fbpx

อีไลฟ์ส่วนนึงของชีวิตดี สินค้าเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ (elife & Chivit-D by SCG)

อีไลฟ์ส่วนนึงของชีวิตดี สินค้าเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุ (elife & Chivit-D by SCG)

หากจำเป็นต้องเลือกอุปกรณ์เครื่องใช้สักชิ้นให้สูงวัยใช้ละก็…จำเป็นต้องไว้วางใจได้ว่าศูนย์ที่จัดจัดหน่ายมีความน่าเชื่อถือหรือไม่ ? มีระบบความปลอดภัยและการดูแลหลังการขายเป็นอย่างไร ? สูงวัยคงต้องคุ้นเคยกับร้าน Chivit-D By SCG ที่เป็นคอมมูนิตี้สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ มีอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยอย่างครบครัน มาครบ จบ ในที่เดียว

ทาง Chivit-D By SCG ได้ไว้วางใจสินค้าจากทางอีไลฟ์และมีการนำรถเข็นไฟฟ้า รถเข็นช่วยเดินและเตียงไฟฟ้าไปวางในบูธเพื่อให้ผู้สูงอายุได้เข้าถึงสินค้าได้ง่ายมากขึ้น ได้ทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจซื้อเพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการได้มากที่สุด

อีไลฟ์มีอะไรในชีวิตดีบ้าง ?


 

รถเข็นไฟฟ้ามี 2 รุ่นนั้นคือ PW-222 และ Litepro

สินค้าเพื่อสุขภาพผู้สูงอายุอีไลฟ์ได้มีไปจัดจำหน่ายในบูธ Chivit-D by SCG ไม่ว่าจะเป็นรถเข็นช่วยเดิน Rollator , รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าและเตียงนอนปรับไฟฟ้าอีกด้วย สามารถพาคุณพ่อคุณแม่ไปทดลองนั่งรถเข็นและปรับเตียงดูได้เลย…

รถวีลแชร์ไฟฟ้า PW-222
  • รถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW-222 สำหรับผู้ใช้งานที่น้ำหนักเยอะ ช่วงตัวใหญ่รับผู้นั่งได้สูงสุด 120 กิโลกรัม ใช้ได้ตั้งแต่ผู้สูงอายุไปจนถึงผู้พิการ เน้นขับวีลแชร์ในชีวิตประจำวันไม่ต้องขนย้ายบ่อยๆ เพราะรุ่นนี้เป็นวีลแชร์ที่มีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ

ถึงจะเป็นรถเข็นที่มีขนาดใหญ่แต่ PW-222 ประกอบด้วยแบตลิเธียมซึ่งจะมีความแตกต่างจากรถเข็นวีลแชร์คันใหญ่ทั่วไป ประโยชน์ของแบตลิเธียมคือเก็บประจุไฟได้มากกว่าจึงได้ให้ใช้งานได้นานนั้นเอง และ PW-222 เป็นระบบเบรกไฟฟ้าสามารถใช้งานบนทางลาดชันได้เมื่อเบรกหรือปล่อยมืออกจากจอยสติ๊กรถจะหยุดนิ่งทันที ไม่ไหลและไม่พลิกคว่ำ

รถวีลแชร์ไฟฟ้า Litepro
  • รถเข็นไฟฟ้ารุ่น LitePro จุดเด่นคือเป็นรถเข็นไฟฟ้าดีไซน์โฉบเฉี่ยว ขนาดเล็ก กระทัดรัด น้ำหนักเบาเพียง 16 กิโลกรัม มีController 2 ตัว คือ Joystick 1ตัวสำหรับคนนั่งและ Wireless Controller สำหรับคนดูแลบังคับ ตัวรถพับเก็บได้ แบตเตอรีเป็นแบตลิเธียมซึ่งเหมาะกับผู้สูงอายุที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ระดับนึงและใช้เดินทางบ่อยๆ

นอกจาก LitePro จะนิยมกับสูงวัยใสปิ๊งแล้ว ยังสามารถใช้กับคนท้องที่มีปัญญาเรื่องการเคลื่อนไหวได้อีกด้วยเพราะด้วยดีไซน์ที่เหมือนกับเก้าอี้นั่งทั่วไป จึงทำให้คนนั่งรู้สึกสบายใจเมื่อได้ใช้งาน เรียกได้ว่าทั้งสะดวกทั้งปลอดภัยเลยทีเดียว

  • ต่อมาเป็นอีกตัวที่น่าสนใจนั้นก็คือเตียงปรับไฟฟ้านั่นเอง จะเป็นรุ่น EB-35 รุ่นนี้สามารถปรับได้ 3 ฟังก์ชั่น 6 ปุ่มใช้งาน คือสามารถปรับพนักพิงให้เตียงอยู่ในท่งนั่งได้ 0-70 องศา , ปรับชันเข่าเพื่อให้เลือดบริเวณต้นขาไหลเวียนได้สะดวกขึ้นได้ 0-30 องศา , สุดท้ายจะเป็นการปรับฟังก์ชันที่1และ2พร้อมกัน

เตียง EB-35 เหมาะกับผู้ที่กำลังเข้าสู่วัยชราไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ป่วย ด้วยดีไซน์ที่ดูเป็นมิตรโครงเตียงกรุด้วยไม้แท้ลักษณะเหมือนเป็นเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปทำให้คนใช้งานนอนแล้วไม่รู้สึกอึดอัดนั่นเอง

  • รถเข็นช่วยเดิน Rollator EW-21 อุปกรณ์ยอดนิยมของสูงวัยที่บ้านไหนก็ต้องมี รถเข็นช่วยเดินนั่นเองรุ่นนี้โครงสร้างเป็นอลูมิเนียมไม่ขึ้นสนิมและน้ำหนักเบา 7.8 กิโลกรัม ผู้ใช้งานสามารถนั่งพักได้(นั่งพักชั่วคราว ไม่แนะนำให้นั่งไปแล้วเข็น) รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 136 กิโลกรัม ปรับสูงต่ำของมือจับได้ถึง 6 ระดับ มาพร้อมกระเป๋าใส่สัมภาระ ฐานล้อกว้างให้ความมั่นคงสามารถป้องกันการพลิกคว่ำได้ เหมาะสำหรับผู้สูงอายุทั่วไปที่มีปัญหาเรื่องการเดิน ปวดเข่าหรือใช้เป็นอุปกรณ์สำหรับกายภาพบำบัด


เตียงไฟฟ้า กับการดูแลผู้ป่วย STROKE

เตียงไฟฟ้า กับการดูแลผู้ป่วย STROKE

โรคหลอดเลือดสมองหรือ Stroke เกิดจากภาวะสมองขาดเลือดไปเลี้ยง เพราะมีการอุดตันของเส้นเลือด ที่นำเลือดไปเลี้ยงสมองส่วนต่างๆ ส่งผลให้สมองขาดเลือด อยู่ในภาวะที่ทำงานไม่ได้ กลายเป็น ” โรคเลือดสมองตีบตัน “

ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น โรคต่างๆ ก็รุมเร้าเข้ามา โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่เมื่อมีอายุมากขึ้น ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ขึ้นมาได้ แต่วันนี้…เราจะมาพูดถึงโรค ที่พบบ่อยสำหรับในวัยกลางคน ก็สามารถเกิดภาวะนี้ได้ นั่นก็คือ Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน ส่วนหนึ่งนั้นโรคนี้เกิดมาจากการที่มีโรคความดันเป็นเดิมอยู่แล้ว แล้วมีการทำงานหนัก หักโหม มีเรื่องเครียดอยู่ตลอดเวลา และใช้สมองอย่างหนัก จึงทำให้เกิดภาวะ Stroke ได้นั่นเอง

อาการเบื้องต้นที่พบได้บ่อยของโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน เช่น ตาพร่ามัวมองเห็นภาพซ้อน มีอาการชาครึ่งซีก อ่อนแรงและหน้าเบี้ยว หรือมีอาการแขนขาอ่อนแรงร่วมด้วย พูดลำบาก หรือฟังไม่เข้าใจ เวียนศรีษะ การทรงตัวไม่ดี เดินเซ กลืนลำบาก ปวดศีรษะ (บางครั้งอาจจะมีอาการปวดศีรษะรุนแรง) ซึ่งอาจจะแสดงอาการออกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง  หรือมีอาการหลายอย่างพร้อมกัน ส่วนใหญ่โรคหลอดเลือดสมองตีบตัน มักเกิดในกลุ่มวัยกลางคนขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่กำลังสร้างสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ควรรีบพบแพทย์ เพื่อให้การรักษาและวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน ถ้าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบตัน ได้รับการรักษาอย่างทันเวลาจะมีโอกาสสามารถกลับคืนมาเป็นปกติได้

สัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง
อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมอง ที่เราสามารถสังเกตได้หลักๆ มี 5 สัญญาณเตือนสำคัญดังนี้
1. ชาหรืออ่อนแรงใบหน้าซีกใด ซีกหนึ่งอย่างฉับพลัน ทำให้มุมปากตก ปากเบี้ยว อมน้ำไม่อยู่ น้ำไหลออกจากมุมปาก
2. ชาหรืออ่อนแรงที่แขนขาซีกใดซีกหนึ่งอย่างฉับพลัน สูญเสียการทรงตัว
3. พูดไม่ชัด พูดไม่ออก สับสน นึกคำพูดไม่ออก และมีอาการปวดศรีษะอย่างรุนแรง
4. การมองเห็นมีปัญหาฉับพลัย อาจมองเห็นภาพซ้อน มองเห็นภาพครึ่งเดียว ตาบอดหนึ่งหรือสองข้าง
5. มีอาการปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลัน

Fast Stroke 
Fast Stroke คือ อีกหนึ่งวิธีในการสังเกตตัวเองและคนใกล้ชิดว่ามีอาการของโรคหลอดเลือดสมองหรือไม่ โดยให้สังเกตอาการ ‘ F.A.S.T ‘ ดังนี้

  • F – Face : ใบหน้า
    อาการกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการใบหน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว น้ำลายไหลออกจากมุมปากข้างที่ตก
  • A   Arm : แขน
    อาการอ่อนแรงของแขน ขา ซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย
  • S  Speak : การพูด
    การพูดลำบาก พูดติดๆ ขัดๆ พูดไม่ชัด นึกคำพูดไม่ออก
  • T  Time : เวลา
    รู้เวลาที่เกิดอาการผิดปกติ คือรู้ว่าเริ่มมีอาการเป็นเวลาเท่าไหร่นับจากที่มีอาการผิดปกติ หรือนับจากเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการปกติเป็นครั้งสุดท้าย และควรรีบมาโรงพยาบาลให้ทันภายใน 4.5 ชั่วโมง เนื่องจากในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสฟื้นตัวจากความพิการได้

โรคหลอดเลือดสมอง Stroke อัมพฤกษ์ อัมพาต

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง

1. ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญมากในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 2-4 เท่า ทั้งในเพศชายและเพศหญิง เลือดที่ออกมาจากหัวใจมีแรงดันสูงขึ้น ทำให้ผนังหลอดเลือดเสื่อมเร็ว ขาดความยืดหยุ่น และแตกเปราะได้ง่ายดาย
2. เบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงกว่าปกติ ทำให้หลอดเลือดแข็ง ผนังหลอดเลือดแดงหนาตัวขึ้นและมีการอุดตัน ซึ่งทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ
3. การมีภาวะที่เกิดจากความอ้วน เป็นสาเหตุใให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ซึ่งจะรวมไปถึงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานด้วย การควบคุมค่าดัชนีมวลกาย (Body mass index , BMI) ให้น้อยกว่าหรือเท่ากับ 25 เป็นการช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ
4. ไขมันในเลือดสูง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบคัน จากผนังเส้นเลือดแดงไม่ยืดหยุ่น  เลือดไหลไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ได้น้อย ถ้าเกิดกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง จะทำให้สมองขาดเลือด การตรวจเลือดเพื่อประเมินระดับไขมัน ได้แก่
– คอเลสเตอรอล (Total Cholesterol) เป็นผลรวมของไขมันคอเลสเตอรอลทั้งดีและไม่ดี แต่คอลเลสเตอรอลรวมที่สูงกว่า 200 มก./ดล. มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
– ไขมันชนิด แอลดีแอล คอเลสเตอรอล (LDL หรือ Low Density Lipoprotein Cholesterol) เป็นคอลเลสเตอรอลชนิดที่ไม่ดี ทำให้เกิดหลอดเลือดแข็งและหลอดเลือดอุดตัน
– ไขมันชนิด เอชดีแอล คอเลสเตอรอล (HDL หรือ Hight Density Lipoprotein Cholesterol) อาจเรียกว่าไขมันดี ไขมัน HDL-Cholesterol เพิ่มขึ้นได้จากการออกกำลังกาย
– ไขมันชนิดไตรกลีเซอไรด์ (Triglyeerode) พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง การควบคุมไม่ให้ระดับไตรกลีเซอร์ไรด์สูง โดยงดอาหารจำพวกแป้งและของหวาน
5. การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
– การสูบบุหรี่ เป็นตัวการที่เร่งให้การเกิดการอุดตันของหลอดเลือดสมอง คือทำให้ความข้นของเลือดเพิ่มขึ้น และทำให้เกิดการหนาตัวของผนังหลอดเลือดแดง
– การดื่มแอลกอฮอล์ พบว่าการดื่มในปริมาณมาก จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดหลอดเลือดสมองแตก จะทำให้หลอดเลือดเปราะ หรือเลือดออกได้ง่าย
6. ความเข้มข้นของเลือด ถ้ามีฮีโมโกลบิน สูงกว่าปกติ ก็มีโอกาสทำให้ เลือดหนืดรวมตัวเป็นลิ่มเลือดไปอุดตัน ทำให้สมองขาดเลือด
7. การมีโรคหัวใจเต้นไม่ตรงจังหวะ ชนิด Atrial Fibrillation หรือ เอเอฟ (AF) พบว่าการมีเอเอฟ ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้มากขึ้นถึง 5 เท่า โดยจะมีลิ่มเลือดหลุดจากหัวใจไปอุดตันยังหลอดเลือดสมอง การตรวจเบื้องต้นโดยการจับชีพจร จะพบว่าชีพจรแต่ละครั้งมีความแรงไม่เท่ากันและมีจังหวะไม่สม่ำเสมอ ถ้าจะให้แน่ชัดต้องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือคลื่นอีเคจี  (EKG)
8. ยาหรืออาหารเสริมบางชนิด มีฤทธิ์เสริมกับยาที่ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด เมื่อรับประทานร่วมกันอาจทำให้มีเลือดออกได้ง่าย เช่น ยากลุ่มน้ำมันปลา สารสกัดจากใบแปะก๊วย สตรีที่รับประทานยาคุมกำเนิดร่วมกับเป็นความดันโลหิต
9. อายุที่มากขึ้น มีความสัมพันธ์ต่อการเสื่อมของหลอดเลือด
10. การดำเนินชีวิต บุคคลที่ดำเนินชีวิตด้วยความเครียด

คลิก STROKE โรคหลอดเลือดสมอง สัญญาณเสี่ยงโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต

สำหรับผู้ป่วยที่เป็น Stroke ที่รับตัวไว้ในโรงพยาบาล เมื่อมีอาการของโรคที่คงที่หรือทรงตัวแล้วนั้น แพทย์จะให้กลับไปดูแลรักทำกายภาพที่บ้าน ดังนั้นญาติผู้ป่วยและแพทย์ควรปรึกษากันว่าจะดูแลผู้ป่วยหลังออกจากโรงพยาบาลอย่างไร โดยมีวิธีการเตรียมดังนี้

การเตรียมที่อยู่ที่ปลอดภัย เนื่องจากผู้ป่วยที่เป็น Stroke หลังออกจากโรงพยาบาลร่างกายยังไม่แข็งแรงพอ จึงจำเป็นต้องเตรียมสถานที่เพื่อความปลอดภัยและส่งเสริมให้มีการฟื้นฟูสภาพ โดยดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว โดยต้องจัดเตรียมดังต่อไปนี้

  • ห้องนอน ควรจัดห้องนอน ห้องน้ำ และห้องอาหารโดยให้อยู่ในชั้นเดียวกัน เพื่อผู้ป่วยจะสามารถเดินช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุด
  •  เตียง ผู้ป่วยที่ยังช่วยตัวเองยังไม่ดีมากนัก หรือยังรับประทานอาหารเองไม่ได้ ควรใช้เตียงปรับระดับไฟฟ้าที่ลักษณะการใช้งานเหมือนกับในโรงพยาบาล พื้นเตียงและโครงสร้างดีไซน์ควรจะเป็นไม้ สามารถปรับหัวเตียว และมีราวสำหรับให้ผู้ป่วยจับยึด เพื่อเคลื่อนไหว หรือมีบาร์พยุงโหนตัวเพื่อที่จะให้ผู้ป่วยทำกายภาพบำบัด ออกกำลังกายได้ง่าย และเตียงควรมีความสูงที่พอเหมาะที่จะดูแลผู้ป่วยได้ง่าย ผู้ป่วยสามารถนั่งที่ขอบเตียงโดยเท้าแตะพื้นได้ด้วย โดยเตียงที่นิยมใช้กันในบ้านส่วนใหญ่ จะเป็นเตียงที่ดีไซน์ทำจากไม้ เป้นความรู้สึกที่นอนอยู่บ้าน ไม่เป็นคนป่วย สามารถปรับฟังก์ชั่นการใช้งานได้เหมือนกับเตียงโรงพยาบาล และที่สำคัญถูกออกแบบมาให้สามารถทำกายภาพบำบัดบนเตียงได้อีกด้วย
  • หากผู้ป่วยไม่สามารถพลิกตัวด้วยตัวเองได้ อาจจะต้องมีความจำเป็นในการใช้ที่นอนลมเพื่อป้องกันแผลกดทับ
  • ไม่ควรมีของตกแต่งชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย เพราะผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยอาจจะทำตกแตกได้
  • ควรติดราวในห้องน้ำ และทางเดินเพื่อให้ผู้ป่วยจับยึดเวลาเดิน
  • เรื่องแสงสว่างในห้องจะต้องเพียงพอต่อการมองเห็นของผู้ป่วย
  • ไม่ควรมีธรณีประตูเพราะผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยอาจจะสะดุดล้มได้

