fbpx

รีวิวการใช้งาน Smart Car (ไฟส่องสว่างหน้า ไฟกระพริบเตือน ช่องUSB Fast Charge)

ไฟติดรถเข็นไฟฟ้า

เพราะวิสัยในเวลากลางคืนไม่ชัดเจนเท่าเวลากลางวัน ดังนั้นการออกเดินทางหรือทำกิจกรรมในที่มืดอาจ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น บางท่านอาจจะแก้ปัญหาในการถือไฟฉาย,ไฟจากมือถือ,หรือจากเทียน ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถให้แสงสว่างเฉพาะด้านหน้าเท่านั้น อาจจะช่วยแก้ปัญหาในเบื้องต้นได้หากท่านไม่ได้ใช้วีลแชร์ในเวลากลางคืนไปในที่ไกลๆ แต่ในทางตรงข้ามหากท่านจำเป็นต้องใช้วีลแชร์ในเวลากลางคืนไปโรงพยาบาลหรือสถานที่ไกลๆในเวลาฉุกเฉิน อุปกรณ์จำพวกไฟฉายอาจทำให้การใช้งานยุ่งยากขึ้นและมีความปลอดภัยไม่เพียงพอเพราะไม่มีไฟท้ายหรือไฟฉุกเฉิน ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนทางด้านหลังเพราะมองไม่เห็นวีลแชร์ของท่าน หรือแสงไฟสว่างไม่เพียงพอสำหรับส่องพื้นผิว ทางชัน พื้นต่างระดับบนถนน ซึ่งทำให้เกิดวีลแชร์พลิกคว่ำหรือสะดุดล้มได้

ไฟรถเข็นไฟฟ้าSmartcar
รีวิวจากอาม่า
รีวิวไฟฉุกเฉินรถเข็นไฟฟ้า
SmartCar

ทางเราคำนึงถึงอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้เนื่องจากแสงสว่างไม่เพียงพอ เพราะผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นต่างจังหวัดหรือในกรุงเทพ ก็ยังมีความจำเป็นที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าในเวลากลางคืน จึงมีการคิดค้นพฒนาอุปกรณ์เสริมตัวนนี้ขึ้นมา Smart Car หรือที่หลายท่านเข้าใจว่า ไฟเสริมสำหรับรถเข็นวีลแชร์ แต่ความพิเศษก็คือตัวนี้ประกอบด้วย 1.ไฟหน้าสำหรับส่องแสงสว่าง พื้นถนน ทางลาดชัน ในพื้นที่กลางคืน 2. ไฟหลังกระพริบ สำหรับขอความช่วยเหลือหรือเป็นไฟฉุกเฉิน 3.ช่อง USB รองรับระบบ Fast Charge จำนวน 2 ช่อง ไว้สำหรับใช้ไฟในยามฉุกเฉิน เช่น การชาร์จแบตโทรศัพท์ ต่อกับพัดลม รองรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มี USB ทั้งหมด ซึ่งระบบทั้งหมดถูกออกแบบพิเศษโดยทีมวิศวกรของอีไลฟ์ มาดูรีวิวกันเลยค่ะ

ใช้งานง่ายเพียงกดสวิตซ์

สามารถใช้USBพร้อมกัน 2 ช่อง

ไฟท้ายรถเข็นไฟฟ้า

SmartCar คือไฟเสริมสำหรับรถเข็นไฟฟ้าและวีลแชร์ไฟฟ้า ประกอบด้วย

  • ไฟหน้า 2 ข้าง สำหรับส่องแสงสว่าง ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นทาง สภาพถนนในเวลากลางคืนได้ชัดเจนขึ้น ป้องกันอันตรายรถจากด้านหน้า
  • ไฟท้ายกระพริบสีแดง สามารถป้องกันอันตรายรถจากด้านหลัง เป็นไฟสำหรับขอทาง
  • มี Power Socket USB  จำนวน 2 ช่อง สามารถใช้ชาร์แบตสมาร์ทโฟน พัดลม ไฟฉาย หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดที่ใช้งานโดย USB ที่สำคัญรองรับ Fast Charge และเสียบใช้งานพร้อมกันได้

จุดเด่น

  • Power Socket USB ที่เป็น Fast Charge สามารถใช้ไฟในยามฉุกเฉิน
  • มีตัวเลขแสดงสถานะที่ใช้แบตเตอรีไป
  • ทำงานร่วมกับแบตเตอรีรถเข็นไฟฟ้าแต่ประหยัดไฟ
  • สามารถใช้ได้ทั้งกลางคืนและกลางวัน
  • หากไม่ใช้งานสามารถปิดได้
  • อุปกรณ์ไม่มีผลกับการพับวีลแชร์ ไม่กินพื้นที่และไม่เพิ่มน้ำหนัก
  • ไม่ส่งผลกับการใช้งานรถเข็นไฟฟ้าเมื่อปิดการใช้งานยังบังคับรถเข็นได้ปกติ

วิธีการใช้งาน

  • ต่อสายเปิดขั้วแบตเตอรีให้ทำงาน
  • กดสวิตซ์เปิดใต้กล่อง SmartCar ไฟหน้า ไฟหลังติดไฟ และ USB พร้อมใช้งานแล้ว
  • เมื่อต้องการปิดการใช้งานให้กดเปิดสวิตซ์SmartCar อย่างเดียว (รถเข็นไฟฟ้าสามารถบังคับไฟฟ้าต่อได้)

