fbpx

รีวิวสัญญาณขอความช่วยเหลือ SmartCall อุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย,ผู้สูงอายุ

รีวิวสัญญาณขอความช่วยเหลือ SmartCall อุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย,ผู้สูงอายุ

ในปัจจุบันอุบัติเหตุในผู้สูงอายุมีเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น การพลัดตก หกล้ม การสะดุด ลื่นในห้องน้ำ บางเคสอาจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบ้าง แต่ก็มีบางคนที่บาดเจ็บร้ายแรงถึงขั้นไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งอุบัติเหตุนั้นอาจเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่คาดคิดหรือในเวลานั้นผู้สูงอายุไม่มีคนดูแลอยู่ด้วย วันนี้อีไลฟ์มีอุปกรณ์เสริมตัวพิเศษที่จะทำให้ระยะห่างของผู้ดูแลกับผู้ป่วยไม่น่ากลัวอีกต่อไป

 

อุปกรณ์ที่ว่าก็คือ Smartcall หรือสัญญาณขอความช่วยเหลือแบบพกพาได้นั้นเอง มาดูกันค่ะว่าตัวสมาร์ทคอลเนี่ยประกอบด้วยอะไรบ้าง

เซตSmartcall
  • กล่องควบคุมสัญญาณไฟ มีหน้าที่ควบคุมระบบไฟฟ้าทั้งหมดและเป็นตัวที่ให้เสียงสัญญาณซึ่งตัวนี้ต้องอยู่ติดกับผู้ดูแลหรือวางตำแหน่งใดก็ได้ที่ผู้ดูแลต้องการ
  • รีโมทคอนโทรล มีหน้าที่กดเพื่อเปิดเรียกสัญญาณฉุกเฉินให้ดังขึ้นซึ่งเข้าใจง่ายๆก็คือมีไว้ให้ผู้ป่วยกดเรียกผู้ดูแลนั้นเอง
  • อะแดปเตอร์ มีหน้าที่ชาร์จแบตตัวกล่องควบคุมไฟฟ้า

ความพิเศษของตัวนี้ก็คือ

  • ไม่ต้องเสียบปลั๊กค้างไว้มีแบตเตอรีในตัว หรือหากสะดวกจะชาร์จไฟตลอดเวลาก็ทำได้เช่นกัน
  • ตัวกล่องควบคุมไฟสามารถรองรับระยะห่างจากผู้ป่วยได้ถึงตึก 5 ชั้น หรือ 2-5 กิโลเมตร คือผู้ดูแลสามารถวางส่วนไหนของบ้านก็ได้นั้นเอง
  • เสียงดัง ชัด ทำหน้าที่เป็นสัญญาณฉุกเฉินได้ดี
  •  มีแสงไฟกระพริบ อันนี้จะเป็นข้อดีในเวลากลางคืน
  •  ตัวรีโมทมีขนาดเล็กกระทัดรัดสามารถติดไว้กับรีโมทเตียงไฟฟ้า โคมไฟ อุปกรณ์ในห้องน้ำหรือส่วนใดก็ได้ที่ผู้ป่วยสามารถกดใช้งานได้ง่ายที่สุด

ทำไม ? ต้องใช้ Smartcall

  • คิดง่ายๆนะคะว่าสมมติคุณยายลื่นล้มในห้องน้ำแล้วเราเนี่ยก็ทำกิจกรรมอยู่นอกบ้าน แล้วถ้ารอให้คุณยายตะโกนเรียกอย่างเดียวเนี่ยคุณยายคงไม่โอเค นอกจากท่านจะบาดเจ็บอยู่คงไม่สามารถออกแรงเพื่อขอความช่วยเหลือได้และกว่าเราจะได้ยิน อาจจะเข้าไปช่วยเหลือไม่ทันแล้วก็ได้ ตัว Smartcall เนี่ยสะดวกที่เราสามารถนำไปวางส่วนไหนก็ได้ เสียงค่อนข้างดัง คุณยายไม่ต้องออกแรงตะโกนให้เสียกำลังและเราก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือท่านได้ทันที
  •  คนดูแลมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น เพราะการดูแลคนป่วยต้องการความใกล้เป็นพิเศษแต่การให้คนดูแลนั่งเฝ้าตลอดเวลาอาจจะสร้างความลำบากไป เพราะผู้ดูอาจจะมีภาระหน้าที่อย่างอื่นที่ต้องทำด้วยไม่ว่าจะเป็นการทำงานบ้านต่างๆ ที่ต้องคลาดสายตากับผู้ป่วยดังนั้นการมีสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินก็สามารถช่วยทำให้ระยะห่างเหล่านั้นเข้าถึงกันง่ายมากขึ้น คนดูแลก็จะมีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้นอีกด้วย
  • ช่วยให้เพื่อบ้านสามารถได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือในขณะที่ผู้ดูแลไม่อยู่ บางครั้งการผู้ป่วยใช้สมาร์ทโฟนโทรเรียกคนดูแลก็จะมีความซับซ้อนมากไป ไม่เหมาะกับเวลาฉุกเฉิน การกดสัญญาณ Smartcall สามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้เช่นกัน

ข้อดีและข้อเสีย

  • ข้อดีคือ : พกพาสะดวก ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อนผู้ใช้งานสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง เสียงดังฟังชัดสามารถวางในรัศมีไกลๆได้ ตอบโจทย์สำหรับเป็นอุปกรณ์เสริมดูแลผู้ป่วย
  • ช้อเสียคือ : เสียงอาจจะฟังดูน่าตกใจ

การดูแลรักษา

  • เพราะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องหลีกเลี่ยงน้ำและความชื้น

 


เตียงไฟฟ้าต่างจากเตียงนอนธรรมดาอย่างไร ?

