fbpx

รวมวีลแชร์ไฟฟ้าท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ ราคาดี มีรีวิว (เกรดพรีเมียม)

รวมวีลแชร์ไฟฟ้าท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุ ราคาดี มีรีวิว (เกรดพรีเมียม)

301ใกล้จะปีใหม่แล้วสำหรับใครที่กำลังมองหารถเข็นไฟฟ้าดีๆสักคันพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศต้องดูเลย วันนี้อีไลฟ์จะมารวบรวมวีลแชร์ไฟฟ้าท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุจะลงรายละเอียดอย่างลึก การใช้งาน รวมถึงราคาและรีวิวด้วยค่ะ ซึ่งวันนี้จะรวบรวมมาด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่นตัวดังตัวท็อปของทางร้าน และเป็นรถเข็นไฟฟ้าที่น้ำหนักเบาที่สุดในตลาดตอนนี้ มาดูกันเลย

1 Lite1 หรือ Pw-37  รุ่นนี้เป็นรถเข็นไฟฟ้าที่น้ำหนักเบาที่สุด

รถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน Lite1
รถเข็นไฟฟ้าพับเก็บได้ Lite1

รายละเอียด

  • รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา 13.5 กิโลกรัม เหมาะสำหรับท่องเที่ยว เดินทางทั้งในและต่างประเทศ สามารถพับเก็บใส่ท้ายรถได้
  • พับแล้วตั้งได้ ลากได้
  • โครงสร้างอลูมิเนียม
  • แบตลิเธียม
  • เป็นล้อยางตันทั้ง 4 ล้อและมีล้อกันหงาย
  • Joystick สามารถย้ายข้างซ้าย-ขาวได้
Model/SKU Lite1 / Pw-37
มอเตอร์ / Motor DC200W*2
เบรค / Brake Electronic Brake ระบบเบรคไฟฟ้า
แบตเตอรี่ / Batteries แบตลิเธียม 29.4V 10AH
ล้อหน้า / Front Wheel 6 นิ้ว
ล้อหลัง / Rear Wheel 12 นิ้ว
รับน้ำหนักผู้นั่งสูงสุด / Max Load 100 กิโลกรัม
ความกว้างโดยรวม / Overall Width 60 เซนติเมตร
ความยาวโดยรวม / Overall Length 98 เซนติเมตร
ความสูงโดยรวม / Overall Height 89 เซนติเมตร
ความสูงจากเบาะถึงพื้น / Seat Height 49 เซนติเมตร
เบาะกว้าง / Seat Width 46 เซนติเมตร
ความสูงของพนักพิง / Backrest Height 40 เซนติเมตร

รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า  Lite1 หรือ Pw-37  เหมาะกับผู้สูงอายุ น้ำหนัก50-100กิโลกรัม ที่ต้องการใช้ท่องเที่ยวหรือใช้นอกบ้านเป็นหลัก ด้วยที่เป็นรถเข็นที่น้ำหนักเบาที่สุดทำให้พกพาสะดวก

รถเข็นไฟฟ้าผู้หญิงสามารถยกได้ Lite1
รถเข็นไฟฟ้าท่องเที่ยว Lite1
รถเข็นไฟฟ้าผู้หญิงสามารถยกได้ Lite1

  • Sale!

    Lite1 รถเข็นไฟฟ้า น้ำหนักเบา 13.5Kg

    59,900.00฿ 39,500.00฿
    Add to cart


2 รุ่น Litepro หรือ Pw-39 ตัวที่2 นี้ก็เป็นตัวเด็ดเหมือนกันค่ะ เพราะมีขนาดที่เล็กแต่นั่งสบาย สามารถพับ-ลากได้ แถมมีจอยสติ๊กบังคับถึง2ตัว (สำหรับผู้ใช้งานและผู้ดูแล)

รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา 16 กิโลกรัม Litepro

Litepro (Pw-39) รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาเพียง 16 กิโลกรัม สำหรับการเดินทางและท่องเที่ยว

  • น้ำหนักเพียง 16 กิโลกรัม
  • สามารถพับ-กางได้
  • โครงสร้างอลูมิเนียม ออกแบบพิเศษให้เบา แต่คงความแข็งแรง
  • Joystick 2 ตัว ตัวแรกที่ตัวรถบังคับโดยผู้นั่ง ตัวที่สอง Wireless บังคับโดยผู้ดูแล
  • ล้อยางตัน 4 ล้อ เจาะรูพิเศษ
  • แถมฟรีกระเป๋าใส่รถเข็นไฟฟ้า
Model/SKU DY01111 / Pw-39
น้ำหนักรวม / Gross Weight 16 กิโลกรัม
รับน้ำหนักได้สูงสุด / Max Load 100 กิโลกรัม
โครงสร้าง /Frame อลูมิเนียม Aluminium
แบตเตอรี่ / Battery ลิเธียม DC24V 10AH
มอเตอร์ / Motor Brushless 250W*2
Controller 1wired 1wireless

รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า Litepro (Pw-39) เหมาะสำหรับผู้นั่งที่มีน้ำหนัก 50-100 กิโลกรัม ใช้ในการท่องเที่ยวเป็นหลักหรือต้องการใช้ในที่แคบ เพราะเป็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กกระทัดรัด (เห็นคันเล็กแบบนี้จริงๆแล้วนั่งสบายมากๆ)

วีลแชร์ไฟฟ้าน้ำหนักเบา Litepro
วีลแชร์ไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน
วีลแชร์ไฟฟ้าพับเก็บได้


3. รุ่นสุดท้าย Pw-301Plus เป็นรถเข็นไฟฟ้าที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวันในบ้านและสามารถนำไปท่องเที่ยวต่างๆ ได้ทั้งในและนอกประเทศ สามารถพับเก็บใส่ท้ายรถ และปรับเอนนอน 45 องศาได้ด้วย

รถเข็นไฟฟ้าปรับเอนนอน 45 องศา

วีลแชร์ไฟฟ้าผู้สูงอายุ เกรดพรีเมียมเหมาะสำหรับการเดินทางและการท่องเที่ยวและใช้ในชีวิตประจำวัน น้ำหนักเบา สามารถพับเก็บได้

