เที่ยว “เชียงคาน” ไปกับ PW-301 Plus

เที่ยว “เชียงคาน” ไปกับ PW-301 Plus

การดำเนินชีวิตในของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันออกไป มีสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลยคือความเครียด
ความทุกข์ หรือความกังวลใจจากเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจก็ตาม
ถ้าไม่อาจเลี่ยงได้แล้วเราจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรให้มีความสุข ? คงจะดีไม่น้อยถ้าเราจะหาเวลาพาตัวเองไปชาร์ตแบต ให้ร่างกายและจิตใจบ้าง เผื่อจะได้มีแรงกลับมาสู้กันต่อ
“เชียงคาน” เมืองเล็ก ๆ ติดริมแม่น้ำโขง คนส่วนใหญ่อาจเลยได้ยินสถานที่แห่งนี้ บางคนอาจเคยมาสัมผัสด้วยตัวเอง หรือแม้แต่ฟังจากคำบอกเล่าของคนอื่น
วันนี้แอดมินจะพาไปรู้จักเชียงคานในอีกมุมหนึ่ง….
ปกติแล้วนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเชียงคานมักจะใช้จักรยาน เป็นภาหนะในการชมเมือง ไปวัด ชมวิวริมแม่น้ำโขง หรือไปสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ไกลมากนัก
แต่การเดินทางครั้งนี้เรามีเพื่อนร่วมทางที่ดีอย่างรถเข็นไฟฟ้า PW-301 Plus ที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางครั้งนี้

สวนสาธารณะของอำเภอเชียงคาน เป็นอีกหนึ่งจุดชุมวิวที่สวยงาม ยามเช้าไม่ว่าจะหน้าหนาวหรือแม้กระทั่งหน้าร้อน ริมแม่น้ำโขงก็จะมีหมอก
ภายในสวนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน และออกกำลังกายยามเช้า
นี่ถ้าไม่ใช่รถเข็นไฟฟ้า PW-301 Plus ก็ไม่สามารถปรับเอน 45 องศาแบบนี้ได้นะคะ ไม่ว่าจะนอนพักสายตา
อ่านหนังสือที่ชอบสักเล่ม ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเพื่อบันทึกช่วงเวลาดี ๆ ก็สามารถทำได้อย่างสบาย ๆ เลยค่ะ

แก่งคุดคู้ ห่างจากถนนคนเดินไปประมาณ 5 กก. ที่จุดนี้สามารถนั่งเรือชมแม่น้ำโขง ทานอาหาร หรือซื้อของฝากได้เลยค่ะ

พระใหญ่ภูคกงิ้ว เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ ซึ่งสร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ
และในมหามงคลแห่งราชพิธีราชาภิเษก ครบ 50 ปี จุดไฮไลท์อีกอย่างคือเป็นผืนดินแห่งแรกของอีสานที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน โดยมี “แม่น้ำเหือง”
พรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างสปป.ลาวกับไทย ซึ่งตรงบริเวณที่แม่น้ำเหืองไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง นั้นจะเห็นเป็นแม่น้ำสองสีที่มีสีเข้ม-อ่อนต่างกันอย่างชัดเจน

ปัจจุบัน ณ สถานที่แห่งนี้กำลังก่อสร้าง Skywork (ตามรูปจำลอง) จะสร้างเสร็จในอีกไม่ช้า และคงเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งเลยทีเดียว

และที่ที่ใครมาเชียงคาน คงจะพลาดไม่ได้เลยคือ ถนนคนเดินที่มีระยะทางไกลพอสมควร มีทั้งของกินข้องที่ระลึกให้ช็อปกัน ยิ่งมีรถเข็น PW-301 Plus ทำให้การเดินถนนคนเดินเป็นเรื่องง่ายไปเลย
จะเดินกี่รอบก็ไม่มีเมื่อย

หาเวลาพาตัวเองและคนที่คุณรักไปพักผ่อนบ้าง เพระาะความสุขอยู่ไม่ไกล และต้องเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง…

การนำรถเข็นไฟฟ้า PW-301 Plusมาเที่ยวไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดนะคะ  อีกทั้งยังสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ด้วยค่ะ

ส่วนขั้นนตอนการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินก็ไม่ยากจนเกินไป ดูได้ง่าย ๆ ตามที่เรานำรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 ขึ้นเครื่องบินค่ะ https://www.elifegear.com/travellite1/

