fbpx

สาวน้อยพลังบวก เนรมิตความสวยด้วย…เท้า

สาวน้อยพลังบวก เนรมิตความสวยด้วย…เท้า

ทุกคนย่อมมีความฝันกันทั้งนั้นแต่จะมีสักกี่คนที่เดินตามความฝันจนมันสำเร็จ เหมือนกับบล็อกเกอร์ที่หลายคนอาจจะรู้จัก และจดจำภาพของเธอจากการใช้เท้าแต่งหน้าเธอคือ ฝ้าย -บุญธิดา ชินวงษ์ เด็กสาวผู้พิการแขนทั้งสองข้าง รวมทั้งมีขาที่มีขนาดและความยาวที่ไม่เท่ากัน ซ้ำยังมีอาการป่วยด้วยกระดูกสันหลังที่โค้งงอ มีปอดเพียงข้างเดียว แต่ด้วยใจรักในการแต่งหน้า และฝึกฝนจากการเรียนผ่าน Youtube ทำให้วันนี้เธอเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ที่มีคนติดตามนับแสน ด้วยลีลาการพูดคุยที่น่ารัก สนุกสนาน และที่สำคัญ เธอสามารถสร้างความสวยงาม และเสียงหัวเราะให้กับทุกคนได้ด้วยสองเท้าของเธอ

แม้ไร้แขน แต่เริ่มฉายแววบิวตี้บล็อกเกอร์ตั้งแต่เด็ก
“จริงๆ หนูชอบแต่งหน้ามาตั้งแต่เด็กๆ อยู่แล้ว เหมือนเด็กผู้หญิงทุกคน ที่จะเอาเครื่องสำอางแม่และของพี่สาวมาเล่น มารื้อเล่น เหมือนเด็กผู้หญิงทั่วๆ ไปเลย ที่อยากสวยอยากงาม”

เรียน ม.4 เริ่มอัดคลิปโดยใช้เท้าแต่งหน้า
“ดูจากยูทูบ แล้วหนูก็อยากทำตาม เปิดดูยูทูบ แต่งหน้าใสๆ ไปโรงเรียน ไปป๊ะตรงแต่งหน้าสายฝอ สายฝรั่งนี่แหละ ตอนแรกก็ไม่รู้สายผออะไรเนี่ย จริงๆ แล้วการแต่งหน้าสายฝอ ก็คือแต่งหน้าให้ออกแนวฝรั่ง หนูรู้สึกสวยอะ ชอบ”

เริ่มไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก แค่ไลฟ์ครั้งแรกยอดวิว 2 ล้าน!
“แต่งหน้าไลฟ์สดลงเฟซบุ๊ก จะบอกว่าคนดูหนู 7 พัน ยอดวิวรวม 1 ชม. 2 ล้าน ตอนนั้นไลฟ์สดสอนเขียนคิ้วเฉยๆ ไม่ได้แต่งหน้าเต็มขนาดนี้ ทุกวันนี้แต่งหน้าตั้งแต่ลงรองพื้นเลย (ถาม-เฟซใช้ชื่ออะไร?) Buntida Chinnawong ตอนนั้นตั้งหัวคลิปไลฟ์สดไม่เป็นด้วย แค่เขียนว่า มาเขียนคิ้วกัน ใช้เท้าไลฟ์ปกติ และยังไม่มีไฟ ไม่มีขาตั้งกล้อง ไม่มีอะไรเลย หนูก็เอาโทรศัพท์ตั้งกับหมอน เอาหมอนตั้ง แล้วเอาโทรศัพท์ตั้งกับพื้น (ถาม-ครั้งแรกประสบความสำเร็จไปเปลาะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่สุด หลังจากนั้นทำอะไรต่อ?) ก็ไลฟ์ปกติ และอัดคลิป How To การแต่งหน้า”

ไม่เคยน้อยเนื้อต่ำใจกับความพิการ แม้กายพิการ แต่ใจไม่พิการ!
“หนูไม่เคยคิดน้อยเนื้อต่ำใจ คิดไปก็เท่านั้น คิดแล้วก็จะจมอยู่กับโคลนกองนั้น เราจะเป็นคนที่ไม่ออกมาจากโคลนซะที เราเกิดมาเป็นคนก็ดีแค่ไหนแล้ว ทำไมต้องคิดว่า ทำไมต้องเกิดมาเป็นแบบนี้นะ มันไม่ใช่เรื่องต้องมานั่งคิด …ร่างกายแค่พิการ แต่ใจเราไม่ได้พิการ หนูคิดว่า ถ้าใจเราไม่พิการ อะไรก็ไม่เป็นอุปสรรค ถ้าเราอยากจะทำมันจริงๆ”

