โครงสร้างอลูมิเนียมเกรดพรีเมียม ที่มีคุณสมบัติน้ำหนักเบาเพียง 18.5 กิโลกรัมและไม่ขึ้นสนิม สามารถรับน้ำหนักผู้นั่งได้ถึง 120 กิโลกรัม จากรูปคนใช้งานน้ำหนัก 102 กิโลกรัม สามารถนั่งได้สบายๆ ไม่รู้สึกอึดอัดเพราะด้านข้างของตัวรถเข็นเปิดโล่ง ไม่มีแผ่นอะคลีลิคมากั้น

 

แบตเตอรีเป็นลิเธียม มีน้ำหนักเบา แบตสามารถถอดออกจากรถเข็นได้เมื่อต้องขนย้ายรถเข็นโดยเครื่องบินสามารถโหลดโครงตัวรถไว้ใต้เครื่องและถือแบตเตอรีติดตัวได้เหมือน Power Bank

เบาะมีความกว้างถึง 43 เซนติเมตรเป็นขนาดที่กำลังพอเหมาะ ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไปมีความหนานุ่มและมีรู้สำหรับระบายอากาศ

พนักพิงเป็นทรง S Curve ที่รองรับกับสันหลังผู้ใช้งานพอดี ลดอาการปวด

ปรับเอนได้ 45 องศาโดยการดึงสลิงหลังรถเข็น ปรับเพื่อเปลี่ยนอริยบทและพักผ่อนบนวีลแชร์ในตัว และล้อของรถเข็นเป็นล้อยางตันที่มีความหนาแน่น คงทน ที่สำคัญไม่ต้องเติมลมอีกด้วยขนาดล้อหน้า 6 นิ้ว และล้อหลัง 8 นิ้ว

พร้อมเบาะรองคอเสริม เพิ่มความสบายหากไม่ใช้งานสามารถถอกออกได้


การใช้งานบนทางลาดชัน

เมื่อใช้งานบนทางชัน 12 องศาแบบยาว รถเข็น PW-301Plus  สามารถเบรกบนทางลาดได้โดยที่รถไม่ไหลไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง

 เมื่อปล่อยมือจากจอยสติ๊กบนทางลาดชันรถไม่ไหลและหยุดนิ่งทันทีทั้งขณะขึ้นและลง

รถเข็นสามารถถอยหลังขึ้นบนทางลาดชันได้ ไม่พลิกคว่ำ

เมื่อทดลองใช้งานบนทางลาดชันที่มีความชันเล็กน้อย ใช้ความเร็วระดับ 3


สรุป

จากการทดลองรถเข็น PW-301Plus  มอเตอร์ทำงานเงียบและสมูทไม่กระตุกหรือมีเสียงรบกวน ผู้ใช้งานที่มีช่วงตัวใหญ่สามารถนั่งได้อย่างสบาย ไม่ส่งผลกับการใช้งานหรือระบบไฟฟ้าใดๆ จากรีวิวการใช้งานทั้งหมดจะเห็นได้ว่าเจ้าตัว PW-301Plus นั้นมีความปลอดที่ดีมาก เหมาะกับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย รวมไปถึงผู้พิการ และองค์ประกอบของรถเข็นทั้งหมดโดยรวมนั้นถือว่าเป็นสินค้าระดับพรีเมียม ใครที่กำลังมองหารถเข็นไฟฟ้าดีๆ การใช้งานระยะยาว มีระบบความปลอดภัยสูง PW-301Plus เป็นตัวเลือกที่คุ้มกับการลงทุนเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามอีไลฟ์อยากให้ท่านลองพาผู้ใช้งานมาทดลองนั่งรถเข็นด้วยตัวเอง เพื่อให้ตรงกับความต้องการของท่านมากที่สุดนะคะ

ข้อแตกต่างรถเข็นไฟฟ้า VS สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

ข้อแตกต่างรถเข็นไฟฟ้า VS สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าปัจจุบันเริ่มมีการนิยมมากขึ้น เพราะความสะดวกในการใช้งานและข้อดีต่างๆ เช่น การใช้งานที่ไม่ต้องเติมน้ำมัน การดูแลรักษาง่าย สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก และสามารถขับขี่ได้อย่างสนุกสนาน ก็มีข้อดีและข้อเสียเหมือนกัน  ในส่วนของข้อดี สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้ไฟฟ้า หรือเป็นการชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่โดยตรง ไม่ใช้น้ำมัน หรือปล่อยมลพิษออกสู่ชั้นบรรยากาศนั่นเอง แต่ก็จะมีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ที่ยังทันสมัยและจะพบได้ก่อนหน้านี้ นั่นก็คือ รถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้า

ในปัจจุบัน กระแสความนิยมในการใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณผู้อ่านหลายคนคงเคยเห็นคนขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าผ่านสายตาอยู่บ้าง แต่สกู๊ตเตอร์เพียงคันเดียว ไม่สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานของเราได้ครบถ้วนแน่นอน จริงๆ แล้วสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ ก็จะเหมาะกับผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ขึ้นชื่อว่า 2 ล้อ จะให้มีระบบความปลอดภัยเหมือนเหมือนรถเข็นไฟฟ้าประเภท 4 ล้อ เป็นไปไม่ได้แน่นอนค่ะ ดังนั้น รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจริงๆแล้วจะเหมาะกับวัยเด็กที่สามารถถีบจักรยาน 2 ล้อได้ ไปจนถึงวัยรุ่นวัยทำงานที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ปกติดี นั่นหมายความว่ารถไฟฟ้าสกู๊ตเตอร์ไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการด้านการเคลื่อนไหว แต่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า2ล้อนั้น ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนเลย นั่นก็คือเรื่องราคา เนื่องจากราคาไม่สูง แต่ระบบความปลอดภัยและระบบฟังก์ชั่นการใช้งานยังยากสำหรับผู้สูงอายุ ดังนั้นวันนี้เรามาดูตารางเปรียบเทียบสเปคและลักษณะข้อแตกต่างระหว่าง รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า VS รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ  กันเลยค่ะ 

ประเภทหัวข้อ รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า

รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ

ราคา ❌ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 19,900 – 69,900 บาท ( ตามสเปค )  ✅ 2,500-3,000 บาท 
ล้อ                           ✅ มี 4 ล้อ ล้อหน้ามีขนาดเล็ก ล้อหลังมีขนาดใหญ่กว่า สามารถทรงตัวได้ดีเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ
และคนพิการทุภพลภาพ เหมาะสำหรับขับบนผิวราบเรียบ หรือขับเคลื่อนในพื้นผิวขรุขระที่มีหินได้

❌ มี 2 ล้อ คล้ายจักรยาน ล้อหลังและล้อหลังมีขนาดเท่ากัน เวลาวิ่งในพื้นที่ขรุขระ
อาจทำให้พลิกคว่ำได้ง่าย  เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
และทรงตัวได้เองเหมาะสำหรับขับในถนนที่ราบเรียบเท่านั้น  