Elife พาเที่ยว ไปกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นPW101A

Elife พาเที่ยว ไปกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นPW101A

       สวัสดีค่ะ พบกับ Elife พาเที่ยวเช่นเคย โดยครั้งนี้เพิ่มความพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะจะพาทุกคนไปผจญภัยพร้อมกันค่ะโดยการนำ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW101A  ซึ่งเป็นพระเอกของเรา      สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในทริปนี้ส่วนใหญ่ส่วนใหญ่เป็นพื้นถนนหนทางจะค่อนข้างเป็นทางลูกรัง พื้นที่ลาดชัน              ทางลูกระนาด พื้นขรุขระ มีหลากหลายเส้นทาง แต่ทำไงได้ก็อยากไปเที่ยวจริง ๆ แต่เราก็ไม่หวั่นอย่างแน่นอน

เพราะจุดเด่นของรถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW101A คือ ล้อเป็นล้อใหญ่ยางตัน มีล้อกันหงาย สามารถใช้งานได้ดีควบคุมเกือบทุกพื้นถนนทางขรุขระ ลูกรัง พื้นไม้            ลูกระนาดไปได้สบาย ๆ เลยค่ะ ยิ่งพื้นถนนหนทางตามต่างจังหวัด หรือต้องการนำไปใช้งานในการทำงานก็สามารถใช้งานได้ดีมาก ๆ ค่ะ ว่าแล้วจะหาว่าไม่จริง ไปชมพร้อม ๆ กันค่ะ

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถใช้งานได้ทุกพื้นที่ จริงๆทนทานสุดๆ ล้อตันไม่กล้วของแหลมคม คลายความกังวลเรื่องยางรั่ว แบตเตอรี่ ความจุ 24V 12AH        ใช้งานได้มากถึง  15-20 กิโลเมตร บังคับยาว ๆ เที่ยวแบบสบายใจได้ทั่งวัน มั่นใจและปลอดภัยเพราะมีล้อกันหงายขึ้นทางลาดชันได้สบาย ๆ พร้อมลุยไปกับทุกสถานการณ์

เห็นแบบนี้แล้วอยากจะมีไว้ให้คนสำคัญในครอบครัว อาทิเช่น คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย หรือคนที่คุณรักเพื่อจะได้พาพวกท่านไปเที่ยวด้วยกัน ให้ท่านได้มีอิสระต่อการเคลื่อนที่อยากไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งลูกหลานมากมายเชื่อได้ค่ะ ใจของท่านจะยิ้มกว้างอย่างแน่นอน หากสนใจ ติดต่อสอบถาม ที่ Shop Elifegear ได้เลยค่ะ หรือ ตามช่องทางด้านล่างนี้ค่ะ

Line : @elife

Tel : 095-348-0712 / 02-4154347

Facebook  : ELifegear Wheelchair เชี่ยวชาญ รถเข็นนั่งไฟฟ้า สำหรับคนชรา ผู้ป่วย ผู้พิการ

Website : www.elifegear.com

***********************************************************************************

–แล้วพบกันใหม่นะคะ–

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1

ท้องฟ้าสดใส กับบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง นับเป็นช่วงเวลาที่ดีในการจัดทริปท่องเที่ยวสักทริป เพื่อพาคนในครอบครัวไปเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนที่พักหลับนอน อาหารการกิน ให้เป็นกำไรชีวิตในช่วงวันหยุด ก่อนจะกลับมาลุยงานกันต่อ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปที่ใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆแค่ 2วัน 1คืน โดยจังหวัดที่เราเลือกไป คือ จ.เลย พูดถึง เลย คงไม่มีใคร ที่จะไม่รู้จัก เชียงคาน เมืองแห่งวัฒนธรรม กลิ่นอายแม่น้ำโขง ขึ้นชื่อถนนคนเดิน สืบสานความสัมพันธ์ไทย-ลาว

***แล้วเราจะรู้สึกว่าเวลาเดินช้า ถ้าได้มาลองพักผ่อนกับเมืองเล็กๆแห่งนี้***

โดยการเดินทางครั้งนี้ จะพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเราได้นำรถเข็นไฟฟ้า รุ่น Lite1 พกพาไปด้วย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในทริปนี้ และเชื่อว่าทุกคนในครอบครัวต้องมีความสุขกับทริปเล็ก ๆ ในครั้งนี้แน่นอนค่ะ

