แนะนำ..ผู้สูงอายุดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว

แนะนำ..ผู้สูงอายุดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว

กรมการแพทย์ แนะผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพในช่วงปลายฝนต้นหนาว อาจเจอโรคระบบทางเดินหายใจ ปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง และอาการปวดข้อ ที่อาจเกิดขึ้นได้

นายแพทย์ณัฐพงศ์  วงศ์วิวัฒน์  รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ผู้สูงอายุ สามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้เบื้องต้น โดยการรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ สวมใส่เสื้อผ้าที่มีความหนาเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็น ออกกำลังกายเป็นประจำ เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย รับประทานให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำอุ่นวันละ 6-8 แก้ว และนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอประมาณวันละ 7-9 ชั่วโมง และหากที่ผู้สูงอายุต้องการเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนร่วมกับครอบครัวในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น ควรเตรียมความพร้อมของร่างกาย ยาประจำที่ใช้ และยาที่จำเป็นให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

 

นายแพทย์สกานต์  บุนนาค  ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ควรคำนึงถึงสำหรับผู้สูงอายุในช่วงหน้าหนาว ได้แก่

1.โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดง่าย และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อ เป็นต้น ควรอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการได้รับเชื้อโรคจากผู้อื่น ถ้ามีอาการไอหรือมีไข้สูงเกิน 3 วันควรรีบไปพบแพทย์

2.ปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง ได้แก่ ผิวแห้ง ผื่นผิวหนังอักเสบและคัน โดยเฉพาะหน้าหนาวซึ่งอากาศแห้ง หากอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นจะยิ่งชะล้างไขมันที่ผิวหนังออกไปอีก ควรเลือกสบู่ชนิดที่ไม่ล้างไขมันออกมากเกินไป และอาจใช้สบู่ฟอกเป็นบางครั้ง หรือฟอกเฉพาะส่วนข้อพับแขนและขาหนีบก็เพียงพอ จากนั้นควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิวหลังอาบน้ำทุกครั้ง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง สำหรับผู้ที่ผิวแพ้ง่ายควรใช้โลชั่นประเภทที่ใช้กับผิวเด็กอ่อน และควรทาวันละหลายๆ ครั้ง ในกรณีที่มีปัญหาริมฝีปากแตก ไม่ควรเลียริมฝีปาก แนะนำให้ทาลิปสติกมันบ่อยๆ

3.โรคระบบไหลเวียนโลหิต เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ผู้สูงอายุจึงควรดูแลรักษาให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ ไม่รับประทานอาหารรสจัด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควรปรึกษาแพทย์เมื่อรู้สึกว่ามีอาการรุนแรงขึ้น  เช่น บวม รู้สึกเหนื่อยง่าย หรือเจ็บแน่นหน้าอก

4.อาการปวดข้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาปวดข้อเรื้อรัง อากาศที่หนาวเย็นอาจจะกระตุ้นให้โรคข้อเกิดการอักเสบขึ้นได้ เช่น โรคเก๊าต์ ดังนั้นการรักษาความอบอุ่นให้แก่ร่างกายจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

อย่างไรก็ตามลูกหลานมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ เพื่อให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง  ยิ่งไปกว่านั้นการดูแลเอาใจใส่ของลูกหลานยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี และถ้ายิ่งเรามีอุปกรณ์ดีๆที่จะช่วยให้ใช้ชีวิตของคนที่เรารักง่ายขึ้น อย่างเช่น รถเข็นไฟฟ้า หรือ รถเข็นธรรมดา ที่คอยช่วยอำนวยความสะดวก คืนอิสระให้แก่ท่านอีกครั้ง  รับรองว่า สุขภาพกายและสุขภาพด้านจิตใจดีขึ้นอีกเท่าตัวแน่นอนค่ะ

ที่มาของเนื้อหาสาระสำคัญ : กรมการแพทย์ , สสส.

ลูกค้าที่สนามบิน Lite1 รถเข็นน้ำหนักเบา 13.5 Kg.

ลูกค้าที่สนามบิน Lite1 รถเข็นน้ำหนักเบา 13.5 Kg.