เตียงไฟฟ้าต่างจากเตียงธรรมดายังไง

เตียงนอนเป็นเครื่องเรือน...ที่สำคัญกับมนุษย์เรามากไม่ว่าจะช่วงวัยไหน ประโยชน์ใช้สอยเพื่อรองรับสรีระในขณะนอนหลับพักผ่อน เมื่อมีเตียงนอนที่ดีก็จะทำให้การนอนหลับพักผ่อนแต่ละคืนมีประสิทธิภาพส่งผลดีกับร่างกายให้มีการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ การนอนหลับที่เพียงพอสำคัญกับร่างกายไม่ว่าจะช่วงอายุใดก็ตาม เพราะขณะที่นอนหลับพักผ่อนร่างกายจะเริ่มซ่อมแซมในส่วนที่สึกหลอ ลดความดันโลหิต ส่งผลกับอารมณ์ในตอนเช้า

เตียงนอนธรรมดา
เตียงนอนธรรมดา

ปัจจุบันเตียงมีหลากหลายประเภท…ให้เลือกใช้งาน ทั้งเรื่องขนาด ดีไซน์ความสวยงาม วัสดุ แบรนด์ สามารถเลือกสรรได้ความพึงพอใจและตามการใช้งาน  โดยปกติเตียงนอนสามารถเข้าได้กับผู้คนทุกเพศและอาจจะทุกวัย แต่สำหรับผู้สูงอายุการเลือกใช้งานเตียงนอนเริ่มจะมีข้อจำกัดมากกว่าคนทั่วไป เพราะต้องมีเรื่องช่วยการเคลื่อนไหว ย้ายตัว และความปลอดภัยเข้ามาเกี่ยวข้อง

หากพูดถึงเรื่องเตียงนอนที่สามารถช่วยในเรื่องการเคลื่อนไหวก็จะต้องเป็นเตียงที่สามารถปรับระดับต่างๆได้ เราต่างจะต้องนึกถึงเตียงผู้ป่วยที่อยู่ในโรงพยาบาล มีชื่อเรียกทั่วไปว่า “เตียงไฟฟ้า” คนส่วนใหญ่มักไม่ถูกใจหากจะต้องนำไปวางในบ้าน แต่ในปัจจุบันเตียงไฟฟ้าที่ว่ามีหลากหลายดีไซน์มากขึ้น สวยงาม แทบจะเหมือนเตียงนอนทั่วไปเลยทีเดียว เรามาดูกันว่าเตียงไฟฟ้ามีความแตกต่างจากเตียงธรรมดาอย่างไร ? และสามารถช่วยอะไรผู้สูงอายุได้บ้าง ?

เตียงไฟฟ้ามีความแตกต่างจากเตียงธรรมดาอย่างไร ?
เตียงธรรมดา เตียงไฟฟ้า
เป็นเฟอร์นิเจอร์อำนวยความสะดวก เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ทางการแพทย์ ที่ต้องผ่านการรับรองเท่านั้น
หาซื้อได้ตามร้านเฟอร์นิเจอร์ชั้นนำทั่วไป หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์การแพทย์เท่านั้น
ราคาเริ่ม 5000-200,000++ แล้วแต่แบรนด์ วัสดุ ราคาเริ่มต้น 15,000-200,000 (ขึ้นอยู่กับคุณภาพมอเตอร์ วัสดุ)
เหมาะสำหรับคนทั่วไป เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง
ใช้งานนอนหลับพักผ่อนทั่วไป ไม่มีการบังคับใดๆทั้งสิ้น สามารถปรับระดับต่างๆด้วยรีโมทไฟฟ้า ควบคุมระบบโดยมอเตอร์ไฟฟ้า
มีหลากหลายขนาด ดีไซน์ให้เลือกใช้งาน สวยงาม ส่วนใหญ่เป็นขนาด 3 ฟุต ดีไซน์มีให้เลือกเยอะ

คุณอาจจะยังไม่ทราบว่า “เตียงไฟฟ้าหรือเตียงนอนปรับไฟฟ้า” จัดเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องผ่านการรับรองเท่านั้น เพราะเป็นเครื่องใช้ที่ออกแบบพิเศษมาเพื่อผู้ป่วย ผู้สูงอายุโดยเฉพาะ เตียงชนิดนี้จะเป็นเตียงนอนที่เพิ่มฟังก์ชันการปรับระดับต่างๆโดยระบบไฟฟ้าเข้ามาเกี่ยวข้องเพื่อให้ความสะดวกกับผู้ป่วยในการเคลื่อนย้ายร่างกายและผู้ดูแล

สิ่งที่เตียงไฟฟ้ามีส่วนประกอบต่างจากเตียงนอนธรรมดาคือ…

  • มอเตอร์ที่ควบคุมการทำงาน
  • รีโมทคอนโทรลสำหรับการสั่งงาน
  • อุปกรณ์เสริมจำพวกบาร์พยุง
  • ที่นอนป้องกันแผลกดทับ
  • ราวกั้นกันผู้ป่วยตกเตียง
  • ไฟใต้เตียง
  • อุปกรณ์ฉุกเฉินสำหรับเรียกผู้ดูแล

