fbpx

Q&A รวบรวมคำถามเกี่ยวกับรถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ

Q&A รวบรวมคำถามเกี่ยวกับรถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ

สำหรับผู้ป่วย ผู้พิการ และผู้สูงอายุ ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า รถเข็นวีลแชร์เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่จำเป็นในการดำเนินชีวิตของพวกเขา เพราะไม่เพียงแต่ให้พวกเขาเหล่านี้ช่วยเหลือ พึ่งพาตัวเองได้แล้ว ยังช่วยผ่อนแรงของผู้ดูแลได้อย่างสะดวก และสามารถใช้ชีวิตได้เรียบง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ด้วยราคาของรถเข็นวีลแชร์ที่เสียเงินไป ใครหลายๆคนคงอยากที่จะซื้อรถเข็นวีลแชร์เพียงตัวเดียวที่สามารถใช้งานได้นาน แข็งแรง ทนทาน และคุ้มค่ามากที่สุด

และเมื่ออายุมากขึ้น แรงที่มีก็ถดถอยน้อยลงไปทุกวัน การขยับ เคลื่อนไหว คงเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผู้สูงอายุ ในปัจจุบันยังมีผู้สูงอายุที่กล้าๆกลัวๆ ที่จะลุกขึ้นยืนและเดินเองได้ แต่ถ้าหากเราปล่อยผู้สูงอายุไว้ที่บ้าน เพียงแค่ปัญหาด้านการเคลื่อนไหวไม่สะดวก นั่นเป็นวิธีคิดที่ผิด การที่เราปล่อยให้ผู้สูงอายุอยู่แต่ในบ้าน จะส่งผลต่อสุขภาพจิตใจของผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้ออกไปเปิดหู เปิดตาเจอสิ่งใหม่ ๆ อยู่แต่ในห้องสี่เหลี่ยมไม่ได้พบปะผู้คน ดังนั้นเรามาสร้างสุขภาพจิตใจที่ดีให้กับผู้สูงอายุ โดยการพาผู้สูงอายุออกไปเที่ยวเปิดหู เปิดตากันดีกว่าค่ะ
แต่ก็มักจะมีคำถามว่าผู้สูงอายุหากเดินไกลๆ มากไม่ได้ หรือเดินไม่ได้เลย จะพาออกไปเที่ยวได้อย่างไรกัน ?? ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ ปัจจุบันนี้มีอุปกรณ์ที่ช่วยในเรื่องการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุมากมายหลายแบบ หลายไซส์ และหลายราคา โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะมีชื่อเรียกว่ารถเข็นวีลแชร์ เก้าอี้รถเข็น รถเข็นสำหรับผู้สูงอายุ ฯลฯ ต่างๆ นาๆ แล้วแต่คนจะเรียกแตกต่างกันออกไป แต่ก็มีผู้สูงอายุที่ค่อนข้างกังวลว่าหากใช้อุปกรณ์เหล่านี้แล้ว จะทำให้เหมือนคนพิการหรือเปล่า ? ผู้สูงอายุบางท่านก็เขินอายที่จะนั่งเก้าอี้วีลแชร์เพราะไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเป็นคนพิการ แต่ยุคสมัยผ่านไป เก้าอี้นั่งรถเข็น รถเข็นนั่ง รถนั่งวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุ ได้ถูกออกแบบมาให้ทันสมัย ดูแล้วไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ป่วยมากจนเกินไป ดังนั้นสำหรับผู้ที่สนใจรถเข็นวีลแชร์ เก้าอี้นั่งรถเข็น เก้าอี้รถเข็นสำหรับผู้สูงอายุ ดังนั้นหลายๆ ท่านที่กำลังสนใจเลือกซื้ออุปกรณ์รถเข็นวีลแชร์ เก้าอี้นั่งรถเข็น รถเข็นผู้สูงอายุ เพื่อเป็นตัวช่วยให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวได้ง่าย คงจะมีข้อสงสัยอยู่ไม่น้อย ว่าจะต้องเลือกซื้อแบบไหน ดังนั้น คำถามที่พบได้บ่อยสำหรับการเลือกซื้อรถเข็นมีดังนี้


สารบัญคำถาม
1.วีลแชร์จำเป็นต่อใคร และจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเหมาะสมที่จะใช้วีลแชร์
2.วีลแชร์แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร
3.ต้องการรถเข็นแมนนวลน้ำหนักเบาแนะนำตัวไหน
4.รถเข็นล้อเล็กกับล้อใหญ่แบบไหนเข็นได้ดีกว่ากัน
5.โครงสร้างของรถเข็นผู้สูงอายุทำจากวัสดุอะไร
6.รถเข็นผู้สูงอายุรองรับน้ำหนักได้สูงสุดกี่กิโลกรัม
7.รถเข็นผู้สูงอายุสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่
8.รถเข็นผู้สูงอายุสามารถพับเก็บได้หรือไม่
9.รถเข็นแมนนวลสามารถใช้พยุงเข็นเดินได้หรือไม่
10.รถเข็นแมนนวลมีรับประกันสินค้าหรือไม่
11.สามารถออกใบกำกับภาษีเพื่อไปยื่นเบิกได้หรือไม่
12.รถเข็นแมนนวลสามารถดัดแปลงได้หรือไม่
13.กรณีอยู่ต่างจังหวัดมีบริการจัดส่งสินค้าหรือไม่
14.มีหน้าร้านให้ทดลองสินค้าหรือไม่
15.รถเข็นผู้สูงอายุหากมีปัญหาส่งซ่อมอย่างไรได้บ้าง
16.รถเข็นผู้สูงอายุล้อเล็กสามารถเข็นบนพื้นที่ขรุขระได้หรือไม่
17.ทำไมถึงต้องซื้อรถเข็นวีลแชร์ Elife แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร


วีลแชร์จำเป็นต่อใคร และจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเหมาะสมที่จะใช้วีลแชร์ 
วีลแชร์ (Wheelchair) หรือรถเข็นผู้ป่วย เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์การแพทย์ชนิดหนึ่งที่ส่วนใหญ่แพทย์จะเป็นผู้ประเมิณและลงความเห็นแนะนำให้ใช้ โดยเฉพาะผู้ป่วย ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเองตามปกติ เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์เป็นตัวช่วยที่ทำให้พวกเขาเหล่านั้น สามารถเคลื่อนที่ได้ โดยลักษณะการใช้งานก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้ป่วยมีความต้องการเคลื่อนที่มากหรือน้อยแค่ไหน เช่นผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่า แล้วผ่าตัดมา การใช้งานก็จะเน้นใช้งานในระยะเวลาสั้นๆ เพื่อพักฟื้นตัวในช่วงที่แพทย์สั่งไม่ให้เดินลงน้ำหนักหรือเคลื่อนไหวจนกว่าจะสามารถกลับมาเดินได้ตามปกติดังเดิม หรือเป็นผู้ป่วยประเภทผู้พิการ จำเป็นจะต้องใช้รถเข็นวีลแชร์ตลอดชีวิต ดังนั้นผู้ที่เหมาะสมจะใช้รถเข็นวีลแชร์มีภาวะดังนี้
– ผู้ป่วยอัมพฤกษ์-อัมพาต
– ผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องข้อ , เข่าเสื่อม ปัญหาเรื่องกระดูกเรื้อรัง หรือผู้ป่วยที่พึ่งผ่าตัดกระดูกมา
– ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท , หรือได้รับบาดเจ็บช่วงไขสันหลัง
– ผู้ที่ไม่สามารถเดินหรือเคลื่อนไหวได้ด้วยตนเอง
– ผู้สูงอายุที่เดินในระยะไกลๆ แล้วมีอาการเหนื่อยหอบ หรือเดินนานมากๆ แล้วมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
– ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากข้อเท้า , แผลเบาหวานที่เท้า เป็นต้น

กล่าวโดยรวมก็คือ รถเข็นวีลแชร์มีความจำเป็นอย่างมาก และตอบโจทย์สำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการที่บกพร่องทางการเคลื่อนไหว การเดิน และการทรงตัว หรือแม้แต่คุณแม่ที่มีอายุครรภ์เยอะๆ แล้วไม่สามารถพยุงตัวเองให้ทรงตัวในการลุกเพื่อเดิน ก็สามารถใช้งานได้เหมือนกันค่ะ แต่หลักๆ ก็คือ การใช้รถเข็นวีลแชร์จะช่วยลดภาระให้กับผู้ดูแลได้ แทนที่ผู้ดูแลจะใช้แรงเพื่อพยุงเดิน แล้วหันมาเลือกใช้รถเข็นวีลแชร์ ก็จะสามารถช่วยลดการออกแรง ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง และช่วยให้ชีวิตสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นค่ะ



 รถเข็นวีลแชร์แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร
โดยปกติแล้วรถเข็นวีลแชร์ลักษณะจะแตกต่างกันออกไปตามการเลือกใช้งานของผู้ซื้อ โดยประเภทของรถเข็นวีลแชร์นั้นจะแบงออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
1. รถเข็นวีลแชร์ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงคน (Manual Wheelchairs ) รถเข็นวีลแชร์ชนิดนี้ มักจะพบเห็นได้ทั่วไปมีขายตามร้านขายยา ตามโรงพยาบาล หรือเห็นได้มากตามพื้นที่สาธารณะ ห้างสรรพสินค้า งานแฟร์ต่างๆ  สนามบิน หรือสวนสาธาณะ โดยส่วนใหญ่สำหรับผู้ที่เลือกใช้งานรถเข็นประเภทนี้เหตุผลหลักๆ เลย ก็เพราะมีน้ำหนักเบา สามารถพับเก็บได้เล็กช่วยทุ่นแรงให้กับผู้ดูแล โดยรถเข็นวีลแชร์ประเภทนี้จะขับเคลื่อนด้วยแรงของคนเข็น ไม่ว่าจะเป็นผู้ดูแลเป็นผู้เข็นให้ , คนนั่งใช้แขนออกแรงหมุนล้อด้วยตัวเอง แยกย่อยออกเป็น 2 ชนิดคือ
– รถเข็นวีลแชร์แบบล้อเล็ก รถเข็นชนิดนี้จะเหมาะสำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ ไม่สามารถใช้แขนออกแรงหมุนล้อด้วยตัวเองได้ จึงจำเป็นต้องให้ญาติ หรือผู้ดูแลเป็นผู้ออกแรงเข็นให้ แต่ข้อดีของรถเข็นวีลแชร์ที่มีขนาดล้อที่เล็ก นั่นก็คือ เข็นได้คล่องตัว , สามารถเข็นในที่แคบได้ง่าย  , น้ำหนักเบา , พับเก็บแล้วไม่เกะกะ , มีขนาดที่เล็กกระทัดรัด สามารถพับแล้วยกใส่ท้ายรถได้ง่าย

