หกล้ม ในผู้สูงวัย เรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

หกล้ม ในผู้สูงวัย เรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ผู้สูงอายุล้มคนเดียวเจ็บทั้งบ้าน หยุดฝันร้ายต้องป้องกัน!

photo

ชวนใส่ใจ “ผู้สูงอายุ” ญาติผู้ใหญ่ในบ้านที่เราควรใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ โดยเฉพาะ “บ้าน” สถานที่ที่คิดว่าปลอดภัยที่สุดอาจร้ายที่สุดก็ได้ มีอะไรบ้างไปติดตามกัน

 

ปัญหาที่พบบ่อยใน “ผู้สูงอายุ” ที่ได้รับอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มส่วนมาก คือ กระดูกตะโพกหักและศีรษะได้รับความกระทบกระเทือน เป็นสาเหตุทำให้พิการและมีอัตราการเสียชีวิตค่อนข้างสูงมาก ที่สำคัญหาก “ผู้สูงอายุ” ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ หากหกล้มแล้วย่อมไม่ใช่คนเดียวที่เจ็บ แต่สมาชิกในบ้านทุกคนก็เจ็บด้วย!!

จากข้อมูลของการเกิดอุบัติเหตุใน “ผู้สูงอายุ” มักมีสาเหตุจากความเสื่อมและการถดถอยของร่างกาย อีกทั้งจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นผลให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ ลดลง ซึ่งมักเกิดกับผู้สูงอายุที่มีอายุระหว่าง 65-75 ปี และเนื่องจากผู้สูงอายุมักจะมีภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุน เมื่อหกล้มกระดูกจึงเกิดการแตกหรือหักได้ง่าย

photo

ในแต่ละปี 1 ใน 3 ของ “ผู้สูงอายุ” มักประสบการลื่นล้มและครึ่งหนึ่งลื่นล้มมากกว่า 1 ครั้ง ร้อยละ 10 ของการลื่นล้มทำให้กระดูกตะโพกหัก ร้อยละ 25 ของการบาดเจ็บกระดูกตะโพกเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต การลื่นล้มมักเกิดขึ้นในที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในห้องน้ำและบันได พบว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยที่กระดูกหักในครั้งแรกไม่เคยตรวจหรือรักษา “โรคกระดูกพรุน” เลย

นอกจากนี้ยังพบว่า “ผู้สูงอายุ” ที่เคยหกล้มในครั้งแรกแล้ว มีแนวโน้มที่จะหกล้มเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า และมีผู้ป่วยกระดูกหักจากการลื่นล้มที่บ้านเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีโรคประจำตัวซึ่งได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเส้นเลือดสูง โรคหัวใจ บางรายมีไตวายเรื้อรัง ดังนั้นจึงทำให้การดูแลรักษาซับซ้อนมากขึ้น ทำให้สมาชิกในบ้านต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และขณะอยู่ในโรงพยาบาลก็เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ ปอดบวม ติดเชื้อในระบบต่างๆ เป็นต้น

การลื่นหกล้มเป็นสิ่งที่สามารถป้องกันได้ โดยต้องทราบสาเหตุของการลื่นล้ม เช่น สาเหตุทางกาย ได้แก่ การทรงตัวไม่ดี ขาอ่อนแรง ชา อ่อนเพลีย หน้ามืด มีปัญหาด้านสายตาและการได้ยิน การรับยาที่มีผลต่อระบบการไหลเวียนโลหิต เป็นโรคกระดูกพรุนสาเหตุจากสิ่งแวดล้อม พื้นลื่น เปียก มีหยดน้ำ พื้นผิวขรุขระมีขั้นสูงต่ำ ขอบไม่เรียบ แสงสว่างไม่เพียงพอ อุปกรณ์ของใช้ไม่มั่นคงชำรุด ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินไม่เหมาะสม สวมใส่เสื้อผ้า รองเท้าไม่พอดี

