fbpx

ข้อแตกต่างรถเข็นไฟฟ้า VS สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

ข้อแตกต่างรถเข็นไฟฟ้า VS สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าปัจจุบันเริ่มมีการนิยมมากขึ้น เพราะความสะดวกในการใช้งานและข้อดีต่างๆ เช่น การใช้งานที่ไม่ต้องเติมน้ำมัน การดูแลรักษาง่าย สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก และสามารถขับขี่ได้อย่างสนุกสนาน ก็มีข้อดีและข้อเสียเหมือนกัน  ในส่วนของข้อดี สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้ไฟฟ้า หรือเป็นการชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่โดยตรง ไม่ใช้น้ำมัน หรือปล่อยมลพิษออกสู่ชั้นบรรยากาศนั่นเอง แต่ก็จะมีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ที่ยังทันสมัยและจะพบได้ก่อนหน้านี้ นั่นก็คือ รถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้า

ในปัจจุบัน กระแสความนิยมในการใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณผู้อ่านหลายคนคงเคยเห็นคนขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าผ่านสายตาอยู่บ้าง แต่สกู๊ตเตอร์เพียงคันเดียว ไม่สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานของเราได้ครบถ้วนแน่นอน จริงๆ แล้วสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ ก็จะเหมาะกับผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ขึ้นชื่อว่า 2 ล้อ จะให้มีระบบความปลอดภัยเหมือนเหมือนรถเข็นไฟฟ้าประเภท 4 ล้อ เป็นไปไม่ได้แน่นอนค่ะ ดังนั้น รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจริงๆแล้วจะเหมาะกับวัยเด็กที่สามารถถีบจักรยาน 2 ล้อได้ ไปจนถึงวัยรุ่นวัยทำงานที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ปกติดี นั่นหมายความว่ารถไฟฟ้าสกู๊ตเตอร์ไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการด้านการเคลื่อนไหว แต่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า2ล้อนั้น ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนเลย นั่นก็คือเรื่องราคา เนื่องจากราคาไม่สูง แต่ระบบความปลอดภัยและระบบฟังก์ชั่นการใช้งานยังยากสำหรับผู้สูงอายุ ดังนั้นวันนี้เรามาดูตารางเปรียบเทียบสเปคและลักษณะข้อแตกต่างระหว่าง รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า VS รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ  กันเลยค่ะ 

ประเภทหัวข้อ รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า

รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ

ราคา ❌ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 19,900 – 69,900 บาท ( ตามสเปค )  ✅ 2,500-3,000 บาท 
ล้อ                           ✅ มี 4 ล้อ ล้อหน้ามีขนาดเล็ก ล้อหลังมีขนาดใหญ่กว่า สามารถทรงตัวได้ดีเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ
และคนพิการทุภพลภาพ เหมาะสำหรับขับบนผิวราบเรียบ หรือขับเคลื่อนในพื้นผิวขรุขระที่มีหินได้

❌ มี 2 ล้อ คล้ายจักรยาน ล้อหลังและล้อหลังมีขนาดเท่ากัน เวลาวิ่งในพื้นที่ขรุขระ
อาจทำให้พลิกคว่ำได้ง่าย  เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
และทรงตัวได้เองเหมาะสำหรับขับในถนนที่ราบเรียบเท่านั้น  

การพับ เก็บ ✅   สามารถพับเก็บได้ พกพาเดินทางท่องเที่ยวได้  ✅   สามารถพับเก็บได้ 
การใช้งาน ✅ ชาร์จแบต 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะสูงสุด 25-27 กิโลเมตร
เนื่องจากมีความจุแบตเตอรี่สูงถึง 24V 12Ah กำลังมอเตอร์ข้างละ 250W x2 ล้อสามารถรองรับ
น้ำหนักผู้นั่งได้สูงสุดถึง 120 กก. มอเตอร์สมูท ใช้งานง่าย
บังคับทิศทางได้เพียงปลายนิ้ว ไม่ต้องออกแรงเยอะ และสามารถบังคับทิศทางได้ 360 องศา
เบาะกว้างนั่งสบายเหมือนนั่งเก้าอี้อยู่บ้าน เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย 
❌ ชาร์จแบต 1 ครั้งวิ่งได้ระยะสูงสุด 10-15 กิโลเมตร เนื่องจากความจุแบตเตอรี่เพียง
24V 8A  กำลังมอเตอร์ 240W x 1 ที่ล้อหน้าเท่านั้นหรือเรียกง่ายๆ
ว่าขับเคลื่อนล้อหน้าโดยใช้ระบบแบบสายพาน จึงใช้งานไม่ค่อยทนทานเท่าไหร่นัก
รับน้ำหนักผู้นั่งได้เพียง80 กก. เท่านั้น ขับเคลื่อนยาก ต้องใช้แรงในการบิด เบาะเล็กคล้ายกับ
เบาะรถจักรยาน จึงไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการ 
 ความปลอดภัย  ✅ รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีระบบเบรคหน่วงไฟฟ้า หรือระบบเบรคไฟฟ้าอัตโนมัติ  ❌ ระบบเบรคเป็นระบบเบรคแบบแมนนวล ต้องกำเบรครถสกู๊ตเตอร์ถึงหยุด 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อดูจากตารางเปรียบเทียบแล้ว หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจว่า ระหว่างรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า กับ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ แท้จริงแล้ว เหมาะสำหรับใครเป็นผู้ใช้งานกันแน่ ?? แต่…สำหรับสกู๊ตเตอร์ 2 ล้อ จากการมองด้วยตาเปล่า แน่นอนว่าไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสกู๊ตเตอร์มีเพียงแค่ 2 ล้อ เบาะค่อนข้างเล็กเหมือนจักรยาน จะต้องใช้ความชำนาญเกี่ยวกับการนั่งทรงตัว และใช้ทักษะของการขับขี่รถจักรยาน หรือมอเตอร์ไซค์ ถึงจะสามารถทรงตัวอยู่บนสกู๊ตเตอร์ 2 ล้อได้ และต้องใช้เทคนิค การสลับสวิตซ์เดินหน้า-ถอยหลังอีกด้วย จึงจะเหมาะสำหรับเด็กๆ ที่มีสุขภาพแข็งแรง และปกติทั่วไป ไปจนถึงวัยรุ่นกลางคนและวัยคนทำงาน  ถึงจะสามารถใช้งานได้ เราอาจจะเรียกอุปกรณ์ตัวนี้ว่า ” ของเล่นอิเล็คโทรนิค ” แทนการเรียกว่า ” อุปกรณ์ช่วยเหลือด้านการเคลื่อนไหว
ดังนั้น รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อที่ราคาเบาๆ เพียงหลักพันบาท ใครๆก็สามารถจับต้องได้ จริงๆแล้ว ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ที่จะให้ผู้สูงอายุใช้งาน เนื่องจากผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้นแล้ว ความสะมารถที่จะนั่งทรงตัว และบังคับได้ ถือว่าเป็นเรื่องยากลำบาก เนื่องจากมีวิธีการบังคับใช้งานที่ซับซ้อน อาจทำให้ผู้สูงอายุเกิดความสับสนในระหว่างการใช้งาน