– รถเข็นวีลแชร์แบบล้อใหญ่ รถเข็นวีลแชร์ชนิดนี้จะเหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่มีแรงแขน สามารถใช้แขนออกแรงได้ เพราะต้องใช้กำลังแขนหมุนล้อ เพื่อให้รถเข็นวีลแชร์เคลื่อนที่ และยังสามารถให้ผู้อื่นช่วยเข็นได้ด้วย แต่ส่วนใหญ่ที่คนไม่นิยมใช้รถเข็นวีลแชร์ที่เป็นแบบล้อใหญ่ เพราะว่าผู้ป่วยไม่มีแรงพอดีที่จะช่วยเหลือหมุนล้อรถเข็นด้วยตัวเองได้ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้งานแบบล้อใหญ่ แต่จะพบได้มากในกลุ่มผู้พิการ ที่ยังอายุไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็ยังพอออกแรงหมุนล้อเพื่อช่วยเหลือตัวเอง และเคลื่อนที่ด้วยตัวเองค่ะ

2. รถเข็นไฟฟ้า วีลแชร์ไฟฟ้า หรือรถเข็นเคลื่อนที่โดยใช้ระบบไฟฟ้า  (Electric Wheelchairs) เป็นรถเข็นวีลแชร์ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติ สามารถบังคับทิศทางได้โดยไม่ต้องออกแรง และให้คนคอยช่วยเข็น จะเหมาะสำหรับผู้ใช้งานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ป่วยที่ไม่มีกำลังแขน เพราะเคลื่อนที่เองได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนล้อด้วยมอเตอร์ และควบคุมทิศทางการ เดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หรือหมุนรอบ 360 องศา โดยควบคุมผ่านจอยสติ๊ก Joystick (คันโยกบังคับ) และเมื่อไม่ใช้ระบบไฟฟ้าแล้ว ยังสามารถใช้ฟังก์ชั่นระบบแมนนวล (Manual) ได้อีกด้วย และลักษณะรูปร่างของรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้านั้น ก็มีทั้งแบบล้อเล็ก และล้อใหญ่ ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้งานได้ตามจุดประสงค์การใช้งานของลูกค้าได้เลยค่ะ

รถเข็นไฟฟ้าLiteplus

ต้องการรถเข็นแมนนวลน้ำหนักเบาแนะนำตัวไหน
โดยส่วนใหญ่คนที่สนใจที่จะซื้อรถเข็นผู้สูงอายุ เก้าอี้รถเข็นหรือรถเข็นวีลแชร์นั้น จุดประสงค์เพื่อที่จะพาผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเดินทางออกนอกบ้าน แต่ด้วยการเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุเป็นปัญหา จึงจำเป็นที่จะต้องหาตัวช่วยเพื่อทำให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวได้ง่าย ดังนั้นรถเข็นสำหรับผู้สูงอายุจึงสำคัญ แต่..ร่างกายและสมรรถภาพของผู้ดูแลผู้สูงอายุก็สำคัญ มากกว่า 80% คนดูแลผู้สูงอายุจะเป็นผู้หญิง เมื่อก่อนรถเข็นวีลแชร์มีตัวเลือกไม่มากนัก และน้ำหนักของรถเข็นก็หนักพอสมควร  ทำให้คนดูแลผู้สูงอายุ ยกไม่ไหว แต่ปัจจุบันนี้ ร้านรถเข็นวีลแชร์ Elife เล็งเห็นถึงปัญหาหลักๆ นั่นก็คือเรื่องน้ำหนักรถเข็น เราจึงได้ผลิตและจัดจำหน่ายรถเข็นผู้สูงอายุที่มีน้ำหนักเบา แข็งแรง และเหมาะสำหรับพกพาออกไปใช้งานข้างนอกบ้าน โดยรถเข็นนั่งของผู้สูงอายุนั้น เราจะมีตั้งแต่น้ำหนักเบาที่สุด 6.7 กิโลกรัมไปจนถึง 13 กิโลกรัม ตามภาพด้านล่างนี้

     Ew-11                               Ew-11plus                             Ew-112                               Ew-120plus                                Ew-116

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11 จะเป็นรุ่นที่น้ำหนักเบาที่สุด เป็นรุ่นที่คนดูแลสามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบาย เพราะมีน้ำหนักเบาเพียง 6.7 กก. โครงสร้างรถเข็นทำจากอลูมิเนียมเกรดพรีเมี่ยมอย่างดี รับน้ำหนักผู้นั่งได้สูงถึง 90 กก. ส่วนใหญ่ที่คนนิยมใช้รุ่นนี้เพื่อพกพาเดินทางโดยสารโดยเครื่องบิน เพราะเป็นรุ่นที่สามารถพับเก็บได้เล็ก กระทัดรัด นิยมเป็นอย่างมากที่พกพาใส่ท้ายรถที่มีพื้นที่อย่างจำกัด อย่างรถขนส่งสาธารณะแท็กซี่ เป็นต้น ถ้าหากให้แนะนำสำหรับผู้ที่สมควรเลือกใช้รุ่นนี้ จะแนะนำน้ำหนักผู้นั่งไม่เกิน 60 กก. จะนั่งสบายมากค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-11plus เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่น Ew-11 มีขนาดเบาะกว้างกว่า เหมาะสำหรับคนที่สะโพกใหญ่ นั่งได้เต็ม ก้นไม่ล้นออกมาจากเบาะ รุ่นนี้น้ำหนักรถเข็นเบาเพียง 7.8 กก. โครงสร้างทำจากวัสดุประเภทเดียวกับรุ่น Ew-11 รับน้ำหนักผู้นั่งสูงสุดได้ 110-120 กก. นิยมใช้พกพาใส่ท้าย สะดวกคนดูแลมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-112 รุ่นนี้ถือเป็นอีกรุ่นที่ลูกค้านิยมใช้ เพราะลักษณะรูปทรงคล้ายกับเก้าอี้นั่งมากกว่ารถเข็นวีลแชร์ เบาะนั่งสบาย และที่สำคัญ รุ่นนี้มีล้อเล็กกันหงายหลังอีกด้วย วัสดุที่ใช้ผลิตโครงสร้างรถเข็นวีลแชร์รุ่นนี้ เป็นอลูมิเนียมเกรด 7003 มีน้ำหนักเบา 9 กก. สามารถรองรับน้ำหนักผู้นั่งได้ถึง 120 กก. ถ้าเน้นนั่งสบายต้องรุ่นนี้เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-116 รุ่นนี้เป็นรุ่นที่เบาะค่อนข้างกว้าง จะนั่งสบายสำหรับคนที่มีสรีระใหญ่ หรือมีพุง รุ่นนี้วัสดุทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์ น้ำหนักรถเข็น 13 กก. รุ่นนี้เป็นรุ่นที่น้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่ราคาถูก ถ้าหากผู้ติดตาม หรือผู้ดูแล สามารถยกขึ้นรถไหว ตัวนี้เป็นอีกตัวที่น่าใช้งานมากๆ เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ รุ่น Ew-120plus รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ดีไซน์สวย แข็งแรง น้ำหนักรถเข็น 11 กก. น่าใช้งานที่สุด รับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กก. เหมาะสำหรับคนที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง เพราะล้อหลังมีขนาด 20 นิ้ว เป็นล้อใหญ่ มีด้ามจับล้อที่ทำจากอลูมิเนียม เพื่อใช้แขนออกแรงหมุน และเคลื่อนที่ได้ โดยไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาเข็นให้ ข้อดีของรุ่นนี้ มีเบรคล็อคล้อ 2 ตำแหน่ง คือล็อคจากมือจับเข็น และล็อคได้จากล้อหลัง ถือว่าเป็นรุ่นที่สะดวกสบายค่ะ แต่ถ้าหากผู้ดูแลเป็นผู้หญิง เวลาพับเก็บใส่ท้ายรถ ถือว่าค่อนข้างยากค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ ล้อขนาด 20 นิ้ว รุ่น Ew-120plus คนนั่งสามารถหมุนล้อด้วยตัวเองได้

รถเข็นวีลแชร์ล้อเล็กกับล้อใหญ่แบบไหนเข็นได้ดีกว่ากัน
โดยปกติแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่ารถเข็นวีลแชร์ที่มีขนาดล้อหลังใหญ่ จะเข็นได้ดีกว่ารถเข็นวีลแชร์ที่มีล้อหลังขนาดเล็ก ความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าจะล้อเล็ก หรือล้อใหญ่ สามารถเข็นได้ดี ไม่แตกต่างกันเลย ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ของคนใช้งานมากกว่า ว่าจำเป็นจะต้องหมุนล้อเอง หรือให้คนเข็นให้ น้ำหนักในการเข็นรถเข็นวีลแชร์ บ้างก็ว่าหนัก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักของคนนั่งรถเข็นวีลแชร์ด้วยว่า น้ำหนักมากหรือน้ำหนักน้อย

โครงสร้างของรถเข็นผู้สูงอายุทำจากวัสดุอะไร
รถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ โดยปกติแล้วเมื่อก่อนยังมีแบบให้เลือกไม่มากนัก ดังนั้นปกติที่เราจะเห็นได้ทั่วไปคือรถเข็นวีลแชร์ที่โครงสร้างทำจากเหล็ก เพราะจะต้องแข็งแรงเพื่อรองรับน้ำหนักของผู้นั่งได้ ราคาก็จะถูก “เหล็กหรือคาร์บอนสตีล (Carbon Steel)” เป็นวัสดุที่หาได้ทั่วไป แต่ข้อเสียของวัสดุประเภทนี้คือจะมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ อาจเกิดสนิม และไม่สามารถพับเก็บได้ ดังนั้น Elife เห็นถึงปัญหาของผู้ดูแลผู้สูงวัย หรือผู้ป่วย ที่ต้องแบกรถเข็นวีลแชร์ที่มีน้ำหนักเยอะ ไม่สามารถพับเก็บเพื่อที่จะออกไปข้างนอกได้ หรือบางท่านมีพื้นที่รถยนต์ที่จำกัด ไม่สามารถที่จะพกพารถเข็นวีลแชร์ไปด้วยได้  จึงทำให้หลายๆบ้าน ลำบากที่จะพาผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยออกนอกบ้าน  เราจึงได้คัดสรร วัสดุเกรดดี พรีเมี่ยม อย่างอลูมิเนียม มาใช้ผลิตรถเข็นวีลแชร์ เพื่อตอบสนองความต้องการของพวกเขาเหล่านั้น และอีกทั้งยังสามารถพับเก็บได้เล็กกระทัดรัด เหมาะที่จะสามารถพับเก็บใส่ท้ายรถยนต์ได้ ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจที่จะเลือกซื้อรถเข็นวีลแชร์ มั่นใจได้เลยว่า รถเข็นวีลแชร์ Elife วัสดุทำจากอลูมิเนียม อย่างดี แข็งแรง น้ำหนักเบา และไม่เกิดสนิมแน่นอน