  • รถเข็นไฟฟ้าโครงสร้างอลูมิเนียม
  • รับน้ำหนักผู้นั่งสูงสุด 120 กิโลกรัม
  • มีเบรคล็อคล้อ+ล้อกันหงาย
  • ที่พักแขนสามารถเปิดได้
  • พนักพิงพับเก็บได้
  • รถเข็นไฟฟ้าพับเก็บได้
ระยะทางสูงสุดต่อการชาร์จแบต 1ครั้ง / Max Driving range 25 km
น้ำหนักรถ / Net Weight 18.5 กิโลกรัม
น้ำหนักรวม / Gross Weight 22  กิโลกรัม
ชาร์จแบต / Charger Charging time Ac220 50hz 2A , ใช้เวลาชาร์จ 6 ชั่วโมง
Packaging size 66*39*87  เซนติเมตร

รถเข็นไฟฟ้ารุ่น  Pw-301Plus  เหมาะสมกับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักเยอะ สรีระใหญ่ น้ำหนักตั้งแต่ 60-120 กิโลกรัม และเป็นผู้ที่ต้องใช้เวลาในการนั่งรถเข็นวีลแชร์บ่อยๆสามารถใช้เป็นรถเข็นไฟฟ้าสำหรับท่องเที่ยวหรือไปโรงพยาบาลและยังสามารถพับเก็บใส่ท้ายรถหรือนำขึ้นเครื่องบินได้อีกด้วย

  • Sale!

    PW-301Plus รถเข็นไฟฟ้า เบาเพียง 18.5 Kg นั่งสบาย

    79,900.00฿ 59,900.00฿
    Add to cart

 

  • Sale!

    Lite1 รถเข็นไฟฟ้า น้ำหนักเบา 13.5Kg

    59,900.00฿ 39,500.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    LitePro รถเข็นไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว เบาเพียง 16Kg บังคับ Wireless

    63,900.00฿ 45,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    PW-301Plus รถเข็นไฟฟ้า เบาเพียง 18.5 Kg นั่งสบาย

    79,900.00฿ 59,900.00฿
    Add to cart

ขับขี่ปลอดภัย เมื่อวัยสูงขึ้น

ขับขี่ปลอดภัย เมื่อวัยสูงขึ้น

การขับรถเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งของความเป็นอิสระ  การพึ่งพาตนเองได้  ผู้สูงอายุไทยจำนวนไม่น้อยที่ยังขับรถแม้อายุมากกว่า 60 ปี  ถึงแม้ไม่มากเท่าฝรั่ง  เพราะผู้สูงอายุที่เป็นฝรั่งมักไม่ได้อยู่กับลูกหลาน  จึงยังต้องช่วยเหลือตัวเองเท่าที่ทำได้  ต้องไปซื้อของเอง ไปธนาคารเอง  ไปนัดสังสรรค์ก็บ่อย  อย่างไรก็ตามในอนาคตข้างหน้าจะมีผู้สูงอายุไทยที่ขับรถมากขึ้น เพราะคนเราอายุยืนขึ้น  แถมปัจจุบัน หนุ่ม ๆ สาว ๆ ก็ขับรถกันมากขึ้น คิดง่าย ๆ นะครับว่าถ้าตอนนี้เรายังขับรถ  พอเราอายุเกิน 60 ปี เราจะเลิกขับหรือเปล่า   ในปัจจุบันนี้ยังไม่ได้มีความตื่นตัวมากนักในด้านระบบการประเมินความพร้อมของผู้สูงอายุที่ยังขับรถอยู่  ทั้งที่อุบัติเหตุทางการจราจรเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บพิการ และเสียชีวิตที่สำคัญในประเทศและผู้สูงอายุก็เป็นกลุ่มเสี่ยงที่สำคัญเนื่องจากสุขภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป

การเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถ
โดยส่วนใหญ่แล้วผู้สูงอายุมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถน้อยกว่าคนหนุ่ม  ๆ สาว ๆ ครับ  สาเหตุก็เพราะว่าผู้สูงอายุมักจะขับรถช้ากว่า ประสบการณ์การขับรถก็ยาวนานกว่า  มักคาดเข็มขัดนิรภัย  และมักไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ แต่ถ้ายิ่งผู้สูงอายุคนไหนขับรถยิ่งเร็วขึ้น ๆ โอกาสการเกิดอุบัติเหตุยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าคนหนุ่มสาวครับ โดยส่วนใหญ่  ถ้าอายุเกิน 70 ปี โอกาสเกิดอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้นและยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากถ้าอายุเกิน 80 ปี  และถ้าเมื่อไหร่เกิดอุบัติเหตุขึ้น ผู้สูงอายุมีแนวโน้มเกิดอุบัติเหตุที่รุนแรง ได้รับอันตรายมากกว่าและโอกาสถึงแก่ชีวิตสูงกว่าคนหนุ่มสาวถึง 9 เท่าครับ

ส่วนของร่างกายที่ใช้ในการขับรถ

การขับรถต้องอาศัยกระบวนการทางร่างกายเหล่านี้ประกอบกัน คือ

  1. สมองแจ่มใส ไม่ขุ่นมัว
  2. สมาธิและความตั้งใจดี
  3. การตัดสินใจที่ว่องไว และแม่นยำ
  4. ความปราดเปรียว แคล่วคล่อง ว่องไว เมื่อเกิดเหตุการณ์คับขัน
  5. การประสานงานของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายอย่างดี เช่น ระหว่างมือ แขน ขา คอ เป็นต้น
  6. กำลังกล้ามเนื้อที่เพียงพอ
  7. การขยับส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีเช่น แขน ข้อไหล่ ลำคอ เป็นต้น
  8. การมองเห็นและการได้ยินที่ดี

* ถ้าเรามีความผิดปกติในด้านใดด้านหนึ่ง จะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ทำไมผู้สูงอายุถึงมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่รถยนต์ได้ง่าย

ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเกิดอุบัติเหตุจากการขับรถในผู้สูงอายุ คือ

