fbpx

รวมเครื่องใช้เพื่อสุขภาพ…ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายในขึ้นยุค 2021

รวมเครื่องใช้เพื่อสุขภาพ…ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายในขึ้นยุค 2021

ยุค 2021 นี้ผู้คนทุกเพศทุกวัยเริ่มหันกลับมาสนใจสุขภาพกันมากขึ้นไม่จำเป็นต้องเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเท่านั้น เพราะทุกคนในทุกวัยก็ต้องการความสะดวกสบายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาพักผ่อนทำให้เทคโนโลยีมีการพัฒนาขึ้นมากมายเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากที่สุดนอกจากให้ความสะดวกสบายเป็นหลักยังช่วยลดการเสื่อมสภาพของร่างกายหรือป้องกันการเกิดอุบัติเหตุต่างๆนั่นเอง

และปัญหาของผู้คนส่วนใหญ่คงหนีไม่พ้นอาการปวดหลัง ปวดเข่า ปวดคอ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นกับคนวัยทำงาน (ออฟฟิศซินโดรม) ไปจนถึงผู้สูงอายุ วันนี้อีไลฟ์มี 5 เครื่องใช้เพื่อสุขภาพที่จะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายขึ้นไม่ว่าจะช่วงวัยไหน จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไปดูกันเลยค่ะ…

1.โซฟาปรับไฟฟ้า Electric Sofa

บอกเลยนี้คือสวรรค์ของคนที่ชอบการพักผ่อนสำหรับคนที่ชอบทำกิจกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นการ ดูหนัง ทำงาน อ่านหนังสือ หรืองีบหลับแต่ไม่ต้องการนอนอยู่บนเตียงอย่างเดียว โซฟาปรับไฟฟ้าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งจริงๆแล้วจัดเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพที่คนทั่วไปสามารถใช้งานได้รวมไปจนถึงผู้สูงอายุที่ค่อนข้างลุกนั่งลำบาก ด้วยฟังก์ชันของการปรับระดับสามารถปรับนอน ปรับส่วนคอ และปรับในส่วนของการชันเข่า (ส่วนนี้ช่วยทำให้ระบบไหลเวียนเลือดบริเวณเข่าดีขึ้น)

2. โต๊ะปรับไฟฟ้า Adjustable Standing Desk

เป็นโต๊ะทำงานยอดนิยมสำหรับช่วงออฟฟิศในยุค 2021 เลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นวงการ Youtuber พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ พนักงานออฟฟิศทั่วไป ไปจนถึงท่านที่กำลัง Work From Home อยู่ในขณะนี้ ประโยชน์หลักๆคือมีมีไว้แก้ปัญหาโรคออฟฟิศซินโดรมที่เกิดจากการนั่งทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน ฟังก์ชันหลักของโต๊ะชนิดนี้คือสามารถปรับระดับสูง-ต่ำของโต๊ะ ดังนั้นคนใช้งานสามารถปรับได้โต๊ะได้ตามอริยบทที่ต้องไม่ว่าจะเป็นการนั่งหรือยืน จริงๆโต๊ะไฟฟ้าหรือ Adjustable Standing Desk มีการใช้กันอย่างแพร่หลายแล้วในต่างประเทศ (ราคาอยู่ที่ 10,000+++)

3. เก้าอี้ปรับระดับ Ergonomic Chairs

มีโต๊ะแล้วก็ต้องมีเก้าอี้เป็นส่วนนึงที่ไม่ควรมองข้าม ปัจจุบันนี้มีการออกแบบเก้าอี้ทำงานให้สามารถรองรับสรีระของมนุษย์ได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับพนักพิงส่วนหลัง ส่วนคอ ที่วางแขน ระดับสูงต่ำ ซึ่งราคาอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว (ราคาอยู่ที่ 4,000+++)

4. เตียงปรับไฟฟ้า Electric Adjustable Bed

ต่อมาเป็นเตียงปรับระดับไฟฟ้าซึ่งต้องขอบอกก่อนว่าเตียงประเภทนี้จัดเป็นเตียงนอนเพื่อสุขภาพซึ่งหลักๆมีขึ้นเพื่อให้ความสะดวกสบายกับผู้สูงอายุก็จริง แต่คนทั่วไปที่ต้องการการนอนหลับพักผ่อนให้รู้สึกดีกว่าการนอนเตียงธรรมดาก็สามารถใช้งานได้เช่นกัน ฟังก์ชันที่สำคัญส่วนสามารถปรับระดับพนักพิง ปรับชันเข่า ซึ่งทำหมดทำได้โดยการปรับไฟฟ้านั่นเอง (ราคาอยู่ที่ 30,000+++)

5. รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า Power Wheelchairs

รวมวีลแชร์ไฟฟ้าท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ ราคาดี มีรีวิว (เกรดพรีเมียม)

สุดท้ายเป็นรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าซึ่งจะเป็นการให้ความสะดวกสบายแก่ผู้สูงอายุหรือผู้พิการเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้ามองในอีกมุมมองนึงผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ก็ามารถใช้งานได้เช่นเดียวกัน นอกจากให้ความสะดวกสบายแล้วยังสามารถช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากการพลัด ตก หกล้มได้ (ราคาอยู่ที่ 20,000+++)


 

วิธีการดูแลรักษารถเข็นไฟฟ้า ช่วยให้ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น

วิธีการดูแลรักษารถเข็นไฟฟ้า ช่วยให้ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น

รถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้า ถือว่าเป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ข่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ ผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย หรือผู้ที่มีปัญหาเรื่องการเดิน ที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นไปอย่างราบรื่น สะดวก สบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้า เป็นรถเข็นที่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าประกอบกัน เพื่อทำงานร่วมกัน ให้รถเข็นวีลแชร์สามารถขับเคลื่อนได้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้คนเข็น

wheelchairs

สำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ทางด้านการเคลื่อนไหว ที่ใช้งานรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าอยู่เป็นประจำทุกวัน  การดูแลรถเข็นและการบำรุงรักษารถเข็นของคุณให้อยู่ในสภาพที่ดีและพร้อมใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและสามารถใช้งานได้ยาวนาน เป็นเรื่องที่ผู้ใช้งานเป็นสิ่งที่ต้องหมั่นดูแลและบำรุงรักษาให้ความสำคัญอยู่เป็นประจำ และแน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากเปลี่ยนรถเข็นไฟฟ้าคันใหม่อยู่บ่อยๆ ใช่มั้ยคะ ?? สำหรับบทความสาระน่ารู้ดีๆ วันนี้ Elife ก็จะมีวิธีการดูแลรักษารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ที่สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้นได้หลายปีเลยค่ะ

วิธีการดูแลรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า

การดูแลรักษารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ก็เปรียบเสมือนกับการดูแลรถยนต์ทั่วไป ที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งเราคอยหมั่นดูแลรักษาเป็นอย่างดี จะช่วยยึดอายุการใช้งานได้นานมากยิ่งขึ้น ในส่วนของวิธีการดูแลรักษา สามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ สามารถทำเองเบื้องต้นได้ที่บ้าน ที่สำคัญเราไม่ต้องเปลี่ยนรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าบ่อยๆ และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและช่วยเซฟเงินในกระเป๋าอีกด้วยค่ะ

  • จอยสติ๊ก , อุปกรณ์ควบคุมทิศทาง (๋Joystick)
    จอยสติ๊ก เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่สำคัญเป็นอย่างมากในการขับเคลื่อนบังคับทิศทางของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นการบังคับเดินไปข้างหน้า , ถอยหลัง , เลี้ยวซ้าย , เลี้ยวขวา หรือแม้หมุนรอบตัวอย่างอิสระ ดังนั้นจึงถือว่าจอยสติ๊ก หรืออุปกรณ์ควบคุมสำคัญต่อการบังคับทิศทาง ซึ่งวิธีการดูแล และรักษาก็ไม่ยากค่ะ เราสามารถทำได้ดังนี้
    – หลีกเลี่ยงการโดนกระแทก วิธีการบังคับ ไม่ควรบังคับโดยการโยกที่รุนแรงเกินไป เพราะจอยสติ๊กหรืออุปกรณ์ควบคุมทิศทางนั้นแค่ใช้ปลายนิ้วออกแรงเบาๆผลัก รถเข็นไฟฟ้าก็สามารถเคลื่อนที่ได้ทันที และหากต้องการให้เร็ว ก็สามารถเพิ่มระดับความเร็วได้มากสุดจนถึงระดับ 5 เลยก็ได้
    – เมื่อเปิดใช้งานจอยสติ๊กอย่าพึ่งรีบใช้งาน ควรรอสัก 10-20 วินาที เพื่อให้ไฟที่อยู่บนจอยสติ๊กขึ้นให้ครบทุกดวง และให้ไฟหยุดนิ่งก่อน เพื่อเป็นการเตรียมระบบให้พร้อมสำหรับที่จะเริ่มใช้งาน
    – หลีกเลี่ยงการโดนน้ำ เนื่องจากในตัวจอยสติ๊กนั้นจะมีแผงวงจรควบคุมการขับเคลื่อนทิศทาง และควบคุมส่วนอื่นๆ ที่ทำให้รถเข็นไฟฟ้าทำงานอยู่ หากมีการเปียกน้ำหรือถูกน้ำมาอาจทำให้เกิดความเสียหายได้ จึงควรหลึกเลี่ยงการใช้งานในขณะที่ฝนตก และไม่ควรเอาน้ำมาฉีดล้างเพื่อทำความสะอาด แต่ควรใช้ผ้าสะอาดเช็ด และใช้แปรงปัดฝุ่นเบาๆ ก็เพียงพอรถเข็นไฟฟ้าPW-301Plus