รถเข็นผู้สูงอายุรองรับน้ำหนักได้สูงสุดกี่กิโลกรัม
รถเข็นวีลแชร์ วัสดุทำจากอลูมิเนียมอย่างดี สามารถรองรับน้ำหนักผู้นั่งได้สูงถึง 100-120 กก. ตามมาตรฐานรถเข็นทั่วไป เบาะกว้าง 48 Cm. ขึ้นอยู่กับสรีระของผู้นั่ง โดยปกติแล้ว ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ น้ำหนักไม่เกิน 120 กก. สามารถนั่งรถเข็นวีลแชร์ของ Elife ได้ทุกรุ่นเลยค่ะ

รถเข็นผู้สูงอายุสามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่
สำหรับรถเข็นวีลแชร์แบบเข็น สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ โดยปกติแล้วหากมีการนำรถเข็นวีลแชร์ขึ้นเครื่องบิน จะต้องปฏิบัติดังนี้
1.ต้องโทรแจ้งกับพนักงาน Call center กับสายการบินนั้นๆ ว่า ณ วันที่เราเดินทาง จะมีอุปกรณ์ที่ช่วยเหลือในการเคลื่อนไหวประเภทรถเข็นวีลแชร์ขึ้นเครื่องบินไปด้วย จะขึ้นอยู่กับแต่ละสายการบิน แล้วแจ้งกับทางพนักงานว่าเมื่อถึงปลายทางแล้ว ให้รถเข็นวีลแชร์มารอไว้หน้าเกท (Gate)  แล้วเจ้าหน้าที่จะนำแท็กมาให้เราติด เมื่อเข็นมาถึงหน้าเครื่อง เจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นวีลแชร์ของเราไปโหลดใต้ท้องเครื่อง แล้วเมื่อถึงสถานีปลายทาง เจ้าหน้าที่ทางสายการบินจะนำรถเข็นวีลแชร์มาจอดวางรอไว้
2. หากรถเข็นวีลแชร์มีขนาดเล็ก บางสายการบินอนุญาตให้นำรถเข็นขึ้นเครื่องบินไปด้วย โดยเก็บไว้ที่ช่องเล็กๆ วางรวมไว้กับที่เก็บรถเข็นของเด็ก หรือเก็บไว้ในช่องเคบิน (Cabin) เคบินจะกว้างหรือแคบ ขึ้นอยู่กับเครื่องบินลำนั้นๆ ว่าเป็นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่
3. หากบางสายการบินให้โหลดรถเข็นวีลแชร์ เราสามารถใช้แรปใส แรปบางๆ หรือโหลดลงใต้ท้องเครื่องได้เลย โดยทางสารการบินจะไม่คิดชาร์จน้ำหนักเพิ่มค่ะ เพราะถือว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ผู้โดยสายมีความจำเป็นจะต้องใช้ค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ Ew-11plus พกพาเดินทางขึ้นเครื่องบินได้ง่าย น้ำหนักเบา

หากเราเป็นผู้ที่บกพร่องทางการเดิน เคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุหรือผู้พิการ ทางสายการบินจะคอยดูแลเรา และให้ความช่วยเหลือเราอย่างดีมากๆ เลยค่ะ 

รถเข็นผู้สูงอายุสามารถพับเก็บได้หรือไม่
รถเข็นวีลแชร์สำหรับผู้สูงอายุ จากแบรนด์ Elife สามารถพับเก็บและพกพาได้ทุกรุ่น ดังนั้นสำหรับบางท่าน มีพื้นที่ในการเก็บรถเข็นหรือพกพารถเข็นที่จำกัดไม่ต้องกังวลว่าจะไม่สามารถพับรถเข็นวีลแชร์เก็บได้ เพราะเราเอาใจใส่ และออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย และตอบสนองความต้องการให้เข้ากับประเทศที่กำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นรถเข็นวีลแชร์สามารถพับเก็บได้อย่างแน่นอนค่ะ

รถเข็นวีลแชร์แมนนวลสามารถใช้พยุงเข็นเดินได้หรือไม่
หลายๆ ท่านคงไม่อยากให้ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย นั่งรถเข็นวีลแชร์นานๆ เนื่องจากอยากให้เดินออกกำลังกายบ้าง ไม่อยากให้นั่งนานจนกลายเป็นคนติดรถเข็นวีลแชร์ แล้วก็มักจะให้ผู้ป่วย หรือผู้สูงอายุ ลุกขึ้นเดิน โดยใช้รถเข็นวีลแชร์เป็นตัวพยุงและประครองไว้ นั่นเป็นวิธีที่ผิด เนื่องจากรถเข็นวีลแชร์มีน้ำหนักเบา เวลาผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วย เวลาเดิน จะทิ้งน้ำหนักมากกว่าปกติจึงทำให้รถเข็นวีลแชร์อาจจะกระดกหงายท้องขึ้น แล้วทำให้อาจจะเกิดอุบัติเหตุจนหกล้มได้ ถ้าหากต้องการให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุหัดเดิน หรือใช้พยุงเดิน แนะนำให้ใช้เป็นอุปกรณ์ประเภทรถเข็นช่วยพยุงเดิน รุ่น Ew-21 เป็นรถเข็นที่ใช้สำหรับกายภาพบำบัด ช่วยพยุงเดิน สะดวกสบาย และใช้งานง่ายมากกว่า เนื่องจากโครงสร้างถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับการใช้เดิน และยังสามารถใช้นั่งพักได้ ในระหว่างทางที่เหนื่อย

ใช้ได้ทั้งพยุงเดิน และนั่งพัก

สามารถพับเก็บได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก

สามารถรับน้ำหนักได้สูงถึง 120 กก.

แต่รถเข็นช่วยเดิน รุ่น Ew-21 จะไม่เน้นใช้งานโดยวิธีการนั่งแล้วให้คนเข็น เพราะการใช้งานจะเป็นการใช้พยุงตัว หัดเดิน หรือออกกำลังกาย กายภาพบำบัด เพราะถ้าหากเป็นอุปกรณ์ 3IN1  ทั้งนั่งเข็น และพยุงเดินได้ด้วย อาจทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าไม่อยากเดินค่ะ ดังนั้นอยากให้แยกประเภทไปเลยว่า รถเข็นวีลแชร์ใช้นั่ง รถเข็นช่วยเดิน ไว้พยุงตัวช่วยเดิน เป็นการใช้งานที่ถูกวิธี และปลอดภัยมากที่สุด

รถเข็นแมนนวลมีรับประกันสินค้าหรือไม่
สำหรับคนที่กำลังตัดสินใจซื้อรถเข็นวีลแชร์แบบมือเข็น ก่อนจะตัดสินใจต้องมั่นใจว่ารถเข็นวีลแชร์มีคุณภาพดี และมีบริการหลังการขายที่ดี โดยร้านรถเข็นวีลแชร์ Elife เป็นผู้สั่งผลิตและจัดจำหน่ายรถเข็นวีลแชร์เองโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางใดๆ ดังนั้นอะไหล่รถเข็นวีลแชร์เรามีเพียงพอกับความต้องการของลูกค้าที่ซื้อไป และมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลและให้บริการตลอดอายุการใช้งานเลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์ออกใบกำกับภาษีเพื่อไปยื่นเบิกได้หรือไม่
สำหรับรถเข็นวีลแชร์ ถือเป็นอุปกรณ์การแพทย์ชนิดหนึ่งที่คุณหมอ สามารถเขียนใบสั่งอนุญาตหรือแนะนำให้ใช้รถเข็นวีลแชร์ได้ หรือบางท่าน สามารถเบิกในหน่วยงาน ตามสังกัดได้เลย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการบำเหน็ด บำนาญ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทเอกชน ที่สามารถเบิกได้ ทางร้าน Elife ก็สามารถออกใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน เพื่อเป็นเอกสารในการขอยื่นเบิก แต่ผู้ซื้อต้องสำรองจ่าย แล้วนำเอกสารใบสั่งแพทย์ และใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน แนบคู่กัน และนำเอกสารไปยื่นแนบแล้วส่งให้กับหน่วยงาน หรือต้นสังกัดของแต่ละท่านได้เลยค่ะ

รถเข็นวีลแชร์แมนนวลสามารถดัดแปลงได้หรือไม่
จริงๆ แล้วการดัดแปลงรถเข็นวีลแชร์ ก็สามารถดัดแปลงโครงสร้างได้เหมือนกัน หลายๆ ท่านส่วนใหญ่ มีลักษณะจำเป็นที่ไม่สามารถใช้รถเข็นวีลแชร์ทรงมาตรฐานทั่วไปได้ จึงจะต้องดัดแปลงรถเข็นวีลแชร์ ก็สามารถแก้ไขดัดแปลงให้ตรงตามลักษณะการใช้งานได้ แต่การดัดแปลง หรือนำอุปกรณ์เสริมมาติดตั้งเพิ่มเติม สิ่งที่ต้องคำนึงถึงนั่นคือการพับเก็บรถเข็นวีลแชร์ เมื่อเราดัดแปลงหรือติดตั้งอุปกรณ์เสริมไปแล้ว ยังต้องสามารถพับเก็บได้เหมือนเดิมค่ะ

กรณีอยู่ต่างจังหวัดมีบริการจัดส่งสินค้าหรือไม่
นอกเหนือจากภายในจังหวัดกรุงเทพมหานครแล้ว ยังมีกลุ่มผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ ที่อยู่ในจังหวัดอื่นๆ อีกกว่า 76 จังหวัด ต้องการใช้รถเข็นวีลแชร์ และปัจจุบันบริษัทขนส่งเอกชนในประเทศไทยตอนนี้พัฒนา ใช้ระยะเวลาขนส่งรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้น เรามีบริการจัดส่งสินค้าโดยขนส่งเอกชน ดังนี้
1. ไปรษณีย์ไทย
2. Flash Express
3. Kerry express หรืออื่นๆ ที่เป็นบริษัทขนส่งเอกชน
จะใช้ระยะเวลาการจัดส่ง 1-2 วันทำการ ส่งถึงหน้าบ้าน และสำหรับลูกค้าที่อยากรับของก่อนชำระเงิน เราก็มีบริการเก็บเงินปลายทางอีกด้วย