การพับ เก็บ ✅   สามารถพับเก็บได้ พกพาเดินทางท่องเที่ยวได้  ✅   สามารถพับเก็บได้ 
การใช้งาน ✅ ชาร์จแบต 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะสูงสุด 25-27 กิโลเมตร
เนื่องจากมีความจุแบตเตอรี่สูงถึง 24V 12Ah กำลังมอเตอร์ข้างละ 250W x2 ล้อสามารถรองรับ
น้ำหนักผู้นั่งได้สูงสุดถึง 120 กก. มอเตอร์สมูท ใช้งานง่าย
บังคับทิศทางได้เพียงปลายนิ้ว ไม่ต้องออกแรงเยอะ และสามารถบังคับทิศทางได้ 360 องศา
เบาะกว้างนั่งสบายเหมือนนั่งเก้าอี้อยู่บ้าน เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย 
❌ ชาร์จแบต 1 ครั้งวิ่งได้ระยะสูงสุด 10-15 กิโลเมตร เนื่องจากความจุแบตเตอรี่เพียง
24V 8A  กำลังมอเตอร์ 240W x 1 ที่ล้อหน้าเท่านั้นหรือเรียกง่ายๆ
ว่าขับเคลื่อนล้อหน้าโดยใช้ระบบแบบสายพาน จึงใช้งานไม่ค่อยทนทานเท่าไหร่นัก
รับน้ำหนักผู้นั่งได้เพียง80 กก. เท่านั้น ขับเคลื่อนยาก ต้องใช้แรงในการบิด เบาะเล็กคล้ายกับ
เบาะรถจักรยาน จึงไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการ 
 ความปลอดภัย  ✅ รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีระบบเบรคหน่วงไฟฟ้า หรือระบบเบรคไฟฟ้าอัตโนมัติ  ❌ ระบบเบรคเป็นระบบเบรคแบบแมนนวล ต้องกำเบรครถสกู๊ตเตอร์ถึงหยุด 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อดูจากตารางเปรียบเทียบแล้ว หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจว่า ระหว่างรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า กับ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ แท้จริงแล้ว เหมาะสำหรับใครเป็นผู้ใช้งานกันแน่ ?? แต่…สำหรับสกู๊ตเตอร์ 2 ล้อ จากการมองด้วยตาเปล่า แน่นอนว่าไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสกู๊ตเตอร์มีเพียงแค่ 2 ล้อ เบาะค่อนข้างเล็กเหมือนจักรยาน จะต้องใช้ความชำนาญเกี่ยวกับการนั่งทรงตัว และใช้ทักษะของการขับขี่รถจักรยาน หรือมอเตอร์ไซค์ ถึงจะสามารถทรงตัวอยู่บนสกู๊ตเตอร์ 2 ล้อได้ และต้องใช้เทคนิค การสลับสวิตซ์เดินหน้า-ถอยหลังอีกด้วย จึงจะเหมาะสำหรับเด็กๆ ที่มีสุขภาพแข็งแรง และปกติทั่วไป ไปจนถึงวัยรุ่นกลางคนและวัยคนทำงาน  ถึงจะสามารถใช้งานได้ เราอาจจะเรียกอุปกรณ์ตัวนี้ว่า ” ของเล่นอิเล็คโทรนิค ” แทนการเรียกว่า ” อุปกรณ์ช่วยเหลือด้านการเคลื่อนไหว
ดังนั้น รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อที่ราคาเบาๆ เพียงหลักพันบาท ใครๆก็สามารถจับต้องได้ จริงๆแล้ว ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ที่จะให้ผู้สูงอายุใช้งาน เนื่องจากผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้นแล้ว ความสะมารถที่จะนั่งทรงตัว และบังคับได้ ถือว่าเป็นเรื่องยากลำบาก เนื่องจากมีวิธีการบังคับใช้งานที่ซับซ้อน อาจทำให้ผู้สูงอายุเกิดความสับสนในระหว่างการใช้งาน

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีแบบไหนบ้าง ?
ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปเรื่อยๆแบบไม่หยุดนิ่ง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็เช่นกัน ทีมีทั้งรูปร่าง ลักษณะหน้าตา และจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันออกไปส่วนใหญ่ที่เราพบได้ตามท้องถนน จะแบ่งดังนี้

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า3ล้อ
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 4 ล้อ

สำหรับผู้สูงอายุที่ใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จะเป็นผู้สูงอายุกลุ่มที่ยังสามารถเดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ยังไม่อยากจะนั่งรถเข็นวีลแชร์ หรือวีลแชร์ไฟฟ้า แต่เดินไกลๆมากแล้ว อาจจะเหนื่อย จึงเลือกใช้งานรถเข็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟา้ แต่จริงๆแล้วหลายๆท่านคงไม่ทราบว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าหากถามว่าเหมาะสำหรับผู้สูงอายุใช้งาน พกพาออกไปท่องเที่ยวหรือไม่ จริงๆแล้วไม่แนะนำค่ะ

ข้อดีของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 
✔ ราคา ในเรื่องของราคาของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า มีราคาค่อนถูกตั้งแต่หลักพันนิดๆ ไปจนถึงหลักหมื่น ซึ่งถ้าหากซื้อไว้เป็นของเล่นสักชิ้นหนึ่งแบบไม่คิดอะไรมาก ก็สามารถใช้งานได้
✔ ขนาด รถเข็นสกู๊ตเตอร์ 2 ล้อ มีขนาดที่เล็กกระทัดรัดก็จริง แต่ถ้าหากผู้สูงอายุใช้งาน มั่นใจได้ว่าไม่สามารถนั่งได้นานเหมือนกับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าอย่างแน่นอน
การใช้งาน สามารถใช้งานเคลื่อนไหว หรือเดินทางในระยะทางใกล้ๆ แทนการเดิน

ข้อเสียของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 
สถานที่การใช้งาน   เนื่องจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่มีขนาด 3 ล้อ หรือสกู๊ตเตอร์ 4 ล้อ จะมีขนาดช่วงที่ค่อนข้างยาว จึงเหมาะสำหรับใช้งานข้างนอก ใช้งานโรงงานตามโกดัง มากกว่า ไม่เหมาะสำหรับใช้งานในบริเวณตัวบ้าน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือตามสถานที่ราชการต่างๆ เนื่องจากไม่สามารถตีวงแคบได้ ไม่เหมาะสำหรับใช้งานในพื้นที่ ที่มีคนคับขัน
ระบบความปลอดภัย ระบบเบรค ถือว่ายังมีความปลอดภัยน้อยกว่ารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า จึงไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ใช้ระบบเบรคแบบกำมือ ซึ่งปัจจุบันรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า แค่เพียงยกปลายนิ้วออกจากตัวบัง ระบบไฟฟ้าก็จะหยุดเคลื่อนไหวทันที และขนาดของล้อหน้าและหลังมีขนาดเล็กเท่ากัน 2 ล้อ จึงทำให้การใช้งานขณะขับเคลื่อนทรงตัวได้ยาก
ไม่สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ เนื่องจากรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ แบตเตอรี่ที่ใช้ เป็นแบตแบบตะกั่วกรด ไม่สามารถพกพาเดินทางโดยเครื่องบินได้ เพราะกฎการบินพลเรือนได้กำหนดไว้ว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้นั้น จะต้องเป็นแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออน ต้องมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ไม่เกินกว่าที่สายการบินกำหนด และต้องสามารถถอดแยกแบตเตอรี่ออกจากตัวอุปกรณ์ได้ และต้องพกขึ้นเครื่อง Carry on เหมือนกับ Power Bank (พาวเวอร์แบงค์)
❌ นั่งไม่สบาย เนื่องจากเบาะนั่งของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เบาะจะเป็นลักษณะคล้ายกับเบาะจักรยาน
ดังนั้นอาจทำให้นั่งได้แค่ชั่วคราว นั่งได้ไม่นานนัก และคนใช้งานที่มีน้ำหนักมาก สะโพกใหญ่ ยิ่งทำให้การนั่งยากลำบากและไม่เหมาะสำหรับคนที่มีร่างกายที่ใหญ่เท่าที่ควร 

เมื่อได้รู้ข้อดีและข้อเสียของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล้ว เรามาดูข้อดีและข้อเสียของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ากันค่ะ ว่ารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีข้อดีและข้อเสียอย่างไร เหมาะสำหรับใครเป็นผู้ใช้งาน และเหมาะจะใช้งานในสถานที่แบบไหนถึงจะง่าย และสะดวกมากที่สุดค่ะ


” ปัจจุบันรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีการพัฒนารูปแบบให้ทันสมัยมากขึ้น มองดูแล้วไม่เหมือนกับรถเข็นวีลแชร์แบบคนพิการ เพื่อให้คนใช้งานดูแล้วเหมือนกับนั่งเก้าอี้เสียมากกว่า เพราะผู้สูงอายุบางท่านไม่ยอมใช้รถเข็นวีลแชร์ หรือใช้รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า เพราะเขินอายเวลาที่คนอื่นมอง หรือในความคิดของผู้สูงอายุคือไม่อยากให้ผู้อื่นมองว่าเป็นคนพิการนั่นเองค่ะ “

รูปแบบของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่ทันสมัย

รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ารุ่น Pw-222
Q&A เรื่องแบตเตอรีรถวีลแชร์ไฟฟ้าที่คุณต้องรู้
รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite pro เบา16 กก. พับได้เล็กกระทัดรัด
รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-301+ น้ำหนัก 18.5 กก. นั่งสบาย

รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หรือเก้าอี้รถเข็นไฟฟ้านี้เหมาะสำหรับใครมากที่สุด ?? 
จริงๆแล้ว ไม่ใช่คนพิการ ก็สามารถใช้งานได้ เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องของการเคลื่อนไหว แต่…ใครบ้างล่ะ ? ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว  ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการที่บกพร่องทางด้านการเคลื่อนไหว ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเดิน การเคลื่อนตัวช้า หรือผู้ป่วยที่มีการผ่าตัดขาหรือเข่า ก็สามารถใช้งานรถเข็นไฟฟ้าได้ เพราะรถเข็นไฟฟ้า จะช่วยอำนวยความสะดวกพาเราไปในทุกที่ โดยไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาเข็น และสามารถใช้งานได้คล่องตัว บังคับง่ายเพียงใช้ปลายนิ้วเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่อยากจะช่วยเหลือตัวเอง ไม่เป็นภาระของคนอื่น และสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้โดยตัวเอง
หรือแม้กระทั่งลูกหลานที่มีร่างกายปกติทั่วไป ต้องการไปเดินเที่ยวตามห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์จัดแสดงโชว์สินค้าที่มีขนาดใหญ่ หรือแม้กระทั่งตามงานแฟร์ในที่ต่างๆ จะพบเห็นผู้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสถานที่เหล่านั้นมีขนาดกว้างใหญ่ อาจทำให้การเดินช็อปปิ้งไม่ทั่วถึง ก็เอารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าของคุณพ่อ คุณแม่นี่แหละค่ะ ไปใช้ในงาน 

รีวิวนั่งรถเข็นไฟฟ้า Lite pro
รีวิวนั่งรถเข็นไฟฟ้า Pw-222
รีวิวนั่งรถเข็นไฟฟ้า Pw-301+

” ผู้สูงอายุ เมื่อมีอายุมากขึ้นสภาพร่างกาย กำลังก็มีการถดถอยลงไป เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาเราจะพาผู้สูงอายุออกไปข้างนอกก็อาจจะทำให้ท่านปวดเมื่อย เหนื่อยง่าย หรือเคลื่อนไหวช้า อาจทำให้เป็นอุปสรคคในการเดินทาง ซึ่งบางครั้งลูกหลานก็อยากจะพาผู้สูงอายุเหล่านั้นออกไปเที่ยวเพื่อเปิดหูเปิดตาทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น และมีความสุขในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน  “

เรามาดูข้อดีและข้อเสียของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ที่แตกต่างจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากันดีกว่าค่ะ

เปิดใจคุณแม่(และคุณลูก) วีลแชร์ไฟฟ้า..ดีอย่างไร?

ข้อดีของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า 
✔ ขนาดของเบาะนั่ง  รถเข็นไฟฟ้า เปรียบเสมือนกับเก้าอี้นั่งที่สามารถเคลื่อนที่ได้ ควบคุมโดยการใช้นิ้วโยกบังคับตัวจอยสติ๊ก ดังนั้นในเรื่องของการนั่ง ก็จะทำให้นั่งสบาย เบาะมีขนาดหนา และนุ่ม รองรับกับสรีระของผู้สูงอายุ หรือคนทั่วไปนั่งนานๆได้ ไม่เมื่อย และสามารถพิงพนักพิงได้อีกด้วย
✔ ระบบความปลอดภัย รถเข็นไฟฟ้า ควบคุมง่าย ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่บกพร่องทางการเคลื่อนไหว มีระบบเบรคที่มีความปลอดภัยสูง เมื่อเราปล่อยมือจากคันโยกบังคับ ตัวรถเข็นไฟฟ้าก็หยุดทันที มีระบบเบรคหน่วงไฟฟ้า ไม่ต้องใช้เบรคแมนนวล ทำให้การใช้งานมีความเรียบง่าย ปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน
✔ สถานที่ รถเข็นไฟฟ้าสามารถใช้งานได้ในทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน นอกบ้าน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือแม้แต่กระทั่งสถานที่ตามราชการต่างๆ เพราะปัจจุบันในประเทศไทยได้มีการปรับปรุงและสร้างทางลาดชันเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ซึ่งสะดวกสบายมากๆ หรือแม้กระทั่งตามถนนหนทาง ร่องสวนหรือในพื้นที่ต่างจังหวัดที่เป็นพื้นผิวขรุขระ ก็สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัว
✔ สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ รถเข็นไฟฟ้าควบคุมการทำงานผ่านจอยสติ๊ก และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ในปัจจุบันรถเข็นไฟฟ้าสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้อยู่ 2 ประเภทด้วยกันนั่นก็คือ
แบตแห้ง หรือตะกั่วกรด แบตเตอรี่ประเภทแบตแห้ง หรือแบตตะกั่วกรด เป็นแบตเตอรี่คล้ายๆกับแบตเตอรี่รถยนต์ แต่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ข้อดีของแบตเตอรี่ประเภท Lead Acid ราคาไม่สูง

Q&A เรื่องแบตเตอรีรถวีลแชร์ไฟฟ้าที่คุณต้องรู้
แบตเตอรีรถเข็นไฟฟ้า

แบตลิเธียมไอออน เป็นแบตเตอรี่ที่สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ เนื่องจากมีคุณลักษณะที่ถูกต้องตามกฎการบินพลเรือนที่ได้กำหนดไว้ดังนี้ แบตเตอรี่ของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่สามารถพกขึ้นเครื่องบินได้ แบตเตอรี่จะต้องเป็นประเภทลิเธียมไออนเท่านั้น และสามารถถอดแยกจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าได้ โดยมีความจุไม่เกินที่สายการบินกำหนด ถึงจะสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ โดยรถเข็นไฟฟ้าของ Elife ที่แบตเตอรี่เป็นลิเธียมไอออนและนิยมใช้พกพาขึ้นเครื่องบินดังนี้


แบตเตอรี่วีลแชร์ไฟฟ้า แบตแห้ง VS แบตลิเธียม ?
รถเข็นไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยแหล่งไฟจาก Battery เนื่องจากเมื่อก่อนจะนิยมใช้งานแต่แบตแห้ง (หน้าตาคล้ายแบตมอเตอร์ไซค์) มีนน. 5-10Kg เพราะราคาไม่สูง สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ปัจจุบันมีการพัฒนาแบตเตอรี่ ประเภทลิเธียมไอออนเพื่อให้มีความจุมากขึ้น หากเทียบแล้วแบตเตอรี่ที่มีขนาดเท่ากันเช่น ความจุ 24V 8AH ถ้าเป็นแบตทั่วไปหรือแบตแห้งจะน้ำหนักประมาณ 9Kg ส่วนแบตเตอรี่ประเภท Lithium Ion มีน้ำหนักเบาเพียง 2Kg เท่านั้น

ข้อเสียของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า 
❌ ราคา เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีระบบไฟฟ้าที่สมูท ใช้งานง่ายและปลอดภัย เมื่อเทียบราคาระหว่างสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า VS รถเข็นไฟฟ้า ทำให้รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีราคาที่สูงกว่า แต่ก็ยังอยู่ในราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ และสามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันจริงๆ และยังสามารถใช้งานได้ทุกวัน เมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล้ว ใช้งานได้เฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น
❌ ขนาดเวลาพับเก็บ เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีขนาดความกว้างของเบาะนั่งกว้างและนั่งสบายกว่ารถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ดังนั้นจึงทำให้การพับเก็บอาจจะมีขนาดที่ใหญ่และมีน้ำหนักมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ทุกรุ่น เพราะปัจจุบันมีการพัฒนารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าให้มีน้ำหนักที่เบาลงเพื่อที่จะสามารถพกพาออกข้างนอกได้

เมื่อได้เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียระหว่างคุณสมบัติของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่ารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์การใช้งาน และเหมาะสำหรับใช้งานกับผู้สูงอายุ และผู้พิการมากกว่ารถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีเบาะที่กว้างนั่งสบาย มีระบบความปลอดภัยสูง มีล้อทั้งหมด 4 ล้อ ไม่ต้องใช้เทคนิคการทรงตัวยาก ควบคุมการเคลื่อนไหวเดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว ไม่ต้องใช้เทคนิคความจำที่ซับซ้อน และที่สำคัญรถเข็นไฟฟ้าบางรุ่น ยังสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้อีกด้วยค่ะ 