ต้องพูดย้อนไปก่อนเลยว่าก่อนหน้านี้ใช้รถเข็นแบบธรรมดา น้องประสบปัญหาเรื่องไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนด้วยตนเองคนเดียวเช่น การไปซื้อข้าว การไปเข้าห้องน้ำ  ต้องมีพี่สาวหรือเพื่อนคอยช่วยเข็นถึงจะเคลื่อนที่ไปทำกิจกรรมต่างๆได้ ปัญหาพวกนี้สร้างความอึดอัดใจให้กับน้องมากๆ  

และหลังจากที่น้องได้ใช้รถเข็นไฟฟ้าPw-222 ผลลัพธ์คือน้องสามารถใช้เท้าควบคุมรถเข็นเปรียบเสมือนรถเข็นเป็นเหมือนขาที่ใช้เดิน โดยเดินทางไปเรียน ไปทำงาน ไปเที่ยว ได้ด้วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องมีคนคอยเข็นรถให้เหมือนเมื่อก่อน  น้องสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และรู้สึกว่าไม่ได้เป็นภาระของคนรอบข้าง ซึ่งทำให้น้องฝ้ายรู้สึกว่ามีชีวิตที่อิสระ 

เพราะในความเป็นจริงมนุษย์เราอยากไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ทำนู้นทำนี่ด้วยตนเองไม่ได้ต้องการพึ่งพาคนอื่นอยู่ตลอดเวลาและไม่ชอบการถูกมองว่าตัวเองไม่ปกติ อยากใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วๆไป 

 

ในเมื่อข้อจำกัดของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน เราจำเป็นต้องมีสิ่งช่วยอำนวยเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์และสร้างแรงบันดาลใจที่จะทำให้มีความสุขกับการใช้ชีวิต

Elife มองเห็นถึงความสำคัญเหล่านี้ค่ะและปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการใช้รถเข็นไฟฟ้าสามารถเติมเต็มช่องว่างให้กับข้อจำกัดเหล่านั้นได้เกิน 70%แน่นอน แล้วถ้าหากจะมองหารถเข็นไฟฟ้าดีๆสักคันที่จะเข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของชีวิตของคนที่คุณรักนั้น Elife อยากให้ท่านลองเปิดใจรถเข็นไฟฟ้าPw-222 ดูค่ะ 

ถ้าเกิดคำถามว่าทำไมต้อง รถเข็นไฟฟ้าPw-222  รุ่นอื่นไม่ได้หรอ ? สาเหตุที่ Elife เลือก Pw-222   มาผสมผสานกับการสร้างแรงบันดาลใจ

รถเข็นไฟฟ้าPw-222 ได้รับการการันตีจากน้องฝ้ายผู้ที่ใช้งานจริงแล้วว่าสามารถช่วยทำให้เด็กพิการคนนึงใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น สะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิมได้ ทำให้อุปสรคคในการเคลื่อนไหวที่มีนั้นลดลง และเมื่ออุปสรรคลดลงคนที่คุณรักก็สามารถทำสิ่งที่ต้องการได้สมบูรณ์มากขึ้น และนี่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เขารู้สึกภูมิใจในตัวเอง อย่าทำให้ปัญหาด้านร่างกายมาบั่นทอนจิตใจของเขาให้รู้สึกว่าตัวเขานั้นไม่มีค่า ในเมื่อเราก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มสิ่งเหล่านั้นให้กับเขาได้  

ท่านอาจจะเปลี่ยนโลกของคนที่คุณรักให้กลับมาสดใสง่ายๆ ด้วยรถเข็นไฟฟ้า Pw-222 คันนี้

 

 

เชื่อมั่น และมั่นใจได้เลยว่าElife ไม่ทำให้ท่านผิดหวังกับรถเข็นไฟฟ้า Pw-222 แน่นอน
สุดท้าย Elife ขอมอบส่วนลดรถไฟฟ้า Pw-222 เป็นจำนวนเงิน 2000 บาทสำหรับ 15 ท่านที่อ่านบทความนี้ ท่านสามารถยืนยันสิทธิ์ได้ที่ Line : @elife (มี@ด้วยค่ะ) และบอกเจ้าหน้าที่ว่ารับสิทธ์มาจากบทความน้องฝ้าย 

Elifeไม่ได้เป็นเพียงรถเข็น แต่เราจะเป็นเพื่อนคู่ใจในทุกการเดินทางของท่านค่ะ

 

 

Elife @ SCG eldercare

Elife @ SCG eldercare

 

รถเข็น Elife @ SCG eldercare

รถเข็นElife ของเราได้รับความไว้วางใจจากทาง SCG ที่เลือกรถเข็นไฟฟ้าจากทางElife รุ่น Pw-222 และ รุ่น Litepro มาตั้งที่ร้าน SCG eldercare ซึ่งเป็น Lifestyle Shopping Center ที่รวบรวมสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุไว้ที่นี้ที่เดียวครบ Elifeจึงเป็นส่วนนึงที่มามอบความสะดวกสบายให้กับทุกท่านเช่นกัน บรรยากาศรอบๆ ร้านดีมากเลยค่ะ ภายในร้านจะตกแต่งสวยงาม มีเก้าอี้สำหรับนั่งพัก ที่บริการเพื่อนั่งทำงาน และยังมีบริเวณสำหรับทดลองนั่งรถเข็นได้

 

จะเห็นได้ว่าทางร้าน SCG มีบรรยากาศที่สวยงามดูอบอุ่น พร้อมยังมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการทุกท่าน อีกทั้งยังมีสินค้าอื่นๆมากมายสำหรับของผู้สูงอายุ พูดได้เลยว่ามาร้าน SCG eldercare ที่เดียวมีครบครันทุกอย่าง สำหรับลูกค้าบางท่านที่ไม่สะดวกมาที่โชว์รูมElife ของเรา ทางSCG eldercare เป็นอีกทางเลือกนึงให้คุณลูกค้าทุกท่านด้วยนะคะ  สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางSCG ที่ไว้ใจรถเข็นไฟฟ้าของElife ให้มาดูแลทุกท่าน เพิ่มความสะดวกสบาย และทำให้ชีวิตของทุกท่านง่ายยิ่งขึ้นค่ะ  

 

รวมรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นแมนนวลที่ดีที่สุดของElife !

รวมรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นแมนนวลที่ดีที่สุดของElife !

 

รถเข็นผู้สูงอายุหรือวีลแชร์ เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยทำให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ป่วย ที่ต้องพบกับปัญหาในการเคลื่อนไหวร่างกาย มีความสามารถในการพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น วีลแชร์หรือรถเข็น ถือว่าเป็นอุปกรณ์จำเป็นที่ช่วยอำนวยความสะดวก รวมทั้งยังช่วยลดข้อจำกัดในการทำสิ่งต่างๆของผู้ป่วยและผู้สูงอายุ การเลือกวีลแชร์ หรือ รถเข็นนั้นจะต้องมีการพิจารณา ทั้งในส่วนคุณสมบัติ น้ำหนัก ฟังก์ชั่น การใช้งาน การเลือกวีลแชร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการนั้น นอกจากจะช่วยทำให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเดินทางไปไหนได้สะดวกแล้ว ยังช่วยทำให้คุณภาพชีวิต ของผู้ป่วยและผู้สูงอายุดีขึ้นมากอีกด้วย

 

รถเข็นไฟฟ้า

1.PW-222 รถเข็นไฟฟ้า ลิเธียม ล้อตัน เบรคไฟฟ้า

รุ่น PW-222 พัฒนาต่อมาจากรุ่น PW-201 โดยเปลี่ยนจากโครงสร้างเหล็ก มาเป็นวัสดุอลูมิเนียมอัลลอย ที่มีราคาสูงกว่า มีความแข็งแรง และเบากว่า หมดปัญหาเรื่องการขึ้นสนิม ง่ายต่อการดูแลรักษา อีกทั้งยังทำให้มีน้ำหนักเบาลดภาระคนดูแล เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่สำคัญราคาไม่แพง มาดูคุณสมบัติเด่นของ Pw-222 กันค่ะ 

 

คุณสมบัติเด่น

  • อลูมิเนียมเกรดสูงทั้งคัน ทำให้เบาขึ้น ไม่ขึ้นสนิม แข็งแรง
  • ล้อหลังยางสีดำ มาพร้อมระบบเบรกไฟฟ้า Electromagnetic
  • แบตเตอรี่ Lithium Ion
  • มอเตอร์ Brushless 250Watt จำนวน 2 ตัว
  • วิ่งได้ระยะไกลสูงสุด 15-20km ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
  • ควบคุมการทำงานด้วย Joystick Controller ควบคุมง่าย
  • น้ำหนักรถ 24Kg

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม  https://www.elifegear.com/shop/pw-222/

https://www.youtube.com/watch?v=EM7Sf741uLE

สามารถดูรีวิวการใช้งานจริงจากน้องฝ้าย “บิ้วบล็อคเกอร์แต่งหน้าด้วยเท้า” ใช้งานรถเข็นไฟฟ้า PW-222 ทุกวัน นำไปใช้ในสถานที่ต่างๆ ทั้งไปเรียน ไปออกรายการโทรทัศน์ ไปเที่ยวในที่ต่างๆ การันตีได้อย่างดีว่ารถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้ ใช้งานได้อย่างดี สมบุกสมบัน เชื่อถือได้ ที่สำคัญราคาไม่แพงทุกคนสามารถเอื้อมถึงแน่นอนค่ะ 

2.PW-111 รถเข็นไฟฟ้า อลูมิเนียม ล้อตันใหญ่

 รุ่น PW-111 เป็นสินค้าใหม่โดยเปลี่ยนวัสดุประกอบใหม่ทั้งหมดเป็นอลูมิเนียม ทำให้เบาขึ้น ไม่ขึ้นสนิม แข็งแรง ควบคุมด้วยด้วย Joystick เคลื่อนที่ด้วยมอเตอร์ มาพร้อมฟังก์ชั่นครบครัน รูปลักษณ์คล้ายรถเข็นทั่วไป มีมือจับที่ล้อจึงสามารถใช้งานได้ 3 ระบบ คือ บังคับด้วยJoystick / ให้คนเข็นให้ / ใช้มือผู้นั่งเข็นเอง

 

คุณสมบัติเด่น

  • อลูมิเนียมเกรดสูงทั้งคัน ทำให้เบาขึ้น ไม่ขึ้นสนิม แข็งแรง
  • ล้อตัน ทำจากยางคุณภาพสูง  ไม่ง้อเติมลม
  • ล้อทั้งสองมีส่วนมือจับหมุน สามารถเคลื่อนที่แบบ manual โดยผู้นั่งได้
  • มอเตอร์ 250Watt จำนวน 2 ตัว
  • วิ่งได้ระยะไกลสูงสุด 15-20km ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
  • ควบคุมการทำงานด้วย Joystick Controller ควบคุมง่ายด้วยปลายนิ้ว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.elifegear.com/shop/pw-111

 

3.LitePro รถเข็นไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว เบา บังคับ Wireless

มาแล้วค่ะสำหรับใครที่กำลังหารถเข็นท่องเที่ยวน้ำหนักเบา สามารถขนขึ้นเครื่องบินได้ แถมวัสดุก็ดีมากๆ Elife ขอแนะนำรถเข็นไฟฟ้า รุ่นLitePro  หรือ PW-39 เป็นรุ่นท็อปสุดของกลุ่มรถเข็นไฟฟ้า ออกแบบมาเพื่อการท่องเที่ยวในห้าง งานแสดงสินค้า ตจว. ร่วมถึงการท่องเที่ยวในต่างประเทศ โดยตัวโครงเป็นอลูมิเนียม, พับได้เล็ก แบตเตอรี่ Lithium-ion, Brushless motor 2 * 250watt กำลังสูง วิ่งเงียบ นน.เบา ตอบสนองดี, ที่สำคัญให้ Controller ตัวที่ 2 ในการบังคับ Wireless โดยคนดูแล กรณีดูแลผู้สูงอายุ ช่วงราคาถือว่ากลางๆไม่ได้สูงมาก

 

คุณสมบัติเด่น

  • น้ำหนัก 16kg พับ-กางได้เล็ก
  • โครงสร้างอลูมิเนียม ออกแบบพิเศษให้เบา แต่คงความแข็งแรง
  • Joystick 2 ตัว ตัวแรกที่ตัวรถบังคับโดยผู้นั่ง ตัวที่สอง Wireless บังคับโดยผู้ดูแล
  • Motor Brushless 250watt จำนวน 2 ตัว มอเตอร์อยู่ข้างในตัวล้อเลย ขับเคลื่อนราบรื่น ตอบสนองการทำงานดี
  • ล้อยางตัน 4 ล้อ เจาะรูพิเศษเพื่อดูดซับแรงกระแทก
  • แบตเตอรี่ ลิเธียม 24V 10AH ขึ้นเครื่องบินได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.elifegear.com/shop/litepro-pw-39 

4.PW-301Plus รถเข็นไฟฟ้า เบา นั่งสบาย

PW-301Plus งานประกอบทั้งหมดเป็น Aluminium 7003 แข็งแรงคงทน แต่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ผู้ใช้ควบคุมง่ายเพียงปลายนิ้ว ทำงานด้วย Brushless มอเตอร์ ประหยัดไฟกว่าได้กำลังมากกว่า พับเก็บได้เล็กสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก ด้านความปลอดภัย PW-301 Plus มีระบบเบรคไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ Electromagnetic Brakes ป้องกันรถไถลและป้องกันรถไหลบนทางชัน ทำให้ปลอดภัยกับผู้ใช้งานมากขึ้น แบตเตอรี่ลิเธียม ขนาดเท่ากับหนังสือเท่านั้น!

คุณสมบัติเด่น

  • เบาที่สุดในขณะนี้เพียง 18.5kg
  • โครงทุกส่วนทำจาก 7003 Aerospace Aluminium
  • มีระบบเบรคอัตโนมัติ Electromagnetic Brakesเพิ่มความปลอดภัย
  • แบตเตอรี่ ลิเธียม ไอออน ก้อนเล็กลงแต่จุไฟมากขึ้น
  • ออกแบบใหม่ให้พนักพิงสูงขึ้น ตัวรถเมื่อกางออกยาวขึ้น นั่งสบายขึ้น
  • พับเก็บขนาดเล็กเหมาะแก่พกพา
  • โหลด/on board เครื่องบินได้ เหมาะสำหรับเที่ยวต่างประเทศ
  • แบตเตอรี่ลิเธียม ขนาดเท่าหนังสือ ถอดเข้าออกจากตัวรถง่าย ถือขึ้นเครื่องบินสะดวก
  • มอเตอร์ Brushless 250W*2 ประหยัดไฟ และ กำลังที่ได้สูงกว่ามอเตอร์แบบธรรมดา

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.elifegear.com/shop/pw-301-plus-ligthest-power-wheelchair

 

รถเข็นแมนนวล

ต่อมาเป็นรถเข็นแมนนวลราคาสุดประหยัด แต่ไม่ประหยัดคุณภาพมาดูกันเลยค่า !

1.EW-11Plus เก้าอี้รถเข็นอลูมิเนียม พับได้

โครงและขาวางทำจากวัสดุอลูมิเนียม ทำให้นน.เบาแบบทนกว่าขาวางแบบพลาสติก แม้ภายนอกจะดูเพรียวบางแต่แข็งแรง รองรับนน.ได้ถึง 100Kg ปลอดภัยด้วยเบรคมือ สามารถพับและพกพาได้สะดวก ที่สำคัญที่สุดคือนั่งสบาย พาคุณพ่อคุณแม่เที่ยว

 

คุณสมบัติเด่น

  • โครงและที่รองเท้าทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์
  • พับได้ นน.รถเพียง 7.6Kg บรรทุกได้ 100Kg
  • มีเบรคทั้งสองล้อ มือจับแบบใหม่กระชับมือ
  • เบาะผ้า กว้าง 17 นิ้ว นั่งสบายใช้ได้ทุกเพศทุกวัย
  • ล้อหน้าตัน 5 นิ้ว ล้อหลังต้น 8 นิ้ว
  • เหมาะสำหรับท่องเที่ยวในประเทศ และ ต่างประเทศ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.elifegear.com/shop/ew-11plus-ultralight-wheelchai

2.EW-120Plus รถเข็นผู้ป่วย ล้อจับอลูมิเนียม

รถเข็นน้ำหนักเบา มาพร้อมล้อ 20นิ้ว สามารถเข็นตัวเองได้ ออกแบบมาให้พับง่าย ไม่เทอะทะ ดีไซน์สวยโครงเป็นอลูมิเนียมชุบสีเมทัลลิค ดูทันสมัย เบาลายกราฟิก ผ้าร่มกับสกปรก ทำความสะอาดง่าย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย พาคนแก่เที่ยว ใช้ได้ดีกับคนพิการ เบาเพียง 11Kg

 

คุณสมบัติเด่น

  • โครงสร้างเป็นอลูมิเนียม
  • ล้อซี่สแตนเลส มือจับอลูมิเนียมแข็งแรง
  • พับได้ นน. 11Kg บรรทุกได้ 120Kg
  • เบาะกว้าง 46cm นั่งสบาย ผ้าลมกันสกปรก โปร่งระบายอากาศได้ดี
  • มีเบรคทั้งสองล้อ (บีบเบรค / เบรคค้าง) มือจับแบบใหม่กระชับมือ
  • มาพร้อมเข็มขัดนิรภัย
  • ล้อหน้าตัน 6 นิ้ว ล้อหลังต้น 20 นิ้ว เข็นตัวเองได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.elifegear.com/shop/ew-120plus

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับรถเข็นที่ Elife เลือกมาแนะนำในวันนี้ ตอบโจทย์ของใครบ้างไหมเอ่ย? อย่างไรก็ตามเมื่อเราจะซื้อรถเข็นสักคันให้คนที่คุณรักต้องตอบสนองความต้องการว่าท่านต้องการแบบไหนมากที่สุด เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพสูงสุดนะคะ 

สามารถดูรถเข็นทุกรุ่นได้ >>> https://www.elifegear.com

 

ลดความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน

ลดความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน

สาเหตุสำคัญของโรคหัวใจมาจากโรควิถีชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ความอ้วน และสูบบุหรี่ ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจแข็งตัว หรือตีบตัน ดังนั้น ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป จึงควรตรวจสุขภาพประจำทุกปี เพื่อติดตามประเมินภาวะสุขภาพ ซึ่งหากพบมีผิดปกติจะได้รับการส่งต่อเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด หรือรับคำแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่อไป

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ตำแหน่งปัจจุบัน) ให้ข้อมูลว่า ในการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่เป็นปัจจัยหลักของภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ทำได้โดยรับประทานอาหารสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ พืชเมล็ดถั่ว ปลารสไม่หวานไม่มันไม่เค็ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็วประมาณ 30 นาทีอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ไม่สูบบุหรี่ ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง รักษาอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตนตามคำแนะนำแพทย์

สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ แนะนำให้ออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เต้นแอโรบิก เดินเร็ว ขี่จักรยาน วิ่งเหยาะๆ และว่ายน้ำ ที่สำคัญคือ ต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อน และออกกำลังแต่พอเหมาะ เริ่มเบาๆ ค่อยเป็นค่อยไป หยุดพักเมื่อเริ่มเหนื่อยหรือแน่นหน้าอก หลังจากที่เริ่มเคยชินก็ค่อยๆ เพิ่มเวลาของการออกกำลังกายจนสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องนานอย่างน้อย 15 นาทีขึ้นไป ที่สำคัญต้องไม่ลืมเตรียมร่างกาย (Warming up and down) ก่อนและหลังการออกกำลังกายทุกครั้ง

และสำหรับบุคคลที่ต้องนั่งรถเข็นเป็นประจำ ที่ต้องใช้Wheelchair ก็สามารถออกกำลังกายได้เช่นกัน แต่อาจจะออกแต่พอเหมาะให้ร่างกายได้มีการขยับเคลื่อนไหว เช่น การยืดเส้นในท่วงท่าต่างๆ ซึ่งElife ก็มีบทความการออกกำลังกายสำหรับผู้ใช้รถเข็น ทั้งรถเข็นไฟฟ้า หรือรถเข็นนั่งธรรมดา ซึ่งเป็นบทความที่ดีมากๆ ลองปรับใช้ตามความเหมาะสมกับร่างกายเรานะคะ รับรองว่าเป็นประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่าง……..

 **การออกกำลังกายสำหรับผู้ใช้รถเข็น รถเข็นไฟฟ้า รถเข็นไฟฟ้าพับได้**

การห่างไกลจากโรคภัยต่างๆเราสามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน ที่มักจะเกิดเป็นเหตุกระทันหันไม่ทันได้ตั้งตัว แต่การป้องกันสามารถเริ่มได้จากตัวเรา การเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโชยน์ การออกกำลังกายให้ตามความเหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้ก็คือเป็นกำไรชีวิตที่ดีอีกด้าน สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ฉะนั้นเราต้องใส่ใจดูแลตัวเราและคนในครอบครัวเรานะคะ

ที่มา: สสส.

การดูแลสุขภาพจิตของคนพิการ

การดูแลสุขภาพจิตของคนพิการ

คนพิการ มักมีความด้อยทั้งทางร่างกายและจิตใจ มากกว่าบุคคลทั่วไป จึงมีสภาพทางอารมณ์และจิตใจที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายต่อสิ่งเร้ารอบๆข้าง บางรายอาจมีความเครียด ความกลัว ความวิตกกังวล ท้อแท้ เบื่อหน่าย ยอมรับสภาพของตนเองยังไม่ได้
                                                                                  รีวิวรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-101A >> https://www.elifegear.com/shop/pw-101a-powerwheelchair-aluminium/


คนพิการ
ควรจะได้รับการส่งเสริมด้านจิตใจให้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้พวกเขาเหล่านั้นได้พัฒนาการใช้ชีวิตในประจำวันได้อย่างถูกวิธี ได้เข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการกับเพื่อน หรือพักผ่อนหย่อนใจอย่างเหมาะสม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คนพิการไม่กลับไปหมกมุ่นอยู่กับภาพลักษณ์ของตนเอง รู้จักว่าตนเองมีคุณค่า มีกำลังใจที่จะสู้กับสภาพความเป็นจริงต่อไป

เมื่อมีความพิการเกิดขึ้น บุคคลนั้นอาจจะมีระยะการปรับตัวต่อความพิการ หลากหลายรูปแบบอาจแบ่งได้ดังนี้
ระยะช็อค ระยะแรกเมื่อมีความพิการ บุคคลนั้นยังงุนงง ไม่รับรู้ความจริงใดๆ
ระยะรับรู้ความพิการ เมื่อบุคคลนั้นรู้ว่าตัวเองต้องพิการแน่ จะเกิดอารมณ์กลัว วิตกกังวล
ระยะใช้กลไกทางจิต ระยะนี้บุคคลนั้นอาจปฎิเสธไม่ยอมรับความพิการ
ระยะยอมรับความพิการ บุคคลนั้นยอมรับว่าตนเองพิการ ระยะนี้อาจจะมีอาการภวะซึมเศร้า ขาดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ
ระยะปรับตัว บุคคลนั้นจะสามารถยอมรับข้อจำกัดของตนเองได้ จัดการกับอารมณ์ตนเองได้และพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่

” คนพิการแต่ละรายอาจมีระยะการปรับตัวต่อความพิการที่แตกต่างกัน และใช้ระยะเวลามากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พื้นฐานทางอารมณ์ของบุคคล การสนับสนุนจากครอบครัวและคนรอบตัว หรือโอกาสในการได้เข้าสู่กระบวนการฟิเนฟูสมรรถภาพที่เหมาะสม ”

หากท่านมีสมาชิกในครอบครัวหรือคนที่ท่านรู้จักประสบกับความพิการท่านอาจช่วยในการประคับประคองจิตใจแก่บุคคลเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม เช่น
1. ระยะช็อค ควรเยี่ยมเยือน ทักทาย สนทนาเรื่องทั่วไป สร้างสัมพันธภาพเบื้องต้นโดยไม่เร่งรัดใดๆ
2. ระยะรับรู้ความพิการ ควรทำความเข้าใจอารมณ์ของคนพิการ เปิดโอกาสให้คนพิการได้พูดระบายความรู้สึกและคอยรับฟังอย่างจริงใจ
3. ระยะใช้กลไกลทางจิตหรือปฏิเสธความพิการ ควรช่วยให้คนพิการรับรู้ถึงอารมณ์ ความรู้สึกของตนเอง เช่น ทวนซ้ำคำพูดของคนพิการ เพื่อสะท้อนความคิด ความรู้สึก แสดงการยอมรับคนพิการ และเอื้อให้มีการสำรวจ รับรู้ปัญหาและข้อจำกัดของตัวเอง
4. ระยะยอมรับความพิการ ควรส่งเสริมให้คนพิการเผชิญกับความเป็นจริง ค้นหาทางเลือกต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลแก่คนพิการ สนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการวางแผน การฟื้นฟู อาจชักชวนให้พูดคุยกับคนพิการที่ประสบความสำเร็จแล้วเพื่อให้มีกำลังใจต่อไป
5. ระยะปรับตัว ให้กำลังใจแก่คนพิการ สนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการวางแผนชีวิตของตนเองและดำเนินการตามแผนนั้น

การสนับสนุนด้านจิตใจกับคนพิการ จำเป็นต้องใช้ความเข้าใจและอดทน จากคนรอบข้างอย่างเหมาะสม ปฎิกิริยาต่างๆ ที่บุคคลรอบตัวแสดงออก จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของคนพิการทั้งสิ้น
ใส่ใจ สมาชิกในครอบครัว หรือผู้ดูแล ควรแสดงความใส่ใจแก่คนพิการ ทั้งด้วยคำพูดและการแสดงออก ซึ่งบ่งบอกถึงความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ และเป็นการให้เกียรติคนพิการด้วย
ไม่ควร แสดงออกแบบปกป้องมากเกินไป เช่น ช่วยเหลือทุกอย่าง ตัดสินใจแทนทุกอย่าง โดยไม่เปิดโอกาสให้คนพิการได้ตัดสินใจ หรือทำสิ่งต่างๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเอง ยิ่งจะทำให้คนพิการรู้สึกด้อยค่าและอึดอัดกับการเป็นภาระแก่ผู้อื่น หากผู้พิการมีแววพอที่จะโดดเด่นไปทางด้านใดด้านหนึ่ง เราควรสนับสนุนให้พวกเขาได้กล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าทำมากยิ่งขึ้น จะทำให้เขารู้สึกว่ามีความสุข โดยเฉพาะผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ปกติผู้พิการทางการเคลื่อนไหว จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ

ยกตัวอย่างกรณีเคสของน้องฝ้าย บิวตี้บล็อคเกอร์ ใช้เท้าแต่งหน้า ที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้

“น้องฝ้าย” บุญธิดา ชินวงษ์ บิวตี้บล็อกเกอร์ไร้แขน
วัย 18 ปี เธอพิการตั้งแต่กำเนิด ไม่มีแขน มีปอดข้างเดียว และกระดูกสันหลังคด ทำให้ขาขวาสั้น แต่ทั้งหมดนี้ไม่เป็นอุปสรรคในการล่าความฝันของเธอ
“น้องฝ้าย” เล่าว่า เธอชอบแต่งหน้ามาตั้งแต่เด็ก แอบหยิบเครื่องสำอางพี่สาวมาเล่น พอโตขึ้นก็เริ่มศึกษาวิธีการแต่งหน้าอย่างจริงจัง โดยการเปิดเว็บไซต์ต่างๆ ดูไปเรื่อยๆ จนรู้สึกอยากแต่งแบบเขาบ้าง ซึ่งเธอคิดว่าการใช้เท้าแต่งหน้าก็ดูเก๋แปลกตาไปอีกแบบ น้องฝ้ายจึงลองอัดคลิปลงเฟสบุ๊ค ซึ่งช่วงแรกๆ แต่งออกมาไม่ค่อยดีนัก แต่คนดูก็ช่วยแนะนำและส่งเครื่องสำอางมาให้ใช้ จึงได้ฝึกฝนการแต่งหน้าทุกวัน และผลก็ออกมาดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการทำงานในโลกโซเชียลนั้น น้องฝ้ายใช้เพียงเท้าเล็กๆ ทั้งสองข้างในการผลิตคลิป ทั้งการตัดต่อและอัพโหลดผลงานลงในยูทูป

อนาคตน้องฝ้ายบอกว่าอยากเรียนด้านนิเทศศาสตร์ โดยเฉพาะด้านวิทยุและโทรทัศน์ เพราะชอบที่จะสื่อสารกับผู้อื่น ชอบเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการสื่อสารต่าง ๆ เพื่อจะได้นำมาพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมช่วยนำทางให้กับผู้พิการคนอื่นๆ ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการที่คุณแม่ของน้องฝ้าย เลี้ยงดูแบบเปิด เลี้ยงดูน้องฝ้ายให้เหมือนเด็กปกติทั่วไป ดื้อก็ตี เมื่อน้องฝ้ายเติบโตมา จึงทำให้น้องฝ้ายไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองนั้นด้อยค่าและผิดปกติไปกว่าคนอื่น และน้องฝ้าย ยังใช้รถเข็นไฟฟ้าของทางร้าน Elife  เพื่อช่วยเหลือตัวเองในการเดินทาง ไม่ต้องเป็นภาระของผู้อื่นอีกด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือควรหลีกเลี่ยง การพูดประชดประชันคนพิการ หรือการตอกย้ำถึงความผิดพลาดหรือความล้มเหลวที่ผ่านมา
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐานในการให้การสนับสนุนด้านจิตใจแก่คนพิการ ซึ่งสามารถปรับใช้ได้ทั้งสมาชิกในครอบครัวผู้ดูแล และบุคคลากรทางการแพทย์ที่ให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือกำลังใจจากครอบครัวและคนรอบข้าง ที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้ผู้ที่พิการเหล่านี้กล้าที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกแห่งความจริงได้ด้วยตัวเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์ศิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