fbpx

พาผู้สูงอายุเที่ยวด้วยรถเข็นวีลแชร์

พาผู้สูงอายุเที่ยวด้วยรถเข็นวีลแชร์

ปกติคนในวัยกลางคน ทำงานมาทั้งปีได้เที่ยวบ้างเป็นพักๆ ก็ถือว่าได้ไปผ่อนคลาย ได้พักผ่อนหย่อนใจ ได้ชาร์จพลังให้สมองปลอดโปร่งมากขึ้น เพื่อที่จะกลับไปทำงานต่อได้ เป็นที่รู้อกันอยู่แล้วว่าการท่องเที่ยว เป็นยาขนานเอกในการเติมพลังชีวิต ลองกลับมาคิดๆดู แล้วผู้สูงอายุที่บ้านเราล่ะ ?? อยู่บ้านทุกวันพวกท่านจะไม่อยากเที่ยวบ้างหรือ? การพาผู้สูงอายุออกจากบ้านไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาที่ดี มีผลดีทั้งต่อร่างกาย จิตใจอารมณ์ และสังคม ทำให้ผ่อนคลายความเครียดได้ รู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน และทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขมาก วัยผู้สูงอายุเองก็เป็นวันที่ต้องการที่จะท่องเที่ยว ได้พบปะผู้คน สูดอากาศบริสุทธิ์ หรือได้เปลี่ยนบรรยากาศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุและอายุที่ยืนยาวขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนไหว ผู้สูงอายุไม่สามารถทำในสิ่งที่ชอบได้ ดังนั้นลูกหลาน หรือคนในครอบครัวเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ที่จะพาผู้สูงอายุไปเที่ยวเปิดโลกกว้าง ตามโอกาสที่เหมาะสม

การเดินทางสำหรับผู้สูงอายุเรียกว่าเป็นเรื่องสนุก เนื่องจากว่าผู้สูงอายุหลายท่านมีความปรารถนาที่จะได้เดินทางออกไปท่องเที่ยวและมีความสุขกับชีวิตได้อย่างเต็มที่ เมื่ออายุมากขึ้นผู้สูงอายุก็มักจะประสบกับปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพที่ไม่ดีมากนักและยังไม่สามารถเดินทางไกลได้เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านร่างกายที่เป็นปัญหาดังนี้ 
– ปัญหาด้านการเคลื่อนไหว/ ปัญหาความพิการ
– สูญเสียความทรงจำ / ความทรงจำไม่ดี
– ผู้สูงอายุมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย บางทีก็น้อยใจ มีอารมณ์เป็นบางครั้งบางคราว

” การวางแพลนทริปท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุนั้น ก่อนอื่นเลยต้องคำนึงถึงสถานที่ ที่ตั้งใจว่าจะพาผู้สูงอายุไปเที่ยวก่อนว่า จะสามารถพาไปได้หรือไม่ หรือมีข้อกำหนดทางร่างกายหรือเปล่า แต่ถ้าหากไม่มีก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้เลย แต่ถ้าหากว่าผู้สูงอายุมีข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนไหวหรือจะต้องพบเจอกับเรื่องที่ค่อนข้างลำบากหรือไม่คาดคิด เราจะต้องคุยกับผู้สูงก่อนว่าจะต้องแบบนั้นนะ เจอสิ่งนี้นะ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผิดหวัง และไม่สนุกกับการท่องเที่ยวในครั้งนั้นๆ “


5 เหตุผล …. ที่ลูกหลานควรพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยว
แน่นอนว่ายังมีหลายๆ ท่านที่ยังไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดทำไมต้องพาผู้สูงอายุ ออกไปตากแดด ตากลม ตะลอนนอกบ้าน หรือพาผู้สูงอายุออกไปพบปะผู้คน บางทีร่างกายผู้สูงอายุเริ่มอ่อนแอง่าย อาจจะเจอเชื้อโรค หรืออาจทำให้ติดโรค ที่เป็นโรคติดต่อ อาจทำให้มีผลต่อสุขภาพผู้สูงอายุ แต่รู้หรือไม่ว่าสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ จะต้องควบคู่ไปกับสุขภาพจิตที่ดีด้วย หากร่างกายของผู้สูงอายุแข็งแรง แต่สภาพจิตใจของผู้สูงอายุมีภาวะเครียด หรือวิตกกังวล ไม่สบายใจ ก็อาจจะทำให้ผู้สูงอายุมีภาวะแทรกซ้อนได้เช่นกัน เหตุผลที่เราจะต้องพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยวดังนี้


(1.) ได้เปลี่ยนอิริยาบท จากการนั่งๆ เดินๆ อยู่แค่ภายในบริเวณบ้าน ได้ออกมานอกบ้านได้นั้น ผู้สูงอายุจะได้มีการขยับ เคลื่อนไหว มีกิจกรรมทางกายมากกว่าปกติ บางคนอาจจะถือโอกาสนี้เป็นการพาผู้สูงอายุไปออกกำลังกาย หรือบางครอบครัวอาจจะจัดเป็นกิจวัตรประจำวันที่จะพาผู้สูงอายุออกจากบ้านทุกวันก็ได้
(2.) การพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยวนอกบ้านนั้น จะส่งผลดีต่อสมองของผู้สูงอายุที่ให้สมองคงความสามารถให้นานขึ้นได้ เช่น ความทรงจำระยะสั้น การออกไปข้างนอกบ้านเป็นการฝึกการจำ จดจำเส้นทาง จดจำสถานที่ การใช้สมองคิดแก้ปัญหาการจัดการต่างๆ แม้แต่การให้ผู้สูงอายุซื้อของ การจดจำราคา อ่านฉลากสินค้า คำนวนเงิน เป็นการคงความสามารถในการจัดการ การคิดวิเคราะห์ และการเชื่อมโยงจากเรื่องราวต่างๆ จากการเปิดหูเปิดตา เรียนรู้และรับเรื่องใหม่ๆ อยู่เสมอ
(3.) เพิ่มปฏิสัมพันธ์กับสังคม หรือการพบเจอสังคมใหม่ๆ การได้ออกไปตามสถานที่ต่างๆ นอกบ้าน ได้พบเห็นผู้คน ได้พูดคุยกับคนใหม่ๆ เห็นบ้านเมืองหรือสถานที่ต่างๆ การได้พบปะพูดคุยกับเพื่อน ตามสถานที่ต่างๆ ที่ไป แม้แต่การได้พูดกับพนักงานเสิร์ฟเพื่อสั่งอาหาร ก็เป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง ผู้สูงอายุจะรู้สึกว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม
(4.) ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกๆ หลานๆ และคนในครอบครัว ส่วนของลูกหลานและคนในครอบครัวเองก็ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันกับผู้สูงอายุเช่นกัน นอกจากได้มี Quality Time ร่วมกันกับครอบครัวแล้ว ยังได้รู้จักการฝึกแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะบางครั้งหากเราไม่ได้พาผู้สูงอายุออกมาเที่ยว เราอาจไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ในการเจอกับสถานการณ์ต่างๆ ทั้งลูกหลานและผู้สูงอายุก็ได้ฝึกปรับตัวในการเตรียมตัวเที่ยวในแต่ละครั้ง
(5.) ทำให้ผู้สูงอายุ มีอายุยืนยาวมากขึ้น เกิดจากจิตใจและมีอารมณ์ที่ดี และความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว จากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น จะทำให้สุขภาพโดยรวมของผู้สูงอายุดีขึ้น เพราะผู้สูงอายุที่ยังออกนอกบ้านได้แสดงถึงความพร้อมและความแข็งแรง ความสามารถที่จะออกเดินทางไปเที่ยวภายนอกบ้านได้ แม้อาจจะต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการพาออกไปข้างนอกบ้านบ้างก็ตาม

“ระดับของการออกไปเที่ยวนั้น มีตั้งแต่ ออกไปเที่ยวตลาดใกล้บ้าน ออกไปช้อปปิ้งที่ห้างประจำ นัดเจอเพื่อน หรือทานข้าวกับครอบครัว ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปจนถึงเที่ยวต่างประเทศ แม้กระทั่งผู้สูงอายุบางท่าน ไม่ชอบออกนอกบ้านเลย แค่การได้ออกมาหาหมอตามนัดก็ถือว่าได้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศแล้ว ผู้สูงอายุนั้นบางครั้งแค่ได้ออกนอกบ้านมาเดินออกไปแค่ถนนหน้าหมู่บ้านก็ถือว่าออกนอกบ้านแล้ว หากทราบแบบนี้แล้ว อยากให้ลูกๆหลายๆ และสมาชิกภายในครอบครัวพาผู้สูงอายุออกนอกบ้านกันเถอะค่ะ” 

การเลือกสถานที่ให้เหมาะกับผู้สูงอายุท่องเที่ยว
อย่างแรกเลยถ้าการเดินทางท่องแล้วมีผู้สูงอายุไปด้วย สิ่งที่ควรจะต้องทำเป็นอันดับแรกเลยก็คือสอบถามกับผู้สูงอายุก่อนว่าต้องการไปเที่ยวที่ไหนหรืออยากไปไหนเป็นพิเศษบ้างหรือไม่ สำหรับคำถามนี้ถือได้ว่าเป็นคำถามที่เป็นการเอาใจใส่และห่วงใย ซึ่งแน่นอนว่าท่านคือผู้สูงอายุ สถานที่ที่ไปเป็นอันตรายหรือที่หวานเสียวน่ากลัว ก็ไม่สมควรที่จะพาผู้สูงอายุไป เพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้สูงอายุได้ ส่วนเรื่องสถานที่ที่จะพาผู้สูงอายุไปด้วย ควรจะเป็นสถานที่ที่เดินทางง่าย ไม่ลำบาก ต้องมีความปลอดภัยสูงสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนั้นๆ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สถานที่ท่องเที่ยวผู้สูงอายุ

การเลือกรถส่วนตัวให้การเดินทางจะเป็นผลดีที่สุด
แน่นอนว่าการเลือกใช้รถยนต์ส่วนตัวนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับผู้สูงอายุที่บ้าน เพราะว่าผู้สูงอายุจะสะดวกสบายมากขึ้น ปลอดภัยจากสิ่งต่างๆ ที่หลายๆคนมองว่ามันเป็นอันตรายและที่สำคัญสามารถขับได้ตามที่เขาต้องการโดยไม่เร็วจนเกินไป หรือไม่ช้าเกินไป การใช้ความเร็วเกินไปอาจจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่สบายใจได้เช่นกัน ที่นำรถยนต์ส่วนตัวไป อาจมีแวะระหว่างทาง หรือแวะพักตรงจุดไหนก็สะดวกสบายที่สุด ดังนั้นจึงเหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ และที่สำคัญการคำนึงถึงการเข้าห้องน้ำของผู้สูงอายุด้วย ว่าเขาจะต้องเดินทางและจอดรถมีการเข้าห้องน้ำ ฉี่บ่อยครั้ง เพราะผู้สูงอายุจะมีการเข้าห้องน้ำมากกว่าเราในวัยปกติ ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่พักต่างๆ หรือแม้แต่การเดินทางในสถานที่ต่างๆ เหล่านั้นจะต้องมีห้องน้ำที่อำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุด้วย

” แต่สำหรับผู้สูงอายุหลายท่านที่ต้องนั่งรถเข็น(Wheelchair) คงจะมีความกังวลไม่น้อยว่าจะเที่ยวสนุกมั้ย แต่ในปัจจุบันเรามีรถเข็นที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งรูปลักษณะ คุณสมบัติ ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ” 

ผู้สูงอายุนั่งรถเข็นวีลแชร์เที่ยวกับลูกๆหลานๆ

โดยปกติแล้วในปัจจุบันนี้ รถเข็นวีลแชร์ สำหรับผู้สูงอายุมีเยอะแยะมากมายหลายรูปแบบ แต่จะมีวีลแชร์ที่เหมาะกับการการท่องเที่ยวของผู้สูงอายุมีอยู่ 2 ประเภทหลักๆ นั่นก็คือ 