  • มอเตอร์
    มอเตอร์คือส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนรถเข็นไฟฟ้าไปตามทิศทางที่เราบังคับ โดยรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าจะมีมอเตอร์อยู่ที่ล้อหลังทั้ง 2 ข้าง ทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ช่วยให้รถเข็นเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หมุนรอบตัวเองได้อย่างเป็นอิสระ วิธีการดูแลรักษามอเตอร์รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีดังนี้
    – หลีกเลี่ยงการใข้งานอย่างหนัก โดยปกติแล้วรถเข็นไฟฟ้าสามารถปรับระดับความเร็วได้ตั้งแต่เบอร์ 1 ช้าสุดไปจนถึงเบอร์ 5 เร็วสุด หากต้องการใช้รถเข็นไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง แนะนำว่าไม่ควรปรับความเร็วอยู่ในระดับที่สูงสุด เพราะจะทำให้มอเตอร์ต้องทำงานหนัก จนเกิดความร้อนสูง มอเตอร์อาจจะไหม้ก็เป็นได้ และการไม่ใช้ความเร็วในระดับที่สูงสุด จะช่วยยืดอายุ และถนอมการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่รถเข็นไฟฟ้าได้อีกด้วย
    – เปลี่ยนโหมดการทำงานก่อนการใช้งาน รถเข็นไฟฟ้ามีระบบการทำงานอยู่ 2 ระแบบด้วยกันนั่นก็คือ ระบบไฟฟ้า (Electric) และระบบผู้ช่วยเข็น (Manual) หากต้องการเปลี่ยนจากระบบไฟฟ้าไปใช้งานแบบ Manual ควรเปลี่ยนสวิตซ์ไฟฟ้าก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการใช้งานแบบผิดประเภทที่อาจทำให้มอเตอร์ได้รับความเสียหาย เกิดกระแสไฟฟ้าร้อน อาจจะทำให้มอเตอร์เกิดความผิดปกติในขณะที่กำลังใช้งาน
    – หลีกเลี่ยงการใช้งานในพื้นที่น้ำขัง รถเข็นไฟฟ้า ก็เปรียบเสมือนกับอุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดอื่นๆ ประเภทเดียวกับพวกโทรทัศน์ ตู้เย็น หรือพัดลม ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าอุปกรณ์ไฟฟ้ากับน้ำไม่ใช่ของคู่กันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในทางที่ดี ควรจะหลีกเลี่ยงการใช้งานในบริเวณที่มีน้ำขัง น้ำท่วมสูง หรือใช้งานในขณะที่ฝนตก เพราะอาจจะทำให้น้ำเข้ามอเตอร์จนได้รับความเสียหายได้ แต่ถ้าหากถนนหมาดๆ หลังจากฝนตกแล้วก็สามารถใช้งานได้ แต่ควรระมัดระวังที่มีน้ำท่วมสูง หรือที่เป็นหลุมที่มีน้ำขังเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของรถเข็นไฟฟ้าได้นานมากยิ่งขึ้น

Brushless motor กับ Brushed ต่างกันอย่างไร? (มอเตอร์รถเข็นไฟฟ้า)