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีแบบไหนบ้าง ?
ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปเรื่อยๆแบบไม่หยุดนิ่ง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็เช่นกัน ทีมีทั้งรูปร่าง ลักษณะหน้าตา และจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันออกไปส่วนใหญ่ที่เราพบได้ตามท้องถนน จะแบ่งดังนี้

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า3ล้อ
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 4 ล้อ

สำหรับผู้สูงอายุที่ใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จะเป็นผู้สูงอายุกลุ่มที่ยังสามารถเดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ยังไม่อยากจะนั่งรถเข็นวีลแชร์ หรือวีลแชร์ไฟฟ้า แต่เดินไกลๆมากแล้ว อาจจะเหนื่อย จึงเลือกใช้งานรถเข็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟา้ แต่จริงๆแล้วหลายๆท่านคงไม่ทราบว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าหากถามว่าเหมาะสำหรับผู้สูงอายุใช้งาน พกพาออกไปท่องเที่ยวหรือไม่ จริงๆแล้วไม่แนะนำค่ะ

ข้อดีของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 
✔ ราคา ในเรื่องของราคาของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า มีราคาค่อนถูกตั้งแต่หลักพันนิดๆ ไปจนถึงหลักหมื่น ซึ่งถ้าหากซื้อไว้เป็นของเล่นสักชิ้นหนึ่งแบบไม่คิดอะไรมาก ก็สามารถใช้งานได้
✔ ขนาด รถเข็นสกู๊ตเตอร์ 2 ล้อ มีขนาดที่เล็กกระทัดรัดก็จริง แต่ถ้าหากผู้สูงอายุใช้งาน มั่นใจได้ว่าไม่สามารถนั่งได้นานเหมือนกับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าอย่างแน่นอน
การใช้งาน สามารถใช้งานเคลื่อนไหว หรือเดินทางในระยะทางใกล้ๆ แทนการเดิน

ข้อเสียของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 
สถานที่การใช้งาน   เนื่องจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่มีขนาด 3 ล้อ หรือสกู๊ตเตอร์ 4 ล้อ จะมีขนาดช่วงที่ค่อนข้างยาว จึงเหมาะสำหรับใช้งานข้างนอก ใช้งานโรงงานตามโกดัง มากกว่า ไม่เหมาะสำหรับใช้งานในบริเวณตัวบ้าน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือตามสถานที่ราชการต่างๆ เนื่องจากไม่สามารถตีวงแคบได้ ไม่เหมาะสำหรับใช้งานในพื้นที่ ที่มีคนคับขัน
ระบบความปลอดภัย ระบบเบรค ถือว่ายังมีความปลอดภัยน้อยกว่ารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า จึงไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ใช้ระบบเบรคแบบกำมือ ซึ่งปัจจุบันรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า แค่เพียงยกปลายนิ้วออกจากตัวบัง ระบบไฟฟ้าก็จะหยุดเคลื่อนไหวทันที และขนาดของล้อหน้าและหลังมีขนาดเล็กเท่ากัน 2 ล้อ จึงทำให้การใช้งานขณะขับเคลื่อนทรงตัวได้ยาก
ไม่สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ เนื่องจากรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ แบตเตอรี่ที่ใช้ เป็นแบตแบบตะกั่วกรด ไม่สามารถพกพาเดินทางโดยเครื่องบินได้ เพราะกฎการบินพลเรือนได้กำหนดไว้ว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้นั้น จะต้องเป็นแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออน ต้องมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ไม่เกินกว่าที่สายการบินกำหนด และต้องสามารถถอดแยกแบตเตอรี่ออกจากตัวอุปกรณ์ได้ และต้องพกขึ้นเครื่อง Carry on เหมือนกับ Power Bank (พาวเวอร์แบงค์)
❌ นั่งไม่สบาย เนื่องจากเบาะนั่งของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เบาะจะเป็นลักษณะคล้ายกับเบาะจักรยาน
ดังนั้นอาจทำให้นั่งได้แค่ชั่วคราว นั่งได้ไม่นานนัก และคนใช้งานที่มีน้ำหนักมาก สะโพกใหญ่ ยิ่งทำให้การนั่งยากลำบากและไม่เหมาะสำหรับคนที่มีร่างกายที่ใหญ่เท่าที่ควร 

เมื่อได้รู้ข้อดีและข้อเสียของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล้ว เรามาดูข้อดีและข้อเสียของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ากันค่ะ ว่ารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีข้อดีและข้อเสียอย่างไร เหมาะสำหรับใครเป็นผู้ใช้งาน และเหมาะจะใช้งานในสถานที่แบบไหนถึงจะง่าย และสะดวกมากที่สุดค่ะ


” ปัจจุบันรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีการพัฒนารูปแบบให้ทันสมัยมากขึ้น มองดูแล้วไม่เหมือนกับรถเข็นวีลแชร์แบบคนพิการ เพื่อให้คนใช้งานดูแล้วเหมือนกับนั่งเก้าอี้เสียมากกว่า เพราะผู้สูงอายุบางท่านไม่ยอมใช้รถเข็นวีลแชร์ หรือใช้รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า เพราะเขินอายเวลาที่คนอื่นมอง หรือในความคิดของผู้สูงอายุคือไม่อยากให้ผู้อื่นมองว่าเป็นคนพิการนั่นเองค่ะ “

รูปแบบของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่ทันสมัย

รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ารุ่น Pw-222
Q&A เรื่องแบตเตอรีรถวีลแชร์ไฟฟ้าที่คุณต้องรู้
รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite pro เบา16 กก. พับได้เล็กกระทัดรัด
รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-301+ น้ำหนัก 18.5 กก. นั่งสบาย

รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หรือเก้าอี้รถเข็นไฟฟ้านี้เหมาะสำหรับใครมากที่สุด ?? 
จริงๆแล้ว ไม่ใช่คนพิการ ก็สามารถใช้งานได้ เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องของการเคลื่อนไหว แต่…ใครบ้างล่ะ ? ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว  ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการที่บกพร่องทางด้านการเคลื่อนไหว ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเดิน การเคลื่อนตัวช้า หรือผู้ป่วยที่มีการผ่าตัดขาหรือเข่า ก็สามารถใช้งานรถเข็นไฟฟ้าได้ เพราะรถเข็นไฟฟ้า จะช่วยอำนวยความสะดวกพาเราไปในทุกที่ โดยไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาเข็น และสามารถใช้งานได้คล่องตัว บังคับง่ายเพียงใช้ปลายนิ้วเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่อยากจะช่วยเหลือตัวเอง ไม่เป็นภาระของคนอื่น และสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้โดยตัวเอง
หรือแม้กระทั่งลูกหลานที่มีร่างกายปกติทั่วไป ต้องการไปเดินเที่ยวตามห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์จัดแสดงโชว์สินค้าที่มีขนาดใหญ่ หรือแม้กระทั่งตามงานแฟร์ในที่ต่างๆ จะพบเห็นผู้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสถานที่เหล่านั้นมีขนาดกว้างใหญ่ อาจทำให้การเดินช็อปปิ้งไม่ทั่วถึง ก็เอารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าของคุณพ่อ คุณแม่นี่แหละค่ะ ไปใช้ในงาน 