14.มีหน้าร้านให้ทดลองสินค้าหรือไม่
อีไลฟ์เราเป็นศูนย์รวมรถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ และผู้พิการไม่ว่าจะเป็นรถเข็นวีลแชร์แบบแมนนวล หรือรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้ามีให้เลือกกว่า 20 รุ่น รวมไปถึงเตียงนอนผู้ป่วยปรับไฟฟ้า และอุปกรณ์เสริม อีไลฟ์มีประสบการณ์ดูแลลูกค้าผู้สูงอายุและผู้พิการมามากกว่า 10 ปี และมั่นใจได้ว่าเราขายของที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น โดย Elife ดูแลและคอยให้บริการหลังการขายอย่างครบวงจร ด้วยความตั้งใจ จำหน่ายสินค้าสุขภาพ เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น ง่ายขึ้น เดินทางสะดวกขึ้น ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ จึงทำให้เราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน
โดย Showroom ของเราเปิดให้บริการทุกวัน วันจันทร์-วันเสาร์ เปิด 8.00-17.30 น. , วันอาทิตย์-วันหยุดนักขัตฤกษ์ 9.00-17.00 น.
ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 89/7 โครงการ เจ.เอส.พี. เพลส 4 ถนนกัลปพฤกษ์ แขวงคลองบางพราน เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร 10150  (บางบอน ถ.กัลปพฤกษ์) มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาแนะนำ มีหน้าร้านที่ชัดเจน , มีพื้นที่กว้างขวาง , มีพื้นที่ให้ลูกค้าจอดรถได้เพียงพอ ลูกค้าสามารถเข้ามาทดลองรถเข็นวีลแชร์ได้ทุกวันค่ะ

15.รถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุหากมีปัญหาส่งซ่อมอย่างไรได้บ้าง
หลายๆคนสอบถามกันเข้ามาเยอะว่า รถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุผลิตที่ไหน อย่างไร ??  Elife เป็นแบรนด์ของคนไทย มีการดูแลบริการหลังการขายโดย Elife เอง ดังนั้นรถเข็นวีลแชร์ที่ซื้อจากร้านเรา เรามีการรับประกันสินค้า 2 ปี (waranty) มีเอกสารใบรับประกันสินค้ามอบให้ลูกค้า 1 ชุด และหากรถเข็นวีลแชร์เกิดชำรุดเสียหาย เรามีอะไหล่ทุกชิ้นส่วนไว้เพื่อสำรองให้กับลูกค้าเรา หากลูกค้าซื้อรถเข็นไปแล้ว ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะซ่อม หรือซื้ออะไหล่ได้จากที่ไหน เพราะ Elife พร้อมให้บริการหลังการขายโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญด้านรถเข็นวีลแชร์โดยเฉพาะ

16.รถเข็นผู้สูงอายุล้อเล็กสามารถเข็นบนพื้นที่ขรุขระได้หรือไม่
รถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ Elife สามารถเข็นได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นผิวฟุตบาทที่เป็นร่อง , พื้นหญ้า , พื้นผิวขรุขระ หรือถนนต่างๆ ยกเว้นพื้นทราย แน่นอนว่าไม่ว่าจะรถเข็นวีลแชร์แบบธรรมดา (Manual Wheelchair) หรือรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า (Power Wheelchair) ก็ไม่สามารถใช้งานบนพื้นทรายได้ เนื่องจากว่า ลำพังเวลาเราเดินเล่นบนหาดทราย หรือพื้นทรายยังรู้สึกว่าเท้าจมลงไปในทราย และหากรถเข็นวีลแชร์ บวกกับน้ำหนักของคนนั่งแล้วด้วย จะทำให้ล้อของรถเข็นวีลแชร์จมลงไปในพื้นทราย และทำให้ไม่สามารถเข็นได้ค่ะ 

17.ทำไมถึงต้องซื้อรถเข็นวีลแชร์ Elife แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร

– Elife จำหน่ายรถเข็นวีลแชร์คุณภาพดี 
ก่อนที่ Elife จะนำรถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า และเตียงไฟฟ้าปรับระดับได้ รวมถึงสินค้าอื่นๆ ที่เรานำมาจำหน่ายผ่านทั้งช่องทางหน้าร้าน และช่องทางออนไลน์ ได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ (Quality inspection) และราคา (Cost) ให้สอดคล้องกัน โดยที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อรถเข็นวีลแชร์ รถเข็นไฟฟ้า และเตียงไฟฟ้าปรับระดับได้ ในราคาที่ถูก ทุกคนสามารถจับต้องได้ แต่คุณภาพดี โดยเราจะคำนึงถึงคุณค่าและสิ่งที่ลูกค้าจะได้รับหลังจากการใช้งาน
ก่อนที่ Elife จะนำรถเข็นวีลแชร์ผู้สูงอายุ รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า และเตียงไฟฟ้าปรับระดับได้ มาจำหน่ายนั้น ได้ผ่านการคัดสรรวัสดุโครงสร้าง รูปแบบการใช้งาน ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ กระบวนการประกอบที่มีคุณภาพ ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ แม้กระทั่งอะไหล่ทุกชิ้นส่วนก่อนที่จะนำเข้ามาจำหน่าย  อีกทั้งยังเลือกรูปลักษณ์หน้าตาให้มีดีไซน์ที่ทันสมัย และตรงกับความต้องการของผู้สูงอายุในประเทศไทย ใช้งานแล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ป่วย และสุดท้ายนี้ก่อนเราจะทำการส่งมอบรถเข็นวีลแชร์ รถเข็นไฟฟ้า และเตียงไฟฟ้าปรับระดับได้นั้น เราจะทำการตรวจเช็คหรือ QC สินค้า ก่อนดำเนินการจัดส่ง เมื่อสินค้าถึงมือลูกค้า ลูกค้าจะได้รับสินค้าใหม่ที่มีการห่อหุ้มกันกระแทก และสินค้าอยู่ในคุณภาพดี แข็งแรง พร้อมใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจและผลตอบรับที่ดีจากลูกค้าด้วยค่ะ
สำหรับการบริการหลังการขาย ทาง Elife ได้สั่งผลิตอะไหล่รถเข็นวีลแชร์ รถเข็นไฟฟ้า และเตียงไฟฟ้าปรับระดับ มาจำหน่ายเพิ่มเติมหลังจากการใช้งานไปแล้วในระยะยาว ถือว่าครบวงจรเลยทีเดียวที่ Showroom Elife หากมีการชำรุดตรงจุดไหน แล้วสินค้าอยู่ในเงื่อนไขการรับประกันของบริษัท สามารถติดต่อแจ้งเพื่อส่งสินค้าเข้ามาเคลมได้เลยค่ะ

–  Elife เอาใจใส่ลูกค้าทุกขั้นตอน
ร้าน Elife ของเราบริการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าทุกท่านโดยเท่าเทียมกัน ขอเพียงแค่ลูกค้าแจ้งจุดประสงค์ของการใช้งาน หรือแจ้งลักษณะคนใช้งานเป็นอย่างไร ใช้กับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการลักษณะไหน และมีพฤติกรรมอย่างไร รวมไปถึงงบประมาณที่ลูกค้ายินดีที่จะยินยอมตกลงซื้อ โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำรถเข็นวีลแชร์ รถเข็นไฟฟ้า หรือเตียงไฟฟ้า ให้เหมาะกับการดำเนินชีวิตทั้งผู้ป่วย และผู้ดูแลผู้ป่วยด้วย

หากท่านไหน ที่ยังไม่ทราบว่าต้องการเลือกใช้รถเข็นวีลแชร์ รถเข็นไฟฟ้า หรือเตียงไฟฟ้าปรับระดับ แบบไหนให้เหมาะกับผู้ป่วย และผู้สูงอายุ สามารถเดินทางเข้ามาเลือกและทดลองใช้งานได้ที่ Showroom ของเรา โดยมีสินค้าให้ลองหลายรุ่น หรือจะติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่

– Elife ส่งเร็ว ส่งไว ได้รับสินค้าแน่นอน
เนื่องจากทางร้านรถเข็น Elife เองมีสัมพันธ์ที่ดีกับทางบริษัทขนส่งหลายๆ บริษัท อาทิเช่น Kerry express , Flash Express , ไปรษณีย์ไทย ฯลฯ ดังนั้นเรื่องการขนส่งสินค้าจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป สำหรับลูกค้าที่อยู่นอกเหนือพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล สามารถสั่งสินค้าให้เราส่งโดยขนส่งได้ โดยที่ลูกค้าสามารถที่จะเลือกชำระเงินทันที หรือชำระเงินปลายทาง ก็ได้โดยเราจะแพ็คห่อหุ้มกันกระแทกอย่างดี เพื่อป้องกันการชำรุดแตกหัก และที่สำคัญลูกค้าสามารถเลือกจุดหมายปลายทางได้อีกด้วย  การรับประกันรถเข็นผู้ป่วยที่เกิดปัญหาจากการขนส่ง ทางเรามีนโยบายของบริษัทเพื่อรับรองความผิดพลาดของรถเข็นที่ลูกค้าซื้อไป เป็นอีกหนึ่งสื่งที่เสริมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าหลังจากที่ลูกค้าได้รับรถเข็นไปแล้วเกิดมีปัญหา สามารถติดต่อฝ่าย Customer Service เพื่อรับบริการได้อีกด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ว่าลูกค้าอาจจะไม่ได้ตัดสินใจซื้อในตอนนั้นทันที ในโอกาสหน้า Elife ก็ยินดีที่จะบริการลูกค้าเช่นเดิม

 

12ข้อดี รถเข็นไฟฟ้า ดีกว่า Wheelchair ธรรมดาอย่างไร?

12ข้อดี รถเข็นไฟฟ้า ดีกว่า Wheelchair ธรรมดาอย่างไร?

สวัสดีครับหลายคนคงรู้จัก Wheelchair หรือ บางคนเรียกว่า รถเข็นนั่ง, รถเข็นคนป่วย, รถเข็นคนชรา วีลแชร์เป็นยานพาหนะจำเป็นสำหรับใครหลายๆคน ผู้สูงอายุที่เดินเหินไม่สะดวก, ผู้ป่วย, คนประสบอุบัติเหตุ วีลแชร์นั้นก็มีหลายแบบทั้งแบบ เข็นเองได้ที่ล้อมีที่จับสำหรับหมุน, แบบให้ผู้อื่นเข็นให้ ใช้ในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ ใบบทความนี้เราจะพูดถึง รถเข็นไฟฟ้า (วีลแชร์ที่ติดมอเตอร์ไฟฟ้า) และ 12 ข้อดีของมันครับ

Wheelchair มาจาก Wheel ที่แปลว่าล้อ Chair ที่แปลว่าเก้าอี้ อันนี้ตรงตัวคือเก้าอี้มีล้อ Wheelchair มีมานานหลายร้อยปี ทั้งในบันทึกประเทศจีนโบราณ ในยุโรป จวบจนปัจจุบัน วีลแชร์แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย หน้าตัวยังเหมือนเดิม ต่างกันที่วัสดุที่ใช้จากเมื่อก่อนทำจากไม้, เหล็ก, หนัง ปัจจุบัน วีลแชร์ทำจาก อลูมิเนียม, ยางสังเคราะห์ และ เบาะพลาสติก การเปลี่ยนแปลงจริงๆมาจากเริ่มมีการพัฒนาแบตเตอรี่ไฟฟ้า ที่มีความจุได้มากขึ้นและมีขนาดเล็กลง สามารถใช้กับมอเมอเตอร์ที่ติดบนวีลแชร์ ทำให้รถเข็นไฟฟ้าเป็นที่นิยมจากขึ้นในช่วง 30-40ปีที่ผ่านมา