คุณแม่นั่งรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าน้ำหนักเบา 13.5 กก. ไปเที่ยวที่หัวหิน

1. รถเข็นวีลแชร์แบบไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้า 
วีลแชร์แบบไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุ เป็นรถเข็นวีลแชร์ที่สามารถขับเคลื่อนโดยล้อหลัง และบังคับทิศทางได้โดยผู้นั่ง โดยจะมีคันโยก หรือจอยสติ๊กไว้สำหรับบังคับทิศทาง รถเข็นวีลแชร์ประเภทนี้ จะเหมาะสำหรับผู้สูงอายุทุกประเภท และผู้สูงอายุที่นิยมใช้กันจะเป็นผู้สูงอายุที่รักอิสระ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และไม่ชอบเป็นภาระลูกหลาน จะชอบใช้รถวีลแชร์ไฟฟ้าหรือรถเข็นไฟฟ้าบังคับไปเอง ตามทิศทางที่ตัวเองอยากไป ไม่ต้องรอให้คนมาเข็น แต่รถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้า ก็มีหลากหลายรุ่นให้เราเลือก แต่ก็ไม่ใช่ทุกรุ่น ที่จะเหมาะสำหรับการใช้งาน   ปัจจุบันมี รถเข็นไฟฟ้า ให้เลือกมากมายหลายรุ่น ทั้งรถเข็นไฟฟ้าพับได้ รถเข็นไฟฟ้าเหล็กเคลือบ รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา รถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม ซึ่งแต่ละแบบต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แต่ที่สำคัญคือรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้นั้นจะต้องเป็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักหนักเบา พกพาง่าย พับเก็บง่าย เพื่อคนดูแลจะได้สะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก ดังนั้นลูกๆหลานๆ จะสามารถยกได้ หากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้า มีน้ำหนักที่ค่อนข้างเยอะ ก็จะถือได้ว่าเป็นเรื่องยากลำบาก อาจจะทำให้ทริปเที่ยวที่วางแผนไว้ หมดสนุกกันเลยทีเดียวค่ะหรือว่าหากทริปไหนต้องมีการเดินทางโดยสารเครื่องบิน ก็จะมีรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินได้ และไม่ได้เช่นกัน ส่วนรถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้าที่สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ต้องเป็นรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ที่ประเภทของแบตเตอรี่ต้องเป็นลิเธียมไอออนเท่านั้น ความจุของแบตเตอรี่ต้องไม่เกินกว่าที่สายการบินกำหนด และรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้าจะต้องแยกกับตัวแบตเตอรี่ได้ เพราะทางสายการบินเขาจะให้เรานำแบตเตอรี่รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินไปด้วย เปรียบเสมือนกับ Power Bank  เลยค่ะ

อาม่าขับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าไปดูภูเขาไฟฟูจิ ที่ประเทศญี่ปุ่น
ขับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าไปช็อปปิ้ง ที่ประเทศญี่ปุ่น
อาม่าขับวีลแชร์ไฟฟ้าในโรงแรม ที่ประเทศญี่ปุ่น

แนะนำรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา 


2. รถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดา รถเข็นวีลแชร์มือเข็น หรือรถเข็นวีลแชร์แบบแมนนวล (Manual) 
วีลแชร์แบบธรรม รถเข็นวีลแชร์แบบแมนนวล หรือบางคนก็เรียกว่ารถวีลแชร์แบบมือเข็น รถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุชนิดนี้ เป็นรถเข็นวีลแชร์ที่ต้องออกแรงเข็น ไม่ว่าจะให้ผู้อื่นเข็นให้ หรอหมุนล้อด้วยตัวผู้นั่งเองก็ตาม วีลแชร์ชนิดนี้มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน แต่..ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ก็ไม่ชอบนั่งรถเข็นวีลแชร์ที่มีลักษณะเป็นเหมือนกับรถเข็นคนพิการ เพราะผู้สูงอายุเป็นคนขี้อาย พอคนมองมากๆ แล้วก็เขิน บางทีอาจจะไม่นั่งเลยก็ได้ ดังนั้นการเลือกรถเข็นวีลแชร์ ก็สำคัญค่ะ ดังนั้นรถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดาที่เราเลือกใช้ ควรเป็นรูปแบบดีไซน์ที่ทันสมัย มองดูแล้วเป็นเก้าอี้รถเข็นที่มีล้อ ไม่เหมือนรถเข็นวีลแชร์ผู้พิการ ก็จะทำให้ผู้สูงอายุยอมรับที่จะนั่งรถเข็นวีลแชร์ได้ เพราะบางทีสุขภาพจิตของผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญ บ้างก็เครียด หรือไม่ชอบให้ขัดใจ ดังนั้นเราจึงควรเลือกวีลแชร์ที่ดีและรูปแบบที่สวยน่าใช้งานให้กับผู้สูงอายุ

โดยรถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดาสำหรับผู้สูงอายุไว้ใช้งานเวลาเดินทางท่องเที่ยวนั้น ควรเป็นรถเข็นวีลแชร์ที่มีน้ำหนักเบา ขนาดพับเก็บได้เล็กกระทัดรัด เหมาะสำหรับการพกพาเดินทางออกข้างนอก เพราะปกติลำพังกระเป๋าเดินทางหรือประเป๋าเสื้อผ้าก็เกือบเต็มรถแล้ว ดังนั้นเราควรที่จะเลือกรถเข็นวีลแชร์ที่มีขนาดเล็ก กระทัดรัด น้ำหนักเบา และที่สำคัญ คนที่ไปด้วยจะต้องพับเก็บและยกได้สะดวกค่ะ ควรเลือกรถเข็นวีลแชร์ที่เป็นอลูมิเนียม เพราะจะมีน้ำหนักเบา ทนทานและไม่ขึ้นสนิมค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11 สะดวกสบาย เพราะมีน้ำหนักเบาเพียง 6.7 กก. โครงสร้างรถเข็นทำจากอลูมิเนียมเกรดพรีเมี่ยมอย่างดี รับน้ำหนักผู้นั่งได้สูงถึง 90 กก. ส่วนใหญ่ที่คนนิยมใช้รุ่นนี้เพื่อพกพาเดินทางโดยสารโดยเครื่องบิน เพราะเป็นรุ่นที่สามารถพับเก็บได้เล็ก กระทัดรัด นิยมเป็นอย่างมากที่พกพาใส่ท้ายรถที่มีพื้นที่อย่างจำกัด อย่างรถขนส่งสาธารณะแท็กซี่ เป็นต้น ถ้าหากให้แนะนำสำหรับผู้ที่สมควรเลือกใช้รุ่นนี้ จะแนะนำน้ำหนักผู้นั่งไม่เกิน 60 กก. จะนั่งสบายมากค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11plus เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่น Ew-11 มีขนาดเบาะกว้างกว่า เหมาะสำหรับคนที่สะโพกใหญ่ นั่งได้เต็ม ก้นไม่ล้นออกมาจากเบาะ รุ่นนี้น้ำหนักรถเข็นเบาเพียง 7.8 กก. โครงสร้างทำจากวัสดุประเภทเดียวกับรุ่น Ew-11 รับน้ำหนักผู้นั่งสูงสุดได้ 110-120 กก. นิยมใช้พกพาใส่ท้าย สะดวกคนดูแลมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-112 รุ่นนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่ลูกค้านิยมใช้ เพราะลักษณะรูปทรงคล้ายกับเก้าอี้นั่งมากกว่ารถเข็นวีลแชร์ เบาะนั่งสบาย และที่สำคัญ รุ่นนี้มีล้อเล็กกันหงายหลังอีกด้วย วัสดุที่ใช้ผลิตโครงสร้างรถเข็นวีลแชร์รุ่นนี้ เป็นอลูมิเนียมเกรด 7003 มีน้ำหนักเบา 9 กก. สามารถรองรับน้ำหนักผู้นั่งได้ถึง 120 กก. ถ้าเน้นนั่งสบายต้องรุ่นนี้เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-116 รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เบาะค่อนข้างกว้าง จะนั่งสบายสำหรับคนที่มีสรีระใหญ่ หรือมีพุง รุ่นนี้วัสดุทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ น้ำหนักรถเข็น 13 กก. รุ่นนี้เป็นรุ่นที่น้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่ราคาถูก ถ้าหากผู้ติดตาม หรือผู้ดูแล สามารถยกขึ้นรถไหว ตัวนี้เป็นอีกตัวที่น่าใช้งานมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-120plus รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ดีไซน์สวย แข็งแรง น้ำหนักรถเข็น 11 กก. น่าใช้งานที่สุด รับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กก. เหมาะสำหรับคนที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง เพราะล้อหลังมีขนาด 20 นิ้ว เป็นล้อใหญ่ มีด้ามจับล้อที่ทำจากอลูมิเนียม เพื่อใช้แขนออกแรงหมุน และเคลื่อนที่ได้ โดยไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาเข็นให้ ข้อดีของรุ่นนี้ มีเบรคล็อคล้อ 2 ตำแหน่ง คือล็อคจากมือจับเข็น และล็อคได้จากล้อหลัง ถือว่าเป็นรุ่นที่สะดวกสบายค่ะ แต่ถ้าหากผู้ดูแลเป็นผู้หญิง เวลาพับเก็บใส่ท้ายรถ ถือว่าค่อนข้างยากค่ะ

     Ew-11                               Ew-11plus                             Ew-112                               Ew-120plus                                Ew-116

จะเห็นได้ว่าดีไซน์รถเข็นวีลแชร์ Elife จะเป็นเหมือนกับลักษณะเก้าอี้นั่ง จึงทำให้ผู้สูงอายุยอมรับ และยินยอมที่จะใช้รถเข็นวีลแชร์เพื่อเดินทางออกไปท่องเที่ยวค่ะ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะแนะนำให้เลือกใช้รถเข็นวีลแชร์ที่ดูไม่ป่วย เพราะผู้สูงอายุค่อนข้างซีเรียสและวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะบางผู้สูงอายุบางท่านจะไม่ยอมนั่งรถเข็นวีลแชร์ที่เหมือนกับคนพิการ ดังนั้นเราควรจะตามใจผู้สูงอายุ เพื่อลดความเครียดและลดความวิตกกังวล ไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุอีกด้วยค่ะ

หากสนใจสั่งซื้อสินค้า Elife หรืออยากปรึกษาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ : 095-348-0712 , 02-415-4347
ไลน์ ID : @Elife (มี@นำหน้าด้วยค่ะ)
จะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาแนะนำ


รถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

รถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือ SMA (Spinal muscular Atrophy) เป็นโรคที่พบจากความผิดปกติทางพันธุกรรมหากพ่อแม่มีพาหะของโรคชนิด ลูกก็จะสามารถเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ถึง25% พบได้ประมาณ 1 คน ใน 10,000 คนของเด็กแรกเกิดในแต่ละปี อัตราของคนที่เป็นพาหะของโรคมีมากถึง 1 คน ใน 50 คน โรคนี้เกิดจากเซลล์ประสาทเสื่อมสภาพ หรือถูกทำลายทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงลง ซึ่งเซลล์ประสาทในส่วนนี้จะทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว โดยสมมติฐานเชื่อว่าโรคนี้เกิดจากหลายเหตุปัจจัยก่อให้เกิดโรคร่วมกัน ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม โดยมีประวัติสัมผัสกับโลหะ หรือสารเคมีบางชนิดที่อาจทำให้ประสาทนำคำสั่งเกิดการทำงานผิดปกติ

 โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจัดเป็นโรคที่พบมากที่สุดในกลุ่มโรคเสื่อมของเซลล์ควบคุมกล้ามเนื้อ ทั้งในส่วนของสมอง และไขสันหลัง โดยมีอาการกล้ามเนื้อเกร็ง กล้ามเนื้ออ่อนแรงและลีบเล็กลงเรื่อย ๆ  บริเวณมือ แขน ขา หรือเท้าข้างใดข้างหนึ่งก่อน และจะค่อยๆ เป็นมากขึ้น จนลามไป ทั้ง 2 ข้าง ร่วมกับมีอาการกล้ามเนื้อเกร็งหรือกล้ามเนื้อกระตุก ต่อมาจะมีอาการพูดลำบาก กลืนลำบาก หายใจติดขัดและหอบเหนื่อยจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจอ่อนแรง จนกระทั่งเสียชีวิต ส่วนใหญ่ร้อยละ75 จะพบอาการเริ่มแรกที่แขน ขา ข้างใดข้างหนึ่งก่อน ร้อยละ 25 ผู้ป่วยที่แสดงอาการครั้งแรกด้วยการกลืนหรือพูดลำบาก ส่วนสาเหตุการเกิดโรคที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่พบว่าประมาณร้อยละ 10 ของผู้ป่วยเกิดจากพันธุกรรม  โรคดังกล่าวมักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ส่วนใหญ่เกิดในช่วงอายุ 40 – 60 ปี

ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงคือผู้ที่มีปัญหากล้ามเนื้อบกพร่องส่วนใหญ่ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยตัวเอง หรือยังช่วยเหลือตัวเองได้ลำบาก เวลาเดินทางหรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจะต้องมีผู้ดูแลช่วยอุ้มซึ่งถ้าออกไปไหนไกลก็จะเกิดความลำบาก ดังนั้นรถเข็นไฟฟ้าจะเป็นตัวช่วยทั้งผู้ป่วยเองและผู้ดูแลให้ไปไหนมาสะดวกมากยิ่งขึ้น และในปัจจุบันรถเข็นไฟฟ้าสามารถใช้งานได้ 2 ระบบทั้งระบบไฟฟ้าและระบบแมนนวล

หลักการเลือก

  • รถเข็นไฟฟ้าต้องมีโครงสร้างแข็งแรง ควรเลือกเป็นอลูมิเนียมหรือเหล็ก
  • ไม่เลือกขนาดที่เล็กจนเกินไป ขนาดที่เล็กจะประกอบด้วยโครงสร้างที่บอบบางอาจจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่มั่นคง การพลัดตกออกจากรถเข็น
  • ด้านข้างไม่เปิดโล่งจนเกินไปเพราะจะเป็นอันตรายกับผู้ป่วยได้
  • ที่พักแขนสามารถเปิดออกข้างได้เพื่อให้ผู้ป่วยเข้า-ออกรถเข็นได้สะดวก
  • จอยสติ๊กใช้งานไม่ซับซ้อน ไม่ฝืด หากฝืดจนเกินไปจะทำให้ผู้ป่วยบังคับไม่ได้
  • สามารถปิดใช้งานเป็นระบบแมนนวลได้ เพื่อเวลาที่ผู้ป่วยเหนื่อย ผู้ดูแลสามารถเข็นเป็นแมนนวลต่อได้

รถเข็นไฟฟ้าที่เหมาะกับผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง

หลักการใช้งานรถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง

  • ไม่ควรให้ผู้ป่วยใช้รถเข็นบนทางลาดชันตามลำพัง หากจำเป็นต้องขับบนทางลาดควรใช้วิธีการถอยหลังเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยพุ่งไหลลงไป ผู้ป่วยควรอยู่ในท่านั่งที่มั่นคงมากที่สุดและผู้ดูแลต้องจับมือเข็นให้แน่นค่อยๆถอยอย่างระมัดระวัง
  • การเลี้ยวโค้ง ผู้ดูแลควรตั้งหลักก่อนไม่ควรหักเลี้ยวในทันที
  • หากขับในพื้นที่ขรุขระ ควรใช้ระดับเร็วน้อยๆ ถ้าขับเร็วรถอาจเกิดการพลิกคว่ำได้
  • ควรแจ้งรายละเอียดต่างๆของรถเข็นไฟฟ้าให้ผู้ป่วยใช้งานก่อนเสมอ
  • ไม่ควรปล่อยให้ผู้ป่วยใช้งานตามลำพังหากไม่มีความชำนาญมากพอ

รถเข็นที่อีไลฟ์แนะนำนั้นได้มีการตรวจสอบจากการใช้งานผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงจริงๆ ผู้ป่วยใช้งานได้จริงนอกจากเราจะใช้รถเข็นไฟฟ้าในการอำนวยความสะดวกแล้ว เราควรให้ผู้ป่วยกายภาพบำบัดเป็นประจำด้วยนะคะ

รีวิวรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาสำหรับเดินทาง รุ่นLiteplus/Pw-38

รีวิวรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาสำหรับเดินทาง รุ่นLiteplus/Pw-38

วีลแชร์ไฟฟ้าสำหรับท่องเที่ยว…อย่างแรกต้องมีน้ำหนักเบาเพื่อการขนย้ายที่สะดวกและที่สำคัญต้องเป็นแบตลิเธียม (เพราะสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้) วันนี้อีไลฟ์จะมารีวิวรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา เบาะกว้าง รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัมนั้นคือ รุ่นLitepro หรือ Pw-38 นั้นเอง LiteplusหรือPw-38 เป็นรถเข็นไฟฟ้าหมวดน้ำหนักเบาที่ออกแบบพิเศษสำหรับการท่องเที่ยวซึ่งความพิเศษที่แตกต่างจากรุ่นอื่นคือรถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้สามารถพับได้เหมือนกระเป๋าเดินทาง สามารถลากได้ที่สำคัญความคุมด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมด

รีวิวรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาสำหรับเดินทาง
สามารถลากได้
รีวิวรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาสำหรับเดินทาง
รับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม

จุดเด่น

  • พับเป็นกระเป๋าเดินทางสามารถลากได้ เพื่อความสะดวกในการขนย้าย
  • มีแผงสะท้อนไฟกันอุบัติเหตุ
  • จอยสติ๊กเป็นจอLED ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น
  • สามารถเชื่อมต่อบลูทูธเพื่อเพลงและMp3ได้
  • มีวิทยุในตัว
  • มอเตอร์เป็นแบบ Brushless 300*2 ตัว (ซึ่งถือว่าสูงมากๆ)
  • สามารถปิดระบบไฟฟ้าและใช้งานเป็นระบบแมนนวลโดยผู้เข็นได้

จุดด้อย

  • ราคาค่อนข้างสูง (แต่ถ้าดูจากประสิทธิภาพมอเตอร์และวัสดุก็คุ้มราคาอยู่ค่ะ)
  • มีสีเดียว

รีวิวรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาสำหรับเดินทาง
ที่พักแขนสามารถเปิดขึ้นได้
รีวิวรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาสำหรับเดินทาง
ที่พักขาสามารถพับเก็บได้
รีวิวเบาะรถเข็นไฟฟ้า

มีล้อกันหงาย
จอยสติ๊กชาร์จแบตโทรศัพท์ได้
แบตลิเธียมขนาดเล็ก

รายละเอียดสินค้า

Model/SKU DY0112,Pw-38
โครงสร้าง/ Frame Aluminium
มอเตอร์ / Motor Brushless Motor 300*2
แบตเตอรี่ / Batteries แบตลิเธียม Lithium 24V 10AH
ล้อหน้า / Front Wheel 8 นิ้ว
ล้อหลัง / Rear Wheel 10 นิ้ว
รับน้ำหนักผู้นั่งสูงสุด / Max Load 100 กิโลกรัม
ความยาวโดยรวม / Overall Length 105 เซนติเมตร
ความสูงโดยรวม / Overall Height 95 เซนติเมตร
ความสูงจากเบาะถึงพื้น / Seat Height 48 เซนติเมตร
เบาะกว้าง / Seat Width 45 เซนติเมตร
เบาะลึก / Seat Dept 38 เซนติเมตร
ความสูงของพนักพิง / Backrest Height 40 เซนติเมตร
น้ำหนักรวม / Gross Weight 22 กิโลกรัม
ที่วางแขนและที่พักเท้า / Armrest & Footplate สามารถยกขึ้นได้ / Flip up
รถเข็นไฟฟ้าLiteplus

เหมาะกับการใช้งานแบบไหน ?

  • สามารถใช้เป็นรถเข็นไฟฟ้าท่องเที่ยวและใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันได้
  • ผู้ใช้งานที่น้ำหนักไม่เกิน 100 กิโลกรัม
  • ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุรวมถึงผู้พิการ
  • ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงสามารถใช้งานได้

 


การทำงาน

 

การทำงานของ Liteplus เป็นระบบไฟฟ้าประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี และจอยสติ๊กองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อให้รถเข็นไฟฟ้าเคลื่อนที่ได้ โดยเราจะบังคับทิศทางต่างๆผ่านทางจอยสติ๊ก (สามารถเปลี่ยนข้างซ้าย-ขวาตามความถนัด) มอเตอร์จะเป็นตัวควบคุมหลักของการทำงานทั้งหมดและแบตเตอรีมีหน้าที่จ่ายไฟฟ้าให้ส่วนต่างๆทำงาน

จอยสติ๊ก

  • ในจอของจอยสติ๊กจะแสดงค่า ปริมาณแบตเตอรี  เปอร์เซ็นแบตเตอรี ระดับความเร็ว สถานะความเร็ว/km และเครื่องหมายสถานะบลูทูธ
  • ในส่วนของการบังคับลูกศรขึ้นลง SPD คือปุ่มเพิ่ม-ลดระดับความเร็ว
  • ถัดมาเป็นปุ่มลักษณะวงกลม บนสุด = เพิ่มเสียง , ล่างสุด = ลดเสียง , ซ้าย = เปิดบลูทูธ , ขวา = เปิดวิทยุFM , ตรงกลาง = สำหรับเปิด-ปิดเพลงหรือวิทยุ
  • แถวล่างปุ่มแรกเป็นปุ่ม-เปิดใช้งานรถเข็น
  • ต่อมาปุ่มที่ 2 เป็นปุ่มหลอกค่ะ สามารถกดเป็นเสียงแตรได้
  • ปุ่มสุดท้ายเป็นแตรค่ะ
  • ส่วนตัวควบคุมสามารถบังคับได้ตามทิศทางที่ต้องการ ดันไปข้างหน้า = ขับไปข้างหน้า , ดันไปท้างซ้าย = เลี้ยวซ้าย , ดันไปทางขาว = เลี้ยวขวา , ดันไปด้านหลัง = ถอยหลัง
  • สามารถปิดใช้งานระบบไฟฟ้าและใช้แบบแมนนวลโดยผู้เข็นได้
จอยสติ๊กของรถเข็นไฟฟ้าLiteplus

แบตเตอรี

  • Liteplus สามารถชาร์แบตเตอรีผ่านไฟบ้านได้ปกติ ใช้เวลาชาร์จ 6-8ชั่วโมง
  • เป็นแบตลิเธียม 24V 10AH
  • แบตขนาดเล็ก น้ำหนัก 2 กิโลกรัม
  • แบตติดอยู่ใต้รถเข็นไฟฟ้าสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้
  • แบตเตอรีลดเร็วหรือช้างขึ้นอยู่กับการใช้งานการปรับระดับความเร็ว
  • การชาร์จแบตสังเกตุไฟตรงอแดปเตอร์ต้องขึ้นสีแดง
  • เมื่อชาร์จเต็มแบตเตอรีจะตัดไฟฟ้าอัตโนมัติสามารถชาร์จในเวลานอนได้
  • เสียบชาร์จผ่านจอยสติ๊กโดยไม่ต้องถอดแบตออกมา
แบตเตอรี