– การเตรียมเครื่องช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิต ผู้ป่วยที่ยังไม่แข็งแรง เดินด้วยตัวเองไม่คล่อง อาจจะจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่ต้องใช้อำนวยความสะดวกดังนี้

  • ห้องนอน ต้องมีพื้นที่ข้างเตียง ห้องนอนควรเผื่อพื้นที่ด้านข้าง 90cm สำหรับ Wheelchair และ ผู้ดูแลสามารถช่วยเหลือได้ เช่นการอุ้ม คนชรา, การป้อนอาหาร หรือ ดูแลทำความสะอาด ห้องนอนกับห้องน้ำควรอยู่ติดกันไม่มีควรออกแบบให้ไม่มีธรณีกั้นระห่างห้องทั้งสอง ลดการสะดุดล้ม และสามารถใช้ Wheelchair เข้าไปในห้องน้ำได้เลย

  • เตียงนอน ควรเป็นเตียงผู้ป่วยไฟฟ้าที่สามารถปรับได้ด้วยรีโมทหรือระบบไฟฟ้า ที่มีโครงสร้างแข็งแรง และจุดที่กระจายน้ำหนักได้ดี สามารถรองรับน้ำหนักได้เยอะ เตียงไฟฟ้าควรเลือกที่มีลักษณะเหมือนกับเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน เลือกเตียงที่ดีไซน์ทำจากไม้ สวยงาม มองแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นเตียงสำหรับผู้ป่วย เพราะสภาพจิตใจของผู้ป่วย ก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการดูแลผู้ป่วย โดยเตียงไฟฟ้าที่คนนิยมและเลือกใช้งานกันอย่างเป็นอย่างมาก จะมีด้วยกันดังนี้

    เตียงปรับไฟฟ้า รุ่น EB-35 เป็นเตียงปรับไฟฟ้าที่สามารถปรับได้ 3 ไกร์ 6 ปุ่มฟังก์ชั่น ถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับผู้ป่วย , ผู้สูงอายุ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องกล้ามเนื้ออ่อนแรง ข้อเข่าเสื่อม มีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหว เตียงที่ดีไซน์ทำจากไม้ จะช่วยลดความเครียดให้กับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่จำเป็นจะต้องนอนเตียงไฟฟ้าเป็นเวลานานๆ ตัวผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยสามารถกดปรับระดับด้วยรีโมท เพื่อช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ต้องพืึ่งพาคนดูแล และยังช่วยให้ผู้ดูแลได้สะดวกสบายมากขึ้นด้วย รุ่นนี้จะเหมาะสำหรับผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุที่ยังพอสามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้างนิดหน่อย ไม่ต้องมีคนดูแล ต้องการที่จะช่วยเหลือตัวเอง รุ่นนี้เป็นอีกรุ่นที่แนะนำเลยค่ะ

  •  เตียงอยู่ในท่านอนราบปกติ
  • ไกร์ที่ 1 ปรับพนักพิงสำหรับท่านั่งได้สูงสุด 70 องศา ไกร์นี้มีไว้สำหรับให้ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ นั่งทานข้าว อ่านหนังสือ พูดคุย ดูทีวี
  • ไกร์ที่ 2 ปรับชันเข่าหรือที่วางเท้าได้สูงสุด 30 องศา ไกร์นี้มีไว้สำหรับเปลี่ยนท่าสำหรับผู้ที่มีแผลกดทับและชันเข่าเพื่อระบบหมุนเวียนเลือด
  • ไกร์ที่ 3 ปรับส่วนพนักพิงและชันเข่าพร้อมกัน
  • ระดับสูง-ต่ำ สามารถปรับได้ด้วยระบบแมนนวล

    เตียงปรับไฟฟ้า รุ่น EB-55 เป็นเตียงไฟฟ้าที่สามารถปรับได้ 5 ไกร์ 10 ฟังก์ชั่น มาพร้อมกันทั้งหมด 11 ปุ่ม ที่เพิ่มมาคือปุ่ม CPR เป็นปุ่มที่กดเพียงปุ่มเดียวก็สามารถปรับมาในท่านอนราบมาตรฐานได้ด้วย ความพิเศษของเตียงไฟฟ้ารุ่นนี้ จะสามารถปรับฟังก์ชั่นได้ค่อนข้างเยอะ  มีมอเตอร์ทั้งหมด 4 ตัว คุณภาพมอเตอร์เป็นแบรนด์ดังจากประเทศเยอรมัน Dewert Okin ได้รับการรับรองมาตรฐานจากประเทศเยอรมัน และมีการนำไปใช้กับอุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ อีกด้วย โครงสร้างของเตียงไฟฟ้ารุ่นนี้ผลิตจากคาร์บอนสตีลอย่างดี ด้านนอกกรุด้วยไม้จริงทั้งหมด โครงสร้างมีความหนาและแข็งแรง มีล้อ 4 ล้อ  สามารถกระจายน้ำหนักได้ดี ล้อสามารถล็อคได้ ตัวเตียงปรับไฟฟ้าสามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 220 กิโลกรัม สามารถใช้แทนเตียงนอนทั่วไปได้เลย รุ่นนี้จะเหมาะสำหรับผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุที่ยังดูแลตัวเองได้ หรือต้องมีคนดูแล เพราะรุ่นนี้สามารถปรับระดับสูง-ต่ำ ด้วยรีโมทแบบไฟฟ้าได้  ดังนั้นผู้ใช้งานก็สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ด้วย


  • Function ที่ 1 (มอเตอร์ 1 ทำงาน) ปรับระดับเอียงหลังขึ้น-ราบ การปรับระดับในฟังก์ชั่นนี้เพื่อปรับให้ผู้นอนลุกขึ้นนั่ง เช่น เพื่อป้อนอาหาร, ดื่นน้ำ กินยา, อ่านหนังสือ, พูดคุย
  • Function ที่ 2 (มอเตอร์ 2 ทำงาน) ชันเข่าขึ้น-ราบ การปรับระดับในฟังก์ชั่นนี้เพื่อเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถ ท่าทางผู้นอน เช่น เปลี่ยนท่าเพื่อป้องกันแผลกดทับ, ชันเข่าเพื่อการหมุนเวียนของเลือดเป็นต้น
  • Function ที่ 3 (มอเตอร์ 1-2 ทำงาน) ปรับระดับหลัง-ชันเข่า เป็นการปรับระดับใน Function ที่ 1-2 พร้อมๆกัน เพื่อเปลี่ยนท่าท่างของผู้นอน กรณีที่ผู้นอนขยับตัวลำบาก เป็นการปรับท่าทาง เพื่อทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
  • Function ที่ 4 (มอเตอร์ 3-4 ทำงาน) ปรับความสูงของเตียง ตัวเตียงสามารถปรับให้ต่ำสุดที่ 38cm วัดจากพื้นถึงตัวเตียง (ในกรณีเบาะมีความหนา 10cm) ระยะต่ำสุดจากพื้น-เบาะอยู่ประมาณ 48cm เนื่องจากเตียงปรับได้ค่อนข้างต่ำ ทำให้สะดวกในการขึ้นเตียงจากรถเข็นวีลแชร์ หรือ ให้คนค่อยพยุง// Max Height หรือ ความสูงสุดที่เตียงทำได้คือ 81cm การปรับเตียงให้สูงนี้เพื่อความสะดวกกับผู้ดูแล สามารถดูแลผู้นอนได้ไม่ต้องก้ม เช่นการ ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า, ทำความสะอาด, การนวดการพลิกร่างกาย, การป้อนอาหาร
  • Function ที่ 5 (มอเตอร์ 3-4 ทำงาน) ปรับตัวเตียงให้เอียงหน้า หรือ หลัง อันนี้มีประโยชน์กับผู้นอนเอง และ ผู้ดูแล / ผู้นอนเองสามารถปรับ ตัวขึ้นเพื่อดูหนังสือ, ดูทีวี และ พูดคุยกับคนที่มาเยี่ยม การเอียงเตียงยังช่วยในเรื่องการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ได้หลากหลายมากขึ้นป้องกันแผลกดทับได้อีกส่วนหนึ่ง (กรณีที่เตียงเอนราบตลอด นน.ร่างกายจะกดทบที่ส่วนก้น การเปลี่ยนท่าเป็นเอียงจะช่วยเรื่องกดทับนี้) / ผู้ดูแลสามารถจัดท่าทางง่ายขึ้น เช่นการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนนอน
  • กับผู้ใช้เตียงเอง สามารถปรับเตียงให้อยู่ในระดับที่เหมาะในการทำกิจกรรม เช่น ปรับเตียงเอียงไปข้างหน้าเพื่อดูโทรทัศน์ หรือ พูดคุยกันคนอื่น, ปรับทางท่าต่างๆ เพื่อบริหารร่างกาย หรือ ป้องกันแผลกดทับ, สามารถช่วยเหลือตัวเอง ขึ้นลงเตียงได้ง่ายมากขึ้น (หากขึ้นเตียงจากเก้าอี้-วีลแชร์ก็เลื่อนเตียงลงมาระดับต่ำสุด, หากขึ้นเตียงจากท่ายืนก็สามารถปรับเตียงให้สูงขึ้นเพื่อให้นั่นเตียงได้สะดวกมากขึ้น)
  • กับผู้ดูแล ร่างกายคนเราสูงไม่เท่ากัน คนดูแลสามารถปรับความสูงให้พอเหมาะในการดูแล (ปรับให้สูงขึ้นไม่ต้องก้มดูแล ปวดหลัง) เช่นการป้อนอาหาร, การเปลี่ยนท่าทาง, การเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำความสะอาดร่างกาย