รีวิวนั่งรถเข็นไฟฟ้า Lite pro
รีวิวนั่งรถเข็นไฟฟ้า Pw-222
รีวิวนั่งรถเข็นไฟฟ้า Pw-301+

” ผู้สูงอายุ เมื่อมีอายุมากขึ้นสภาพร่างกาย กำลังก็มีการถดถอยลงไป เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาเราจะพาผู้สูงอายุออกไปข้างนอกก็อาจจะทำให้ท่านปวดเมื่อย เหนื่อยง่าย หรือเคลื่อนไหวช้า อาจทำให้เป็นอุปสรคคในการเดินทาง ซึ่งบางครั้งลูกหลานก็อยากจะพาผู้สูงอายุเหล่านั้นออกไปเที่ยวเพื่อเปิดหูเปิดตาทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น และมีความสุขในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน  “

เรามาดูข้อดีและข้อเสียของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ที่แตกต่างจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากันดีกว่าค่ะ

เปิดใจคุณแม่(และคุณลูก) วีลแชร์ไฟฟ้า..ดีอย่างไร?

ข้อดีของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า 
✔ ขนาดของเบาะนั่ง  รถเข็นไฟฟ้า เปรียบเสมือนกับเก้าอี้นั่งที่สามารถเคลื่อนที่ได้ ควบคุมโดยการใช้นิ้วโยกบังคับตัวจอยสติ๊ก ดังนั้นในเรื่องของการนั่ง ก็จะทำให้นั่งสบาย เบาะมีขนาดหนา และนุ่ม รองรับกับสรีระของผู้สูงอายุ หรือคนทั่วไปนั่งนานๆได้ ไม่เมื่อย และสามารถพิงพนักพิงได้อีกด้วย
✔ ระบบความปลอดภัย รถเข็นไฟฟ้า ควบคุมง่าย ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่บกพร่องทางการเคลื่อนไหว มีระบบเบรคที่มีความปลอดภัยสูง เมื่อเราปล่อยมือจากคันโยกบังคับ ตัวรถเข็นไฟฟ้าก็หยุดทันที มีระบบเบรคหน่วงไฟฟ้า ไม่ต้องใช้เบรคแมนนวล ทำให้การใช้งานมีความเรียบง่าย ปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน
✔ สถานที่ รถเข็นไฟฟ้าสามารถใช้งานได้ในทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน นอกบ้าน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือแม้แต่กระทั่งสถานที่ตามราชการต่างๆ เพราะปัจจุบันในประเทศไทยได้มีการปรับปรุงและสร้างทางลาดชันเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ซึ่งสะดวกสบายมากๆ หรือแม้กระทั่งตามถนนหนทาง ร่องสวนหรือในพื้นที่ต่างจังหวัดที่เป็นพื้นผิวขรุขระ ก็สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัว
✔ สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ รถเข็นไฟฟ้าควบคุมการทำงานผ่านจอยสติ๊ก และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ในปัจจุบันรถเข็นไฟฟ้าสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้อยู่ 2 ประเภทด้วยกันนั่นก็คือ
แบตแห้ง หรือตะกั่วกรด แบตเตอรี่ประเภทแบตแห้ง หรือแบตตะกั่วกรด เป็นแบตเตอรี่คล้ายๆกับแบตเตอรี่รถยนต์ แต่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ข้อดีของแบตเตอรี่ประเภท Lead Acid ราคาไม่สูง

Q&A เรื่องแบตเตอรีรถวีลแชร์ไฟฟ้าที่คุณต้องรู้
แบตเตอรีรถเข็นไฟฟ้า

แบตลิเธียมไอออน เป็นแบตเตอรี่ที่สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ เนื่องจากมีคุณลักษณะที่ถูกต้องตามกฎการบินพลเรือนที่ได้กำหนดไว้ดังนี้ แบตเตอรี่ของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่สามารถพกขึ้นเครื่องบินได้ แบตเตอรี่จะต้องเป็นประเภทลิเธียมไออนเท่านั้น และสามารถถอดแยกจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าได้ โดยมีความจุไม่เกินที่สายการบินกำหนด ถึงจะสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ โดยรถเข็นไฟฟ้าของ Elife ที่แบตเตอรี่เป็นลิเธียมไอออนและนิยมใช้พกพาขึ้นเครื่องบินดังนี้


แบตเตอรี่วีลแชร์ไฟฟ้า แบตแห้ง VS แบตลิเธียม ?
รถเข็นไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยแหล่งไฟจาก Battery เนื่องจากเมื่อก่อนจะนิยมใช้งานแต่แบตแห้ง (หน้าตาคล้ายแบตมอเตอร์ไซค์) มีนน. 5-10Kg เพราะราคาไม่สูง สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ปัจจุบันมีการพัฒนาแบตเตอรี่ ประเภทลิเธียมไอออนเพื่อให้มีความจุมากขึ้น หากเทียบแล้วแบตเตอรี่ที่มีขนาดเท่ากันเช่น ความจุ 24V 8AH ถ้าเป็นแบตทั่วไปหรือแบตแห้งจะน้ำหนักประมาณ 9Kg ส่วนแบตเตอรี่ประเภท Lithium Ion มีน้ำหนักเบาเพียง 2Kg เท่านั้น

ข้อเสียของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า 
❌ ราคา เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีระบบไฟฟ้าที่สมูท ใช้งานง่ายและปลอดภัย เมื่อเทียบราคาระหว่างสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า VS รถเข็นไฟฟ้า ทำให้รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีราคาที่สูงกว่า แต่ก็ยังอยู่ในราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ และสามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันจริงๆ และยังสามารถใช้งานได้ทุกวัน เมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล้ว ใช้งานได้เฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น
❌ ขนาดเวลาพับเก็บ เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีขนาดความกว้างของเบาะนั่งกว้างและนั่งสบายกว่ารถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ดังนั้นจึงทำให้การพับเก็บอาจจะมีขนาดที่ใหญ่และมีน้ำหนักมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ทุกรุ่น เพราะปัจจุบันมีการพัฒนารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าให้มีน้ำหนักที่เบาลงเพื่อที่จะสามารถพกพาออกข้างนอกได้