 

ขนรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวเชียงคาน วีลแชร์ไฟฟ้ารุ่น PW-301Plus

ขนรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวเชียงคาน วีลแชร์ไฟฟ้ารุ่น PW-301Plus

การดำเนินชีวิตในของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันออกไป มีสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลยคือความเครียด ความทุกข์ หรือความกังวลใจจากเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจก็ตามถ้าไม่อาจเลี่ยงได้แล้วเราจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรให้มีความสุข ? คงจะดีไม่น้อยถ้าเราจะหาเวลาพาตัวเองไปชาร์ตแบต ให้ร่างกายและจิตใจบ้าง เผื่อจะได้มีแรงกลับมาสู้กันต่อ “เชียงคาน” เมืองเล็กๆ ติดริมแม่น้ำโขง คนส่วนใหญ่อาจเลยได้ยินสถานที่แห่งนี้ บางคนอาจเคยมาสัมผัสด้วยตัวเอง หรือแม้แต่ฟังจากคำบอกเล่าของคนอื่น
วันนี้แอดมินจะพาไปรู้จักเชียงคานในอีกมุมหนึ่ง…. ปกติแล้วนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเชียงคานมักจะใช้จักรยาน เป็นภาหนะในการชมเมือง ไปวัด ชมวิวริมแม่น้ำโขง หรือไปสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ไกลมากนัก แต่การเดินทางครั้งนี้เรามีเพื่อนร่วมทางที่ดีอย่างรถเข็นไฟฟ้า PW-301 Plus ที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางครั้งนี้

รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา

รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า น้ำหนักเบา สำหรับพาผู้สูงอายุท่องเที่ยว รุ่น PW-301 Plus ความพิเศษที่นอกจากน้ำหนักเบาแล้วยังสามารถพับ-เก็บโหลดขึ้นเครื่องบินได้ เพราะมีแบตเตอรีเป็นลิเธียม (ลักษณะเดียวกับแบต Power Bank โทรศัพท์มือถือ) วันนี้อีไลฟ์จะรีวิว ขนรถเข็นไฟฟ้าคันนี้ไปเที่ยวไกลถึงเชียงคานจะเป็นยังไงไปดูรีวิวกันเลยค่ะ…

ขออธิบายรายละเอียดคร่าวๆเกี่ยวกับรถเข็นไฟฟ้า PW-301 Plus กันก่อนนะคะ วีลแชร์รุ่นนี้เป็นโครงสร้างอลูมิเนียม ดังนั้นน้ำหนักรถที่เบาและไม่ขึ้นสนิม มีน้ำหนักรถเบาเพียง 18.5 กิโลกรัม แต่สามารถรับน้ำหนักผู้นั่งได้ถึง 120 กิโลกรัม และที่สำคัญสามารถพับ-เก็บได้ง่าย ไม่ว่าจะใส่ท้ายรถหรือขึ้นเครื่องบินจึงเป็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการท่องเที่ยว เดินทางไม่ว่าจะในหรือนอกประเทศ


วันที่ 1 บรรยากาศที่สนามบินก่อนขึ้นเครื่องเดินทาง

รถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน

โดยปกติแล้วแต่ละสายการบินจะรถเข็นวีลแชร์คอยให้บริการผู้โดยสาร เห็นได้จากในรูปเลยที่จอดเรียงกันเป็นจำนวนมาก ครั้งนี้อีไลฟ์เดินทางโดยใช้สายการบิน Air Asia ค่ะ ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้โทรมาปรึกษากับเจ้าหน้าเกี่ยวกับชั้นตอนและกฎของสนามบิน ซึ่งจริงๆแล้วทุกครั้งที่เราเดินทางไม่ว่าจะสายการบินใด ควรโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้งนะคะ เพื่อความชัวร์เพราะแต่ละสายกรบินจะมีกฏและขั้นตอนที่ไม่เหมือนกัน เรามาดูกฏระเบียบในการนำรถเข็นไฟฟ้าของสายการบิน Air Asia กันดีกว่า

  • แอร์เอเชีย สายการบินจะให้ผู้โดยสารที่ทุพพลภาพ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ หรืออยู่ในภาวะป่วยร่วมเดินทางไปด้วยเที่ยวบินละ 4 ท่าน  ผู้โดยสารที่เป็นอัมพาตทั้งแขนและขาจะถูกจำกัดไม่เกิน    เที่ยวบินละ 2 ท่าน ในบางกรณีทางสายการบินอาจร้องขอให้ผู้โดยสารดังกล่าวต้องมีผู้ร่วมเดินทางด้วย อีกทั้งยังอนุญาตให้ รถเข็นเด็ก รถเข็นวีลแชร์ อุปกรณ์ช่วยเดินและโครงเหล็กช่วยเดิน สามารถนำขึ้นเครื่องได้โดย ไม่เสียค่าใช้จ่าย (รวมไปถึงรถเข็นหรืออุปกรณ์ช่วยเหลือที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ แต่ต้องถอดแบตเตอรี่ออกจากอุปกรณ์ดังกล่าวแล้ว) น้ำหนักสูงสุดที่อนุญาตคือ 85 กิโลกรัม ทั้งนี้ต้องทำการแจ้งสายการบินก่อนล่วงหน้า 48 ชั่วโมง เพื่อเตรียมการช่วยเหลือ 
  • เงื่อนไขตามหลักการบินพลเรือน CAAT
    กรณีที่เป็นรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ต้องถอดแบตเตอรีแยก ใส่ในกระเป๋าก่อนโหลดใต้ท้องเครื่อง กำลังไฟฟ้าแบตเตอรี่ 1 ก้อนไม่เกิน 300Wh แบตเตอรี่ 2ก้อนไม่เกินข้างละ 160Wh
  • ประจุไฟของแบตเตอรีของ Pw-301Plus คือ Lithium 12V 6AH ซึ่งเป็นไปตามกฏของสนามบิน โดยทางอีไลฟ์ได้ทำการโหลดรถเข็นไว้ใต้ท้องเครื่องและถอดแบตเตอรีติดตัวขึ้นเครื่องไป ตามมาตรการของสายการบิน

รถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน

ขั้นตอนนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน

  • หลังจากที่จองตั๋วเครื่องบิน เรียบร้อยแล้ว ให้โทรไปที่ Call center เจ้าหน้าที่จะให้บริการคำแนะนำในการเตรียมเอกสารเกี่ยวกับแบตเตอรี่เพื่อนำขึ้นเครื่องบิน
  • ส่งรายละเอียดต่างๆของรถเข็น + แบตเตอรี่ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  ไปที่ E-mail : thailand-support@airasia.com
  • หลังจากส่งเรียบร้อยให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งแบบฟอร์มมาให้เรากรอก พอกรอกเอกสารเรียบร้อย ให้ส่งกลับไปที่ Emailเดิม อีกรอบ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง
  • หลังจากที่เจ้าหน้าที่คอนเฟิร์มกับเราว่าเอกสารเรียบร้อยแล้ว รอประมาณ 2-3 วัน ให้โทรไปเช็คกับ Call center อีกครั้ง เพื่อการยืนยันที่ถูกต้อง หากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ปริ้นแบบฟอร์มไปในวันเดินทางด้วยค่ะ เพราะต้องนำไปประกอบเอกสารชี้แจ้งกับเจ้าหน้าที่สบามบิน.