 

” โดยปกติเตียงผู้ป่วยไฟฟ้ามาตรฐานทั่วไป ที่ทำจากไม้ จะเป็นราวกั้นไม้ทั้ง 2 ฝั่ง เมื่อเอาราวกั้นขึ้นพร้อมกันทั้ง 2 ด้านแล้ว จะให้อารมณ์เหมือนกับเป็นเปลเด็ก หรือคอกเด็ก อาจจะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกอึดอัด ดังนั้น Elife จึงได้พัฒนารูปแบบเตียงเพิ่มขึ้น ให้มีความทันสมัย น่าใช้งาน จึงมีรูปแบบราวกั้นให้เลือกทั้งหมด 3 แบบ สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งกับรุ่น EB-35 และ EB-55 ดังรูปภาพนี้ “

เซตราวกั้นเตียง

  • ราวไม้+ราวอลูมิเนียม กั้น 2 ตอน (เพิ่มเงิน 8,000 บาท)
  • ราวไม้ 2 ฝั่ง
  • ราวไม้+ราวเหล็ก กั้น 1 ตอน

” เตียงผู้ป่วยไฟฟ้า หรือเตียงเพื่อสุขภาพ จะช่วยให้ผู้ป่วยที่เป็น Stroke ฝึกการกดรีโมทเพื่อปรับท่านอน และสามารถช่วยเหลือดูแลตัวเองได้เบื้องต้น แต่ปัจจัยหลักสำคัญของการเตรียมเตียงนอน จะให้ประโยชน์สำหรับคนดูแลอีกด้วย เพราะปัจจุบันส่วนใหญ่ผู้ดูแลผู้ป่วยที่เป็น Stroke ก็จะอยู่ในช่วงวัย 40-50 ปีไปแล้ว ดังนั้นการจะยกผู้ป่วยขึ้นจากเตียงโดยใช้แรง ถือว่าเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยทีเดียว ดังนั้นเตียงปรับระดับไฟฟ้า จะช่วยทุ่นแรงให้กับผู้ดูแลได้ง่ายมากขึ้น ทั้งการปรับระดับสูง-ต่ำเอง ก็ช่วยในเรื่องของการก้มๆ เงยๆ บ่อยๆ ดังนั้นประโยชน์ของเตียงไฟฟ้า เอื้อประโยชน์ให้ทั้งกับตัวผู้ป่วยเอง และผู้ดูแลอีกด้วย “

คลิก เตียงผู้ป่วยไฟฟ้า3ไกร์ต่างกับ5ไกร์อย่างไร?

  • ที่นอน

จะต้องเป็นที่นอนที่แน่น ไม่นุ่ม หรือแข็งจนเกินไป ผ้าปูที่นอนต้องขึงตึง ไม่มีรอยย่นหรือรอยพับ เพื่อกันไม่ให้เกิดการถูไถกับผิวหนังผู้ป่วย ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดแผลกดทับได้

  • Walker หรือ Rolator Walker

เป็นลักษณะมี 4 ล้อ ใช้เพื่อออกกำลังกาย การกายภาพบำบัด เพื่อการเดินประคองตัวเอง ให้หัดช่วยเหลือตัวเองและฟื้นฟูสภาพทางด้านร่างกายได้อีกด้วยรถเข็นช่วยเดิน

  • รถเข็นช่วยเดินรุ่น Ew-21 หรือเรียกอีกอย่างว่า Rolator walker เป็น Walker ที่มีล้อ โครงสร้างของรุ่นนี้เป็นวัสดุที่ทำจากอลูมิเนียมน้ำหนัก เบาเพียง 7.8 กิโลกรัม วัสดุหนาแน่น ไม่ก่อให้เกิดสนิมทำให้ลดการผุ กร่อน ของโครงสร้างรถ จึงช่วยยืดระยะเวลาในการใช้งาน โดยส่วนใหญ่จะใช้ในการช่วยออกกำลังกาย ฝึกการเดินให้กับผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุ  และนอกจากจะเป็นรถช่วยเดินที่ใช้แทนไม้เท้าได้แล้ว ยังสามารถใช้เป็นรถเข็นสำหรับกายภาพบำบัดให้กับผู้ป่วย ผู้สูงอายุได้อีกด้วยEW-21 สามารถปรับระดับสูง-ต่ำของมือจับได้ตามความเหมาะสมของผู้ใช้งาน ลดอาการบาดเจ็บจากการโค้งงอหลังและสามารถใช้นั่งพักชั่วคราวมีเบาะนั่งเนื้อผ้า หนา กว้าง 46 เซนติเมตร รับน้ำหนักผู้ใช้งานได้สูงสุดถึง 136 กิโลกรัม มีระบบเบรคทั้งสองข้าง สามารถกำเบรคเพื่อชะลอความเร็ว และเบรคล็อคค้างในขณะนั่งพักเหนื่อย
    แต่รถเข็นช่วยเดินรุ่น ew-21 จะไม่สามารถนั่งและให้ผู้อื่นเข็นให้ได้ เนื่องจากดีไซน์และรูปลักษณ์ถูกออกแบบมาให้เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการช่วยเดิน เพราะถ้าหากว่ารถเข็นช่วยเดินที่สามารถทั้งพยุงเดินได้ และนั่งให้ผู้อื่นเข็นให้ได้ ผู้ป่วยจะไม่ฝึกหัดเดิน อาจจะทำให้กลายเป็นผู้ป่วยที่ติดรถเข็นนั่งไปเลยก็เป็นได้

คลิก ผู้สูงอายุใช้รถเข็นช่วยเดิน(Rollator)ดีกว่าใช้ไม้เท้าอย่างไร ?

” สามารถพับเก็บไม่ซับซ้อน พกพาง่าย “
หลายๆ ท่านยังไม่ทราบว่า นอกจากรถเข็นช่วยพยุงเดินสำหรับผู้สูงอายุที่ใช้งานในบ้านได้แล้ว Ew-21 มีน้ำหนักเบาเพียง 7.8 กก. ข้อดีของรุ่นนี้คือสามารถพับเก็บได้เล็กกระทัดรัด ไม่ยุ่งยาก พับเก็บง่าย และพกพาใส่ท้ายรถยนต์เพื่อนำไปใช้นอกบ้านได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า สวนสาธารณะก็ใช้งานได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับทำกายภาพให้กับผู้ป่วย และฝึกการออกกำลังกายให้กับผู้สูงอายุได้อีกด้วย 

ขนาดล้อทั้ง 4 ล้อมีขนาดที่เท่ากัน เป็นล้อยางตันไม่ต้องเติมลม ดังนั้นสามารถใช้ได้ในพื้นถนนทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นผิวราบเรียบ กระเบื้อง ถนนคอนกรีต หรือแม้กระทั่งถนนที่มีผิวขรุขระ ไม่ต้องกังวลเลยว่าล้อจะรั่วหรือไม่ โดยปกติแล้ว ล้อยางตันจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เสื่อมสภาพช้า และหมดปัญหาการดูแลที่จุกจิก ในส่วนของการปรับระดับมือจับ สามารถปรับระดับมือจับได้ทั้งหมด 6 ระดับ สามารถปรับได้ตามความถนัดของผู้ป่วย หรือผู้ใช้งาน เวลาฝึกหัดเดินนานๆ จะไม่รู้ว่าเมื่อยเนื้อ ปวดตัว เพราะระดับมือจับในการเข็นอยู่ในระดับที่พอดี ไหล่ไม่ตก หรือไม่ยกขึ้นสูง จะช่วยในเรื่องของอาการปวดเมื่อยได้ดียิ่งขึ้น  

 

  • braces อุปกรณ์ให้ข้อเท้า และเท้าอยู่ในตำแหน่งที่เดินได้

  • Wheelchair รถเข็นสำหรับผู้ป่วยที่เดินไม่ได้

การเลือกรถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้ป่วย Stroke หรือผู้สูงอายุนั้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะรถเข็นวีลแชร์จะต้องเป็นตัวช่วยในการเคลื่อนย้าย หรือใช้เดินทางออกไปข้างนอกสำหรับผู้ที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เบื้องต้น จะต้องใช้รถเข็นวีลแชร์ประเภทแมนนวลที่ให้ผู้อื่นเป็นผู้เข็นให้ โดยหลักการการเลือกรถเข็นวีลแชร์จะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน และขึ้นอยู่กับผู้ดูแลด้วย แต่อยากแนะนำว่ารถเข็นวีลแชร์คุณภาพดี ที่ต้องเลือกใช้งานนั้น จะเน้นให้เลือกใช้รถที่โครงสร้างผลิตจากอลูมิเนียม หรืออลูมิเนียมอัลลอยด์ เพราะมีความแข็งแรง ทนทาน ไม่ขึ้นสนิม สามารถรองรับน้ำหนักได้เยอะ ในส่วนของรถเข็น Elife ที่เราเลือกมา เราคัดสรรแต่รถเข็นคุณภาพดี ราคาประหยัด โดยจะมีแนะนำอยู่ด้วยกันทั้งหมด 5 รุ่นดังนี้

     Ew-11                               Ew-11plus                             Ew-112                               Ew-120plus                           Ew-116

คลิก เลือกรถเข็นอย่างไรให้ประหยัดเงินในกระเป๋า ??