Power Wheelchair หรือ รถเข็นไฟฟ้า คือ วีลแชร์ที่ออกแบบติดมอเตอร์และคันบังคับเข้ามา ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่เป็นตัวขับเคลื่อน ผู้ใช้สามารถบังคับด้วยนิ้วบนคันบังคับ การบังคับจะไม่เหมือนรถยนต์จะตอบสนองและสามารถวิ่งในทิศทางอิสระมากกว่ารถยนต์ (รถเข็นไฟฟ้าประกอบด้วยมอเตอร์ 2 ตัวทำงานอิสระต่อก้น) วิ่งได้ 360องศา สามารถหมุนรอบตัวเอง วิ่งในพื้นที่แคบๆได้ ผู้บังคับแทบไม่ต้องออกแรงเหมือนรถเข็นนั่งทั่วๆไป

ซ้าย Manual Wheelchair รถเข็นผู้ป่วย ใช้มือหมุนออกแรงหมุน ตามนน.ของผู้นั่ง / ขวา Power Wheelchair รถเข็นไฟฟ้า บังคับด้วยนิ้ว ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

เราได้สรุป 12 ข้อดีของ รถเข็นไฟฟ้า มีจุดเด่นและดีอย่างไงตามข้างล่างนี้

  1. ผู้ใช้สามารถบังคับไปในที่ที่ตนต้องการได้จริงๆ ไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาช่วยเหลือ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ไปในสถานที่ต่างๆได้เอง เช่นสามารถไปยังจุดต่างๆของบ้าน, ห้องครัว, ห้องนั่งเล่นได้ บางท่านเอารถเข็นไฟฟ้าไปจ่ายตลาดหน้าหมู่บ้าน หรือ ไปเยี่ยมเพื่อนบ้านก็มี
  2. สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หลายครั้งผู้สูงอายุ หรือ ผู้พิการต้องอยู่คนเดียว การใช้รถเข็นวีลแชร์ธรรมดา ต้องออกแรงเยอะ ไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้ เช่น ขับไปเปิดประตูหน้าบ้าน ขับไปซื้อของกิน
  3. อิสรภาพ หลายคนที่ได้รับรถเข็นไฟฟ้าไป มีความสุขมากขึ้นเนื่องจากไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นภาระ แก่บุตรหลาน หรือ ผู้ดูแล อิสรภาพเป็นส่วนสำคัญอีกอย่างทำให้มองโลกในแง่มากขึ้น คนแก่บางคนแม้ว่าจะมีบุตรหลานดูแลอย่างใกล้ชิด แต่เมื่อไปห้างต้องให้คนเข็นรถเข็นตลอด เมื่อเทียบกับอีกคนที่ใช้รถเข็นไฟฟ้า

    ใช้รถเข็นไฟฟ้าในบริเวณบ้าน ในหมู่บ้าน ไปหาเพื่อนบ้าน
  4. นั่งสบาย กว่ายานพาหนะอื่น หลายคนนั่งรถเข็นไฟฟ้าเกิน 12 ชม.ต่อวัน รถเข็นไฟฟ้าออกแบบมาให้นั่งได้นาน รองรับสรีระตามหลัก Ergonomics เมื่อเทียบกับยานพาหนะอื่นๆเช่น สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า สามล้อไฟฟ้า ออกแบบมาให้ใช้งานชั่วคราวมากกว่า ไม่เหมาะกันการนั่งนาน
  5. รถเข็นไฟฟ้ามีขนาดเล็ก สามารถใช้ร่วมกับลิฟต์ในห้าง, ห้องน้ำ อีกทั้งยังสามารถนำไปใช้ในห้าง, โรงพยาบาล หรือ งานนิทรรศการต่างๆ เนื่องจากจัดเป็นกลุ่มเดียวกับ Wheelchair   ในขณะที่รถไฟฟ้าอื่นๆ ไม่อนุญาติให้ใช้ห้าง เนื่องจากขนาดที่ใหญ่กว่า
  6. การบังคับที่ตอบสนองกว่า ไม่ได้ใช้แรงในการบังคับ รถเข็นไฟฟ้าจะบังคับด้วยมอเตอร์ 2 ตัวอิสระต่อกัน สามารถบังคับได้ 360องศา ทำให้สามารถวิ่งในพื้นที่ที่จำกัดได้ สามารถหมุนรอบตัวเองได้

    การบังคับ รถเข็นไฟฟ้าสามารถบังคับได้ 360องศา เนื่องจากเคลื่อนที่ด้วยมอเตอร์ สองข้างอิสระต่อกัน รถเข็นไฟฟ้า สามารถหมุนรอบตัวเองได้
  7. สามารถใช้เวลาท่องเที่ยวกับคนใกล้ชิด มีกิจกรรมที่ดีต่อกัน เช่น ลูกพาแม่ไปเที่ยวต่างประเทศแม่เดินนานไม่ได้ แต่ก่อนจะเที่ยวค่อนข้างยากลูกต้องเข็นตลอด พอมีรถเข็นไฟฟ้า ปล่อยแม่ลง แม่ขับไปไหนมาไหนเอง ลูกถ่ายรูปสนุกสนานกัน 
  8. สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงคนสุขภาพแข็งแรง สามารถทำงานได้ ตัวอย่างน้องฝ้าย สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ออกงาน ไปเรียน ด้วยรถเข็นไฟฟ้า 
  9. เอาไว้ขนของ สัมภาระ ไม่เหนื่อย อันนี้เป็นข้อดีเสริมของคนใช้รถเข็นไฟฟ้า ที่เราสังเกตุ ผู้ใช้นิยมห้อยของ, ถุง Shopping, สัมภาระ กระเป๋า ไว้กับรถเข็นไฟฟ้า (ลูกๆหลานๆ เอาของมาฝากไว้กับรถเข็นไฟฟ้าของ อาม่า เป็นต้น)
  10. ปัจจุบันรถเข็นไฟฟ้ามีราคาถูก หากย้อนกลับไปเมื่อ 10ปีก่อน รถเข็นไฟฟ้านั้นราคาหลักแสน ปัจจุบันนี้ราคาหมื่นถีง สองหมื่นก็สามารถซื้อได้แล้ว

    ตอนนี้รถเข็นไฟฟ้าได้รับความนิยม ทั้งคนในเมือง หรือ พื้นที่ต่างจังหวัด
  11. รถเข็นไฟฟ้า ปัจจุบันปลอดภัย มีการใช้ Brushless มอเตอร์กับรถเข็นไฟฟ้า มีระบบเบรคอัตโนมัติเมื่อขึ้นบนทางชัน ปลอดภัยกับคนใช้มากขึ้น
  12. มี Function ต่างๆที่น่าสนใจ Smart Wheelchair, บ้างติดตั้งระบบไฟส่องสว่างกับตัวรถ หรือ ติด USB Port ให้ใช้งานกับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆได้สะดวกสบาย 

ข้อสังเกตุในการใช้รถเข็นไฟฟ้า

  • ราคา เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับคนที่ตัดสินใจเปลี่ยนจากรถ วีลแชร์ เป็น วีลแชร์ไฟฟ้า เมื่อหลายปีก่อนรถเข็นไฟฟ้านั้นมีราคาแพงมากหลักแสน ปัจจุบันราคาถูกลงอย่างมาก หลัก 2 หมื่นก็ได้รุ่นใช้ได้แล้ว ปัจจุบันมีให้เลือกหลายรุ่น รุ่นประหยัด รุ่นเบา รุ่นสมรรถนะ
  • ทัศนคติของคนกับรถเข็นไฟฟ้า หลายคนโดยเฉพาะผู้สูงอายุมากๆในไทย ยังมีทัศนคติลบ กับวีลแชร์และรถเข็นไฟฟ้าอยู่ บางคนถึงขั้นว่าไปแช่งเค้าว่าเค้าพิการหรอ แต่ในความเป็นจริงการใช้รถเข็นไฟฟ้านั้นใช้เป็นวงกว้างทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศที่พัฒนาแล้ว คนแก่ใช้รถเข็นไฟฟ้าเป็นเรื่องปกติเลย เห็นได้ทั่วไปในห้าง รถบริการภาครัฐ หรือ ประเทศในแถบ Scandinavia มีเงินสนันสนุนให้ซื้อรถเข็นไฟฟ้ากันเลยทีเดียว ปัจจุบันคนไทยหันมาใช้รถเข็นไฟฟ้ามากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

 


  • Sale!

    EB-35 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 3ไกร์

    99,000.00฿ 39,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    EB-55 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 5ไกร์ โครงโลหะกรุวัสดุไม้

    119,900.00฿ 59,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    EB-77 เตียงไฟฟ้า 5ไกร์ Ultra-Low ต่ำพิเศษ กันตกเตียง

    139,900.00฿ 69,900.00฿
    Add to cart

20เทคนิค สร้างบ้านให้ผู้สูงอายุ อยู่สบายกาย สุขใจ

20เทคนิค สร้างบ้านให้ผู้สูงอายุ อยู่สบายกาย สุขใจ

ปี 2563 ประเทศไทยมีผู้สูงอายุ 12 ล้านคน (ร้อยละ 18) เข้าข่ายสังคมผู้สูงอายุ (มีประชากรที่อายุมากกว่า 60ปีขึ้นไป เป็นสัดส่วนเกิน 10%) และในอีก 1-2ปีข้างหน้าคาดว่าประเทศจะเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ” (ประชากรอายุมากกว่า 60ปี เป็นสัดส่วนมากกว่า 20%) ผลที่ตามมามากมายไม่ว่าจะเป็นเชิงทางเศรษฐกิจ-ผู้สูงอายุไม่สามารถทำงานได้เหมือนวัยแรงงาน และ อื่นๆมากันมาอีกมากมาย แต่ในบทความนี้เรามามองอีกด้านครับ เราจะสร้างบ้านอย่างไรให้เหมาะกับผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนที่เรารัก พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เมื่อพวกท่านอายุมากขึ้นการเดินเหินไม่สะดวก อาจจะต้องใช้เตียงปรับระดับผู้ป่วย หรือ ต้องใช้ Wheelchair หรือ รถเข็นไฟฟ้า เนื่องจากการเดินเหินไม่สะดวก

แนวทางที่ควรคำนึงอันดับหนึ่งของการสร้างหรือที่พักให้ผู้สูงอายุเลย 4S (โดยผู้เขียนบทความ elife)
– Safety ร่างกายผู้สูงอายุไม่แข็งแรงเหมือนก่อน ต้องลดความเสี่ยงทุกอย่างที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ
– Sustainable ออกแบบเพื่อให้ท่านอยู่อย่างสุข สบาย ที่สำคัญต้องดูแลรักษา ง่ายเพิ่งพาตัวเองได้ (ผู้สูงอายุบางท่านอยู่กันเอง ลูกหลาน/คนดูแล อาจจะไปหาบ้าง)
– Smart เดี๋ยวนี้เทคโนโลยี สามารถเข้าช่วยเหลือได้เยอะ เช่น สัญญาณขอความช่วยเหลือ, ไฟเปิดปิดอัตโนมัติเมื่อเข้าห้องน้ำ, รถเข็นไฟฟ้า, เตียงไฟฟ้า, Sensor ต่างๆ เป็นต้น
– Smooth ทุกอย่างความไร้รอยต่อไม่สะดุดทั้งระดับพื้น และ ส่วนต่างๆในบ้าน ควรลดทางต่างระดับให้น้อยที่สุด, ขอบ มือจับตามๆควรมน