วันนี้เราได้เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงราย และได้มีโอกาสไปพบกับลูกค้าของ Elife ที่น่ารักโดยบังเอิญระหว่างทางค่ะ


สินค้าที่ใช้ :  Lite1 รถเข็นไฟฟ้า แมกนีเซียม 13.5Kg
วันนี้เราได้มีโอกาสไปพบกับลูกค้าของเราระหว่างทาง ก็อดไม่ได้ที่จะขอเก็บภาพความน่ารักระหว่างเดินทาง มาฝากทุกท่านให้ได้รับชมค่ะ ลูกค้าท่านนี้กำลังเดินทางไปเที่ยวและรับลมหนาวที่ภาคเหนือ เดินทางโดยสายการบิน Air Asia และพกพารถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 ไปเป็นตัวช่วยในการเดินทางครั้งนี้ด้วยค่ะ เห็นคุณแม่ยิ้ม เราก็แฮปปี้ค่ะ



✔️ ✔️ หากกำลังมองหารถเข็นไฟฟ้าเพื่อเป็นตัวช่วยในการเดินทางไปท่องเที่ยว อย่าลืมคิดถึงร้านรถเข็น Elife #รถเข็นไฟฟ้าคุณภาพดีที่ลูกค้าเลือกใช้ #แม่ฉันต้องได้เที่ยว #แม่ฉันต้องสบาย #แม่ฉันต้องมีความสุขที่สุด

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ☎️02-415-4347, 095-348-0712
หรือชมสินค้าอื่นๆได้ที่ www.elifegear.com

คุณกิ๊ก รถเข็นไฟฟ้า Pw-301+ รถเข็นพับเก็บง่าย พกพาเดินทางไปต่างประเทศได้

คุณกิ๊ก รถเข็นไฟฟ้า Pw-301+ รถเข็นพับเก็บง่าย พกพาเดินทางไปต่างประเทศได้

    ขอขอบคุณพี่กิ๊ก 🙏🙏 ที่ไว้วางใจ เลือกใช้บริการเราเป็นครั้งที่ 2

 โดยคันแรกพี่กิ๊กเลือกใช้งานรถเข็นแบบ Manaul รุ่น Ew-120 โดยลักษณะเด่นโครงสร้างจะทำจากอลูมิเนียม ล้อหลังเป็นล้อใหญ่ คนนั่งสามารถหมุนล้อด้วยตัวเองได้ เมื่อได้ใช้งานแล้ว รู้สึกประทับใจในคุณภาพของสินค้า จึงเรียกใช้บริการร้านรถเข็น Elife เป็นครั้งที่ 2

 โดยครั้งนี้พี่กิ๊กได้เลือกรถเข็นนั่ง เป็นแบบไฟฟ้า เพื่อให้คนนั่งบังคับเองได้ด้วยตัวเอง ไปไหนมาไหนสะดวกสะบาย และให้นำรถเข้าไปให้เลือกถึง 2 รุ่นนั่นก็คือ ❗❗ รุ่น Pw-301+ และ รุ่น Pw-501 Prowheel (รุ่นดีที่สุด พับเก็บด้วยรีโมท) 


🌺🌺🌺 โดยให้ทางเรานำไปทดลองทั้ง 2 รุ่น และพี่กิ๊กได้เลือกรถเข็นไฟฟ้า รุ่น Pw-301+ เป็นรุ่นที่ขายดีตลอดกาล 😽😻 เนื่องจากมีน้ำหนักที่เบากว่า พับเก็บไม่ยาก คนดูแลมีแต่ผู้หญิง พี่กิ๊กสามารถยกเองได้ เพราะต้องใช้พกพาขึ้นเครื่องบินด้วย ถ้าหนักมากพี่กิ๊กก็ยกไม่ไหวค่ะ ✔✔✔
สินค้าที่ใช้ Pw-301+ รถเข็นไฟฟ้าเบาเพียง 18.5 Kg. พับเก็บง่าย 

#รถเข็นไฟฟ้า #รถเข็นขึ้นเครื่องบิน #รถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินได้ #รถนั่งไฟฟ้า #รถเข็นคนนั่งบังคับเอง #รถเข็นวิลล์แชร์ #วิลล์แชร์ไฟฟ้า #รถเข็นคนพิการ #รถเข็นผู้สูงอายุ #รถเข็นอีไลฟ์ #ร้านรถเข็นอีไลฟ์ #Elifegear #Elife
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ☎️02-415-4347, 095-348-0712
หรือชมสินค้าอื่นๆได้ที่ www.elifegear.com

คุณเมย์ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 น้ำหนักเบา 13.5 Kg.