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11 จะเป็นรุ่นที่น้ำหนักเบาที่สุด เป็นรุ่นที่คนดูแลสามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบาย เพราะมีน้ำหนักเบาเพียง 6.7 กก. โครงสร้างรถเข็นทำจากอลูมิเนียมเกรดพรีเมี่ยมอย่างดี รับน้ำหนักผู้นั่งได้สูงถึง 90 กก. ส่วนใหญ่ที่คนนิยมใช้รุ่นนี้เพื่อพกพาเดินทางโดยสารโดยเครื่องบิน เพราะเป็นรุ่นที่สามารถพับเก็บได้เล็ก กระทัดรัด นิยมเป็นอย่างมากที่พกพาใส่ท้ายรถที่มีพื้นที่อย่างจำกัด อย่างรถขนส่งสาธารณะแท็กซี่ เป็นต้น ถ้าหากให้แนะนำสำหรับผู้ที่สมควรเลือกใช้รุ่นนี้ จะแนะนำน้ำหนักผู้นั่งไม่เกิน 60 กก. จะนั่งสบายมากค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11plus เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่น Ew-11 มีขนาดเบาะกว้างกว่า เหมาะสำหรับคนที่สะโพกใหญ่ นั่งได้เต็ม ก้นไม่ล้นออกมาจากเบาะ รุ่นนี้น้ำหนักรถเข็นเบาเพียง 7.8 กก. โครงสร้างทำจากวัสดุประเภทเดียวกับรุ่น Ew-11 รับน้ำหนักผู้นั่งสูงสุดได้ 110-120 กก. นิยมใช้พกพาใส่ท้าย สะดวกคนดูแลมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-112 รุ่นนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่ลูกค้านิยมใช้ เพราะลักษณะรูปทรงคล้ายกับเก้าอี้นั่งมากกว่ารถเข็นวีลแชร์ เบาะนั่งสบาย และที่สำคัญ รุ่นนี้มีล้อเล็กกันหงายหลังอีกด้วย วัสดุที่ใช้ผลิตโครงสร้างรถเข็นวีลแชร์รุ่นนี้ เป็นอลูมิเนียมเกรด 7003 มีน้ำหนักเบา 9 กก. สามารถรองรับน้ำหนักผู้นั่งได้ถึง 120 กก. ถ้าเน้นนั่งสบายต้องรุ่นนี้เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-116 รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เบาะค่อนข้างกว้าง จะนั่งสบายสำหรับคนที่มีสรีระใหญ่ หรือมีพุง รุ่นนี้วัสดุทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ น้ำหนักรถเข็น 13 กก. รุ่นนี้เป็นรุ่นที่น้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่ราคาถูก ถ้าหากผู้ติดตาม หรือผู้ดูแล สามารถยกขึ้นรถไหว ตัวนี้เป็นอีกตัวที่น่าใช้งานมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-120plus รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ดีไซน์สวย แข็งแรง น้ำหนักรถเข็น 11 กก. น่าใช้งานที่สุด รับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กก. เหมาะสำหรับคนที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง เพราะล้อหลังมีขนาด 20 นิ้ว เป็นล้อใหญ่ มีด้ามจับล้อที่ทำจากอลูมิเนียม เพื่อใช้แขนออกแรงหมุน และเคลื่อนที่ได้ โดยไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาเข็นให้ ข้อดีของรุ่นนี้ มีเบรคล็อคล้อ 2 ตำแหน่ง คือล็อคจากมือจับเข็น และล็อคได้จากล้อหลัง ถือว่าเป็นรุ่นที่สะดวกสบายค่ะ แต่ถ้าหากผู้ดูแลเป็นผู้หญิง เวลาพับเก็บใส่ท้ายรถ ถือว่าค่อนข้างยากค่ะ

แต่เมื่อผู้ป่วยที่เป็น Stroke อาการเริ่มดีขึ้นหลังจากทำกายภาพบำบัดแล้ว จะพอสามารถเคลื่อนไหว หยิบจับสิ่งของช่วยเหลือตัวเองได้บ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่ถึงขั้นสามารถเดินไกลๆ ได้ด้วยตัวเอง แต่ชอบและรักอิสระ ที่อยากจะไปไหนมาไหนด้วยตัวเองได้ ก็มักจะเลือกใช้รถเข็นไฟฟ้า หรือเก้าอี้ไฟฟ้า เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอให้คนดูแลมาช่วยเข็น ก็สามารถไปตามที่ต่างๆเองได้ ไม่ชอบเป็นภาระผู้อื่น อีกทั้งหากให้ผู้ป่วยใช้งานรถเข็นไฟฟ้าแล้ว สภาพจิตใจของผู้ป่วยเองก็อาจจะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะผู้ป่วยไม่เครียด และรู้สึกว่าตัวเองเป็นอิสระ สามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง 

  ปัญหาสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ เรื่องสำคัญที่ต้องช่วยกันดูแล

” เน้นใช้งานในบ้านหรือบริเวณบ้าน “ เบื้องต้นให้สำรวจความต้องการของผู้ใช้งานและผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือผู้พิการเป็นหลักที่มีความต้องการไม่เหมือนกัน บางคนต้องการรถเข็นไฟฟ้าที่ใช้งานภายในบริเวณบ้าน ไม่ต้องมีการยกหรือเคลื่อนย้าย สามารถเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเยอะได้ เพราะไม่จำเป็นต้องใช้งานนอกบ้านบ่อยๆ ราคาก็จะประหยัดลง ช่วยให้เซฟเงินในกระเป๋าได้เยอะ เนื่องจากโครงสร้างผลิตจากคาร์บอนสตีล และโครงสร้างทำจากอลูมิเนียม มีความเหนียว หนา แข็งแรง รับแรงกระแทกได้ดี


” เน้นนำไปใช้งานนอกสถานที่เป็นประจำ “  หากการใช้งานเน้นพกพา นำไปใช้นอกสถานที่ ต้องเลือกใช้งานรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา คนยกจะได้สะดวกเพราะรถเข็นไฟฟ้าไม่หนักมาก และโครงสร้างรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาเป็นโครงสร้างเกรดพรีเมียม วัสดุมีน้ำหนักเบาแล้ว ยังสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา รับน้ำหนักผู้นั่งได้สูงถึง 120 กก.  รถเข็นไฟฟ้าของ Elife มีสินค้าประเภทน้ำหนักเบาอยู่ด้วยกันทั้ง 3 รุ่นตามคำถามที่พบบ่อยในข้อ 1 ด้านบน มีดังนี้

คลิก Q&A คำถามสุดฮิตพิชิตข้อสงสัย (รถเข็นไฟฟ้า)

*ข้อแนะนำ : ไม่ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ให้กับผู้ใช้ที่มีขนาดตัวเล็กเพราะจะทำให้ในการใช้งานโดยเฉพาะเวลาขับขี่ตัวของผู้ใช้จะไม่กระชับกับที่นั่งซึ่งนั่นอาจทำให้ตัวของผู้ใช้โครงเครงในระหว่างที่ขับขี่เลี้ยวรถ หรือขับขี่บนทางขรุขระ ​และเนื่องจากรถเข็นไฟฟ้ารุ่นที่มีที่นั่งขนาดใหญ่นั้นก็จะมีคุณสมบัติที่สามารถรับน้ำหนักได้เยอะ และตัวโครงสร้างก็จะใหญ่และมี่น้ำหนักมากกว่ารถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดเล็ก ตัวอุปกรณ์ไฟฟ้าและโครงสร้างก็จะมีการออกแบบมาให้รับน้ำหนักของผู้นั่งได้มากตามขนาดของที่นั่งด้วย เช่นรถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดที่นั่งใหญ่ก็จะมักจะมีมอเตอร์ที่มีกำลังมากกว่ารถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดที่นั่งเล็ก และแบตเตอรี่ของรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ก็จะมีแบตเตอรี่ที่มีความจุไฟมากกว่า

*ข้อแนะนำ : ผู้ใช้ควรสังเกตุสเปคของรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ และขอให้แน่ใจว่ามีสเปค (เช่นโครงสร้าง กำลังมอเตอร์ และ ความจุแบตเตอรี่) จะต้องสูงกว่ารถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดเล็ก เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้าที่มีที่นั่งขนาดใหญ่ ต้องรับน้ำหนักมากกว่า และนอกเหนือจากนั้น ลูกค้าบางท่านที่ต้องการใช้รถเข็นไฟฟ้าในที่แคบๆ เช่นในบ้าน โดยขับขี่เข้า-ออกประตูห้องต่างๆ ก็ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีขนาดเหมาะสมกับขนาดของประตู (โดยปกติ ขนาดประตูห้องน้ำจะประมาณ 75ซม. ประตูห้องนอนจะประมาณ 80ซม.) หรือเหมาะสมกับขนาดของทาง หรือ ทางลาดที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าวิ่งผ่าน

การที่ให้ผู้ป่วย Stroke ใช้งานรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า จะช่วยให้ผู้ป่วยได้ช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้นมากขึ้น ได้ฝึกประสาทสัมผัสการรับรู้ ฝึกการโยกจอยสติ๊กก็เหมือนกันการกายภาพบำบัดไปในตัว และผู้ป่วยเองก็ยังสามารถใช้เคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอให้คนดูแลคอยเข็น ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ และที่สำคัญก็จะช่วยเบาแรงให้กับผู้ดูแลด้วยค่ะ

 

  • อุปกรณ์เสริมอื่น เช่น กระโถน ถาดอาหาร ฯลฯ

 

 

 

 

 

 

การปรับเตียงไฟฟ้ามีความสำคัญกับท่านอนผู้สูงอายุอย่างไร?