การพับ-กาง

การพับ
ดันรถไปข้างหน้า
ยกรถเข็นตั้งขึ้น

การพับ

  • ยกปุ่มสีแดงข้างไว้แล้วดันพนักพิงไปด้านหน้า รถเข็นจะพับเป็นแนวนอน
  • ยกให้รถเข็นอยู่ในแนวตั้ง หมุนเก็บมือเข็นให้เป็นแนวเดียวกัน และพับที่พักเท้าเข้าหารถเข็น
  • กดปุ่มข้างยกตัวลากให้สูงขึ้นเพื่อใช้งานการลาก

การกางรถ

  • หากรถเป็นแนวตั้งอยู่ให้ยกเป็นแนวนอนก่อน
  • แยกพนักพิงกับเบาะออกจากกัน ให้รถตั้งเป็นรูปทรงเก้าอี้อาจจะเหยียบล้อกันหงายเพื่อทรงตัวง่ายขึ้น
  • กางจนมีเสียงล็อคจากปุ่มสีแดง

การดูแล

  • หลีกเลี่ยงไม่ให้จอยสติ๊กและมอเตอร์โดนน้ำหรือความชื้น
  • ไม่ควรใช้งานให้แบตหมดจนดับ
  • หากไม่ใช้งานนานๆควรนำแบตออกมาชาร์จเดือนละ 1 ครั้งป้องกันแบตเสื่อมและพัง
  • ไม่ควรหาอะไหล่หรือรื้อเครื่องซ่อมเอง

ความรู้สึกหลังจากใช้งาน

สัมผัสแรกที่รู้สึกเลยคือเบาะนุ่มมากๆผู้ใช้งานเป็นผู้ชายน้ำหนัก 98กิโลกรัมช่วงสะโพกจะค่อนข้างใหญ่ คิดว่าจะไม่สามารถนั่งเพราะดูด้วยตาเปล่าช่วงเบาะค่อนข้างแคบแต่พอลองนั่งดูแล้วสามารถนั่งได้ครับ พอดีช่วงตัว ในส่วนของการบังคับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้บังคับผ่านจอยสติ๊กครับ แต่จอยรุ่นนี้ต่างจากรุ่นอื่นตรงที่จอแสดงผลเป็นLCD ซึ่งถ้าผู้สูงอายุใช้งานเนี่ย ใช้งานได้ง่ายเลย มากันที่ตอนบังคับอย่างที่บอกครับจอยสติ๊กหน้าตาใช้งานง่าย ผมเปิดระบบไฟฟ้าข้างไว้ 1-3 วินาทีเครื่องก็เปิดระบบไฟและสัญลักษณ์ต่างๆแสดงขึ้นมา Liteplus สามารถปรับระดับความเร็วที่ปุ่มสัญลักษณ์ SPDลูกศรขึ้นคือเพิ่มความเร็ว,ลูกศรลงคือลดความเร็ว ปรับได้ 5 ระดับ เมื่อลองขับดูแล้วรู้สึกว่ารถเข็นไฟฟ้าดีเลย์ไปประมาณ 1-3 วินาทีครับกว่าจะเคลื่อนตัว รถจะไม่วิ่งในทันทีตอนเคลื่อนตัวไม่รู้สึกกระชาก ค่อนข้างนิ่มและเมื่อบังคับถอยหลังจะมีเสียงสัญญาณดังเหมือนรถยนต์อันนี้ผมค่อนข้างเหมาะกับผู้สูงอายุ และขณะที่รถเข็นเคลื่อนตัวหน้าจอLCDจะแสดงผลความเร็วที่เราขับด้วย (km/h) เมื่อปล่อยจอยเพื่อหยุรถเข็นไฟฟ้าจะไม่จอดในทันทีครับเหมือนกับตอนแรกที่เคลื่อนที่เลย รถจะดีเลย์ประมาณ 1-3 วินาที ทดลองขับบนทางถนนพื้นเรียบ พื้นหญ้า สามารถใช้งานได้สมูทดีไม่มีติดขัดอะไรแต่ถ้าบนทางลาดที่เกิน 12 องศารถจะไหลครับ ระยะเวลาที่ใช้งานถือว่านานเลยผมใช้ความเร็วอยู่ที่ระดับ 3 ใช้งานได้ถึง 20 ชั่วโมงดังนั้นเมื่อเรายิ่งใช้ความเร็วเยอะแบตก็ยิ่งลดไว สุดท้ายผมลองเปิดใช้งานฟังเพลงและวิทยุเสียงดังฟังชัดมาก สามารถเลือกคลื่นความถี่ได้เหมือนวิทยุทั่วไป อันนี้เป็นส่วนที่ดีนะครับเผื่อผู้ใช้งานอยากฟังเพลงก็ไม่จำเป็นพกวิทยุไปเองเพราะมีอยู่ในรถเข็นไฟฟ้าแล้ว

สรุป

รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Liteplus เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่น้ำหนักไม่ควรเกิน 100 กิโลกรัม ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงสามารถใช้งานได้ ที่เหมาะกับผู้สูงอายุเพราะหน้าจอของรถเข็นไฟฟ้านั้นเป็น LCD ซึ่งใช้งานง่าย จอยสติ๊กไม่ซับซ้อน เบาะหนานุ่มดีครับนั่งนานๆได้สบาย วัสดุหนาดูดีไม่บางเหมาะสมกับราคาและที่สำคัญสามารถพับเก็บเป็นกระเป๋าเดินทางซึ่งข้อนี้จะเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าสำหรับท่องเที่ยวและเดินทาง แต่ในส่วนของการบังคับนั้นรถเข็นไฟฟ้าค่อนข้างดีเลย์ 1-3 วินาที ไม่ว่าจะบังคับในทิศทางไหนก็ตาม น้ำหนักอาจจะค่อนข้างหนักสำหรับผู้ดูแลที่เป็นผู้หญิงคนเดียว


Q&A คำถามสุดฮิตพิชิตข้อสงสัย (รถเข็นไฟฟ้า)

Q&A คำถามสุดฮิตพิชิตข้อสงสัย (รถเข็นไฟฟ้า)

 

ปัจจุบันนี้เรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งเทคโนโลยี หรือเรียกได้ว่าเป็นยุคออนไลน์ ผู้คนมากมายส่วนใหญ่ล้วนรู้จักกับโลกออนไลน์เป็นอย่างดี ตอนนี้คนไทยหลายๆ คน ก่อนจะซื้อสินค้าอะไร มักจะใช้วิธีการค้นหาจากอินเตอร์เน็ตหรือพี่กู (กูเกิ้ล) Google เพื่อเช็คราคา และหาข้อมูลสินค้าที่ต้องการซื้อกันก่อนเพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์ และส่วนใหญ่คนไทยมักจะชอบสั่งสินค้าออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ตเช่นเดียวกัน เนื่องจากง่าย สะดวกสบาย และรวดเร็ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเลื่อนดูข้อมูลผ่านจอโทรศัพท์มือถือและคลิกสั่งสินค้าได้เพียงปลายนิ้ว แต่ก่อนจะสั่งซื้อสินค้าที่ราคาหลักหมื่น ต้องผ่านกระบวนการคิดและการตัดสินใจ แน่นอนสิ่งแรกคือต้องคำนึงถึงรายละเอียดข้อมูลของสินค้าเหล่านั้นอย่างละเอียด ลูกค้าหลายๆ ท่าน ก็มักจะมีคำถามมากมายที่ยังไม่เข้าใจสักเท่าไหร่นักเกี่ยวกับรถเข็นไฟฟ้า และวิธีการเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่เหมาะสม สะดวก สบาย และใช้งานได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด วันนี้เรามีคำตอบค่ะ

สารบัญคำถามที่พบบ่อยสำหรับมือใหม่ที่กำลังเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าเพื่อการใช้งานคุ้มค่าที่สุด 

  • รถเข็นไฟฟ้ามีน้ำหนักเบาที่สุดกี่กิโลกรัม ?
  • รถเข็นไฟฟ้ารับน้ำหนักได้สูงสุดเท่าไหร่ ?
  • รถเข็นไฟฟ้าสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่ ?
  • รถเข็นไฟฟ้าสามารถพับเก็บได้หรือไม่
  • รถเข็นไฟฟ้ามีการรับประกัน หรือบริการหลังการขาย ?
  • อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ใช้ได้นานแค่ไหน ?
  • เลือกรถเข็นไฟฟ้าแบบไหนจึงจะเหมาะกับผู้ใช้งาน ?
  • รถเข็นไฟฟ้ารุ่นไหนที่ผู้สูงอายุ หรือคนแก่เลือกใช้งาน ?
  • ทำไมรถเข็นไฟฟ้าล้อใหญ่ถึงหนัก ?
  • มีหน้าร้านสามารถทดลองสินค้าได้หรือไม่ ?
  • มีบริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศไทยหรือไม่ ?
  • รถเข็นไฟฟ้าสามารถใช้งาน หรือรถเข็นไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนบนพื้นผิวที่ขรุขระได้หรือไม่ ?
  • หากรถเข็นไฟฟ้ามีปัญหา แก้ไขอย่างไรได้บ้าง
  • ซื้อรถเข็นไฟฟ้าสามารถออกใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงินได้หรือไม่ ?
  • ซื้อรถเข็นไฟฟ้ากับ Elife ดีกว่าอย่างไร ?

คำถามเหล่านี้ มักจะเป็นคำถามที่ลูกค้าสอบถามข้อมูลกันเข้ามากันบ่อยที่สุด เพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้า ผู้ซื้อต้องทราบข้อมูลรถเข็นไฟฟ้าอย่างละเอียด เนื่องจากหากซื้อรถเข็นไฟฟ้าไปใช้งานแล้ว ต้องได้ใช้ประโยชน์จากรถเข็นไฟฟ้าสูงสุด และคุ้มค่ากับเงินที่จะต้องเสียไป เรามาตอบคำถามเหล่านี้กันเลยดีกว่าค่ะ


Q : รถเข็นไฟฟ้ามีน้ำหนักเบาที่สุดกี่กิโลกรัม ? 