ทำไม ? ผู้สูงอายุและผู้ป่วยต้องใช้เตียงนอนไฟฟ้า

  • ป้องกันการพลัดหล่นออกจากเตียง เพราะมีราวกั้นและประโยชน์ของราวกั้นก็คือเป็นที่ยึดพยุงตัวทำให้ผู้สูงอายุไม่ล้ม
  • ลดการสะดุด หกล้มในเวลากลางคืน เพราะมีแสงสว่างจากไฟใต้เตียง
  • ทำให้การลุกขึ้นทรงตัวมั่นคง เพราะการปรับระดับสูง-ต่ำผู้สูงอายุสามารถปรับให้อยู่ในระดับที่พอดีกับสรีระ ทำให้เท้าถึงพื้นได้อย่างมั่นคง
  • ช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้นทำให้รู้สึกมีค่าในตัวเอง ผู้สูงอายุสามารถปรับระดับลุกนั่งอ่านหนังสือ ทานข้าว ดูหนัง
  • ลดการเคลื่อนไหวที่อาจทำให้ผู้สูงวัยปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือเกิดอาการบาดเจ็บจากการฝืนออกแรงมากเกินไปเพื่อลุกขึ้นนั่ง หรือเปลี่ยนอิริยาบถอื่นๆ
  • ให้ความสะดวกกับผู้ดูแลในการเปลี่ยนแพมเพิส การทำความสะอาดร่างกายในกรณีผู้ใช้งานเป็นผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ป่วยพักฟื้นหลังผ่าตัด
ผู้สูงอายุปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน

จริงๆแล้วเตียงไฟฟ้า นิยมใช้งานมานานแล้วในบ้านผู้สูงอายุของประเทศญี่ปุ่น เพราะดีไซน์ที่เปลี่ยนจากโครงสีขาวเหมือนโรงพยาบาลมาเป็นโครงกรุไม้ที่หน้าตาเป็นมิตรกับบ้าน ดูอบอุ่นมากขึ้น การดีไซน์แบบนี้ส่งผลกับความรู้สึกผู้ใช้งานทำให้เขาเห็นค่าในตัวเองมากขึ้น ไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนป่วย แถมยังสร้างวิสัยทัศน์ที่ดีในบ้านและคนในครอบครัว

ตัวอย่างห้องนอนบ้านผู้สูงอายุในญี่ปุ่น
ทริคการเลือกเตียงไฟฟ้า

สรุป

เตียงนอนธรรมดาเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยแต่อาจจะยังไม่ตอบโจทย์เรื่องความปลอดภัยหากคนใช้งานเป็นผู้สูงอายุหรือผู้ป่วย ด้วยเรื่องที่เป็นอุปกรณ์การแพทย์และประสิทธิภาพการทำงานที่เตียงไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยโดยเฉพาะ แต่ข้อเสียก็คือเตียงไฟฟ้าไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านทั่วไปต้องซื้อผ่านร้านขายยาหรือร้านที่นำเข้าอุปกรณ์การแพทย์แบบนี้โดยเฉพาะ และดีไซน์ที่ยังมีให้เลือกน้อยแบบ สุดท้ายจริงๆแล้วการที่ผู้สูงอายุเกิดอุบัติเหตุไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เตียงไฟฟ้าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าถ้าเทียบกับที่สามารถป้องกันอุบัติเหตุ พลัด ตกหกล้มต่างๆได้ มาดูแลคนที่คุณรักให้มีความสุขในทุกๆวันกันค่ะ

ตัวอย่างเตียงนอนไฟฟ้าในไทย

รีวิวอุปกรณ์เสริมไฟใต้เตียง Smart Care สำหรับดูแลผู้สูงอายุ

รีวิวอุปกรณ์เสริมไฟใต้เตียง Smart Care สำหรับดูแลผู้สูงอายุ

วันนี้อีไลฟ์จะมาแนะนำอุปกรณ์เสริมสำหรับเตียงไฟฟ้าที่จะป้องกันอุบัติเหตุให้กับผู้สูงอายุ ปลอดภัยแล้วช่วยเหลือตัวเองมากยิ่งขึ้น นั้นก็คือ SmartCare สมาร์ทคืออะไร ? สมาร์ทแคร์คือไฟเสริมใต้เตียงเพื่อส่องแสงสว่างในเวลากลางคืนนั้นเอง

ไฟสามารถหรี่ได้ตามความต้องการ

จุดเด่น

  • สามารถหมุนปรับหรี่ไฟได้ตามต้องการ ไม่ฟิกระดับ
  • สามารถเปิด-ปิดใช้งานได้โดยไม่ต้องลุกออกจากเตียง
  • ใช้งานไม่ซับซ้อน คนใช้งานสามารถควบคุมเองได้
  • สีไฟเป็น Warm light ไม่แสบตา ไม่รบกวนสมาชิกในครอบครัว
  • มีไฟจำนวน 6 ดวงรอบตัวเตียง
  • มี USB Power Socket เสริมให้ 2 ช่อง รองรับ Fast Charge สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้า USB ได้ทุกประเภท
  • กล่องไฟมีขนาดเล็กกระทัด ไม่กินพื้นที่รอบๆ
  • หากไม่ใช้งานสามารถถอดปลั๊กออกได้
  • หากไม่ใช้งานสามารถถอดเก็บได้โดยไม่ส่งผลเสียกับการใช้งาน