เมื่อได้เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียระหว่างคุณสมบัติของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่ารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์การใช้งาน และเหมาะสำหรับใช้งานกับผู้สูงอายุ และผู้พิการมากกว่ารถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีเบาะที่กว้างนั่งสบาย มีระบบความปลอดภัยสูง มีล้อทั้งหมด 4 ล้อ ไม่ต้องใช้เทคนิคการทรงตัวยาก ควบคุมการเคลื่อนไหวเดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว ไม่ต้องใช้เทคนิคความจำที่ซับซ้อน และที่สำคัญรถเข็นไฟฟ้าบางรุ่น ยังสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้อีกด้วยค่ะ 


 

รีวิวการใช้งาน Smart Car (ไฟส่องสว่างหน้า ไฟกระพริบเตือน ช่องUSB Fast Charge)

ไฟติดรถเข็นไฟฟ้า

เพราะวิสัยในเวลากลางคืนไม่ชัดเจนเท่าเวลากลางวัน ดังนั้นการออกเดินทางหรือทำกิจกรรมในที่มืดอาจ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น บางท่านอาจจะแก้ปัญหาในการถือไฟฉาย,ไฟจากมือถือ,หรือจากเทียน ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถให้แสงสว่างเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น อาจจะช่วยแก้ปัญหาในเบื้องต้นได้หากท่านไม่ได้ใช้วีลแชร์ในเวลากลางคืนไปในที่ไกลๆ แต่ในทางตรงข้ามหากท่านจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ในเวลากลางคืนไปโรงพยาบาลหรือสถานที่ไกลๆในเวลาฉุกเฉิน อุปกรณ์จำพวกไฟฉายอาจทำให้การใช้งานยุ่งยากขึ้นและมีความปลอดภัยไม่เพียงพอเพราะไม่มีไฟท้ายหรือไฟฉุกเฉิน ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนทางด้านหลังเพราะมองไม่เห็นวีลแชร์ของท่าน หรือแสงไฟสว่างไม่เพียงพอสำหรับส่องพื้นผิว ทางชัน พื้นต่างระดับบนถนน ซึ่งทำให้เกิดวีลแชร์พลิกคว่ำหรือสะดุดล้มได้

ไฟรถเข็นไฟฟ้าSmartcar
รีวิวจากอาม่า
รีวิวไฟฉุกเฉินรถเข็นไฟฟ้า
SmartCar

ทางเราคำนึงถึงอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากแสงสว่างไม่เพียงพอ เพราะผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรือในกรุงเทพ ก็ยังมีความจำเป็นที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าในเวลากลางคืน จึงมีการคิดค้นพฒนาอุปกรณ์เสริมตัวนนี้ขึ้นมา Smart Car หรือที่หลายท่านเข้าใจว่า ไฟเสริมสำหรับรถเข็นวีลแชร์ แต่ความพิเศษก็คือตัวนี้ประกอบด้วย 1.ไฟหน้าสำหรับส่องแสงสว่าง พื้นถนน ทางลาดชัน ในพื้นที่กลางคืน 2. ไฟหลังกระพริบ สำหรับขอความช่วยเหลือหรือเป็นไฟฉุกเฉิน 3.ช่อง USB รองรับระบบ Fast Charge จำนวน 2 ช่อง ไว้สำหรับใช้ไฟในยามฉุกเฉิน เช่น การชาร์จแบตโทรศัพท์ ต่อกับพัดลม รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี USB ทั้งหมด ซึ่งระบบทั้งหมดถูกออกแบบพิเศษโดยทีมวิศวกรของอีไลฟ์ มาดูรีวิวกันเลยค่ะ

ใช้งานง่ายเพียงกดสวิตซ์

สามารถใช้USBพร้อมกัน 2 ช่อง

ไฟท้ายรถเข็นไฟฟ้า

SmartCar คือไฟเสริมสำหรับรถเข็นไฟฟ้าและวีลแชร์ไฟฟ้า ประกอบด้วย

  • ไฟหน้า 2 ข้าง สำหรับส่องแสงสว่าง ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นทาง สภาพถนนในเวลากลางคืนได้ชัดเจนขึ้น ป้องกันอันตรายรถจากด้านหน้า
  • ไฟท้ายกระพริบสีแดง สามารถป้องกันอันตรายรถจากด้านหลัง เป็นไฟสำหรับขอทาง
  • มี Power Socket USB  จำนวน 2 ช่อง สามารถใช้ชาร์แบตสมาร์ทโฟน พัดลม ไฟฉาย หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดที่ใช้งานโดย USB ที่สำคัญรองรับ Fast Charge และเสียบใช้งานพร้อมกันได้

จุดเด่น

  • Power Socket USB ที่เป็น Fast Charge สามารถใช้ไฟในยามฉุกเฉิน
  • มีตัวเลขแสดงสถานะที่ใช้แบตเตอรีไป
  • ทำงานร่วมกับแบตเตอรีรถเข็นไฟฟ้าแต่ประหยัดไฟ
  • สามารถใช้ได้ทั้งกลางคืนและกลางวัน
  • หากไม่ใช้งานสามารถปิดได้
  • อุปกรณ์ไม่มีผลกับการพับวีลแชร์ ไม่กินพื้นที่และไม่เพิ่มน้ำหนัก
  • ไม่ส่งผลกับการใช้งานรถเข็นไฟฟ้าเมื่อปิดการใช้งานยังบังคับรถเข็นได้ปกติ

วิธีการใช้งาน

  • ต่อสายเปิดขั้วแบตเตอรีให้ทำงาน
  • กดสวิตซ์เปิดใต้กล่อง SmartCar ไฟหน้า ไฟหลังติดไฟ และ USB พร้อมใช้งานแล้ว
  • เมื่อต้องการปิดการใช้งานให้กดเปิดสวิตซ์SmartCar อย่างเดียว (รถเข็นไฟฟ้าสามารถบังคับไฟฟ้าต่อได้)

การดูแลรักษา

  • หลีกเลี่ยงน้ำและความชื้น
  • ไม่ควรถอดรื้ออุปกรณ์เสริมเอง

อายุการใช้งาน

  • 1-2 ปี แล้วแต่การใช้งานของแต่ละท่าน

เหมาะกับใครบ้าง

  • ผู้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าที่ต้องการความปลอดภัยมากขึ้น
  • ผู้ใช้งานที่ใช้รถเข็นนอกสถานที่เป็นประจำ
  • ผู้ใช้งานต่างจังหวัดที่ใช้งานบนถนนขรุขระในเวลากลางคืน
  • ผู้ใช้งานที่ต้องการทำให้รถเข็นไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกได้มากขึ้น
USBจำนวน 2 ช่อง
รองรับระบบ Fast Charge
รีวิวไฟท้ายรถเข็นไฟฟ้า
ไฟท้ายรถเข็นไฟฟ้า
รีวิวSmartcar
ไฟจากด้านหน้า

สรุป 

อุปกรณ์เสริม SmartCar เป็นประโยชน์มากๆกับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าในเวลากลางคืนอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ติดกับรถเข็นไฟฟ้าไว้ไม่เสียหายค่ะ เพราะไม่ได้ไประบบกวนระบบต่างๆของตัวรถเข็น ไม่มีสายไฟห้อยเกะกะทั้งตอนพับและตอนใช้งาน เมื่อมีแสงสว่างเพียงทำให้สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าในเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ใช้งานเองและคนนอกที่มองไม่เห็น นอกจากนี้ตัว USB ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าในระยะทางไกลๆ หรือใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆท่านก็สามารถใช้ไฟฉุกเฉินผ่านตัวรถเข็นไฟฟ้าได้เลย


ไฟติดรถเข็นวีลแชร์ป้องกันอุบัติเหตุได้จริงหรือ ?