คุณเมย์ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 น้ำหนักเบา 13.5 Kg.

                                                                                   ขอขอบคุณ 🙏🙏🙏  คุณเมย์ และครอบครัว ที่เลือกใช้งานรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 น้ำหนักเบาเพียง 13.5 Kg.


พี่เมย์บอกว่า เพราะพี่เป็นคนดูแล น้ำหนักของรถเข็นสำคัญมาก เพราะการยกขึ้น-ลง จากรถ พี่จะต้องยกคนเดียว ☺️😊✌️ ทางร้านเลยแนะนำรุ่นที่เหมาะสำหรับการใช้งานให้กับพี่เมย์ และให้พี่ผู้ใช้งานได้ทดลองขับ คุณสมบัติของรุ่นนี้ น้ำหนักเบา สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ ล้อทั้ง 4 ล้อเป็นล้อยางตัน ไม่ต้องเติมลม ให้รำคาญใจเลยค่ะ 
สินค้าที่ใช้ :  Lite1 รถเข็นไฟฟ้า แมกนีเซียม 13.5Kg

#รอยยิ้มของลูกค้าคือกำลังใจของเรา #รถเข็นไฟฟ้า #รถเข็นอีไลฟ์ #รถเข็นไฟฟ้าคุณภาพดี  #รถเข็นไฟฟ้าราคาถูก #รถเข็นวิลล์แชร์ #เก้าอี้นั่งไฟฟ้า #รถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินได้ #รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา #รถเข็นผู้สูงอายุ #รถเข็นผู้พิการ

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ☎️02-415-4347, 095-348-0712
หรือชมสินค้าอื่นๆได้ที่ www.elifegear.com

รู้ทันโรคซึมเศร้า

 

“โรคซึมเศร้า” เมื่อก่อนผู้คนอาจจะไม่ได้ใส่ใจโรคนี้มากเท่าไร เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว และมองว่าเป็นโรคของคนที่มีอาการทางจิต แต่จริง ๆ แล้ว ภาวะซึมเศร้ามันใกล้ตัวยิ่งกว่าที่คิดโดยเฉพาะผู้คนในสังคมเมือง    แล้วสาเหตุมันเกิดจากอะไร ปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้น และใครที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้ จะป้องกันหรือมีวิธีรักษาได้อย่างไร วันนี้เรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ไปพร้อม ๆ กันนะคะ

ภาวะซึมเศร้า คือการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ชนิดหนึ่ง อาการหลัก ๆ คือจะรู้สึกเบื่อหน่ายหรือเศร้า หรือทั้งสองอย่างโดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการกิน การนอน เรี่ยวแรง สมาธิรวมถึงความรู้สึกที่มีต่อตัวเอง การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ถ้าเป็นไม่มากอาจเข้าข่าย “ภาวะซึมเศร้า” แต่หากมีอาการมากและระยะเวลานานก็อาจพัฒนากลายเป็น “โรคซึมเศร้า” ซึ่งจะทำให้ไม่มีความสุขในชีวิต   ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ไม่ดีเหมือนเดิมและบางรายที่รู้สึกท้อแท้หรือหมดหวัง อาจส่งผลรุนแรงถึงขั้นไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

ทำไม ? ถึงซึมเศร้า

สาเหตุของโรคซึมเศร้านั้น เชื่อกันว่าสัมพันธ์กับหลาย ๆ ปัจจัยทั้งจากด้านกรรมพันธุ์ การพลัดพรากจากพ่อแม่ในวัยเด็ก พัฒนาการของจิตใจ รวมถึงปัจจัยทางชีวภาพ เช่น การเปลี่ยนแปลงของระดับสารเคมีในสมองบางตัวเป็นต้น ปัจจัยสำคัญ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคซึมเศร้าได้แก่