A : เมื่อหลายปีที่แล้วรถเข็นไฟฟ้า น้ำหนักเบาสุดจะอยู่ที่ 29 กิโลกรัม สำหรับเมื่อก่อนถือว่าค่อนข้างเบาที่สุดแล้ว และปัจจุบันนี้ ร้านรถเข็นไฟฟ้า Elife ได้มีการพัฒนารถเข็นไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและระบบดีขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าพึงพอใจมากที่สุด จึงได้ผลิตและจัดจำหน่ายรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบาด้วยกันถึง 4 รุ่น โดยเรียกกลุ่มรถเข็นไฟฟ้ากลุ่มนี้ว่า กลุ่ม Lite หรือที่เรียกว่าน้ำหนักเบานั่งเอง โดยรถเข็นไฟฟ้ากลุ่ม Lite มีน้ำหนักเบาที่สุด 13.5 กิโลกรัม และน้ำหนัก หนักที่สุดอยู่ที่ 18 กิโลกรัมนั่นเอง โดยแต่ละรุ่นนั้นจะมีสเปคที่แตกต่างกันออกไปดังนี้

  •  รุ่น Lite1 รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา 13.5 กิโลกรัม รุ่นนี้เป็นรุ่นที่น้ำหนักเบาที่สุดในตลาดตอนนี้ค่ะ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 โครงสร้างทำจากแม็กนีเซียม หรือเป็นวัสดุเดียวกันกับที่ใช้ผลิตปีกเครื่องบิน ซึ่งคุณสมบัติก็คือน้ำหนักเบา โครงสร้างแข็งแรง รับน้ำหนักได้สูงถึง 120 Kg.  แบตเตอรี่รุ่นนี้เป็นลิเธียมไอออน ซึ่งสามารถพกพาเดินทางโดยเครื่องบินได้ ถูกต้องตามหลักการบินพลเรือน รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ลูกค้านิยมเลือกใช้กันเป็นอย่างมาก เพราะมีน้ำหนักที่เบามากๆ สามารถยกใส่ท้ายรถได้สบาย รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาต้องยกให้ Lite1 เป็นอันดับ 1 ค่ะ

 

  • รุ่น Lite pro รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา 16 กิโลกรัม ซึ่งรถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้มีน้ำหนักเบารองลงมา และขอแนะนำเลยว่ารถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite pro มีสมรรถนะที่สูง รับน้ำหนักได้สูงถึง 120 กิโลกรัม  และที่สำคัญคุณภาพดีมากๆ การขับเคลื่อนสมูท เหมาะสำหรับผู้สูงอายุใช้งาน แบตเตอรี่เป็นแบตลิเธียมไอออน สามารถพกพาเดินทางท่องเที่ยวได้ เดินทางโดยเครื่องบินได้ เพราะสามารถพับเก็บได้เล็กที่สุด และกระทัดรัดมากๆ ยกใส่ท้ายรถได้ง่าย จุดเด่นของรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite pro มี Joystick(ตัวบังคับ) 2 ตัว ตัวแรก ที่ติดมากับตัวรถบังคับโดยผู้นั่ง ตัวที่สอง Wireless บังคับโดยผู้ดูแล หรือสามารถให้ผู้อื่นบังคับให้ได้ รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่มีตัวบังคับไร้สายและที่สำคัญคุณภาพดีมากๆ อีกด้วย

 

  • รุ่น Lite plus รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา 18 กิโลกรัม รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ชูนวัตกรรมสุดๆ คือหน้าจอเป็นดิจิตอล สามารถเปิดวิทยุฟังได้ เชื่อมต่อบลูทูธเพื่อฟังเพลงได้ เหมาะสำหรับสายสุนทรีย์มากๆ ขับรถเข็นไฟฟ้าไปแถมยังได้นั่งฟังเพลงอีกด้วย รุ่นนี้แบตเตอรี่เป็นลิเธียมไอออน สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้อีกเช่ากัน จุดเด่นที่สำคัญอีกหนึ่งอย่าง คือรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite plus สามารถพับเก็บและมีที่จูงลากเหมือนกระเป๋าเดินทางได้อีกด้วย

Q :  รถเข็นไฟฟ้ารับน้ำหนักได้สูงสุดเท่าไหร่ ?

โดยปกติแล้ว รถเข็นไฟฟ้าจะมีกำลังมอเตอร์ข้างละ 250 Wat (วัตต์) นั่นแปลว่าสามารถรองรับน้ำหนักผู้นั่งได้สูงถึง 150 กิโลกรัม และยังสามารถขับเคลื่อนได้ดี และมีกำลังมอเตอร์มากพอที่จะขับขึ้นทางลาดชันได้ ดังนั้น รถเข็นไฟฟ้า จะรับน้ำหนักได้สูงถึง 100-150 กิโลกรัม หากผู้สูงอายุ คนแก่ หรือคนพิการ มีน้ำหนักถึง 120 กิโลกรัม ก็แปลว่าใช้งานได้ สบายมากๆ ค่ะ

 

 Q :  รถเข็นไฟฟ้าสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่ ? 


รถเข็นไฟฟ้าสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ค่ะ เบื้องต้นขออธิบายก่อนว่าปกติตัวรถเข็นไฟฟ้าเอง สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้อยู่แล้วแน่นอน แต่..กฎการบินพลเรือนมีข้อกำหนดไว้ว่าการพกพารถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินนั้น แบตเตอรี่จะต้องถอดออกจากตัวรถเข็นไฟฟ้าได้โดยง่าย เพื่อพกแบตเตอรี่ Carry on board (พกใส่กระเป๋า) นำขึ้นเครื่องบินไปด้วย และที่สำคัญไปกว่านั้นยังกำหนดไว้อีกว่า แบตเตอรี่รถเข็นไฟฟ้าที่สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้นั้นแบตเตอรี่จะต้องเป็นแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออนเท่านั้น และความจุของแบตเตอรี่จะต้องไม่เกินกว่าที่สายการบินกำหนด (300Wh) หากเราต้องการพกพารถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินด้วย แนะนำให้แจ้งทางสายการบินก่อนทุกครั้งค่ะ

 Q :  รถเข็นไฟฟ้าสามารถพับเก็บได้หรือไม่?

รถเข็นไฟฟ้าทุกรุ่นของ Elife สามารถพับเก็บได้ทุกรุ่น เนื่องจากดีไซน์รถเข็นไฟฟ้าของเราถูกออกแบบมาให้เหมือนเก้าอี้รถเข็นไฟฟ้า มากกว่าจะเป็นวีลแชร์ (Wheelchair) ธรรมดาๆ ทั่วๆไป ซึ่งดีไซน์จะถูกใจวัยรุ่นหนุ่่มสาว และผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก เพราะดีไซน์รถเข็นไฟฟ้า Elife ของเราทันสมัย และที่สำคัญโครงสร้างแข็งแรง และใช้งานได้เป็นอย่างดี

 

 Q : รถเข็นไฟฟ้ามีการรับประกัน หรือบริการหลังการขาย ? 

รถเข็นไฟฟ้าสินค้ามีรับประกัน 2 ปี ทางเรามีใบรับประกันสำหรับรถเข็นไฟฟ้าให้กับลูกค้าไว้ 1 ชุด และเก็บไว้กับ Elife อีก 1 ชุด เพื่อเป็นหลักฐานระหว่างเราและลูกค้าว่ารถเข็นไฟฟ้ามีการซื้อขายกันตั้งแต่เมื่อไหร่ และเริ่มต้นและสิ้นสุดวันรับประกันเมื่อไหร่ และที่สำคัญรถเข็นไฟฟ้าของ Elife เอง เป็นสินค้าสั่งผลิตเองโดยตรง มีโรงงานผลิต ดังนั้นอะไหล่ทุกชิ้นส่วน เรามีบริการสำหรับลูกค้าที่ใช้รถเข็นไฟฟ้า Elife โดยเฉพาะ หากในอนาคตใช้งานจนเสื่อมสภาพแล้ว สามารถส่งรถเข็นไฟฟ้าให้เราซ่อมบำรุงและดูแลได้ตลอดอายุการใช้งานเลยค่ะ

 Q : อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ใช้ได้นานแค่ไหน ?  


ปกติแล้ว แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานได้นาน 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับดูแลของแต่ละท่าน หากเราไม่ปล่อยให้รถเข็นไฟฟ้าใช้งานจนแบตหมดเกลี้ยงแล้วดับบ่อยๆ จะยืดอายุการใช้งานของแบตได้นาน เปรียบเหมือนแบตโทรศัพท์มือถือหากใช้งานหนักจนทำให้แบตหมดจนเครื่องดับ มีโอกาสทำให้แบตเตอรี่เสื่อมไวขึ้น หรือหากรถเข็นไฟฟ้าไม่ได้ใช้งานนานๆ แนะนำว่า 1 เดือน ให้นำแบตเตอรี่ออกมาชาร์จแบตทิ้งไว้ 1-2 ครั้ง และหลังจากนั้นดึงขั้วแบตเตอรี่ออกจากรถเข็นไฟฟ้าด้วย ก็จะช่วยทำให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้นค่ะ และทุกๆ การชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 1 ครั้ง จะใช้งานได้นานต่อเนื่อง 25-27 กิโลเมตรค่ะ แต่แบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้กับรถเข็นไฟฟ้าอยู่ 2 ประเภท
1. แบตลิเธียมไอออน (Lithium-Ion ) เป็นแบตประเภทเดียวกับแบตโทรศัพท์มือถือ ข้อดีของแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออน คือแบตเตอรี่ จะมีน้ำหนักเบา พกพาได้ง่าย ไม่หนัก และที่สำคัญจะสามารถเก็บประจุไฟได้ดี ใช้งานได้ยาวนานกว่าแบตแห้งตะกั่วกรด (Lead Acid) แต่ข้อเสียของแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออนนั้นราคาจะค่อนข้างสูง และที่สำคัญรถเข็นไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออน สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้
2. แบตแห้งตะกั่วกรด (Lead Acid) แบตแห้งหรือแบตตะกั่วกรด จะเป็นแบตแห้งประเภทเดียวกับแบตเตอรี่ที่ใช้ในรถยนต์ ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น แต่จะมีขนาดใหญ่และหนัก ส่วนใหญ่รถเข็นไฟฟ้าที่ใช้แบตแห้ง จะมีราคาที่ไม่สูงมากนัก เนื่องจากผู้ใช้งานไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพกพารถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน

 

 Q : เลือกรถเข็นไฟฟ้าแบบไหนจึงจะเหมาะกับผู้ใช้งาน ?  

” เน้นใช้งานในบ้านหรือบริเวณบ้าน “
เบื้องต้นให้สำรวจความต้องการของผู้ใช้งานและผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือผู้พิการเป็นหลักที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน บางคนต้องการรถเข็นไฟฟ้าที่ใช้งานภายในบริเวณบ้าน ไม่ต้องมีการยกหรือเคลื่อนย้าย สามารถเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเยอะได้ เพราะไม่จำเป็นต้องใช้งานนอกบ้านบ่อยๆ ราคาก็จะประหยัดลง ช่วยให้เซฟเงินในกระเป๋าได้เยอะ เนื่องจากโครงสร้างผลิตจากคาร์บอนสตีล และโครงสร้างทำจากอลูมิเนียม มีความเหนียว หนา แข็งแรง รับแรงกระแทกได้ดี

” เน้นนำไปใช้งานนอกสถานที่เป็นประจำ “  หากการใช้งานเน้นพกพา นำไปใช้นอกสถานที่ ต้องเลือกใช้งานรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา คนยกจะได้สะดวกเพราะรถเข็นไฟฟ้าไม่หนักมาก และโครงสร้างรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาเป็นโครงสร้างเกรดพรีเมียม วัสดุมีน้ำหนักเบาแล้ว ยังสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา รับน้ำหนักผู้นั่งได้สูงถึง 120 กก.  รถเข็นไฟฟ้าของ Elife มีสินค้าประเภทน้ำหนักเบาอยู่ด้วยกันทั้ง 3 รุ่นตามคำถามที่พบบ่อยในข้อ 1 ด้านบน มีดังนี้

*ข้อแนะนำ : ไม่ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ให้กับผู้ใช้ที่มีขนาดตัวเล็กเพราะจะทำให้ในการใช้งานโดยเฉพาะเวลาขับขี่ตัวของผู้ใช้จะไม่กระชับกับที่นั่งซึ่งนั่นอาจทำให้ตัวของผู้ใช้โครงเครงในระหว่างที่ขับขี่เลี้ยวรถ หรือขับขี่บนทางขรุขระ ​และเนื่องจากรถเข็นไฟฟ้ารุ่นที่มีที่นั่งขนาดใหญ่นั้นก็จะมีคุณสมบัติที่สามารถรับน้ำหนักได้เยอะ และตัวโครงสร้างก็จะใหญ่และมี่น้ำหนักมากกว่ารถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดเล็ก ตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าและโครงสร้างก็จะมีการออกแบบมาให้รับน้ำหนักของผู้นั่งได้มากตามขนาดของที่นั่งด้วย เช่นรถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดที่นั่งใหญ่ก็จะมักจะมีมอเตอร์ที่มีกำลังมากกว่ารถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดที่นั่งเล็ก และแบตเตอรี่ของรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ก็จะมีแบตเตอรี่ที่มีความจุไฟมากกว่า

*ข้อแนะนำ : ผู้ใช้ควรสังเกตุสเปคของรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ และขอให้แน่ใจว่ามีสเปค (เช่นโครงสร้าง กำลังมอเตอร์ และ ความจุแบตเตอรี่) จะต้องสูงกว่ารถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดเล็ก เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ ต้องรับน้ำหนักมากกว่า และนอกเหนือจากนั้น ลูกค้าบางท่านที่ต้องการใช้รถเข็นไฟฟ้าในที่แคบๆ เช่นในบ้าน โดยขับขี่เข้า-ออกประตูห้องต่างๆ ก็ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดเหมาะสมกับขนาดของประตู (โดยปกติ ขนาดประตูห้องน้ำจะประมาณ 75ซม. ประตูห้องนอนจะประมาณ 80ซม.) หรือเหมาะสมกับขนาดของทาง หรือ ทางลาดที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าวิ่งผ่าน

 

 Q : รถเข็นไฟฟ้ารุ่นไหนที่ผู้สูงอายุ หรือคนแก่เลือกใช้งาน ?  

