fbpx

รถเข็นวีลแชร์กับรถเข็นสกูตเตอร์ไฟฟ้า

รถเข็นวีลแชร์กับรถเข็นสกูตเตอร์ไฟฟ้า

ทั้งรถเข็นวีลแชร์และรถเข็นสกูตเตอร์ไฟฟ้าต่างก็เป็นเครื่องช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วย หรือผู้ที่ต้องการใช้ประโยชน์ แต่ทั้งสองก็มีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปสำหรับผู้ใช้งานแต่ละประเภท

รถเข็นวีลแชร์

เนื่องจากสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลงตามอายุที่มากขึ้น ผู้สูงอายุจึงไม่สามารถเคลื่อนไหว หรือทรงตัวได้ดีเหมือนคนในช่วงวัยอื่น รถเข็นวีลแชร์ คือ รถเข็นที่ออกแบบมาสำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยรถเข็นวีลแชร์สามารถบังคับโดยผู้นั่งและผู้ดูแลเพื่อสะดวกต่อการใช้งาน รถเข็นวีลแชร์เป็นที่นิยมใช้กันในผู้สูงอายุ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่ป่วยหรือพิการเท่านั้นแต่สามารถนำไปใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้

นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนที่แล้ว วีลแชร์ยังมีประโยชน์ในด้านสุขภาพและการเข้าสังคม ดังนี้

  • การเลือกใช้วีลแชร์ที่เหมาะสมกับตนเองและการใช้อย่างถูกวิธีจะช่วยลดการเกิดแผลกดทับ การนั่งผิดท่า การยึดตัวของกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และเนื้อเยื่อ รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจเกิดจากการนั่งวีลแชร์เป็นเวลานาน
  • วีลแชร์แบบมีเบาะรองนั่งที่เหมาะสม สามารถป้องกันการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรที่อาจเกิดจากไขสันหลังได้รับบาดเจ็บได้
  • วีลแชร์ที่ใช้งานสะดวกจะช่วยให้เคลื่อนที่และทำกิจกรรมต่าง ๆ บนรถเข็นได้คล่องตัวขึ้น
  • ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนที่ไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ พึ่งพาผู้อื่นน้อยลง ทำให้มีความมั่นใจและภูมิใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น
  • เพิ่มโอกาสทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยช่วยให้เข้าถึงการศึกษาและการทำงานได้เหมือนคนทั่วไป รวมทั้งส่งเสริมการเข้าสังคม ทำให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกับคนในสังคมมากกว่าเดิม

รถเข็นสกูตเตอร์ไฟฟ้า

รถเข็นสกูตเตอร์ไฟฟ้า คือ รถนั่งขนาดเล็กที่ลักษณะภายนอกไม่เหมือนกับรถเข็นวีลแชร์คนป่วยทั้ง 2 ประเภทข้างต้นเลยแต่จะถูกออกแบบมาให้มีลักษณะเหมือนรถนั่งขับที่มีความสวยงาม ปราดเปรียว ดูแล้วเหมือนรถที่ใช้สำหรับขับขี่เล่นเพื่อความเพลิดเพลินและประโยชน์ข้อสำคัญคือมีคุณลักษณะใกล้เคียงกับรถเข็นวีลแชร์ทั้งแบบธรรมดาและรถเข็นไฟฟ้า คือ สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ในการช่วยเหลือและผ่อนภาระสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการเดินได้

รถเข็นไฟฟ้าแบบสกูตเตอร์ ได้รับความนิยมอย่างสูงสำหรับกลุ่มคนแก่ผู้สูงวัยในต่างประเทศ ที่ยังไม่อยากหรือยังไม่จำเป็นต้องใช้รถเข็นประเภทวีลแชร์กลุ่มผู้สูงวัยเหล่านี้บางท่านอาจจะมีโรคประจำตัว หรือ มีข้อจำกัดบางอย่างทำให้ เดินเหิน ไม่สะดวก เหมือนเก่า ซึ่งรถเข็นสกูตเตอร์ไฟฟ้า สามารถทำให้ผู้สูงอายุยังสามารถดำเนินชีวิตของตนเองได้อย่างปกติ ไม่ว่าจะเดินทางไปช้อปปิ้งซื้อของ ท่องเที่ยว พบปะ เพื่อนฝูง และเอาไปขี่เล่นกับลูกหลาน โดยไม่ต้องกลัวว่าจะวิ่งตามไม่ทันหรือจะหกล้ม รถเข็นไฟฟ้าประเภทสกูตเตอร์ไม่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกเหมือนคนป่วยที่นั่งวีลแชร์หรือรู้สึกว่าเป็นคนแก่ที่ไม่แข็งแรง แต่ผู้ใช้งานกลับมีความรู้สึกสนุกเพลิดเพลินในการขับขี่ ทำให้รู้สึก อิสระ สะดวก ในการไปไหนมาได้อย่างปลอดภัย