  • กรรมพันธุ์ พบว่ากรรมพันธุ์มีส่วนเกี่ยวข้องสูงในโรคซึมเศร้าโดยเฉพาะในกรณีของผู้ที่มีอาการเป็นซ้ำหลาย ๆ ครั้ง
  • สารเคมีในสมอง พบว่าระบบสารเคมีในสมองของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติอย่างชัดเจน โดยมีสารที่สำคัญได้แก่ ซีโรโทนิน (serotonin) และนอร์เอพิเนฟริน (norepinephrine) ลดต่ำลง รวมทั้งอาจมีความผิดปกติของเซลล์รับสื่อเคมีเหล่านี้ ปัจจุบันเชื่อว่าเป็นความบกพร่องในการควบคุมประสานงานร่วมกัน มากกว่าเป็นความผิดปกติที่ระบบใดระบบหนึ่ง ยาแก้ซึมเศร้าที่ใช้กันนั้นก็ออกฤทธิ์โดยการไปปรับสมดุลย์ของระบบสารเคมีเหล่านี้
  • ลักษณะนิสัย บางคนมีแนวคิดที่ทำให้ตนเองซึมเศร้า เช่น มองตนเองในแง่ลบ มองอดีตเห็นแต่ความบกพร่องของตนเอง หรือมองโลกในแง่ร้าย เป็นต้น บุคคลเหล่านี้เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดัน เช่น ตกงาน หย่าร้าง ถูกทอดทิ้งก็มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการซึมเศร้าได้ง่าย ซึ่งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสมอาการอาจมากจนกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้

 

 

 

โรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นในผู้ชาย

ว่ากันว่าจำนวนของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่เป็นผู้ชายจะพบได้น้อยกว่าผู้หญิง แต่น่าแปลกที่อัตราการฆ่าตัวตายในผู้ชายมีมากกว่า ซึ่งเมื่อเพศชายป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแล้ว โอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจก็มีสูงมาก ส่วนใหญ่มักใช้ยาเสพติดและเครื่องที่มีแอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยแก้ปัญหาภาวะซึมเศร้านั้น

โรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นในผู้หญิง

ซึ่งในผู้หญิงนั้นเป็นโรคซึมเศร้าในจำนวนที่มากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนอาทิ มีประจำเดือน , การตั้งครรภ์ , ภาวะหลังคลอด หรือการเข้าสู่วัยทอง อีกทั้งในชีวิตของพวกเขายังจะต้องรับผิดชอบในหลาย ๆ อย่าง ทั้งในบ้านและนอกบ้านทำให้เกิดความเครียด

 

โรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นในเด็ก

ไม่ใช่แค่วัยผู้ใหญ่เท่านั้นที่เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า แต่ในเด็กโอกาสที่จะเกิดโรคนี้ก็มีเช่นกัน อาการที่สังเกตเห็นได้ในเด็กเล็กอาทิ ไม่ไปโรงเรียน , แกล้งทำเป็นป่วย , ติดพ่อแม่ หรือเป็นกังวลกลัวว่าพ่อแม่จะเสียชีวิตส่วนในเด็กโตก็จะมีอาการเงียบ ไม่ยอมพูดยอมจา , มักมีปัญหาที่โรงเรียน , มองโลกในแง่ร้าย

 

 

โรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุ

แล้วการเข้าสู่วัยทองนั้นมักทำให้อารมณ์ผกผันไม่เป็นปกติ ซึ่งคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นเรื่องธรรมดาของคนวัยนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วกลับไม่ใช่เสียทั้งหมด เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่จะแสดงอาการออกทางกายซะมาก  โดยตัวยาที่ใช้ก็จะมีผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการของโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน หากส่งตัวเข้ารับการวินิจฉัยและรักษา ก็จะทำให้การใช้ชีวิตของผู้ป่วยในวัยนี้มีความสุขอย่างแน่นอน

วิธีรับมือ “โรคซึมเศร้า”