  •  แบตเตอรี่ 
    แบตเตอรี่ เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่เป็นพลังงานสามารถทำให้รถเข็นวีลแชร์ขับเคลื่อนได้ แต่แบตเตอรี่ก็จะมีอายุการใช้งานโดยปกติจะใช้งานได้นาน 2-4 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแลรักษา ดังนั้นหากเราต้องการให้แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นาน ต้องควรดูแลดังนี้
    – ใช้งานบ่อยๆ ไม่ควรจอดรถเข็นไฟฟ้าทิ้งไว้เป็นเวลานาน ควรมีการใช้งานอย่างสม้ำเสมอเพื่อให้แบตเตอรี่ได้หมุนเวียนประจุไฟฟ้า และที่สำคัญอย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดระหว่างใช้งานบ่อยๆ เพราะอาจจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าปกติ
    – ไม่ควรชาร์ตบ่อยๆ โดยปกติแล้วรถเข็นสามารถใช้งานได้ยาวนานหลายกิโลเมตร กว่าแบตเตอรี่จะหมด ผู้ใช้งานสามารถสังเกตุสถานะแบตเตอรี่ได้ที่แถบไฟบริเวณ Joystick หากไฟแสดงสถานะแบตเตอรี่มีสีส้ม ไปจนถึงสีแดง 2 จุดสุดท้าย ให้ชาร์จแบตเตอรี่ได้เลย ไม่จำเป็นต้องรอให้ให้แบตหมดเกลี้ยงจนดับแล้วค่อยชาร์จ เพราะจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้ โดยช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชาร์จแบตเตอรี่คือช่วงเวลาที่เราไม่ได้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้า หรือช่วงเวลาที่เรานอนหลับพักผ่อน ( 22.00-06.00 น.)
    – ชาร์จไฟให้เต็มอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง แล้วถอดปลั๊กไฟที่เป็นขั้ว ระหว่างแบตเตอรี่ที่เชื่อมต่อกับรถเข็นไฟฟ้าออก ในกรณีที่ไม่ค่อยได้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าแล้ว แนะนำว่าให้นำแบตเตอรี่ออกมาชาร์จอย่างน้อยเดือนละ  1 ครั้ง และนำรถเข็นไฟฟ้าออกมาใช้งานอย่างน้อย 10-15 นาที เพื่อเป็นการกระตุ้นประจุไฟของแบตเตอรี่ เพราะการจอดทิ้งไว้นานๆ โดยไม่ชาร์จไฟ จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วและอาจทำให้ชาร์จไฟไม่เข้าจนใช้งานไม่ได้
    – อย่าใช้ที่ชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐาน  ควรใช้ที่ชาร์จที่มาพร้อมกับรถเข็น ไม่ควรใช้ที่ชาร์จอื่นในการชาร์จไฟ เพราะกำลังวัตต์ที่น้อยกว่า อาจจะทำให้กระแสไฟฟ้าจ่ายไฟไม่พอ และทำให้ต้องชาร์จแบตนานขึ้นQ&A เรื่องแบตเตอรีรถวีลแชร์ไฟฟ้าที่คุณต้องรู้

การชาร์จแบตเตอรี่รถเข็นไฟฟ้า โปรดทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ตรวจดูว่าในรูเต้ารับไม่มีสิ่งสกปรก
  2. ปิดสวิทซ์ไฟที่คันบังคับก่อน
  3. ถอดสายไฟที่ต่อจากแบตเตอรี่ออกจากตัวรถ
  4. ต่อสายเครื่องชาร์จเข้ากับแบตเตอรี่
  5. ต่อสายเครื่องชาร์จอีกด้านเข้ากับไฟบ้าน จะมีไฟสีแดงที่เครื่องชาร์จ การชาร์จจะใช้เวลา 8-10 ชม. ห้ามปล่อยไว้เกิน 24 ชม.จะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง
  6. ถอดสายชาร์จออกเมื่อการชาร์จเสร็จสมบูรณ์

หากไม่ได้ใช้รถเข็นหลาย ๆ วันให้ถอดสายแบตเตอรี่ออกเพื่อประหยัดไฟ และให้ชาร์จแบตเตอรี่เดือนละ 1 ครั้ง เมื่อไม่ได้ใช้รถเป็นเวลานาน

คำเตือนเกี่ยวกับการชาร์จ

ไม่ควรถอดสายชาร์จถ้าการชาร์จยังไม่เสร็จสมบูรณ์ มิฉะนั้นจะทำให้ แบตเตอรี่เสื่อมก่อนเวลาอันควร ให้สังเกตไฟสีเขียวที่เครื่องชาร์จซึ่งแสดงว่าการชาร์จเสร็จสมบูรณ์แล้ว โปรดปฏิบัติตามหัวข้อต่อไปนี้เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการชาร์จ

  • เครื่องชาร์จจะต้องใช้ตามที่ผู้ผลิตเตรียมให้เท่านั้น เพื่อป้องกันอันตรายจากการใช้ผิดขนาด
  • เครื่องชาร์จจะต้องวางไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงสถานที่เปียก หรือมีความชื้นสูง
  • ห้ามปิดทับเครื่องชาร์จด้วยวัสดุใด ๆ ทั้งสิ้น
  • ห้ามใช้เครื่องชาร์จในที่ที่อุณหภูมิต่ำกว่า10°c หรือ มากกว่า 50°C อาจทำให้แบตเตอรี่เสียหายด้วย
  • จะมีเสียงพัดลมระบายความร้อนในเครื่องชาร์จเป็นเรื่องปรกติ
  • อย่าให้มีของเหลวหกลงบนเครื่องชาร์จ อย่าใช้เครื่องชาร์จใกล้วัสดุไวไฟ หรือติดไฟได้
  • เก็บให้ห่างจากไฟ
  • ห้ามสูบบุหรี่ขณะชาร์จ เพราะเครื่องชาร์จจะปล่อยก๊าซ H2 ขณะชาร์จ ควรวางเครื่องชาร์จในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก
  • ห้ามสัมผัสเครื่องชาร์จ สายไฟ แบตเตอรี่ขณะที่เครื่องชาร์จเปียกหรือมือเปียก
  • ห้ามนั่ง หรือขับเคลื่อนตัวรถขณะชาร์จอยู่ เพื่อป้องกันอันตราย