ข้อเปรียบเทียบระหว่างรถเข็นวีลแชร์และรถเข็นสกูตเตอร์ไฟฟ้า

รถเข็นวีลแชร์

รถเข็นสกูตเตอร์ไฟฟ้า

ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้พิการโดยเฉพาะ

ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับบุคลทั่วไป

และผู้สูงอายุเฉพาะบางท่านที่ยังมีกำลังที่จะเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนได้

สามารถใช้ในที่ร่มและที่แคบได้ เช่น ในบ้าน ห้างสรรพสินค้า 

ส่วนใหญ่ใช้งานในที่กลางแจ้ง สถานที่กว้างๆ

สามารถพกพา พับเก็บได้ง่าย

ส่วนใหญ่ไม่สามารถพับเก็บได้ ยากต่อการเคลื่อนย้าย

ดีไซน์เป็นวีลแชร์เหรือเป็นเก้าอี้

ดีไซน์เป็นรถลักษณะการใช้งานเป็นเหมือนรถ

ผู้ดูแลสามารถดูแลใกล้ชิดได้ง่าย สามารถควบคุมได้ง่าย

ผู้ดูแลควบคุมดูแลได้ไม่ค่อยสะดวก 

สามารถใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปได้

ส่วนใหญ่ใช้เพื่อการเดินทาง 

ถ้าพูดถึงข้อแตกต่างระหว่างรถเข็นวีลแชร์และรถเข็นสกูตเตอร์ไฟฟ้า จะเห็นได้ว่ารถเข็นวีลแชร์เหมาะสำหรับผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้มากกว่านถเข็นสกูตเตอร์ เพราะการใช้งานที่สะดวกกว่าและดูปลอดภัยกับผู้ป่วยมากกว่า และรถเข็นเข็นวีลแชร์ยังสามารถมีผู้ช่วยเข็นสามารถดูแลได้ใกล้ชิดมากกว่า อยู่ในความควบคุมได้ง่ายกว่า ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ได้ดีกว่าสกูตเตอร์และรถเข็นวีลแชร์ยังสามารถพกพาสะดวกมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

 