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือวันและเวลาต้องพร้อมตรงกัน เมื่อได้วันที่พร้อมแล้วก็ลุย !!! จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า กันเลยค่ะ สายการบินที่ลงสนามบิน จ.เลย มีแค่ 2สายเท่านั้น คือ นกแอร์                    และแอร์เอเชีย  ลองตามโปรโมชั่นกันดูนะคะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ตั๋วถูกพอ ๆ กับนั่งรถทัวร์กันเลยทีเดียว พอ Booking ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมโอนเงินกันด้วยล่ะ ข้อนี้สำคัญมากกกก

อย่างที่กล่าวไว้ทริปนี้คือทริปพิเศษเพราะเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกไปด้วย ฉะนั้นก็จะต้องเพิ่มความพิเศษเข้ามาเล็กน้อย การที่เราจะนำรถเข็นไฟฟ้า ขึ้นเครื่องบินได้นั้น ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำขึ้นได้ทุกรุ่นนะคะ ข้อนี้สำคัญมาก ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถเข็นไฟฟ้านั้น ต้องสอบถามข้อมูลจากผู้ขายให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน จุดสำคัญมีเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือ “แบตเตอรี่” ต้องเป็นประเภทลิเธียมไออ้อน (Lithium Ion) เท่านั้น และความจุแบต ต้องไม่เกิน 32,000 มิลลิแอมป์ ซึ่งสายการบินส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบนี้ เอ้า!!! แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากี่มิลลิแอมป์ เพราะส่วนใหญ่กฏสากลจะระบุขนาดของแบตฯ(ความจุ)ข้างตัวแบต มีหน่วย เป็น V (โวลต์) และ Ah (แอมป์) เท่านั้น แต่ด้วยความรู้ที่สะสมมาทั้งหมดที่มี การคิดคำนวณเป็นมิลลิแอมป์ ก็ง่ายแสนง่าย

ตัวอย่างเช่น 12V 6 AH คิดเป็นมิลลิแอมป์ (mAh) คือ นำ AH x 1000 ดังนั้น แบตฯก้อนนี้ มีความจุ เพียงแค่ 6,000 มิลลิแอมป์ เท่านั้น

หรือ บางก้อน ระบุว่า 12V 10AH  คิดเป็นมิลลิแอมป์ ได้ 10,000 มิลลิแอมป์

เห็นไหมค่ะว่าง่ายนิดเดียวคิดไม่อยากเลย คราวนี้เราก็มั่นใจได้ล้านเปอร์เซ็นว่าสามารถนำรถเข็นไฟฟ้าเครื่องบินได้แน่นอนค่ะ แต่!!! กฏระเบียบการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินนั้นก็จะมีกฏแยกย่อยของแต่ละสายการบิน ซึ่งกฏต่างกันไม่มากเรียกว่าเป็นเงื่อนไขแล้วกันค่ะ  ซึ่งแนะนำว่าให้ติดต่อสอบถามไปที่ Call Center ของสายการบินนั้น ๆ ทุกครั้งนะคะ เพื่อการเตียมตัวที่ถูกต้องแต่ครั้งนี้เราได้เลือกใช้บริการของสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งมีข้อปฏิบัติดังนี้ คือ

1.หลังจากที่จองตั๋วเครื่องบิน เรียบร้อยแล้ว ให้โทรไปที่ Call center เจ้าหน้าที่จะให้บริการคำแนะนำในการเตรียมเอกสารเกี่ยวกับแบตเตอรี่เพื่อนำขึ้นเครื่องบิน

2.ส่งรายละเอียดต่างๆของรถเข็น + แบตเตอรี่ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  ไปที่ E-mail : thailand-support@airasia.com

—-หลังจากส่งเรียบร้อยให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งแบบฟอร์มมาให้เรากรอก พอกรอกเอกสารเรียบร้อย ให้ส่งกลับไปที่ Emailเดิม อีกรอบ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง

—-หลังจากที่เจ้าหน้าที่คอนเฟิร์มกับเราว่าเอกสารเรียบร้อยแล้ว รอประมาณ 2-3 วัน ให้โทรไปเช็คกับCall center อีกครั้ง เพื่อการยืนยันที่ถูกต้อง หากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ปริ้นแบบฟอร์มนี้ ไปในวันเดินทางด้วยค่ะ เพราะต้องนำไปประกอบเอกสารชี้แจ้งกับเจ้าหน้าที่สบามบิน

ตื่นเต้น ๆ วันเดินทางมาถึงแล้ว…ออกเดินทางไปสนามบินกันแต่เช้า เพื่อรอเตรียมการเช็คอิน แนะนำว่าต้องไปเช็คอินที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ

เพราะเราต้องนำเอกสารที่เตรียมกับทาง Call center ให้เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์เซ็นรับทราบ   เรื่องนำวีลแชร์ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบิน หลังจากการประสานงานหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเรียบร้อยแล้ว ต้องนำแบตออกจากตัวรถเข็น เพราะแบตฯเราต้องถือขึ้นเครื่องบินเท่านั้น ส่วนรถเข็นไฟฟ้าของเรา เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กมาติดที่ตัวรถและนำไปสแกนที่ห้องสแกนแล้วนำไปโหลดให้เราเลยค่ะ หลังจากนั้นเราก็ดำเนินการตามปกติ เข้าไปรอที่ Gate รอเวลาเจ้าหน้าทีเรียกขึ้นเครื่องบิน พร้อมเดินทางไปเที่ยวที่เลยกันค่ะ

 

 

เย้ !! มาถึงเชียงคานแล้ว ลุยต่อกันเลย เที่ยวต่อกันเลยค่ะ        

 

 

  แวะไหว้พระกันซะหน่อย เพื่อความเป็นสิริมงคล                                                                                                                

 

จุดชมวิวแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามคือ สาธารณะธิปไตย์ประชาชนลาวนั้นเอง  วิวยามเย็นก็สวยไม่แพ้กัน…….

 

มาเที่ยวถนนคนเดินกันต่อ บรรยากาศช่วงเย็นก็ครึกครื้นไม่แพ้ช่วงมืดค่ำ มีร้านขายของมากมายให้เราเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ร้านจำหน่ายของที่ระลึก เสื้อผ้าสวย ๆ ทั้งนั้นเลย

 

นี่คือที่พักของเราค่ะ ดิ โอลด์ เชียงคาน บูติกโฮเทล เป็นที่พักที่มีเรื่องราวความเป็นมา และยังเป็นบ้านเก่าแก่ของคนสำคัญที่เชียงคานด้วยนะคะ สวยงามมาก ๆ เลย

 

ด้านหลังที่พักคือ แม่น้ำโขง ตื่นมาตอนเช้ามองหนามาก ๆ

 

ไหน ๆ เราก็มาถึงเชียงคานกันแล้ว เรามาร่วมสืบสานประเพณีวัฒธรรมตักบาตรข้าวเหนียว เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต

 

กินข้าวเช้ากัน นี้คืออาหารขึ้นชื่อของเชียงคาน “ข้าวเปียกเส้น” ขอกระซิบว่า อร่อยมาก ๆ

 

ท้องอิ่มแล้ววเดินเก็บบรรยากาศกันก่อนกลับบ้าน

 

ไว้มาใหม่นะเชียงคาน  เราหลงรักเธอมาก ๆ แต่ไม่อยากขึ้นคานนะ 555555

การนำรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 ซึ่งเป็นรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาเพียง 13.5 กิโลกรัม มาเที่ยวด้วย ช่วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นมากๆ พับ เก็บ กาง สะดวกสุด ๆ ยกเคลื่อนย้ายก็เบามากเที่ยวได้สนุก        ไม่เหนื่อยเลยค่ะ คุ้มค่ามากจริง ๆ  มีการแอบกระซิบว่ามี Lite1 แล้วต่อไปนี้จะเที่ยวให้หนำใจเลย ได้ยินเช่นนี้แล้วปลื้มใจจริง ๆ ค่ะเห็นรอยยิ้มของทุกคนแล้วยอมรับเลยล่ะคะว่า แฮปปี้สุดๆ  ><

หากใครไม่อยากเหงาเที่ยวคนดียว แนะนำพาคุณพ่อคุณแม่ปู่ย่าตายายไปด้วยนะคะ ไม่ต้องห่วงการเดินทางเลย เพียงแค่นำวีลแชร์ไฟฟ้าคันเล็ก ๆ สักคันที่ตอบโจทย์ในทุก ๆ ด้าน รับรองค่ะว่า           “ไม่ผิดหวังแน่นอน”        ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ

 

#Elifeพาเที่ยว #เที่ยวเมืองเลย #เชียงคานสวยมาก

 

รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน

รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน

     รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน น น น ….