เราสรุปเทคนิคต่างๆ มาจำนวน 20 ข้อดังนี้

  1. ให้ผู้สูงอายุอยู่ชั้นล่าง ลดพื้นที่ต่างระดับให้มากที่สุด หากมีบ้านเดิมอยู่แล้วควรปรับชั้นล่างเป็นที่อยู่ของผู้สูงอายุ ทำระดับพื้นให้เท่ากัน หากเป็นไปได้ให้ปูพื้นใหม่เป็นวัสดุมีพื้นผิวป้องกันไม่ให้ลื่น หากสร้างใหม่ควรออกแบบให้บ้านชั้นหนึ่งไม่มีพื้นที่ต่างระดับ พื้นที่บ้านต่อเนื่อง Flow เชื่อมต่อกัน

    พยายามสร้างพื้นที่ให้ต่อเนื้องกัน ทางต่างระดับให้น้อยที่สุด
  2. กรณีมีพื้นที่ต่างระดับสร้างทางลาดชันให้สำหรับ Wheelchair, รถเข็นไฟฟ้า โดยปกติทางลาดสำหรับวีลแชร์นั้นมีมาตรฐานคือ 1:12 เช่นพื้นต่างระดับกัน 10 cm ทางลาดนั้นต้องมีฐาน 120cm เพื่อความปลอดภัยในกรณีเข็น Wheelchair ขึ้นเอง หรือ แม้กระทั้งใช้รถเข็นไฟฟ้า ความกว้างของทางชันควรจะกว้างประมาณ 90cm ตามมาตรฐาน หรือ 80cm เป็นอย่างน้อย(ธรรมดา ความกว้างฐานล้อ Wheelchair จะอยู่ราว 65-75cm กรณีถ้าพื้นต่างระดับกันมาก ให้มีราวจับด้วย ราวจับ 80-90cm
  3. เรื่องไฟ ส่องสว่าง ความสว่างของตัวบ้าน ลดการหกล้มในผู้สู้อายุ แนะนำเป็นการซ่อนไฟตามทางเดิน, บันได, ห้องน้ำ และ พื้นที่ต่างระดับ

    ติดไฟส่องสว่าง เผื่อกลางคืน และตอนนอนหลับ
  4. ความกว้างของประตู และ ทางเดินกว้าง 90cm  คิดในเว้นระยะให้ขนาดประตู และทางเดิน สำหรับ Wheelchair
  5. ยึดการ Design กลับสู่ธรรมชาติ Universal design การใช้งานกับคนแก่ รวมถึงบางครั้งผู้ใช้งานบางคนอาจจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะตัวอย่างการ Customized ดูจากตัวอย่าง IKEA แจกไฟล์ 3มิติ เพื่อให้ลูกค้าเอาไปพิมพ์ประกับเฟอร์นิเจอร์ของตน 
  6. มือจับ เป็นด้ามจับประตู เป็นแบบด้าม ใช้มือ ศอก หรือไม้เท้าเปิดได้  หลีกเลี่ยงการใช้ลูกบิด หรือ งาน Design ที่สวยแต่ใช้งานยาก

    มือจับลูกบิด ควรจะหลีกเลี่ยง, มือเปิดที่มีลักษณะเป็นก้าน จะดีกว่า คนแก่ใช้งานได้ง่ายกว่า
  7. ตู้, ประตู และหน้าต่าง ควรติดตั้งแบบบานเลื่อน ที่จัดเก็บของ ควรเลือกเป็นแบบบานเลื่อน เพื่อผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้ง่าย ทั้งยังใช้ได้ กับ Wheelchair

    การสร้างประตูบานเลื่อน ง่ายต่อผู้สูงอายุมากกว่า
  8. หน้าต่าง ควรสร้างให้สูงไม่มากกว่า 50cm ผู้สูงอายุสามารถเห็นวิวได้ขณะที่นั่ง Wheelchair ได้
  9. ออกแบบพื้นที่ให้มีการถ่ายเท ของอาการดี ผู้สูงอายุเสี่ยงกับโรคทางเดินหายใจ อาจจะติดเครื่องปรับอากาศ เครื่องกรอกอากาศที่เหมาะสม
  10. ปุ่มฉุกเฉิน เพื่อกดเรียกคนให้มาช่วยเหลือ Emergency Call เหตุไม่ความฝันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ การติดปุ่มขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน เป็นสิ่งที่ควรมองข้าม
  11. ทางเข้าบ้าน ทำทางลาดสำหรับเข้าบ้านโดยยึกหลัก 1:12 เช่นหากทางต่างระดับกัน 1 เมตรให้ทางลาดมีฐาน 12เมตร โดยให้ดีทางลาดควรมีความกว้าง 90cm กรณีที่มีความยากทางลาดมากควรมีชานพัก และมีราวกั้น สูง 80-90cm
  12. ห้องน้ำ ถ้าทำห้องน้ำใหม่ให้ทำห้องน้ำให้กว้างซักหน่อย สำหรับวีลแชร์ วัตถุพื้นความมีพื้นผิวสัมผัส หรือปูยางกันลื่นในส่วนเปียก เลือกสุขภัณฑ์ที่มีความโค้งมน มีราวจับ
    ตัวอย่าง การออกแบบห้องน้ำจาก SCG Elder Care

    ด้านซ้ายติดราวจับให้ผู้สูงอายุ ด้านขวา พื้นระดับเดียวกันระหว่างส่วนเปียกและส่วนแห้ง โดยให้การแซะร่องเป็นที่ระบายน้ำแทน
  13. ห้องนอน ต้องมีพื้นที่ข้างเตียง ห้องนอนควรเผื่อพื้นที่ด้านข้าง 90cm สำหรับ Wheelchair และ ผู้ดูแลสามารถช่วยเหลือได้ เช่นการอุ้ม คนชรา, การป้อนอาหาร หรือ ดูแลทำความสะอาด ห้องนอนกับห้องน้ำควรอยู่ติดกันไม่มีควรออกแบบให้ไม่มีธรณีกั้นระห่างห้องทั้งสอง ลดการสะดุดล้ม และสามารถใช้ Wheelchair เข้าไปในห้องน้ำได้เลย
  14. ห้องครัว ผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้อยู่ยังใช้ห้องครัวในการทำอาหาร รับประทานอาหาร ควรออกแบบเลือกซื้อโต๊ะที่มีความสูงมากกว่า 80cm สำหรับ Wheelchair เคาท์เตอร์ครัวควรมีความสูง 80cm
  15. ห้องนั่งเล่น เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่โปร่งโล่ง ดูอบอุ่น โดยเฉพาะผิวสัมผัสควรจะโค้งมน ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ ตำแหน่งการวางที่เป็นระเบียบ

    ออกแบบห้องให้สามารถอยู่ด้วยกันระหว่างคนในครอบครัว กับผู้สูงอายุ
  16. สวน เป็นส่วนพักผ่อนหย่อนใจของผู้สูงอายุ ควรออกแบบทางเดินของส่วนเป็นพื้่นที่เรียบ (อาจจะวางเป็นอิฐเว้นระยะ หรือ ปูด้วยแผ่นพลาสติก สแลทรองพื้นสวน) พืชที่ปลูกควรเป็นทรงเตี้ย (ไม่แนะนำต้นไม้ใหญ่จะจ้า) หรือ อาจจะใส่ในกระบะ เลยก็ได้
    ปลูกพื้นในกระบะ ก็ได้เช่นกัน

    ความสุขอย่างหนึ่งของผู้สูงอายุคือการปลูกต้นไม้เช่นกัน
  17. พื้นและวัตถุที่ใช้ปูพื้น ควรเป็นวัสดุที่มีผิวสัมผัส ไม่ควรเป็นวัสดุมันเงา อาจทำให้ลื่น พรมอาจเป็นตัวเลือกแต่อาจจะไม่เหมาะกับเมืองไทยมีเรื่องฝุ่นและทำความสะอาดยาก แนะนำอาจจะใช้เป็นพื้นไม้ลามิเนต หรือ เนื้อไม้จริงก็ไม่ว่ากัน

    เลือกวัตถุปูพื้นก็เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ การสร้างบ้านให้คนแก่
  18. กรณีต้องมีบันได ให้ราวจับที่ปลอดภัย ควรมีที่พัก หรือ วางเก้าอี้ให้พักได้
  19. พยายามให้เปิดโลงที่สุดเท่าที่ทำได้ กรณีมีเรื่องไม่คาดฝัน ผู้ดูแลสามารถเห็นได้ ช่วยเหลือได้ทันถ่วงที
  20. ทำเลที่ตั้งใกล้โรงพยาบาล ข้อสุดท้ายนี้ที่เอามาเป็นอันสุดท้ายเพราะว่าบางครั้งเราไม่สามารถเลือกได้ หากสามารถเลือกได้อันนี้เป็นส่วนสำคัญเลยที่เดียว หากเลือกไม่ได้ควรติดเบอร์โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดไว้ สามารถติดต่อได้ทันท่วงที

นอกจากที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วทาง อุปกรณ์รถเข็นผู้ป่วย หรือ วีลแชร์ไฟฟ้า ก็เป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวก ใช้ในชีวิตประจำวันได้

  • รถเข็นไฟฟ้า
  • Sale!

    Eco3 รถเข็นไฟฟ้า ราคาประหยัด 3ระบบ ล้อตัน 24นิ้ว

    37,900.00฿ 23,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    Lite1 รถเข็นไฟฟ้า น้ำหนักเบา 13.5Kg

    59,900.00฿ 39,500.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    LitePlus รถเข็นไฟฟ้า นน.เบา พับ-ลากได้เหมือนกระเป๋าเดินทาง

    59,900.00฿ 30,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    LitePro รถเข็นไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว เบาเพียง 16Kg บังคับ Wireless

    63,900.00฿ 45,900.00฿
    Add to cart

  • รถเข็นแมนนวล

  • เตียงไฟฟ้าก็เป็นส่วนหนึ่งทีอำนวยความสะดวกผู้สูงอายุเช่นกัน เช่น สามารถลูกขึ้นนั่งได้เอง เนื่องจากมีปรับให้เตียงตั้งตรงได้, สามารถดู TV หรือ เปลี่ยนท่าของร่างกายได้
  • Sale!