หกล้ม ในผู้สูงวัย เรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

หกล้ม ในผู้สูงวัย เรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
            ชวนใส่ใจ “ผู้สูงอายุ” ญาติผู้ใหญ่ในบ้าน ที่เราควรใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะ >> บ้าน << สถานที่ ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด อาจร้ายที่สุดก็ได้ ปัญหาที่เรามักพบบ่อยใน ผู้สูงอายุ จะเกิดจากการได้รับอุบัติเหตุพลัดตก หกล้มเป็นส่วนมาก คือกระดูกสะโพกหัก และศรีษะได้รับความกระทบกระเทือน เป็นสาเหตุที่ทำให้พิการ และมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงมาก ที่สำคัญหากผู้สูงอายุในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ หรือแม่ หากได้พลัดตกหกล้มแล้ว ย่อมไม่ใช่คนเดียวที่เจ็บ แต่สมาชิกทุกคนในบ้านก็เจ็บไปด้วย !!
            จากข้อมูลของการเกิดอุบัติเหตุใน “ผู้สูงอายุ” มักมีสาเหตุจากความเสื่อมและการถดถอยของร่างกาย อีกทั้งจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นผลให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ลดลง ซึ่งมักเกิดกับผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 65-75 ปี และเนื่องจากผู้สูงอายุมักจะมีภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุน เมื่อหกล้มกระดูกจึงเกิดการแตกหรือหักได้ง่าย
photoในแต่ละปี “ผู้สูงอายุ” มักประสบอุบัติเหตุจากการลื่นล้มและส่วนใหญ่ล้มมากกว่า 1 ครั้ง การลื่นล้มนั้นทำให้กระดูกสะโพกหัก การบาดเจ็บจากกระดูกสะโพก เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต โดยส่วนใหญ่การลื่นล้มมักจะเกิดขึ้นในที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในห้องน้ำและบันได และยังพบอีกว่าผู้ป่วยที่กระดูกหักในครั้งแรกยังไม่เคยตรวจหรือรักษา “โรคกระดูกพรุน” เลย นอกจากนี้ “ผู้สูงอายุ” ที่เคยหกล้มในครั้งแรกแล้ว มีแนวโน้มที่จะหกล้มเพิ่มขึ้น และยังมีโรคประจำตัวซึ่งได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือดสูง โรคหัวใจ บางรายมีไตวายเรื้อรัง ดังนั้นจึงทำให้การดูแลรักษาซับซ้อนมากขึ้น ทำให้สมาชิกในบ้านต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และขณะอยู่ในโรงพยาบาลก็เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ ปอดบวม ติดเชื้อในระบบต่างๆ เป็นต้นการลื่นหกล้มเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ โดยต้องทราบสาเหตุของการลื่นล้ม เช่น สาเหตุทางกาย ได้แก่ การทรงตัวไม่ดี ขาอ่อนแรง ชา อ่อนเพลีย หน้ามืด มีปัญหาด้านสายตาและการได้ยิน การรับยาที่มีผลต่อระบบการไหลเวียนโลหิต เป็นโรคกระดูกพรุนสาเหตุจากสิ่งแวดล้อม พื้นลื่น เปียก มีหยดน้ำ พื้นผิวขรุขระมีขั้นสูงต่ำ ขอบไม่เรียบแสงสว่างไม่เพียงพอ อุปกรณ์ของใช้ไม่มั่นคงชำรุด ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินไม่เหมาะสม สวมใส่เสื้อผ้า รองเท้าไม่พอดีphoto                   สำหรับการดูแลสุขภาพสำหรับ “ผู้สูงอายุ” ควรรับประทานอาหารให้เพียงพอ เน้นผักและผลไม้ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายและต้านทานโรค ไม่ควรงดอาหาร ทำให้อ่อนเพลีย มึนงง มีการเคลื่อนไหวทุกวัน เดินหรือออกกำลังกายตามวัย เช่น ไทจี๋ เพื่อรักษาความยืดหยุ่นของข้อและสมดุลของร่างกาย สอบถามแพทย์หรือเภสัชทุกครั้งที่รับยาถึงผลข้างเคียงของยา ได้แก่ ยาที่ทำให้ง่วงซึม ยากล่อมประสาท ยาลดความดันโลหิต และยาขับปัสสาวะ หรือมีประวัติการใช้ยาเป็นประจำตั้งแต่ 4 ชนิดขึ้นไป (ไม่รวมวิตามิน) ถ้ารับยาที่มีผลทำให้ง่วงซึม หลับ ต้องปรับเปลี่ยนการทำกิจวัตรประจำวันเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการลื่นล้ม ห้ามผสมยากับแอลกอฮอล์ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เพราะเป็นสาเหตุของการลื่นล้ม ไม่อายที่จะใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน ตรวจสอบอุปกรณ์ช่วยเดินให้มีความสูงเหมาะสมและมั่นคง อุปรณ์ช่วยเดินที่ดี ควรมีลักษณะที่ถูกต้องและปลอดภัยต่อผู้สูงอายุ สามารถปรับสูง-ต่ำ ตามความสูงของผู้ใช้งานได้ เพราะหากอุปกรณ์ช่วยเดินต่ำเกินไป โดยที่ต้องก้ม ก็อาจจะทำให้ผู้สูงอายุหลังคร่อม และเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกได้ อุปกรณ์ช่วยเดินรุ่น Ew-21 มีลักษณะเด่นคือ สามารถช่วยพยุงตัวในการเดินได้ มีล้อทั้ง 4 ล้อ ช่วยให้ผู้สูงอายุเดินและเข็นไปพร้อมกันได้เลย ไม่เสี่ยงต่อการหกล้ม โดยทั่วไปปกติแล้ว Walker ที่เราพบโดยทั่วไป จะต้องใช้ยกและเดิน ส่วนใหญ่แล้วจังหวะที่จะเกิดการล้มของผู้สูงอายุ คือ ขณะที่ยก Walker ขึ้น หากผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทรงตัวยืนได้ อาจจะทำให้เกิดการลื่นล้มนั่นเอง
Ew-21 รถเข็นช่วยเดินสำหรับคนชรา หรือ ทำกายภาพบำบัด ใช้เพื่อช่วยเดิน ให้ร่างกายได้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง เมื่อเหนื่อยสามารถใช้เป็นเก้าอี้นั่งได้ ในชุดประกอบด้วยกระเป๋าใส่ของ ตัวรถน้ำหนักเบาเป็นพิเศษเนื่องผลิตจากวัสดุอลูมิเนียม ออกแบบมาให้พับได้ และที่สำคัญสามารถปรับระดับตัวรถตามความสูงของผู้ใช้แต่ละคนได้                         สุดท้ายเทคนิคกันล้มที่ลูกหลานควรใส่ใจ นั่นคือ “บ้าน” สถานที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด แต่สำหรับ “ผู้สูงวัย” แล้วบ้านอาจเป็นอันตรายหรือร้ายกว่าที่คิด หากเราไม่เตรียมพร้อมป้องกันให้ดีอาจทำให้ท่านลื่นหกล้มบาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิต จนอาจกลายเป็นฝันร้ายของคนในบ้าน ฉะนั้นจึงมีเทคนิคกันล้มง่ายๆ  มาฝากกันง่าย 8  ได้แก่

photo                                       1. เพิ่มแรงเสียดทานให้พื้น คือติดแผ่นกันลื่น ใช้วัสดุไม้สังเคราะห์ หรือถ้าเป็นกระเบื้องในห้องน้ำควรใช้กระเบื้องแผ่นเล็ก มีผิวด้านหรือผิวสัมผัสเป็นลวดลาย  2. ทางลาดต้องมี เพื่อผ่อนแรงผู้ป่วยพักฟื้นที่ใช้วีลแชร์ ควรทำทางลาดไว้ตามทางลงบันใดต่างๆ ให้มีความชันไม่เกิน 5 องศา กว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. ทางลาดยาวไม่เกิน6 เมตร