ไฟติดรถเข็นวีลแชร์ป้องกันอุบัติเหตุได้จริงหรือ ?

เพราะวิสัยในเวลากลางคืนไม่ชัดเจนเท่าเวลากลางวัน ดังนั้นการออกเดินทางหรือทำกิจกรรมในที่มืดอาจ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น บางท่านอาจจะแก้ปัญหาในการถือไฟฉาย,ไฟจากมือถือ,หรือจากเทียน ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถให้แสงสว่างเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น อาจจะช่วยแก้ปัญหาในเบื้องต้นได้หากท่านไม่ได้ใช้วีลแชร์ในเวลากลางคืนไปในที่ไกลๆ แต่ในทางตรงข้ามหากท่านจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ในเวลากลางคืนไปโรงพยาบาลหรือสถานที่ไกลๆในเวลาฉุกเฉิน อุปกรณ์จำพวกไฟฉายอาจทำให้การใช้งานยุ่งยากขึ้นและมีความปลอดภัยไม่เพียงพอเพราะไม่มีไฟท้ายหรือไฟฉุกเฉิน ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนทางด้านหลังเพราะมองไม่เห็นวีลแชร์ของท่าน หรือแสงไฟสว่างไม่เพียงพอสำหรับส่องพื้นผิว ทางชัน พื้นต่างระดับบนถนน ซึ่งทำให้เกิดวีลแชร์พลิกคว่ำหรือสะดุดล้มได้

อุบัติเหตุจากวีลแชร์
ตัวอย่างถนนในเวลากลางคืน

จากภาพจะเห็นได้ว่าแสงสว่างน้อยมากๆ

สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลายๆอาจมองข้ามไป เพราะคิดว่าเวลากลางคืนไม่ได้ใช้งานวีลแชร์อยู่แล้ว ซึ่งจริงๆแล้วเราไม่อาจคาดคิดว่าหากคืนนึงจำเป็นต้องใช้วีลแชร์เพื่อไปขอความช่วยเหลือจากบ้านข้างๆ ถ้าเวลานั้นเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงเราอาจจะแก้ปัญหาไม่ทันแล้วก็ได้ อุปกรณ์เสริมมีหน้าที่อะไรสามารถขับวีลแชร์ในเวลากลางคืนได้อย่างปลอดภัย และยังช่วยเสริมความมั่นใจให้กับผู้ใช้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เมื่อวิเคราะห์จากผู้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าแล้ว ผู้พิการส่วนใหญ่ยังใช้งานวีลแชร์เดินทางในเวลากลางคืนไม่ว่าจะเป็นการขับออกนอกถนนหรือภายในบ้านซึ่งไฟบนถนนหรือไฟรอบสถานที่นั้นๆอาจจะยังไม่เพียงพอ

ผู้พิการเดินทางกลับบ้านในเวลากลางคืน
ผู้พิการใช้งานวีลแชร์ตอนกลางคืน

อุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นกับผู้ขับรถเข็นวีลแชร์ได้เช่นกัน ไม่ควรมองข้ามหากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่คุ้มกับผลเสียที่จะได้รับ

ในประเทศไทยอาจยังไม่นิยมใช้ไฟติดวีลแชร์ แต่ผู้ใช้งานวีลแชร์ในต่างประเทศค่อนข้างนิยมและให้ความสำคัญกับไฟของวีลแชร์มากๆ นิยมมีการนำแต่งไฟหลากหลายสีให้รถเข็นวีลแชร์ราวกับแต่งรถยนต์เลยทีเดียว นอกจากใช้เพื่อความปลอดภัยแล้วยังสามารถทำให้รถเข็นไฟฟ้าของดูเท่ มีเอกลักษณ์มากขึ้น ไม่เหมือนรถเข็นที่คนป่วยใช้ ผู้ใช้งานที่เป็นวัยรุ่นหรือวัยสูงอายุก็จะมีความสุขกับการใช้วีลแชร์มากขึ้นอีกด้วย

ตัวอย่างผู้ใช้งานจากต่างประเทศ
ตัวอย่างผู้ใช้งานจากต่างประเทศ

สรุป

  • ประโยชน์ของการติดไฟให้รถเข็นวีลแชร์สามารถป้องกันอุบัติเหตุในการใช้งานตอนกลางคืน เมื่อมีแสงไฟก็จะทำให้การมองเห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทำให้คนภายนอกมองเห็นเราและเราก็สามารถมองเห็นสิ่งแวดล้อมภายนอกได้เช่นกัน
  • สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเพื่อความสวยงามหรือเพื่อความปลอดภัยการติดไฟให้กับรถเข็นวีลแชร์เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลย เพราะสุดท้ายแล้วเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นก็ไม่คุ้มกับความเสียหายที่จะได้รับแน่นอน

12ข้อดี รถเข็นไฟฟ้า ดีกว่า Wheelchair ธรรมดาอย่างไร?

12ข้อดี รถเข็นไฟฟ้า ดีกว่า Wheelchair ธรรมดาอย่างไร?

สวัสดีครับหลายคนคงรู้จัก Wheelchair หรือ บางคนเรียกว่า รถเข็นนั่ง, รถเข็นคนป่วย, รถเข็นคนชรา วีลแชร์เป็นยานพาหนะจำเป็นสำหรับใครหลายๆคน ผู้สูงอายุที่เดินเหินไม่สะดวก, ผู้ป่วย, คนประสบอุบัติเหตุ วีลแชร์นั้นก็มีหลายแบบทั้งแบบ เข็นเองได้ที่ล้อมีที่จับสำหรับหมุน, แบบให้ผู้อื่นเข็นให้ ใช้ในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ใบบทความนี้เราจะพูดถึง รถเข็นไฟฟ้า (วีลแชร์ที่ติดมอเตอร์ไฟฟ้า) และ 12 ข้อดีของมันครับ