ลักษณะกล่องSmartcareที่ติดกับตัวเตียง
Warm light แบบนี้จำวน 6 ดวง

ลักษณะของสมาร์ทแคร์

  • เป็นกล่องไฟสีเหลี่ยมขนาด 5*4 นิ้ว ด้านบนมีปุ่มหมุนสำหรับเปิด-ปิด หรี่ไฟ ด้านหลังจะเป็นปลั๊กไฟสำหรับเสียบใช้งาน
  • ถัดมาจะเป็นช่อง USB จำนวน 2 ช่อง หากไม่ใช้งานสามารถปิดได้
  • Warm light รอบตัวเตียงจำนวน 6 ดวง
เปิด-ปิด หรี่ไฟโดยการหมุน

วิธีการใช้งาน

  • เมื่อติดตั้งการใช้งานเรียบร้อยแล้วสามารถเสียบปลั๊กใช้งานได้ทันที
  • หมุนไปทางซ้ายเพื่อเปิดไฟ ไฟก็จะค่อยสว่างขึ้นตามระยะที่ผู้ใช้งานหมุน
  • หมุนกลับเพื่อลดระดับไฟไปจนถึงการปิดไฟ
  • USB Power Socket ที่อยู่ในกล่องสามารถใช้งานพร้อมกันได้
ภาพหรี่ไฟน้อยที่สุด
หรี่ไฟสว่างมากที่สุด

เมื่อทดลองการใช้งาน 

  • สิ่งแรกเลยทำให้เตียงดูสวยงามมากขึ้น เพราะไฟสีวอร์มเข้ากันพอดีกับเนื้อไม้ของเตียง
  • การให้แสงสว่างค่อนข้างดี สว่างเพียงพอต่อการเดินไปห้องน้ำ หยิบของ มองเห็นสิ่งกีดขวาง
  • ทดลองเปิดทิ้งไว้ทั้งคืนโดยหรี่ระดับไฟให้อยู่ปานกลาง ให้อารมณ์เหมือนโคมไฟแต่โคมไฟจะอยู่ใกล้สายตามากกว่า
  • ตัว USB สามารถใช้งานได้ ชาร์จแบตโทรศัพท์เต็มค่อนข้างเร็ว
  • ส่วนตัวคิดว่าผู้สูงอายุน่าจะแฮปปี้ เพราะไฟก็ไม่ได้มีสีสว่างจ้ามาก และเขาสามารถปรับระดับไฟเองได้ไม่ต้องลุกจากเตียง
แสงไฟเมื่อมองบนพื้น
สีไฟดูอบอุ่น

อายุการใช้งาน

  • สามารถใช้งานได้ 2-5 ปี

การดูแลรักษา

  • หลีกเลี่ยงจากความชื้นและการสัมผัสน้ำโดยตรง

สรุป

ถ้าถามว่าไฟใต้เตียงมีประโยชน์ยังไงกับผู้สูงอายุ หลักๆเลยให้ความปลอดภัยค่ะเพราะสายตาของผู้สูงอายุคงมองได้ไม่ชัดเท่าสายตาคนที่อายุน้อยแล้ว(ขนาดเรายังมองไม่ค่อยชัดเลย) แสงสว่างจะทำให้เขามองเห็นอะไรได้ชัดเจนมากขึ้นส่งผลให้ช่วยเหลือตัวเองได้ด้วย เช่นการเข้าห้องน้ำในเวลากลางคืน ปัญหาผู้สูงอายุปัสสาวะบ่อยทุกคนคงได้เจอ การหยิบใช้ของหรือยาในเวลากลางคืนซึ่งบางครั้งเขาอาจไม่อยากปลุกคุณ 5 นาทีเพียงเพื่อมาหยิบยาหม่องให้เขา ดังนั้นไฟเป็นสิ่งสำคัญค่ะ ถึงไม่มีไฟใต้เตียงก็ควรมีไฟหัวเตียง โคมไฟ ไฟสลัวๆติดไว้ในห้องผู้สูงอายุด้วยนะคะ


ไฟใต้เตียงดีกว่าไฟธรรมดาอย่างไร ? (ไฟกลางคืนสำหรับผู้สูงอายุ)

ไฟใต้เตียงดีกว่าไฟธรรมดาอย่างไร ? (ไฟกลางคืนสำหรับผู้สูงอายุ)

ปัจจุบันปัญหาเรื่องการมองเห็นเป็นปัญหาต้นๆที่ผู้สูงอายุทุกคนต้องเจอ ไม่ว่าจะเกิดจากโรคทางสายตา เช่น สายตายาว โรคต้อกระจก หรือปัญหาที่มีผลมากจากใช้ยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอนทำให้ ผู้สูงอายุมองเห็นไม่ชัด สายตาพล่ามัว ยิ่งในเวลากลางคืนเมื่อมีแสงสว่างไม่เพียงพอยิ่งเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุพลัด ตก หกล้มที่ไม่คาดคิดได้ แสงสว่างจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุมองเห็น สิ่งกีดขวาง ทางต่างระดับหรือเส้นทางที่ต้องการไปได้ชัดเจนมากขึ้นหรือจะเรียกได้ว่าผู้สูงอายุต้องอยู่คู่กับแสงสว่างนั้นเอง