3. ขนาดเตียงที่เหมาะสม เลือกเตียงให้มีทางยาวไม่น้อยกว่า 180 ซม. สูงประมาณ 40 ซม. (สำหรับการใช้รถเข็น) หรือสูงจากพื้นถึงข้อพับเข่า โดยให้รอบเตียง3 ด้านมีพื้นที่ว่างอย่างน้อยด้านละ 90 ซม. หากใช้เตียงปกติทั่วไป รถเข็นวีลล์แชร์ จะไม่สามารถสอดเข้าไปใต้เตียงเพื่อที่จะนำรถเข็นไปเทียบด้านข้างได้ เนื่องจากเตียงโดยทั่วไป ที่ไม่ใช่เตียงปรับระดับ จะมีขนาดที่ต่ำจนไม่สามารถสอดเข้าไปได้ ดังนั้นผู้สูงอายุ ที่ต้องใช้รถเข็นวิลล์แชร์ จำเป็นต้องเลือกใช้เตียง ที่สามารถปรับระดับได้ และเตียงปรับระดับ ที่เราพบเห็นได้ทั่วไป ส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะเหมือนเตียงโรงพยาบาลที่โครงสร้างเป็นพลาสติกหรือ PVC ปรับระดับโดยการใช้มือหมุนและต้องมีผู้ช่วยคอยปรับระดับให้อยู่ตลอดเวลา แต่หากว่าผู้สูงอายุที่ต้องการช่วยเหลือตัวเองนั้น จะไม่สามารถก้มลงไปหมุนเองได้ จึงทำให้การเคลื่อนย้ายตัวออกจากเตียงลำบาก ดังนั้น Elife จึงมีเตียงไฟฟ้าที่เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยทำให้การเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุง่ายขึ้น คือ เตียงไฟฟ้า ที่โครงสร้างทำจากเนื้อไม้ กรุด้วยโลหะ แข็งแรง ทนทาน สามารถรองรับน้ำหนักได้ดี กรุด้วยเนื้อไม้ โดยถูกออกแบบมาให้เหมือนกับเฟอร์นิเจอร์สำหรับใช้ในงานในบ้าน มอเตอร์เป็นแบรนด์จากแบรนด์เยอรมัน  Motor Dewert คุณภาพสูง ใช้งานได้ยาวนาน ควบคุมด้วยรีโมท มีกุญแจล็อคปุ่มกด (กรณีไม่ต้องการให้เด็กๆกดเล่น ) เหมาะกับการใช้งานในบ้าน โดยมีให้เลือกลักษณะแตกต่างออกไปดังนี้
เตียงไฟฟ้ารุ่น EB-35 เตียงไฟฟ้ารุ่นนี้จะเน้นราคาประหยัด แต่คุณภาพดี สามารถปรับได้ 3 ไกร์
1.  ยกส่วนบนเอียงสูง-ลาด
2. ยกส่วนขาเอียงสูง-ลาด
3. ยกพร้อมกันทั้งส่วนบน และส่วนขาเอียงสูง-ลาด แต่การปรับระดับสูง-ต่ำ เป็นการปรับในลักษณะ Manual ปรับได้ขนาด 40-45-50 Cm.
เตียงไฟฟ้ารุ่น EB-55 เตียงไฟฟ้ารุ่นนี้จะปรับสรีระท่าทางการนั่ง-นอน หรือทำกิจวัตรประจำวันได้ค่อนข้างดี สามารถปรับได้ 5ไกร์
1. ยกส่วนบนเอียงสูง-ลาด
2. ยกส่วนขาเอียงสูง-ลาด
3. ยกพร้อมกันทั้งส่วนบน และส่วนขาเอียงสูง-ลาด
4. ปรับระดับเตียงให้ยกสูง-ยกลงต่ำ
5. ปรับระดับเฉพาะโครงสร้างหัวเตียง-ปลายเตียงให้เป็นมุมขนาด 45 องศา รุ่นนี้ฟังก์ชั่นของเตียงจะครบ และใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างสมบูรณ์