เมื่อออกจากสนามบินเลยได้ขับรถต่อไปที่เชียงคาน อีไลฟ์มาถึงเชียงคานก็บ่ายแก่ๆแล้วค่ะ เตรียมเก็บของเข้าที่พักแล้วมาเที่ยวตลาดตอนเย็นกัน

บรรยากาศที่เชียงคาน
ถนนคนเดินมีของกินเพียบเลยค่ะ
วันที่ 2 สวนสาธารณะของอำเภอเชียงคาน

รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา

รถเข็นไฟฟ้าพับ เที่ยว

สวนสาธารณะของอำเภอเชียงคาน เป็นอีกหนึ่งจุดชุมวิวที่สวยงาม ยามเช้าไม่ว่าจะหน้าหนาวหรือแม้กระทั่งหน้าร้อน ริมแม่น้ำโขงก็จะมีหมอกภายในสวนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน และออกกำลังกายยามเช้านี่ถ้าไม่ใช่รถเข็นไฟฟ้า PW-301 Plus ก็ไม่สามารถปรับเอน 45 องศาแบบนี้ได้นะคะ ไม่ว่าจะนอนพักสายตา อ่านหนังสือที่ชอบสักเล่ม ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเพื่อบันทึกช่วงเวลาดี ๆ ก็สามารถทำได้อย่างสบาย ๆ เลยค่ะ

รถเข็นไฟฟ้าพับ เที่ยว

พับเก็บใส่ท้ายรถสบายๆ แถมสามารถใส่รถเข็นแมนนวลเพิ่มมาได้อีก 1 คัน

รถเข็นไฟฟ้าพับ เที่ยว

PW-301 Plus มีวิธีพับ-กางไม่ซับซ้อมยุ่งยาก ผู้ดูแลสามารถทำเองได้แน่นอนค่ะ

รถเข็นไฟฟ้าพับ เที่ยว

ด้วยที่เป็นรถเข็น PW-301 Plus ล้อยางตันและมีขนาดหน้ายางที่กว้าง จึงมีคุณสมบัติป้องกันแรงกระแทกได้ดี ไม่ว่าจะเป็นถนนพื้นผิวขรุขระ พื้นที่ต่างระดับ เป็นทราย กรวด ก้อนหิน ไม่เป็นปัญหาในการบังคับและอีกคุณสมบัติพิเศษก็คือ PW-301Plus มีระบบเบรคแม่เหล็กไฟฟ้าคือเมื่อผู้ใช้งานหยุดบังคับรถจะหยุดนิ่งทันทีไม่มีการดีเลย์ ซึ่งจะส่งผลทำให้เมื่อหยุดรถเข็นบนทางลาดรถจะไม่ไหลนั้นเอง ถ้าอ่านยังคงไม่เห็นภาพลองไปชมในวีดีโอกันเลยค่ะ….

สรุปรีวิวที่พารถเข็นไฟฟ้า PW-301Plus ไปเที่ยวเชียงคาน
  • ไม่ได้ยุ่งยากแบบที่คิดค่ะ แต่เราต้องวางแผนและโทรแจ้งกับเจ้าหน้าที่สายการบินให้เคลียร์ก่อนวันเดินทางจริง
  • น้ำหนักของรถเข็นค่อนข้างเบาหากเทียบกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ ซึ่งปกติรถเข็นไฟฟ้าที่อยู่ในหมวดเน้นน้ำหนักเบาจะนั่งไม่ค่อยสบาย โครงสร้างจะเป็นอลูมิเนียมบางแต่ PW-301Plus มีเบาะที่ค่อนข้างกว้าง หนานุ่ม โครงหนารู้สึกมั่นคง สามารถลุยบนถนนขรุขระ หินกรวด ได้สบายๆ มอเตอร์ค่อนข้างแรงไม่ดีเลย์และไม่มีเสียงรบกวน  สำหรับผุ้สูงอายุที่มีช่วงตัวสะโพกกว้างสามารถนั่งได้ชิลๆเลย
  • แบตเตอรีน้ำหนักเบาไม่เป็นปัญหาตอนพกติดตัวขึ้นเครื่องไปด้วย
  • เชียงคานเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่าสนใจ หากต้องการพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวในวันหยุดสุดสัปดาห์  บรรยากาศดี อาหารอร่อย แนะนำค่ะ

รีวิวการใช้งาน Smart Car (ไฟส่องสว่างหน้า ไฟกระพริบเตือน ช่องUSB Fast Charge)

ไฟติดรถเข็นไฟฟ้า

เพราะวิสัยในเวลากลางคืนไม่ชัดเจนเท่าเวลากลางวัน ดังนั้นการออกเดินทางหรือทำกิจกรรมในที่มืดอาจ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น บางท่านอาจจะแก้ปัญหาในการถือไฟฉาย,ไฟจากมือถือ,หรือจากเทียน ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถให้แสงสว่างเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น อาจจะช่วยแก้ปัญหาในเบื้องต้นได้หากท่านไม่ได้ใช้วีลแชร์ในเวลากลางคืนไปในที่ไกลๆ แต่ในทางตรงข้ามหากท่านจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ในเวลากลางคืนไปโรงพยาบาลหรือสถานที่ไกลๆในเวลาฉุกเฉิน อุปกรณ์จำพวกไฟฉายอาจทำให้การใช้งานยุ่งยากขึ้นและมีความปลอดภัยไม่เพียงพอเพราะไม่มีไฟท้ายหรือไฟฉุกเฉิน ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนทางด้านหลังเพราะมองไม่เห็นวีลแชร์ของท่าน หรือแสงไฟสว่างไม่เพียงพอสำหรับส่องพื้นผิว ทางชัน พื้นต่างระดับบนถนน ซึ่งทำให้เกิดวีลแชร์พลิกคว่ำหรือสะดุดล้มได้

ไฟรถเข็นไฟฟ้าSmartcar
รีวิวจากอาม่า
รีวิวไฟฉุกเฉินรถเข็นไฟฟ้า
SmartCar

ทางเราคำนึงถึงอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากแสงสว่างไม่เพียงพอ เพราะผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรือในกรุงเทพ ก็ยังมีความจำเป็นที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าในเวลากลางคืน จึงมีการคิดค้นพฒนาอุปกรณ์เสริมตัวนนี้ขึ้นมา Smart Car หรือที่หลายท่านเข้าใจว่า ไฟเสริมสำหรับรถเข็นวีลแชร์ แต่ความพิเศษก็คือตัวนี้ประกอบด้วย 1.ไฟหน้าสำหรับส่องแสงสว่าง พื้นถนน ทางลาดชัน ในพื้นที่กลางคืน 2. ไฟหลังกระพริบ สำหรับขอความช่วยเหลือหรือเป็นไฟฉุกเฉิน 3.ช่อง USB รองรับระบบ Fast Charge จำนวน 2 ช่อง ไว้สำหรับใช้ไฟในยามฉุกเฉิน เช่น การชาร์จแบตโทรศัพท์ ต่อกับพัดลม รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี USB ทั้งหมด ซึ่งระบบทั้งหมดถูกออกแบบพิเศษโดยทีมวิศวกรของอีไลฟ์ มาดูรีวิวกันเลยค่ะ

ใช้งานง่ายเพียงกดสวิตซ์

สามารถใช้USBพร้อมกัน 2 ช่อง

ไฟท้ายรถเข็นไฟฟ้า

SmartCar คือไฟเสริมสำหรับรถเข็นไฟฟ้าและวีลแชร์ไฟฟ้า ประกอบด้วย

  • ไฟหน้า 2 ข้าง สำหรับส่องแสงสว่าง ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นทาง สภาพถนนในเวลากลางคืนได้ชัดเจนขึ้น ป้องกันอันตรายรถจากด้านหน้า
  • ไฟท้ายกระพริบสีแดง สามารถป้องกันอันตรายรถจากด้านหลัง เป็นไฟสำหรับขอทาง
  • มี Power Socket USB  จำนวน 2 ช่อง สามารถใช้ชาร์แบตสมาร์ทโฟน พัดลม ไฟฉาย หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดที่ใช้งานโดย USB ที่สำคัญรองรับ Fast Charge และเสียบใช้งานพร้อมกันได้

จุดเด่น

  • Power Socket USB ที่เป็น Fast Charge สามารถใช้ไฟในยามฉุกเฉิน
  • มีตัวเลขแสดงสถานะที่ใช้แบตเตอรีไป
  • ทำงานร่วมกับแบตเตอรีรถเข็นไฟฟ้าแต่ประหยัดไฟ
  • สามารถใช้ได้ทั้งกลางคืนและกลางวัน
  • หากไม่ใช้งานสามารถปิดได้
  • อุปกรณ์ไม่มีผลกับการพับวีลแชร์ ไม่กินพื้นที่และไม่เพิ่มน้ำหนัก
  • ไม่ส่งผลกับการใช้งานรถเข็นไฟฟ้าเมื่อปิดการใช้งานยังบังคับรถเข็นได้ปกติ