       สวัสดีค่ะ แฟนคลับElife ทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? เวลาผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน จนล่วงเลยมาครึ่งปีแล้ว หลายท่านคงมีความสุขในใช้การชีวิตที่ดี แต่บางท่านอาจจะมีความทุกข์บ้างให้เป็นสีสันของการดำเนินชีวิต แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แอดมินเชื่อนะคะว่า จะเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับชีวิตเราค่ะ เพราะถึงอย่างไรเราก็ต้องทำการแสดงและดำเนินชีวิตกันต่อไป เพื่อให้โลกใบนี้มีสีสันมากยิ่งขึ้น
แต่จะว่าไปทางElifeเองก็มีประสบการณ์ที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ที่อยากจะนำมาแชร์และแบ่งปัน เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทางทุกท่าน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม นั้นก็คือ การนำรถเข็นนั่ง(Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน พาคนในครอบครัวไปเที่ยวค่ะ

หลายครั้งการเดินทางคนเดียวอาจจะเหงา แต่ครั้งนี้ไม่เหงาแน่นอนค่ะ ถ้าเราพาคนที่เรารักไปเที่ยวด้วย แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ ท่านคงกล่าวปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินทาง ด้วยความเกรงใจลูกหลาน แต่ลูกหลานอย่างเรา ก็เป็นคนรุ่นใหม่ซะด้วยซิ อย่ารอช้าค่ะ ทำการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก รถเช่า อย่างรวดเร็ว ยุคนี้คือยุคดิจิทัลทุกอย่างทำง่ายเพียงปลายนิ้ว ใช้เวลาก็แสนจะน้อยนิด

   ซึ่งพระเอก ของเราในทริปนี้ก็คือ รถเข็นนั่งManual รุ่น EW11Plus นั่นเองค่ะ หลายท่านคงสงสัย การนำรถเข็นนั่ง(Wheelchair Manual)ขึ้นเครื่องบินได้ด้วยหรอคะ?    ขึ้นได้ค่ะ และไม่มีค่าบริการน้ำหนักเพิ่มเติมด้วยนะคะ รู้แบบนี้แล้วก็คลายความกังวลใจไปได้เปราะนึง แล้ววิธีการนำรถเข็นนั่ง Manual รุ่น EW11Plus ขึ้นเครื่องบิน มีวิธีการอย่างไรบ้าง รายละเอียดตามด้านล่างนี้เลยค่ะ

1.ทำการสำรองตั๋วเครื่องบินตามปกติ มีนักเดินทางกี่ท่านระบุให้ครบ ให้ชัดเจน และอย่าลืมชำระค่าตั๋วด้วยนะคะ

2.เช็คอินที่สนามบิน ต้องไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ขณะเช็คอินว่า “เรามีวีลแชร์ไปด้วย” คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่า ตายาย (หรือใครสักคนที่มีความจำเป็นต้องใช้) หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กติดที่ตัวรถเข็นให้เราค่ะ พอเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำเข็นรถ เข็นไปที่Gate ได้เลย รอเวลาขึ้นเครื่องบินค่ะ ** ไม่แนะนำให้เช็คอินออนไลน์นะคะ เนื่องจากเรามีรถเข็นและต้องนำขึ้นเครื่องบิน จำเป็นต้องติดแท๊กเพื่อนำขึ้นเครื่องบินค่ะ **

 

3.พอถึงเวลาBoarding time (บอร์ดดิ้งไทม์) เจ้าหน้าที่จะประกาศให้เตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน เราก็ไปต่อกันเลยค่ะ เข็นผู้นั่งจนไปถึงหน้าประตูเครื่องบินได้เลย และก็พับรถเข็นไว้ที่หน้าประตูเครื่องบิน เราก็เดินไปที่นั่งตามปกติ รถเข็นที่พับไว้หน้าประตูเครื่องบิน จะถูกนำไปเก็บไว้ที่ช่องใต้เครื่องบินนั้นเองค่ะ ..ได้เวลาเดินทางกันแล้ว…ไปกันเลยค่ะ …….