โดยปกติแล้วลูกหลานจะกังวลว่าผู้สูงอายุจะสามารถใช้งานรถเข็นไฟฟ้าได้มั้ย หากขณะใช้งานแล้วจะอันตรายหรือไม่ จริงๆ แล้วการบังคับรถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้สุงอายุไม่ใช่เรื่องยากค่ะ เพราะรถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุบังคับง่ายมาก ควบคุมทิศทางได้ด้วยปลายนิ้ว หากเราอยากเดินหน้าถอยหลัง เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา ก็สามารถผลัก Joystick ไปตามทิศทางที่ต้องการจะไปได้เลย และเมื่อเราอยากหยุด เราก็ปล่อยมือจากตัวบังคับ รถเข็นไฟฟ้าก็จะไม่เคลื่อนที่ โดยรถเข็นไฟฟ้ามีระบบความปลอดภัยอยู่ 2 ประเภท 1.ระบบหน่วงไฟฟ้า 2.ระบบเบรคไฟฟ้า
” ระบบหน่วงไฟฟ้า ” คือระบบเบรค ในขณะที่เราบังคับรถเข็นไฟฟ้าอยู่ แล้วเราปล่อยมือจาก Joystick (คันโยกบังคับ) การหยุดตัวของรถเข็นไฟฟ้าจะช้าลงโดยประมาณ 3 วินาที รถจึงค่อยๆหยุดจะเรียกว่าระบบหน่วงไฟฟ้า แต่ข้อดีของระบบหน่วงไฟฟ้าคือเวลาเราปล่อยมือ เวลารถหยุดจะนิ่มนวล ไม่กระชาก
“ระบบเบรคไฟฟ้า “  คือระบบเบรค ในขณะที่เราบังคับรถเข็นไฟฟ้าลงทางลาดชัน แล้วเราปล่อยมือจาก Joystick (คันโยกบังคับ) รถเข็นไฟฟ้าจะหยุดทันที ไม่ไหล หรือเรียกว่าระบบความปลอดภัยสูงนั่นเอง จะเหมาะสำหรับผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก

ระบบหน่วงไฟฟ้า และระบบเบรคไฟฟ้า ทั้งสองอย่างนี้ก็ไม่มีอันตรายใดๆ ต่อผู้ใช้งานขึ้นอยู่กับความชอบในการขับเคลื่อนเสียมากกว่า แต่โดยส่วนใหญ่แล้วผู้สูงอายุมีแนวคิดว่าหากนั่งรถเข็นไฟฟ้า จะเหมือนคนพิการ นั่งแล้วเขินอาย กลัวจะมีคนมอง ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวไปไกลแล้ว ดังนั้นดีไซน์รถเข็นไฟฟ้าของ Elife จะทันสมัย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัน เด็กใช้ได้ ผู้ใหญ่ใช้ดี ซึ่งรถเข็นไฟฟ้าที่ใช้งานแล้วมองเผินๆเหมือนเก้าอี้รถเข็นเสียมากกว่า เพราะทันสมัย ใครๆ เห็นแล้วก็ชอบ โดยรุ่นที่เป็นที่นิยมในกลุ่มขาโจ๋สูงวัย (ผู้สูงอายุ) จะมีดังนี้

 Q : ทำไมรถเข็นไฟฟ้าล้อใหญ่ถึงหนัก ?  

รถเข็นไฟฟ้าล้อใหญ่ จะเป็นรถเข็นที่สามารถใช้งานได้ 3 ระบบ คือ 1. คนนั่งสามารถบังคับเองได้ด้วยระบบไฟฟ้า 2. คนนั่งสามารถหมุนล้อได้ด้วยตัวเอง(กรณีแบตหมด) 3. คนอื่นสามารถเข็นให้ได้
ดังนั้นโครงสร้างรถเข็นจะมีโครงสร้างใหญ่ขึ้นและเป็นล้อใหญ่ทำให้วัสดุที่ใช้มีน้ำหนักเยอะตามขนาดของล้อ หากลูกค้าต้องการรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา ต้องเลือกใช้งานรถเข็นไฟฟ้าที่มีล้อขนาดเล็ก

 Q : มีหน้าร้านสามารถทดลองสินค้าได้หรือไม่ ?  

ร้านรถเข็นไฟฟ้าเปิดให้บริการมานานกว่า 6 ปี เป็นเจ้าแรกๆที่นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ประเภทรถเข็นไฟฟ้า วีลแชร์ไฟฟ้า หรือเก้าอี้รถเข็นไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำรงใช้ชีวิตในแต่ละวันให้เรียบง่าย และสะดวกสบายมากที่สุด เรามี Showroom สำหรับทดลองสินค้า Elife ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 89/7 โครงการ เจ.เอส.พี. เพลส 4 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร 10150  (บางบอน ถ.กัลปพฤกษ์) มีหน้าร้านที่ชัดเจน หากต้องการเข้ามาทดลองสินค้า สามารถเดินทางเข้ามาได้ เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์-เสาร์ เวลา 8.00-17.30 น. วันอาทิตย์-วันหยุดนักขัตฤกษ์ 9.00-17.00 น. มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการ แนะนำรถเข็นไฟฟ้าให้เหมาะสมกับคนนั่ง และตรงจุดประสงค์กับการใช้งานมากที่สุด

 

 Q : มีบริการจัดส่งสินค้าทั่วประเทศไทยหรือไม่ ?  

  • รถเข็นไฟฟ้าเรามีบริการจัดส่งสินค้าฟรีทั่วประเทศไทย กรณีอยู่ใน กทม. และปริมณฑล เรามีบริการจัดส่งสินค้าฟรี พร้อมมีเจ้าหน้าที่ไปสาธิตและแนะนำถึงบ้าน ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • กรณีอยู่ต่างจังหวัด รอยติดต่อชายแดน เราก็มีบริการจัดส่งสินค้าฟรี โดยขนส่งเอกชน มีรูปแบบการชำระเงิน 2 แบบ สำหรับการจัดส่งสินค้า
    ” ชำระเงินเลย “ เป็นการโอนเงินเข้าบัญชีบริษัท (สามารถเช็คเครดิตร้านได้)
    ” เก็บเงินปลายทาง “ เมื่อสินค้าถึงมือผู้รับแล้ว สามารถชำระเงินกับเจ้าหน้าที่ขนส่งได้เลย จะใช้ระยะเวลาการจัดส่งสินค้า  3-5 วันทำการแล้วแต่บางพื้นที่

 

 Q : ซื้อรถเข็นไฟฟ้าสามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้หรือไม่ ?  

ร้านรถเข็นไฟฟ้า เรายินดีรับบัตรเครดิตทุกธนาคาร
” กรณีมารับสินค้าหน้าร้าน “ ลูกค้าสามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิตได้โดยไม่เสียค่าบริการ อีกทั้งยังมีบริการผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิต 0% อีกด้วย
” กรณีจัดส่งสินค้า “ หากลูกค้าต้องการใช้บัตรเครดิต ลูกค้าสามารถสั่งออนไลน์แล้วกดเลือกชำระเงินผ่านระบบ Paypal เป็นระบบที่ใช้สำหรับการชำระเงินแบบตัดยอดเงินผ่านบัตรเครดิตโดยไม่เสียค่าบริการ

 

 Q : รถเข็นไฟฟ้าสามารถใช้งาน หรือรถเข็นไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนบนพื้นผิวที่ขรุขระได้หรือไม่ ?  

รถเข็นไฟฟ้าสามารถขับได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นราบเรียบ ขึ้นทางลาดชัน หรือพื้นที่เป็นหินขรุขระ ก็สามารถบังคับไปได้ในทุกๆ ที่ ที่อยากไป เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้าของเรา เป็นล้อยางตันทั้ง 4 ล้อ ไม่ต้องเติมลมยาง ดังนั้นเราสามารถขับไปได้ในทุกที่ ไม่ต้องกลัวลมยางรั่ว และไม่ต้องคอยเติมลมให้เสียเวลา เพราะ Elife คำนึงถึงลูกค้าเสมอว่า หากใช้ยางตัน จะช่วยลดการดูแลปัญหาจุกจิกไปได้มาก

 

 Q : หากรถเข็นไฟฟ้ามีปัญหา แก้ไขอย่างไรได้บ้าง?  

รถเข็นไฟฟ้าเรามีรับประกันสินค้า 2 ปี ปกติแล้วหากสินค้ายังอยู่ในรับประกันเราบริการดูแลฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่..หากหมดรับประกันสินค้าแล้ว ลูกค้าไม่ต้องกังวลเลยค่ะ เรามีบริการดูแลตลอดอายุการใช้งาน แต่ก็มักจะมีคำถามอยู่บ่อยๆว่า หากลูกค้าซื้อไปใช้งานที่ต่างจังหวัดหากมีปัญหาจะทำอย่างไรได้บ้าง ?? โดยปกติแล้วเทคโนโลยีในสมัยนี้ก้าวหน้าไปมาก มีโซเชียลออนไลน์ มี Facebook มีไลน์ ในการเข้าถึงและพูดคุยกันได้ง่ายขึ้น เรียกได้ว่าไม่มีใคร ไม่รู้จักแอปพลิเคชั่นเหล่านี้แน่นอน  โดยลำดับแรกเราจะสอบถามอาการเบื้องต้นก่อน แล้วให้ลูกค้าบันทึกวิดิโออาการเสียของรถเข็นไฟฟ้านั้นๆ  ส่งให้ดูที่ช่องทาง ไลน์@ ของร้าน หรือเพจเฟสบุ๊คของร้านเองโดยตรง โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำเบื้องต้นอยู่ตลอด แต่ถ้าหากเจ้าหน้าที่แนะนำไปเบื้องต้นแล้ว แก้ไม่หาย ลูกค้าสามารถส่งรถเข็นโดยขนส่งเอกชนเข้ามาให้เราดูแล โดยจะมีข่างผู้ชำนาญการด้านรถเข็นไฟฟ้า ดูแลให้ หายห่วงได้เลยค่ะ

 

 ซื้อรถเข็นไฟฟ้าสามารถออกใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงินได้หรือไม่ ?  

ร้านรถเข็น Elife ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2556 โดยเปิดให้บริการจำหน่ายรถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า รถเข็นไฟฟ้า รถเข็นผู้สูงอายุ และเตียงไฟฟ้า โดยสินค้าจะเป็นสินค้ากลุ่ม Home care (เน้นใช้งานภายในบ้าน) มานานมากกว่า 6 ปี มีที่ตั้งหน้าร้าน (Showroom) ที่ชัดเจน และหากซื้อรถเข็นไฟฟ้าจากทางร้าน ลูกค้ายังสามารถขอใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน เพื่อนำไปใช้เบิกในรูปแบบบริษัท , เบิกหน่วยงานราชการ , หรือเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

 

 ซื้อรถเข็นไฟฟ้ากับ Elife ดีกว่าอย่างไร ?  