การดูแลรักษา

  • หลีกเลี่ยงน้ำและความชื้น
  • ไม่ควรถอดรื้ออุปกรณ์เสริมเอง

อายุการใช้งาน

  • 1-2 ปี แล้วแต่การใช้งานของแต่ละท่าน

เหมาะกับใครบ้าง

  • ผู้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าที่ต้องการความปลอดภัยมากขึ้น
  • ผู้ใช้งานที่ใช้รถเข็นนอกสถานที่เป็นประจำ
  • ผู้ใช้งานต่างจังหวัดที่ใช้งานบนถนนขรุขระในเวลากลางคืน
  • ผู้ใช้งานที่ต้องการทำให้รถเข็นไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกได้มากขึ้น
USBจำนวน 2 ช่อง
รองรับระบบ Fast Charge
รีวิวไฟท้ายรถเข็นไฟฟ้า
ไฟท้ายรถเข็นไฟฟ้า
รีวิวSmartcar
ไฟจากด้านหน้า

สรุป 

อุปกรณ์เสริม SmartCar เป็นประโยชน์มากๆกับผู้พิการและผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าในเวลากลางคืนอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ติดกับรถเข็นไฟฟ้าไว้ไม่เสียหายค่ะ เพราะไม่ได้ไประบบกวนระบบต่างๆของตัวรถเข็น ไม่มีสายไฟห้อยเกะกะทั้งตอนพับและตอนใช้งาน เมื่อมีแสงสว่างเพียงทำให้สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าในเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ใช้งานเองและคนนอกที่มองไม่เห็น นอกจากนี้ตัว USB ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าในระยะทางไกลๆ หรือใช้งานนอกสถานที่บ่อยๆท่านก็สามารถใช้ไฟฉุกเฉินผ่านตัวรถเข็นไฟฟ้าได้เลย


รีวิวสัญญาณขอความช่วยเหลือ SmartCall อุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย,ผู้สูงอายุ

รีวิวสัญญาณขอความช่วยเหลือ SmartCall อุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย,ผู้สูงอายุ

ในปัจจุบันอุบัติเหตุในผู้สูงอายุมีเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น การพลัดตก หกล้ม การสะดุด ลื่นในห้องน้ำ บางเคสอาจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบ้าง แต่ก็มีบางคนที่บาดเจ็บร้ายแรงถึงขั้นไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งอุบัติเหตุนั้นอาจเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่คาดคิดหรือในเวลานั้นผู้สูงอายุไม่มีคนดูแลอยู่ด้วย วันนี้อีไลฟ์มีอุปกรณ์เสริมตัวพิเศษที่จะทำให้ระยะห่างของผู้ดูแลกับผู้ป่วยไม่น่ากลัวอีกต่อไป

 

อุปกรณ์ที่ว่าก็คือ Smartcall หรือสัญญาณขอความช่วยเหลือแบบพกพาได้นั้นเอง มาดูกันค่ะว่าตัวสมาร์ทคอลเนี่ยประกอบด้วยอะไรบ้าง

เซตSmartcall
  • กล่องควบคุมสัญญาณไฟ มีหน้าที่ควบคุมระบบไฟฟ้าทั้งหมดและเป็นตัวที่ให้เสียงสัญญาณซึ่งตัวนี้ต้องอยู่ติดกับผู้ดูแลหรือวางตำแหน่งใดก็ได้ที่ผู้ดูแลต้องการ
  • รีโมทคอนโทรล มีหน้าที่กดเพื่อเปิดเรียกสัญญาณฉุกเฉินให้ดังขึ้นซึ่งเข้าใจง่ายๆก็คือมีไว้ให้ผู้ป่วยกดเรียกผู้ดูแลนั้นเอง
  • อะแดปเตอร์ มีหน้าที่ชาร์จแบตตัวกล่องควบคุมไฟฟ้า

ความพิเศษของตัวนี้ก็คือ

  • ไม่ต้องเสียบปลั๊กค้างไว้มีแบตเตอรีในตัว หรือหากสะดวกจะชาร์จไฟตลอดเวลาก็ทำได้เช่นกัน
  • ตัวกล่องควบคุมไฟสามารถรองรับระยะห่างจากผู้ป่วยได้ถึงตึก 5 ชั้น หรือ 2-5 กิโลเมตร คือผู้ดูแลสามารถวางส่วนไหนของบ้านก็ได้นั้นเอง
  • เสียงดัง ชัด ทำหน้าที่เป็นสัญญาณฉุกเฉินได้ดี
  •  มีแสงไฟกระพริบ อันนี้จะเป็นข้อดีในเวลากลางคืน
  •  ตัวรีโมทมีขนาดเล็กกระทัดรัดสามารถติดไว้กับรีโมทเตียงไฟฟ้า โคมไฟ อุปกรณ์ในห้องน้ำหรือส่วนใดก็ได้ที่ผู้ป่วยสามารถกดใช้งานได้ง่ายที่สุด