    EB-35 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 3ไกร์

    99,000.00฿ 39,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    EB-55 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 5ไกร์ โครงโลหะกรุวัสดุไม้

    119,900.00฿ 59,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    EB-77 เตียงไฟฟ้า 5ไกร์ Ultra-Low ต่ำพิเศษ กันตกเตียง

    139,900.00฿ 69,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    โต๊ะคร่อมเตียงผู้ป่วย มีกันตก พื้นไม้ อีไลฟ์รุ่น ET-770

    2,990.00฿ 1,990.00฿
    Add to cart

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้

เขียนโดย Elife

ในบทความตอนที่แล้ว Elife ได้แนะนำเกี่ยวกับประโยชน์ของรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าแบบพับได้มาแล้ว หากท่านเห็นว่ามีประโยชน์แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าแบบไหนดี วันนี้ Elife จะมาแนะนำวิธีเลือกให้เหมาะสมกันค่ะ

ปัจจุบันมี รถเข็นไฟฟ้าให้เลือกมากมายหลายรุ่น ทั้งรถเข็นไฟฟ้าพับได้ รถเข็นไฟฟ้าเหล็กเคลือบ รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา รถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม ซึ่งแต่ละแบบต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป วันนี้ทางอีไลฟ์จะมาแนะนำข้อสำคัญที่ควรคำนึงถึงเวลาเลือกซื้อรถวีลแชร์ไฟฟ้าหรือรถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุ

  1. ผู้นั่งรถเข็นไฟฟ้า เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรคำนึงถึงเวลาเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้า เช่น12341444_1655039261419443_2503043915509614958_n
    • น้ำหนักผู้นั่งและความกว้างของเบาะนั่ง
    • มือที่ผู้นั่งถนัดหากผู้นั่งถนัดบังคับด้วยมือซ้าย อย่าลืมสอบถามผู้ขายทุกครั้งว่าสามารถเปลี่ยนคันบังคับเป็นด้านซ้ายได้หรือไม่ ทั้งนี้ควรบังคับแท่งควบคุมรถเข็นไฟฟ้าด้วยมือข้างที่ถนัด
    • ผู้นั่งยังมีแรงแขนหรือไม่ หากยังมีแรงแขน คุณสามารถเลือกรถเข็นไฟฟ้าล้อใหญ่แบบบังคับได้สามระบบเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ คือสามารถบังคับได้ด้วยแท่งควบคุมโดยผู้นั่ง หรือให้ผู้ดูแลเข็นให้ หรือให้ผู้นั่งเข็นตัวเองโดยการหมุนล้อได้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้มีโอกาสออกกำลังแขน เสริมสร้ามความแข็งแรงของกล้ามเนี้อใช้มือเข็นล้อ
    • อายุของผู้นั่ง ผู้นั่งมีอายุมากแล้วเช่น 80 ปีขึ้นไป แนะนำให้เลือกรถเข็นไฟฟ้าแบบที่มีระบบเบรกไฟฟ้าอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  1. ใครคือผู้ดูแลCaregiver-wheelchair-handling-protocol
    • ปัจจัยนี้เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเวลาเลือกรถเข็นไฟฟ้า หากผู้ดูแลเป็นผู้หญิงหรือผู้สูงอายุด้วยกัน ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักไม่มากนัก โดยอาจเลือกรุ่นที่ทำด้วยอลูมิเนียม ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องสนิมแล้วยังน้ำหนักเบาและคล่องตัวมากกว่าแบบเหล็กเคลือบ
    • นอกจากนี้ หากผู้สูงอายุอยู่ดูแลกันเอง คุณอาจเลือกรถเข็นไฟฟ้าชนิดล้อยางตันทุกล้อ เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้ายางตันจะมีอายุการใช้งานนานกว่าและไม่ต้องคอยเติมลมทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน และไม่ต้องคอยเปลี่ยนยางในบ่อยๆ
  2. ลักษณะการใช้งาน
    • หากเน้นการใช้งานแบบพกพารถเข็นไฟฟ้าไปหลายๆที่เช่นท่องเที่ยว ห้าง สวน และโรงพยาบาล คุณควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าพับได้ เพื่อให้กินที่น้อยสามารถใส่ท้ายรถเก๋งได้โดยไม่เปลืองพืนที่ห้องโดยสารในรถ ทั้งยังควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียมเนื่องจากน้ำหนักเบา หากต้องยกใส่ท้ายรถบ่อยครั้ง
    • หากเน้นใช้งานที่บ้านหรือบริเวณหมู่บ้าน ก็ไม่จำเป็นต้องนึกถึงน้ำหนักตัวรถมากนัก เนื่องจากไม่ต้องยกหรือเคลื่อนย้าย เมื่อใช้เสร็จแล้วสามารถวางไว้ได้
  3. งบประมาณ ย่อมเป็นอีกปัจจัยสำคัญหนื่งสำหรับการเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายราคามาก หากงบประมาณมีไม่มากนักอาจเลือกเป็นรถเข็นไฟฟ้าราคาถูก ทำจากเหล็กเคลือบซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน หากมีงบประมาณเพิ่มเติมขึ้นมา อาจเลือกเป็นแบบรถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม เนื่องจากไม่เป็นสนิม ใช้งานได้ระยะยาว และหากไม่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา เพื่อให้สามารถพกพาขึ้นรถหรือไปเที่ยวได้ง่าย 

 

ทางอีไลฟ์หวังว่าบทความที่เขียนขึ้นนี้จะช่วยให้สามารถเลือกวีลแชร์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความสุขของผู้นั่ง ลูกหลาน และผู้ดูแลนั่นเอง

วิธีเลือกเตียงผู้ป่วย(ปรับไฟฟ้า) / Adjustable Electric Bed buyer guide

วิธีเลือกเตียงไฟฟ้า

การสร้างบรรยากาศให้กับผู้สูงอายุในบ้าน…ให้น่าอยู่มีความจำเป็นมากๆ ที่ลูกหลานต้องให้ความสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมให้บ้านมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รองรับการใช้ชีวิต และการดำเนิน กิจวัตร ประจำวันของผู้สูงอายุรวมถึงผู้ป่วยที่ต้องเตรียมตัวกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านเอง โดยเฉพาะในผู้ที่มี ปัญหาการเคลื่อนไหวซึ่งเกิดจากระบบข้อกระดูก และกล้ามเนื้อส่วนล่าง ส่งเสริมให้ผู้ที่เริ่มมีความเสื่อมถอยของร่างกายหรือปัญหา สุขภาพได้เรียนรู้ ทำความรู้จัก และฝึกฝนกับอุปกรณ์ ที่จะช่วยเหลือในการทำกิจกรรม โดยพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ลดความ เสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในขณะทำกิจกรรมภายในบ้าน และบริเวณรอบๆ ตัวบ้าน และในการสร้างความสะดวก ปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุ เตียงนอนปรับไฟฟ้า จึงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น.

เตียงไฟฟ้าคืออะไร? … เตียงไฟฟ้า (Electric bed) หรือเตียงผู้ป่วยเป็นเฟอร์นิเจอร์ทางการแพทย์ที่มีการออกแบบพิเศษเพื่อความสะดวกสบายของผู้ป่วยระหว่างพักฟื้น ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยเตียงไฟฟ้าผู้ป่วยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการทำงานและปรับระดับต่างๆโดยรีโมท สามารถปรับทิศทาง ความสูง-ต่ำ การงอเข่า ปรับองศาต่างๆได้ นอกจากสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ป่วยและผู้ดูแล เตียงไฟฟ้าผู้ป่วยยังสามารถป้องกันแผลกดทับในคนไข้ที่ไม่สามารถขยับตัวได้ ลดอาการปวดเมื่อยในการพักรักษาตัว.

เตียงไฟฟ้ามีไว้สำหรับใคร? … ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางการเคลื่อนไหวของร่างกาย ผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยติดเตียง เป็นต้น

 

 7 เหตุผลทำไม?ต้องเลือกใช้เตียงไฟฟ้า 

1. เตียงไฟฟ้าสร้างความปลอดภัย  เตียงไฟฟ้าได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยกับผู้ป่วยเป็นอันดับแรก ตามข้อกำหนดการผลิตในมาตรฐานความปลอดภัยสากลเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ ดังนั้นการใช้เตียงไฟฟ้าจึงเหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด

2.ให้ความรู้สึกอิสระกับผู้ป่วย เพราะการใช้งานแทบทั้งหมดของเตียงไฟฟ้าสั่งงานผ่านรีโมท ดังนั้นการเคลื่อนไหวในท่าทางต่างๆ ของผู้ป่วยจึงทำได้ง่ายขึ้น สามารถทำได้ด้วยตัวเองไม่ต้องรอผู้ดูแลคอยให้ความช่วยเหลือ เช่น การจะลุกขึ้นนั่ง  อยากนั่งงอเข่า เป็นต้น

3.เตียงไฟฟ้าลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ  เหตุการณ์ไม่ตั้งใจเกิดได้กับคนชรา และผู้ป่วย หลายๆครั้งการบาดเจ็บเกิดการตกเตียง (คนนอนพยายามจะพลิกตัว หรือ พยายามลุกจากเตียงแต่พลาดตกเตียง) การนอนละเมอในเวลากลางคืน บางเวลาที่ผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในสายตาของผุ้ดูแล ยิ่งผู้สูงอายุหรือผุ้ป่วยที่บาดเจ็บอยู่แล้ว การตกเตียงอาจทำให้กระดูกหัก ส่งผลเสียถึงชีวิตตามมา

4.เตียงไฟฟ้าให้ความสะดวกสบายกับผู้ป่วยและผู้ดูแล ฟังก์ชันการปรับระดับต่างๆของเตียงไฟฟ้า ช่วยทำให้ลดภาระให้ผู้ดูแลได้ เช่น สามารถปรับระดับความสูงของเตียงให้อยู่ในระดับที่ผู้ดูแลต้องการได้ 

5.เตียงไฟฟ้าสามารถทำกายภาพบำบัดได้ นอกจากสร้างความสะดวกสบายและให้ความปลอดภัยแล้วเตียงไฟฟ้ายังสามารถใช้ทำกายภาพบำบัดได้ เพราะด้วยที่ออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยโดยเฉพาะ 

6.เตียงไฟฟ้าสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ทันที เตียงไฟฟ้ามีการออกแบบให้มีล้อ(ทุกรุ่น) ดังนั้นเมื่อมีเหตุจำเป็นที่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยสามารถทำได้ทันทีและสะดวก

 

 เตียงผู้ป่วยมีกี่ประเภท? 