ปัจจุบันผู้คนมีการให้ความสำคัญเรื่องติดไฟสำหรับผู้สูงอายุมากขึ้น มีหลายๆบริษัทที่เพิ่มไฟไว้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าว่าจะเป็น ไฟตรงขั้นบันได โคมไฟ ไฟติดผนังส่องทางเดิน หรือที่ใกล้ที่สุดคือไฟใต้เตียงผู้สูงอายุเอง ซึ่งระบบไฟนี้สามารถทำงานได้หลากหลายแบบเช่น ทำงานผ่านเซนเซอร์ การเปิด-ปิดโดยผู้ดูแลเป็นต้น

แบบจำลองห้องผู้สูงอายุของ SCG
ผู้สูงอายุปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน

โดยสาเหตุหลักที่ห้องนอนผู้สูงอายุต้องมีไฟหรือแสงสว่างในเวลากลางคืน เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาจจะปัสสาวะบ่อยหรือจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำในเวลากลางคืน ซึ่งในเวลานั้นผู้ดูแลอาจจะนอนหลับอยู่ ดังนั้นการที่เขาสามารถเปิดใช้งานไฟได้ด้วยตัวเองหรือมีแสงสว่างอยู่ตลอดคืน จะทำให้เขาสามารถเขาห้องน้ำได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรบกวนผู้ดูแลและสามารถป้องกันการสะดุดล้ม และไฟจำพวกนี้ส่วนใหญ่เป็น Warm light เป็นสีที่เป็นมิตรกับการนอนไม่แสบตาหรือรบกวนเวลานอน มักออกแบบอยู่ในรูปแบบไฟใต้เตียง ไฟบันได นั่นเอง

ระหว่างไฟห้องธรรมดากับไฟใต้เตียงแบบไหนเหมาะสมกับผู้สูงอายุมากกว่า ?
  • ไฟธรรมดาไม่ว่าจะเป็นไฟห้อง ไฟฉาย ไฟหัวเตียง แสงไฟจากโทรศัพท์ สามารถให้แสงสว่างได้ แต่อาจจะเหมาะสมกับคนธรรมดามากกว่าผู้สูงอายุเพราะด้วยปัญหาเรื่องสายตา สภาพร่างกาย และความสามารถในการใช้งานสิ่งของเหล่านี้ อาจสร้างความลำบากกว่าไฟใต้เตียงที่อยู่ใกล้ตัวผู้สูงอายุ
  • ไฟธรรมดามีความสว่างจ้ามากเกินไปหรือน้อยเกินไป ไฟใต้เตียงจะให้แสงสว่างที่กำลังพอดีและเป็นไฟที่สม่ำเสมอ
  • ไฟใต้เตียงสามารถเปิดทิ้งไว้ได้ทั้งคืน เพราะเป็นไฟที่สว่างเฉพาะจุดจึงสามารถเปิดได้โดยไม่รบกวนสมาชิกในครอบครัว
  • ไฟใต้เตียงใช้งานไม่ซับซ้อนผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้ด้วยตัวเอง

  ประโยชน์ของไฟใต้เตียง 

สามารถเปิด-ปิดไฟโดยไม่ต้องลุกจากเตียง
ให้แสงสว่างกำลังพอดี

  • ไฟใต้เตียงเป็นไฟที่จะอยู่ใกล้ตัวผู้สูงอายุมากที่สุด ผู้สูงอายุสามารถเปิดไฟบนเตียงได้ทันทีโดยไม่ต้องลุกออกจากเตียง ช่วยลดความเสี่ยงขณะที่กำลังเดินไปหาสวิซต์ไฟและไม่ต้องเรียกคนดูแลให้ช่วยเปิดกลางดึก ปัจจุบันเตียงไฟฟ้ามีแสงไฟฉุกเฉินติดมาด้วยอยู่แล้วมีทั้งเป็นแบบเซ็นเซอร์หรือแบบสวิซต์
  • แสงไฟลดความอึดอัด ผู้สูงอายุบางท่านไม่ชอบนอนในที่มืดทึบจนเกินไปเพราะจะทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก แสงไฟสลัวๆจากใต้เตียงสามารถสร้างความอบอุ่นให้ผู้สูงอายุได้
  • แสงสว่างพอดี ไม่สว่างจ้ารบกวนผู้ดูแลและสมาชิกในบ้าน
  • ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น สามารถหยิบจับของในเวลากลางคืนโดยไม่ต้องรบกวนใคร
  • ผู้ดูแลรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น เพราะแสงไฟจะช่วยให้มองเห็นผู้สูงอายุตลอดคืน
  • เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ดูแลสามารถมองเห็นและช่วยเหลือได้ทันที

เพราะปัญหาผู้สูงอายุลื่น พลัด ตกหกล้ม เป็นเรื่องทีไม่ควรเกิดขึ้นมากๆ เราสามารถป้องได้ทางไหนก็ควรทำทันที ทำให้ท่านมีความสุข ปลอดภัยและอยู่เป็นรมโพธิ์ร่มไทรกับเราไปได้อีกนานๆค่ะ


 