 

4.พอถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย รถเข็นของเราก็จะถูกนำมาวางไว้ที่หน้าประตูเครื่องบินหรือข้างล่างเครื่องบินเราสามารถหยิบรถเข็นเพื่อนำมากาง เตรียมความพร้อมใช้งานต่อได้ทันทีเลยค่ะ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การนำรถเข็นขึ้นเครื่องบินไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ขั้นตอนก็ง่ายนิดเดียว และยังได้รับการบริการจากเจ้าหน้าที่สนามบินเป็นอย่างดี และที่สำคัญหากเรามีรถเข็นนั่ง ได้พาคนที่เรารักไปเที่ยวด้วยยิ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ทุกคนมีความสุข

เพิ่มเติม : หากต้องการนำรถเข็นนั่งธรรมดา(Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ทุกรุ่น เนื่องจากไม่มีมอเตอร์และแบตเตอรี่ แต่ถ้าหากต้องการใช้งานได้ดีเหมาะแก่การท่องเที่ยว Elife ขอแนะนำรุ่นรถเข็นนั่งEW11 ,EW11 Plus และ EW112 ค่ะ เพราะโมเดลรถเข็นรุ่นเหล่านี้ เล็กกระทัดรัดใช้งานได้ดี เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วนั่นเองค่ะ

 

ข้อสำคัญ: แต่ละสายการบินมีกฏระเบียบการนำรถเข็นนั่งธรรมดา (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบินที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบคล้ายกันแต่เพื่อป้องกันการผิดพลาด แนะนำให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่สายการบินทุกครั้งก่อนการเดินทางเพื่อการเตรียมตัวที่ถูกต้องค่ะ   

 

 

                                     
 

                                                                                                                                                                                        **ขอขอบคุณสายการบินแอร์เอเชีย ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง**

รถเข็นไฟฟ้า ขึ้นทางลาดชันได้หรือไม่ อย่างไร ??

รถเข็นไฟฟ้า ขึ้นทางลาดชันได้หรือไม่ อย่างไร ??

คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับทางลาดชัน

                  ในปัจจุบันนี้ เราเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว จึงมีการใช้รถเข็นวีลล์แชร์ (Manual Wheelchair) และวีลล์แชร์ไฟฟ้า (Powered Wheelchair) กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในกลุ่มของผู้พิการทุพพลภาพ ผู้ป่วย หรือกลุ่มผู้สูงอายุ ก็มีการใช้กันอย่างมาก เนื่องจากด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยนัก แต่ยังจำเป็นที่จะต้องเดินทางไปไหนมาไหน จึงทำให้หลาย ๆ ท่าน เลือกที่จะใช้รถเข็นแมนนวล หรือรถเข็นไฟฟ้าเป็นเพื่อนคู่ใจ…ที่จำเป็น สำหรับการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ช่วยให้การใช้ชีวิตนั้นง่ายมากขึ้น เพิ่มอิสระในการเดินทาง
ในส่วนของการเดินทางในแต่ละวัน สถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะ หรือสถานที่ราชการ อาจจะต้องเจอสภาพถนนต่าง ๆ เช่นหินขรุขระ หรือราบเรียบปะปนกันไป แต่สิ่งหนึ่่งที่จะพบได้บ่อย ๆ ก็คือ ทางลาดชัน นั่นเอง ซึ่งเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ใช้รถเข็นวีลล์แชร์ (Manual Wheelchair) หรือวีลล์แชร์ไฟฟ้า (Powered Wheelchair) แต่โดยปกติแล้ว รถเข็นวีลล์แชร์ (Manual Wheelchair) จะมีผู้อื่นที่คอยเข็นให้ซึ่งสามารถที่จะควบคุม (Control) รถเข็นได้ จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับรถเข็นวิลล์แชร์แมนนวลนั่นเอง

แต่มีหลายท่านที่อาจจะสงสัยว่าในกลุ่มของรถเข็นไฟฟ้า (Wheelchair) จะสามารถขึ้นทางลาดชันได้หรือไม่ ? จะก่อให้เกิดอันตรายได้หรือเปล่า ?