การปรับเตียงไฟฟ้ามีความสำคัญกับท่านอนผู้สูงอายุอย่างไร?

การปรับเตียงไฟฟ้าแต่ละไกร์ อาจเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คน ไม่คาดคิดว่าจะมีประโยชน์อย่างไร บางท่านคิดว่าเตียงนอนผู้สูงอายุ หรือเตียงไฟฟ้าสำหรับผู้ป่วยนั้นไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก แต่..การปรับเปลี่ยนท่าทางต่างๆ กลับส่งผลดีทั้งกับตัวผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ดูแลอีกด้วย

สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยที่มีภาวะเคลื่อนไหวได้น้อย หรือถึงขั้นวิกฤติที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการปรับท่าทาง หรือจับพลิกตัวผู้ป่วย การที่ถูกจำกัดการเคลื่อนไหว อาจจะก่อให้เกิดภาวะหรือโรคแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา อาจจะทำให้อาการป่วยที่เป็นอยู่เกิดความรุนแรงขึ้น ซึ่งความสามารถของเตียงปรับระดับไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อการปรับท่าทางของผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวได้ยากโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างคือ ท่าศรีษะต่ำ – ปลายเท้าสูง , ท่าชันเข่า , ท่านั่ง ท่าทางเหล่านี้ก่อให้เกิดประโยชน์สำหรับตัวผู้ใช้งาน หรือผู้ดูแลอย่างไร วันนี้มีคำตอบค่ะ

เตียงปรับระดับไฟฟ้า เป็นเตียงที่ถูกออกแบบมา เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุ ทั้งในเรื่องของสุขภาพ และการอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแล โดยเฉพาะในเรื่องของฟังก์ชั่นในการปรับ่ท่าทางต่างๆ ซึ่งแต่ละท่าทาง เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยอย่างไรบ้างนั้น ไปอ่านกันเลยค่ะ  (อ้างอิงข้อมูลจาก : การพยาบาลพื้นฐาน ปฏิบัติการพยาบาล อาจารย์กรวรรณ สุวรรณสาร)

1.ท่านอนศรีษะสูง – เท้าต่ำ หรือเรียกว่าท่านั่งหลังตรง

ท่าทางนี้ จะช่วยให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยหายใจได้สะดวกมากขึ้น ทำให้ปอดสามารถขยายตัวได้ดี ช่วงบรรเทาอาการกรดไหลย้อน หรือผู้ป่วยที่มีแผลผ่าตัด บริเวณหน้าท้อง ท่าท่างนี้จะช่วยระบายหนองออกจากแผล หรือท่อระบายได้ดียิ่งขึ้น จึงช่วยลดอาการอักเสบภายในช่องท้อง นอกจากนี้สำหรับผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุ สามารถใช้ท่านี้ในการอำนวยความสะดวกในกิจกรรมต่างๆได้ เช่น การกินข้าว รับประทานอาหาร , อ่านหนังสือ การล้างหน้าแปรงฟัน เป็นต้น และการปรับท่านี้จะช่วยในเรื่องของการลุกออกจากเตียงได้ หากผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการลุกออกจากเตียงยาก ฟังก์ชั่นนี้จะช่วยในเรื่องการลุกออกจากเตียงได้ด้วย

2.ท่าชันเข่า
จะช่วยในการหมุนเวียนเลือดที่บริเวณปลายขา ช่วงเข่า ลดอาการปวดเมื่อยและอาการบวมของขาได้ นอกจากนี้ ท่าชันเข่ายังใช้ในการทำความสะอาดบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ได้ง่ายขึ้นด้วย

3.ท่าปรับระดับความสูง-ต่ำ ของเตียง

การปรับระดับความสูง-ต่ำของเตียงนั้น จะช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ดูแล และผู้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น
🔷 การปรับระดับของเตียงได้ต่ำ จะเหมาะสำหรับคนใช้งาน ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยบางท่านสามารถลุกนั่งแล้ววางเท้าแตะไปกับพื้นได้อย่างพอดี ทำให้ไม่สูญเสียการทรงตัว และลดการเกิดอุบัติเหตุ จะทำให้ผู้สูงอายุนั้นไม่ต้องใช้แรงในการพยุงตัวเองขึ้นมากนัก และสามารถลุกขึ้นจากเตียงได้โดยง่าย
🔷 การปรับระดับของเตียงได้สูง จะเหมาะสำหรับผู้ดูแล เนื่องจากผู้ดูแลจะสามารถป้อนขาว เปลี่ยนแพมเพิส หรือเช็ดตัวทำความสะอาดได้ ในระดับความสูงที่คนดูแลสามารถยืนได้ ผู้ดูแลไม่ต้องก้มๆ เงยๆ บ่อยๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วคนดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุจะเป็นวัยกลางคืน ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าหากก้มๆเงยๆ บ่อยๆ สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างแน่นอน การปรับความสูงของเตียงไฟฟ้าจะช่วยลดปัญหาการปวดหลังของผู้ดูแลได้

4.ท่านอนศีรษะต่ำ-เท้าสูง

การปรับท่าทางนี้จะเหมาะสำหรับผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุที่เสียเลือดมาก ต้องการให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงสมองให้มากขึ้น และช่วยในการลดอาการบวมที่ขา ให้เลือดไหลเวียนกลับสู่หัวใจได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถไปประยุกต์ใช้ในการรักษาพยาบาล เช่น การสวนล้างของช่องคลอด เป็นต้น

5. การปรับทั้งโครงเตียงลาด 45 องศา

หลายๆ คนคงสงสัยว้า ฟังก์ชั่นนี้จะเหมาะสำหรับใคร ฟังก์ชั่นตัวนี้จะเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วน เพราะหากจัดท่านอนหงายและท่านอนคว่ำอาจก่อนให้เกิดภาวะปอดแฟบได้ง่าย เพราะมีความจำกัดของการขยายตัวของกล้ามเนื้อกระบังลมและผนังทรวงอก จากแรงกดของน้ำหนักตัว ซึ่งเป็นสาเหตุให้ปริมาตรอากาศลมหายใจออกลดลง ทำให้อัตราการหายใจเร็วขึ้น ลักษณะต่างๆของผู้ป่วยโรคอ้วนพบว่า การนอนในท่านอนศีรษะสูงปลายเท้าต่ำที่ระดับ 45 องศา มีผลให้เพิ่มปริมาตรลมหายใจออก และอัตราการหายใจลดลง หรืออีกกรณีนึงคือ ช่วงปลายเท้ามีขอบเตียงบดบังทัศนียภาพรอบๆ บ้าน หรือรอบๆ ห้อง ก็สามารถปรับในกึ่งท่านั่งแล้ว จากนั้นปรับโครงสร้างของเตียงให้อยู่ในระดับ 45 องศา ก็จะสามารถมองเห็นทรรศนียภาพโดยรอบ


ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนท่าทางการนอนของผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย จะส่งผลเสียอะไรบ้าง ?? 

หลายคนอาจจะคิดว่า การปรับเปลี่ยนท่านอนให้ผู้ป่วยเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ อาจจะมีปล่อยปะละเลยไปบ้าง แต่รู้ไหมคะ การที่ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยนอนอยู่ในท่าเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน จะส่งผลเสียทำให้เกิดโรค หรือภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ตามมา โดยเฉพาะกับผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่เคลื่อนไหวได้น้อย หรือไม่ได้เลย ถ้าไม่มีผู้ที่พลิกตัวหรือจัดท่าทางให้ บอกเลยว่าอันตรายมากจนถึงขั้นอาจจะทำให้เสียชีวิตได้เลยค่ะ