ทำไม ? ต้องใช้ Smartcall

  • คิดง่ายๆนะคะว่าสมมติคุณยายลื่นล้มในห้องน้ำแล้วเราเนี่ยก็ทำกิจกรรมอยู่นอกบ้าน แล้วถ้ารอให้คุณยายตะโกนเรียกอย่างเดียวเนี่ยคุณยายคงไม่โอเค นอกจากท่านจะบาดเจ็บอยู่คงไม่สามารถออกแรงเพื่อขอความช่วยเหลือได้และกว่าเราจะได้ยิน อาจจะเข้าไปช่วยเหลือไม่ทันแล้วก็ได้ ตัว Smartcall เนี่ยสะดวกที่เราสามารถนำไปวางส่วนไหนก็ได้ เสียงค่อนข้างดัง คุณยายไม่ต้องออกแรงตะโกนให้เสียกำลังและเราก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือท่านได้ทันที
  •  คนดูแลมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น เพราะการดูแลคนป่วยต้องการความใกล้เป็นพิเศษแต่การให้คนดูแลนั่งเฝ้าตลอดเวลาอาจจะสร้างความลำบากไป เพราะผู้ดูอาจจะมีภาระหน้าที่อย่างอื่นที่ต้องทำด้วยไม่ว่าจะเป็นการทำงานบ้านต่างๆ ที่ต้องคลาดสายตากับผู้ป่วยดังนั้นการมีสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินก็สามารถช่วยทำให้ระยะห่างเหล่านั้นเข้าถึงกันง่ายมากขึ้น คนดูแลก็จะมีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้นอีกด้วย
  • ช่วยให้เพื่อบ้านสามารถได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือในขณะที่ผู้ดูแลไม่อยู่ บางครั้งการผู้ป่วยใช้สมาร์ทโฟนโทรเรียกคนดูแลก็จะมีความซับซ้อนมากไป ไม่เหมาะกับเวลาฉุกเฉิน การกดสัญญาณ Smartcall สามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้เช่นกัน

ข้อดีและข้อเสีย

  • ข้อดีคือ : พกพาสะดวก ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อนผู้ใช้งานสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง เสียงดังฟังชัดสามารถวางในรัศมีไกลๆได้ ตอบโจทย์สำหรับเป็นอุปกรณ์เสริมดูแลผู้ป่วย
  • ช้อเสียคือ : เสียงอาจจะฟังดูน่าตกใจ

การดูแลรักษา

  • เพราะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องหลีกเลี่ยงน้ำและความชื้น

 


ไฟใต้เตียงดีกว่าไฟธรรมดาอย่างไร ? (ไฟกลางคืนสำหรับผู้สูงอายุ)

ไฟใต้เตียงดีกว่าไฟธรรมดาอย่างไร ? (ไฟกลางคืนสำหรับผู้สูงอายุ)

ปัจจุบันปัญหาเรื่องการมองเห็นเป็นปัญหาต้นๆที่ผู้สูงอายุทุกคนต้องเจอ ไม่ว่าจะเกิดจากโรคทางสายตา เช่น สายตายาว โรคต้อกระจก หรือปัญหาที่มีผลมากจากใช้ยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอนทำให้ ผู้สูงอายุมองเห็นไม่ชัด สายตาพล่ามัว ยิ่งในเวลากลางคืนเมื่อมีแสงสว่างไม่เพียงพอยิ่งเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุพลัด ตก หกล้มที่ไม่คาดคิดได้ แสงสว่างจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุมองเห็น สิ่งกีดขวาง ทางต่างระดับหรือเส้นทางที่ต้องการไปได้ชัดเจนมากขึ้นหรือจะเรียกได้ว่าผู้สูงอายุต้องอยู่คู่กับแสงสว่างนั้นเอง

ปัจจุบันผู้คนมีการให้ความสำคัญเรื่องติดไฟสำหรับผู้สูงอายุมากขึ้น มีหลายๆบริษัทที่เพิ่มไฟไว้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าว่าจะเป็น ไฟตรงขั้นบันได โคมไฟ ไฟติดผนังส่องทางเดิน หรือที่ใกล้ที่สุดคือไฟใต้เตียงผู้สูงอายุเอง ซึ่งระบบไฟนี้สามารถทำงานได้หลากหลายแบบเช่น ทำงานผ่านเซนเซอร์ การเปิด-ปิดโดยผู้ดูแลเป็นต้น

แบบจำลองห้องผู้สูงอายุของ SCG
ผู้สูงอายุปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน

โดยสาเหตุหลักที่ห้องนอนผู้สูงอายุต้องมีไฟหรือแสงสว่างในเวลากลางคืน เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาจจะปัสสาวะบ่อยหรือจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำในเวลากลางคืน ซึ่งในเวลานั้นผู้ดูแลอาจจะนอนหลับอยู่ ดังนั้นการที่เขาสามารถเปิดใช้งานไฟได้ด้วยตัวเองหรือมีแสงสว่างอยู่ตลอดคืน จะทำให้เขาสามารถเขาห้องน้ำได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรบกวนผู้ดูแลและสามารถป้องกันการสะดุดล้ม และไฟจำพวกนี้ส่วนใหญ่เป็น Warm light เป็นสีที่เป็นมิตรกับการนอนไม่แสบตาหรือรบกวนเวลานอน มักออกแบบอยู่ในรูปแบบไฟใต้เตียง ไฟบันได นั่นเอง