วิธีการใช้งาน

  • ต่อสายเปิดขั้วแบตเตอรีให้ทำงาน
  • กดสวิตซ์เปิดใต้กล่อง SmartCar ไฟหน้า ไฟหลังติดไฟ และ USB พร้อมใช้งานแล้ว
  • เมื่อต้องการปิดการใช้งานให้กดเปิดสวิตซ์SmartCar อย่างเดียว (รถเข็นไฟฟ้าสามารถบังคับไฟฟ้าต่อได้)

การดูแลรักษา

  • หลีกเลี่ยงน้ำและความชื้น
  • ไม่ควรถอดรื้ออุปกรณ์เสริมเอง

อายุการใช้งาน

  • 1-2 ปี แล้วแต่การใช้งานของแต่ละท่าน

เหมาะกับใครบ้าง

  • ผู้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าที่ต้องการความปลอดภัยมากขึ้น
  • ผู้ใช้งานที่ใช้รถเข็นนอกสถานที่เป็นประจำ
  • ผู้ใช้งานต่างจังหวัดที่ใช้งานบนถนนขรุขระในเวลากลางคืน
  • ผู้ใช้งานที่ต้องการทำให้รถเข็นไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกได้มากขึ้น
USBจำนวน 2 ช่อง
รองรับระบบ Fast Charge
รีวิวไฟท้ายรถเข็นไฟฟ้า
ไฟท้ายรถเข็นไฟฟ้า
รีวิวSmartcar
ไฟจากด้านหน้า

สรุป 

อุปกรณ์เสริม SmartCar เป็นประโยชน์มากๆกับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าในเวลากลางคืนอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ติดกับรถเข็นไฟฟ้าไว้ไม่เสียหายค่ะ เพราะไม่ได้ไประบบกวนระบบต่างๆของตัวรถเข็น ไม่มีสายไฟห้อยเกะกะทั้งตอนพับและตอนใช้งาน เมื่อมีแสงสว่างเพียงทำให้สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าในเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ใช้งานเองและคนนอกที่มองไม่เห็น นอกจากนี้ตัว USB ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าในระยะทางไกลๆ หรือใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆท่านก็สามารถใช้ไฟฉุกเฉินผ่านตัวรถเข็นไฟฟ้าได้เลย


พาผู้สูงอายุเที่ยวด้วยรถเข็นวีลแชร์

พาผู้สูงอายุเที่ยวด้วยรถเข็นวีลแชร์

ปกติคนในวัยกลางคน ทำงานมาทั้งปีได้เที่ยวบ้างเป็นพักๆ ก็ถือว่าได้ไปผ่อนคลาย ได้พักผ่อนหย่อนใจ ได้ชาร์จพลังให้สมองปลอดโปร่งมากขึ้น เพื่อที่จะกลับไปทำงานต่อได้ เป็นที่รู้อกันอยู่แล้วว่าการท่องเที่ยว เป็นยาขนานเอกในการเติมพลังชีวิต ลองกลับมาคิดๆดู แล้วผู้สูงอายุที่บ้านเราล่ะ ?? อยู่บ้านทุกวันพวกท่านจะไม่อยากเที่ยวบ้างหรือ? การพาผู้สูงอายุออกจากบ้านไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาที่ดี มีผลดีทั้งต่อร่างกาย จิตใจอารมณ์ และสังคม ทำให้ผ่อนคลายความเครียดได้ รู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน และทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขมาก วัยผู้สูงอายุเองก็เป็นวันที่ต้องการที่จะท่องเที่ยว ได้พบปะผู้คน สูดอากาศบริสุทธิ์ หรือได้เปลี่ยนบรรยากาศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุและอายุที่ยืนยาวขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนไหว ผู้สูงอายุไม่สามารถทำในสิ่งที่ชอบได้ ดังนั้นลูกหลาน หรือคนในครอบครัวเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ที่จะพาผู้สูงอายุไปเที่ยวเปิดโลกกว้าง ตามโอกาสที่เหมาะสม

การเดินทางสำหรับผู้สูงอายุเรียกว่าเป็นเรื่องสนุก เนื่องจากว่าผู้สูงอายุหลายท่านมีความปรารถนาที่จะได้เดินทางออกไปท่องเที่ยวและมีความสุขกับชีวิตได้อย่างเต็มที่ เมื่ออายุมากขึ้นผู้สูงอายุก็มักจะประสบกับปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพที่ไม่ดีมากนักและยังไม่สามารถเดินทางไกลได้เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านร่างกายที่เป็นปัญหาดังนี้ 
– ปัญหาด้านการเคลื่อนไหว/ ปัญหาความพิการ
– สูญเสียความทรงจำ / ความทรงจำไม่ดี
– ผู้สูงอายุมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย บางทีก็น้อยใจ มีอารมณ์เป็นบางครั้งบางคราว

” การวางแพลนทริปท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุนั้น ก่อนอื่นเลยต้องคำนึงถึงสถานที่ ที่ตั้งใจว่าจะพาผู้สูงอายุไปเที่ยวก่อนว่า จะสามารถพาไปได้หรือไม่ หรือมีข้อกำหนดทางร่างกายหรือเปล่า แต่ถ้าหากไม่มีก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้เลย แต่ถ้าหากว่าผู้สูงอายุมีข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนไหวหรือจะต้องพบเจอกับเรื่องที่ค่อนข้างลำบากหรือไม่คาดคิด เราจะต้องคุยกับผู้สูงก่อนว่าจะต้องแบบนั้นนะ เจอสิ่งนี้นะ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผิดหวัง และไม่สนุกกับการท่องเที่ยวในครั้งนั้นๆ “


5 เหตุผล …. ที่ลูกหลานควรพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยว
แน่นอนว่ายังมีหลายๆ ท่านที่ยังไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดทำไมต้องพาผู้สูงอายุ ออกไปตากแดด ตากลม ตะลอนนอกบ้าน หรือพาผู้สูงอายุออกไปพบปะผู้คน บางทีร่างกายผู้สูงอายุเริ่มอ่อนแอง่าย อาจจะเจอเชื้อโรค หรืออาจทำให้ติดโรค ที่เป็นโรคติดต่อ อาจทำให้มีผลต่อสุขภาพผู้สูงอายุ แต่รู้หรือไม่ว่าสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ จะต้องควบคู่ไปกับสุขภาพจิตที่ดีด้วย หากร่างกายของผู้สูงอายุแข็งแรง แต่สภาพจิตใจของผู้สูงอายุมีภาวะเครียด หรือวิตกกังวล ไม่สบายใจ ก็อาจจะทำให้ผู้สูงอายุมีภาวะแทรกซ้อนได้เช่นกัน เหตุผลที่เราจะต้องพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยวดังนี้


(1.) ได้เปลี่ยนอิริยาบท จากการนั่งๆ เดินๆ อยู่แค่ภายในบริเวณบ้าน ได้ออกมานอกบ้านได้นั้น ผู้สูงอายุจะได้มีการขยับ เคลื่อนไหว มีกิจกรรมทางกายมากกว่าปกติ บางคนอาจจะถือโอกาสนี้เป็นการพาผู้สูงอายุไปออกกำลังกาย หรือบางครอบครัวอาจจะจัดเป็นกิจวัตรประจำวันที่จะพาผู้สูงอายุออกจากบ้านทุกวันก็ได้
(2.) การพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยวนอกบ้านนั้น จะส่งผลดีต่อสมองของผู้สูงอายุที่ให้สมองคงความสามารถให้นานขึ้นได้ เช่น ความทรงจำระยะสั้น การออกไปข้างนอกบ้านเป็นการฝึกการจำ จดจำเส้นทาง จดจำสถานที่ การใช้สมองคิดแก้ปัญหาการจัดการต่างๆ แม้แต่การให้ผู้สูงอายุซื้อของ การจดจำราคา อ่านฉลากสินค้า คำนวนเงิน เป็นการคงความสามารถในการจัดการ การคิดวิเคราะห์ และการเชื่อมโยงจากเรื่องราวต่างๆ จากการเปิดหูเปิดตา เรียนรู้และรับเรื่องใหม่ๆ อยู่เสมอ
(3.) เพิ่มปฏิสัมพันธ์กับสังคม หรือการพบเจอสังคมใหม่ๆ การได้ออกไปตามสถานที่ต่างๆ นอกบ้าน ได้พบเห็นผู้คน ได้พูดคุยกับคนใหม่ๆ เห็นบ้านเมืองหรือสถานที่ต่างๆ การได้พบปะพูดคุยกับเพื่อน ตามสถานที่ต่างๆ ที่ไป แม้แต่การได้พูดกับพนักงานเสิร์ฟเพื่อสั่งอาหาร ก็เป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง ผู้สูงอายุจะรู้สึกว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม
(4.) ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกๆ หลานๆ และคนในครอบครัว ส่วนของลูกหลานและคนในครอบครัวเองก็ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันกับผู้สูงอายุเช่นกัน นอกจากได้มี Quality Time ร่วมกันกับครอบครัวแล้ว ยังได้รู้จักการฝึกแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะบางครั้งหากเราไม่ได้พาผู้สูงอายุออกมาเที่ยว เราอาจไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ในการเจอกับสถานการณ์ต่างๆ ทั้งลูกหลานและผู้สูงอายุก็ได้ฝึกปรับตัวในการเตรียมตัวเที่ยวในแต่ละครั้ง
(5.) ทำให้ผู้สูงอายุ มีอายุยืนยาวมากขึ้น เกิดจากจิตใจและมีอารมณ์ที่ดี และความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว จากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น จะทำให้สุขภาพโดยรวมของผู้สูงอายุดีขึ้น เพราะผู้สูงอายุที่ยังออกนอกบ้านได้แสดงถึงความพร้อมและความแข็งแรง ความสามารถที่จะออกเดินทางไปเที่ยวภายนอกบ้านได้ แม้อาจจะต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการพาออกไปข้างนอกบ้านบ้างก็ตาม