  • แผลกดทับ จะเกิดมาจากแรงกดทับที่บริเวณผิวหนังเป็นเวลานาน ซึ่งเกิดมาจากการที่ผู้ป่วยไม่ได้เปลี่ยนท่าทางในการนอนหรือการนั่ง
  • มีปัญหาเกี่ยวกระดูกและกล้ามเนื้อ เนื่องจากการที่ไม่ได้ขยับตัว หรือเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้มีอัตราการสลายตัวของแคลเซียม มากกว่าการสร้างเพิ่ม ทำให้กระดูกเปราะบาง เสี่ยงต่อการหัก หรือข้อติดขัดได้ง่ายมาก นอกจากนี้ยังส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง ลีบเล็กลง หรืออาจจะมีอาการปวดหลังตามมาได้
  • หัวใจทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยที่อยู่ในท่านอนเกือบตลอดเวลา ทำให้เลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจมากกว่าปกติ ส่งผลให้อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น เพื่อรักษาสมดุลของปริมาณเลือดที่เข้าออกจากหัวใจ
  • เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี เนื่องจากกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง มักส่งผลให้เลือดคั่งในหลอดเลือดดำ โดยเฉพาะบริเวณขา จึงอาจส่งผลให้เกิดอาการขาบวมได้ นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด ซึ่งอาจจะทำให้ไปอุดตันในหลอดเลือดต่างๆ ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของระบบอวัยวะต่างๆ อีกด้วย
  • ปอดขยายตัวลดลง ซึ่งเกิดจากการนอนในท่านอนหงายเป็นเวลานาน ทำให้เสมหะคั่งค้างมากขึ้น เสี่ยงต่อภาวะปอดแฟบ เลือดเป็นกรดจากการหายใจด้วย
  • ภาวะเบื่ออาหาร เพราะการนอนในท่าเดิมๆ อาจจะทำให้เกิดความอยากอาหารน้อยลง ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคขาดสารอาหาร มีอาการอ่อนเพลีย หรือเพิ่มความวิตกกังวลได้
  • ท้องผูก เพราะการที่ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุนอนอยู่ในท่าเดิมนานๆ ทำให้ลำไส้บีบตัวลดลงส่งผลให้อุจจาระค้างในลำไส้ ขับถ่ายได้ยากลำบาก เกิดภาวะท้องอืด ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่สบายตัว
  • นิวในทางเดินปัสสวะ เนื่องจากที่ไม่ค่อยได้ขยับร่างกาย ทำให้แคลเซียมเกิดการสลายตัวอยู่ในกระแสเลือดมากกว่าปกติ แล้วตกผลึกกลายเป็นนิ่วไปอุดตันที่ทางเดินปัสสาวะ
  • ด้านจิตใจ ถ้าหากผู้ป่วยต้องอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานๆ อาจจะทำให้เกิดภาวะที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้า รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ป่วยมากกว่าเดิมในระยะยาวอาจส่งผลให้อาการที่กำลังเป็นอยู่แย่ลงได้

สำหรับท่านที่กำลังตัดสินใจที่เลือกซื้อเตียงไฟฟ้าเพื่อผู้สูงอายุ แต่ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ สามารถชมรีวิวและวิธีการแนะนำการใช้งานเตียงไฟฟ้าได้ตามได้เลยค่ะ
 สิ่งที่ควรคำนึงถึงการตัดสินใจในการเลือกซื้อเตียงไฟฟ้าผู้สูงอายุนั้น ควรเลือกเตียงที่สามารถช่วยลดภาระของผู้ดูแล เรื่องดีไซน์ของเตียงไฟฟ้า ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะยังสามารถช่วยฟื้นฟูจิตใจให้กับผู้สูงอายุให้ดีขึ้นได้ 

” ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการดูแลผู้ป่วยติดเตียง และผู้สูงอายุ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องวิธีการดูแลเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับการดูแลเอาใจใส่ของคนดูและ และทุกคนในครอบครัว และเตียงไฟฟ้าปรับระดับได้ จึงเป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย ทั้งการรับประทานอาหาร การทำความสะอาดร่างกาย เตียงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมา เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย และอำนวยความสะดวกให้กับผู้ดูแล โดยเฉพาะฟังก์ชันในการปรับท่าทางต่าง ๆ ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดท่าผู้ป่วย โดยที่ผู้ดูแลไม่ต้องใช้แรงเยอะ ส่งผลดีให้ผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ น้อยลง และยังป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ดูแล ในขณะที่ช่วยเหลือผู้ป่วยในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อีกด้วย การจัดท่านอนและสภาพแวดล้อม หรือทำกายภาพบำบัดเล็กน้อยเพื่อให้ร่างกายได้รับการฟื้นฟู ซึ่งหากมีอาการผิดปกติใดๆ ต่างไปจากเดิม ควรรีบไปพบแพทย์ทันที  ” 

ท่านอนชันเข่า…มีประโยชน์ที่ผู้สูงอายุไม่ควรมองข้าม

ท่านอนชันเข่า…มีประโยชน์ที่ผู้สูงอายุไม่ควรมองข้าม

ถ้าผู้สูงอายุหากนอนหงายขาตรงไประยะเวลานานๆอาจส่งผลให้นอนกรนหนักกว่าเดิมหรือปวดเมื่อยตามร่างกาย เช่น น่อง ขา โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ขยับร่างกายลำบากทำให้มีอาการเมื่อยล้าและเกิดการเกร็งตัวเอ็นข้อเข่าและรอบสะโพก การนอนชันเข่าสามารถช่วยให้ความผ่อนคลาย และช่วยให้ข้อเข่าและข้อสะโพกของผู้ป่วยได้เปลี่ยนอิริยาบถจากเหยียดตรงเป็นงอบ้าง  ซึ่งจะมีผลช่วยลดแรงตึงของข้อต่อได้

ท่านอนชันเข่า

การนอนหงายชันเข่าเหมาะสำหรับผู้สูงอายุไปจนถึงผู้ป่วยติดเตียงทำให้ผู้ป่วยได้เปลี่ยนอริยบทท่านอนป้องกันแผลกดทับที่หลัง,ก้นและช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดบริเวณเข่าและกล้ามเนื้อข้างเคียง

ซึ่งท่านอนลักษณะนี้สามารถทำได้ง่ายคนดูแลอาจใช้หมอนข้างหรือผ้านำมาม้วนกลมๆก็สามารถใช้ได้แต่วิธีนี้อาจจะเป็นวิธีแก้ขัดใช้เพียงชั่วคราวและไม่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยติดเตียงนั้นเอง ปัจจุบันการนอนชันเข่าเป็นฟังก์ชันของเตียงไฟฟ้าสามารถปรับได้ง่ายด้วยรีโมทและผู้ป่วยยังสามารถปรับชันเข่าได้ด้วยตัวเอง

ราวกั้นอลูมิเนียมสำหรับเตียงไฟฟ้า ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย Bed rail รุ่น EB-3C

นอกจากปรับนอนชันเข่าได้ยังสามารถปรับนั่งในท่าชันเข่า ทำให้ผู้ป่วยสามารถเปลี่ยนอริยบทต่างๆได้ง่ายและสะดวกชึ้น

สรุป การนอนชันเข่าให้ความผ่อนคลายมากดีกว่าการนอนเหยียดขาตรงเป็นระยะเวลานานๆ ใช้ได้ดีในผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงช่วยลดแผลกดทับ ลดอาการปวดเมื่อย ช่วยระบบไหลเวียนเลือกที่น่องและกล้ามเนื้อ


ตอบทุกข้อสงสัย…เตียงผู้ป่วยไฟฟ้า3ไกร์ต่างกับ5ไกร์อย่างไร?

ตอบทุกข้อสงสัย…เตียงผู้ป่วยไฟฟ้า3ไกร์ต่างกับ5ไกร์อย่างไร?

เตียงไฟฟ้า (Electric Adjustable Bed)… หรือเตียงผู้ป่วยเป็นเฟอร์นิเจอร์ทางการแพทย์ที่มีการออกแบบพิเศษเพื่อความสะดวกสบายของผู้ป่วยระหว่างพักฟื้น ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยเตียงไฟฟ้าผู้ป่วยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการทำงานและปรับระดับต่างๆโดยรีโมท สามารถปรับทิศทาง ความสูง-ต่ำ การงอเข่า ปรับองศาต่างๆได้ นอกจากสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ป่วยและผู้ดูแล เตียงไฟฟ้าผู้ป่วยยังสามานถป้องกันแผลกดทับในคนไข้ที่ไม่สามารถขยับตัวได้ ลดอาการปวดเมื่อยในการพักรักษาตัว ซึ่งเตียงไฟฟ้านี้จะเข้ามาช่วยให้การเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้นและลดภาระให้กับผู้ดูแลได้อีกด้วย

การเลือกเตียงไฟฟ้า

จริงๆเตียงไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องรอให้เป็นคนป่วยก่อนแล้วถึงใช้เมื่อเริ่มเข้าสู่สูงวัยก็สามารถนอนเตียงไฟฟ้าเป็นเตียงนอนสุขภาพได้ (สาเหตุที่เป็นเตียงสุขภาพเพราะเตียงประเภทนี้จัดเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์นั้นเอง) ช่วยป้องกันการพลัด ตก หกล้มในผู้สูงอายุได้และยังให้ความสะดวกในเรื่องการเคลื่อนไหวให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์ที่มีความทันสมัย อบอุ่น เหมือนกับเตียงนอนในบ้านทั่วไป ทำให้เตียงนอนไฟฟ้าเป็นที่นิยมมากในบ้านพักผู้สูงอายุในญี่ปุ่นซึ่งคนใช้งานก็ไม่ใช่ผู้ป่วยติดเตียงซะทีเดียว…