เตียงไฟฟ้ารุ่น EB-77 รุ่นนี้เป็นเตียงลักษณะพิเศษ ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถปรับระดับได้ต่ำจนติดพื้น เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือผู้ใช้งาน ที่จะมีแนวโน้มจะตกจากเตียง เช่น ผู้ป่วยวัยรุ่น , ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ , หรือผู้ป่วยต้องการความปลอดภัยเป็นพิเศษ ออกแบบเพื่อให้ใช้งานที่บ้าน โดยดีไซน์โดยใช้วัสดุเนื้อไม้กรุโครงโลหะทำให้ดูสวยงามเข้ากับการใช้งานที่บ้าน มอเตอร์เป็นของเยอรมัน Motor Limoss คุณภาพดีเยี่ยม เตียงไฟฟ้าสามารถ ปรับได้ 5 ไกร์
1. ยกส่วนบนเอียงสูง-ลาด
2. ยกส่วนขาเอียงสูง-ลาด
3. ยกพร้อมกันทั้งส่วนบน และส่วนขาเอียงสูง-ลาด
4. ปรับระดับเตียงให้ยกสูง-ยกลงต่ำ
5. ปรับระดับเฉพาะโครงสร้างหัวเตียง-ปลายเตียงให้เป็นมุมขนาด 45 องศา รุ่นนี้ฟังก์ชั่นของเตียงจะครบ และใช้ประโยชน์ได้ค่อนข้างสมบูรณ์

photo      4. ประตูดีต้องเปิดง่าย เปลี่ยนลูกบิดแบบหมุนมาเป็นคันโยกเพื่อทุ่นแรง ประตูต้องกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. หรือมีความกว้างมากกว่าความกว้างของวีลแชร์ หรือจะเปลี่ยนเป็นประตูบานเลื่อนแบบไม่มีธรณีประตูก็ได้

photo                            5. ราวจับกระชับทุกก้าว ติดตั้งราวจับลักษณะสั้น-ยาว หรือตัวแอล-ตัววี ที่เหมาะกับการใช้งานไว้ตามจุดต่างๆ เช่น บันได ห้องน้ำ ผนังทางเดิน เป็นต้น โดยติดตั้งไว้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 80-100 ซม.

photo6. แสงไฟส่องสว่าง เลือกใช้แสงแบบ Day Light สวิตช์ไฟควรมีขนาด 5-7.5 ซม. ให้อยู่ในระยะเอื้อมถึงสะดวก สูงจากพื้นอย่างน้อย 45 ซม. แต่ไม่เกิน 90 ซม.

photo7. ฟังก์ชั่นเพื่อผู้สูงวัย ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในบ้านควร จะมีฟังก์ชั่นที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน เช่น ราวแขวนผ้าที่ปรับระดับสูงต่ำได้ ไม่ต้องเอื้อม เป็นต้น

photo8. ตัวช่วยยามฉุกเฉิน ติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น สวิตช์ดึงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในห้องน้ำหรือที่หัวเตียง เป็นต้น

รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน

รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน

     รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน น น น ….

       สวัสดีค่ะ แฟนคลับElife ทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? เวลาผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน จนล่วงเลยมาครึ่งปีแล้ว หลายท่านคงมีความสุขในใช้การชีวิตที่ดี แต่บางท่านอาจจะมีความทุกข์บ้างให้เป็นสีสันของการดำเนินชีวิต แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แอดมินเชื่อนะคะว่า จะเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับชีวิตเราค่ะ เพราะถึงอย่างไรเราก็ต้องทำการแสดงและดำเนินชีวิตกันต่อไป เพื่อให้โลกใบนี้มีสีสันมากยิ่งขึ้น
แต่จะว่าไปทางElifeเองก็มีประสบการณ์ที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ที่อยากจะนำมาแชร์และแบ่งปัน เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทางทุกท่าน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม นั้นก็คือ การนำรถเข็นนั่ง(Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน พาคนในครอบครัวไปเที่ยวค่ะ

หลายครั้งการเดินทางคนเดียวอาจจะเหงา แต่ครั้งนี้ไม่เหงาแน่นอนค่ะ ถ้าเราพาคนที่เรารักไปเที่ยวด้วย แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ ท่านคงกล่าวปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินทาง ด้วยความเกรงใจลูกหลาน แต่ลูกหลานอย่างเรา ก็เป็นคนรุ่นใหม่ซะด้วยซิ อย่ารอช้าค่ะ ทำการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก รถเช่า อย่างรวดเร็ว ยุคนี้คือยุคดิจิทัลทุกอย่างทำง่ายเพียงปลายนิ้ว ใช้เวลาก็แสนจะน้อยนิด