“ระดับของการออกไปเที่ยวนั้น มีตั้งแต่ ออกไปเที่ยวตลาดใกล้บ้าน ออกไปช้อปปิ้งที่ห้างประจำ นัดเจอเพื่อน หรือทานข้าวกับครอบครัว ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปจนถึงเที่ยวต่างประเทศ แม้กระทั่งผู้สูงอายุบางท่าน ไม่ชอบออกนอกบ้านเลย แค่การได้ออกมาหาหมอตามนัดก็ถือว่าได้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศแล้ว ผู้สูงอายุนั้นบางครั้งแค่ได้ออกนอกบ้านมาเดินออกไปแค่ถนนหน้าหมู่บ้านก็ถือว่าออกนอกบ้านแล้ว หากทราบแบบนี้แล้ว อยากให้ลูกๆหลายๆ และสมาชิกภายในครอบครัวพาผู้สูงอายุออกนอกบ้านกันเถอะค่ะ” 

การเลือกสถานที่ให้เหมาะกับผู้สูงอายุท่องเที่ยว
อย่างแรกเลยถ้าการเดินทางท่องแล้วมีผู้สูงอายุไปด้วย สิ่งที่ควรจะต้องทำเป็นอันดับแรกเลยก็คือสอบถามกับผู้สูงอายุก่อนว่าต้องการไปเที่ยวที่ไหนหรืออยากไปไหนเป็นพิเศษบ้างหรือไม่ สำหรับคำถามนี้ถือได้ว่าเป็นคำถามที่เป็นการเอาใจใส่และห่วงใย ซึ่งแน่นอนว่าท่านคือผู้สูงอายุ สถานที่ที่ไปเป็นอันตรายหรือที่หวานเสียวน่ากลัว ก็ไม่สมควรที่จะพาผู้สูงอายุไป เพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้สูงอายุได้ ส่วนเรื่องสถานที่ที่จะพาผู้สูงอายุไปด้วย ควรจะเป็นสถานที่ที่เดินทางง่าย ไม่ลำบาก ต้องมีความปลอดภัยสูงสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนั้นๆ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สถานที่ท่องเที่ยวผู้สูงอายุ

การเลือกรถส่วนตัวให้การเดินทางจะเป็นผลดีที่สุด
แน่นอนว่าการเลือกใช้รถยนต์ส่วนตัวนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับผู้สูงอายุที่บ้าน เพราะว่าผู้สูงอายุจะสะดวกสบายมากขึ้น ปลอดภัยจากสิ่งต่างๆ ที่หลายๆคนมองว่ามันเป็นอันตรายและที่สำคัญสามารถขับได้ตามที่เขาต้องการโดยไม่เร็วจนเกินไป หรือไม่ช้าเกินไป การใช้ความเร็วเกินไปอาจจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่สบายใจได้เช่นกัน ที่นำรถยนต์ส่วนตัวไป อาจมีแวะระหว่างทาง หรือแวะพักตรงจุดไหนก็สะดวกสบายที่สุด ดังนั้นจึงเหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ และที่สำคัญการคำนึงถึงการเข้าห้องน้ำของผู้สูงอายุด้วย ว่าเขาจะต้องเดินทางและจอดรถมีการเข้าห้องน้ำ ฉี่บ่อยครั้ง เพราะผู้สูงอายุจะมีการเข้าห้องน้ำมากกว่าเราในวัยปกติ ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่พักต่างๆ หรือแม้แต่การเดินทางในสถานที่ต่างๆ เหล่านั้นจะต้องมีห้องน้ำที่อำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุด้วย

” แต่สำหรับผู้สูงอายุหลายท่านที่ต้องนั่งรถเข็น(Wheelchair) คงจะมีความกังวลไม่น้อยว่าจะเที่ยวสนุกมั้ย แต่ในปัจจุบันเรามีรถเข็นที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งรูปลักษณะ คุณสมบัติ ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ” 

ผู้สูงอายุนั่งรถเข็นวีลแชร์เที่ยวกับลูกๆหลานๆ

โดยปกติแล้วในปัจจุบันนี้ รถเข็นวีลแชร์ สำหรับผู้สูงอายุมีเยอะแยะมากมายหลายรูปแบบ แต่จะมีวีลแชร์ที่เหมาะกับการการท่องเที่ยวของผู้สูงอายุมีอยู่ 2 ประเภทหลักๆ นั่นก็คือ 

คุณแม่นั่งรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าน้ำหนักเบา 13.5 กก. ไปเที่ยวที่หัวหิน

1. รถเข็นวีลแชร์แบบไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้า 
วีลแชร์แบบไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุ เป็นรถเข็นวีลแชร์ที่สามารถขับเคลื่อนโดยล้อหลัง และบังคับทิศทางได้โดยผู้นั่ง โดยจะมีคันโยก หรือจอยสติ๊กไว้สำหรับบังคับทิศทาง รถเข็นวีลแชร์ประเภทนี้ จะเหมาะสำหรับผู้สูงอายุทุกประเภท และผู้สูงอายุที่นิยมใช้กันจะเป็นผู้สูงอายุที่รักอิสระ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และไม่ชอบเป็นภาระลูกหลาน จะชอบใช้รถวีลแชร์ไฟฟ้าหรือรถเข็นไฟฟ้าบังคับไปเอง ตามทิศทางที่ตัวเองอยากไป ไม่ต้องรอให้คนมาเข็น แต่รถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้า ก็มีหลากหลายรุ่นให้เราเลือก แต่ก็ไม่ใช่ทุกรุ่น ที่จะเหมาะสำหรับการใช้งาน   ปัจจุบันมี รถเข็นไฟฟ้า ให้เลือกมากมายหลายรุ่น ทั้งรถเข็นไฟฟ้าพับได้ รถเข็นไฟฟ้าเหล็กเคลือบ รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา รถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม ซึ่งแต่ละแบบต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แต่ที่สำคัญคือรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้นั้นจะต้องเป็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักหนักเบา พกพาง่าย พับเก็บง่าย เพื่อคนดูแลจะได้สะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก ดังนั้นลูกๆหลานๆ จะสามารถยกได้ หากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้า มีน้ำหนักที่ค่อนข้างเยอะ ก็จะถือได้ว่าเป็นเรื่องยากลำบาก อาจจะทำให้ทริปเที่ยวที่วางแผนไว้ หมดสนุกกันเลยทีเดียวค่ะหรือว่าหากทริปไหนต้องมีการเดินทางโดยสารเครื่องบิน ก็จะมีรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินได้ และไม่ได้เช่นกัน ส่วนรถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้าที่สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ต้องเป็นรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ที่ประเภทของแบตเตอรี่ต้องเป็นลิเธียมไอออนเท่านั้น ความจุของแบตเตอรี่ต้องไม่เกินกว่าที่สายการบินกำหนด และรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้าจะต้องแยกกับตัวแบตเตอรี่ได้ เพราะทางสายการบินเขาจะให้เรานำแบตเตอรี่รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินไปด้วย เปรียบเสมือนกับ Power Bank  เลยค่ะ