เตียงผู้ป่วยสาสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทคือ

  • เตียงผู้ป่วยแบบมือหมุน (Modern Hospital Bed) : หรือที่เรารู้จักกัน “เตียงผู้ป่วยโรงพยาบาล” มีกลไกปรับองศา หัว-หลังเตียง , ปลายเตียง (เข่าหรือขา) และระดับ-สูงต่ำ ด้วยมือหมุนหรือระบบแมนนวลทั้งหมด ต้องมีคนดูแลคอยปรับเตียงให้ผู้ป่วยไม่สามารถปรับด้วยตัวเองได้ 
  • เตียงไฟฟ้า (Electric Bed) : มีกลไกการปรับองศาเตียงต่างๆด้วยระบบควบคุมไฟฟ้าใช้งานแรงดันไฟฟ้า 220-240 V ควบคุมด้วยรีโมทมีสายหรือไร้สาย ปัจจุบันพัฒนาไปถึงควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้ ซึ่งผู้ป่วยจะสามารถปรับระดับต่างๆด้วยตัวเองได้ 

ความแตกต่างระหว่างเตียงทั้ง 2 ประเภท

เตียงผู้ป่วยแบบมือหมุน (Modern Hospital Bed)   เตียงไฟฟ้า (Electric Bed )
ปรับระดับแบบแมนนวลโดยผู้ดูแล / ผู้ป่วยไม่สามารถปรับเองได้ ปรับระดับโดยรีโมทสามารถใช้งานได้ทั้งผู้ดูแลและผู้ป่วย
ฟังก์ชันในการปรับองศาส่วนใหญ่ได้ 3 รูปแบบ ฟังก์มีตั้งแต่ 3-5 ไกร์
สามารถหาซื้อได้ร้านขายยาทั่วไป ควรซื้อจากศูนย์จำหน่ายที่มีประสบการณ์
โครงสร้างเป็นส่วนใหญ่เป็น พอลิเมอร์ สแตนเลส อะลูมิเนียม โครงสร้างเป็น เหล็กกรุไม้ อะลูมิเนียม พอลิเมอร์
ดีไซน์เหมือนกับเตียงโรงพยาบาล ดีไซน์สวยงาม เหมาะกับการแต่งบ้าน
ราคาประหยัด ราคาค่อนข้างสูง

*พอลิเมอร์ คือ พลาสติก ไฟเบอร์ ยาง

เตียงไฟฟ้าแตกต่างจากเตียงนอนธรรมดาอย่างไร? 

เตียงนอนธรรมดา…ออกแบบมาสำหรับคนที่ไม่มีปัญทางร่างกายใดๆ จึงไม่ตอบโจทย์สำหรับผู้ป่วย การให้ผู้ป่วยนอนเตียงธรรมดาก็อาจจะสามารถทำได้ แต่เราก็จะต้องเสี่ยงกับอะไรหลายๆอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้เช่นกัน ตารางเปรียบเทียบเตียงทั้ง 3 ประเภทคือ เตียงนอนธรรมดา เตียงผู้ป่วย และเตียงผู้ป่วยไฟฟ้า อาจจะทำให้เห็นภาพมากขึ้นค่ะ 

ตารางเปรียบเทียบเตียงนอน

เตียงนอนธรรมดา เตียงนอนผู้ป่วยแบบโรงพยาบาล เตียงนอนผู้ป่วยปรับไฟฟ้า
ปรับระดับไม่ได้ ปรับระดับแบบแมนนวล ปรับระดับผ่านไฟฟ้า
สำหรับคนธรรมดา สำหรับผู้ป่วย สำหรับผู้ป่วย
ไม่สามารถเคลื่อนที่โดยเตียงได้ เตียงสามารถเคลื่อนที่ได้ เตียงสามารถเคลื่อนที่ได้
เป็นเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป เป็นเฟอร์นิเจอร์ทางการแพทย์ เป็นเฟอร์นิเจอร์ทางการแพทย์
มีหลายดีไซน์ให้เลือก เตียงลักษณะเหมือนโรงพยาบาล มีหลายดีไซน์ให้เลือก
มีหลากหลายราคา ราคา 1-2 หมื่นบาท ราคา 30,000-300,000 บาท

 

 เลือกซื้อเตียงไฟฟ้าต้องคำนึงอะไรบ้าง? 

เตียงไฟฟ้าผู้ป่วยจัดเป็นครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งมีการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับผู้ป่วย ซึ่งหากมีข้อบกพร่องอาจส่งผลถึงชีวิต ดังนั้นก่อนจะทำการสั่งซื้อเราควรพิจารณาประเด็นหลักเรื่องความปลอดภัย คือ ความแข็งแรงของเตียง , ขนาดที่เหมาะสม และโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุกับร่างกายผู้ป่วย เช่น การมีอวัยวะติดในช่องว่างเตียง เป็นต้น

แนวทางการเลือกซื้อ

  • เตียงไฟฟ้าต้องมีใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ 
  • ขนาดและความสูงของเตียง ให้เหมาะกับผู้ใช้งานและผู้ดูแลมากที่สุด
  • วัสดุที่ใช้ทำโครงสร้างเตียง ได้แก่ เหล็กและสแตนเลส ซึ่งมีความทนทานแต่หากเป็นโครงเหล็กควรมีสารเคลือบเพื่อป้องกันสนิม
  • วัสดุที่ทำหัวเตียง ควรเป็น ไม้อัดโฟเมก้า เหล็ก หรืออลูมิเนียม มีน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง และทำความสะอาดง่าย
  • วัสดุพื้นเตียงส่วนใหญ่ทำมาจากแผ่นเหล็กตะแกรงเหล็ก สามารถรับน้ำหนักได้เยอะ และง่ายต่อการดูแลรักษา
  • วัสดุราวกั้นเตียง ควรเป็น เหล็ก อลูมิเนียม
  • เตียงไฟฟ้าควรมีพื้นล่างโปร่ง ระบายอากาศได้ดี
  • ตรวจสอบมอเตอร์ของเตียงไฟฟ้า 
  • ประเภทของกลไกปรับระดับซึ่งมีผลต่อราคา 
  • ตรวจสอบการดูแลหลังการขาย การรับประกันสินค้า เพราะเตียงไฟฟ้าหากเกิดปัญหาขึ้นภายหลังอะไหล่ส่วนใหญ่ไม่สามารถให้ร้านไฟฟ้าปกติเปลี่ยนให้ได้
  • หากมีโอกาสได้ทดลองเตียงไฟฟ้าจริงๆ ควรทดลองก่อนสั่งซื้อหรือศึกษาจากรีวิวก่อน
  • สินค้ามีราคาค่อนข้างสูงควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้าให้ดีก่อน

 

 เตียงไฟฟ้าแบบไหน? ปลอดภัย100% 

เตียงผู้ป่วยไฟฟ้า ได้รับมาตรฐานอย่างถูกต้อง เพราะเตียงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์และใช้กับผู้ป่วย เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความอ่อนไหวดังนั้นมาตรฐานของสินค้าสำคัญมาก

ขนาดของเตียง

  • เตียงนอนผู้ป่วยควรมีความกว้างตั้งแต่ 90-130 เซนติเมตร ความยาวขั้นต่ำคือ 200 เซนติเมตร และความสูงจากพื้นถึงเตียง 25-40 เซนติเมตร
  • เตียงมาตรฐานผู้ป่วยต้องเล็กแค่ 3ฟุต คล้ายกับเตียงนอนผ่าตัดต้องมีขนาดเล็กและกว้างน้อยที่สุดให้แพทย์เข้าทำการรักษาได้ง่าย เตียงผู้ป่วยถึงแม้จะไม่ได้เล็กเหมือนเตียงผ่าตัด แต่มีเหตุผลการออกแบบให้เป็น 3 ฟุตลักษณะเดียวกัน คือให้ผู้ดูแล สามารถดูแลผู้ป่วยได้สะดวก

ความสูงของเตียง

  • หากเตียงสูงเกินไป เวลาลุกนั่งบนเตียง ขาไม่ถึงพื้น อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจนบาดเจ็บได้ แต่ถ้าเตียงเตี้ยเกินไป ผู้ดูแลต้องคอยปรับเตียงให้ขาของผู้สูงอายุวางบนพื้นพอดี พร้อมสำหรับจะลุกยืน

 

โครงสร้างเตียง วัสดุของเตียงควรมีความแข็งแรง ไร้สนิม สังเกตุว่าเตียงรุ่นนั้นๆสามารถรับน้ำหนักได้กี่กิโลกรัม อาทิเช่น เตียงไฟฟ้ารับน้ำหนักได้สูงสุด 220 กิโลกรัม

ส่วนประกอบของเตียงไม่ควรมีช่องว่างกว้าง

  • ช่องว่างที่มีขนาดกว้างอาจก่ออันตรายต่อร่างกายผู้ป่วยได้ ซึ่งร่างกายส่วนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งคือ ศีรษะ คอ และลำตัว 

ล้อของเตียงไฟฟ้า 

  • ควรมีตัวล็อคเพื่อกันเตียงไหล

รีโมทสามารถล็อคได้

  • บางครอบครัวอาจมีเด็กเล็กๆอยู่ในบ้าน เมื่อเห็นเตียงไฟฟ้าหรือรีโมทอาจคิดว่าเป็นของเล่น เด็กๆอาจนำรีโมทไปกดเล่น ซึ่งอาจเกิดความวุ่นวายกับผู้ป่วยได้

ราวกั้นเตียง

  • ราวกั้นเตียงเป็นส่วนประกอบสำคัญกับเตียงนอนไฟฟ้ามากๆ เพราะราวกั้นจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุเช่น การนอนพลัดตกเตียง
  • ช่องว่างราวกั้นเตียงควรมีความกว้างไม่เกิน 12 เซนติเมตร
  • ช่วยเป็นที่พยุงตัวให้กับผู้สูงอายุและผู้ป่วย ทำให้ลุก-นั่งสะดวกมากขึ้น
 หลักการจัดวางเตียงผู้ป่วยให้เหมาะสม 
  • การวางเตียงควรต้องเว้นพื้นที่ว่างทั้ง 3 ด้าน คือด้านข้างและปลายเท้า โดยเว้นระยะประมาณข้างละ 90 เซนติเมตร เพื่อไว้วางของจำเป็น เช่น เก้าอี้ โต๊ะ รถเข็นวีลแชร์ และเพื่อให้ดูแลผู้ป่วยได้สะดวกมากขึ้น
  • ควรเลือกเตียงเป็นเตียงไม้ พื้นผิวเรียบ ขอบโค้งมน ไม่มีเหลี่ยมของไม้
  • ควรมีราวจับข้างเตียงและหัวเตียง เพื่อให้ผู้ป่วยพยุงตัวลุกขึ้นได้ การที่มีที่พยุงให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุจะทำให้ปลอดภัยมากกว่าผู้ดูแลพยุงเอง ไม่เสี่ยงต่อการพลัดตก

 

  • Sale!

    EB-35 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 3ไกร์

    99,000.00฿ 39,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    EB-55 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 5ไกร์ โครงโลหะกรุวัสดุไม้

    119,900.00฿ 59,900.00฿
    Add to cart
  • Sale!

    EB-77 เตียงไฟฟ้า 5ไกร์ Ultra-Low ต่ำพิเศษ กันตกเตียง

    139,900.00฿ 69,900.00฿
    Add to cart