  1. หัดยอมรับตัวเอง ฝึกสำรวจตัวเอง เรียนรู้ รู้จักตัวเองมากขึ้นและฝึกยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็นทั้งข้อดีและข้อเสีย เพื่อที่จะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ที่ทำให้ผิดหวังเสียใจได้ รู้จักขอบคุณตัวเอง และแสดงความภาคภูมิใจในตัวเองอยู่เสมอ เมื่อได้ลงมือทำในสิ่งที่ดี ชีวิตมีขึ้นมีลงแค่รับมือกับมันได้ตัวคุณก็จะเบาสบายขึ้น
  2. หัวเราะเยอะ ๆ เมื่อรู้สึกทุกข์ ควรพาตัวเองอยู่กับสิ่งที่ทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน เช่น ดูภาพยนตร์ตลก หรืออ่านเรื่องขำขัน หรือพูดคุยกับเพื่อน ๆ ในเรื่องขบขันสนุกสนาน เพื่อช่วยคลายเครียด ช่วยคลายความทุกข์ในใจได้ดีทีเดียว
  3. ระบายความรู้สึก ควรเรียนรู้ที่จะหาวิธีปลดปล่อยความรู้สึกเศร้า โกรธ ผิดหวัง หรือเสียใจออกมา เพราะอาการซึมเศร้ามักเกิดจากการเก็บกดอารมณ์ความรู้สึกไว้ เราทำได้โดยการพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ ตะโกนหรือร้องไห้ออกมาดังๆ หรือเขียนความรู้สึกลงในสมุดบันทึก
  4. ออกกำลังกาย เพราะการออกกำลังกายช่วยต้านโรคซึมเศร้าได้ เนื่องจากการออกกำลังกายช่วยเพิ่มระดับสารเคมีเซโรโทนินในสมอง รวมถึงเพิ่มการหลั่งสารเอนดอร์ฟีนที่ช่วยทำให้ผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้น แถมยังช่วยให้สุขภาพด้านอื่น ๆ ดีขึ้นด้วย โดยการออกกำลังกายที่ดีต่อทั้งสุขภาพกายและใจนี้ หากการปรับพฤติกรรมการกินควบคู่ไปกับการออกกำลังกายเป็นประจำ ก็ยิ่งส่งผลดีต่อสุขภาพใจและ ป้องกันโรคซึมเศร้า ไม่ให้มากล้ำกรายคุณได้ ไม่ว่าจะเป็น การว่ายน้ำ การวิ่ง ยกน้ำหนัก หรือเล่นกีฬาที่ชอบ หรือเพียงแค่ขยับร่างกายด้วยการทำงานบ้านเป็นประจำก็ส่งผลดีกับสุขภาพกายและใจแล้ว ควรออกกำลังกายในแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 30 นาที และในหนึ่งสัปดาห์มีเวลารวมในการออกกำลังกายไม่ต่ำกว่า 150 นาที อย่างไรก็ตามแค่เริ่มออกกำลังกายครั้งแรก คุณก็จะสัมผัสได้แล้วว่าอารมณ์จะค่อยๆ เปลี่ยนไปในทางดีขึ้น
  5. ทำงานอดิเรคหากมีเรื่องเครียด ๆ หรือเรื่องที่ทำให้เศร้าอยู่นาน ต้องพยายามสะบัดความรู้สึกเหล่านั้นออกไป แล้วไปหาอะไรทำที่สร้างสรรค์ ฝึกสมาธิ อย่างการทำงานอดิเรกก็ช่วยได้ เช่น ปลูกต้นไม้ วาดรูป ระบายสี ทำอาหาร เย็บปักถักร้อย เป็นต้น
  6. ให้ความสำคัญกับการพักผ่อนมากขึ้น แนะนำให้เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่าง ลดปริมาณการดื่มกาแฟให้น้อยลง กำหนดเวลาการเข้านอนไม่ให้ดึกจนเกินไปในแต่ละวัน และตั้งนาฬิกาปลุกให้ตื่นในตอนเช้าในเวลาเดียวกันทุกเช้าให้ได้ หากคุณมีปัญหานอนไม่หลับ และนอนไม่หลับเกิน 20 นาที ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องข่มตาให้นอนหลับ ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเบาๆ ที่สามารถทำได้โดยเปิดไฟสลัวๆ จนกระทั่งร่างกายคุณง่วงและนอนหลับไปเองจะดีที่สุด
  7. ระบายออกบ้าง ขอความช่วยเหลือบ้าง แม้ว่าเราจะถูกบอกเสมอว่า ต้องเข้มแข็ง ต้องอดทน แต่นั่นก็ไม่ใช่คำแนะนำสุดท้ายที่ต้องเชื่อถ้าคุณรู้สึกไม่ไหวแล้ว ฉันไม่อยากสู้แล้ว จงเชื่อในเสียงที่ออกมาจากใจตัวเอง ปล่อยวางเรื่องหนักๆ แล้วหาคนข้างกายที่คุณรัก ไว้ใจได้ ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว หรือเพื่อน เพื่อระบายความรู้สึกอัดอั้นนั้น หรือแม้กระทั่งเพื่อขอความช่วยเหลือจากเขาเหล่านั้น ทั้งในรูปแบบของการแนะนำ การเป็นที่ปรึกษา ไปจนถึงการเป็นเพื่อนพาไปหาผู้เชี่ยวชาญหรือจิตแพทย์ที่จะช่วยทำให้คุณสบายใจขึ้น
  8. ออกไปที่ยว การเดินทางท่องเที่ยวถือเป็น “ยาดี” สำหรับคนที่มีภาวะซึมเศร้า เพราะเป็นการหนีห่างจากสิ่งแวดล้อมเดิม ๆ ที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยหน่าย เศร้า เบื่อ ฯลฯ เปลี่ยนไปสู่สิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ที่สดใสทำให้มีพลังมากขึ้น ได้พบเห็นสิ่งใหม่ ๆ วัฒนธรรมใหม่ ๆ ผู้คนใหม่ ๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผ่อนคลายความเครียด และคลายความเศร้าได้ดีเช่นกัน สำหรับผู้สูงอายุที่อาจจะเดินทางไม่คล่องตัวสามารถใช้ตัวช่วยอย่างรถเข็นไฟฟ้าที่น้ำหนักไม่มากในการเดินทางไปด้วยได้ >> อย่างรุ่น Lite1 หรือรุ่น PW301Plus