วิธีเลือกเตียงผู้ป่วย(ปรับไฟฟ้า)ให้เหมาะกับผู้ป่วยมากที่สุด

วิธีเลือกเตียงไฟฟ้า

การสร้างบรรยากาศให้กับผู้สูงอายุในบ้าน…ให้น่าอยู่มีความจำเป็นมากๆ ที่ลูกหลานต้องให้ความสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมให้บ้านมีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม รองรับการใช้ชีวิต และการดำเนิน กิจวัตร ประจำวันของผู้สูงอายุรวมถึงผู้ป่วยที่ต้องเตรียมตัวกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านเอง โดยเฉพาะในผู้ที่มี ปัญหาการเคลื่อนไหวซึ่งเกิดจากระบบข้อกระดูก และกล้ามเนื้อส่วนล่าง ส่งเสริมให้ผู้ที่เริ่มมีความเสื่อมถอยของร่างกายหรือปัญหา สุขภาพได้เรียนรู้ ทำความรู้จัก และฝึกฝนกับอุปกรณ์ ที่จะช่วยเหลือในการทำกิจกรรม โดยพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น ลดความ เสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในขณะทำกิจกรรมภายในบ้าน และบริเวณรอบๆ ตัวบ้าน และในการสร้างความสะดวก ปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุ เตียงนอนปรับไฟฟ้า จึงเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น.

เตียงไฟฟ้าคืออะไร? … เตียงไฟฟ้า (Electric bed) หรือเตียงผู้ป่วยเป็นเฟอร์นิเจอร์ทางการแพทย์ที่มีการออกแบบพิเศษเพื่อความสะดวกสบายของผู้ป่วยระหว่างพักฟื้น ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยเตียงไฟฟ้าผู้ป่วยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการทำงานและปรับระดับต่างๆโดยรีโมท สามารถปรับทิศทาง ความสูง-ต่ำ การงอเข่า ปรับองศาต่างๆได้ นอกจากสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ป่วยและผู้ดูแล เตียงไฟฟ้าผู้ป่วยยังสามารถป้องกันแผลกดทับในคนไข้ที่ไม่สามารถขยับตัวได้ ลดอาการปวดเมื่อยในการพักรักษาตัว.

เตียงไฟฟ้ามีไว้สำหรับใคร? … ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่มีปัญหาทางการเคลื่อนไหวของร่างกาย ผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยติดเตียง เป็นต้น

 

 7 เหตุผลทำไม?ต้องเลือกใช้เตียงไฟฟ้า 

1. เตียงไฟฟ้าสร้างความปลอดภัย  เตียงไฟฟ้าได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความปลอดภัยกับผู้ป่วยเป็นอันดับแรก ตามข้อกำหนดการผลิตในมาตรฐานความปลอดภัยสากลเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ ดังนั้นการใช้เตียงไฟฟ้าจึงเหมาะสมกับผู้ป่วยมากที่สุด

2.ให้ความรู้สึกอิสระกับผู้ป่วย เพราะการใช้งานแทบทั้งหมดของเตียงไฟฟ้าสั่งงานผ่านรีโมท ดังนั้นการเคลื่อนไหวในท่าทางต่างๆ ของผู้ป่วยจึงทำได้ง่ายขึ้น สามารถทำได้ด้วยตัวเองไม่ต้องรอผู้ดูแลคอยให้ความช่วยเหลือ เช่น การจะลุกขึ้นนั่ง  อยากนั่งงอเข่า เป็นต้น

3.เตียงไฟฟ้าลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ  เหตุการณ์ไม่ตั้งใจเกิดได้กับคนชรา และผู้ป่วย หลายๆครั้งการบาดเจ็บเกิดการตกเตียง (คนนอนพยายามจะพลิกตัว หรือ พยายามลุกจากเตียงแต่พลาดตกเตียง) การนอนละเมอในเวลากลางคืน บางเวลาที่ผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในสายตาของผุ้ดูแล ยิ่งผู้สูงอายุหรือผุ้ป่วยที่บาดเจ็บอยู่แล้ว การตกเตียงอาจทำให้กระดูกหัก ส่งผลเสียถึงชีวิตตามมา

4.เตียงไฟฟ้าให้ความสะดวกสบายกับผู้ป่วยและผู้ดูแล ฟังก์ชันการปรับระดับต่างๆของเตียงไฟฟ้า ช่วยทำให้ลดภาระให้ผู้ดูแลได้ เช่น สามารถปรับระดับความสูงของเตียงให้อยู่ในระดับที่ผู้ดูแลต้องการได้ 

5.เตียงไฟฟ้าสามารถทำกายภาพบำบัดได้ นอกจากสร้างความสะดวกสบายและให้ความปลอดภัยแล้วเตียงไฟฟ้ายังสามารถใช้ทำกายภาพบำบัดได้ เพราะด้วยที่ออกแบบมาเพื่อผู้ป่วยโดยเฉพาะ 

6.เตียงไฟฟ้าสามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยได้ทันที เตียงไฟฟ้ามีการออกแบบให้มีล้อ(ทุกรุ่น) ดังนั้นเมื่อมีเหตุจำเป็นที่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยสามารถทำได้ทันทีและสะดวก

 

 เตียงผู้ป่วยมีกี่ประเภท? 