ระหว่างไฟห้องธรรมดากับไฟใต้เตียงแบบไหนเหมาะสมกับผู้สูงอายุมากกว่า ?
  • ไฟธรรมดาไม่ว่าจะเป็นไฟห้อง ไฟฉาย ไฟหัวเตียง แสงไฟจากโทรศัพท์ สามารถให้แสงสว่างได้ แต่อาจจะเหมาะสมกับคนธรรมดามากกว่าผู้สูงอายุเพราะด้วยปัญหาเรื่องสายตา สภาพร่างกาย และความสามารถในการใช้งานสิ่งของเหล่านี้ อาจสร้างความลำบากกว่าไฟใต้เตียงที่อยู่ใกล้ตัวผู้สูงอายุ
  • ไฟธรรมดามีความสว่างจ้ามากเกินไปหรือน้อยเกินไป ไฟใต้เตียงจะให้แสงสว่างที่กำลังพอดีและเป็นไฟที่สม่ำเสมอ
  • ไฟใต้เตียงสามารถเปิดทิ้งไว้ได้ทั้งคืน เพราะเป็นไฟที่สว่างเฉพาะจุดจึงสามารถเปิดได้โดยไม่รบกวนสมาชิกในครอบครัว
  • ไฟใต้เตียงใช้งานไม่ซับซ้อนผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้ด้วยตัวเอง

  ประโยชน์ของไฟใต้เตียง 

สามารถเปิด-ปิดไฟโดยไม่ต้องลุกจากเตียง
ให้แสงสว่างกำลังพอดี

  • ไฟใต้เตียงเป็นไฟที่จะอยู่ใกล้ตัวผู้สูงอายุมากที่สุด ผู้สูงอายุสามารถเปิดไฟบนเตียงได้ทันทีโดยไม่ต้องลุกออกจากเตียง ช่วยลดความเสี่ยงขณะที่กำลังเดินไปหาสวิซต์ไฟและไม่ต้องเรียกคนดูแลให้ช่วยเปิดกลางดึก ปัจจุบันเตียงไฟฟ้ามีแสงไฟฉุกเฉินติดมาด้วยอยู่แล้วมีทั้งเป็นแบบเซ็นเซอร์หรือแบบสวิซต์
  • แสงไฟลดความอึดอัด ผู้สูงอายุบางท่านไม่ชอบนอนในที่มืดทึบจนเกินไปเพราะจะทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก แสงไฟสลัวๆจากใต้เตียงสามารถสร้างความอบอุ่นให้ผู้สูงอายุได้
  • แสงสว่างพอดี ไม่สว่างจ้ารบกวนผู้ดูแลและสมาชิกในบ้าน
  • ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น สามารถหยิบจับของในเวลากลางคืนโดยไม่ต้องรบกวนใคร
  • ผู้ดูแลรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น เพราะแสงไฟจะช่วยให้มองเห็นผู้สูงอายุตลอดคืน
  • เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ดูแลสามารถมองเห็นและช่วยเหลือได้ทันที

เพราะปัญหาผู้สูงอายุลื่น พลัด ตกหกล้ม เป็นเรื่องทีไม่ควรเกิดขึ้นมากๆ เราสามารถป้องได้ทางไหนก็ควรทำทันที ทำให้ท่านมีความสุข ปลอดภัยและอยู่เป็นรมโพธิ์ร่มไทรกับเราไปได้อีกนานๆค่ะ


 

12ข้อดี รถเข็นไฟฟ้า ดีกว่า Wheelchair ธรรมดาอย่างไร?

12ข้อดี รถเข็นไฟฟ้า ดีกว่า Wheelchair ธรรมดาอย่างไร?

สวัสดีครับหลายคนคงรู้จัก Wheelchair หรือ บางคนเรียกว่า รถเข็นนั่ง, รถเข็นคนป่วย, รถเข็นคนชรา วีลแชร์เป็นยานพาหนะจำเป็นสำหรับใครหลายๆคน ผู้สูงอายุที่เดินเหินไม่สะดวก, ผู้ป่วย, คนประสบอุบัติเหตุ วีลแชร์นั้นก็มีหลายแบบทั้งแบบ เข็นเองได้ที่ล้อมีที่จับสำหรับหมุน, แบบให้ผู้อื่นเข็นให้ ใช้ในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ใบบทความนี้เราจะพูดถึง รถเข็นไฟฟ้า (วีลแชร์ที่ติดมอเตอร์ไฟฟ้า) และ 12 ข้อดีของมันครับ

Wheelchair มาจาก Wheel ที่แปลว่าล้อ Chair ที่แปลว่าเก้าอี้ อันนี้ตรงตัวคือเก้าอี้มีล้อ Wheelchair มีมานานหลายร้อยปี ทั้งในบันทึกประเทศจีนโบราณ ในยุโรป จวบจนปัจจุบัน วีลแชร์แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย หน้าตัวยังเหมือนเดิม ต่างกันที่วัสดุที่ใช้จากเมื่อก่อนทำจากไม้, เหล็ก, หนัง ปัจจุบัน วีลแชร์ทำจาก อลูมิเนียม, ยางสังเคราะห์ และ เบาะพลาสติก การเปลี่ยนแปลงจริงๆมาจากเริ่มมีการพัฒนาแบตเตอรี่ไฟฟ้า ที่มีความจุได้มากขึ้นและมีขนาดเล็กลง สามารถใช้กับมอเมอเตอร์ที่ติดบนวีลแชร์ ทำให้รถเข็นไฟฟ้าเป็นที่นิยมจากขึ้นในช่วง 30-40ปีที่ผ่านมา