แต่ก่อนจะเลือกซื้อ”เตียงไฟฟ้า“อีไลฟ์อยากให้คุณรู้จักฟังก์ชันของเตียงกันก่อน เพราะในปัจจุบันมีเตียงไฟฟ้าให้เลือกมากมาย หน้าตาคล้ายๆกัน ทั้งราคาถูกและแพงขึ้นอยู่กับคุณบัติของเตียงไฟฟ้าที่สามารถทำได้บางรุ่นสามารถปรับได้ 3 ไกร์ 5 ไกร์ ยิ่งปรับได้หลายฟังก์ชันราคาจะสูงตามขึ้นไปด้วย แต่การซื้อเตียงไฟฟ้าท่านไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกเตียงที่ปรับได้หลายฟังก์ชันเสมอไปเพราะสิ่งที่จำเป็นคือต้องตอบโจทย์กับการใช้จริงๆ เพื่อความเข้าใจในการเลือกซื้อเตียงไฟฟ้า อีไลฟ์จะมาอธิบายเตียงไฟฟ้าที่ปรับได้ 3 ไกร์ กับเตียงไฟฟ้าที่ปรับได้ 5 ไกร์มีความแตกต่างกันอย่างไร ? ไปดูกันเลย…

เตียงปรับไฟฟ้าของอีไลฟ์… ที่มีการออกแบบพิเศษให้มีฟังก์ชัน ขนาด รูปแบบเหมือนเตียงโรงพยาบาลแต่ดีไซน์โดดเด่นเหมือนเตียงนอนในบ้านทั่วไป ให้ความรู้สึกที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากขึ้น เน้นตอบโจทย์กับผู้สูงอายุทั่วไปที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ไปจนถึงผู้ป่วยติดเตียง

EB-55 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 5ไกร์ โครงโลหะกรุวัสดุไม้
เตียงไฟฟ้าอีไลฟ์

ลักษณะทั่วไปของเตียงไฟฟ้า (อีไลฟ์)

  • มีขนาด 3ฟุต เท่ากับเตียงนอนของโรงพยาบาล
  • ใช้งานระบบไฟฟ้า สั่งงานผ่านรีโมทและมอเตอร์ไฟฟ้า
  • โครงกรุเนื้อไม้
  • มีราวกั้นกันตก (ราวอลูมิเนียม ราวไม้ ราวเหล็ก)
  • สามารถพับเก็บได้
  • รับน้ำหนัก 220 กิโลกรัม

EB-35 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 3ไกร์
เตียง 3ไกร์

เตียงไฟฟ้า3ไกร์ หรือ EB-35… เหมาะกับผู้สูงอายุทั่วไปที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แต่ต้องการใช้เตียงไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกตัวเองเรื่องการเคลื่อนไหว ซึ่งการเลือกใช้เตียง 3 ไกร์ทำให้ประหยัดงบและได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ลักษณะภายนอกแทบไม่มีความแตกต่างกับรุ่นที่ปรับได้ 5 ไกร์แต่ข้างในแตกต่างกันเยอะพอสมควรเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมอเตอร์หรือฟังก์ชัน

ฟังก์ชันการใช้งานสามารถปรับได้ 3 ฟังก์ชัน

  • พนักพิงส่วนหลังปรับเพื่อให้ผู้สูงอายุนั่งได้ 0-70 องศา อาจจะเป็นการนั่งทานข้าว อ่านหนังสือ ดูทีวี
  • ปรับส่วนเข่าหรือที่วางเท้า ชันได้ 0-30 องศา
  • ปรับส่วนพนักพิงและชันเข่าพร้อมกัน
  • ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Dewert Okin จำนวน 1 ตัว

เตียง3ไกร์ สามารถปรับสูง-ต่ำได้หรือไม่ ?

  • สามารถปรับได้แต่ต้องปรับแบบแมนนวลโดยการดึงตัวล็อคลงและยกเตียงให้อยู่ในระดับที่ต้องการซึ่งอาจจะต้องใช้คนช่วย 2-3 คน

สามารถใช้กับผู้ป่วยติดเตียงได้หรือไม่ ?

  • จริงๆแล้วสามารถใช้งานได้หากผู้ใช้งานต้องการประหยัดงบ แต่จะดูแลผู้ป่วยได้ยากกว่าซึ่งก็จะเป็นปัญหาของผู้ดูแล เช่นการปรับระดับสูงต่ำเพื่อเปลี่ยนชุดหรือต้องการให้ผู้ป่วยพลิกตัวอาจจะทำได้ลำบาก

ข้อดีของเตียง 3ไกร์

  • เป็นเตียงไฟฟ้าที่ราคาประหยัดและมีฟังก์ชันที่ครอบคลุมในระดับนึง
  • เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่อยากเริ่มลองใช้งานเตียงไฟฟ้า
  • สามารถใช้งานได้เหมือนเตียงนอนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ป่วยอย่างเดียว
EB-35 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 3ไกร์
เตียง5ไกร์

เตียงไฟฟ้า 5ไกร์หรือEB-55… เหมาะกับผู้สูงอายุที่เริ่มเป็นผู้ป่วยแล้วไปจนถึงผู้ป่วยติดเตียงซึ่ง 5ไกร์ที่รวมฟังก์ชันที่สำคัญทั้งผู้ดูแลและผู้ใช้งานมาแล้วสามารถปรับได้เหมือนกับ 3ไกร์แต่มีฟังก์ชันพิเศษที่เพิ่มเข้ามา

ฟังก์ชันการใช้งานสามารถปรับได้ 5 ฟังก์ชัน

  • พนักพิงสามารถปรับได้ 0-70 องศา เช่นเดียวกัน
  • ปรับชันเข่าเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก 0-30 องศา
  • ปรับส่วนพนักพิงและชันเข่าพร้อมกัน
  • สามารถปรับระดับต่ำสุด 38.5 เซนติเมตร และสูงสุด 81 เซนติเมตร เพื่อผู้ดูแลสามารถเข้าดูแลผู้ป่วยได้สะดวกเช่น การเปลี่ยนเสื้อผ้า พลิกตัว ทำความสะอาดร่างกายให้ผู้ป่วย
  • สามารปรับท่านอนราบได้ 0-12 องศา สามารถป้องกันแผลกดทับได้อีกส่วนหนึ่ง (กรณีที่เตียงเอนราบตลอด น้ำหนักร่างกายจะกดทบที่ส่วนก้น การเปลี่ยนท่าเป็นเอียงจะช่วยเรื่องกดทับนี้) และผู้ดูแลสามารถจัดท่าทางง่ายขึ้น เช่นการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนนอน พูดคุยกับคนที่มาเยี่ยม การเอียงเตียงยังช่วยในเรื่องการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ
  • ปุ่มสุดท้าย Reset เตียงให้กลับมาอยู่ในค่าเริ่มต้น
  • ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Dewert Okin จำนวน 4 ตัว

ข้อดีของเตียง 5 ไกร์

  • สะดวก ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถปรับระดับทุกฟังก์ชันผ่านรีโมท
  • เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่หาเตียงไฟฟ้าไว้ดูแลคนป่วยที่มีหน้าตาเหมือนเตียงนอนทั่วไปเป็นมิตรกับบ้าน
  • เหมาะกับการใช้งานระยะยาวเพราะมีฟังก์ที่ครบแล้วไม่ต้องเปลี่ยนเตียงใหม่บ่อยๆ

สรุปข้อแตกต่าง

การเลือกใช้เตียงไฟฟ้า

เตียงไฟฟ้า 3 ไกร์ เตียงไฟฟ้า 5 ไกร์
มีมอเตอร์ 1 ตัว มีมอเตอร์ 4 ตัว
ปรับระดับสูง-ต่ำแบบแมนนวลหรือใช้คน ปรับระดับสูง-ต่ำผ่านรีโมท
ปรับระนาบไม่ได้ ปรับระนาบได้ 0-12 องศา
ไม่มีปุ่ม Reset กลับมาค่าเริ่มต้นต้องปรับทีละส่วน สามารถกดปุ่มResetค่าทั้งหมดในปุ่มเดียว
ราคาประหยัด ราคาสูงกว่าเพราะฟังก์ที่เพิ่มมา
เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและคนทั่วไปที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เหมาะกับผู้สูงอายุไปจนถึงผู้ป่วยติดเตียงและการใช้งานในระยะยาว
การเลือกเตียงไฟฟ้า
รีโมทเตียงไฟฟ้า

 

คำถามที่พบบ่อย!

  • ราคาเตียงไฟฟ้า 3 ไกร์และ5 ไกร์ ?

ราคา3ไกร์ อยู่ที่ 10,000-40,000 บาท ราคา 5ไกร์ อยู่ที่ 50,000-200,000 บาทขึ้นอยู่กับมอเตอร์ วัสดุที่ใช้งาน

  • ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องเข่าหรือการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยน้อยควรเลือกกี่ไกร์ ?

เลือกเป็น 3ไกร์ หากต้องการประหยัดงบหรือต้องการลองใช้งานก่อน

  • เตียงไฟฟ้า 5 ไกร์ สามารถเริมที่นอนป้องกันแผลกดทับได้ไหม ?

สามารถเสริมได้ แต่เลือกที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานของมอเตอร์

  • เปลืองไฟไหม ?

ไม่เปลืองไฟ เพราะเตียงไฟฟ้าจะเริ่มกินไฟก็ต่อเมื่อคุณกดรีโมท