และยังคงมีหลายๆ ท่าน ที่กำลังมองหารถเข็นไฟฟ้าไปไว้ใช้งาน แน่นอนว่าหากมีความต้องการที่จะซื้ออะไรแล้ว ต้องรอบคอบ และเปรียบเทียบราคาอย่างแน่นอน แต่หากซื้อสินค้าในราคาที่ถูกมาก สินค้าไม่มีรับประกัน ไม่มีบริการหลังการขาย หรือบริการหลังการขายที่ไม่ดี หากใช้งานไปแล้วในอนาคต เกิดปัญหาขึ้น รถเข็นไฟฟ้าชำรุด เสื่อม โทรม จะหาร้านที่รับซ่อมหรือซื้ออะไหล่ น่าจะเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับรถเข็นไฟฟ้าของทาง Elife เอง ถือว่าราคาไม่สูงมากนัก ลูกค้าทั่วไปสามารถจับต้องได้ สามารถเลือกซื้อไปไว้ใช้งานได้ ที่สำคัญเรามีบริการหลังการขายที่ดีลูกค้าที่เคยได้ใช้บริการแล้วติดใจ บอกต่อกันแบบปากต่อปาก และที่สำคัญรถเข็นไฟฟ้าเป็นสินค้าที่เราสั่งผลิตเอง ดังนั้นอะไหล่ทุกชิ้นส่วนเรามีไว้คอยบริการลูกค้า Elife โดยเฉพาะ ดังนั้นอยากจะแนะนำว่าหากเปรียบเทียบราคากันแล้วราคาไม่ต่างกันมาก แนะนำให้ลูกค้าเลือกใช้บริการรถเข็นไฟฟ้าจากทางแบรนด์ Elife ที่มีทั้งหน้าร้านให้ทดลองรถเข็นไฟฟ้า มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำ และที่สำคัญมีบริการซ่อมบำรุงโดยช่างเฉพาะทางอีกด้วยค่ะ


ปัจจุบันการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มาแรงมากในปีนี้ แต่ยังมีหลายท่านที่ยังกังวลว่าการสั่งซื้อสินค้าโดยไม่ได้ลอง ไม่ได้เห็นสินค้าตัวจริงจะทำให้การตัดสินใจค่อนข้างยากลำบาก และในการตัดสินใจซื้อนั้นก็มักจะมีคำถามอยู่ในใจเกี่ยวกับรายละเอียดของสินค้าเหล่านั้นอีกมากมาย ดังนั้นเราจึงรวบรวมคำถามและคำตอบที่สำคัญมาให้ลูกค้าเรียบร้อยแล้วค่ะ

รวบรวมหลักการเลือกวีลแชร์ไฟฟ้า,รถเข็นไฟฟ้าที่คุณต้องทราบ [ฉบับเต็ม]

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้า / Power Wheelchair buyer guide

 วีลแชร์ไฟฟ้าคืออะไร? 

  • หรือรถเข็นไฟฟ้า คืออุปกรณ์เครื่องใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนไหวสำหรับผู้พิการ ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ มีลักษณะเป็นเก้าอี้เคลื่อนที่โดยการบังคับผ่านไฟฟ้า

ประโยชน์ของวีลแชร์ไฟฟ้า

  • วีลแชร์ไฟฟ้ามีความจำเป็นในการส่งเสริมให้มีสุขภาวะที่ดี ทั้งด้านสุขภาพ สังคมและเศรษฐกิจ เพราะการเคลื่อนที่เป็นการเปิดโอกาสให้สามารถเข้าถึงสังคมภายนอกได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการไปเรียน ไปทำงาน เข้าร่วมกิจกรรมวัฒนธรรม เข้าถึงบริการต่างๆ
  • ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นภาระคนอื่น รู้สึกมีคุณค่าในตัวเองมากขึ้น
  • วีลแชร์ไฟฟ้าจะทำให้รู้สึกเป็นอิสระ ควบคุมชีวิตได้ง่ายมากขึ้น
  • ปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานหลายรุ่นหลายแบบเพื่อตรงกับความต้องการมากยิ่งขึ้น

วีลแชร์ไฟฟ้าเหมาะกับใครบ้าง?

  • วีลแชร์ไฟฟ้าเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัย
  • บุคคลที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกายที่ส่งผลกับการเคลื่อนที่รูปแบบต่างๆ
  • ผู้สูงอายุ ที่มีปัญหาเรื่องการเคลื่อนที่หรือการเดินทางในระยะไกลๆ
  • ผู้ป่วยหลังผ่าตัด

การเลือกวีลแชร์ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับผู้ใช้งานมีความสำคัญมากที่สุด ควรพิจารณาดังนี้

  • ขนาดวีลแชร์ที่เหมาะสม ขนาดที่ดีจะส่งผลให้ผู้ใช้งานนั่งสบาย รองรับร่างกายพอดีขณะนั่ง จึงทำให้ใช้งานได้ง่ายถนัดมือและเมื่อใช้งานถนัดก็จสามารถลดการเกินอุบัติเหตุและแผลกดทับจากการนั่งวีลแชร์นานๆได้
  • โครงสร้างวีลแชร์ในปัจจุบันส่วนใหญ่โครงสร้างเป็นอลูมิเนียมหรือเหล็ก แต่อลูมิเนียมจะเป็นที่นิยมมากกว่าเหล็กเพราะว่าไม่ทำให้เกิดสนิมดังนั้นจึงมีอายุการใช้งานที่นานกว่าและมีน้ำหนักเบา ดูแลรักษาง่าย

 

(โครงสร้างวีลแชร์ที่เป็นทรงกากบาทจะทำให้วีลแชร์บาลานซ์น้ำหนักได้ดี เวลานั่งจะทำให้น้ำหนักสมดุล มีความมั่นคงมากขึ้น)

  • เลือกมอเตอร์ที่เป็น Brushless เพราะมีอายุการใช้งานนานกว่า เครื่องไม่ร้อนเร็วเวลาใช้งานเป็นเวลานาน
  • แบตเตอรี่ วีลแชร์ไฟฟ้าแนะนำเป็นแบตลิเธียม เพราะสามารถใช้ได้ระยะเวลานาน(อึดทน) น้ำหนักเบา และสามารถพกขึ้นเครื่องบินได้
  • ที่พักแขน ควรสามารถเปิดข้างได้เพราะจะทำให้การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและผู้ใช้งานได้สะดวกมากขึ้น
  • ที่พักเท้า สามารถเก็บออกข้างได้
  • ล้อควรเป็นล้อยางตันเพราะมีความทนทาน ไม่ต้องเสียเวลาเติมลม ดูแลรักษาง่าย
  • โครงสร้างของวีลแชร์ควรเป็นอลูมิเนียม เพราะจะไม่ทำให้รถเกิดสนิมทำให้วีลแชร์มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น
  • หากได้ทดลองวีลแชร์จริงๆ ควรเลือกคันที่บังคับสมูทมากที่สุด ไม่กระชากและไม่ฝืดจนเกินไป
  • ตรวจสอบบริการหลังการขายและอะไหล่ซัพพอร์ต

วิธีวัดขนาดวีลแชร์ให้พอดี

1.ความกว้างของที่รองนั่ง ขนาดควรพอดีกับร่างกาย แนะให้เลือกรถเข็นที่มีเบาะกว้าง 40 เซนติเมตรขึ้นไป

วิธีการตรวจสอบ :

  • เลื่อนปลายนิ้วผ่านระหว่างด้านข้างของต้นขาผู้ใช้รถวีลแชร์กับขอบข้างรถวีลแชร์ นิ้วควรผ่านพอดีไม่แน่น
  • ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าด้านข้างรถวีลแชร์ไม่กดขาของผู้ใช้ ข้อนี้สำคัญมากกับผู้ที่ไม่สามารถรับรู้แรงกดใต้ขา (การรับรู้ผิดปกติ) เพราะอาจเกิดแรงที่ต้นขาจากด้านข้างทำให้เกิดแผลกดทับได้ 

2. ความลึกของที่นั่ง  ขนาดที่พอดี จะช่วยรองรับต้นขาและลดแรงกดใต้ปุ่มกระดูกรองนั่งป้องกันแผลกดทับ ถ้าที่รองนั่งยาวเกินไป ผู้ใช้จะไม่สามารถนั่งตัวตรงได้

วิธีการตรวจสอบ :

  • ให้ผู้ใช้งานนั่งวีลแชร์ในท่าตรง
  • เลื่อนมือระหว่างด้านหน้าของเบาะรองนั่งกับด้านหลังของเข่าผู้ใช้งานแล้วนับว่าสอดได้กี่นิ้ว – ปกติควรมีช่องว่างประมาณ 2 นิ้วมือ( 30 มม.) สำหรับคนที่ขายาวอาจมีช่องว่างขนาด 60 มม
  • เลื่อนมือลงตามแนวด้านหลังน่องและดูให้แน่ใจว่านิ้วไม่สัมผัสที่รองนั่งหรือเบาะรองนั่ง
  • ตรวจสอบสองข้าง
  • ถ้ามีความแตกต่างระหว่างข้างซ้ายกับขวาให้ใช้ค่าวัดขาที่สั้นกว่า

3.ความสูงของที่พักเท้า ต้นขาและเท้ามีการรองรับจากเบาะและที่พักเท้าโดยไม่มีช่องว่าง และที่วางเท้าควรเป็นแบบยกออกข้างได้เพราะนอกจากเพื่อความสะดวกในการใช้งานยังสามารถป้องกันเท้าบวมได้ เพราะมันจะมีแผ่นซัพพอร์ตหน่องติดตั้งไว้

วิธีการตรวจสอบ :

  • เลื่อนมือเข้าระหว่างต้นขากับเบาะรองนั่งควรมีแรงกดทับอย่างสม่ำเสมอและไม่มีช่องว่างระหว่างต้นขากับเบาะ
  • วางฝ่าเท้าบนที่พักเท้าได้พอดี โดยไม่มีช่องว่าง

4.ความสูงของพนักพิง ความสูงขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งาน สังเกตุได้จากตอนเคลื่อนไหว หัวไหล่จะเคลื่อนไหวได้ถนัดไม่ติดขัด

พนักพิงที่สูงถึงฐานบริเวณซี่โคร พนักพิงที่สูงถึงบริเวณสะบัก
เหมาะกับผู้ที่สามารถนั่งตัวตรงได้หรือยังทรงตัวได้ดี เหมาะกับผู้สูงอายุหรือมีโรคความเสื่อมต่างๆ ที่มีแนวโน้มเหนื่อยง่าย
สามารถเข็นรถด้วยตัวเองได้ นั่งตัวตรงได้ลำบาก
ต้องการอิสระในการเคลื่อนไหว ให้ความอิสระในการเคลื่อนไหวหัวไหล่ได้บางส่วน สำหรับผู้ที่เข็นด้วยแมนนวล

วิธีการตรวจสอบ :

  • ถามผู้ใช้งานว่าสามารถพิงได้สบายหรือไม่
  • สังเกตุว่าลำตัวมีความสมดุลกับสะโพกหรือไม่
  • ผู้ใช้สามารถพิงและเข็นแบบแมนนวลได้ไม่ติดขัด

5. ตำแหน่งของล้อหลัง เมื่อจับที่วงล้อ ข้อศอกของผู้ใช้ควรงออยู่ในองศาที่เหมาะสม

วิธีการตรวจสอบ :

  • ข้อศอกควรงอ 90 องศา
  • ตรวจสอบล้อหลังว่าอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและทรงตัวได้ดี 

วีลแชร์ไฟฟ้ามีกี่ประเภท

สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามการใช้งาน

  1. วีลแชร์ไฟฟ้าที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน
  2. วีลแชร์ไฟฟ้าที่ใช้ในการท่องเที่ยว

วีลแชร์ไฟฟ้าที่ใช้งานในชีวิตประจำวัน

วีลแชร์ไฟฟ้าที่ใช้ในการท่องเที่ยว

น้ำหนักเยอะ 29 ก.ก ขึ้นไป น้ำหนักเบา 13.5 ก.ก ขึ้นไป
พับเก็บได้ แต่ไม่นิยมพับ พับเก็บได้ง่ายและขนาดเล็ก
ขนาดค่อนข้างใหญ่ ขนาดเล็กไปจนถึงใหญ่
โครงสร้าง เหล็กหรืออลูมิเนียม โครงสร้างอลูมิเนียม
นำใส่ท้ายรถได้ นำใส่ท้ายรถได้
ไม่นิยมนำขึ้นเครื่องบิน สามารถนำขึ้นเครื่องได้
แบตเตอรี่เป็นแบตแห้ง  (Lead acid) แบตเตอรี่เป็นแบตลิเธียม (Lithium Ion)
ล้อยางตัน ล้อยางตัน
ล้อหลังมีขนาดใหญ่ ล้อขนาดเล็กทั้ง 4 ล้อ
สามารถปิดไฟฟ้าแล้วเข็นแมนนวลได้โดยผู้ใช้งานหรือผู้ดูแล สามารถปิดไฟฟ้าแล้วเข็นแมนนวลได้โดยผู้ดูแล
มอเตอร์ส่วนใหญ่เป็น Brushed มอเตอร์ Brushless
ระบบเบรคไฟฟ้า ระบบเบรคไฟฟ้าหรือระบบเบรคแม่เหล็กไฟฟ้า
ราคาประหยัด ราคาค่อนข้างสูง

วีลแชร์ไฟฟ้าใช้งานอย่างไร?