Power Wheelchair หรือ รถเข็นไฟฟ้า คือ วีลแชร์ที่ออกแบบติดมอเตอร์และคันบังคับเข้ามา ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เป็นตัวขับเคลื่อน ผู้ใช้สามารถบังคับด้วยนิ้วบนคันบังคับ การบังคับจะไม่เหมือนรถยนต์จะตอบสนองและสามารถวิ่งในทิศทางอิสระมากกว่ารถยนต์ (รถเข็นไฟฟ้าประกอบด้วยมอเตอร์ 2 ตัวทำงานอิสระต่อก้น) วิ่งได้ 360องศา สามารถหมุนรอบตัวเอง วิ่งในพื้นที่แคบๆได้ ผู้บังคับแทบไม่ต้องออกแรงเหมือนรถเข็นนั่งทั่วๆไป

ซ้าย Manual Wheelchair รถเข็นผู้ป่วย ใช้มือหมุนออกแรงหมุน ตามนน.ของผู้นั่ง / ขวา Power Wheelchair รถเข็นไฟฟ้า บังคับด้วยนิ้ว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

เราได้สรุป 12 ข้อดีของ รถเข็นไฟฟ้า มีจุดเด่นและดีอย่างไงตามข้างล่างนี้

  1. ผู้ใช้สามารถบังคับไปในที่ที่ตนต้องการได้จริงๆ ไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาช่วยเหลือ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไปในสถานที่ต่างๆได้เอง เช่นสามารถไปยังจุดต่างๆของบ้าน, ห้องครัว, ห้องนั่งเล่นได้ บางท่านเอารถเข็นไฟฟ้าไปจ่ายตลาดหน้าหมู่บ้าน หรือ ไปเยี่ยมเพื่อนบ้านก็มี
  2. สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หลายครั้งผู้สูงอายุ หรือ ผู้พิการต้องอยู่คนเดียว การใช้รถเข็นวีลแชร์ธรรมดา ต้องออกแรงเยอะ ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น ขับไปเปิดประตูหน้าบ้าน ขับไปซื้อของกิน
  3. อิสรภาพ หลายคนที่ได้รับรถเข็นไฟฟ้าไป มีความสุขมากขึ้นเนื่องจากไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นภาระ แก่บุตรหลาน หรือ ผู้ดูแล อิสรภาพเป็นส่วนสำคัญอีกอย่างทำให้มองโลกในแง่มากขึ้น คนแก่บางคนแม้ว่าจะมีบุตรหลานดูแลอย่างใกล้ชิด แต่เมื่อไปห้างต้องให้คนเข็นรถเข็นตลอด เมื่อเทียบกับอีกคนที่ใช้รถเข็นไฟฟ้า

    ใช้รถเข็นไฟฟ้าในบริเวณบ้าน ในหมู่บ้าน ไปหาเพื่อนบ้าน
  4. นั่งสบาย กว่ายานพาหนะอื่น หลายคนนั่งรถเข็นไฟฟ้าเกิน 12 ชม.ต่อวัน รถเข็นไฟฟ้าออกแบบมาให้นั่งได้นาน รองรับสรีระตามหลัก Ergonomics เมื่อเทียบกับยานพาหนะอื่นๆเช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า สามล้อไฟฟ้า ออกแบบมาให้ใช้งานชั่วคราวมากกว่า ไม่เหมาะกันการนั่งนาน
  5. รถเข็นไฟฟ้ามีขนาดเล็ก สามารถใช้ร่วมกับลิฟต์ในห้าง, ห้องน้ำ อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ในห้าง, โรงพยาบาล หรือ งานนิทรรศการต่างๆ เนื่องจากจัดเป็นกลุ่มเดียวกับ Wheelchair   ในขณะที่รถไฟฟ้าอื่นๆ ไม่อนุญาติให้ใช้ห้าง เนื่องจากขนาดที่ใหญ่กว่า
  6. การบังคับที่ตอบสนองกว่า ไม่ได้ใช้แรงในการบังคับ รถเข็นไฟฟ้าจะบังคับด้วยมอเตอร์ 2 ตัวอิสระต่อกัน สามารถบังคับได้ 360องศา ทำให้สามารถวิ่งในพื้นที่ที่จำกัดได้ สามารถหมุนรอบตัวเองได้