ความปลอดภัยเกี่ยวกับแบตเตอรี่

  • การใช้แบตเตอรี่ผิดชนิดอาจทำให้เกิดการระเบิด หรือไฟไหม้ได้
  • ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ตามคำแนะนำของผู้ผลิตเท่านั้น
  • การเปลี่ยนจะต้องตรวจสอบขั้วให้ถูกต้อง
  • ควรชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มอยู่เสมอ
  • หากไม่ได้ใช้รถเป็นเวลานานให้ชาร์จแบตเตอรี่ก่อนใช้งาน

  • เบาะรองนั่ง 
    วิธีดูแลเบาะรองนั่งทำได้ง่าย โดยถอดออกมาทำความสะอาดโดยใช้น้ำเปล่า หรือนำเบาะรองนั่งไปแช่น้ำที่ผสมผงซักฟอกแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แต่ควรระวังคือ ไม่ควรใช้แปรงขนแข็งในการแปรง เพราะอาจจะทำให้เบาะเป็นขุยได้

  • ล้อ
    – ล้อยางตัน จริงอยู่ที่ว่าล้อยางตันไม่ต้องดูแลเยอะ จุกจิกกวนใจ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดูแลเลย เพื่อให้รถเข็นสามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานบนถนนที่มีความร้อนจัดๆ เป็นเวลานานอาจจะก่อให้เกิดยางแตกเปราะได้ และควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เป็นหลุม เป็นบ่อและมีน้ำท่วมขัง หรือมีของแข็งของแหลมคมที่อาจสร้างความเสียหายให้ผิวของล้อร่อนหรือหลุดออกมาได้ หรือวิธีการเก็บไม่ควรเก็บรถเข็นตากแตด หรืออยู่ในห้องที่มีอากาศอบอ้าว เพราะหากมีอากาศอบอ้าว หรืออากาศร้อน จะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
    – ล้อยางเติมลม สำหรับล้อเติมลมต้องใส่ใจในการดูแลเป็นพิเศษ ควรตรวจเช็คสภาพล้อให้บ่อยครั้งก่อนใช้งาน หรืออย่างน้อยควรตรวจสอบลมยางสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อตรวจดูว่าลมมีการสึกกร่อนหรือเสื่อมหรือไม่ หากใช้งานแล้วรู้สึกไม่สบาย มีเสียงดังก๊อกแก๊ก ให้หยุดใช้งานแล้วหาสาเหตุเพื่อแก้ไขทันที
    *** บางครั้งการที่รถเข็นไปติดหรือไปสะดุด อาจทำให้น็อตหลวมคาย เป็นสาเหตุทำให้ล้อหลุดออกมาได้ ***

รถเข็นไฟฟ้าล้อใหญ่และล้อเล็ก


  • ห้ามใช้ลากสิ่งของ
    รถเข็นไฟฟ้าไม่ใช่รถสำหรับลากสิ่งของ และไม่ควรรับน้ำหนักเกินไปกว่าที่ตัวรถเข็นกำหนด แม้รถเข็นไฟฟ้าจะรับน้ำหนักได้มากแต่การใช้ลากสิ่งของหรือใช้ขนส่งสินค้านั้นเป็นสิ่งที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง

รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา


  • เก็บรถเข็นไฟฟ้าไว้ในอุณหภูมิห้องห้องปกติ
    เนื่องจากรถเข็นทำงานด้วยระบบไฟฟ้า การเก็บไว้กลางแจ้งหรือในที่อากาศ กาอาศชื้นมากจนเกินไป อาจจะสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ได้


  • สังเกตความผิดปกติอยู่เสมอ
    อย่าลืมสังเกตอุปกรณ์อื่นๆ ของรถเข็นอยู่เสมอ และตรวจเช็คสายไฟว่าชำรุด มีรอยรั่วหรือรอยหนูกัดหรือไม่ รถเข็นเคลื่อนไหวผิดปกติหรือเปล่า หรือมีเสียงดังแปลกๆ ขณะใช้งานหรือไม่ หากมีความผิดปกติเหล่านี้ให้รีบทำการแก้ไข หรือติดต่อที่ร้านโดยด่วน