   ซึ่งพระเอก ของเราในทริปนี้ก็คือ รถเข็นนั่งManual รุ่น EW11Plus นั่นเองค่ะ หลายท่านคงสงสัย การนำรถเข็นนั่ง(Wheelchair Manual)ขึ้นเครื่องบินได้ด้วยหรอคะ?    ขึ้นได้ค่ะ และไม่มีค่าบริการน้ำหนักเพิ่มเติมด้วยนะคะ รู้แบบนี้แล้วก็คลายความกังวลใจไปได้เปราะนึง แล้ววิธีการนำรถเข็นนั่ง Manual รุ่น EW11Plus ขึ้นเครื่องบิน มีวิธีการอย่างไรบ้าง รายละเอียดตามด้านล่างนี้เลยค่ะ

1.ทำการสำรองตั๋วเครื่องบินตามปกติ มีนักเดินทางกี่ท่านระบุให้ครบ ให้ชัดเจน และอย่าลืมชำระค่าตั๋วด้วยนะคะ

2.เช็คอินที่สนามบิน ต้องไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ขณะเช็คอินว่า “เรามีวีลแชร์ไปด้วย” คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่า ตายาย (หรือใครสักคนที่มีความจำเป็นต้องใช้) หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กติดที่ตัวรถเข็นให้เราค่ะ พอเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำเข็นรถ เข็นไปที่Gate ได้เลย รอเวลาขึ้นเครื่องบินค่ะ ** ไม่แนะนำให้เช็คอินออนไลน์นะคะ เนื่องจากเรามีรถเข็นและต้องนำขึ้นเครื่องบิน จำเป็นต้องติดแท๊กเพื่อนำขึ้นเครื่องบินค่ะ **

 

3.พอถึงเวลาBoarding time (บอร์ดดิ้งไทม์) เจ้าหน้าที่จะประกาศให้เตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน เราก็ไปต่อกันเลยค่ะ เข็นผู้นั่งจนไปถึงหน้าประตูเครื่องบินได้เลย และก็พับรถเข็นไว้ที่หน้าประตูเครื่องบิน เราก็เดินไปที่นั่งตามปกติ รถเข็นที่พับไว้หน้าประตูเครื่องบิน จะถูกนำไปเก็บไว้ที่ช่องใต้เครื่องบินนั้นเองค่ะ ..ได้เวลาเดินทางกันแล้ว…ไปกันเลยค่ะ …….

 

4.พอถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย รถเข็นของเราก็จะถูกนำมาวางไว้ที่หน้าประตูเครื่องบินหรือข้างล่างเครื่องบินเราสามารถหยิบรถเข็นเพื่อนำมากาง เตรียมความพร้อมใช้งานต่อได้ทันทีเลยค่ะ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การนำรถเข็นขึ้นเครื่องบินไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ขั้นตอนก็ง่ายนิดเดียว และยังได้รับการบริการจากเจ้าหน้าที่สนามบินเป็นอย่างดี และที่สำคัญหากเรามีรถเข็นนั่ง ได้พาคนที่เรารักไปเที่ยวด้วยยิ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ทุกคนมีความสุข

เพิ่มเติม : หากต้องการนำรถเข็นนั่งธรรมดา(Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ทุกรุ่น เนื่องจากไม่มีมอเตอร์และแบตเตอรี่ แต่ถ้าหากต้องการใช้งานได้ดีเหมาะแก่การท่องเที่ยว Elife ขอแนะนำรุ่นรถเข็นนั่งEW11 ,EW11 Plus และ EW112 ค่ะ เพราะโมเดลรถเข็นรุ่นเหล่านี้ เล็กกระทัดรัดใช้งานได้ดี เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วนั่นเองค่ะ

 

ข้อสำคัญ: แต่ละสายการบินมีกฏระเบียบการนำรถเข็นนั่งธรรมดา (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบินที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบคล้ายกันแต่เพื่อป้องกันการผิดพลาด แนะนำให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่สายการบินทุกครั้งก่อนการเดินทางเพื่อการเตรียมตัวที่ถูกต้องค่ะ   

 

 

                                     
 

                                                                                                                                                                                        **ขอขอบคุณสายการบินแอร์เอเชีย ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง**

โรคผู้สูงอายุ

โรคผู้สูงอายุ

  สังคมไทยทุกวันนี้มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น หันไปทางไหนก็มีแต่ผู้สูงอายุเต็มไปหมด (ซึ่งเราก็จะเป็นผู้สูงอายุในวันข้างหน้าเหมือนกัน) การใช้ชีวิตประจำวันก็ไม่สะดวกสบายเหมือนเดิม อันเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพ ที่เสื่อมโทรมไปตามวัย บ้างก็ประสบปัญหาปวดเข่า หูตาฝ้าฟาง เป็นต้น

 

ในขณะที่พื้นที่สาธารณะหลายๆแห่ง ที่รวมถึงหลากหลายครอบครัว ก็เริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาเหล่านี้ อย่างหนึ่งที่เริ่มทำกันคือ การมองหาวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้เอื้อกับผู้สูงอายุได้ใช้ และได้เข้าถึง เช่น การมีลิฟท์สำหรับการใช้รถไฟฟ้า นอกเหนือจากบันไดเลื่อน การมีห้องน้ำเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งการเลือกหา รถเข็นนั่งวิลล์แชร์ และวิลล์แชร์ไฟฟ้า ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ จำเป็นอย่างมากในการในการเคลื่อนไหว และการเดินทาง โดยโรคส่วนใหญ่ที่เราพบในผู้สูงอายุ จะเป็นโรคที่เกี่ยวกับกระดูก การเดิน หรือการเคลื่อนไหว ยกตัวอย่างเช่น

1.โรคกระดูกพรุน  เป็นโรคที่พบในผู้สูงอายุทุกคน อันมีสาเหตุสำคัญจากการทำงานของฮอร์โมนที่ลดลง

สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน

– ไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอ

– กรรมพันธุ์

– การใช้ยาสำหรับโรคบางอย่างทำให้เกิดการลดความหนาแน่นของกระดูก เช่น ยาคอร์ติโซน สำหรับโรคไขข้ออักเสบ ยาเฮปาริน สำหรับโรคหัวใจและความดันโลหิต

– การสูบบุหรี่หรือดื่มสุราเป็นประจำ

– ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ดื่มชา หรือกาแฟ ซึ่งมีผลทำให้กระดูกเสื่อมง่าย

– ฮอร์โมนลดลง เช่น ในหญิงวัยหมดประจำเดือน

– ขาดการออกกำลังกาย

– ขาดวิตามินดี เพราะในวิตามินดี มีความจำเป็นในการดูดซึมแคลเซียมไปใช้

ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคกระดูกพรุน

– ออกกำลังกายเป็นกิจวัตร

– เมื่อมีความเจ็บปวดไม่ว่าสาเหตุใด ควรรีบทำกายภาพบำบัดหรือเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เร็วที่สุดเท่าที่สภาพร่างกายจะเอื้ออำนวย

– ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเช่นปลากระป๋องปลาเล็กปลาน้อยหรือดื่มนมพร่องมันเนยผักผลไม้เป็นต้นมา

– งดดื่มสุราและงดสูบบุหรี่

– หลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเอง เช่น ยาลูกกลอน เพราะมันจะมีสารสเตียรอยด์สะสมอยู่จะทำให้กระดูกพรุนโดยไม่รู้ตัว

 

2.โรคข้อเสื่อม  เกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่กระดูกอ่อนผิวข้อเป็นหลัก โดยมากเป็นตำแหน่งข้อ คือ มีอาการปวดและมักเป็นหลังจากที่มีการใช้ข้อมากกว่าปกติ อาจมีอาการเจ็บด้านใดด้านหนึ่งของข้อได้ หรืออาจมีอาการบวมแดง แต่เมื่อได้พักอาการปวดก็จะลดลงหรือหายไป แต่อาการจะเป็นๆหายๆ ขึ้นอยู่กับการใช้งานข้อนอก จากนี้ยังมีอาการข้อฝืดเกิดขึ้นจากการหยุดการเคลื่อนไหวข้อเป็นเวลานาน เช่น นั่งท่าเดียว นั่งสมาธิและนั่งพับเพียบฟังเทศน์ เป็นต้น

สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เป็นโรคข้อเสื่อม

– อายุมากขึ้น

– พันธุกรรมและโรคทางเมตาโบลิค เช่น โรคเก๊าท์

– เป็นโรคที่ทำให้เกิดข้ออักเสบ เช่น โรคข้อ รูมาตอยด์ หรือข้ออักเสบติดเชื้อ

– การได้รับบาดเจ็บของข้อ อาจมีการเคลื่อนไหวข้อซ้ำๆ หรือมีน้ำหนักที่กดทับลงผิดข้อ ก็มีโอกาสเกิดข้อเสื่อมได้

– อาชีพการงานที่มีการใช้นิ้วมือมาก

– ความอ้วน พบว่า คนอ้วนมีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเพศหญิง ซึ่งมักเป็นที่ข้อรับน้ำหนัก เช่น ข้อเข่า เป็นต้น

– กล้ามเนื้อต้นขาเหนือเข่าอ่อนแรงหรือลีบ จะมีโอกาสเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมสูงขึ้น

ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคข้อเสื่อม

– หมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

– การนั่งส้วมไม่ควรนั่งยอง ควรปรับเปลี่ยนเป็นชักโครก หรือหาม้าสามขา มาคร่อมบนส้วมซึม

– ไม่ควรนั่งกับพื้น หรือทำกิจกรรมที่ต้องก้มเป็นเวลานาน

– หลีกเลี่ยงการขึ้นบันไดหรือที่สูงชัน

– หลีกเลี่ยงการยกของหนัก

– หากมีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วน ควรควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ

                                ซึ่งโรคเหล่านี้มีผลกระทบเรื่องทางการเดิน หรือ การเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ บางท่านอาจจะมองว่าผู้สูงอายุ อายุก็มากแล้ว จะเดินทางไปไหนมาไหน ทำให้ลำบาก อยู่แต่ในบ้านดีแล้ว แต่นั่นเป็นมุมมองที่ผิด เพราะผู้สูงอายุไทย ยังไม่คุ้นชินกับการดูแลตัวเอง จึงไม่เพียงแค่ต้องปรับตัวเท่านั้นแต่ยังต้องปรับใจด้วย

                    มีโอกาสไหม ? ที่เราจะสร้างโลกที่เหมาะกับโลกผู้สูงอายุ โลกที่พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข สามารถดำเนินชีวิตด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาการช่วยเหลือมากนัก ขจัดความรู้สึกว่าไม่อยากออกจากบ้าน เพราะออกไปแล้วใช้ชีวิตลำบาก…โลกใบนี้ไม่ใช่ที่ของฉัน

ชมรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ http://www.elifegear.com/shop/lite1-pw37-ultralight/

 
 

” ดังนั้นไอเทมสำคัญสำหรับผู้สูงอายุที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือรถเข็นนั่ง หรือ รถเข็นไฟฟ้า ที่จะทำให้ผู้สูงอายุเหล่านั้น ได้เดินทางออกไปข้างนอกเพื่อเปิดหูเปิดตา รับอากาศบริสุทธิ์ และยังส่งผลให้สภาพจิตใจของผู้สูงอายุนั้นดีขึ้น มองโลกในแง่ดี และสามารถดูแลตัวเองได้ เพียงเพราะมีรถเข็นนั่ง หรือ รถเข็นไฟฟ้า ไว้คอยเป็นเพื่อนคู่ใจ ที่จะก้าวเดินออกไปข้างนอกพร้อมกัน “

Pw-201A ปี 2019

Pw-201A ปี 2019

ความแตกต่างระหว่าง Pw-201A ปี 2018 และ 2019

หลายๆคนยังสับสนระหว่างโมเดลเก่า และโมเดลใหม่ ว่าลักษณะแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ Elife ช่วยมาคลายข้อสงสัยกันค่ะ

  • รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-201A โมเดลเก่า ปี 2016

  ก่อนหน้านี้ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-201A ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบของรถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้ มีความปลอดภัยสูง เพราะมีระบบเบรคไฟฟ้า (Electronic Break)  ล้อหลังเป็นล้อแม็กซ์ เป็นล้อยางเติมลม ขนาดเล็ก พับเก็บ และพกพาง่าย จึงกลายเป็นรถเข็นในดวงใจ สำหรับผู้สูงอายุหลายๆ ท่าน ทำให้รุ่นนี้ ได้รับความนิยมกันอย่างมากในปี 2016-2018

             แต่ Elife ยังไม่หยุดนิ่ง เนื่องจากเราต้องการให้ผู้ใช้งาน ได้ใช้รถเข็นไฟฟ้าที่มีคุณภาพดีขึ้น เราจึงได้พัฒนา มองหารถเข็นไฟฟ้า ที่สามารถตอบโจทย์ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น และส่วนใหญ่ที่ลูกค้าไว้วางใจเรานั้น ส่วนหนึ่งมาจากการบอกต่อ และการบริการ (Service) หลังการขาย ซึ่งเรามีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา มีอะไหล่รถเข็น และมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ (Technician) ในเรื่องของรถเข็นไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคส์โดยเฉพาะ เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบของรถเข็นไฟฟ้าให้ดีที่สุด ดังนั้น เราจึงได้เปิดตัวรถเข็นไฟฟ้า โฉมใหม่ในปี 2019 คือ

  • รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Pw-201A โมเดลใหม่ ปี 2019
  • เรียกได้ว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่สเปค (Spec) ของรถเข็นนั้นสูงขึ้น แต่..ราคายังคงเท่าเดิม !!! กล่าวคือ สิทธิราคาโปรโมชั่น 33,900 บาท พิเศษนี้ เฉพาะลูกค้า Elife เท่านั้น

 

ตารางเปรียบเทียบ Spec ระหว่าง ปี 2016 และ 2019

 

 

การเพื่มสเปค ( Spec ) ของรถเข็นไฟฟ้านั้น ทำให้ผู้ใช้งาน ใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้สะดวก ไม่ยุ่งยาก  และที่สำคัญ ราคา ยังเป็นปัจจัยสำหรับการเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าอีกด้วย