  • อายุมากกว่า85 ปี
  • มีปัญหาด้านการมองเห็น
  • มีภาวะสมองเสื่อม

ผู้สูงอายุมีภาวะต่าง  ๆ ที่เกิดจากความเสื่อมสภาพของร่างกาย คือ กำลังกล้ามเนื้อลดลง ความว่องไวในการตอบสนองต่อเหตุการณ์คับขันช้าลง การทำงานระหว่างอวัยวะต่าง  ๆ ให้ประสานกันได้ไม่ดี และสมาธิลดลงด้วย นอกจากนั้นยังอ่อนล้าง่ายถ้าต้องขับรถนาน  ๆ

โรคต่าง ๆที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุก็มีส่วนในการทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ขอยกตัวอย่างโรคเด่น ๆ ที่มีผลกระทบชัดเจนดังนี้

  • โรคตาชนิดต่าง ๆ เช่น ต้อหิน ต้อกระจก จอประสาทตาเสื่อม ทำให้ขับรถในเวลาโพล้เพล้หรือตอนกลางคืนแล้วมองไม่ชัดในผู้ป่วยต้อหินยังอาจมีลานสายตาที่แคบทำให้มองเห็นภาพส่วนรอบได้ไม่ดี  ผู้ป่วยโรคต้อหินจะมองเห็นแสงไฟบอกทาง ไฟหน้ารถพร่าได้
  • โรคสมองเสื่อม ในที่นี้หมายถึงเพิ่งเป็นไม่มากนะครับ เพราะถ้าเป็นมากแล้วคงไม่มีใครยอมให้ขับรถแล้ว ผู้ที่สมองเสื่อม มีอาการหลงลืม ขับรถหลงทาง เลี้ยวผิดเลี้ยวถูก การตัดสินใจและสมาธิไม่ดี
  • โรคอัมพฤกษ์ จากโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นโรคที่พบได้พอสมควรในผู้สูงอายุ ทำให้แขนขาไม่มีแรงที่จะขับรถ เหยียบคันเร่ง เหยียบเบรกหรือเปลี่ยนเกียร์ได้ดีบางคนมีอาการเกร็งมากจนขากระตุกเวลาเหยียบคันเร่งหรือเบรก บางคนมีการประสานงานระหว่างแขน ขาไม่ดี หรือสมองสั่งให้แขนขา ทำงานไม่ได้ดีเหมือนเดิม ความไวของการตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ลดลง
  • โรคพาร์กินสัน มีอาการแข็งเกร็งมือสั่น บางทีมีเท้าสั่นด้วย ทำอะไรเชื่องช้าลง  ทำให้ขับรถได้ไม่ดี
  • โรคลมชัก ซึ่งพบได้ในผู้สูงอายุมากกว่าคนหนุ่มสาว เมื่อมีอาการชัก จะเกร็ง กระตุก ไม่รู้สึกตัว ทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
  • โรคข้อเสื่อม ข้ออักเสบต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อการขับรถเช่น ข้อเข่าเสื่อม ทำให้เหยียบเบรกได้ไม่เต็มที่ ข้อเท้าอักเสบ ปวด จากโรคเก๊าท์ ทำให้ขยับลำบาก โรคกระดูกคอเสื่อม ทำให้ปวดคอ เอี้ยวคอดูการจราจรได้ลำบาก หรือมีอาการปวดหลัง จากกระดูกหลังเสื่อม ทำให้นั่งขับรถได้ไม่นาน
  • โรคอื่น ๆ เช่น โรคหัวใจ ทำให้อาจมีอาการแน่นหน้าอกเมื่อขับรถนาน ๆ เครียดจากรถติด โรคเบาหวาน ทำให้มีอาการหน้ามืด ใจสั่น สมาธิไม่ดี ตาพร่า ถ้าน้ำตาลในเลือดต่ำลง
  • ยาผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต้องรับประทานยา  บางคนรับประทานหลายชนิด บางชนิดมีผลทำให้ง่วงซึม เช่น ยาแก้เวียนศีรษะ ยาลดน้ำมูก ยานอนหลับ ยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น ทำให้ง่วงนอน มึนงง สับสนได้เวลาขับรถ  และทำให้การตัดสินใจ สมาธิ และความรวดเร็วในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน ไม่ดี ควรทำอย่างไรถ้ายังต้องการขับรถเมื่ออายุมากแล้ว

ถ้ามีโรคประจำตัว  ควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนว่าสามารถที่จะขับรถได้หรือไม่  ในบ้านเรายังไม่มีผู้ชำนาญการและระบบในการประเมินความปลอดภัยของผู้ขับขี่ที่สูงอายุ  แพทย์จะประเมินการมองเห็น  กำลังกล้ามเนื้อ  การทำงานประสานกันของแขนขา  การเกร็ง สั่นของกล้ามเนื้อ ความสามารถของสมอง และประเมินกระดูกและข้อต่อ  ซักประวัติการรับประทานยาชนิดต่าง ๆ และประเมินโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคลมชัก ภาวะสมองเสื่อม โรคข้อเสื่อม เป็นต้น ว่าเหมาะสมกับการขับรถหรือไม่

 

วิธีปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยเมื่อต้องขับขี่รถ

  1. ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายในการขับขี่รถที่สำคัญคือ การมองเห็น กำลังกล้ามเนื้อ ความสามารถของสมอง และกระดูกและข้อต่อ
  2. ควรตรวจสอบสภาพรถเป็นระยะเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องฉุกเฉิน
  3. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เมื่อจะขับรถตลอดจนหลีกเลี่ยงยาต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม  มึนงง เมื่อต้องขับรถ
  4. หลีกเลี่ยงการขับรถในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย อย่าขับเร็ว
  5. หลีกเลี่ยงการขับรถในช่วงกลางคืน
  6. หลีกเลี่ยงการขับรถในสภาพอากาศที่ไม่เหมาะสม เช่น ฝนตกหนัก เป็นต้น เนื่องจากทำให้มองเห็นเส้นทางไม่ดี
  7. คาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ขับรถ
  8. ถ้าเป็นไปได้ควรมีคนนั่งรถไปด้วยเพื่อช่วยกันดูเส้นทาง  สัญญาณไฟจราจรและดูรถ
  9. ไม่ควรขับรถทางไกลหรือไปในที่รถติดซึ่งต้องใช้เวลาในการขับขี่เป็นเวลานาน มีเบอร์โทรศัพท์ที่จำเป็นติดตัวเสมอ เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉิน เช่น เบอร์โรงพยาบาล เบอร์ศูนย์รถยนต์ หรือเบอร์ช่วยเหลือฉุกเฉินต่างๆที่จำเป็น

ข้อมูลจาก

รศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล
ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันละสังคม
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ขอบคุณรูปจาก http://www.mqdc.com/

รถเข็นวีลแชร์หรืออุปกรณ์ช่วยเดินอะไรบ้าง…ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ ?