 

 

  • สรุป

    จะเห็นได้ว่า วิธีดูแลรถเข็นไฟฟ้า ทำได้ไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะคะ เพียงเราใส่ใจและระมัดระวังในการใช้งาน หมั่นตรวจเช็คสภาพรถเข็นอย่างสม่ำเสมอ เพราะรถเข็นก็เหมือนกับรถยนต์ที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถเข็นไฟฟ้าคันใหม่บ่อยๆ และประหยัดงบประมาณในกระเป๋าได้อีกด้วยค่ะ

ผู้ป่วยใช้ได้…คนพิการใช้ดี ต้องEco3 (รีวิวรถเข็นไฟฟ้าราคาประหยัดที่สุด)

ผู้ป่วยใช้ได้…คนพิการใช้ดี ต้องEco3 (รีวิวรถเข็นไฟฟ้าราคาประหยัดที่สุด)

ใครกำลังตามหารถเข็นวีลแชร์ที่ราคาประหยัดแต่สามารถใช้งานได้อึด ถึก และทน สามารถลุยได้กับพื้นท้องถนนไม่ว่าจะเป็น คอนกรีต หิน ดิน ทราย ไปจนถึงใช้งานบนทางชัน จะไม่พูดถึงตัว Eco3 ไม่ได้เลย รถเข็นวีลแชร์รุ่นนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในแวดวงผู้พิการ (กลุ่มทหารผ่านศึก) ไปจนถึงผู้ป่วยและผู้สูงอายุทั่วไป ถือว่าเป็นรถเข็นวีลแชร์ที่ใครๆก็เข้าถึงได้ง่ายนั่นเอง…

ถึงแม้ Eco3 จะเป็นรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่มีราคาประหยัดที่สุดแต่คุณภาพนั้นถือว่าดีเยี่ยมเกินราคาอยู่ทีเดียว อย่างแรกจุดเด่นของ Eco3 คือสามารถใช้งานได้ 3 ระบบ 1. ใช้งานโดยการบังคับไฟฟ้า 2.ปิดไฟฟ้าเข็นแบบรถเข็นแมนนวล 3.ผู้ดูแลเป็นคนเข็นนั่นเอง

การบังคับและการเข้า-ออกจากรถเข็นนั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย ไม่ซับซ้อนเช่นในส่วนของที่พักเท้าและที่พักแขนสามารถเปิดออกข้างได้ทั้งหมดทำให้คนใช้งานสามารถเข้าถึงตัววีลแชร์ได้ใกล้มากที่สุด ช่วยในเรื่องการทรงตัวอีกด้วย

เพราะด้วยโครงสร้างเป็นเหล็กค่อนข้างใหญ่และมีน้ำหนักพอสมควรทำให้สามารถรองรับน้ำหนักคนใช้งานได้ถึง 120 กิโลกรัม มีขนาดเบาะกว้าง 46 เซนติเมตรซึ่งผู้ที่มีช่วงสะโพกที่กว้างสามารถนั่งได้สบายๆ

และข้อดีสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นคนพิการนั้นคือ Eco3 ที่พักแขนสามารถเปิดข้างได้ทำให้คนใช้งานเข้า-ออกจากรถเข็นสะดวกมากยิ่งขึ้น มาพร้อมเบรกมือล็อคล้อกันรถไหล

เพราะว่ามีกำลังมอเตอร์ถึง 250W จำนวน 2 ตัวเมื่อขับ Eco3 และเบรก…รถเข็นจะค่อยๆหยุดจนนิ่งโดยไม่ไหล โดยสามารถรองรับทางชันที่ปลอดภัยได้ 8-15 องศา

อย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วว่า Eco3 สามารถรองรับการใช้งานได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะลุยบนถนนขรุขระ หิน ดิน ทรายต่างๆ เพราะลักษณะล้อตันทั้ง 4 ล้อ ซึ่งล้อตันเป็นล้อที่สามารถดูดซับแรงกระแทกได้ดีและที่สำคัญไม่ต้องเติมลมยางอีกด้วย

ต่อมาเป็นเรื่องการพับ-เก็บ หรือต้องการใส่ท้ายรถ ส่วนมากรถเข็นวีลแชร์ที่มีขนาดใหญ่นิยมใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว จึงไม่ค่อยนิยมขนย้ายบ่อยๆดังนั้นทำให้เกิดภาพติดตาว่ารถเข็นวีลแชร์คันใหญ่นั้นไม่สามารถพับเก็บหรือใส่ท้ายรถได้…แต่หากผู้ใช้งานจำเป็นจะต้องขนย้ายหรือต้องการพับเก็บจริงๆ Eco3 สามารถพับเก็บได้ค่ะ แต่มีข้อจำกัดอยู่ 1 ข้อคือต้องถอดแบตเตอร์รี่ออกก่อนนั่นเอง

ไฟติดรถเข็นวีลแชร์ป้องกันอุบัติเหตุได้จริงหรือ ?