Wheelchair มาจาก Wheel ที่แปลว่าล้อ Chair ที่แปลว่าเก้าอี้ อันนี้ตรงตัวคือเก้าอี้มีล้อ Wheelchair มีมานานหลายร้อยปี ทั้งในบันทึกประเทศจีนโบราณ ในยุโรป จวบจนปัจจุบัน วีลแชร์แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย หน้าตัวยังเหมือนเดิม ต่างกันที่วัสดุที่ใช้จากเมื่อก่อนทำจากไม้, เหล็ก, หนัง ปัจจุบัน วีลแชร์ทำจาก อลูมิเนียม, ยางสังเคราะห์ และ เบาะพลาสติก การเปลี่ยนแปลงจริงๆมาจากเริ่มมีการพัฒนาแบตเตอรี่ไฟฟ้า ที่มีความจุได้มากขึ้นและมีขนาดเล็กลง สามารถใช้กับมอเมอเตอร์ที่ติดบนวีลแชร์ ทำให้รถเข็นไฟฟ้าเป็นที่นิยมจากขึ้นในช่วง 30-40ปีที่ผ่านมา

Power Wheelchair หรือ รถเข็นไฟฟ้า คือ วีลแชร์ที่ออกแบบติดมอเตอร์และคันบังคับเข้ามา ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เป็นตัวขับเคลื่อน ผู้ใช้สามารถบังคับด้วยนิ้วบนคันบังคับ การบังคับจะไม่เหมือนรถยนต์จะตอบสนองและสามารถวิ่งในทิศทางอิสระมากกว่ารถยนต์ (รถเข็นไฟฟ้าประกอบด้วยมอเตอร์ 2 ตัวทำงานอิสระต่อก้น) วิ่งได้ 360องศา สามารถหมุนรอบตัวเอง วิ่งในพื้นที่แคบๆได้ ผู้บังคับแทบไม่ต้องออกแรงเหมือนรถเข็นนั่งทั่วๆไป

ซ้าย Manual Wheelchair รถเข็นผู้ป่วย ใช้มือหมุนออกแรงหมุน ตามนน.ของผู้นั่ง / ขวา Power Wheelchair รถเข็นไฟฟ้า บังคับด้วยนิ้ว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

เราได้สรุป 12 ข้อดีของ รถเข็นไฟฟ้า มีจุดเด่นและดีอย่างไงตามข้างล่างนี้

  1. ผู้ใช้สามารถบังคับไปในที่ที่ตนต้องการได้จริงๆ ไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาช่วยเหลือ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไปในสถานที่ต่างๆได้เอง เช่นสามารถไปยังจุดต่างๆของบ้าน, ห้องครัว, ห้องนั่งเล่นได้ บางท่านเอารถเข็นไฟฟ้าไปจ่ายตลาดหน้าหมู่บ้าน หรือ ไปเยี่ยมเพื่อนบ้านก็มี
  2. สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หลายครั้งผู้สูงอายุ หรือ ผู้พิการต้องอยู่คนเดียว การใช้รถเข็นวีลแชร์ธรรมดา ต้องออกแรงเยอะ ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น ขับไปเปิดประตูหน้าบ้าน ขับไปซื้อของกิน
  3. อิสรภาพ หลายคนที่ได้รับรถเข็นไฟฟ้าไป มีความสุขมากขึ้นเนื่องจากไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นภาระ แก่บุตรหลาน หรือ ผู้ดูแล อิสรภาพเป็นส่วนสำคัญอีกอย่างทำให้มองโลกในแง่มากขึ้น คนแก่บางคนแม้ว่าจะมีบุตรหลานดูแลอย่างใกล้ชิด แต่เมื่อไปห้างต้องให้คนเข็นรถเข็นตลอด เมื่อเทียบกับอีกคนที่ใช้รถเข็นไฟฟ้า

    ใช้รถเข็นไฟฟ้าในบริเวณบ้าน ในหมู่บ้าน ไปหาเพื่อนบ้าน
  4. นั่งสบาย กว่ายานพาหนะอื่น หลายคนนั่งรถเข็นไฟฟ้าเกิน 12 ชม.ต่อวัน รถเข็นไฟฟ้าออกแบบมาให้นั่งได้นาน รองรับสรีระตามหลัก Ergonomics เมื่อเทียบกับยานพาหนะอื่นๆเช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า สามล้อไฟฟ้า ออกแบบมาให้ใช้งานชั่วคราวมากกว่า ไม่เหมาะกันการนั่งนาน
  5. รถเข็นไฟฟ้ามีขนาดเล็ก สามารถใช้ร่วมกับลิฟต์ในห้าง, ห้องน้ำ อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ในห้าง, โรงพยาบาล หรือ งานนิทรรศการต่างๆ เนื่องจากจัดเป็นกลุ่มเดียวกับ Wheelchair   ในขณะที่รถไฟฟ้าอื่นๆ ไม่อนุญาติให้ใช้ห้าง เนื่องจากขนาดที่ใหญ่กว่า
  6. การบังคับที่ตอบสนองกว่า ไม่ได้ใช้แรงในการบังคับ รถเข็นไฟฟ้าจะบังคับด้วยมอเตอร์ 2 ตัวอิสระต่อกัน สามารถบังคับได้ 360องศา ทำให้สามารถวิ่งในพื้นที่ที่จำกัดได้ สามารถหมุนรอบตัวเองได้

    การบังคับ รถเข็นไฟฟ้าสามารถบังคับได้ 360องศา เนื่องจากเคลื่อนที่ด้วยมอเตอร์ สองข้างอิสระต่อกัน รถเข็นไฟฟ้า สามารถหมุนรอบตัวเองได้
  7. สามารถใช้เวลาท่องเที่ยวกับคนใกล้ชิด มีกิจกรรมที่ดีต่อกัน เช่น ลูกพาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศแม่เดินนานไม่ได้ แต่ก่อนจะเที่ยวค่อนข้างยากลูกต้องเข็นตลอด พอมีรถเข็นไฟฟ้า ปล่อยแม่ลง แม่ขับไปไหนมาไหนเอง ลูกถ่ายรูปสนุกสนานกัน 
  8. สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานได้ ตัวอย่างน้องฝ้าย สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ออกงาน ไปเรียน ด้วยรถเข็นไฟฟ้า 
  9. เอาไว้ขนของ สัมภาระ ไม่เหนื่อย อันนี้เป็นข้อดีเสริมของคนใช้รถเข็นไฟฟ้า ที่เราสังเกตุ ผู้ใช้นิยมห้อยของ, ถุง Shopping, สัมภาระ กระเป๋า ไว้กับรถเข็นไฟฟ้า (ลูกๆหลานๆ เอาของมาฝากไว้กับรถเข็นไฟฟ้าของ อาม่า เป็นต้น)
  10. ปัจจุบันรถเข็นไฟฟ้ามีราคาถูก หากย้อนกลับไปเมื่อ 10ปีก่อน รถเข็นไฟฟ้านั้นราคาหลักแสน ปัจจุบันนี้ราคาหมื่นถีง สองหมื่นก็สามารถซื้อได้แล้ว

    ตอนนี้รถเข็นไฟฟ้าได้รับความนิยม ทั้งคนในเมือง หรือ พื้นที่ต่างจังหวัด
  11. รถเข็นไฟฟ้า ปัจจุบันปลอดภัย มีการใช้ Brushless มอเตอร์กับรถเข็นไฟฟ้า มีระบบเบรคอัตโนมัติเมื่อขึ้นบนทางชัน ปลอดภัยกับคนใช้มากขึ้น
  12. มี Function ต่างๆที่น่าสนใจ Smart Wheelchair, บ้างติดตั้งระบบไฟส่องสว่างกับตัวรถ หรือ ติด USB Port ให้ใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆได้สะดวกสบาย 