เตียงผู้ป่วยสาสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทคือ

  • เตียงผู้ป่วยแบบมือหมุน (Modern Hospital Bed) : หรือที่เรารู้จักกัน “เตียงผู้ป่วยโรงพยาบาล” มีกลไกปรับองศา หัว-หลังเตียง , ปลายเตียง (เข่าหรือขา) และระดับ-สูงต่ำ ด้วยมือหมุนหรือระบบแมนนวลทั้งหมด ต้องมีคนดูแลคอยปรับเตียงให้ผู้ป่วยไม่สามารถปรับด้วยตัวเองได้ 
  • เตียงไฟฟ้า (Electric Bed) : มีกลไกการปรับองศาเตียงต่างๆด้วยระบบควบคุมไฟฟ้าใช้งานแรงดันไฟฟ้า 220-240 V ควบคุมด้วยรีโมทมีสายหรือไร้สาย ปัจจุบันพัฒนาไปถึงควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้ ซึ่งผู้ป่วยจะสามารถปรับระดับต่างๆด้วยตัวเองได้ 

ความแตกต่างระหว่างเตียงทั้ง 2 ประเภท

เตียงผู้ป่วยแบบมือหมุน (Modern Hospital Bed)   เตียงไฟฟ้า (Electric Bed )
ปรับระดับแบบแมนนวลโดยผู้ดูแล / ผู้ป่วยไม่สามารถปรับเองได้ ปรับระดับโดยรีโมทสามารถใช้งานได้ทั้งผู้ดูแลและผู้ป่วย
ฟังก์ชันในการปรับองศาส่วนใหญ่ได้ 3 รูปแบบ ฟังก์มีตั้งแต่ 3-5 ไกร์
สามารถหาซื้อได้ร้านขายยาทั่วไป ควรซื้อจากศูนย์จำหน่ายที่มีประสบการณ์
โครงสร้างเป็นส่วนใหญ่เป็น พอลิเมอร์ สแตนเลส อะลูมิเนียม โครงสร้างเป็น เหล็กกรุไม้ อะลูมิเนียม พอลิเมอร์
ดีไซน์เหมือนกับเตียงโรงพยาบาล ดีไซน์สวยงาม เหมาะกับการแต่งบ้าน
ราคาประหยัด ราคาค่อนข้างสูง

*พอลิเมอร์ คือ พลาสติก ไฟเบอร์ ยาง

เตียงไฟฟ้าแตกต่างจากเตียงนอนธรรมดาอย่างไร? 

เตียงนอนธรรมดา…ออกแบบมาสำหรับคนที่ไม่มีปัญทางร่างกายใดๆ จึงไม่ตอบโจทย์สำหรับผู้ป่วย การให้ผู้ป่วยนอนเตียงธรรมดาก็อาจจะสามารถทำได้ แต่เราก็จะต้องเสี่ยงกับอะไรหลายๆอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้เช่นกัน ตารางเปรียบเทียบเตียงทั้ง 3 ประเภทคือ เตียงนอนธรรมดา เตียงผู้ป่วย และเตียงผู้ป่วยไฟฟ้า อาจจะทำให้เห็นภาพมากขึ้นค่ะ 

ตารางเปรียบเทียบเตียงนอน

เตียงนอนธรรมดา เตียงนอนผู้ป่วยแบบโรงพยาบาล เตียงนอนผู้ป่วยปรับไฟฟ้า
ปรับระดับไม่ได้ ปรับระดับแบบแมนนวล ปรับระดับผ่านไฟฟ้า
สำหรับคนธรรมดา สำหรับผู้ป่วย สำหรับผู้ป่วย
ไม่สามารถเคลื่อนที่โดยเตียงได้ เตียงสามารถเคลื่อนที่ได้ เตียงสามารถเคลื่อนที่ได้
เป็นเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป เป็นเฟอร์นิเจอร์ทางการแพทย์ เป็นเฟอร์นิเจอร์ทางการแพทย์
มีหลายดีไซน์ให้เลือก เตียงลักษณะเหมือนโรงพยาบาล มีหลายดีไซน์ให้เลือก
มีหลากหลายราคา ราคา 1-2 หมื่นบาท ราคา 30,000-300,000 บาท

 

 เลือกซื้อเตียงไฟฟ้าต้องคำนึงอะไรบ้าง? 

เตียงไฟฟ้าผู้ป่วยจัดเป็นครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ซึ่งมีการออกแบบเป็นพิเศษสำหรับผู้ป่วย ซึ่งหากมีข้อบกพร่องอาจส่งผลถึงชีวิต ดังนั้นก่อนจะทำการสั่งซื้อเราควรพิจารณาประเด็นหลักเรื่องความปลอดภัย คือ ความแข็งแรงของเตียง , ขนาดที่เหมาะสม และโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุกับร่างกายผู้ป่วย เช่น การมีอวัยวะติดในช่องว่างเตียง เป็นต้น