  • บังคับผ่านรีโมทคอนโทรลหรือ Joystick ใช้งานคล้ายรถบังคับ ในรีโมทคอนโทรลสามารถเลือกความเร็ว เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉินต่างๆ และเมื่อปิดระบบไฟฟ้าสามารถใช้งานแบบแมนนวลได้

โครงสร้างวีลแชร์ไฟฟ้า 

  •  หลักๆทั่วไปรถเข็นไฟฟ้าจะทำด้วย เหล็กผสม และ อลูมิเนียม เหล็กจะมีน้ำหนักรถที่มากกว่าในความแข็งแรงเท่าๆกันกับ อลูมิเนียม แต่วีลแชร์ไฟฟ้าที่มีโครงสร้างเป็นอลูมิเนียม มีน้ำหนักเบาและราคาสูงกว่า แต่ไม่ขึ้นสนิม

มอเตอร์วีลแชร์ไฟฟ้า

มอเตอร์ของรถเข็นไฟฟ้าเป็นส่วนสำคัญมาก คือเป็นหัวใจในการขับเคลื่อน มอเตอร์ของรถเข็นไฟฟ้าจะมีสองด้าน ทำงานอิสระต่อกัน (สามารถบังคับหมุนรอบตัวเองได้ ด้านขวาหมุนถอยหลัง ด้านซ้ายหมุนเดินหน้า) ทำให้เคลื่อนที่ในที่แคบได้ กำลังของมอเตอร์ระบุเป็น Watt เช่น 200Watt, 250Watt เป็นต้น โดยมอเตอร์วีลแชร์ไฟฟ้าสามารถแบ่งได้เป็น 2ประเภท

Brushed คือ มอเตอร์ที่มีแปรงถ่าน แปรงถ่านคือส่วนที่สัมผัสกันระหว่างขั้วไฟฟ้าของโรเตอร์กับสเตเตอร์ ทำให้มอเตอร์ชนิดนี้เกิดความเสียดสีกันเกิดขึ้น

Brushless คือ มอเตอร์ที่ไม่มีแปรงถ่าน คือไม่มีส่วนที่สัมผัสกันระหว่างขั้วไฟฟ้าโรเตอร์และสเตเตอร์ ทำให้ไม่เกิดการเสียดสี กระแสไฟฟ้าสามารถวิ่งสู่ขดลวดได้โดยตรง และเกิดเป็นแรงแม่เหล็กผลักขั้วแม่เหล็กตรงกลางให้หมุนนั่นเอง

ความแตกต่างระหว่าง  Brushless motor VS Brushed(DC)

Brushless motor Brushed (DC)
ไม่มีโอกาสที่จะเกิดประกายไฟ มีโอกาสเกิดประกายไฟหากใช้งานนานเกินไป
ขนาดเล็ก ขนาดใหญ่
น้ำหนักเบา มีน้ำหนัก
เสียงเงียบกว่า มีเสียงดังกว่า
บังคับง่าย ไม่ค่อยฝืด สมูท อาจจะมีการฝืดหรือดีเลย์เล็กน้อย
 ใช้งานยุ่งยากกว่าเพราะมันจำเป็นต้องใช้งานกับESC(Electronics Speed Controller) สามารถต่อไฟใช้งานได้เลย
ราคาสูงกว่า ราคาถูกกว่า
กินไฟฟ้าน้อยกว่า กินไฟมากกว่า
ใช้ได้นานกว่า เพราะมันไม่มีแปรงถ่าน ไม่ต้องเปลี่ยนถ่าน ใช้งานได้สั้นกว่าเพราะแปรงถ่านเมื่อใช้งาน จะเกิดการเสียดสี จนสึกหรอ ทำให้กระแสไฟฟ้าเดินไม่สะดวก มอเตอร์ไม่ทำงาน จึงทำให้ต้องเปลี่ยนใหม่
มีประสิทธิภาพสูงกว่า เพราะ ไม่มีแปรงถ่านทำให้ไม่เกิดการสูญเสียแรงดันที่แปรงถ่าน (Voltage Drop) ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับแปรงถ่าน
ระยะการใช้งาน 2-3 ปี ระยะการใช้งาน 1-3 ปี (หากใช้งานบ่อยอาจจะต้องเปลี่ยนถ่าน ขึ้นอยู่กับการใช้งานค่ะ)

ระบบเบรควีลแชร์ไฟฟ้า

ระบบเบรควีลแชร์ไฟฟ้าแบ่งออกได้ 2 ประเภท คือ ระบบเบรคไฟฟ้า(Electronic Brake) และระบบเบรคหน่วงไฟฟ้า (Electromagnetic Brake)

ระบบเบรคไฟฟ้า(Electronic Brake) ระบบเบรคแม่เหล็กไฟฟ้า(Electromagnetic Brake)
เป็นระบบเบรคที่อยู่ในวีลแชร์ไฟฟ้าระบบมอเตอร์ DC ธรรมดา เป็นระบบเบรคที่อยู่ในวีลแชร์ไฟฟ้าระบบ Brushless motor
อยู่บนทางลาดมีโอกาสไหล สามารถหยุดบนทางลาดได้ ไม่ไหล
เวลาหยุดรถจะไม่เบรคทันที ดีเลย์เล็กน้อย เมื่อหยุดรถ วีลแชร์จะหยุดเคลื่อนไหวทันที
ราคาประหยัด ราคาสูงกว่า

Controller/Joy Stick? 

แต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อจะใช้ Controller ไม่เหมือนกัน บางรุ่นตอบสนองเร็ว บางรุ่นตอบสนองช้า มี Function การทำงานน้อยกว่า แต่หลักๆคือสามารถรับระดับความเร็วได้ มีไฟบอกสถานะแบตเตอรี่ และ มีแตรไฟฟ้า อาจจะไปลองที่ร้านขายรถเข็นไฟฟ้าเพื่อทดสอบ การตอบสนองของ controller

ล้อวีลแชร์ไฟฟ้า ยางลม VS ยางตัน ?
รถเข็นไฟฟ้าเหมือนรถเข็นวีลแชร์ทั่วๆไป มีทั้งเป็นแบบยางลมและยางตัน ยางลมโดยรวมจะถูกกว่าเบากว่า แต่ต้องมีการเติมลมเรื่อยๆ อาจจะไม่สะดวกกับคนแก่ที่อยู่คนเดียว ยางตันจึงออกมาตอบโจทย์ในเรื่องการดูแลรักษา แม้อาจจะไม่นิ่มเท่ายางลม ปัจจุบันยางตันถูกพัฒนากออกมาได้นิ่มรับแรงกระแทกได้ใกล้เคียงยางลมแล้ว

ล้อยางเติมลม

จุดเด่นคือ เวลาขับเคลื่อนมีความนุ่มนวลกว่า สามารถปรับความแข็งของลมยางได้ ราคาประหยัด หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป

จุดด้อยคือ  อาจจะต้องคอยเติมลมอยู่บ่อย ๆ  ต้องระวังวัตถุแหลมคม เช่น ตะปู เพราะหากโดนตำเข้าไปแล้วจะทำให้ยางรั่วได้ แต่ก็สามารถปะได้เช่นเดียวกับยางรถยนต์

ล้อยางตัน

จุดเด่นคือ แข็งแรง ทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แทบจะไม่ต้องมีการบำรุงรักษา

จุดด้อยคือ น้ำหนักมากกว่ายางเติมลม ยางตันในปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าอดีตเยอะมาก วัสดุที่นำมาผลิตมีคุณภาพ และประสิทธิภาพดีมาก ทำให้ราคาค่อนข้างสูง

แบตเตอรี่วีลแชร์ไฟฟ้า แบตแห้ง VS แบตลิเธียมไอออน ?
รถเข็นไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยแหล่งไฟจาก Battery แต่ก่อนจะมีแต่แบตแห้ง (หน้าตาคล้ายแบตมอเตอร์ไซค์) มีนน. 5-10Kg ปัจจุบันมีการพัฒนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนให้มีความจุมากขึ้น หากเทียบแล้วแบตเตอรี่ที่มีขนาดเท่ากันเช่น 24V 8AH แบตทั่วไปแบตแห้งจะน้ำหนักประมาณ 9Kg ส่วนแบตเตอรี่แบบ Lithium Ion มีน้ำหนักเพียง 2Kg เท่านั้น

แบตแห้ง (Lead acid)  แบตลิเธียมไออน (Lithium Ion)
น้ำหนัก 5-10 กิโลกรัม น้ำหนัก 2-5 กิโลกรัม
กำลังไฟน้อยกว่า กำลังไฟมากกว่า
ไม่นิยมนำขึ้นเครื่องบิน นิยมนำขึ้นเครื่องบิน
ราคาประหยัด ราคาสูงกว่า

วิธีการชาร์จแบตวีลแชร์ไฟฟ้า สามารถชาร์จผ่านตัวอะแดปเตอร์กับไฟฟ้าบ้านปกติ


รถเข็นไฟฟ้าใช้ที่บ้าน VS เที่ยวในประเทศ VS เที่ยวต่างประเทศ

  • ใช้ที่บ้านหรือ บริเวณบ้านไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงน้ำหนักมากนัก สามารถเลือกได้ทุกรุ่น โดยมากรุ่นที่นน.มากจะราคาถูกกว่ารุ่นที่มีนน.เบา
  • ใช้ไปเที่ยวบ้างเป็นครั้งคราว เที่ยวห้าง ต้องนำขึ้นรถ ควรคำนึงถึงขนาดเมื่อพับตัวรถ และ นน.เป็นสำคัญ เพื่อที่คนดูแลสามารถยกขึ้นรถให้ได้ ยิ่งพับได้เล็ก หรือ นน.เบายิ่งเหมาะ
  • ใช้ไปเที่ยวต่างประเทศ หรือต้องขึ้นเครื่องบิน ควรจะเป็นรถเข็นที่ออกแบบมาให้ขึ้นเครื่องบิน แบตเตอรี่ต้องเป็นแบบ Lithium Ion และมีความจุตามที่กฏหมายการบินระหว่างประเทศกำหนด อาจจะอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ รีวิวนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบิน