fbpx

ข้อแตกต่างรถเข็นไฟฟ้า VS สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

ข้อแตกต่างรถเข็นไฟฟ้า VS สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าปัจจุบันเริ่มมีการนิยมมากขึ้น เพราะความสะดวกในการใช้งานและข้อดีต่างๆ เช่น การใช้งานที่ไม่ต้องเติมน้ำมัน การดูแลรักษาง่าย สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก และสามารถขับขี่ได้อย่างสนุกสนาน ก็มีข้อดีและข้อเสียเหมือนกัน  ในส่วนของข้อดี สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพราะใช้ไฟฟ้า หรือเป็นการชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่โดยตรง ไม่ใช้น้ำมัน หรือปล่อยมลพิษออกสู่ชั้นบรรยากาศนั่นเอง แต่ก็จะมีอุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์ที่ยังทันสมัยและจะพบได้ก่อนหน้านี้ นั่นก็คือ รถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้า

ในปัจจุบัน กระแสความนิยมในการใช้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าเริ่มมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คุณผู้อ่านหลายคนคงเคยเห็นคนขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าผ่านสายตาอยู่บ้าง แต่สกู๊ตเตอร์เพียงคันเดียว ไม่สามารถตอบสนองความต้องการใช้งานของเราได้ครบถ้วนแน่นอน จริงๆ แล้วสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ ก็จะเหมาะกับผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ขึ้นชื่อว่า 2 ล้อ จะให้มีระบบความปลอดภัยเหมือนเหมือนรถเข็นไฟฟ้าประเภท 4 ล้อ เป็นไปไม่ได้แน่นอนค่ะ ดังนั้น รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าจริงๆแล้วจะเหมาะกับวัยเด็กที่สามารถถีบจักรยาน 2 ล้อได้ ไปจนถึงวัยรุ่นวัยทำงานที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ปกติดี นั่นหมายความว่ารถไฟฟ้าสกู๊ตเตอร์ไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการด้านการเคลื่อนไหว แต่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า2ล้อนั้น ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนเลย นั่นก็คือเรื่องราคา เนื่องจากราคาไม่สูง แต่ระบบความปลอดภัยและระบบฟังก์ชั่นการใช้งานยังยากสำหรับผู้สูงอายุ ดังนั้นวันนี้เรามาดูตารางเปรียบเทียบสเปคและลักษณะข้อแตกต่างระหว่าง รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า VS รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ  กันเลยค่ะ 

ประเภทหัวข้อ รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า

รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ

ราคา ❌ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 19,900 – 69,900 บาท ( ตามสเปค )  ✅ 2,500-3,000 บาท 
ล้อ                           ✅ มี 4 ล้อ ล้อหน้ามีขนาดเล็ก ล้อหลังมีขนาดใหญ่กว่า สามารถทรงตัวได้ดีเหมาะสำหรับผู้สูงอายุ
และคนพิการทุภพลภาพ เหมาะสำหรับขับบนผิวราบเรียบ หรือขับเคลื่อนในพื้นผิวขรุขระที่มีหินได้

❌ มี 2 ล้อ คล้ายจักรยาน ล้อหลังและล้อหลังมีขนาดเท่ากัน เวลาวิ่งในพื้นที่ขรุขระ
อาจทำให้พลิกคว่ำได้ง่าย  เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
และทรงตัวได้เองเหมาะสำหรับขับในถนนที่ราบเรียบเท่านั้น  

การพับ เก็บ ✅   สามารถพับเก็บได้ พกพาเดินทางท่องเที่ยวได้  ✅   สามารถพับเก็บได้ 
การใช้งาน ✅ ชาร์จแบต 1 ครั้ง วิ่งได้ระยะสูงสุด 25-27 กิโลเมตร
เนื่องจากมีความจุแบตเตอรี่สูงถึง 24V 12Ah กำลังมอเตอร์ข้างละ 250W x2 ล้อสามารถรองรับ
น้ำหนักผู้นั่งได้สูงสุดถึง 120 กก. มอเตอร์สมูท ใช้งานง่าย
บังคับทิศทางได้เพียงปลายนิ้ว ไม่ต้องออกแรงเยอะ และสามารถบังคับทิศทางได้ 360 องศา
เบาะกว้างนั่งสบายเหมือนนั่งเก้าอี้อยู่บ้าน เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย 
❌ ชาร์จแบต 1 ครั้งวิ่งได้ระยะสูงสุด 10-15 กิโลเมตร เนื่องจากความจุแบตเตอรี่เพียง
24V 8A  กำลังมอเตอร์ 240W x 1 ที่ล้อหน้าเท่านั้นหรือเรียกง่ายๆ
ว่าขับเคลื่อนล้อหน้าโดยใช้ระบบแบบสายพาน จึงใช้งานไม่ค่อยทนทานเท่าไหร่นัก
รับน้ำหนักผู้นั่งได้เพียง80 กก. เท่านั้น ขับเคลื่อนยาก ต้องใช้แรงในการบิด เบาะเล็กคล้ายกับ
เบาะรถจักรยาน จึงไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ และผู้พิการ 
 ความปลอดภัย  ✅ รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีระบบเบรคหน่วงไฟฟ้า หรือระบบเบรคไฟฟ้าอัตโนมัติ  ❌ ระบบเบรคเป็นระบบเบรคแบบแมนนวล ต้องกำเบรครถสกู๊ตเตอร์ถึงหยุด 

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อดูจากตารางเปรียบเทียบแล้ว หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่เข้าใจว่า ระหว่างรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า กับ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ แท้จริงแล้ว เหมาะสำหรับใครเป็นผู้ใช้งานกันแน่ ?? แต่…สำหรับสกู๊ตเตอร์ 2 ล้อ จากการมองด้วยตาเปล่า แน่นอนว่าไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากสกู๊ตเตอร์มีเพียงแค่ 2 ล้อ เบาะค่อนข้างเล็กเหมือนจักรยาน จะต้องใช้ความชำนาญเกี่ยวกับการนั่งทรงตัว และใช้ทักษะของการขับขี่รถจักรยาน หรือมอเตอร์ไซค์ ถึงจะสามารถทรงตัวอยู่บนสกู๊ตเตอร์ 2 ล้อได้ และต้องใช้เทคนิค การสลับสวิตซ์เดินหน้า-ถอยหลังอีกด้วย จึงจะเหมาะสำหรับเด็กๆ ที่มีสุขภาพแข็งแรง และปกติทั่วไป ไปจนถึงวัยรุ่นกลางคนและวัยคนทำงาน  ถึงจะสามารถใช้งานได้ เราอาจจะเรียกอุปกรณ์ตัวนี้ว่า ” ของเล่นอิเล็คโทรนิค ” แทนการเรียกว่า ” อุปกรณ์ช่วยเหลือด้านการเคลื่อนไหว
ดังนั้น รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อที่ราคาเบาๆ เพียงหลักพันบาท ใครๆก็สามารถจับต้องได้ จริงๆแล้ว ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ที่จะให้ผู้สูงอายุใช้งาน เนื่องจากผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้นแล้ว ความสะมารถที่จะนั่งทรงตัว และบังคับได้ ถือว่าเป็นเรื่องยากลำบาก เนื่องจากมีวิธีการบังคับใช้งานที่ซับซ้อน อาจทำให้ผู้สูงอายุเกิดความสับสนในระหว่างการใช้งาน

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีแบบไหนบ้าง ?
ปัจจุบันนี้เทคโนโลยีพัฒนาไปเรื่อยๆแบบไม่หยุดนิ่ง สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็เช่นกัน ทีมีทั้งรูปร่าง ลักษณะหน้าตา และจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันออกไปส่วนใหญ่ที่เราพบได้ตามท้องถนน จะแบ่งดังนี้

สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า3ล้อ
สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 4 ล้อ

สำหรับผู้สูงอายุที่ใช้งานสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า จะเป็นผู้สูงอายุกลุ่มที่ยังสามารถเดินได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ยังไม่อยากจะนั่งรถเข็นวีลแชร์ หรือวีลแชร์ไฟฟ้า แต่เดินไกลๆมากแล้ว อาจจะเหนื่อย จึงเลือกใช้งานรถเข็นสกู๊ตเตอร์ไฟฟา้ แต่จริงๆแล้วหลายๆท่านคงไม่ทราบว่าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าหากถามว่าเหมาะสำหรับผู้สูงอายุใช้งาน พกพาออกไปท่องเที่ยวหรือไม่ จริงๆแล้วไม่แนะนำค่ะ

ข้อดีของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 
✔ ราคา ในเรื่องของราคาของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า มีราคาค่อนถูกตั้งแต่หลักพันนิดๆ ไปจนถึงหลักหมื่น ซึ่งถ้าหากซื้อไว้เป็นของเล่นสักชิ้นหนึ่งแบบไม่คิดอะไรมาก ก็สามารถใช้งานได้
✔ ขนาด รถเข็นสกู๊ตเตอร์ 2 ล้อ มีขนาดที่เล็กกระทัดรัดก็จริง แต่ถ้าหากผู้สูงอายุใช้งาน มั่นใจได้ว่าไม่สามารถนั่งได้นานเหมือนกับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าอย่างแน่นอน
การใช้งาน สามารถใช้งานเคลื่อนไหว หรือเดินทางในระยะทางใกล้ๆ แทนการเดิน

ข้อเสียของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 
สถานที่การใช้งาน   เนื่องจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ที่มีขนาด 3 ล้อ หรือสกู๊ตเตอร์ 4 ล้อ จะมีขนาดช่วงที่ค่อนข้างยาว จึงเหมาะสำหรับใช้งานข้างนอก ใช้งานโรงงานตามโกดัง มากกว่า ไม่เหมาะสำหรับใช้งานในบริเวณตัวบ้าน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือตามสถานที่ราชการต่างๆ เนื่องจากไม่สามารถตีวงแคบได้ ไม่เหมาะสำหรับใช้งานในพื้นที่ ที่มีคนคับขัน
ระบบความปลอดภัย ระบบเบรค ถือว่ายังมีความปลอดภัยน้อยกว่ารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า จึงไม่เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ใช้ระบบเบรคแบบกำมือ ซึ่งปัจจุบันรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า แค่เพียงยกปลายนิ้วออกจากตัวบัง ระบบไฟฟ้าก็จะหยุดเคลื่อนไหวทันที และขนาดของล้อหน้าและหลังมีขนาดเล็กเท่ากัน 2 ล้อ จึงทำให้การใช้งานขณะขับเคลื่อนทรงตัวได้ยาก
ไม่สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ เนื่องจากรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2 ล้อ แบตเตอรี่ที่ใช้ เป็นแบตแบบตะกั่วกรด ไม่สามารถพกพาเดินทางโดยเครื่องบินได้ เพราะกฎการบินพลเรือนได้กำหนดไว้ว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้นั้น จะต้องเป็นแบตเตอรี่ประเภทลิเธียมไอออน ต้องมีขนาดความจุของแบตเตอรี่ไม่เกินกว่าที่สายการบินกำหนด และต้องสามารถถอดแยกแบตเตอรี่ออกจากตัวอุปกรณ์ได้ และต้องพกขึ้นเครื่อง Carry on เหมือนกับ Power Bank (พาวเวอร์แบงค์)
❌ นั่งไม่สบาย เนื่องจากเบาะนั่งของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เบาะจะเป็นลักษณะคล้ายกับเบาะจักรยาน
ดังนั้นอาจทำให้นั่งได้แค่ชั่วคราว นั่งได้ไม่นานนัก และคนใช้งานที่มีน้ำหนักมาก สะโพกใหญ่ ยิ่งทำให้การนั่งยากลำบากและไม่เหมาะสำหรับคนที่มีร่างกายที่ใหญ่เท่าที่ควร 

เมื่อได้รู้ข้อดีและข้อเสียของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล้ว เรามาดูข้อดีและข้อเสียของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ากันค่ะ ว่ารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีข้อดีและข้อเสียอย่างไร เหมาะสำหรับใครเป็นผู้ใช้งาน และเหมาะจะใช้งานในสถานที่แบบไหนถึงจะง่าย และสะดวกมากที่สุดค่ะ


” ปัจจุบันรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีการพัฒนารูปแบบให้ทันสมัยมากขึ้น มองดูแล้วไม่เหมือนกับรถเข็นวีลแชร์แบบคนพิการ เพื่อให้คนใช้งานดูแล้วเหมือนกับนั่งเก้าอี้เสียมากกว่า เพราะผู้สูงอายุบางท่านไม่ยอมใช้รถเข็นวีลแชร์ หรือใช้รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า เพราะเขินอายเวลาที่คนอื่นมอง หรือในความคิดของผู้สูงอายุคือไม่อยากให้ผู้อื่นมองว่าเป็นคนพิการนั่นเองค่ะ “

รูปแบบของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่ทันสมัย

รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ารุ่น Pw-222
Q&A เรื่องแบตเตอรีรถวีลแชร์ไฟฟ้าที่คุณต้องรู้
รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite pro เบา16 กก. พับได้เล็กกระทัดรัด
รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-301+ น้ำหนัก 18.5 กก. นั่งสบาย

รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หรือเก้าอี้รถเข็นไฟฟ้านี้เหมาะสำหรับใครมากที่สุด ?? 
จริงๆแล้ว ไม่ใช่คนพิการ ก็สามารถใช้งานได้ เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องของการเคลื่อนไหว แต่…ใครบ้างล่ะ ? ที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว  ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการที่บกพร่องทางด้านการเคลื่อนไหว ผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเดิน การเคลื่อนตัวช้า หรือผู้ป่วยที่มีการผ่าตัดขาหรือเข่า ก็สามารถใช้งานรถเข็นไฟฟ้าได้ เพราะรถเข็นไฟฟ้า จะช่วยอำนวยความสะดวกพาเราไปในทุกที่ โดยไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาเข็น และสามารถใช้งานได้คล่องตัว บังคับง่ายเพียงใช้ปลายนิ้วเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่อยากจะช่วยเหลือตัวเอง ไม่เป็นภาระของคนอื่น และสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้โดยตัวเอง
หรือแม้กระทั่งลูกหลานที่มีร่างกายปกติทั่วไป ต้องการไปเดินเที่ยวตามห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์จัดแสดงโชว์สินค้าที่มีขนาดใหญ่ หรือแม้กระทั่งตามงานแฟร์ในที่ต่างๆ จะพบเห็นผู้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสถานที่เหล่านั้นมีขนาดกว้างใหญ่ อาจทำให้การเดินช็อปปิ้งไม่ทั่วถึง ก็เอารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าของคุณพ่อ คุณแม่นี่แหละค่ะ ไปใช้ในงาน 

รีวิวนั่งรถเข็นไฟฟ้า Lite pro
รีวิวนั่งรถเข็นไฟฟ้า Pw-222
รีวิวนั่งรถเข็นไฟฟ้า Pw-301+

” ผู้สูงอายุ เมื่อมีอายุมากขึ้นสภาพร่างกาย กำลังก็มีการถดถอยลงไป เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ดังนั้นเวลาเราจะพาผู้สูงอายุออกไปข้างนอกก็อาจจะทำให้ท่านปวดเมื่อย เหนื่อยง่าย หรือเคลื่อนไหวช้า อาจทำให้เป็นอุปสรคคในการเดินทาง ซึ่งบางครั้งลูกหลานก็อยากจะพาผู้สูงอายุเหล่านั้นออกไปเที่ยวเพื่อเปิดหูเปิดตาทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น และมีความสุขในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน  “

เรามาดูข้อดีและข้อเสียของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ที่แตกต่างจากสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากันดีกว่าค่ะ

เปิดใจคุณแม่(และคุณลูก) วีลแชร์ไฟฟ้า..ดีอย่างไร?

ข้อดีของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า 
✔ ขนาดของเบาะนั่ง  รถเข็นไฟฟ้า เปรียบเสมือนกับเก้าอี้นั่งที่สามารถเคลื่อนที่ได้ ควบคุมโดยการใช้นิ้วโยกบังคับตัวจอยสติ๊ก ดังนั้นในเรื่องของการนั่ง ก็จะทำให้นั่งสบาย เบาะมีขนาดหนา และนุ่ม รองรับกับสรีระของผู้สูงอายุ หรือคนทั่วไปนั่งนานๆได้ ไม่เมื่อย และสามารถพิงพนักพิงได้อีกด้วย
✔ ระบบความปลอดภัย รถเข็นไฟฟ้า ควบคุมง่าย ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่บกพร่องทางการเคลื่อนไหว มีระบบเบรคที่มีความปลอดภัยสูง เมื่อเราปล่อยมือจากคันโยกบังคับ ตัวรถเข็นไฟฟ้าก็หยุดทันที มีระบบเบรคหน่วงไฟฟ้า ไม่ต้องใช้เบรคแมนนวล ทำให้การใช้งานมีความเรียบง่าย ปลอดภัย และไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน
✔ สถานที่ รถเข็นไฟฟ้าสามารถใช้งานได้ในทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน นอกบ้าน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล หรือแม้แต่กระทั่งสถานที่ตามราชการต่างๆ เพราะปัจจุบันในประเทศไทยได้มีการปรับปรุงและสร้างทางลาดชันเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ซึ่งสะดวกสบายมากๆ หรือแม้กระทั่งตามถนนหนทาง ร่องสวนหรือในพื้นที่ต่างจังหวัดที่เป็นพื้นผิวขรุขระ ก็สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัว
✔ สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ รถเข็นไฟฟ้าควบคุมการทำงานผ่านจอยสติ๊ก และใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ในปัจจุบันรถเข็นไฟฟ้าสามารถใช้งานแบตเตอรี่ได้อยู่ 2 ประเภทด้วยกันนั่นก็คือ
แบตแห้ง หรือตะกั่วกรด แบตเตอรี่ประเภทแบตแห้ง หรือแบตตะกั่วกรด เป็นแบตเตอรี่คล้ายๆกับแบตเตอรี่รถยนต์ แต่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ข้อดีของแบตเตอรี่ประเภท Lead Acid ราคาไม่สูง

Q&A เรื่องแบตเตอรีรถวีลแชร์ไฟฟ้าที่คุณต้องรู้
แบตเตอรีรถเข็นไฟฟ้า

แบตลิเธียมไอออน เป็นแบตเตอรี่ที่สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ เนื่องจากมีคุณลักษณะที่ถูกต้องตามกฎการบินพลเรือนที่ได้กำหนดไว้ดังนี้ แบตเตอรี่ของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่สามารถพกขึ้นเครื่องบินได้ แบตเตอรี่จะต้องเป็นประเภทลิเธียมไออนเท่านั้น และสามารถถอดแยกจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าได้ โดยมีความจุไม่เกินที่สายการบินกำหนด ถึงจะสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ โดยรถเข็นไฟฟ้าของ Elife ที่แบตเตอรี่เป็นลิเธียมไอออนและนิยมใช้พกพาขึ้นเครื่องบินดังนี้


แบตเตอรี่วีลแชร์ไฟฟ้า แบตแห้ง VS แบตลิเธียม ?
รถเข็นไฟฟ้าขับเคลื่อนด้วยแหล่งไฟจาก Battery เนื่องจากเมื่อก่อนจะนิยมใช้งานแต่แบตแห้ง (หน้าตาคล้ายแบตมอเตอร์ไซค์) มีนน. 5-10Kg เพราะราคาไม่สูง สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ปัจจุบันมีการพัฒนาแบตเตอรี่ ประเภทลิเธียมไอออนเพื่อให้มีความจุมากขึ้น หากเทียบแล้วแบตเตอรี่ที่มีขนาดเท่ากันเช่น ความจุ 24V 8AH ถ้าเป็นแบตทั่วไปหรือแบตแห้งจะน้ำหนักประมาณ 9Kg ส่วนแบตเตอรี่ประเภท Lithium Ion มีน้ำหนักเบาเพียง 2Kg เท่านั้น

ข้อเสียของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า 
❌ ราคา เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีระบบไฟฟ้าที่สมูท ใช้งานง่ายและปลอดภัย เมื่อเทียบราคาระหว่างสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า VS รถเข็นไฟฟ้า ทำให้รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีราคาที่สูงกว่า แต่ก็ยังอยู่ในราคาที่ทุกคนสามารถจับต้องได้ และสามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันจริงๆ และยังสามารถใช้งานได้ทุกวัน เมื่อเทียบกับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าแล้ว ใช้งานได้เฉพาะบางพื้นที่เท่านั้น
❌ ขนาดเวลาพับเก็บ เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีขนาดความกว้างของเบาะนั่งกว้างและนั่งสบายกว่ารถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า ดังนั้นจึงทำให้การพับเก็บอาจจะมีขนาดที่ใหญ่และมีน้ำหนักมากกว่า แต่ก็ไม่ใช่ทุกรุ่น เพราะปัจจุบันมีการพัฒนารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าให้มีน้ำหนักที่เบาลงเพื่อที่จะสามารถพกพาออกข้างนอกได้

เมื่อได้เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียระหว่างคุณสมบัติของสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าและรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าแล้ว จะเห็นได้ชัดเจนว่ารถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์การใช้งาน และเหมาะสำหรับใช้งานกับผู้สูงอายุ และผู้พิการมากกว่ารถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีเบาะที่กว้างนั่งสบาย มีระบบความปลอดภัยสูง มีล้อทั้งหมด 4 ล้อ ไม่ต้องใช้เทคนิคการทรงตัวยาก ควบคุมการเคลื่อนไหวเดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว ไม่ต้องใช้เทคนิคความจำที่ซับซ้อน และที่สำคัญรถเข็นไฟฟ้าบางรุ่น ยังสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้อีกด้วยค่ะ 


 

รวมรถเข็นไฟฟ้าท่องเที่ยว น้ำหนักเบาที่สุดในไทย

รวมรถเข็นไฟฟ้าท่องเที่ยว น้ำหนักเบาที่สุดในไทย

“ตา/ยาย แก่แล้ว ไม่ไปหรอก” , “โอ้ย ไม่ไปหรอกไกลฉันปวดเข่า”  เพราะปวดเข่าหรอถึงไปเที่ยวไม่ได้ การที่สุขภาพนั้นเริ่มเสื่อมถอยลงหรอถึงเป็นอุปสรรคในการเดินทางไปไหนไกลๆ กลัวตัวเองจะเป็นภาระลูกหลานบ้าง กลัวจะไปทำลายบรรยากาศบ้าง แต่ใจเค้าจริงๆอยากไปด้วยนั้นแหละค่ะ การได้ไปเที่ยวกับครอบครัวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นความฝันของผู้สูงอายุเลยก็ว่าได้ สิ่งที่จะมาช่วยให้ผู้สูงอายุให้สามารถเดินทางได้อย่างคล่องตัว ไม่เป็นภาระ สามารถทำอะไรได้ตามใจตัวเอง นั้นก็คือ รถเข็นไฟฟ้า นั้นเอง พูดไปจะหาว่าขายของ ก็ขายนั้นแหละค่ะ แต่รถเข็นไฟฟ้าก็มีความจำเป็นในชีวิตผู้สูงอายุจริงๆ อย่างที่บอกไปแล้วว่าคุณตาคุณยายจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น ท่านก็ไม่ได้อยากเป็นภาระให้เราสักทีเดียว และการชวนผู้สูงอายุไปเที่ยวนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย (บางท่านดื้อมากๆ) แล้วถ้าท่านสามารถทำให้การท่องเที่ยวของคนที่คุณรัก มันง่ายและสะดวกขึ้น คุณว่าเหล่าผู้สูงวัยจะอยากไปเที่ยวกับเราไหม?

 

ข้อดี เมื่อผู้สูงอายุใช้รถเข็นไฟฟ้าไปเดินทางท่องเที่ยว !

  • อีไลฟ์เคยสอบถามลูกค้ามาค่ะ ว่าให้คุณแม่ใช้รถเข็นไฟฟ้าเนี่ยคุณแม่รู้สึกยังไงบ้าง “คุณแม่ชอบมาก เวลาเราไปซุปเปอร์มาร์เก็ต เค้าก็ไม่ต้องมารอเรา เราอยากดูผักเค้าอยากไปดูเสื้อผ้า เค้าสามารถไปดูเองได้เลย ถ้าจะมาเจอกันก็ค่อยโทรหา”  หลักๆก็คือท่านสามารถไปใช้ชีวิตส่วนตัวได้มากขึ้นนั้นเอง
  • ไม่ลำบากเวลาเดินทางไกล ยืดเวลาเที่ยวให้นานมากขึ้น
  • ทำกิจกรรมได้มากขึ้น
  • ไม่เมื่อย ไม่ปวดเข่า (ปวดก้นแทน 555)
  • สามารถใช้ในที่สาธาณะและในที่แคบได้
  • ช่วยผู้สูงอายุถือของได้ จริงๆแล้วรถเข็นวีลแชร์ไม่ได้นั่งอย่างเดียว ยังสามารถแขวนของได้ด้วยนะคะ
  • ผู้สูงอายุรู้สึกอิสระ

และปัจจุบันรถเข็นไฟฟ้าออกแบบมาน้ำหนักเบา สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ ใส่ท้ายรถได้ และลักษณะเด่นของรถเข็นไฟฟ้าสำหรับท่องเที่ยวก็คือจะเป็นแบตลิเธียม เพราะเป็นแบตเตอรี่ที่มีความจุเยอะ ใช้งานได้นาน ที่สำคัญน้ำหนักเบามากไม่ต้องแบกให้หนักเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ ถูกใจผู้สูงวัยหัวใจฟรุ้งฟริ้งแน่นอน

มาดูลักษณะรถเข็นไฟฟ้าสำหรับการท่องเที่ยวกันดีกว่า ว่าต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง ?

  • ข้อแรกแน่นอนเลยค่ะว่าต้องมีน้ำหนักเบา แต่อย่างลืมนะคะว่ารถเข็นไฟฟ้าเป็นระบบไฟฟ้า มีมอเตอร์และแบตเตอรี่ในการทำงานดังนั้นน้ำหนักเบาที่ว่าเนี่ย ไม่ใช่ 2-3 กิโลแน่นอน  แต่รถเข็นไฟฟ้าสำหรับท่องเที่ยวโดยทั่วไปจะมีน้ำหนักเริ่มต้นที่ 13.5 กิโลกรัมค่ะ
  • สามารถพับ-เก็บได้ เพื่อการขนย้ายสะดวก ไม่ว่าจะใใส่ท้ายรถหรือเครื่องบิน
  • ล้อยางตันและขนาดเล็ก ความพิเศษของล้อยางตันคือไม่ต้องเติมลม ทนทานต่อแรงกระแทก ที่สำคัญสวยค่ะ
  • แบตเตอรี่ส่วนใหญ่เป็นแบตลิเธียม เพราะมีน้ำหนักเบา และความจุของแบตมากกว่าแบตธรรมดาทั่วไป จะมีน้ำหนักไม่เกิน 9 กิโลกรัม
  • โครงสร้างเป็นอลูมิเนียม เชื่อมโยงกับข้อแรกค่ะ เพราะอลูมิเนียมจะมีน้ำหนักเบากว่าเหล็ก ไม่ขึ้นสนิม ทำให้เกิดความสึกหลอได้ยาก

รถเข็นไฟฟ้ากับผู้สูงอายุ หากเรามองจริงๆ คงเป็นของคู่กันไปแล้ว จริงๆอีไลฟ์อยากลบภาพสำหรับใครที่รู้สึกไม่ดีกับรถเข็นอยู่ อะไรที่เข้ามาช่วยใก้ชีวิตเรามันง่ายขึ้นยังก็คือของมีประโยชน์ชิ้นนึง อยากให้ท่านมองวีลแชร์ให้เหมือนกับท่านใช้สมาร์ทโฟนเพราะเป็นเรื่องปกตินั้นเอง แต่หากยังไม่อยากใช้รถเข็นวีลแชร์จริงๆ รถสกูตเตอร์ไฟฟ้าก็เป็นทางเลือกที่ดีเช่นเดียวกันค่ะ

 


พาผู้สูงอายุเที่ยวด้วยรถเข็นวีลแชร์

พาผู้สูงอายุเที่ยวด้วยรถเข็นวีลแชร์

ปกติคนในวัยกลางคน ทำงานมาทั้งปีได้เที่ยวบ้างเป็นพักๆ ก็ถือว่าได้ไปผ่อนคลาย ได้พักผ่อนหย่อนใจ ได้ชาร์จพลังให้สมองปลอดโปร่งมากขึ้น เพื่อที่จะกลับไปทำงานต่อได้ เป็นที่รู้อกันอยู่แล้วว่าการท่องเที่ยว เป็นยาขนานเอกในการเติมพลังชีวิต ลองกลับมาคิดๆดู แล้วผู้สูงอายุที่บ้านเราล่ะ ?? อยู่บ้านทุกวันพวกท่านจะไม่อยากเที่ยวบ้างหรือ? การพาผู้สูงอายุออกจากบ้านไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาที่ดี มีผลดีทั้งต่อร่างกาย จิตใจอารมณ์ และสังคม ทำให้ผ่อนคลายความเครียดได้ รู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน และทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขมาก วัยผู้สูงอายุเองก็เป็นวันที่ต้องการที่จะท่องเที่ยว ได้พบปะผู้คน สูดอากาศบริสุทธิ์ หรือได้เปลี่ยนบรรยากาศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับผู้สูงอายุและอายุที่ยืนยาวขึ้น แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนไหว ผู้สูงอายุไม่สามารถทำในสิ่งที่ชอบได้ ดังนั้นลูกหลาน หรือคนในครอบครัวเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ที่จะพาผู้สูงอายุไปเที่ยวเปิดโลกกว้าง ตามโอกาสที่เหมาะสม

การเดินทางสำหรับผู้สูงอายุเรียกว่าเป็นเรื่องสนุก เนื่องจากว่าผู้สูงอายุหลายท่านมีความปรารถนาที่จะได้เดินทางออกไปท่องเที่ยวและมีความสุขกับชีวิตได้อย่างเต็มที่ เมื่ออายุมากขึ้นผู้สูงอายุก็มักจะประสบกับปัญหาเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพที่ไม่ดีมากนักและยังไม่สามารถเดินทางไกลได้เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านร่างกายที่เป็นปัญหาดังนี้ 
– ปัญหาด้านการเคลื่อนไหว/ ปัญหาความพิการ
– สูญเสียความทรงจำ / ความทรงจำไม่ดี
– ผู้สูงอายุมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย บางทีก็น้อยใจ มีอารมณ์เป็นบางครั้งบางคราว

” การวางแพลนทริปท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุนั้น ก่อนอื่นเลยต้องคำนึงถึงสถานที่ ที่ตั้งใจว่าจะพาผู้สูงอายุไปเที่ยวก่อนว่า จะสามารถพาไปได้หรือไม่ หรือมีข้อกำหนดทางร่างกายหรือเปล่า แต่ถ้าหากไม่มีก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้เลย แต่ถ้าหากว่าผู้สูงอายุมีข้อจำกัดเรื่องการเคลื่อนไหวหรือจะต้องพบเจอกับเรื่องที่ค่อนข้างลำบากหรือไม่คาดคิด เราจะต้องคุยกับผู้สูงก่อนว่าจะต้องแบบนั้นนะ เจอสิ่งนี้นะ ไม่เช่นนั้นอาจจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผิดหวัง และไม่สนุกกับการท่องเที่ยวในครั้งนั้นๆ “


5 เหตุผล …. ที่ลูกหลานควรพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยว
แน่นอนว่ายังมีหลายๆ ท่านที่ยังไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดทำไมต้องพาผู้สูงอายุ ออกไปตากแดด ตากลม ตะลอนนอกบ้าน หรือพาผู้สูงอายุออกไปพบปะผู้คน บางทีร่างกายผู้สูงอายุเริ่มอ่อนแอง่าย อาจจะเจอเชื้อโรค หรืออาจทำให้ติดโรค ที่เป็นโรคติดต่อ อาจทำให้มีผลต่อสุขภาพผู้สูงอายุ แต่รู้หรือไม่ว่าสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุ จะต้องควบคู่ไปกับสุขภาพจิตที่ดีด้วย หากร่างกายของผู้สูงอายุแข็งแรง แต่สภาพจิตใจของผู้สูงอายุมีภาวะเครียด หรือวิตกกังวล ไม่สบายใจ ก็อาจจะทำให้ผู้สูงอายุมีภาวะแทรกซ้อนได้เช่นกัน เหตุผลที่เราจะต้องพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยวดังนี้


(1.) ได้เปลี่ยนอิริยาบท จากการนั่งๆ เดินๆ อยู่แค่ภายในบริเวณบ้าน ได้ออกมานอกบ้านได้นั้น ผู้สูงอายุจะได้มีการขยับ เคลื่อนไหว มีกิจกรรมทางกายมากกว่าปกติ บางคนอาจจะถือโอกาสนี้เป็นการพาผู้สูงอายุไปออกกำลังกาย หรือบางครอบครัวอาจจะจัดเป็นกิจวัตรประจำวันที่จะพาผู้สูงอายุออกจากบ้านทุกวันก็ได้
(2.) การพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยวนอกบ้านนั้น จะส่งผลดีต่อสมองของผู้สูงอายุที่ให้สมองคงความสามารถให้นานขึ้นได้ เช่น ความทรงจำระยะสั้น การออกไปข้างนอกบ้านเป็นการฝึกการจำ จดจำเส้นทาง จดจำสถานที่ การใช้สมองคิดแก้ปัญหาการจัดการต่างๆ แม้แต่การให้ผู้สูงอายุซื้อของ การจดจำราคา อ่านฉลากสินค้า คำนวนเงิน เป็นการคงความสามารถในการจัดการ การคิดวิเคราะห์ และการเชื่อมโยงจากเรื่องราวต่างๆ จากการเปิดหูเปิดตา เรียนรู้และรับเรื่องใหม่ๆ อยู่เสมอ
(3.) เพิ่มปฏิสัมพันธ์กับสังคม หรือการพบเจอสังคมใหม่ๆ การได้ออกไปตามสถานที่ต่างๆ นอกบ้าน ได้พบเห็นผู้คน ได้พูดคุยกับคนใหม่ๆ เห็นบ้านเมืองหรือสถานที่ต่างๆ การได้พบปะพูดคุยกับเพื่อน ตามสถานที่ต่างๆ ที่ไป แม้แต่การได้พูดกับพนักงานเสิร์ฟเพื่อสั่งอาหาร ก็เป็นการเพิ่มปฏิสัมพันธ์กับสิ่งรอบข้าง ผู้สูงอายุจะรู้สึกว่าเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคม
(4.) ได้ใช้เวลาอยู่กับลูกๆ หลานๆ และคนในครอบครัว ส่วนของลูกหลานและคนในครอบครัวเองก็ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันกับผู้สูงอายุเช่นกัน นอกจากได้มี Quality Time ร่วมกันกับครอบครัวแล้ว ยังได้รู้จักการฝึกแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะบางครั้งหากเราไม่ได้พาผู้สูงอายุออกมาเที่ยว เราอาจไม่รู้ว่าต้องเตรียมตัวอะไรบ้าง ในการเจอกับสถานการณ์ต่างๆ ทั้งลูกหลานและผู้สูงอายุก็ได้ฝึกปรับตัวในการเตรียมตัวเที่ยวในแต่ละครั้ง
(5.) ทำให้ผู้สูงอายุ มีอายุยืนยาวมากขึ้น เกิดจากจิตใจและมีอารมณ์ที่ดี และความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว จากเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น จะทำให้สุขภาพโดยรวมของผู้สูงอายุดีขึ้น เพราะผู้สูงอายุที่ยังออกนอกบ้านได้แสดงถึงความพร้อมและความแข็งแรง ความสามารถที่จะออกเดินทางไปเที่ยวภายนอกบ้านได้ แม้อาจจะต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการพาออกไปข้างนอกบ้านบ้างก็ตาม

“ระดับของการออกไปเที่ยวนั้น มีตั้งแต่ ออกไปเที่ยวตลาดใกล้บ้าน ออกไปช้อปปิ้งที่ห้างประจำ นัดเจอเพื่อน หรือทานข้าวกับครอบครัว ไปเที่ยวต่างจังหวัด ไปจนถึงเที่ยวต่างประเทศ แม้กระทั่งผู้สูงอายุบางท่าน ไม่ชอบออกนอกบ้านเลย แค่การได้ออกมาหาหมอตามนัดก็ถือว่าได้ออกมาเปลี่ยนบรรยากาศแล้ว ผู้สูงอายุนั้นบางครั้งแค่ได้ออกนอกบ้านมาเดินออกไปแค่ถนนหน้าหมู่บ้านก็ถือว่าออกนอกบ้านแล้ว หากทราบแบบนี้แล้ว อยากให้ลูกๆหลายๆ และสมาชิกภายในครอบครัวพาผู้สูงอายุออกนอกบ้านกันเถอะค่ะ” 

การเลือกสถานที่ให้เหมาะกับผู้สูงอายุท่องเที่ยว
อย่างแรกเลยถ้าการเดินทางท่องแล้วมีผู้สูงอายุไปด้วย สิ่งที่ควรจะต้องทำเป็นอันดับแรกเลยก็คือสอบถามกับผู้สูงอายุก่อนว่าต้องการไปเที่ยวที่ไหนหรืออยากไปไหนเป็นพิเศษบ้างหรือไม่ สำหรับคำถามนี้ถือได้ว่าเป็นคำถามที่เป็นการเอาใจใส่และห่วงใย ซึ่งแน่นอนว่าท่านคือผู้สูงอายุ สถานที่ที่ไปเป็นอันตรายหรือที่หวานเสียวน่ากลัว ก็ไม่สมควรที่จะพาผู้สูงอายุไป เพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้สูงอายุได้ ส่วนเรื่องสถานที่ที่จะพาผู้สูงอายุไปด้วย ควรจะเป็นสถานที่ที่เดินทางง่าย ไม่ลำบาก ต้องมีความปลอดภัยสูงสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวครั้งนั้นๆ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สถานที่ท่องเที่ยวผู้สูงอายุ

การเลือกรถส่วนตัวให้การเดินทางจะเป็นผลดีที่สุด
แน่นอนว่าการเลือกใช้รถยนต์ส่วนตัวนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับผู้สูงอายุที่บ้าน เพราะว่าผู้สูงอายุจะสะดวกสบายมากขึ้น ปลอดภัยจากสิ่งต่างๆ ที่หลายๆคนมองว่ามันเป็นอันตรายและที่สำคัญสามารถขับได้ตามที่เขาต้องการโดยไม่เร็วจนเกินไป หรือไม่ช้าเกินไป การใช้ความเร็วเกินไปอาจจะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกไม่สบายใจได้เช่นกัน ที่นำรถยนต์ส่วนตัวไป อาจมีแวะระหว่างทาง หรือแวะพักตรงจุดไหนก็สะดวกสบายที่สุด ดังนั้นจึงเหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ และที่สำคัญการคำนึงถึงการเข้าห้องน้ำของผู้สูงอายุด้วย ว่าเขาจะต้องเดินทางและจอดรถมีการเข้าห้องน้ำ ฉี่บ่อยครั้ง เพราะผู้สูงอายุจะมีการเข้าห้องน้ำมากกว่าเราในวัยปกติ ซึ่งสิ่งนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ที่พักต่างๆ หรือแม้แต่การเดินทางในสถานที่ต่างๆ เหล่านั้นจะต้องมีห้องน้ำที่อำนวยความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุด้วย

” แต่สำหรับผู้สูงอายุหลายท่านที่ต้องนั่งรถเข็น(Wheelchair) คงจะมีความกังวลไม่น้อยว่าจะเที่ยวสนุกมั้ย แต่ในปัจจุบันเรามีรถเข็นที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งรูปลักษณะ คุณสมบัติ ที่เหมาะกับแต่ละบุคคล ” 

ผู้สูงอายุนั่งรถเข็นวีลแชร์เที่ยวกับลูกๆหลานๆ

โดยปกติแล้วในปัจจุบันนี้ รถเข็นวีลแชร์ สำหรับผู้สูงอายุมีเยอะแยะมากมายหลายรูปแบบ แต่จะมีวีลแชร์ที่เหมาะกับการการท่องเที่ยวของผู้สูงอายุมีอยู่ 2 ประเภทหลักๆ นั่นก็คือ 

คุณแม่นั่งรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าน้ำหนักเบา 13.5 กก. ไปเที่ยวที่หัวหิน

1. รถเข็นวีลแชร์แบบไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้า 
วีลแชร์แบบไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุ เป็นรถเข็นวีลแชร์ที่สามารถขับเคลื่อนโดยล้อหลัง และบังคับทิศทางได้โดยผู้นั่ง โดยจะมีคันโยก หรือจอยสติ๊กไว้สำหรับบังคับทิศทาง รถเข็นวีลแชร์ประเภทนี้ จะเหมาะสำหรับผู้สูงอายุทุกประเภท และผู้สูงอายุที่นิยมใช้กันจะเป็นผู้สูงอายุที่รักอิสระ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และไม่ชอบเป็นภาระลูกหลาน จะชอบใช้รถวีลแชร์ไฟฟ้าหรือรถเข็นไฟฟ้าบังคับไปเอง ตามทิศทางที่ตัวเองอยากไป ไม่ต้องรอให้คนมาเข็น แต่รถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้า ก็มีหลากหลายรุ่นให้เราเลือก แต่ก็ไม่ใช่ทุกรุ่น ที่จะเหมาะสำหรับการใช้งาน   ปัจจุบันมี รถเข็นไฟฟ้า ให้เลือกมากมายหลายรุ่น ทั้งรถเข็นไฟฟ้าพับได้ รถเข็นไฟฟ้าเหล็กเคลือบ รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา รถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม ซึ่งแต่ละแบบต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน แต่ที่สำคัญคือรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้นั้นจะต้องเป็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักหนักเบา พกพาง่าย พับเก็บง่าย เพื่อคนดูแลจะได้สะดวกสบาย ไม่ยุ่งยาก ดังนั้นลูกๆหลานๆ จะสามารถยกได้ หากรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้า มีน้ำหนักที่ค่อนข้างเยอะ ก็จะถือได้ว่าเป็นเรื่องยากลำบาก อาจจะทำให้ทริปเที่ยวที่วางแผนไว้ หมดสนุกกันเลยทีเดียวค่ะหรือว่าหากทริปไหนต้องมีการเดินทางโดยสารเครื่องบิน ก็จะมีรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินได้ และไม่ได้เช่นกัน ส่วนรถเข็นไฟฟ้าหรือวีลแชร์ไฟฟ้าที่สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ต้องเป็นรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ที่ประเภทของแบตเตอรี่ต้องเป็นลิเธียมไอออนเท่านั้น ความจุของแบตเตอรี่ต้องไม่เกินกว่าที่สายการบินกำหนด และรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้าจะต้องแยกกับตัวแบตเตอรี่ได้ เพราะทางสายการบินเขาจะให้เรานำแบตเตอรี่รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินไปด้วย เปรียบเสมือนกับ Power Bank  เลยค่ะ

อาม่าขับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าไปดูภูเขาไฟฟูจิ ที่ประเทศญี่ปุ่น
ขับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าไปช็อปปิ้ง ที่ประเทศญี่ปุ่น
อาม่าขับวีลแชร์ไฟฟ้าในโรงแรม ที่ประเทศญี่ปุ่น

แนะนำรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา 


2. รถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดา รถเข็นวีลแชร์มือเข็น หรือรถเข็นวีลแชร์แบบแมนนวล (Manual) 
วีลแชร์แบบธรรม รถเข็นวีลแชร์แบบแมนนวล หรือบางคนก็เรียกว่ารถวีลแชร์แบบมือเข็น รถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุชนิดนี้ เป็นรถเข็นวีลแชร์ที่ต้องออกแรงเข็น ไม่ว่าจะให้ผู้อื่นเข็นให้ หรอหมุนล้อด้วยตัวผู้นั่งเองก็ตาม วีลแชร์ชนิดนี้มีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปเช่นกัน แต่..ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ ก็ไม่ชอบนั่งรถเข็นวีลแชร์ที่มีลักษณะเป็นเหมือนกับรถเข็นคนพิการ เพราะผู้สูงอายุเป็นคนขี้อาย พอคนมองมากๆ แล้วก็เขิน บางทีอาจจะไม่นั่งเลยก็ได้ ดังนั้นการเลือกรถเข็นวีลแชร์ ก็สำคัญค่ะ ดังนั้นรถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดาที่เราเลือกใช้ ควรเป็นรูปแบบดีไซน์ที่ทันสมัย มองดูแล้วเป็นเก้าอี้รถเข็นที่มีล้อ ไม่เหมือนรถเข็นวีลแชร์ผู้พิการ ก็จะทำให้ผู้สูงอายุยอมรับที่จะนั่งรถเข็นวีลแชร์ได้ เพราะบางทีสุขภาพจิตของผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญ บ้างก็เครียด หรือไม่ชอบให้ขัดใจ ดังนั้นเราจึงควรเลือกวีลแชร์ที่ดีและรูปแบบที่สวยน่าใช้งานให้กับผู้สูงอายุ

โดยรถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดาสำหรับผู้สูงอายุไว้ใช้งานเวลาเดินทางท่องเที่ยวนั้น ควรเป็นรถเข็นวีลแชร์ที่มีน้ำหนักเบา ขนาดพับเก็บได้เล็กกระทัดรัด เหมาะสำหรับการพกพาเดินทางออกข้างนอก เพราะปกติลำพังกระเป๋าเดินทางหรือประเป๋าเสื้อผ้าก็เกือบเต็มรถแล้ว ดังนั้นเราควรที่จะเลือกรถเข็นวีลแชร์ที่มีขนาดเล็ก กระทัดรัด น้ำหนักเบา และที่สำคัญ คนที่ไปด้วยจะต้องพับเก็บและยกได้สะดวกค่ะ ควรเลือกรถเข็นวีลแชร์ที่เป็นอลูมิเนียม เพราะจะมีน้ำหนักเบา ทนทานและไม่ขึ้นสนิมค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11 สะดวกสบาย เพราะมีน้ำหนักเบาเพียง 6.7 กก. โครงสร้างรถเข็นทำจากอลูมิเนียมเกรดพรีเมี่ยมอย่างดี รับน้ำหนักผู้นั่งได้สูงถึง 90 กก. ส่วนใหญ่ที่คนนิยมใช้รุ่นนี้เพื่อพกพาเดินทางโดยสารโดยเครื่องบิน เพราะเป็นรุ่นที่สามารถพับเก็บได้เล็ก กระทัดรัด นิยมเป็นอย่างมากที่พกพาใส่ท้ายรถที่มีพื้นที่อย่างจำกัด อย่างรถขนส่งสาธารณะแท็กซี่ เป็นต้น ถ้าหากให้แนะนำสำหรับผู้ที่สมควรเลือกใช้รุ่นนี้ จะแนะนำน้ำหนักผู้นั่งไม่เกิน 60 กก. จะนั่งสบายมากค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11plus เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่น Ew-11 มีขนาดเบาะกว้างกว่า เหมาะสำหรับคนที่สะโพกใหญ่ นั่งได้เต็ม ก้นไม่ล้นออกมาจากเบาะ รุ่นนี้น้ำหนักรถเข็นเบาเพียง 7.8 กก. โครงสร้างทำจากวัสดุประเภทเดียวกับรุ่น Ew-11 รับน้ำหนักผู้นั่งสูงสุดได้ 110-120 กก. นิยมใช้พกพาใส่ท้าย สะดวกคนดูแลมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-112 รุ่นนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่ลูกค้านิยมใช้ เพราะลักษณะรูปทรงคล้ายกับเก้าอี้นั่งมากกว่ารถเข็นวีลแชร์ เบาะนั่งสบาย และที่สำคัญ รุ่นนี้มีล้อเล็กกันหงายหลังอีกด้วย วัสดุที่ใช้ผลิตโครงสร้างรถเข็นวีลแชร์รุ่นนี้ เป็นอลูมิเนียมเกรด 7003 มีน้ำหนักเบา 9 กก. สามารถรองรับน้ำหนักผู้นั่งได้ถึง 120 กก. ถ้าเน้นนั่งสบายต้องรุ่นนี้เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-116 รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เบาะค่อนข้างกว้าง จะนั่งสบายสำหรับคนที่มีสรีระใหญ่ หรือมีพุง รุ่นนี้วัสดุทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ น้ำหนักรถเข็น 13 กก. รุ่นนี้เป็นรุ่นที่น้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่ราคาถูก ถ้าหากผู้ติดตาม หรือผู้ดูแล สามารถยกขึ้นรถไหว ตัวนี้เป็นอีกตัวที่น่าใช้งานมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-120plus รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ดีไซน์สวย แข็งแรง น้ำหนักรถเข็น 11 กก. น่าใช้งานที่สุด รับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กก. เหมาะสำหรับคนที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง เพราะล้อหลังมีขนาด 20 นิ้ว เป็นล้อใหญ่ มีด้ามจับล้อที่ทำจากอลูมิเนียม เพื่อใช้แขนออกแรงหมุน และเคลื่อนที่ได้ โดยไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาเข็นให้ ข้อดีของรุ่นนี้ มีเบรคล็อคล้อ 2 ตำแหน่ง คือล็อคจากมือจับเข็น และล็อคได้จากล้อหลัง ถือว่าเป็นรุ่นที่สะดวกสบายค่ะ แต่ถ้าหากผู้ดูแลเป็นผู้หญิง เวลาพับเก็บใส่ท้ายรถ ถือว่าค่อนข้างยากค่ะ

     Ew-11                               Ew-11plus                             Ew-112                               Ew-120plus                                Ew-116

จะเห็นได้ว่าดีไซน์รถเข็นวีลแชร์ Elife จะเป็นเหมือนกับลักษณะเก้าอี้นั่ง จึงทำให้ผู้สูงอายุยอมรับ และยินยอมที่จะใช้รถเข็นวีลแชร์เพื่อเดินทางออกไปท่องเที่ยวค่ะ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะแนะนำให้เลือกใช้รถเข็นวีลแชร์ที่ดูไม่ป่วย เพราะผู้สูงอายุค่อนข้างซีเรียสและวิตกกังวลเป็นอย่างมาก เพราะบางผู้สูงอายุบางท่านจะไม่ยอมนั่งรถเข็นวีลแชร์ที่เหมือนกับคนพิการ ดังนั้นเราควรจะตามใจผู้สูงอายุ เพื่อลดความเครียดและลดความวิตกกังวล ไม่เป็นผลเสียต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุอีกด้วยค่ะ

หากสนใจสั่งซื้อสินค้า Elife หรืออยากปรึกษาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
โทรศัพท์ : 095-348-0712 , 02-415-4347
ไลน์ ID : @Elife (มี@นำหน้าด้วยค่ะ)
จะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาแนะนำ


วิธีดูแลความรู้สึกทางจิตใจในวัยสูงอายุ

วิธีดูแลความรู้สึกทางจิตใจในวัยสูงอายุ

ผู้สูงอายุถือว่าเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลง อวัยวะต่างๆมีการเสื่อม ไม่ว่าจะเป็นกำลังวังชา หรือสุขภาพร่างกายที่เริ่มถดถอยน้อยลง ความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย กล้ามเนื้อ และสุขภาพทางการเดินเคลื่อนไหวค่อนข้างยากลำบาก สายตาสั้นลง เนื้อหนังเหี่ยวย่น  หรือว่าแม้แต่กระทั่งความรู้สึกทางจิตใจและอารมณ์ ยิ่งอายุมากขึ้นตัวผู้สูงอายุเองจะกลายเป็นคนที่คิดเยอะขึ้น มีบางอารมณ์ก็น้อยใจ เรียกง่ายๆได้ว่าหลายร้อยอารมณ์นั่นเอง เนื่องจากผู้สูงอายุจะประสบพบเจอกับการสูญเสียในชีวิตมากมากเช่น สูญเสียคนใกล้ตัว สูญเสียคู่ชีวิต สูญเสียคู่แต่งงาน และสูญเสียหน้าที่การงาน  หรือมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่อยากเป็นภาระของลูกหลาน ไม่อยากที่จะต้องให้ลูกหลานต้องคอยมานั่งดูแล


“นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุจะต้องปรับตัวมากขึ้น เมื่อก้าวเข้าสู่วัยผู้สุงอายุ หากผู้สูงอายุไม่สามารถปรับตัวได้และหากสะสมเป็นระยะเวลานานก็อาจจะพบปัญหาเรื้อรังจนทำให้ผู้สูงอายุอาจป่วยกลายเป็นผู้ป่วยโรคซึ่มเศร้า ซึ่งอาจทำให้ผู้สูงมีความเสี่ยงในการที่จะฆ่าตัวตาย ซึ่งปัญหาสุขภาพจิตของผู้สูงอายุที่พบบ่อย ได้แก่ ความวิตกกังวล ซึมเศร้า นอนไม่หลับ ระแวง และความจำเสื่อม” 

สาเหตุของปัญหาสุขภาพจิตผู้สูงอายุ
ปัจจุบันผู้สูงอายุที่เพิ่งจะก้าวเข้าสู่วัยทองหรือสูงอายุเต็มตัวนั้น มักจะพบปัญหาที่รบกวนจิตใจของผู้สูงอายุจะเป็นเรื่องสัมพันธภาพในการอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นโดยเฉพาะคนในครอบครัว และสิ่งที่ไวต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุเอง โดยจะมีสุขภาพที่ไม่สดชื่นแจ่มใสเท่าที่ควร เนื่องจากมีสาเหตุได้หลากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบถึงต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้สูงอายุ จนทำให้เสียสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ และสิ่งที่ไวต่อความรู้สึกของผู้สูงอายุที่สุดคือการเสียหน้า การเสียคุณค่า และการเสียความเคารพจากผู้อื่น ส่วนปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุก็คือ เรื่องความเครียด ความวิตกกังวล ความรู้สึกเหงา ความรู้สึกหว่าเว้ จู้จี้ ขี้บ่น การกลัวถูกทอดทิ้ง รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า และนอนไม่หลับ โดยมีความรู้สึกดังนี้

ความเครียด เป็นสภาวะจิตใจและร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นผลจากการปรับตัวเพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือต่อสิ่งกระตุ้นหรือสิ่งเร้าต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมที่บีบคั้น กดดัน คุกคามให้เกิดความทุกข์ความไม่สบายใจ หรือความไม่พอใจ รู้สึกหงุดหงิด โกรธ คนหรือสภาวการณ์รอบๆตัวอาการความเครียดของผู้สูงอายุเหล่านี้ เราสามารถช่วยเหลือได้โดยวิธีการเข้าไปพูดคุย สร้างสัมพันธภาพให้ผู้สูงอายุ สอบถามสารทุกข์สุขดิบให้สมาชิกคนในครอบครัวสามารถชวนผู้สูงอายุพูดคุย ไม่ให้รู้สึกว่าผู้สูงอายุจะต้องอยู่ตัวคนเดียว ชวนออกไปเที่ยวข้างนอกเปิดหูเปิดตา ทานข้าวนอกบ้าน เดินทางไปเปลี่ยนบรรยากาศการนอนที่ต่างจังหวัด หรืออย่างผู้สูงอายุบางท่าน ไม่สามารถเคลื่อนไหว หรือ เดินนานๆ ได้ เราก็สามารถหาตัวช่วยสำหรับพาผู้สูงอายุเดินทางออกไปข้างนอก นั่นก็คือรถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้า ที่เหมาะสำหรับการพกพาใส่ท้ายรถ มีน้ำหนักเบา ให้ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองโดยเป็นการบังคับรถเข็นไฟฟ้าเอง รู้สึกว่าตัวเองเป็นอิสระ ไม่เป็นภาระของใคร อยากจะไปในทิศทางที่ตัวเองต้องการจะไปก็สามารถไปได้ รถเข็นไฟฟ้าจะช่วยทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกว่ายังสามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง จะให้ความรู้สึกดีกว่าการนอนอยู่บนเตียงที่บ้านด้วยบรรยากาศแบบเดิมซ้ำๆ

เดินทางขึ้นเครื่องบินโดยรถเข็นไฟฟ้า รุ่น Lite1

รีวิวผู้สูงอายุนั่งรถเข็นไฟฟ้าเที่ยวเชียงคาน จังหวัดเลย


การพาผู้สูงอายุได้เดินทางท่องเที่ยว ถือเป็นการเปิดหูเปิดตาที่ดี ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลายความเครียด สนุกสนาน เพลิดเพลิน และทำให้มีความสุขเป็นอย่างมาก วัยสูงอายุเองก็เป็นวัยที่ต้องการท่องเที่ยว ได้พบปะสังสรรค์ พบปะผู้คน ชื่นชมความงานเช่นเดียวกันกับวัยรุ่นหนุ่มสาว แต่ด้วยข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นปัญหาทำให้ไม่สามารถทำในสิ่งที่ชื่นชอบได้ ลูกหลานและสมาชิกในครอบครัวเองควรเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญที่จะพาผู้สูงอายุไปเที่ยวทุกครั้งเมื่อมีโอกาส เพราะบางทีผู้สูงอายุอาจจะรอคุณชวนอยู่ก็ได้ ที่สำคัญอย่าเพิ่งไปกังวลว่าทริปที่มีผู้สูงอายุร่วมไปด้วย จะทำให้การเดินทางลำบากมากขึ้น หรือจะเคลื่อนพลไปไหนก็กลัวจะไม่สะดวก ไม่คล่องตัว แล้วจะทำให้ทริปนั้นหมดความสนุกไป แต่ที่จริงแล้วหากคุณมีการวางแผนล่วงหน้าที่ดี เตรียมตัวกับเรื่องต่างๆ ให้พร้อม สิ่งที่คุณกังวลก็จะหมดไปได้  หากผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลาย อาจจะให้ปัญหาที่เกิดจากความเครียด ความวิตกกังวล  แต่สำหรับผู้สูงอายุหลายๆ ท่านที่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการเดินช้า เดินไม่ไหว หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว จำเป็นจะต้องมีอุปกรณ์ช่วยเหลือ นั่นก็คือรถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้า คงจะมีความกังวลไม่น้อยว่าจะเที่ยวสนุกหรือไม่ พื้นที่ในการพกพารถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้านั้นไม่เพียงพอที่จะสามารถใส่ท้ายรถไปด้วยได้ แต่ในปัจจุบันเรามีรถเข็นที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งรูปลักษณะ คุณสมบัติ ที่เหมาะสมกับบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล หรือเหมาะสำหรับการพกพาให้เลือกหลากหลายยิ่งขึ้น โดยรถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นไฟฟ้าที่คนนิยมกันส่วนใหญ่จะเลือกใช้งานจะเป็นรถเข็นวีลแชร์ที่มีน้ำหนักเบา สามารถพับเก็บได้เล็ก กระทัดรัด และที่สำคัญคนดูแลสามารถยกขึ้นรถได้ มีทั้งแบบเป็นรถเข็นวีลแชร์ธรรมดา (Wheelchair Manual) และวีลแชร์ไฟฟ้า,รถเข็นไฟฟ้า (Power Wheelchair) หลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกใช้งานได้ตรงตามลักษณะของผู้สูงอายุอีกด้วย

ความวิตกกังวล โดยส่วนใหญ่ผู้สูงอายุมักจะมีความวิตกกังวลที่ต้องพึ่งพาลูกหลาน และมักจะแสดงออกชัดเจน เป็นความกลัว ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง กลัวไม่มีคนเคารพยกย่องนับถือกลัว ว่าตนเองไร้ค่ากลัวถูกทอดทิ้ง  บางอย่างอาจะจะเป็นปัญหาการวิตกกังวลไปเอง โดยวิธีแก้ปัญหาจะเริ่มด้วยการสอนให้คิด และวิธีปรับมุมมองให้กว้าง หรืออาจจะดึงลูกหลานเข้ามาสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สูงอายุ

รู้สึกว่าลูกหลานไม่เคารพ รู้สึกว่าตนเองถูกลูกหลานทอดทิ้ง รู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า เป็นธรรมดาเมื่อผู้สูงอายุ เมื่ออายุมากขึ้นก็กลัวว่าลูกหลานที่ค่อยๆเจริญเติบโต จะไม่เชื่อฟังคำสอน และเวลาคุยด้วยจะไม่มีใครฟัง เมื่อบอกลูกหลานแล้วลูกหลานหรือคนในครอบครัวไม่รับฟัง ก็จะมีความรู้สึกน้อยใจ รู้สึกเสียใจคิดว่าตัวเองไม่มีคุณค่า การแก้ไขปัญหานี้คือทุกคนในครอบครัวต้องให้เวลากับผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก พูดคุยด้วยบ่อยๆ ไม่ให้ผู้สูงอายุรู้สึกเหงา หาเวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกัน หรือพาไปเปลี่ยนบรรยากาศนอกบ้าน เท่านี้ผู้สูงอายุก็รู้สึกว่าคนในครอบครัว และลูกหลานยังให้ความสำคัญ

จู้จี้ขี้บ่น เป็นธรรมชาติและธรรมดาของผู้สูงอายุที่จะจู้จี้ จุกจิก และบ่นเรื่องที่ไม่ได้ดั่งใจมากนัก เนื่องจากผู้สูงอายุไม่สามารถลงมือทำอะไรด้วยตัวเอง ด้วยเนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพและการเคลื่อนไหว จึงจำเป็นต้องมีผู้ช่วย หรือผู้ดูแล เมื่อผู้ช่วยหรือผู้ดูแลทำไม่ถูกใจ ก็จะบ่น จู้จี้ จุกจิก เป็นเรื่องธรรมดา ที่สำคัญต้องไม่ชวนทะเลาะหรือเก็บเรื่องที่ผู้สูงอายุบ่นมาเป็นอารมณ์ แต่พยายามทำความเข้าใจธรรมชาติของผู้สูงอายุที่มีลักษณะ ยํ้าคิดยํ้าทำและติดอยู่กับอดีต และไม่ควรตอบโต้ด้วยอารมณ์ที่รุนแรง

ดังนั้นกล่าวคือสุขภาพจิตใจของผู้สูงอายุ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่ง ที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องช่วยกันดูแลและเอาใจใส่ จิตใจของผู้สูงอายุเปราะบางคล้ายคลึงกับเราในสมัยเด็กที่ไม่ว่าเจออะไรนิดๆหน่อย ก็มีผลต่อจิตใจ เสียใจ น้อยใจ หรือร้องไห้ นั่นก็เหมือนกับผู้สูงอายุ ที่เมื่ออายุมากขึ้นก็รู้ว่าไม่อยากเป็นภาระของลูกๆหลานๆ และสมาชิกในครอบครัว อยู่ๆ ก็มีอาการน้อยใจ หดหู่ มีความวิตกกังวล เราเป็นลูกเป็นหลาน เป็นคนดูแลผู้สูงอายุ สิ่งที่เราสามารถทำได้นั่นก็คือพูดคุย สอบถามถึงกิจวัตรประจำวัน สารทุกข์สุขดิบทั่วๆไป หรือพูดคุยสอบถามเกี่ยวกับปัญหาที่เจอในแต่ละวัน ให้คำปรึกษาและให้กำลังใจผู้สูงอายุ ไม่ควรปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้าน ควรพาออกไปข้างนอก พบปะสังสรรค์กับครอบครัว หรือพาไปพบเพื่อน แต่หากในขณะที่พาผู้สูงอายุเดินทางออกนอกบ้านแล้วพบปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ อาจจะแนะนำให้ผู้สูงอายุใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน หรืออาจนั่งรถเข็นวีลแชร์ แต่ปกติแล้วผู้สูงอายุที่ยังพอสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จะไม่คอยชอบเป็นภาระของผู้อื่น อยากที่จะเดินทางไปไหนมาไหนอย่างเป็นอิสระ ดังนั้นรถเข็นไฟฟ้า หรือวีลแชร์ไฟฟ้าจึงเหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่ชอบใช้ชีวิตแบบอิสระมากที่สุดค่ะ


เตียงไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุรุ่น EB-55 ปรับได้ 5 ฟังก์ชั่น

นอนไม่หลับ ผู้สูงอายุที่มีปัญหานอนไม่หลับ มักจะชอบตื่นขึ้นกลางดึกหรือไม่ก็ ตื่นเช้ากว่าปกติและเมื่อตื่นแล้วก็หลับต่อยาก ทำให้รบกวนสมาธิคนอื่นในบ้านที่กำลังนอนหลับอยู่ด้วย ทั้งนี้สาเหตุของการนอนไม่หลับ อาจเกิดจากการนอนกลางวันมากเกินไป ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายหรือใช้แรงงาน ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียเมื่อได้เวลานอนอาจวิตกกังวลบางเรื่องอยู่ ที่นอนไม่สบายอากาศร้อนหรือเย็นเกินไป มีปัญหาทางร่างกายที่รบกวนการนอน ดังนั้นเราควรสร้างบรรยากาศการนอนให้กับผู้สูงอายุ ให้รู้สึกอบอุ่น เหมือนมีคนคอยดูแลตลอดเวลา หากเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ควรใช้เตียงไฟฟ้าปรับระดับได้สำหรับผู้สูงอายุ แต่..จะมีผู้สูงอายุหลายๆ ท่านไม่อยากใช้เตียงไฟฟ้าที่เป็นไฟเบอร์กลาส หรือเตียงผู้ป่วยแบบมือหมุนเนื่องจากจะรู้สึกว่าตัวเองเหมือนผู้ป่วยตามโรงพยาบาล ดังนั้นเตียงไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุที่เราเลือกใช้ ควรเน้นเป็นเตียงไฟฟ้าแบบโฮมแคร์ (Homecare) เตียงไฟฟ้าบ้านๆ ที่สร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับผู้สูงอายุรู้สึกว่าอยู่บ้าน ไม่ใช่ผู้ป่วย เพราะสภาพแวดล้อมก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผู้สูงอายุนอนไม่หลับได้เช่นกัน



และในเวลากลางคืน หากผู้สูงอายุนอนหลับ ไม่ควรที่จะปิดไฟจนมืดเกินไป อาจทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก นั่นอาจจะเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้สูงอายุนอนไม่หลับก็ได้  เราจึงควรมีแสงไฟเพื่อส่องสว่างให้กับผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุพอจะมองเห็นสิ่งของรอบๆ ตัว ทำให้ไม่อึดอัด แต่หลอดไฟทั่วไปมีแสงที่สว่างจ้ามากเกินไป อาจทำให้รบกวนสายตาของผู้สูงอายุและรบกวนเวลาการพักผ่อนหลับนอนของคนในครอบครัว แต่จะมีอุปกรณ์เสริมไฟใต้เตียงเรียกว่า Smart Care  เป็นอุปกรณ์เสริมที่ช่วยในเรื่องดีไซน์ความสวยงาม การสร้างบรรยากาศการนอนให้กับผู้สูงอายุ มีแสงสว่างเล็กน้อยในการนอนเวลากลางคืน และเพื่อฝึกให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ นั่นก็คือการ เปิด-ปิดไฟ หรือปรับระดับแสงสว่างของไฟได้ตามความต้องการ ไฟดวงนี้เป็นไฟ Warm light ถนอมสายตา ไม่สว่างจ้า รบกวนการนอนของผู้สูงอายุและคนในครอบครัว และหากผู้สูงอายุเกิดต้องการลุกขึ้นจากที่นอนกลางดึก ไฟใต้เตียงก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถมองเห็นสิ่งกีดขวางได้ ถือว่าช่วยในเรื่องการมองเห็นได้ดีและปลอดภัยมากๆ ค่ะ

“ข้อดีของไฟใต้เตียง จะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกอบอุ่น รู้สึกปลอดภัยทุกครั้งเมื่อตื่นขึ้นมากลางดึก ทำให้ผู้สูงอายุมองเห็นรอบๆ หรือเห็นคนในครอบครัวกำลังหลับอยู่ ดังนั้นความรู้สึกของผู้สูงอายุ ที่รู้สึกว่าไม่ปลอดภัย รู้สึกเครียดหรือรู้สึกกังวลจะค่อยๆ คลายออกไป การสร้างบรรยากาศในการนอนหลับ เป็นเรื่องที่สมาชิกในครอบครัวสามารถสร้างจำลองให้กับผู้สูงอายุได้ เพื่อการนอนหลับพักผ่อนที่ดีของผู้สูงอายุ “

เตียงไฟฟ้าเพื่อผู้สูงอายุ ติดไฟใต้เตียง (ไฟสามารถปรับระดับความสว่างได้)

วิธีช่วยให้ผู้สูงอายุนอนหลับได้ดียิ่งขึ้นดังนี้
1. ให้ความรู้กับผู้สูงอายุเพื่อปรับแผนการนอนให้เหมาะสม
2. ดูแลให้ผู้สูงอายุที่มีอาการเจ็บป่วยทางด้านร่างกายให้ได้รับการจัดการหรือควบคุมอาการต่างๆ ที่ทำให้เกิดความไม่สุขสบายตัว ได้รู้สึกดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อการนอนหลับ ลดปัญหาการปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน โดยแนะนำให้ผู้สูงอายุปัสสาวะก่อนเข้านอนหรือจัดที่นอนให้อยู่ใกล้ห้องน้ำ หรือเตรียมกระโถนไว้ภายในห้องนอน
3. แนะนำให้ผู้สูงอายุรับประทานมื้อเย็นในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป อาหารที่ย่อยยากจะทำให้เกิดการอึดอัดแน่นท้อง นอนไม่หลับ ควรให้ผู้สูงอายุสวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย  และสุดท้ายอาจจะให้ผู้สูงอายุดื่มนมอุ่นๆ หรือโอวัลตินก่อนนอน
4. ควรมีกิจกรรมให้กับผู้สูงอายุได้ทำในระหว่างวัน เช่น ทำความสะอาดบ้าน รดน้ำต้นไม้ หลีกเลี่ยงการนอนหลับในเวลากลางวัน
5. ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารประเภทถั่ว ผักดิบ ของหมักดอง เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดแก๊ซในกระเพราะอาหารมาก ส่งผลให้รู้สึกไม่สบายตัว ทำให้นอนหลับยาก นอกจากนี้ควรงดอาหารที่มีไขมันสูงก่อนนอน เพราะทำให้ระบบการย่อยอาหารต้องทำงานหนัก
6. ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนนอน 3 ชั่วโมง เนื่องจากการออกกำลังกายในตอนเย็นหรือก่อนนอนจะเพิ่มระดับการกระตุ้นของระบบประสาทโดยอัตโนมัติ ทำให้นอนหลับได้ยากขึ้น และถ้านอนไม่หลับภายใน 30 นาทีให้ลุกจากเตียงและทำกิจกรรมอื่นเบาๆ จนกว่าจะรู้สึกง่วงนอนอีกครั้ง
7. ช่วยผู้สูงอายุผ่อนคลายกล้ามเนื้อก่อนนอนโดยการนวดตามร่างกายของผู้สูงอายุ ทำให้เกิดการผ่อนคลายทั้งด้านจิตใจและอารมณ์ ช่วยลดความเครียด การฝึกสมาธิช่วยให้จิตใจสงบ จดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว การฝึกหายใจแบบลึกๆ ก็เป็นการผ่อนคลายร่างกายช่วยให้การนอนหลับของผู้สูงอายุนั้นดีขึ้น
8. ให้ผู้สูงอายุฟังเพลง ฟังธรรมมะเปิดฟังเบาๆ หรืออ่านหนังสือสวดมนต์และหนังสือที่ชอบเพื่อช่วยผ่อนคลายความเครียด ช่วยทำให้การนอนหลับดีขึ้นด้วยค่ะ

” ปัญหาของผู้สูงอายุที่นอนไม่หลับ เป็นปัญหาหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการนอนหลับเป็นเวลาที่ร่างกายจะได้พักผ่อนและฟื้นฟูซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ซึ่งหากผู้สูงอายุไม่ได้นอนหลับพักผ่อนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอแล้ว ก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ เช่น ความคิดความอ่านช้าลง อ่อนเพลีย ความจำไม่ดี ดังนั้น ต้องหันมาดูแลผู้สูงอายุ ให้สามารถนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเพียงพอประเด็นหลักของอาการนอนไม่หลับเป็นสิ่งที่เกิดกับผู้ที่เข้าสู่วัยผู้สูงอายุ คนดูแลหรือคนใกล้ตัวผู้สูงอายุจึงจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจและปรับตัวเพื่อตั้งรับและแก้ไขปัญหาได้ แนะนำให้ลองนำวิธีทั้ง 8 ข้อข้างต้นไปปฏิบัติตาม  ถ้าอาการนอนไม่หลับยังไม่ดีขึ้น ก็ควรไปปรึกษาแพทย์ ให้แพทย์ตรวจค้นหาโรค ที่เป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับค่ะ ” 

 

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์และสติ๊กเกอร์คนพิการ

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์และสติ๊กเกอร์คนพิการ

ในอีดตสังคมไทยมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มักจะถูกมองข้ามไป นั่นคือ คนพิการ หรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ แต่ในปัจจุบันนี้สังคมได้ให้ความสำคัญ กับคนพิการ และผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานที่ประกอบการ มีการรับคนพิการเข้าทำงาน ซึ่งเป็นการขยายโอกาสให้กับคนพิการได้มีอาชีพ มีงานทำเพื่อสร้างรายได้ หรือคนปกติทั่วไปสามารถใช้ชีวิตร่วมกันกับคนพิการ หรือผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็นวีลแชร์เพื่อเป็นตัวช่วยในการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ซึ่งหลายครั้งในการเดินทาง เรามักจะพบผู้พิการ หรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์เดินทางไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง หลายครั้งเจอเพื่อนร่วมทาง หรือพลเมืองดีคอยให้การช่วยเหลือ พอมองดูแล้วเป็นภาพที่น่ารักและอบอุ่นที่คนไทยมีน้ำใจคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

นั่งวีลแชร์ขึ้นรถไฟสายสีม่วง ส่อง"สิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการ" - โพสต์ทูเดย์ รายงานพิเศษ

จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมมือกันพยายามให้ความสำคัญกับผู้พิการและผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ในการเดินทางในแต่ละวัน และจัดระเบียบสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณพื้นที่สาธารณะให้กับผู้พิการไว้อย่างหลากหลาย เช่น ผู้พิการที่ต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส จะได้รับยกเว้นค่าโดยสารตลอดเส้นทางขางการเดินทาง เพียงแค่แสดงสมุดประจำตัวคนพิการ หรือบัตรประจำตัวคนพิการต่อเจ้าหน้าที่ นอกจากนั้นยังจะได้รับความดูแลจากเจ้าหน้าที่ประจำสถานี จนถึงสถานีปลายทาง รวมถึงขบวนในรถไฟฟ้าเองก็มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ด้วย
หรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุที่มีบัตรผู้สูงอายุ หรือมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ก็สามารถได้รับการลดหย่อนค่าโดยสาร เพราะส่วนใหญ่ผู้สูงอายุบางท่านยังแข็งแรง สามารถเดินทางออกไปไหนมาไหนได้ แต่เมื่ออายุเยอะขึ้น ทำให้ไม่มีรายได้ ดังนั้นผู้สูงอายุต้องได้รับสิทธิช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะ ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 11 (6) ว่าด้วยสิทธิการช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะตามความเหมาะสม

สิทธิการเข้าถึงการขนส่งสาธารณะของคนพิการ และผู้สูงอายุ ต้องเท่าเทียมกัน 

สิทธิการลดค่าโดยสาร ผู้สูงอายุ VS ผู้พิการ


ซึ่งในประเทศไทยเองสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณพื้นที่สาธารณะของคนพิการก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายเลยทีเดียว เป็นเรื่องยากที่ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนกับคนเราทั่วไป เพราะฉะนั้นการมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ตามพื้นที่สาธารณะต่างๆ จึงถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ทุกๆประเทศบนโลกใบนี้ จะต้องทำและต้องมี มันเหมือนกับเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความเท่าเทียมระหว่างคนปกติทั่วไปกับคนพิการหรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ว่าถึงแม้เขาจะไม่สามารถเดินเคลื่อนไหวได้ แต่ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนทั่วไปได้อย่างปกติสุข แต่โดยส่วนใหญ่ผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ไม่ค่อยอยากเดินทางออกไปไหนมาไหนนัก เนื่องจากไม่ทราบว่าตามห้างสรรพสินค้า ท้องถนน รถเมล์ หรือรถเข็นไฟฟ้า มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ไม่มากพอที่จะช่วยอำนวยความสะดวกต่อพวกเขา จึงอาจทำให้ความคิดที่พวกเขาอยากจะออกไปข้างนอกนั้นเป็นเรื่องยากลำบากมาก แต่รู้หรือไม่ว่า??? ปัจจุบันนี้เรามีสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นจะต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ตามสถานที่ต่างๆ มากขึ้น 

ดังนั้นวันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับ 4 สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ อย่างที่จอดรถคนพิการ ทางลาดสำหรับเข้าอาคารหรือภายในบริเวณอาคาร ห้องน้ำคนพิการ และลิฟต์ เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกหลักที่จะทำให้ผู้ใช้วีลแชร์เข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ได้ โดยเราจะมาทำความรู้จักกับสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก ๆกัน ว่าแบบที่ได้ มาตรฐาน ต้องเป็นยังอย่างไรกันบ้าง ดังนี้ค่ะ

ที่จอดรถสำหรับคนพิการ หรือผู้ใช้วีลแชร์

1. ที่จอดรถคนพิการ
นี่คือสิ่งที่เราเห็นได้บ่อยที่สุดสำหรับที่จอดรถของคนพิการ โดยส่วนมากจะเป็นการเว้นพื้นที่โดยมีการทำเครื่องหมายเฉพาะเอาไว้ให้ในบริเวณที่จะทำให้คนพิการสะดวกต่อการใช้บริการสถานที่ต่างๆ อาทิ สถานที่ราชการ, ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น โดยมักจะทำพื้นที่จอดรถคนพิการไว้ใกล้กับทางเข้าออกเพื่อสะดวกในการเดินทางมาทำธุระ โดยจะมีขนาดมาตรฐานดังนี้

  • พื้นที่จอดรถมีขนาดตั้งแต่ 2.4 x 5 เมตรขึ้นไป
  • มีพื้นที่ว่างข้างที่จอดอย่างน้อย 1 เมตร ตลอดความยาวของที่จอดรถ
  • มีสัญลักษณ์คนพิการให้เห็นชัดเจน
  • อยู่ใกล้ทางเข้า สามารถขึ้น-ลงทางเท้าสะดวก

นอกจากการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์สามารถขึ้น-ลงรถได้สะดวกแล้ว อีกปัญหานึงที่เจอบ่อย ๆ คือ คนทั่ว ๆ ไปมาใช้ที่จอดรถตรงนี้ หรือมอเตอร์ไซค์เห็นพื้นที่ว่างข้างที่จอด ก็เข้ามาจอดแทรก เหล่านี้ ทำให้ผู้ใช้วีลแชร์ตัวจริง ไม่ได้ใช้ที่จอดรถคนพิการจริง ๆ เอาเป็นว่า เราต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา สงวนสิทธิ์ที่จอดรถคนพิการให้คนที่จำเป็นต้องใช้งานกัน


ทางลาดชันสำหรับรถเข็นวีลแชร์

2. ทางลาด
มีไว้เพื่อให้คนพิการที่มีปัญหาเรื่องการเดิน การเคลื่อนไหว หรือเรื่องสายตาสามารถใช้ทางลาดเพื่อเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ไม่จำเป็นต้องก้าวเป็นขั้นขึ้นบันไดเพราะมันอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุสะดุดพลาดล้มได้ ส่วนมากก็มักจะเห็นตามรถไฟฟ้า, ห้างสรรพสินค้า หรือทางเดินทั่วไปที่มีการจัดสรรไว้ให้คนพิการ

  • มีความกว้างอย่างน้อย 90 เซนติเมตร
  • ไม่ชันเกินไปจนอาจเกิดอุบัติเหตุได้ โดยสัดส่วนทางลาดที่เหมาะสม คือ 1:12
  • หากลาดยาวเกิน 6 เมตร ต้องมีชานพักยาวอย่างน้อย 1.5 เมตร คั่นระหว่างช่วง
  • มีขอบสูงจากพื้นทางลาดอย่างน้อย 5 เซนติเมตร หรือมีราวจับหากทางลาดยาวตั้งแต่ 2.5 เมตร ขึ้นไป

หลาย ๆ สถานที่มีทางลาดหน้าห้างร้าน แต่มาพลาดตรงที่หน้าประตู ดันมีพื้นต่างระดับ เอาเป็นว่า ถ้าจะให้ชาววีลแชร์หมุนล้อได้ฉิว ๆ ไม่สะดุด ต้องไม่มีพื้นต่างระดับเลยจ้ะ หากพื้นที่จำกัด ไม่สามารถทำทางลาดตามมาตรฐานได้ อาจติดตั้งแพลตฟอร์มลิฟต์ สำหรับขึ้น-ลงได้ อย่างที่เคยเห็นในกรุงเทพฯ จะมีแพลตฟอร์มลิฟต์จากรถไฟฟ้าใช้ดิน MRT ไปยังสามย่าน มิตรทาวน์ หรือตรง sky walk หน้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ เข้าไปยังหอศิลป์กรุงเทพฯ เป็นต้น


ห้องน้ำสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ

3. ห้องน้ำคนพิการ
ต้องเข้าใจว่าคนพิการหลายๆ คนไม่สามารถใช้ห้องน้ำแบบเดียวกับคนปกติได้ ด้วยเรื่องของพื้นที่ ความสะดวกสบาย ห้องน้ำคนพิการจึงมักจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติเพื่อเป็นการเผื่อให้รถวีลแชร์สามารถเข้าไปได้ มีราวจับ หรือบางทีทำไว้แบบไม่มีกลอนประตูเผื่อว่าหากเกิดอุบัติเหตุคนที่อยู่ด้านนอกจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ทัน

  • พื้นห้องน้ำไม่มีขั้นต่างระดับ
  • บานประตูเปิดออก หรือเป็นบานเลื่อน
  • มีพื้นที่ว่างในห้องน้ำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 1.5 เมตร (ให้หมุนตัวกลับได้)
  • มีราวจับที่เหมาะสม
  • ก๊อกน้ำแบบก้านโยก หรือแบบอัตโนมัติ
  • มีระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน

ห้องน้ำคนพิการบางที่ ติดป้ายสัญลักษณ์คนพิการไว้ แต่ใช้งานไม่ได้จริง เพราะห้องน้ำแคบเกินไป หรือบางที่ขนาดกว้างพอให้วีลแชร์หมุนล้อเข้าไปได้ แต่ประตูเป็นบานเปิดเข้าไปในห้องน้ำ ทำให้วีลแชร์เข้าไปแล้วปิดประตูห้องน้ำไม่ได้ รายละเอียดของห้องน้ำคนพิการเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่จำเป็นกับการใช้งาน


ลิฟต์

4. ลิฟต์ฟ
ลิฟต์ฟ เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ช่วยให้การเดินขึ้นตึก ห้างสรรพสินค้า หรืออาคารได้สะดวกมากขึ้นสำหรับคนที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า เนื่องจากว่ารถเข็นวีลแชร์ที่เราใช้กันอยู่นั้น ไม่สามารถเข็นขึ้นบันไดเลื่อนที่เป็นขั้นได้ ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการก็จะสามารถนั่งวีลแชร์เข้าลิฟต์ฟได้เพื่อความสะดวกสบายและความเท่าเทียม และขนาดของลิฟต์ ความกว้างจะต้องได้มาตรฐานเพื่อผู้ใช้งานรถเข็นวีลแชร์สามารถหมุนหรือเข็นกลับตัวรถเข็นได้ด้วย

  • ประตูลิฟต์กว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร
  • พื้นที่ภายในลิฟต์อย่างน้อย 1.1 x 1.4 เมตร

เรื่องของลิฟต์นี้ ดูไม่น่ายาก เพราะบริษัทที่ผลิตลิฟต์ส่วนใหญ่จะได้มาตรฐานกันอยู่แล้ว แต่การติดตั้งลิฟต์นั้น อย่าลืมว่าผู้ใช้วีลแชร์ต้องใช้งานได้จริงด้วยนะ เคยเจอบางที่ติดลิฟต์ไว้ และเปิด-ปิดตรงครึ่งชั้น ต้องเดินขึ้น-ลงบันได ไปอีกครึ่งชั้น ถึงจะไปถึงจุดหมายได้ แบบนี้ใช้ไม่ได้นะจ๊ะ ติดลิฟต์ทั้งที ต้องทำให้ดี ให้ใช้งานได้ด้วย


“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของสถานที่อีกเหมือนกัน เพราะอาจจะมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่ช่วยให้ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ หรือวีลแชร์ไฟฟ้า เข้าใช้งานสถานที่ได้อย่างสะดวก เช่นร้านอาหารที่มีโต๊ะสูงพอดีกับระดับของวีลแชร์ เคาน์เตอร์ที่ชาววีลแชร์สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล หรือชำระเงินได้สะดวก หรือโรงแรมที่มีห้องพักที่วีลแชร์เข้าไปใช้บริการได้ทั่วถึงเป็นต้น “

“แต่..ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุบางท่าน ไม่ได้ใช้รถเข็นวีลแชร์ไปตามที่สาธารณะต่างๆ แต่ก็มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงมากนัก การเคลื่อนไหว การเดินก็ลำบาก เวลาเดินทางออกไปข้างนอกตามสถานที่ต่างๆ เรื่องระยะทางการเดินก็จะเป็นปัจจัยสำคัญ ดังนั้นเราควรจอดรถหรือใช้บริการสถานที่สำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ โดยแต่ละสถานที่ได้จัดเตรียมไว้ให้เพื่ออำนวยความสะดวก โดยจะมีสัญลักษณ์ผู้พิการนั่งรถเข็นวีลแชร์ ที่มีลักษณะเป็นสติ๊กเกอร์สีฟ้าติดอยู่กับผนังหรือเป็นป้ายแสดงสัญลักษณ์ เพื่อแสดงว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ใช้วีลแชร์ ” 

ไม่พิการ แต่จอดรถช่องคนพิการผิดไหม? เข้าใจสิทธิและการออกแบบที่จอดรถสำหรับทุก คน

ที่จอดรถคนพิการ สำคัญสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์อย่างไร?? 
ที่จอดรถสำหรับคนพิการ และสำหรับผู้สูงอายุ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้พวกเขาเหล่านั้น สามารถลงรถ-ขึ้นรถ ได้อย่างสะดวกสบาย พื้นที่ด้านข้างทั้งด้านซ้ายและด้านขวาจะมีขนาดกว้างกว่าที่จอดรถปกติ เนื่องจากว่าคนพิการหรือผู้สูงอายุที่ใช้วีลแชร์ สามารถเปิดประตูรถยนต์ได้เต็มบาน ไม่ไปสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์คันข้างๆ และที่สำคัญมีทางลาดชันไว้สำหรับเข็นรถเข็นขึ้นไปได้ด้วย ลักษณะที่จอดรถสำหรับผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ที่ดีนั้น ต้องมีขนาดกว้าง ทั้งซ้ายและขวา อย่างน้อยหนึ่งเมตร ตำแหน่งควรอยู่ใกล้กับอาคาร หรือใกล้กับทางลัดชัน เพราะคนพิการ หรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์มีแรงที่จะเข็นรถเข็นที่จำกัด สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้จะช่วยซัพพอร์ตข้อจำกัดของผู้พิการและผู้สูงอายุ และเรื่องที่สำคัญอย่างมากนั่นก็คือป้ายสัญลักษณ์ที่ชัดเจน ทั้งสื่อสารกับคนพิการหรือผู้สูงอายุ หรือสื่อสารกับคนปกติทั่วไปไม่ให้มาจอดในที่ของคนพิการ

ทำยังไงล่ะ ??? คนปกติทั่วไปถึงจะรู้ว่านั่นคือสติ๊กเกอร์สำหรับคนพิการ 
คนส่วนใหญ่น่าจะพอรู้จักกับสัญลักษณ์ “ที่จอดรถผู้พิการ” เป็นอย่างดี เป็นไปไม่ได้ว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักสัญลักษณ์นี้ แต่ก็จะมีคนที่ไม่ชอบที่จะปฏิบัติตาม ดังนั้น สติ๊กเกอร์สำหรับคนพิการ ส่วนใหญ่จะติดกันที่ท้ายรถยนต์ เป็นสติ๊กเกอร์บ่งบอกว่าผู้ที่โดยสารรถยนต์คันนี้ หรือขับรถยนต์คันนี้มา เป็นผู้พิการด้านการเคลื่อนไหว หรือเป็นผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็นวีลแชร์ แต่ยังมีบางท่านที่ยังไม่ทราบว่าสัญลักษณ์ผู้พิการไม่ใช่เพียงแต่เป็นผู้พิการเท่านั้น  หรืออาจจะเป็นคนชราที่ต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ด้วยก็ได้เช่นกัน เพราะส่วนใหญ่ที่สำหรับจอดรถเหล่านี้ จะอยู่ใกล้กับทางลาด บันได หรือทางเข้าอาคาร ห้างสรรพสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวก ไม่ต้องเดินไกล เข้าไปใช้บริการได้ง่าย ดังนั้นประโยชน์ของสติ๊กเกอร์วีลแชร์ (Wheelchair) สติ๊กเกอร์สำหรับคนพิการ เพื่อบ่งบอกว่าถึงสถานะของผู้ใช้งาน ขณะที่เราไปใช้พื้นที่บริการเหล่านี้ก็จะได้รับการบริการที่ดีจากเจ้าหน้าที่ประจำสถานที่นั้นๆ และที่สำคัญมีความปลอดภัยสูงมากด้วยค่ะ จึงจำเป็นจะต้องมีสติ๊กเกอร์ติดท้ายรถยนต์ด้วยเพื่อบ่งบอกว่าเป็นผู้พิการทุพพลภาพ หรือเป็นผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ เพราะถ้าหากเราไม่มีสติ๊กเกอร์ติดท้ายรถยนต์อาจจะทำให้คนทั่วไปที่มาใช้บริการมองว่าไม่ใช่ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ มาจอด ซึ่งไม่ใช่ที่จอดรถสำหรับคนปกติทั่วไปที่จะสามารถเข้ามาใช้บริการพื้นที่ได้

ป้ายผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ในพื้นที่สาธารณะ

  • รถเข็นแมนนวล

” ดังนั้นหากลูกค้ามาใช้บริการ หรือซื้อรถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า รถเข็นไฟฟ้า จากร้าน Elife เรามีของแถมเป็นสติ๊กเกอร์ติดท้ายรถยนต์สำหรับผู้พิการ – ผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ไว้สำหรับนำไปติดท้ายรถยนต์เพื่อที่จะได้รับสิทธิจอดรถในพื้นที่ผู้พิการหรือผู้สูงอายุ และหากเคยเป็นลูกค้าเก่าที่เคยซื้อรถเข็นไฟฟ้า รถเข็นวีลแชร์ร้านรถเข็นไฟฟ้า Elife ไปแล้ว ยังไม่ได้สติ๊กเกอร์แล้วอยากได้สติ๊กเกอร์ สามารถติดต่อที่เบอร์โทรศัพท์หรือติดต่อทางไลน์ เพื่อขอรับสติ๊กเกอร์ได้เลยค่ะ เพียงเท่านี้ ผู้สูงอายุและผู้พิการที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ก็จะได้รับสิทธิพิเศษความสะดวกสบายและเรียบง่ายในการเดินทางออกไปข้างนอกมากยิ่งขึ้นค่ะ ” 

ติดต่อเกี่ยวกับรถเข็นไฟฟ้า รถเข็นวีลแชร์ผู้พิการ-ผู้สูงอายุ
โทร : 095-348-0712 , 02-415-4347
LINE : @elife

 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
“คู่มือสิทธิการลดหย่อนค่าโดยสารขนส่งสาธารณะสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ”
http://www.mot.go.th/file_upload/2558/brochure_human_rights.pdf