    การบังคับ รถเข็นไฟฟ้าสามารถบังคับได้ 360องศา เนื่องจากเคลื่อนที่ด้วยมอเตอร์ สองข้างอิสระต่อกัน รถเข็นไฟฟ้า สามารถหมุนรอบตัวเองได้
  7. สามารถใช้เวลาท่องเที่ยวกับคนใกล้ชิด มีกิจกรรมที่ดีต่อกัน เช่น ลูกพาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศแม่เดินนานไม่ได้ แต่ก่อนจะเที่ยวค่อนข้างยากลูกต้องเข็นตลอด พอมีรถเข็นไฟฟ้า ปล่อยแม่ลง แม่ขับไปไหนมาไหนเอง ลูกถ่ายรูปสนุกสนานกัน 
  8. สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานได้ ตัวอย่างน้องฝ้าย สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ออกงาน ไปเรียน ด้วยรถเข็นไฟฟ้า 
  9. เอาไว้ขนของ สัมภาระ ไม่เหนื่อย อันนี้เป็นข้อดีเสริมของคนใช้รถเข็นไฟฟ้า ที่เราสังเกตุ ผู้ใช้นิยมห้อยของ, ถุง Shopping, สัมภาระ กระเป๋า ไว้กับรถเข็นไฟฟ้า (ลูกๆหลานๆ เอาของมาฝากไว้กับรถเข็นไฟฟ้าของ อาม่า เป็นต้น)
  10. ปัจจุบันรถเข็นไฟฟ้ามีราคาถูก หากย้อนกลับไปเมื่อ 10ปีก่อน รถเข็นไฟฟ้านั้นราคาหลักแสน ปัจจุบันนี้ราคาหมื่นถีง สองหมื่นก็สามารถซื้อได้แล้ว

    ตอนนี้รถเข็นไฟฟ้าได้รับความนิยม ทั้งคนในเมือง หรือ พื้นที่ต่างจังหวัด
  11. รถเข็นไฟฟ้า ปัจจุบันปลอดภัย มีการใช้ Brushless มอเตอร์กับรถเข็นไฟฟ้า มีระบบเบรคอัตโนมัติเมื่อขึ้นบนทางชัน ปลอดภัยกับคนใช้มากขึ้น
  12. มี Function ต่างๆที่น่าสนใจ Smart Wheelchair, บ้างติดตั้งระบบไฟส่องสว่างกับตัวรถ หรือ ติด USB Port ให้ใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆได้สะดวกสบาย 

ข้อสังเกตุในการใช้รถเข็นไฟฟ้า

  • ราคา เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนที่ตัดสินใจเปลี่ยนจากรถ วีลแชร์ เป็น วีลแชร์ไฟฟ้า เมื่อหลายปีก่อนรถเข็นไฟฟ้านั้นมีราคาแพงมากหลักแสน ปัจจุบันราคาถูกลงอย่างมาก หลัก 2 หมื่นก็ได้รุ่นใช้ได้แล้ว ปัจจุบันมีให้เลือกหลายรุ่น รุ่นประหยัด รุ่นเบา รุ่นสมรรถนะ
  • ทัศนคติของคนกับรถเข็นไฟฟ้า หลายคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุมากๆในไทย ยังมีทัศนคติลบ กับวีลแชร์และรถเข็นไฟฟ้าอยู่ บางคนถึงขั้นว่าไปแช่งเค้าว่าเค้าพิการหรอ แต่ในความเป็นจริงการใช้รถเข็นไฟฟ้านั้นใช้เป็นวงกว้างทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว คนแก่ใช้รถเข็นไฟฟ้าเป็นเรื่องปกติเลย เห็นได้ทั่วไปในห้าง รถบริการภาครัฐ หรือ ประเทศในแถบ Scandinavia มีเงินสนันสนุนให้ซื้อรถเข็นไฟฟ้ากันเลยทีเดียว ปัจจุบันคนไทยหันมาใช้รถเข็นไฟฟ้ามากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 


20เทคนิค สร้างบ้านให้ผู้สูงอายุ อยู่สบายกาย สุขใจ

20เทคนิค สร้างบ้านให้ผู้สูงอายุ อยู่สบายกาย สุขใจ

ปี 2563 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 12 ล้านคน (ร้อยละ 18) เข้าข่ายสังคมผู้สูงอายุ (มีประชากรที่อายุมากกว่า 60ปีขึ้นไป เป็นสัดส่วนเกิน 10%) และในอีก 1-2ปีข้างหน้าคาดว่าประเทศจะเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ” (ประชากรอายุมากกว่า 60ปี เป็นสัดส่วนมากกว่า 20%) ผลที่ตามมามากมายไม่ว่าจะเป็นเชิงทางเศรษฐกิจ-ผู้สูงอายุไม่สามารถทำงานได้เหมือนวัยแรงงาน และ อื่นๆมากันมาอีกมากมาย แต่ในบทความนี้เรามามองอีกด้านครับ เราจะสร้างบ้านอย่างไรให้เหมาะกับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนที่เรารัก พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เมื่อพวกท่านอายุมากขึ้นการเดินเหินไม่สะดวก อาจจะต้องใช้เตียงปรับระดับผู้ป่วย หรือ ต้องใช้ Wheelchair หรือ รถเข็นไฟฟ้า เนื่องจากการเดินเหินไม่สะดวก