อาม่าขับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าไปดูภูเขาไฟฟูจิ ที่ประเทศญี่ปุ่น
ขับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าไปช็อปปิ้ง ที่ประเทศญี่ปุ่น
อาม่าขับวีลแชร์ไฟฟ้าในโรงแรม ที่ประเทศญี่ปุ่น

แนะนำรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา 


2. รถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดา รถเข็นวีลแชร์มือเข็น หรือรถเข็นวีลแชร์แบบแมนนวล (Manual) 
วีลแชร์แบบธรรม รถเข็นวีลแชร์แบบแมนนวล หรือบางคนก็เรียกว่ารถวีลแชร์แบบมือเข็น รถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุชนิดนี้ เป็นรถเข็นวีลแชร์ที่ต้องออกแรงเข็น ไม่ว่าจะให้ผู้อื่นเข็นให้ หรอหมุนล้อด้วยตัวผู้นั่งเองก็ตาม วีลแชร์ชนิดนี้มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน แต่..ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ก็ไม่ชอบนั่งรถเข็นวีลแชร์ที่มีลักษณะเป็นเหมือนกับรถเข็นคนพิการ เพราะผู้สูงอายุเป็นคนขี้อาย พอคนมองมากๆ แล้วก็เขิน บางทีอาจจะไม่นั่งเลยก็ได้ ดังนั้นการเลือกรถเข็นวีลแชร์ ก็สำคัญค่ะ ดังนั้นรถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดาที่เราเลือกใช้ ควรเป็นรูปแบบดีไซน์ที่ทันสมัย มองดูแล้วเป็นเก้าอี้รถเข็นที่มีล้อ ไม่เหมือนรถเข็นวีลแชร์ผู้พิการ ก็จะทำให้ผู้สูงอายุยอมรับที่จะนั่งรถเข็นวีลแชร์ได้ เพราะบางทีสุขภาพจิตของผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญ บ้างก็เครียด หรือไม่ชอบให้ขัดใจ ดังนั้นเราจึงควรเลือกวีลแชร์ที่ดีและรูปแบบที่สวยน่าใช้งานให้กับผู้สูงอายุ

โดยรถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดาสำหรับผู้สูงอายุไว้ใช้งานเวลาเดินทางท่องเที่ยวนั้น ควรเป็นรถเข็นวีลแชร์ที่มีน้ำหนักเบา ขนาดพับเก็บได้เล็กกระทัดรัด เหมาะสำหรับการพกพาเดินทางออกข้างนอก เพราะปกติลำพังกระเป๋าเดินทางหรือประเป๋าเสื้อผ้าก็เกือบเต็มรถแล้ว ดังนั้นเราควรที่จะเลือกรถเข็นวีลแชร์ที่มีขนาดเล็ก กระทัดรัด น้ำหนักเบา และที่สำคัญ คนที่ไปด้วยจะต้องพับเก็บและยกได้สะดวกค่ะ ควรเลือกรถเข็นวีลแชร์ที่เป็นอลูมิเนียม เพราะจะมีน้ำหนักเบา ทนทานและไม่ขึ้นสนิมค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11 สะดวกสบาย เพราะมีน้ำหนักเบาเพียง 6.7 กก. โครงสร้างรถเข็นทำจากอลูมิเนียมเกรดพรีเมี่ยมอย่างดี รับน้ำหนักผู้นั่งได้สูงถึง 90 กก. ส่วนใหญ่ที่คนนิยมใช้รุ่นนี้เพื่อพกพาเดินทางโดยสารโดยเครื่องบิน เพราะเป็นรุ่นที่สามารถพับเก็บได้เล็ก กระทัดรัด นิยมเป็นอย่างมากที่พกพาใส่ท้ายรถที่มีพื้นที่อย่างจำกัด อย่างรถขนส่งสาธารณะแท็กซี่ เป็นต้น ถ้าหากให้แนะนำสำหรับผู้ที่สมควรเลือกใช้รุ่นนี้ จะแนะนำน้ำหนักผู้นั่งไม่เกิน 60 กก. จะนั่งสบายมากค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11plus เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่น Ew-11 มีขนาดเบาะกว้างกว่า เหมาะสำหรับคนที่สะโพกใหญ่ นั่งได้เต็ม ก้นไม่ล้นออกมาจากเบาะ รุ่นนี้น้ำหนักรถเข็นเบาเพียง 7.8 กก. โครงสร้างทำจากวัสดุประเภทเดียวกับรุ่น Ew-11 รับน้ำหนักผู้นั่งสูงสุดได้ 110-120 กก. นิยมใช้พกพาใส่ท้าย สะดวกคนดูแลมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-112 รุ่นนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่ลูกค้านิยมใช้ เพราะลักษณะรูปทรงคล้ายกับเก้าอี้นั่งมากกว่ารถเข็นวีลแชร์ เบาะนั่งสบาย และที่สำคัญ รุ่นนี้มีล้อเล็กกันหงายหลังอีกด้วย วัสดุที่ใช้ผลิตโครงสร้างรถเข็นวีลแชร์รุ่นนี้ เป็นอลูมิเนียมเกรด 7003 มีน้ำหนักเบา 9 กก. สามารถรองรับน้ำหนักผู้นั่งได้ถึง 120 กก. ถ้าเน้นนั่งสบายต้องรุ่นนี้เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-116 รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เบาะค่อนข้างกว้าง จะนั่งสบายสำหรับคนที่มีสรีระใหญ่ หรือมีพุง รุ่นนี้วัสดุทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ น้ำหนักรถเข็น 13 กก. รุ่นนี้เป็นรุ่นที่น้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่ราคาถูก ถ้าหากผู้ติดตาม หรือผู้ดูแล สามารถยกขึ้นรถไหว ตัวนี้เป็นอีกตัวที่น่าใช้งานมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-120plus รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ดีไซน์สวย แข็งแรง น้ำหนักรถเข็น 11 กก. น่าใช้งานที่สุด รับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กก. เหมาะสำหรับคนที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง เพราะล้อหลังมีขนาด 20 นิ้ว เป็นล้อใหญ่ มีด้ามจับล้อที่ทำจากอลูมิเนียม เพื่อใช้แขนออกแรงหมุน และเคลื่อนที่ได้ โดยไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาเข็นให้ ข้อดีของรุ่นนี้ มีเบรคล็อคล้อ 2 ตำแหน่ง คือล็อคจากมือจับเข็น และล็อคได้จากล้อหลัง ถือว่าเป็นรุ่นที่สะดวกสบายค่ะ แต่ถ้าหากผู้ดูแลเป็นผู้หญิง เวลาพับเก็บใส่ท้ายรถ ถือว่าค่อนข้างยากค่ะ

     Ew-11                               Ew-11plus                             Ew-112                               Ew-120plus                                Ew-116

จะเห็นได้ว่าดีไซน์รถเข็นวีลแชร์ Elife จะเป็นเหมือนกับลักษณะเก้าอี้นั่ง จึงทำให้ผู้สูงอายุยอมรับ และยินยอมที่จะใช้รถเข็นวีลแชร์เพื่อเดินทางออกไปท่องเที่ยวค่ะ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะแนะนำให้เลือกใช้รถเข็นวีลแชร์ที่ดูไม่ป่วย เพราะผู้สูงอายุค่อนข้างซีเรียสและวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะบางผู้สูงอายุบางท่านจะไม่ยอมนั่งรถเข็นวีลแชร์ที่เหมือนกับคนพิการ ดังนั้นเราควรจะตามใจผู้สูงอายุ เพื่อลดความเครียดและลดความวิตกกังวล ไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุอีกด้วยค่ะ

หากสนใจสั่งซื้อสินค้า Elife หรืออยากปรึกษาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ : 095-348-0712 , 02-415-4347
ไลน์ ID : @Elife (มี@นำหน้าด้วยค่ะ)
จะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาแนะนำ