fbpx

รีวิวอุปกรณ์เสริมไฟใต้เตียง Smart Care สำหรับดูแลผู้สูงอายุ

รีวิวอุปกรณ์เสริมไฟใต้เตียง Smart Care สำหรับดูแลผู้สูงอายุ

วันนี้อีไลฟ์จะมาแนะนำอุปกรณ์เสริมสำหรับเตียงไฟฟ้าที่จะป้องกันอุบัติเหตุให้กับผู้สูงอายุ ปลอดภัยแล้วช่วยเหลือตัวเองมากยิ่งขึ้น นั้นก็คือ SmartCare สมาร์ทคืออะไร ? สมาร์ทแคร์คือไฟเสริมใต้เตียงเพื่อส่องแสงสว่างในเวลากลางคืนนั้นเอง

ไฟสามารถหรี่ได้ตามความต้องการ

จุดเด่น

  • สามารถหมุนปรับหรี่ไฟได้ตามต้องการ ไม่ฟิกระดับ
  • สามารถเปิด-ปิดใช้งานได้โดยไม่ต้องลุกออกจากเตียง
  • ใช้งานไม่ซับซ้อน คนใช้งานสามารถควบคุมเองได้
  • สีไฟเป็น Warm light ไม่แสบตา ไม่รบกวนสมาชิกในครอบครัว
  • มีไฟจำนวน 6 ดวงรอบตัวเตียง
  • มี USB Power Socket เสริมให้ 2 ช่อง รองรับ Fast Charge สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้า USB ได้ทุกประเภท
  • กล่องไฟมีขนาดเล็กกระทัด ไม่กินพื้นที่รอบๆ
  • หากไม่ใช้งานสามารถถอดปลั๊กออกได้
  • หากไม่ใช้งานสามารถถอดเก็บได้โดยไม่ส่งผลเสียกับการใช้งาน

ลักษณะกล่องSmartcareที่ติดกับตัวเตียง
Warm light แบบนี้จำวน 6 ดวง

ลักษณะของสมาร์ทแคร์

  • เป็นกล่องไฟสีเหลี่ยมขนาด 5*4 นิ้ว ด้านบนมีปุ่มหมุนสำหรับเปิด-ปิด หรี่ไฟ ด้านหลังจะเป็นปลั๊กไฟสำหรับเสียบใช้งาน
  • ถัดมาจะเป็นช่อง USB จำนวน 2 ช่อง หากไม่ใช้งานสามารถปิดได้
  • Warm light รอบตัวเตียงจำนวน 6 ดวง
เปิด-ปิด หรี่ไฟโดยการหมุน

วิธีการใช้งาน

  • เมื่อติดตั้งการใช้งานเรียบร้อยแล้วสามารถเสียบปลั๊กใช้งานได้ทันที
  • หมุนไปทางซ้ายเพื่อเปิดไฟ ไฟก็จะค่อยสว่างขึ้นตามระยะที่ผู้ใช้งานหมุน
  • หมุนกลับเพื่อลดระดับไฟไปจนถึงการปิดไฟ
  • USB Power Socket ที่อยู่ในกล่องสามารถใช้งานพร้อมกันได้
ภาพหรี่ไฟน้อยที่สุด
หรี่ไฟสว่างมากที่สุด

เมื่อทดลองการใช้งาน 

  • สิ่งแรกเลยทำให้เตียงดูสวยงามมากขึ้น เพราะไฟสีวอร์มเข้ากันพอดีกับเนื้อไม้ของเตียง
  • การให้แสงสว่างค่อนข้างดี สว่างเพียงพอต่อการเดินไปห้องน้ำ หยิบของ มองเห็นสิ่งกีดขวาง
  • ทดลองเปิดทิ้งไว้ทั้งคืนโดยหรี่ระดับไฟให้อยู่ปานกลาง ให้อารมณ์เหมือนโคมไฟแต่โคมไฟจะอยู่ใกล้สายตามากกว่า
  • ตัว USB สามารถใช้งานได้ ชาร์จแบตโทรศัพท์เต็มค่อนข้างเร็ว
  • ส่วนตัวคิดว่าผู้สูงอายุน่าจะแฮปปี้ เพราะไฟก็ไม่ได้มีสีสว่างจ้ามาก และเขาสามารถปรับระดับไฟเองได้ไม่ต้องลุกจากเตียง
แสงไฟเมื่อมองบนพื้น
สีไฟดูอบอุ่น

อายุการใช้งาน

  • สามารถใช้งานได้ 2-5 ปี

การดูแลรักษา

  • หลีกเลี่ยงจากความชื้นและการสัมผัสน้ำโดยตรง

สรุป

ถ้าถามว่าไฟใต้เตียงมีประโยชน์ยังไงกับผู้สูงอายุ หลักๆเลยให้ความปลอดภัยค่ะเพราะสายตาของผู้สูงอายุคงมองได้ไม่ชัดเท่าสายตาคนที่อายุน้อยแล้ว(ขนาดเรายังมองไม่ค่อยชัดเลย) แสงสว่างจะทำให้เขามองเห็นอะไรได้ชัดเจนมากขึ้นส่งผลให้ช่วยเหลือตัวเองได้ด้วย เช่นการเข้าห้องน้ำในเวลากลางคืน ปัญหาผู้สูงอายุปัสสาวะบ่อยทุกคนคงได้เจอ การหยิบใช้ของหรือยาในเวลากลางคืนซึ่งบางครั้งเขาอาจไม่อยากปลุกคุณ 5 นาทีเพียงเพื่อมาหยิบยาหม่องให้เขา ดังนั้นไฟเป็นสิ่งสำคัญค่ะ ถึงไม่มีไฟใต้เตียงก็ควรมีไฟหัวเตียง โคมไฟ ไฟสลัวๆติดไว้ในห้องผู้สูงอายุด้วยนะคะ


วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้

เขียนโดย Elife

ในบทความตอนที่แล้ว Elife ได้แนะนำเกี่ยวกับประโยชน์ของรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าแบบพับได้มาแล้ว หากท่านเห็นว่ามีประโยชน์แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าแบบไหนดี วันนี้ Elife จะมาแนะนำวิธีเลือกให้เหมาะสมกันค่ะ

ปัจจุบันมี รถเข็นไฟฟ้าให้เลือกมากมายหลายรุ่น ทั้งรถเข็นไฟฟ้าพับได้ รถเข็นไฟฟ้าเหล็กเคลือบ รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา รถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม ซึ่งแต่ละแบบต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป วันนี้ทางอีไลฟ์จะมาแนะนำข้อสำคัญที่ควรคำนึงถึงเวลาเลือกซื้อรถวีลแชร์ไฟฟ้าหรือรถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุ

  1. ผู้นั่งรถเข็นไฟฟ้า เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรคำนึงถึงเวลาเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้า เช่น12341444_1655039261419443_2503043915509614958_n
    • น้ำหนักผู้นั่งและความกว้างของเบาะนั่ง
    • มือที่ผู้นั่งถนัดหากผู้นั่งถนัดบังคับด้วยมือซ้าย อย่าลืมสอบถามผู้ขายทุกครั้งว่าสามารถเปลี่ยนคันบังคับเป็นด้านซ้ายได้หรือไม่ ทั้งนี้ควรบังคับแท่งควบคุมรถเข็นไฟฟ้าด้วยมือข้างที่ถนัด
    • ผู้นั่งยังมีแรงแขนหรือไม่ หากยังมีแรงแขน คุณสามารถเลือกรถเข็นไฟฟ้าล้อใหญ่แบบบังคับได้สามระบบเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ คือสามารถบังคับได้ด้วยแท่งควบคุมโดยผู้นั่ง หรือให้ผู้ดูแลเข็นให้ หรือให้ผู้นั่งเข็นตัวเองโดยการหมุนล้อได้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้มีโอกาสออกกำลังแขน เสริมสร้ามความแข็งแรงของกล้ามเนี้อใช้มือเข็นล้อ
    • อายุของผู้นั่ง ผู้นั่งมีอายุมากแล้วเช่น 80 ปีขึ้นไป แนะนำให้เลือกรถเข็นไฟฟ้าแบบที่มีระบบเบรกไฟฟ้าอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  1. ใครคือผู้ดูแลCaregiver-wheelchair-handling-protocol
    • ปัจจัยนี้เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเวลาเลือกรถเข็นไฟฟ้า หากผู้ดูแลเป็นผู้หญิงหรือผู้สูงอายุด้วยกัน ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักไม่มากนัก โดยอาจเลือกรุ่นที่ทำด้วยอลูมิเนียม ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องสนิมแล้วยังน้ำหนักเบาและคล่องตัวมากกว่าแบบเหล็กเคลือบ
    • นอกจากนี้ หากผู้สูงอายุอยู่ดูแลกันเอง คุณอาจเลือกรถเข็นไฟฟ้าชนิดล้อยางตันทุกล้อ เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้ายางตันจะมีอายุการใช้งานนานกว่าและไม่ต้องคอยเติมลมทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน และไม่ต้องคอยเปลี่ยนยางในบ่อยๆ
  2. ลักษณะการใช้งาน
    • หากเน้นการใช้งานแบบพกพารถเข็นไฟฟ้าไปหลายๆที่เช่นท่องเที่ยว ห้าง สวน และโรงพยาบาล คุณควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าพับได้ เพื่อให้กินที่น้อยสามารถใส่ท้ายรถเก๋งได้โดยไม่เปลืองพืนที่ห้องโดยสารในรถ ทั้งยังควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียมเนื่องจากน้ำหนักเบา หากต้องยกใส่ท้ายรถบ่อยครั้ง
    • หากเน้นใช้งานที่บ้านหรือบริเวณหมู่บ้าน ก็ไม่จำเป็นต้องนึกถึงน้ำหนักตัวรถมากนัก เนื่องจากไม่ต้องยกหรือเคลื่อนย้าย เมื่อใช้เสร็จแล้วสามารถวางไว้ได้
  3. งบประมาณ ย่อมเป็นอีกปัจจัยสำคัญหนื่งสำหรับการเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายราคามาก หากงบประมาณมีไม่มากนักอาจเลือกเป็นรถเข็นไฟฟ้าราคาถูก ทำจากเหล็กเคลือบซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน หากมีงบประมาณเพิ่มเติมขึ้นมา อาจเลือกเป็นแบบรถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม เนื่องจากไม่เป็นสนิม ใช้งานได้ระยะยาว และหากไม่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา เพื่อให้สามารถพกพาขึ้นรถหรือไปเที่ยวได้ง่าย 

 

ทางอีไลฟ์หวังว่าบทความที่เขียนขึ้นนี้จะช่วยให้สามารถเลือกวีลแชร์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความสุขของผู้นั่ง ลูกหลาน และผู้ดูแลนั่นเอง


การป้องกันอุบัติเหตุและการบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เบื้องต้น

การป้องกันอุบัติเหตุและการบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เบื้องต้น

การตรวจสอบ และบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เบื้องต้น

การบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหาในระหว่างการใช้งานและอุบัติเหตุได้ นอกจากนั้นยังช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานของรถเข็นวีลแชร์ รวมถึงอุปกรณ์และส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวรถอีกด้วย

  • ในการดูแลและทำความสะอาดทั่วไป รถเข็นวีลแชร์ส่วนใหญ่จะมีคู่มือการบำรุงรักษามาให้อยู่แล้ว โดยปรกติการใช้ฟองน้ำหมาด ๆ เช็ดแล้วซับด้วยผ้าแห้งก็เพียงพอในการกำจัดฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกได้แล้ว (โปรดหลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง หรือสารขัดสี)

  • การตรวจสอบ และการดูแลรถเข็นวีลแชร์บางอย่างสามารถทำได้โดยผู้ใช้งาน เช่นสูบลมยาง การหล่อลื่นลูกปืนล้อ การซ่อมบำรุงอื่นนอกเหนือจากนี้ควรเป็นหน้าที่ของวิศวกรที่มีความรู้ หรือผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ

  • ตรวจสอบการใช้งานของห้ามล้อเป็นประจำ หากสงสัย หรือพบความผิดปรกติในการใช้ห้ามล้อ ต้องนำรถเข็นวีลแชร์ ไปให้ช่างตรวจสอบโดยทันที
  • ตรวจสอบการพับ-กาง รถเข็นวีลแชร์อยู่เสมอ และฝึกทำการพับ-กางรถเข็นให้คล่องเพื่อจะได้ใช้งานได้อย่างราบรื่น

  • เมื่อนั่งบนรถเข็นวีลแชร์ ให้ตรวจดูว่าที่วางเท้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม และแน่นหนา ต้นขาควรวางแนบกับที่นั่งพอดี ในขณะที่เท้าก็วางได้เต็มฝ่าเท้า และควรสูงจากพื้นดินประมาณ 2นิ้ว-4นิ้ว (วัดจากพื้นดินถึงใด้แผ่นวางเท้า)
  • ชิ้นส่วนที่สามารถถอดออกได้ เปลี่ยนได้ หรือแยกซ่อมได้ เช่นที่วางแขน เข็มขัดนิรภัย สายรัด ที่พักเท้า แบตเตอรี่ เบาะ เป็นต้น ควรมีกำหนดการตรวจสอบเป็นประจำ
  • อย่าให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ๆ เล่น ปรับแต่ง ใช้งานรถเข็นวีลแชร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หากเผลอไปโดนคันบังคับอาจทำให้เกิดอันตราย หรืออุบัติเหตุร้ายแรงได้
  • ตรวจสอบชิ้นส่วนที่สามารถขยับได้ เช่นที่วางแขน ที่พักเท้า ว่าติดตั้งแน่นหนาดีไหมก่อนการใช้งานรถเข็นวีลแชร์
  • ตรวจสอบ หรือเปลี่ยนยางล้ออย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบล้อว่าขณะใช้งานมีอาการโยกแก่วง หรือยางบวมหรือไม่ หากพบอาการให้เปลี่ยนทันทีเพราะอาจเกิดอันตรายกับผู้ใช้งานได้
  • ห้ามถอดล้อกันหงายออก ยกเว้นการซ่อมแซม หรือการเปลี่ยนอะไหล่

  • ล้อกันหงายควรอยู่ห่างจากพื้นดินอย่างน้อย 2 นิ้ว
  • สำหรับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ต้องปิดสวิตช์ที่คันบังคับที่ตัวรถเข็นวีลแชร์ก่อนที่จะลุกขึ้น หรือนั่งลงบนรถเข็น
  • ต้องมีแผนฉุกเฉินไว้ตลอดเวลา รวมถึงรายชื่อ เบอร์โทรญาติ เพื่อน หรือหน่วยกู้ภัยเมื่อมีเหตุฉุกเฉินขณะอยู่นอกบ้าน

การควบคุมรถเข็นวีลแชร์ และการป้องกันอุบัติเหตุเบื้องต้น

  • ทำความคุ้นเคยกับตำแหน่งของจุดศูนย์ถ่วงของรถเข็นวีลแชร์ และจัดที่นั่งให้สมดุลและกระจายน้ำหนักให้ดี
  • ฝึกการเอี้ยวตัว การเอื้อมมือ การยกของขณะนั่งบนรถเข็นวีลแชร์เพื่อให้รู้ถึงความมั่นคงของรถเข็นเมื่อต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ

  • ควรเลือกรถเข็นที่มีสีอ่อนเพื่อการมองเห็นที่ดีกว่าในเวลากลางคืน และติดแผ่นสะท้อนแสง หรือโคมไฟเมื่อต้องเดินทางออกนอกบ้าน

  • รถเข็นวีลแชร์ส่วนใหญ่จะเกิดอุบัติเหตุจากการล้มทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ซึ่งมีสาเหตุหลายอย่างดังนี้
    • ใช้ความเร็วมากเกินไป
    • หักเลี้ยวในมุมที่แคบเกินไปอย่างรวดเร็ว
    • พื้นที่ขรุขระ ลื่น มีกรวดทราย
    • การนั่งเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
    • การเอื้อมมือออกไปมากเกินไป
    • ละเลยการใช้ล้อกันหงาย
    • มองไม่เห็นสิ่งกีดขวาง หรือประมาทเมื่อพบสิ่งกีดขวาง
    • การเอื้อมไปหยิบสิ่งของที่อยู่ด้านหลังก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ล้ม ต้องหันรถเข็นให้ตรง และใกล้กับสิ่งของที่จะหยิบ ควรเอื้อมมือหยิบสิ่งของที่อยู่ในระยะช่วงแขนเท่านั้น การโน้มตัวออกไปนอกรถเป็นสาเหตุให้รถล้มได้ การล็อคล้อก็พอช่วยได้
  • ให้ล็อคล้อเสมอเมื่อจะลุก หรือนั่งลงบนรถเข็นวีลแชร์

  • ต้องเปิดที่พักเท้าให้สุดเมื่อจะลุก หรือนั่งลงบนรถเข็นวีลแชร์ เพื่อป้องกันการสะดุด หรือเกี่ยวเสื้อผ้า
  • เก็บชายผ้า ชายเสื้อ หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่หลวมห้อยอยู่ให้ห่างจากล้อรถเข็น เพื่อป้องกันการพันกับล้อ
  • อย่าทำให้รถเสียสมดุลโดยการแขวนสิ่งของน้ำหนักมาก ๆ ที่ด้านหลังของรถเข็น หากต้องขนของบนรถเข็น ให้วางอยู่ใกล้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถเข็นให้มากที่สุด และนำสิ่งของนั้นออกไปก่อนที่จะลุกจากรถเข็น
  • หลีกเลี่ยงขอบทาง ขั้นบันได หรือเนินที่มีความสูงมากกว่า 2 นิ้ว ต้องติดตั้งล้อกันหงายไว้เสมอ

  • ในการข้ามสิ่งกีดขวาง เช่นพื้นต่างระดับ ขอบทาง ต้องตั้งพนักพิงให้ตรง ให้สิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า ไม่ข้ามแบบเฉียง ๆ และต้องเคลื่อนตัวรถเข็นอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะพ้นสิ่งกีดขวางนั้นไปแล้ว
  • หลีกเลี่ยงทางลาดที่มีความชันมากเกินกว่าจะผ่านไปได้ ขณะใช้ทางลาดต้องเคลื่อนรถเข็นไปอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ และต้องขนานไปกับทางลาด ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งซึ่งจะทำให้รถเข็นล้มได้
  • ใช้ห้ามล้อรถเข็นเพื่อยึดให้รถเข็นอยู่กับที่เท่านั้น ห้ามใช้เพื่อการชะลอรถขณะเคลื่อนที่อย่างเด็ดขาด
  • หลีกเลี่ยงการข้ามสิ่งกีดขวางขณะที่มันเปียก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า (ยกเว้นว่ารถเข็นไฟฟ้านั้นจะระบุไว้ว่าใช้ในสภาพเปียกน้ำได้)
  • หลีกเลี่ยงการดึงประตู ตู้ หรือของที่ติดแน่นอยู่กับพื้นหรือผนังในขณะที่นั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ เพราะจะทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถเปลี่ยนไปอย่างมาก เมื่อประตูหลุดจากการติดขัดจะเกิดแรงเหวี่ยงแล้วทำให้รถเข็นพลิกล้มลงได้

+++++++++++++++++++++++

น้ำมันหอมระเหย ช่วยให้หลับฝันดี

น้ำมันหอมระเหย ช่วยให้หลับฝันดี

ตัวช่วยที่จะทำให้คุณนอนหลับสนิทได้อย่างง่ายดาย ลองใช้ส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติเหล่านี้ดู

อย่าได้สบประมาทในอานุภาพของกลิ่นเป็นอันขาด เพราะในส่วนหนึ่งก็คือมันเชื่อมโยงความทรงจำ และอารมณ์ความรู้สึกเข้าไว้ด้วยกัน (เช่นเดียวกับที่ร้านสปาใช้กลิ่นที่ผ่อนคลายมาต้อนรับเมื่อคุณเปิดประตูเข้าไปในร้าน) มนุษย์เราเรียนรู้การใช้กลิ่นต่าง ๆ มาช่วยกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ ความรู้สึก ปรับระดับพลังงาน เพิ่มสมาธิ และยังรวมไปถึงการช่วยให้นอนหลับอีกด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำมันหอมระเหย หรือน้ำมันสกัดจากพืช และสมุนไพร ได้พิสูจน์แล้วว่าช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้นมาก วิธีใช้ก็ทำได้หลายอย่างเช่นใช้เครื่องพ่นกระจายกลิ่น หรือแค่หยดมันลงบนหมอนสัก 1-2 หยด ลองเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหยสามกลิ่นต่อไปนี้ที่จะช่วยให้หลับตาลงได้ง่ายขึ้น

ลาเวนเดอร์

ลาเวนเดอร์ขึ้นชื่อเกี่ยวกับการช่วยลดความดันโลหิต ลดอัตราการเต้นของหัวใจ และลดอุณหภูมิของผิวหนัง ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการนอนอย่างมีคุณภาพ จากการศึกษาพบว่าการสูดกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์จะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น และช่วยแก้ปัญหาเบื้องต้นของอาการนอนไม่หลับได้ สำหรับคุณแม่ลูกอ่อนที่อยู่ในช่วงพักฟื้น กลิ่นลาเวนเดอร์สามารถทดแทนยานอนหลับที่คุณหมอจ่ายมาให้ได้อย่างดี นอกจากนี้ลาเวนเดอร์ยังช่วยลดอาการหงุดหงิดได้อีกด้วย ดังนั้นมันจึงเป็น น้ำมันหอมระเหยที่มีประโยชน์มากที่จะหยดลงไปบนหมอนเพื่อลดอาการกระสับกระส่ายแล้วหลับฝันดีในที่สุด

วาเลอเรียน

วาเลอเรี่ยน (Valerian) เป็นสมุนไพรมีต้นกำเนิดอยู่แถบยุโรป และเอเชีย มากว่า 2000 ปีแล้ว ในศตวรรษที่ 18 ได้เริ่มนำรากของวาเลอเรี่ยนมาใช้เป็นสมุนไพรเพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับและคลายความวิตกกังวลกันอย่างแพร่หลาย จนในปัจจุบันได้มีการยอมรับให้ขึ้นทะเบียนเป็นพืชสมุนไพรเพื่อช่วยการนอนหลับ เป็นส่วนประกอบพื้นฐานในชาสมุนไพรเพื่อช่วยให้นอนหลับได้เร็วขึ้น

สารสำคัญที่พบในรากวาเลอเรี่ยน คือ ลินาริน (linarin) ออกฤทธิ์กล่อมประสาทอย่างอ่อน และวาเลอเรนิก (Valerenic Acid) ที่จะช่วยเพิ่มระดับของสารกาบาในสมอง (Gamma-amino butyric acid | GABA) สารเหล่านี้ออกฤทธิ์ โดยไปเพิ่มสารสื่อประสาทส่วนกลาง มีฤทธิ์คลายความวิตกกังวล ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สำหรับผู้ที่นอนไม่หลับ เนื่องจากความเครียด และวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี และมีความปลอดภัยสูง

รากของวาเลอเรี่ยน จะช่วยเพิ่มคุณภาพของการนอน ช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ไม่ตื่นนอนกลางดึก และเกิดอาการง่วงซึมหลังจากตื่นนอน จึงช่วงลดปัญหาของผู้ที่นอนหลับยากหรือนอนหลับไม่เต็มตื่น ซึ่งการนอนหลับอย่างเต็มอิ่มจะช่วยให้ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่น และสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จะช่วยบรรเทาปัญหาการนอนไม่หลับขั้นอ่อนถึงปานกลางได้อย่างดี

มะกรูด

มะกรูดเป็นพืชสมุนไพรไทยตระกูลเดียวกับมะนาว คุณอาจจะคิดว่ากลิ่นของมันจะทำให้รู้สึกตื่นตัว สดชื่น แต่ความจริงกลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากผิวเปลือกมะกรูดก็มีส่วนช่วยกล่อมประสาทและสมองให้เกิดความผ่อนคลาย ส่งผลให้เรานอนหลับได้ง่ายขึ้น กลิ่นของมันจะส่งสัญญาณไปยังระบบประมาท บอกให้ร่างกายรู้ว่าถึงเวลานอนแล้วนะ โดยการลดอัตราการเต้นของหัวใจให้ช้าลง พร้อมกับลดอัตราการเต้นของหัวใจ และยังลดความเครียดอีกด้วย