ข้อสังเกตุในการใช้รถเข็นไฟฟ้า

  • ราคา เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนที่ตัดสินใจเปลี่ยนจากรถ วีลแชร์ เป็น วีลแชร์ไฟฟ้า เมื่อหลายปีก่อนรถเข็นไฟฟ้านั้นมีราคาแพงมากหลักแสน ปัจจุบันราคาถูกลงอย่างมาก หลัก 2 หมื่นก็ได้รุ่นใช้ได้แล้ว ปัจจุบันมีให้เลือกหลายรุ่น รุ่นประหยัด รุ่นเบา รุ่นสมรรถนะ
  • ทัศนคติของคนกับรถเข็นไฟฟ้า หลายคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุมากๆในไทย ยังมีทัศนคติลบ กับวีลแชร์และรถเข็นไฟฟ้าอยู่ บางคนถึงขั้นว่าไปแช่งเค้าว่าเค้าพิการหรอ แต่ในความเป็นจริงการใช้รถเข็นไฟฟ้านั้นใช้เป็นวงกว้างทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว คนแก่ใช้รถเข็นไฟฟ้าเป็นเรื่องปกติเลย เห็นได้ทั่วไปในห้าง รถบริการภาครัฐ หรือ ประเทศในแถบ Scandinavia มีเงินสนันสนุนให้ซื้อรถเข็นไฟฟ้ากันเลยทีเดียว ปัจจุบันคนไทยหันมาใช้รถเข็นไฟฟ้ามากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 


20เทคนิค สร้างบ้านให้ผู้สูงอายุ อยู่สบายกาย สุขใจ

20เทคนิค สร้างบ้านให้ผู้สูงอายุ อยู่สบายกาย สุขใจ

ปี 2563 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 12 ล้านคน (ร้อยละ 18) เข้าข่ายสังคมผู้สูงอายุ (มีประชากรที่อายุมากกว่า 60ปีขึ้นไป เป็นสัดส่วนเกิน 10%) และในอีก 1-2ปีข้างหน้าคาดว่าประเทศจะเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ” (ประชากรอายุมากกว่า 60ปี เป็นสัดส่วนมากกว่า 20%) ผลที่ตามมามากมายไม่ว่าจะเป็นเชิงทางเศรษฐกิจ-ผู้สูงอายุไม่สามารถทำงานได้เหมือนวัยแรงงาน และ อื่นๆมากันมาอีกมากมาย แต่ในบทความนี้เรามามองอีกด้านครับ เราจะสร้างบ้านอย่างไรให้เหมาะกับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนที่เรารัก พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เมื่อพวกท่านอายุมากขึ้นการเดินเหินไม่สะดวก อาจจะต้องใช้เตียงปรับระดับผู้ป่วย หรือ ต้องใช้ Wheelchair หรือ รถเข็นไฟฟ้า เนื่องจากการเดินเหินไม่สะดวก

แนวทางที่ควรคำนึงอันดับหนึ่งของการสร้างหรือที่พักให้ผู้สูงอายุเลย 4S (โดยผู้เขียนบทความ elife)
– Safety ร่างกายผู้สูงอายุไม่แข็งแรงเหมือนก่อน ต้องลดความเสี่ยงทุกอย่างที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ
– Sustainable ออกแบบเพื่อให้ท่านอยู่อย่างสุข สบาย ที่สำคัญต้องดูแลรักษา ง่ายเพิ่งพาตัวเองได้ (ผู้สูงอายุบางท่านอยู่กันเอง ลูกหลาน/คนดูแล อาจจะไปหาบ้าง)
– Smart เดี๋ยวนี้เทคโนโลยี สามารถเข้าช่วยเหลือได้เยอะ เช่น สัญญาณขอความช่วยเหลือ, ไฟเปิดปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าห้องน้ำ, รถเข็นไฟฟ้า, เตียงไฟฟ้า, Sensor ต่างๆ เป็นต้น
– Smooth ทุกอย่างความไร้รอยต่อไม่สะดุดทั้งระดับพื้น และ ส่วนต่างๆในบ้าน ควรลดทางต่างระดับให้น้อยที่สุด, ขอบ มือจับตามๆควรมน

เราสรุปเทคนิคต่างๆ มาจำนวน 20 ข้อดังนี้

  1. ให้ผู้สูงอายุอยู่ชั้นล่าง ลดพื้นที่ต่างระดับให้มากที่สุด หากมีบ้านเดิมอยู่แล้วควรปรับชั้นล่างเป็นที่อยู่ของผู้สูงอายุ ทำระดับพื้นให้เท่ากัน หากเป็นไปได้ให้ปูพื้นใหม่เป็นวัสดุมีพื้นผิวป้องกันไม่ให้ลื่น หากสร้างใหม่ควรออกแบบให้บ้านชั้นหนึ่งไม่มีพื้นที่ต่างระดับ พื้นที่บ้านต่อเนื่อง Flow เชื่อมต่อกัน

    พยายามสร้างพื้นที่ให้ต่อเนื้องกัน ทางต่างระดับให้น้อยที่สุด
  2. กรณีมีพื้นที่ต่างระดับสร้างทางลาดชันให้สำหรับ Wheelchair, รถเข็นไฟฟ้า โดยปกติทางลาดสำหรับวีลแชร์นั้นมีมาตรฐานคือ 1:12 เช่นพื้นต่างระดับกัน 10 cm ทางลาดนั้นต้องมีฐาน 120cm เพื่อความปลอดภัยในกรณีเข็น Wheelchair ขึ้นเอง หรือ แม้กระทั้งใช้รถเข็นไฟฟ้า ความกว้างของทางชันควรจะกว้างประมาณ 90cm ตามมาตรฐาน หรือ 80cm เป็นอย่างน้อย(ธรรมดา ความกว้างฐานล้อ Wheelchair จะอยู่ราว 65-75cm กรณีถ้าพื้นต่างระดับกันมาก ให้มีราวจับด้วย ราวจับ 80-90cm
  3. เรื่องไฟ ส่องสว่าง ความสว่างของตัวบ้าน ลดการหกล้มในผู้สู้อายุ แนะนำเป็นการซ่อนไฟตามทางเดิน, บันได, ห้องน้ำ และ พื้นที่ต่างระดับ