แนวทางที่ควรคำนึงอันดับหนึ่งของการสร้างหรือที่พักให้ผู้สูงอายุเลย 4S (โดยผู้เขียนบทความ elife)
– Safety ร่างกายผู้สูงอายุไม่แข็งแรงเหมือนก่อน ต้องลดความเสี่ยงทุกอย่างที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ
– Sustainable ออกแบบเพื่อให้ท่านอยู่อย่างสุข สบาย ที่สำคัญต้องดูแลรักษา ง่ายเพิ่งพาตัวเองได้ (ผู้สูงอายุบางท่านอยู่กันเอง ลูกหลาน/คนดูแล อาจจะไปหาบ้าง)
– Smart เดี๋ยวนี้เทคโนโลยี สามารถเข้าช่วยเหลือได้เยอะ เช่น สัญญาณขอความช่วยเหลือ, ไฟเปิดปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าห้องน้ำ, รถเข็นไฟฟ้า, เตียงไฟฟ้า, Sensor ต่างๆ เป็นต้น
– Smooth ทุกอย่างความไร้รอยต่อไม่สะดุดทั้งระดับพื้น และ ส่วนต่างๆในบ้าน ควรลดทางต่างระดับให้น้อยที่สุด, ขอบ มือจับตามๆควรมน

เราสรุปเทคนิคต่างๆ มาจำนวน 20 ข้อดังนี้

  1. ให้ผู้สูงอายุอยู่ชั้นล่าง ลดพื้นที่ต่างระดับให้มากที่สุด หากมีบ้านเดิมอยู่แล้วควรปรับชั้นล่างเป็นที่อยู่ของผู้สูงอายุ ทำระดับพื้นให้เท่ากัน หากเป็นไปได้ให้ปูพื้นใหม่เป็นวัสดุมีพื้นผิวป้องกันไม่ให้ลื่น หากสร้างใหม่ควรออกแบบให้บ้านชั้นหนึ่งไม่มีพื้นที่ต่างระดับ พื้นที่บ้านต่อเนื่อง Flow เชื่อมต่อกัน

    พยายามสร้างพื้นที่ให้ต่อเนื้องกัน ทางต่างระดับให้น้อยที่สุด
  2. กรณีมีพื้นที่ต่างระดับสร้างทางลาดชันให้สำหรับ Wheelchair, รถเข็นไฟฟ้า โดยปกติทางลาดสำหรับวีลแชร์นั้นมีมาตรฐานคือ 1:12 เช่นพื้นต่างระดับกัน 10 cm ทางลาดนั้นต้องมีฐาน 120cm เพื่อความปลอดภัยในกรณีเข็น Wheelchair ขึ้นเอง หรือ แม้กระทั้งใช้รถเข็นไฟฟ้า ความกว้างของทางชันควรจะกว้างประมาณ 90cm ตามมาตรฐาน หรือ 80cm เป็นอย่างน้อย(ธรรมดา ความกว้างฐานล้อ Wheelchair จะอยู่ราว 65-75cm กรณีถ้าพื้นต่างระดับกันมาก ให้มีราวจับด้วย ราวจับ 80-90cm
  3. เรื่องไฟ ส่องสว่าง ความสว่างของตัวบ้าน ลดการหกล้มในผู้สู้อายุ แนะนำเป็นการซ่อนไฟตามทางเดิน, บันได, ห้องน้ำ และ พื้นที่ต่างระดับ

    ติดไฟส่องสว่าง เผื่อกลางคืน และตอนนอนหลับ
  4. ความกว้างของประตู และ ทางเดินกว้าง 90cm  คิดในเว้นระยะให้ขนาดประตู และทางเดิน สำหรับ Wheelchair
  5. ยึดการ Design กลับสู่ธรรมชาติ Universal design การใช้งานกับคนแก่ รวมถึงบางครั้งผู้ใช้งานบางคนอาจจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวอย่างการ Customized ดูจากตัวอย่าง IKEA แจกไฟล์ 3มิติ เพื่อให้ลูกค้าเอาไปพิมพ์ประกับเฟอร์นิเจอร์ของตน 
  6. มือจับ เป็นด้ามจับประตู เป็นแบบด้าม ใช้มือ ศอก หรือไม้เท้าเปิดได้  หลีกเลี่ยงการใช้ลูกบิด หรือ งาน Design ที่สวยแต่ใช้งานยาก

    มือจับลูกบิด ควรจะหลีกเลี่ยง, มือเปิดที่มีลักษณะเป็นก้าน จะดีกว่า คนแก่ใช้งานได้ง่ายกว่า
  7. ตู้, ประตู และหน้าต่าง ควรติดตั้งแบบบานเลื่อน ที่จัดเก็บของ ควรเลือกเป็นแบบบานเลื่อน เพื่อผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้ง่าย ทั้งยังใช้ได้ กับ Wheelchair