รถเข็นวีลแชร์หรืออุปกรณ์ช่วยเดินอะไรบ้าง…ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ ?

    รถเข็น หรือ วีลแชร์ จะถูกต้องขอสำหรับผู้โดยสารที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในกรณี มีความจำกัดด้านการแพทย์ เช่น ไม่สามารถเดินไกลได้ หรือไม่สามารถขึ้นลงบันได ได้  หรือมีความพิการอื่นๆ เกี่ยวกับการเดิน รวมถึงผู้สูงอายุ หรือผู้ประสบอุบัติเหตุ หรือโรคประจำตัวอื่นๆ เช่นเวียนหัว หรือมีอาการป่วย ท่านก็มีสิทธิขอรถเข็นได้เช่นกัน

วีลแชร์หรืออุปกรณ์ช่วยเดินอะไรบ้างที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ ?
  • อุปกรณ์ช่วยเดินที่ไม่มีแบตเตอรี่ : สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้เลย
  • วีลแชร์แมนนวลและไฟฟ้าที่ไม่ใช่แบตลิเธียม : ต้องโหลดใต้เครื่อง สามารถส่งวีลแชร์ได้ที่เคาน์เตอร์เช็คอินหรือใช้ไปจนถึงหน้าประตูขึ้นเครื่องบิน(Gate)**ขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละสายการบินด้วย
  • วีลแชร์ที่ใช้แบตลิเธียม ไอออน : ต้องแสดงหลักฐานที่ได้รับผ่านการทดสอบตามคู่มือการรทดสอบและหลักเกณฑ์ของสหาประชาชาติ(ปกติจะอยู่บนแบตเตอรี่)
เงื่อนไข
‼️ถอดแบตแยก ใส่ในกระเป๋าก่อนโหลดใต้ท้องเครื่อง
‼️กำลังไฟฟ้าแบตเตอรี่ 1 ก้อนไม่เกิน 300Wh แบตเตอรี่ 2ก้อนไม่เกินข้างละ 160Wh
ทำไม? รถเข็นไฟฟ้าแบตลิเธียมถึงเหมาะแก่การนำขึ้นเครื่องบินมากกว่าแบตธรรมดา?
  • มีกำลังไฟฟ้าเยอะกว่าแบตธรรมดา ดังนั้นการใช้งานจะนานกว่าด้วย
  • ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบากว่า

ข้อควรเก็บรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน

  • ไม่ควรเก็บรถเข็นไฟฟ้าใส่กระเป๋าที่มิดชิดเพราะจะทำให้เจ้าหน้ามองไม่เห็นรถเข็นไฟฟ้า อาจเกิดความเสียหายได้
  • ควรแพครถเข็นไฟฟ้าใส่แพคเกจที่มีเห็นข้างใน หรือมีลักษณะใส เจ้าหน้าที่จะได้เห็นว่าเป็นของใช้มีค่า
  • ถ่ายรูปรถเข็นของเราก่อนนำส่งให้จ้าหน้าที่

เงื่อนไขของสายการบิน ก่อนพาผู้ใช้รถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่อง

  • แอร์เอเชีย สายการบินจะให้ผู้โดยสารที่ทุพพลภาพ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ หรืออยู่ในภาวะป่วยร่วมเดินทางไปด้วยเที่ยวบินละ 4 ท่าน  ผู้โดยสารที่เป็นอัมพาตทั้งแขนและขาจะถูกจำกัดไม่เกิน    เที่ยวบินละ 2 ท่าน ในบางกรณีทางสายการบินอาจร้องขอให้ผู้โดยสารดังกล่าวต้องมีผู้ร่วมเดินทางด้วย อีกทั้งยังอนุญาตให้ รถเข็นเด็ก รถเข็นวีลแชร์ อุปกรณ์ช่วยเดินและโครงเหล็กช่วยเดิน สามารถนำขึ้นเครื่องได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (รวมไปถึงรถเข็นหรืออุปกรณ์ช่วยเหลือที่ใช้พลังงานแบตเตอรี่ แต่ต้องถอดแบตเตอรี่ออกจากอุปกรณ์ดังกล่าวแล้ว) น้ำหนักสูงสุดที่อนุญาตคือ 85 กิโลกรัม ทั้งนี้ต้องทำการแจ้งสายการบินก่อนล่วงหน้า 48 ชั่วโมง เพื่อเตรียมการช่วยเหลือ

 

  • บางกอกแอร์เวย์ หากผู้โดยสารต้องการใช้บริการรถเข็นนั่ง สามารถแจ้งกับพนักงานได้ตั้งแต่วันที่ทำการจองที่นั่ง และแจ้งก่อนเดินทางล่วงหน้า 24 ชั่วโมง ซึ่งไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่ต้องเป็น  ผู้ที่สามารถดูแลตัวเองได้ระหว่างการเดินทางโดยสายการบินจะมีบริการพาไปยังประตูเครื่องหรือที่นั่งบนเครื่องและช่วยเหลือหากมีความต้องการจะเข้าห้องน้ำ เมื่อถึงจุดหมายปลายทางจะมีพนักงานพาผู้โดยสารไปยังจุดรับสัมภาระ และช่วยผู้โดยสารรับกระเป๋าเพื่อไปยังทางออก ในกรณีที่ผู้โดยสารไม่สามารถดูแลตนเองได้ระหว่างการเดินทางจำเป็นต้องมีผู้ร่วมเดินทางไปด้วยและถ้าต้องการที่จะนำรถเข็นส่วนตัวไปเองต้องแจ้งก่อนวันเดินทางล่วงหน้า 48 ชั่วโมง รวมถึงต้องแจ้งประเภท ขนาดและน้ำหนักของรถเข็นในวันที่จองที่นั่ง เพื่อจัดพื้นที่ไว้เก็บรถเข็นและนำกลับมาให้ ณ จุดรับสัมภาระ