แม้น้ำมันหอมระเหยจะถูกมองว่าปลอดภัยต่อการใช้ แต่ถ้าหากคุณมีปัญหาในการนอนหลับจริง ๆ เราขอแนะนำว่าให้พบแพทย์ และขอคำแนะนำเกี่ยวกับการใช้น้ำมันหอมระเหย รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันบางอย่างก็อาจจะช่วยให้คุณหลับได้ง่าย และสบายมากขึ้น

หลับสบายยิ่งขึ้นด้วยเตียงไฟฟ้า elife*

วิธีดูแลผิวแห้งคันในผู้สูงวัย

วิธีดูแลผิวแห้งคันในผู้สูงวัย

ตอนนี้อากาศเริ่มเย็นลงมามากแล้วในหลายพื้นที่ และปีนี้คาดว่าอากาศจะเย็นมาก และนานกว่าทุกปี นับว่าเป็นเรื่องที่ดีหลังจากที่ร้อนติดต่อกันมาหลายปี แต่อากาศหนาวก็มาพร้อมกับความแห้ง ซึ่งผลที่ตามมาก็คืออาการผิวแห้ง แตก คัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้สูงอายุที่อาการผิวแห้งจะมีความรุนแรงกว่าผู้อยู่ในวัยหนุ่มสาว เพราะร่างกายผลิตไขมันที่ผิวหนังที่ไม่เพียงพอ ทำให้ผิวหนังไม่สามารถเก็บกักน้ำและไขมันไว้ได้ตามปกติ

นอกจากอากาศแห้งที่เป็นสาเหตุหลักของผิวแห้งแล้ว ยังเกิดจากสภาพผิวของบุคคล การดื่มน้ำน้อย การอาบน้ำร้อน หรือฟอกสบู่บ่อยเกินไป การใช้น้ำหอม เครื่องสำอาง และยังเกิดได้จากสภาพร่างกายของแต่ละคน เช่นผู้ที่อยู่ในภาวะขาดสารอาหาร ผู้ป่วยไตวายที่ต้องฟอกไต ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยโรคเอดส์  ผู้ป่วยโรคผิวหนังเกล็ดปลา และผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนัง เป็นต้น

Side view of elderly woman drinking water

และผลพวงจากผิวแห้งนี่เองจะทำให้เกิดอาการคัน เมื่อคันแล้วคนเราก็จะเกา มันเป็นเรื่องยากมากที่จะต่อสู้กับความอยากเกา ดังนั้นคุณควรตัดเล็บให้สั้นเพื่อป้องกันผิวจากการถูกทำลาย การประคบเย็นในบริเวณที่มีอาการของผื่นภูมิแพ้หรือผื่นคันจะช่วยลดความรู้สึกคัน คุณควรประคบเย็นร่วมกับการดูแลตนเองที่แนะนำไปทั้งหมดเพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคืองและสาเหตุร่วมที่ก่อให้เกิดอาการของโรค

การรักษา และป้องกันทำได้ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการถู แกะ เกา ที่จะทำให้เกิดเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ มีสะเก็ดแห้งแตกลอก
  • สวมเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายที่หลวมสบาย ระบายเหงื่อได้ดี
  • อาบน้ำด้วยน้ำอุณหภูมิปรกติ ไม่ร้อนจนเกินไป และไม่ใชเวลาอาบน้ำนานเกินไป
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือสบู่ที่มีสารรุนแรง สารเคมี และน้ำหอม หรือเลือกใช้สบู่กลีเซอรีนจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนังได้ดี สังเกตได้จากเมื่ออาบน้ำเสร็จแล้วจะรู้สึกว่าผิวลื่นเหมือนล้างสบู่ไม่หมด
  • หากเกิดอาการคันให้ใช้การประคบเย็น ทาครีมที่ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังเป็นประจำเช่น ปิโตรเลียมเจลลี่

ทั้งนี้ถ้ามีอาการกำเริบมากขึ้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังไม่ควรซื้อยามาใช้เอง

ขอขอบคุณ   นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์  และโฆษกกรมการแพทย์
แพทย์หญิงมิ่งขวัญ  วิชัยดิษฐ์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์