    การสร้างประตูบานเลื่อน ง่ายต่อผู้สูงอายุมากกว่า
  8. หน้าต่าง ควรสร้างให้สูงไม่มากกว่า 50cm ผู้สูงอายุสามารถเห็นวิวได้ขณะที่นั่ง Wheelchair ได้
  9. ออกแบบพื้นที่ให้มีการถ่ายเท ของอาการดี ผู้สูงอายุเสี่ยงกับโรคทางเดินหายใจ อาจจะติดเครื่องปรับอากาศ เครื่องกรอกอากาศที่เหมาะสม
  10. ปุ่มฉุกเฉิน เพื่อกดเรียกคนให้มาช่วยเหลือ Emergency Call เหตุไม่ความฝันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ การติดปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน เป็นสิ่งที่ควรมองข้าม
  11. ทางเข้าบ้าน ทำทางลาดสำหรับเข้าบ้านโดยยึกหลัก 1:12 เช่นหากทางต่างระดับกัน 1 เมตรให้ทางลาดมีฐาน 12เมตร โดยให้ดีทางลาดควรมีความกว้าง 90cm กรณีที่มีความยากทางลาดมากควรมีชานพัก และมีราวกั้น สูง 80-90cm
  12. ห้องน้ำ ถ้าทำห้องน้ำใหม่ให้ทำห้องน้ำให้กว้างซักหน่อย สำหรับวีลแชร์ วัตถุพื้นความมีพื้นผิวสัมผัส หรือปูยางกันลื่นในส่วนเปียก เลือกสุขภัณฑ์ที่มีความโค้งมน มีราวจับ
    ตัวอย่าง การออกแบบห้องน้ำจาก SCG Elder Care

    ด้านซ้ายติดราวจับให้ผู้สูงอายุ ด้านขวา พื้นระดับเดียวกันระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้ง โดยให้การแซะร่องเป็นที่ระบายน้ำแทน
  13. ห้องนอน ต้องมีพื้นที่ข้างเตียง ห้องนอนควรเผื่อพื้นที่ด้านข้าง 90cm สำหรับ Wheelchair และ ผู้ดูแลสามารถช่วยเหลือได้ เช่นการอุ้ม คนชรา, การป้อนอาหาร หรือ ดูแลทำความสะอาด ห้องนอนกับห้องน้ำควรอยู่ติดกันไม่มีควรออกแบบให้ไม่มีธรณีกั้นระห่างห้องทั้งสอง ลดการสะดุดล้ม และสามารถใช้ Wheelchair เข้าไปในห้องน้ำได้เลย
  14. ห้องครัว ผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้อยู่ยังใช้ห้องครัวในการทำอาหาร รับประทานอาหาร ควรออกแบบเลือกซื้อโต๊ะที่มีความสูงมากกว่า 80cm สำหรับ Wheelchair เคาท์เตอร์ครัวควรมีความสูง 80cm
  15. ห้องนั่งเล่น เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่โปร่งโล่ง ดูอบอุ่น โดยเฉพาะผิวสัมผัสควรจะโค้งมน ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ ตำแหน่งการวางที่เป็นระเบียบ

    ออกแบบห้องให้สามารถอยู่ด้วยกันระหว่างคนในครอบครัว กับผู้สูงอายุ
  16. สวน เป็นส่วนพักผ่อนหย่อนใจของผู้สูงอายุ ควรออกแบบทางเดินของส่วนเป็นพื้่นที่เรียบ (อาจจะวางเป็นอิฐเว้นระยะ หรือ ปูด้วยแผ่นพลาสติก สแลทรองพื้นสวน) พืชที่ปลูกควรเป็นทรงเตี้ย (ไม่แนะนำต้นไม้ใหญ่จะจ้า) หรือ อาจจะใส่ในกระบะ เลยก็ได้
    ปลูกพื้นในกระบะ ก็ได้เช่นกัน

    ความสุขอย่างหนึ่งของผู้สูงอายุคือการปลูกต้นไม้เช่นกัน
  17. พื้นและวัตถุที่ใช้ปูพื้น ควรเป็นวัสดุที่มีผิวสัมผัส ไม่ควรเป็นวัสดุมันเงา อาจทำให้ลื่น พรมอาจเป็นตัวเลือกแต่อาจจะไม่เหมาะกับเมืองไทยมีเรื่องฝุ่นและทำความสะอาดยาก แนะนำอาจจะใช้เป็นพื้นไม้ลามิเนต หรือ เนื้อไม้จริงก็ไม่ว่ากัน

    เลือกวัตถุปูพื้นก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ การสร้างบ้านให้คนแก่
  18. กรณีต้องมีบันได ให้ราวจับที่ปลอดภัย ควรมีที่พัก หรือ วางเก้าอี้ให้พักได้
  19. พยายามให้เปิดโลงที่สุดเท่าที่ทำได้ กรณีมีเรื่องไม่คาดฝัน ผู้ดูแลสามารถเห็นได้ ช่วยเหลือได้ทันถ่วงที
  20. ทำเลที่ตั้งใกล้โรงพยาบาล ข้อสุดท้ายนี้ที่เอามาเป็นอันสุดท้ายเพราะว่าบางครั้งเราไม่สามารถเลือกได้ หากสามารถเลือกได้อันนี้เป็นส่วนสำคัญเลยที่เดียว หากเลือกไม่ได้ควรติดเบอร์โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดไว้ สามารถติดต่อได้ทันท่วงที

นอกจากที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วทาง อุปกรณ์รถเข็นผู้ป่วย หรือ วีลแชร์ไฟฟ้า ก็เป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวก ใช้ในชีวิตประจำวันได้



  • เตียงไฟฟ้าก็เป็นส่วนหนึ่งทีอำนวยความสะดวกผู้สูงอายุเช่นกัน เช่น สามารถลูกขึ้นนั่งได้เอง เนื่องจากมีปรับให้เตียงตั้งตรงได้, สามารถดู TV หรือ เปลี่ยนท่าของร่างกายได้