 

  • นกแอร์ จะพิจารณาผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือในการเดินเข้าเครื่องบินเป็นสองระดับคือ 1. ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในระหว่างเที่ยวบิน แต่ยังสามารถเดินขึ้นเครื่องเองได้ หากมีความจำเป็นต้องใช้รถเข็น  ทางสายการบินจะจัดเตรียมให้และส่งผู้โดยสารที่ประตูเครื่องบิน จากนั้นต้องเดินต่อเอง 2. ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (ต้องให้ผู้อื่นช่วยเหลือในการเดินทางขึ้นลงเครื่องบินหรือ ไม่สามารถเดินทางโดยลำพังได้ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ๆ ) จำกัด 1 คน ต่อ 1 แถวที่นั่งเท่านั้น และจำกัดจำนวนต่อเที่ยวบิน   เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ต้องแจ้งสายการบินอย่างน้อย 48 ชั่วโมง ก่อนเวลาการเดินทาง และแจ้งชื่อผู้โดยสารซึ่งจะเป็นผู้ร่วมเดินทาง ( Escort/Accompany) โดยผู้ร่วมเดินทางจะต้องเดินทางเคียงข้างไปในเที่ยวบินเดียวกัน ไม่เช่นนั่นทางสายการบินมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธไม่ให้ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษขึ้นเครื่อง โดยบริษัทฯ ยินดีคืนค่าโดยสารในกรณีดังกล่าว

 

  • ไทยไลอ้อนแอร์ ให้ผู้โดยสารที่ใช้รถเข็นวีลแชร์หรือใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ (ยกเว้นในกรณีที่ไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัย) เป็นสัมภาระที่ต้องลงทะเบียนโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพียงแต่ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือต้องมีผู้ร่วมเดินทางด้วย ซึ่งผู้โดยสารต้องการความช่วยเหลือจะไม่ได้รับอนุญาตให้นั่งที่นั่งตรงทางออกฉุกเฉินหรือบริเวณปีกแถวทางออกฉุกเฉิน เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านสุขภาพ หรือความปลอดภัย ทางสายการบินจะจัดที่นั่งช่วยให้ตามความเหมาะสม และขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง เคลื่อนย้ายได้ โดยต้องทำการติดต่อสายการบินหรือคอลเซ็นเตอร์ อย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทางเพื่อจัดการประเภทของความช่วยเหลือที่จำเป็นล่วงหน้า

 

  • ไทยสมายล์ พิจารณาผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือในการขึ้นเครื่องบินเป็น 2 ระดับ 1. ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือในระหว่างเที่ยวบินหรือระหว่างการเดินทาง ซึ่งสามารถเดินเข้าเครื่องบินเองได้ ในกรณีนี้สายการบินยอมให้เดินทางคนเดียวได้ หากต้องใช้รถเข็นเพื่อความสะดวกมีบริการจัดเตรียมให้และจะส่งให้เดินเข้าเครื่องบินด้วยตนเองหน้าประตูเครื่องเท่านั้น 2. ผู้โดยสารที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่ต้องให้ผู้อื่นช่วยเหลือในการเดินทางขึ้นลงเครื่องบิน หรือไม่สามารถเดินทางโดยลำพังได้ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด (รวมทั้งเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี) ในกรณีนี้สายการบิลจะยอมรับให้เดินทาง โดยต้องมีผู้ร่วมเดินทางด้วย (Escort/Accompany) เพื่อช่วยเหลือในระหว่างเที่ยวบินและการขึ้นลงเครื่องบิน เพื่อความสะดวกในการเดินทางต้องแจ้งสายการบินขณะที่ทำการจองบัตรโดยสารอย่างน้อย 48 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง

อย่างไรก็ตามแม้รายละเอียดจะคล้ายคลึงกัน แต่ข้อกำหนดของอุปกรณ์ทั้งขนาดและน้ำหนักของแต่ละสายการบินนั้นก็อาจแตกต่างกัน แนะนำให้โทรสอบถามรายละเอียดแก่สายการบิน  ที่จะทำการเดินทางโดยตรง เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการเดินทางของตัวท่านเองและผู้ร่วมทางค่ะ

ข้อมูลดีดีจาก : CAAT
  • Sale!

    EW-11 เก้าอี้รถเข็นอลูมิเนียม 6.7Kg พับได้ (แถมกระเป๋า)

    7,990.00฿ 4,490.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    LitePro รถเข็นไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว เบาเพียง 16Kg บังคับ Wireless

    63,900.00฿ 45,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    PW-301Plus รถเข็นไฟฟ้า เบาเพียง 18.5 Kg นั่งสบาย

    79,900.00฿ 59,900.00฿
    Add to cart

เตียงไฟฟ้าแบบไหน เหมาะสำหรับใคร ??

เตียงไฟฟ้าแบบไหน เหมาะสำหรับใคร ??

ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) แล้ว ปัจจุบันสังคมไทยกําลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางประชากรครั้งสําคัญ คือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ

ประเทศไทยเมื่อเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุ “จึงควรมีการเตรียมการเพื่อรองรับ โดยเมื่อมีคนแก่ หรือคนชรามากขึ้น สัดส่วนคนทํางานลดลง ผลผลิตโดยรวมก็จะลดลง ส่งผลให้รายได้ของประเทศลดลง เกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจของประเทศได้ ผู้สูงอายุต้องเกษียณจากงานไม่มีรายได้ ต้องอาศัยรายได้จากเงินที่เก็บออมไว้ถ้าหากไม่มีเงินออมไว้มากพอก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาในการดํารงชีพ เป็นภาระแก่สังคมที่ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลจัดสวัสดิการต่างๆ ให้เหมาะสมและเพียงพอ เมื่อถึงวัยสูงอายุ สภาพร่างกายและจิตใจมีการเปลี่ยนแปลงต้องมีการปรับตัว และที่สําคัญเมื่ออายุมากขึ้นสภาพร่างกายเริ่มเสื่อมถอยลง ปัญหาด้านสุขภาพก็จะตามมา ซึ่งทั้งหมดเป็นปัญหาที่คนในครอบครัวต้องมีส่วนร่วมในการเตรียมการเพื่อรับมือให้ทันท่วงที
โดยกลุ่มผู้สูงอายุนั้นอาจแบ่งได้ตามลักษณะทั่วไปคือ  แบ่งได้เป็น 2 ประเภท

1. ผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ คือ ผู้สูงอายุที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เดินได้ ลุกขึ้นได้ แต่การเคลื่อนไหวอ่อนแรง และช้าลง ร่างกายเสื่อมโทรม ปรับกับสภาพดินฟ้าอากาศได้ยาก ทำให้เจ็บป่วยง่าย หรือที่พบได้บ่อยคือปัญหาจากโรคกระดูกที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวมากที่สุดคอนโดผู้สูงอายุ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคนวัยเกษียณ| DDproperty.com

2. ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ป่วยติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย นอนอยู่บนเตียง โดยมีผู้ดูแล ดูแลอย่างใกล้ชิด แต่อาจจะขยับแขน หรือพอที่จะหยิบสิ่งของได้บ้าง

“ผู้ป่วยติดเตียง” อาจจะไม่ได้หมายถึงผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียว อาจจะเป็นคนไข้ ที่มีโรคประจำตัว เจ็บป่วย หรือทุพพลภาพ ที่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ต้องมีคนดูแลอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นประเด็นสำคัญอยู่ที่ผู้ดูแล ว่าจะสามารถดูแลผู้ป่วยได้มากน้อยเพียงใด โดยปกติแล้วสำหรับคนดูแลผู้ป่วย , ผู้สูงอายุ , หรือผู้พิการ จะมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่สามารถช่วยรับมือได้ หนึ่งในนั้นคือ เตียงผู้ป่วยปรับระดับได้  โดยส่วนใหญ่จะนิยมใช้เตียงไฟฟ้า แทนเตียงนอนปกติ เนื่องจากผู้ดูแลสามารถดูแลได้ง่าย และผู้ป่วยเองก็สามารถช่วยตัวเองให้ลุกนั่งจากที่นอนได้ด้วยตนเอง

“เตียง” คืออุปกรณ์ที่สำคัญที่ช่วยในเรื่องของการนอนพักผ่อน และเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เกิดการนอนหลับที่มีคุณภาพ สำหรับผู้สูงอายุ หรือรวมไปถึงผู้ป่วยติดเตียงด้วย การนอนเตียงธรรมดาอาจทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้สะดวกสบายมากนัก และอาจก่อให้เกิดอันตรายที่เราไม่อาจคาดคิดได้ ดังนั้นการเลือกเตียงนอนสำหรับผู้สูงอายุ  , ผู้ป่วย จึงสำคัญเป็นอย่างมาก โดยแบ่งออกตามคุณลักษณะเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1. เตียงผู้ป่วยหรือเตียงผู้สูงอายุแบบมือหมุน คือเตียงที่ควบคุมการปรับท่าต่างๆ โดยลักษณะการปรับเพลาเป็นการใช้มือหมุน ซึ่งจะมีจะมีจำนวนเพลา ตามจำนวนท่าที่เตียงสามารถปรับได้ เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับครอบครัวที่มีงบน้อย หรือผู้ป่วยที่ไม่ต้องจำเป็นปรับท่ามากนัก โดยเตียงตัวนี้ตัวปรับมือหมุน จะอยู่บริเวณทางด้านท้ายของเตียง ต้องมีผู้ช่วยในการปรับหมุน
Fasicare เตียงผู้ป่วย 2 ไกด์มือหมุน ราวสไลด์ รุ่น FB-102 ...
2. เตียงผู้ป่วยแบบมือหมุน-ไฟฟ้า เตียงประเภทนี้อาศัยมอเตอร์ในการปรับสูงต่ำ ผู้ป่วยและคนดูแลสามารถปรับได้โดยการกดรีโมท หรือใช้มือหมุนได้เช่นกัน ขณะที่เราสามารถใช้รีโมทได้อีกด้วย ตัวเลือกเตียงไฟฟ้ามือหมุนนี้เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการปรับเตียงไปยังท่าทางต่างๆด้วยตัวเอง ในขณะที่ผู้ดูแลสามารถปรับมือหมุนได้เช่นกัน แต่ราคาค่อนข้างสูง


3. เตียงผู้ป่วยปรับระดับไฟฟ้า เตียงประเภทนี้สามารถปรับความสูงและท่าทางต่างๆได้โดยใช้รีโมทคอนโทรล ไม่มีมือหมุน ซึ่งเตียงตัวนี้ จะเหมาะสำหรับคนดูแล และผู้ใช้งานที่อยากเปลี่ยนท่าได้ด้วยตัวเอง แต่โดยปกติแล้วเตียงไฟฟ้าทั่วไปจะเป็นเตียงลักษณะเหมือนเตียงโรงพยาบาล ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะไม่ค่อยมีคนนิยมมากนัก จึงทำให้มีการพัฒนาเตียงไฟฟ้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นมาคือเตียงไฟฟ้าปรับระดับได้ เหมาะสำหรับผู้สุงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้ที่มีปัญหาในการนอน โดยออกแบบเตียงให้เหมือนเฟอร์นิเจอร์ในบ้านและใช้งานได้ง่ายที่สุด คงความแข็งแรง แต่ดีไซน์สวยงาม ดูแล้วสบายตา ทำให้ผู้ใช้งานนอนแล้วเหมือนนอนอยู่บ้าน ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ป่วยนอนอยู่โรงพยาบาล

ความสามารถในการรับประฟังก์ชันการปรับระดับเตียงไฟฟ้าโดยปกติแล้วเตียงปรับระดับไฟฟ้า หรือเตียงเพื่อสุขภาพ ที่ดีไซน์ของเตียงทำจากไม้ สวยงาม น่ามอง เหมาะสำหรับการวางไว้ในบ้าน ในห้องนอนสุดหรู ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ป่วยติดเตียง ก็สามารถนอนได้ โดยปกติแล้วผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเอง ลุกขึ้นเดินเองได้ นิยมใช้เตียงปรับระดับไฟฟ้ากันเป็นอย่างมาก เพื่อสุขลักษณะในการนอนที่ดี โดยเตียงไฟฟ้าของ Elife นั้นจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น ดังนี้