ลักษณะของทางลาดชันตามสถานที่ต่าง ๆ จะมีกฎกระทรวงว่าด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับผู้พิการ หรือทุพพลภาพ และคนชรา เล่ม ๑๒๒ ตอนที่ ๕๒ ก ราชกิจจานุเบกษา ๒ กรกฎาคม ๒๕๔๘ โดยระบุไว้ว่า

หมวด ๒
ทางลาดและลิฟต์
———————–

ทางลาดให้มีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) พื้นผิวทางลาดต้องเป็นวัสดุที่ไม่ลื่น
(๒) พื้นผิวของจุดต่อเนื่องระหว่างพื้นกับทางลาดต้องเรียบไม่สะดุด
(๓) ความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า ๙๐๐ มิลลิเมตร ในกรณีที่ทางลาดมีความยาวของทุกช่วงรวมกันตั้งแต่ ๖,๐๐๐ มิลลิเมตร ขึ้นไป ต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ มิลลิเมตร
(๔) มีพื้นที่หน้าทางลาดเป็นที่ว่างยาวไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ มิลลิเมตร
(๕) ทางลาดต้องมีความลาดชันไม่เกิน ๑:๑๒ (หรือ ๔.๘ องศา: admin) และมีความยาวช่วงละไม่เกิน ๖,๐๐๐ มิลลิเมตร ในกรณีที่ทางลาดยาวเกิน ๖,๐๐๐ มิลลิเมตร ต้องจัดให้มีชานพักยาวไม่น้อยกว่า ๑,๕๐๐ มิลลิเมตร คั่นระหว่างแต่ละช่วงของทางลาด
(๖) ทางลาดด้านที่ไม่มีผนังกั้นให้ยกขอบสูงจากพื้นผิวของทางลาดไม่น้อยกว่า ๕๐ มิลลิเมตร และมีราวกันตก
(๗) ทางลาดที่มีความยาวตั้งแต่ ๒,๕๐๐ มิลลิเมตร ขึ้นไป ต้องมีราวจับทั้งสองด้านโดยมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(ก) ทำด้วยวัสดุเรียบ มีความมั่นคงแข็งแรง ไม่เป็นอันตรายในการจับและไม่ลื่น
(ข) มีลักษณะกลม โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่น้อยกว่า ๓๐ มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน ๔๐ มิลลิเมตร
(ค) สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า ๘๐๐ มิลลิเมตร แต่ไม่เกิน ๙๐๐ มิลลิเมตร
(ง) ราวจับด้านที่อยู่ติดผนังให้มีระยะห่างจากผนังไม่น้อยกว่า ๕๐ มิลลิเมตร มีความสูงจากจุดยึดไม่น้อยกว่า ๑๒๐ มิลลิเมตร และผนังบริเวณราวจับต้องเป็นผนังเรียบ
(จ) ราวจับต้องยาวต่อเนื่อง และส่วนที่ยึดติดกับผนังจะต้องไม่กีดขวางหรือเป็นอุปสรรคต่อการใช้ของคนพิการทางการมองเห็น
(ฉ) ปลายของราวจับให้ยื่นเลยจากจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของทางลาดไม่น้อยกว่า ๓๐๐
มิลลิเมตร
(๘) มีป้ายแสดงทิศทาง ตำแหน่ง หรือหมายเลขชั้นของอาคารที่คนพิการทางการมองเห็น และคนชราสามารถทราบความหมายได้ ตั้งอยู่บริเวณทางขึ้นและทางลงของทางลาดที่เชื่อมระหว่างชั้นของอาคาร
(๙) ให้มีสัญลักษณ์รูปผู้พิการติดไว้ในบริเวณทางลาดที่จัดไว้ให้แก่ผู้พิการหรือทุพพลภาพและคนชรา
อ้างอิงข้อมูลจาก : http://www.bsa.or.th

                         ดังนั้น รถเข็นไฟฟ้า หรือวีลล์แชร์ไฟฟ้า (Powered Wheelchair) ที่กำลังมอเตอร์ 250 W* มีกำลังมากเกินพอ สามารถขึ้นทางลาดชันตามที่กฏหมายกำหนดได้อย่างปลอดภัย แต่ในกรณีที่สูงกว่านั้น ก็สามารถขับเคลื่อนขึ้นไปได้ แต่ทางร้านรถเข็น elife จะไม่แนะนำ เพราะอาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เป็นอันตรายกับผู้ใช้งานได้