และใหม่ล่าสุด Eco3 สามารถรองรับระบบ Smartcar ซึ่งเป็นฟังก์ชันเสริมพิเศษสำหรับวีลแชร์ประกอบด้วยไฟหน้า ไฟหลังฉุกเฉินและ USB Power Socket อ่านรีวิวเพิ่มเติม…

สรุปแล้วรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Eco3 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้งานรถเข็นอยู่ตบอดเวลา ไม่จำเป็นต้องขนย้ายบ่อยๆ สามารถใช้ได้ตั้งแต่ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยจนถึงคนพิการ และสามารถรองรับผู้ใช้งานที่มีสรีระตัวใหญ่ สะโพกใหญ่ สำหรับใครที่ต้องการใช้วีลแชร์สักคันและมีราคาที่ประหยัดแบบนี้ Eco3 เป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวค่ะ.

ดูสเปคแบบละเอียดได้ที่ : https://www.elifegear.com/shop/eco3/


อีไลฟ์ส่วนนึงของชีวิตดี สินค้าเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ (elife & Chivit-D by SCG)

อีไลฟ์ส่วนนึงของชีวิตดี สินค้าเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ (elife & Chivit-D by SCG)

หากจำเป็นต้องเลือกอุปกรณ์เครื่องใช้สักชิ้นให้สูงวัยใช้ละก็…จำเป็นต้องไว้วางใจได้ว่าศูนย์ที่จัดจัดหน่ายมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ? มีระบบความปลอดภัยและการดูแลหลังการขายเป็นอย่างไร ? สูงวัยคงต้องคุ้นเคยกับร้าน Chivit-D By SCG ที่เป็นคอมมูนิตี้สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ มีอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยอย่างครบครัน มาครบ จบ ในที่เดียว

ทาง Chivit-D By SCG ได้ไว้วางใจสินค้าจากทางอีไลฟ์และมีการนำรถเข็นไฟฟ้า รถเข็นช่วยเดินและเตียงไฟฟ้าไปวางในบูธเพื่อให้ผู้สูงอายุได้เข้าถึงสินค้าได้ง่ายมากขึ้น ได้ทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจซื้อเพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการได้มากที่สุด

อีไลฟ์มีอะไรในชีวิตดีบ้าง ?


 

รถเข็นไฟฟ้ามี 2 รุ่นนั้นคือ PW-222 และ Litepro

สินค้าเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุอีไลฟ์ได้มีไปจัดจำหน่ายในบูธ Chivit-D by SCG ไม่ว่าจะเป็นรถเข็นช่วยเดิน Rollator , รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าและเตียงนอนปรับไฟฟ้าอีกด้วย สามารถพาคุณพ่อคุณแม่ไปทดลองนั่งรถเข็นและปรับเตียงดูได้เลย…

รถวีลแชร์ไฟฟ้า PW-222
  • รถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW-222 สำหรับผู้ใช้งานที่น้ำหนักเยอะ ช่วงตัวใหญ่รับผู้นั่งได้สูงสุด 120 กิโลกรัม ใช้ได้ตั้งแต่ผู้สูงอายุไปจนถึงผู้พิการ เน้นขับวีลแชร์ในชีวิตประจำวันไม่ต้องขนย้ายบ่อยๆ เพราะรุ่นนี้เป็นวีลแชร์ที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ

ถึงจะเป็นรถเข็นที่มีขนาดใหญ่แต่ PW-222 ประกอบด้วยแบตลิเธียมซึ่งจะมีความแตกต่างจากรถเข็นวีลแชร์คันใหญ่ทั่วไป ประโยชน์ของแบตลิเธียมคือเก็บประจุไฟได้มากกว่าจึงได้ให้ใช้งานได้นานนั้นเอง และ PW-222 เป็นระบบเบรกไฟฟ้าสามารถใช้งานบนทางลาดชันได้เมื่อเบรกหรือปล่อยมืออกจากจอยสติ๊กรถจะหยุดนิ่งทันที ไม่ไหลและไม่พลิกคว่ำ