🚩 รุ่น EB-35 เป็นเตียงไฟฟ้าราคาประหยัด ใช้งานได้ 3 ไกร์ ดีไซน์เป็นไม้สนสวยงาม โครงสร้างเป็นเหล็ก หนา แข็งแรง อย่างดี สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุด 220 กก. ” เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ยังสามารถลุกเดินหรือยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ ” แต่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ หรือปัญหาเกี่ยวกับกระดูก ลุกออกจากเตียงไม่สะดวก ที่สำคัญรุ่นนี้เป็นเตียงไฟฟ้าราคาประหยัดเหมาะสำหรับคนที่มีงบไม่มาก


– เตียงไฟฟ้าสามารถ ปรับได้ 3ไกร์, ยกส่วนบนเอียงสูง-ลาด, ยกส่วนขาเอียงสูง-ลาด, ยกพร้อมกันทั้งส่วนบนและขาเอียงสูง-ลาด (การปรับระดับเตียงสูงต่ำ เป็นแบบ Manual ปรับได้ 40-45-50cm)
– มาพร้อมปุ่มควบคุมทั้งหมด 6 ปุ่ม
– สินค้าเป็นแบรนด์เยอรมัน Motor Dewert Okin คุณภาพสูง
– ออกแบบมาให้ดูสวยเข้ากับการตกแต่งในบ้าน แต่ยังคงความแข็งแรง
– มีกุญแจล็อคปุ่มควบคุม (กรณีไม่ต้องการให้เด็กกดเล่น)
– สามารถถอดประกอบได้ด้วยคนเดียว กินพื้นที่น้อย

🚩 รุ่น EB-55 (รุ่นขายดี) เตียงปรับระดับไฟฟ้า สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ออกแบบเพื่อให้ใช้งานที่บ้าน โดยดีไซน์โดยใช้วัสดุเนื้อไม้กรุโครงโลหะทำให้ดูสวยงามเข้ากับการใช้งานที่บ้าน


เตียงไฟฟ้าสามารถ ปรับได้ 5 Functions, ยกเตียงสูง-ต่ำ, ยกส่วนบนเอียงสูง-ลาด, ยกส่วนขาเอียงสูง-ลาด, ยกพร้อมกันทั้งส่วนบนและขาเอียงสูง-ลาด, ปรับทั้งเตียงเอนด้านหน้า-ด้านหลัง
– มาพร้อมปุ่มควบคุมทั้งหมด 10 ปุ่ม
– สินค้าเป็นแบรนด์เยอรมัน Motor Dewert Okin คุณภาพสูง
– ออกแบบมาให้ดูสวยเข้ากับการตกแต่งในบ้าน แต่ยังคงความแข็งแรง
– มีกุญแจล็อคปุ่มควบคุม (กรณีไม่ต้องการให้เด็กกดเล่น)
– สามารถถอดประกอบได้ด้วยคนเดียว กินพื้นที่น้อย

 ” ที่สำคัญเตียงไฟฟ้าปรับระดับไฟฟ้ารุ่น EB-35 และ EB-55 เลือกราวกั้นได้ด้วยกันทั้งหมด 3 แบบ 3 สไตล์ ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคุล หรือขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ใช้งาน “

🚩 รุ่น EB-77 เตียงไฟฟ้ารุ่นพิเศษ ตียงปรับระดับไฟฟ้า สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย รุ่นต่ำพิเศษติดพื้น ป้องกันการบาดเจ็บจากการตกเตียง ผู้ป่วยที่ต้องการความปลอดภัยพิเศษ ออกแบบเพื่อให้ใช้งานที่บ้าน โดยดีไซน์โดยใช้วัสดุเนื้อไม้กรุโครงโลหะทำให้ดูสวยงามเข้ากับการใช้งานที่บ้าน


– เตียงไฟฟ้าสามารถ ปรับได้ 5 Functions, ยกเตียงสูง-ต่ำ, ยกส่วนบนเอียงสูง-ลาด, ยกส่วนขาเอียงสูง-ลาด, ยกพร้อมกันทั้งส่วนบนและขาเอียงสูง-ลาด, ปรับทั้งเตียงเอนด้านหน้า-ด้านหลัง
– มาพร้อมปุ่มควบคุมทั้งหมด 8 ปุ่ม
– สินค้าเป็นแบรนด์เยอรมัน Motor Limoss คุณภาพสูง
– ออกแบบมาให้ดูสวยเข้ากับการตกแต่งในบ้าน แต่ยังคงความแข็งแรง
– มีกุญแจล็อคปุ่มควบคุม (กรณีไม่ต้องการให้เด็กกดเล่น)
– สามารถถอดประกอบได้ด้วยคนเดียว กินพื้นที่น้อย
– รุ่นต่ำพิเศษเกือบติดพื้น(67mm) ป้องกันการบาดเจ็บจากการตกเตียง

เตียงผู้ป่วยมักจะมีความแตกต่างจากเตียงธรรมดาทั่วไป เนื่องจากการทำงานของเตียงผู้ป่วยนั้นถูกออกแบบมาให้มีลักษณะการใช้งานที่หลากหลาย มีกลไกพิเศษในการสามารถปรับระดับต่างๆ ที่เรียกว่าไกร์ ให้เข้ากับสัดส่วนของผู้ป่วยได้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ป่วยในการพักฟื้นมากยิ่งขึ้น

ไกร์เตียงคืออะไร

ไกร์เตียง คือกลไกการทำงานของเตียงผู้ป่วยหรือฟังก์ชันในการปรับจุดต่างๆ ตั้งแต่การปรับระดับสูง-ต่ำ, ปรับความเอียงหัว-ท้ายเตียง รวมไปถึงการปรับองศาของพนักพิงและความชันของขา ซึ่งกลไกการทำงานของเตียงผู้ป่วยที่เรียกว่าไกร์ เรียกได้ว่าเป็นฟังก์ชั่นการทำงานทั้งในเตียงผู้ป่วยแบบมือหมุนและเตียงผู้ป่วยไฟฟ้า

ทำไมเราถึงจะต้องใช้เตียงสำหรับผู้ป่วย ?