 

โรคซึมเศร้านั้นไม่ได้มีสาเหตุมาจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเท่านั้น เหมือนกับการป่วยเป็นไข้หวัดก็มักเกิดจากร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนน้อย ไม่ได้ออกกำลังกาย ขาดสารอาหาร ถูกฝน อากาศเย็น ร่วมกับการได้รับเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัด ถ้าเราแข็งแรงดีแม้จะได้รับเชื้อหวัดก็ไม่เป็นอะไร ในทำนองเดียวกันถ้าร่างกายเราอ่อนแอ แต่ไม่ได้รับเชื้อหวัดก็ไม่เกิดอาการ  ซึ่งการเริ่มเกิดอาการของโรคซึมเศร้านั้นมักมีปัจจัยกระตุ้นมากบ้างน้อยบ้าง อย่างไรก็ตามการมีสาเหตุที่เห็นชัดว่ามาจากความกดดันด้านจิตใจนี้ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาของคนเราไม่ว่าจะรุนแรงแค่ไหน การพิจารณาว่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นผิดปกติหรือไม่ เราดูจากการมีอาการต่าง ๆ และความรุนแรงของอาการเป็นหลัก ผู้ที่มีอาการเข้ากับเกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้านั้น บ่งถึงภาวะของความผิดปกติที่จำต้องได้รับการช่วยเหลือ

 

ถ้าคนใกล้หรือคนในครอบครัวเกิดเป็นโรคซึมเศร้าขึ้นมา สิ่งที่จะทำได้อันดับต้น ๆ คือความเข้าใจและคอยพูดคุย ให้คำปรึกษา พาไปทำกิจกรรมต่าง ๆ และพึงระลึกไว้ว่า “มันเป็นส่วนหนึ่งของอาการของโรค และจะหายไปเมื่ออาการของโรคดีขึ้น”