รถวีลแชร์ไฟฟ้า Litepro
  • รถเข็นไฟฟ้ารุ่น LitePro จุดเด่นคือเป็นรถเข็นไฟฟ้าดีไซน์โฉบเฉี่ยว ขนาดเล็ก กระทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 16 กิโลกรัม มีController 2 ตัว คือ Joystick 1ตัวสำหรับคนนั่งและ Wireless Controller สำหรับคนดูแลบังคับ ตัวรถพับเก็บได้ แบตเตอรีเป็นแบตลิเธียมซึ่งเหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ระดับนึงและใช้เดินทางบ่อยๆ

นอกจาก LitePro จะนิยมกับสูงวัยใสปิ๊งแล้ว ยังสามารถใช้กับคนท้องที่มีปัญญาเรื่องการเคลื่อนไหวได้อีกด้วยเพราะด้วยดีไซน์ที่เหมือนกับเก้าอี้นั่งทั่วไป จึงทำให้คนนั่งรู้สึกสบายใจเมื่อได้ใช้งาน เรียกได้ว่าทั้งสะดวกทั้งปลอดภัยเลยทีเดียว

  • ต่อมาเป็นอีกตัวที่น่าสนใจนั้นก็คือเตียงปรับไฟฟ้านั่นเอง จะเป็นรุ่น EB-35 รุ่นนี้สามารถปรับได้ 3 ฟังก์ชั่น 6 ปุ่มใช้งาน คือสามารถปรับพนักพิงให้เตียงอยู่ในท่งนั่งได้ 0-70 องศา , ปรับชันเข่าเพื่อให้เลือดบริเวณต้นขาไหลเวียนได้สะดวกขึ้นได้ 0-30 องศา , สุดท้ายจะเป็นการปรับฟังก์ชันที่1และ2พร้อมกัน

เตียง EB-35 เหมาะกับผู้ที่กำลังเข้าสู่วัยชราไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ป่วย ด้วยดีไซน์ที่ดูเป็นมิตรโครงเตียงกรุด้วยไม้แท้ลักษณะเหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปทำให้คนใช้งานนอนแล้วไม่รู้สึกอึดอัดนั่นเอง

  • รถเข็นช่วยเดิน Rollator EW-21 อุปกรณ์ยอดนิยมของสูงวัยที่บ้านไหนก็ต้องมี รถเข็นช่วยเดินนั่นเองรุ่นนี้โครงสร้างเป็นอลูมิเนียมไม่ขึ้นสนิมและน้ำหนักเบา 7.8 กิโลกรัม ผู้ใช้งานสามารถนั่งพักได้(นั่งพักชั่วคราว ไม่แนะนำให้นั่งไปแล้วเข็น) รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 136 กิโลกรัม ปรับสูงต่ำของมือจับได้ถึง 6 ระดับ มาพร้อมกระเป๋าใส่สัมภาระ ฐานล้อกว้างให้ความมั่นคงสามารถป้องกันการพลิกคว่ำได้ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุทั่วไปที่มีปัญหาเรื่องการเดิน ปวดเข่าหรือใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับกายภาพบำบัด


ปันสุขฉุกเฉิน”ป้าวรรณ”ขาลีบเดินไม่ได้ รับจ้างซ่อมผ้า ดูแลตัวเองเพียงลำพัง

ปันสุขฉุกเฉิน”ป้าวรรณ”ขาลีบเดินไม่ได้ รับจ้างซ่อมผ้า ดูแลตัวเองเพียงลำพัง

เมื่อปลายปีที่ผ่านมาหลายท่านคงได้ยินข่าวภรรยาขาลีบรับจ้างซ่อมผ้า เลี้ยงสามีที่ป่วยติดเตียงหรือที่รู้จักกันว่าป้าวรรณนั้นเอง ป้าวรรณมีอาการขาลีบตั้งแต่ปี 2550 และไม่ได้ทำการรัษาทำให้ขาไม่สามารถเดินได้อีก ด้วยร่างกายที่ไม่สมบูรณ์และผลกระทบเรื่องของรายได้เพราะเรื่องเศรษฐกิจขาดลูกค้า แต่หัวใจป้าแข็งแรงมากพร้อมสู้มากค่ะ

เมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านรายการปัญญาปันสุขLive ได้เข้าร่วมแบ่งปันของใช้จำเป็นรวมถึงวีลแชร์ไฟฟ้าEco3 ให้กับป้าวรรณ ทางอีไลฟ์รู้สึกชื่นใจที่ได้เป็นส่วนร่วมสร้างสิ่งดีๆครั้งนี้ด้วยค่ะ

รับชมต่อในรายการ : https://www.facebook.com/panyagift/videos/1092237087930847

ปัญญาปันสุขLive ออกกาศวันที่ 19 พ.ค 2564