  1. เตียงผู้ป่วยนั้นจะมีข้อดีก็คือสามารถปรับให้ผู้ป่วยลุกขึ้นมานั่งหรือทานข้าวได้ หากเราใช้เตียงนอนธรรมดา แน่นอนว่า การดูแลรักษาผู้ป่วยนั้นค่อนข้างจะยากลำบากเลยทีเดียว
  2. เตียงผู้ป่วยนั้นมีล้อสามารถที่จะเข็นผู้ป่วย หรือ เคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้สะดวก

และดีไซน์เตียงของ Elife นั้นจะออกแบบให้ดูสบายตา น่ามอง เหมาะสำหรับวางในบ้าน ทำให้ใครต่อใครนิยมเลือกใช้งานเตียงปรับระดับไฟฟ้าของเรา เป็นสินค้าที่ขายดี ลูกค้าให้ความนิยมกันเป็นอย่างมาก

  • Sale!

    EB-35 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 3ไกร์

    99,000.00฿ 39,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    EB-55 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 5ไกร์ โครงโลหะกรุวัสดุไม้

    119,900.00฿ 59,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    EB-77 เตียงไฟฟ้า 5ไกร์ Ultra-Low ต่ำพิเศษ กันตกเตียง

    139,900.00฿ 69,900.00฿
    Add to cart

อีไลฟ์ “หนีบางกอก…ออกมาเที่ยวเขา”

อีไลฟ์ “หนีบางกอก…ออกมาเที่ยวเขา”

 

สวัสดีค่ะกลับมาพบกับอีไลฟ์อีกแล้วหลังที่ห่างหายกันไปนาน เพราะอีไลฟ์หนีไปเที่ยวใต้อยู่นี้เอง หลังจากที่กักตัวหลายเดือนก็ขอไปสูดอากาศบริสุทธิ์บ้างละกัน และจากรูปด้านบนของเราท่านคงจะคุ้นๆอยู่ใช่ไหมคะว่านั่นคือที่ไหน ใช่แล้วค่ะที่นี่คือหมู่บ้านที่อากาศดีที่สุดในประเทศไทยหรือหมู่บ้าน “คีรีวง”นั้นเอง!!  ขอเล่าประวัติคร่าวๆก่อนนะคะว่าคีรีวงเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีภูเขาล้อมรอบตั้งอยู่ในอำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยที่หมู่บ้านคีรีวงเป็นที่เลื่องชื่อว่าอากาศดีที่สุดในประเทศไทย นอกจากอากาศจะดีแล้วยังมีผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน เงาะ ลางสาด ลองกอง และมังคุดซึ่งมังคุดของคีรีวงจะมีความพิเศษกว่าที่อื่นเพราะ มังคุดที่นี้จะมีลูกใหญ่ ไซส์บิ๊ก เปลือกหนาเป็นแป้ง (มังคุดที่นี้ใช้ส่งออกและนำไปแปรรูปมากมายด้วยนะคะ) เพราะสวนมังคุดที่นี้อยู่บนเขานั้นเอง อีไลฟ์ได้เก็บภาพบรรยากาศสวยๆมาฝากด้วยค่ะมาดูกันเลย!!

มองแค่ในรูปก็รู้สึกสดชื่นกันแล้วใช่ไหมละคะ ต้องขอบอกเลยว่าอากาศที่นี่ดีจริงสมคำล่ำลือค่ะ ตอนเช้าสัก 6-7 โมงเช้าตื่นมาสูดอากาศเย็นๆชื้นบวกกับจิบกาแฟร้อนๆนี้รู้สึกดีมากๆเลย

การได้ออกมากจากในเมืองแล้วมาเจอต้นไม้ ภูเขา น้ำตก เป็นการชาร์จแบตดีดีๆให้กับหัวใจนี้เอง และนอกจากอากาศจะดีมากๆแล้วอาหารพื้นเมืองปักษ์ใต้ก็ “หรอยจังฮู้” เช่นกันค่ะ

อากาศดีๆได้ทานอาหารใต้อร่อยๆ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมแล้วค่ะ

มังคุดเขาลูกโตๆจากคีรีวง

กินข้าวเสร็จมาดูคุณยายกวนทุเรียนค่ะ เป็นการกวนทุเรียนที่ธรรมชาติมากๆไม่มีสารกันบูดแน่นอน ที่สำคัญเนื้อทุเรียนแท้100% ไม่มีผสมแป้ง สายหวานต้องมาลองค่ะ

ถ้าถามว่าคีรีวงมีดีอะไร อีไลฟ์อยากให้คุณมาสัมผัสด้วยตัวเองค่ะ พื้นที่บรรยากาศธรรมชาติ อาหารอร่อย ผลไม้ปลอดสารพิษ แล้วมากับครอบครัวที่คุณรักได้ใช้เวลาร่วมกันในหมู่บ้านเล็กๆที่มีภูเขาโอบล้อมรอบ ไม่มีความวุ่นวายไม่มีฝุ่น มีชาวบ้านที่น่ารักคอยต้อนรับ แค่นี้ก็รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกแล้วค่ะ และการพาผู้สูงอายุเที่ยวไม่ได้ยากอย่างที่คิดค่ะ อีไลฟ์อยากให้ท่านได้พาคนที่คุณรักไปเที่ยวอย่างง่าย สบาย และมีความสุขไปด้วยกันค่ะ

วีลแชร์ไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุ ที่จะพาผู้สูงอายุเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข อย่าลืมมาเติมสีสันในการเที่ยวกันนะคะ

  • Sale!

    eScoot eS3 สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า พับได้ ลากเป็นกระเป๋าเดินทาง

    99,900.00฿ 59,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    LitePro รถเข็นไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว เบาเพียง 16Kg บังคับ Wireless

    63,900.00฿ 45,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    PW-301Plus รถเข็นไฟฟ้า เบาเพียง 18.5 Kg นั่งสบาย

    79,900.00฿ 59,900.00฿
    Add to cart