แนวทางการเลือกซื้อ

  • เตียงไฟฟ้าต้องมีใบจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ 
  • ขนาดและความสูงของเตียง ให้เหมาะกับผู้ใช้งานและผู้ดูแลมากที่สุด
  • วัสดุที่ใช้ทำโครงสร้างเตียง ได้แก่ เหล็กและสแตนเลส ซึ่งมีความทนทานแต่หากเป็นโครงเหล็กควรมีสารเคลือบเพื่อป้องกันสนิม
  • วัสดุที่ทำหัวเตียง ควรเป็น ไม้อัดโฟเมก้า เหล็ก หรืออลูมิเนียม มีน้ำหนักเบา มีความแข็งแรง และทำความสะอาดง่าย
  • วัสดุพื้นเตียงส่วนใหญ่ทำมาจากแผ่นเหล็กตะแกรงเหล็ก สามารถรับน้ำหนักได้เยอะ และง่ายต่อการดูแลรักษา
  • วัสดุราวกั้นเตียง ควรเป็น เหล็ก อลูมิเนียม
  • เตียงไฟฟ้าควรมีพื้นล่างโปร่ง ระบายอากาศได้ดี
  • ตรวจสอบมอเตอร์ของเตียงไฟฟ้า 
  • ประเภทของกลไกปรับระดับซึ่งมีผลต่อราคา 
  • ตรวจสอบการดูแลหลังการขาย การรับประกันสินค้า เพราะเตียงไฟฟ้าหากเกิดปัญหาขึ้นภายหลังอะไหล่ส่วนใหญ่ไม่สามารถให้ร้านไฟฟ้าปกติเปลี่ยนให้ได้
  • หากมีโอกาสได้ทดลองเตียงไฟฟ้าจริงๆ ควรทดลองก่อนสั่งซื้อหรือศึกษาจากรีวิวก่อน
  • สินค้ามีราคาค่อนข้างสูงควรตรวจสอบความน่าเชื่อถือของร้านค้าให้ดีก่อน

 

 เตียงไฟฟ้าแบบไหน? ปลอดภัย100% 

เตียงผู้ป่วยไฟฟ้า ได้รับมาตรฐานอย่างถูกต้อง เพราะเตียงไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์และใช้กับผู้ป่วย เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความอ่อนไหวดังนั้นมาตรฐานของสินค้าสำคัญมาก

ขนาดของเตียง

  • เตียงนอนผู้ป่วยควรมีความกว้างตั้งแต่ 90-130 เซนติเมตร ความยาวขั้นต่ำคือ 200 เซนติเมตร และความสูงจากพื้นถึงเตียง 25-40 เซนติเมตร
  • เตียงมาตรฐานผู้ป่วยต้องเล็กแค่ 3ฟุต คล้ายกับเตียงนอนผ่าตัดต้องมีขนาดเล็กและกว้างน้อยที่สุดให้แพทย์เข้าทำการรักษาได้ง่าย เตียงผู้ป่วยถึงแม้จะไม่ได้เล็กเหมือนเตียงผ่าตัด แต่มีเหตุผลการออกแบบให้เป็น 3 ฟุตลักษณะเดียวกัน คือให้ผู้ดูแล สามารถดูแลผู้ป่วยได้สะดวก

ความสูงของเตียง

  • หากเตียงสูงเกินไป เวลาลุกนั่งบนเตียง ขาไม่ถึงพื้น อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุจนบาดเจ็บได้ แต่ถ้าเตียงเตี้ยเกินไป ผู้ดูแลต้องคอยปรับเตียงให้ขาของผู้สูงอายุวางบนพื้นพอดี พร้อมสำหรับจะลุกยืน

 

โครงสร้างเตียง วัสดุของเตียงควรมีความแข็งแรง ไร้สนิม สังเกตุว่าเตียงรุ่นนั้นๆสามารถรับน้ำหนักได้กี่กิโลกรัม อาทิเช่น เตียงไฟฟ้ารับน้ำหนักได้สูงสุด 220 กิโลกรัม

ส่วนประกอบของเตียงไม่ควรมีช่องว่างกว้าง

  • ช่องว่างที่มีขนาดกว้างอาจก่ออันตรายต่อร่างกายผู้ป่วยได้ ซึ่งร่างกายส่วนที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งคือ ศีรษะ คอ และลำตัว 

ล้อของเตียงไฟฟ้า 

  • ควรมีตัวล็อคเพื่อกันเตียงไหล

รีโมทสามารถล็อคได้

  • บางครอบครัวอาจมีเด็กเล็กๆอยู่ในบ้าน เมื่อเห็นเตียงไฟฟ้าหรือรีโมทอาจคิดว่าเป็นของเล่น เด็กๆอาจนำรีโมทไปกดเล่น ซึ่งอาจเกิดความวุ่นวายกับผู้ป่วยได้

ราวกั้นเตียง

  • ราวกั้นเตียงเป็นส่วนประกอบสำคัญกับเตียงนอนไฟฟ้ามากๆ เพราะราวกั้นจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุเช่น การนอนพลัดตกเตียง
  • ช่องว่างราวกั้นเตียงควรมีความกว้างไม่เกิน 12 เซนติเมตร
  • ช่วยเป็นที่พยุงตัวให้กับผู้สูงอายุและผู้ป่วย ทำให้ลุก-นั่งสะดวกมากขึ้น
 หลักการจัดวางเตียงผู้ป่วยให้เหมาะสม 
  • การวางเตียงควรต้องเว้นพื้นที่ว่างทั้ง 3 ด้าน คือด้านข้างและปลายเท้า โดยเว้นระยะประมาณข้างละ 90 เซนติเมตร เพื่อไว้วางของจำเป็น เช่น เก้าอี้ โต๊ะ รถเข็นวีลแชร์ และเพื่อให้ดูแลผู้ป่วยได้สะดวกมากขึ้น
  • ควรเลือกเตียงเป็นเตียงไม้ พื้นผิวเรียบ ขอบโค้งมน ไม่มีเหลี่ยมของไม้
  • ควรมีราวจับข้างเตียงและหัวเตียง เพื่อให้ผู้ป่วยพยุงตัวลุกขึ้นได้ การที่มีที่พยุงให้ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุจะทำให้ปลอดภัยมากกว่าผู้ดูแลพยุงเอง ไม่เสี่ยงต่อการพลัดตก