    ติดไฟส่องสว่าง เผื่อกลางคืน และตอนนอนหลับ
  4. ความกว้างของประตู และ ทางเดินกว้าง 90cm  คิดในเว้นระยะให้ขนาดประตู และทางเดิน สำหรับ Wheelchair
  5. ยึดการ Design กลับสู่ธรรมชาติ Universal design การใช้งานกับคนแก่ รวมถึงบางครั้งผู้ใช้งานบางคนอาจจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวอย่างการ Customized ดูจากตัวอย่าง IKEA แจกไฟล์ 3มิติ เพื่อให้ลูกค้าเอาไปพิมพ์ประกับเฟอร์นิเจอร์ของตน 
  6. มือจับ เป็นด้ามจับประตู เป็นแบบด้าม ใช้มือ ศอก หรือไม้เท้าเปิดได้  หลีกเลี่ยงการใช้ลูกบิด หรือ งาน Design ที่สวยแต่ใช้งานยาก

    มือจับลูกบิด ควรจะหลีกเลี่ยง, มือเปิดที่มีลักษณะเป็นก้าน จะดีกว่า คนแก่ใช้งานได้ง่ายกว่า
  7. ตู้, ประตู และหน้าต่าง ควรติดตั้งแบบบานเลื่อน ที่จัดเก็บของ ควรเลือกเป็นแบบบานเลื่อน เพื่อผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้ง่าย ทั้งยังใช้ได้ กับ Wheelchair

    การสร้างประตูบานเลื่อน ง่ายต่อผู้สูงอายุมากกว่า
  8. หน้าต่าง ควรสร้างให้สูงไม่มากกว่า 50cm ผู้สูงอายุสามารถเห็นวิวได้ขณะที่นั่ง Wheelchair ได้
  9. ออกแบบพื้นที่ให้มีการถ่ายเท ของอาการดี ผู้สูงอายุเสี่ยงกับโรคทางเดินหายใจ อาจจะติดเครื่องปรับอากาศ เครื่องกรอกอากาศที่เหมาะสม
  10. ปุ่มฉุกเฉิน เพื่อกดเรียกคนให้มาช่วยเหลือ Emergency Call เหตุไม่ความฝันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ การติดปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน เป็นสิ่งที่ควรมองข้าม
  11. ทางเข้าบ้าน ทำทางลาดสำหรับเข้าบ้านโดยยึกหลัก 1:12 เช่นหากทางต่างระดับกัน 1 เมตรให้ทางลาดมีฐาน 12เมตร โดยให้ดีทางลาดควรมีความกว้าง 90cm กรณีที่มีความยากทางลาดมากควรมีชานพัก และมีราวกั้น สูง 80-90cm
  12. ห้องน้ำ ถ้าทำห้องน้ำใหม่ให้ทำห้องน้ำให้กว้างซักหน่อย สำหรับวีลแชร์ วัตถุพื้นความมีพื้นผิวสัมผัส หรือปูยางกันลื่นในส่วนเปียก เลือกสุขภัณฑ์ที่มีความโค้งมน มีราวจับ
    ตัวอย่าง การออกแบบห้องน้ำจาก SCG Elder Care

    ด้านซ้ายติดราวจับให้ผู้สูงอายุ ด้านขวา พื้นระดับเดียวกันระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้ง โดยให้การแซะร่องเป็นที่ระบายน้ำแทน
  13. ห้องนอน ต้องมีพื้นที่ข้างเตียง ห้องนอนควรเผื่อพื้นที่ด้านข้าง 90cm สำหรับ Wheelchair และ ผู้ดูแลสามารถช่วยเหลือได้ เช่นการอุ้ม คนชรา, การป้อนอาหาร หรือ ดูแลทำความสะอาด ห้องนอนกับห้องน้ำควรอยู่ติดกันไม่มีควรออกแบบให้ไม่มีธรณีกั้นระห่างห้องทั้งสอง ลดการสะดุดล้ม และสามารถใช้ Wheelchair เข้าไปในห้องน้ำได้เลย
  14. ห้องครัว ผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้อยู่ยังใช้ห้องครัวในการทำอาหาร รับประทานอาหาร ควรออกแบบเลือกซื้อโต๊ะที่มีความสูงมากกว่า 80cm สำหรับ Wheelchair เคาท์เตอร์ครัวควรมีความสูง 80cm
  15. ห้องนั่งเล่น เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่โปร่งโล่ง ดูอบอุ่น โดยเฉพาะผิวสัมผัสควรจะโค้งมน ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ ตำแหน่งการวางที่เป็นระเบียบ

    ออกแบบห้องให้สามารถอยู่ด้วยกันระหว่างคนในครอบครัว กับผู้สูงอายุ
  16. สวน เป็นส่วนพักผ่อนหย่อนใจของผู้สูงอายุ ควรออกแบบทางเดินของส่วนเป็นพื้่นที่เรียบ (อาจจะวางเป็นอิฐเว้นระยะ หรือ ปูด้วยแผ่นพลาสติก สแลทรองพื้นสวน) พืชที่ปลูกควรเป็นทรงเตี้ย (ไม่แนะนำต้นไม้ใหญ่จะจ้า) หรือ อาจจะใส่ในกระบะ เลยก็ได้
    ปลูกพื้นในกระบะ ก็ได้เช่นกัน

    ความสุขอย่างหนึ่งของผู้สูงอายุคือการปลูกต้นไม้เช่นกัน
  17. พื้นและวัตถุที่ใช้ปูพื้น ควรเป็นวัสดุที่มีผิวสัมผัส ไม่ควรเป็นวัสดุมันเงา อาจทำให้ลื่น พรมอาจเป็นตัวเลือกแต่อาจจะไม่เหมาะกับเมืองไทยมีเรื่องฝุ่นและทำความสะอาดยาก แนะนำอาจจะใช้เป็นพื้นไม้ลามิเนต หรือ เนื้อไม้จริงก็ไม่ว่ากัน

    เลือกวัตถุปูพื้นก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ การสร้างบ้านให้คนแก่
  18. กรณีต้องมีบันได ให้ราวจับที่ปลอดภัย ควรมีที่พัก หรือ วางเก้าอี้ให้พักได้
  19. พยายามให้เปิดโลงที่สุดเท่าที่ทำได้ กรณีมีเรื่องไม่คาดฝัน ผู้ดูแลสามารถเห็นได้ ช่วยเหลือได้ทันถ่วงที
  20. ทำเลที่ตั้งใกล้โรงพยาบาล ข้อสุดท้ายนี้ที่เอามาเป็นอันสุดท้ายเพราะว่าบางครั้งเราไม่สามารถเลือกได้ หากสามารถเลือกได้อันนี้เป็นส่วนสำคัญเลยที่เดียว หากเลือกไม่ได้ควรติดเบอร์โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดไว้ สามารถติดต่อได้ทันท่วงที

นอกจากที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วทาง อุปกรณ์รถเข็นผู้ป่วย หรือ วีลแชร์ไฟฟ้า ก็เป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวก ใช้ในชีวิตประจำวันได้



  • เตียงไฟฟ้าก็เป็นส่วนหนึ่งทีอำนวยความสะดวกผู้สูงอายุเช่นกัน เช่น สามารถลูกขึ้นนั่งได้เอง เนื่องจากมีปรับให้เตียงตั้งตรงได้, สามารถดู TV หรือ เปลี่ยนท่าของร่างกายได้