photo

สำหรับการดูแลสุขภาพสำหรับ “ผู้สูงอายุ” ควรรับประทานอาหารให้เพียงพอ เน้นผักและผลไม้ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกายและต้านทานโรค ไม่ควรงดอาหาร ทำให้อ่อนเพลีย มึนงง มีการเคลื่อนไหวทุกวัน เดินหรือออกกำลังกายตามวัย เช่น ไทจี๋ เพื่อรักษาความยืดหยุ่นของข้อและสมดุลของร่างกาย สอบถามแพทย์หรือเภสัชทุกครั้งที่รับยาถึงผลข้างเคียงของยา ได้แก่ ยาที่ทำให้ง่วงซึม ยากล่อมประสาท ยาลดความดันโลหิต และยาขับปัสสาวะ หรือมีประวัติการใช้ยาเป็นประจำตั้งแต่ 4 ชนิดขึ้นไป (ไม่รวมวิตามิน) ถ้ารับยาที่มีผลทำให้ง่วงซึม หลับ ต้องปรับเปลี่ยนการทำกิจวัตรประจำวันเพื่อลดภาวะเสี่ยงต่อการลื่นล้ม ห้ามผสมยากับแอลกอฮอล์ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์เพราะเป็นสาเหตุของการลื่นล้ม ไม่อายที่จะใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน ตรวจสอบอุปกรณ์ช่วยเดินให้มีความสูงเหมาะสมและมั่นคง

 

สุดท้ายเทคนิคกันล้มที่ลูกหลานควรใส่ใจ นั่นคือ “บ้าน” สถานที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด แต่สำหรับ “ผู้สูงวัย” แล้วบ้านอาจเป็นอันตรายหรือร้ายกว่าที่คิด หากเราไม่เตรียมพร้อมป้องกันให้ดีอาจทำให้ท่านลื่นหกล้มบาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิต จนอาจกลายเป็นฝันร้ายของคนในบ้าน ฉะนั้นจึงมีเทคนิคกันล้มง่ายๆ จากศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ รพ.กรุงเทพ มาฝากกันง่าย 8 ข้อง่ายๆ ได้แก่

photo

1. เพิ่มแรงเสียดทานให้พื้น

คือติดแผ่นกันลื่น ใช้วัสดุไม้สังเคราะห์ หรือถ้าเป็นกระเบื้องในห้องน้ำควรใช้กระเบื้องแผ่นเล็ก มีผิวด้านหรือผิวสัมผัสเป็นลวดลาย
photo

2. ทางลาดต้องมี

เพื่อผ่อนแรงผู้ป่วยพักฟื้นที่ใช้วีลแชร์ ควรทำทางลาดไว้ตามทางลงบันใดต่างๆ ให้มีความชันไม่เกิน 5 องศา กว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. ทางลาดยาวไม่เกิน6 เมตร

photo

3. ขนาดเตียงที่เหมาะสม

เลือกเตียงให้มีทางยาวไม่น้อยกว่า 180 ซม. สูงประมาณ 40 ซม. (สำหรับการใช้รถเข็น) หรือสูงจากพื้นถึงข้อพับเข่า โดยให้รอบเตียง3 ด้านมีพื้นที่ว่างอย่างน้อยด้านละ 90 ซม.

photo

4. ประตูดีต้องเปิดง่าย

เปลี่ยนจากลูกบิดแบบหมุนมาเป็นคันโยกเพื่อทุ่นแรง ประตูต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. หรือมีความกว้างมากกว่าความกว้างของวีลแชร์ หรือจะเปลี่ยนเป็นประตูบานเลื่อนแบบไม่มีธรณีประตูก็ได้เช่นกัน
photo

5. ราวจับกระชับทุกก้าว

ติดตั้งราวจับลักษณะสั้น-ยาว หรือตัวแอล-ตัววี ที่เหมาะกับการใช้งานไว้ตามจุดต่างๆ เช่น บันได ห้องน้ำ ผนังทางเดิน เป็นต้น โดยติดตั้งไว้สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 80-100 ซม.

photo

6. แสงไฟส่องสว่าง

เลือกใช้แสงแบบ Day Light สวิตช์ไฟควรมีขนาด 5-7.5 ซม. ให้อยู่ในระยะเอื้อมถึงสะดวก สูงจากพื้นอย่างน้อย 45 ซม. แต่ไม่เกิน 90 ซม.

photo

7. ฟังก์ชั่นเพื่อผู้สูงวัย

ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ในบ้านควร จะมีฟังก์ชั่นที่เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน เช่น ราวแขวนผ้าที่ปรับระดับสูงต่ำได้ ไม่ต้องเอื้อม เป็นต้น

photo

8. ตัวช่วยยามฉุกเฉิน

ติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น สวิตช์ดึงเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินในห้องน้ำหรือที่หัวเตียง เป็นต้น

เที่ยว “เชียงคาน” ไปกับ PW-301 Plus

เที่ยว “เชียงคาน” ไปกับ PW-301 Plus

การดำเนินชีวิตในของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันออกไป มีสิ่งหนึ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลยคือความเครียด
ความทุกข์ หรือความกังวลใจจากเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามา ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจก็ตาม
ถ้าไม่อาจเลี่ยงได้แล้วเราจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไรให้มีความสุข ? คงจะดีไม่น้อยถ้าเราจะหาเวลาพาตัวเองไปชาร์ตแบต ให้ร่างกายและจิตใจบ้าง เผื่อจะได้มีแรงกลับมาสู้กันต่อ
“เชียงคาน” เมืองเล็ก ๆ ติดริมแม่น้ำโขง คนส่วนใหญ่อาจเลยได้ยินสถานที่แห่งนี้ บางคนอาจเคยมาสัมผัสด้วยตัวเอง หรือแม้แต่ฟังจากคำบอกเล่าของคนอื่น
วันนี้แอดมินจะพาไปรู้จักเชียงคานในอีกมุมหนึ่ง….
ปกติแล้วนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเชียงคานมักจะใช้จักรยาน เป็นภาหนะในการชมเมือง ไปวัด ชมวิวริมแม่น้ำโขง หรือไปสถานที่ต่าง ๆ ที่ไม่ไกลมากนัก
แต่การเดินทางครั้งนี้เรามีเพื่อนร่วมทางที่ดีอย่างรถเข็นไฟฟ้า PW-301 Plus ที่จะอำนวยความสะดวกในการเดินทางครั้งนี้

สวนสาธารณะของอำเภอเชียงคาน เป็นอีกหนึ่งจุดชุมวิวที่สวยงาม ยามเช้าไม่ว่าจะหน้าหนาวหรือแม้กระทั่งหน้าร้อน ริมแม่น้ำโขงก็จะมีหมอก
ภายในสวนร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน และออกกำลังกายยามเช้า
นี่ถ้าไม่ใช่รถเข็นไฟฟ้า PW-301 Plus ก็ไม่สามารถปรับเอน 45 องศาแบบนี้ได้นะคะ ไม่ว่าจะนอนพักสายตา
อ่านหนังสือที่ชอบสักเล่ม ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอเพื่อบันทึกช่วงเวลาดี ๆ ก็สามารถทำได้อย่างสบาย ๆ เลยค่ะ

แก่งคุดคู้ ห่างจากถนนคนเดินไปประมาณ 5 กก. ที่จุดนี้สามารถนั่งเรือชมแม่น้ำโขง ทานอาหาร หรือซื้อของฝากได้เลยค่ะ

พระใหญ่ภูคกงิ้ว เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ ซึ่งสร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 6 รอบ
และในมหามงคลแห่งราชพิธีราชาภิเษก ครบ 50 ปี จุดไฮไลท์อีกอย่างคือเป็นผืนดินแห่งแรกของอีสานที่แม่น้ำโขงไหลผ่าน โดยมี “แม่น้ำเหือง”
พรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างสปป.ลาวกับไทย ซึ่งตรงบริเวณที่แม่น้ำเหืองไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง นั้นจะเห็นเป็นแม่น้ำสองสีที่มีสีเข้ม-อ่อนต่างกันอย่างชัดเจน

ปัจจุบัน ณ สถานที่แห่งนี้กำลังก่อสร้าง Skywork (ตามรูปจำลอง) จะสร้างเสร็จในอีกไม่ช้า และคงเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกที่หนึ่งเลยทีเดียว

และที่ที่ใครมาเชียงคาน คงจะพลาดไม่ได้เลยคือ ถนนคนเดินที่มีระยะทางไกลพอสมควร มีทั้งของกินข้องที่ระลึกให้ช็อปกัน ยิ่งมีรถเข็น PW-301 Plus ทำให้การเดินถนนคนเดินเป็นเรื่องง่ายไปเลย
จะเดินกี่รอบก็ไม่มีเมื่อย

หาเวลาพาตัวเองและคนที่คุณรักไปพักผ่อนบ้าง เพระาะความสุขอยู่ไม่ไกล และต้องเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเอง…

การนำรถเข็นไฟฟ้า PW-301 Plusมาเที่ยวไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดนะคะ  อีกทั้งยังสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ด้วยค่ะ

ส่วนขั้นนตอนการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินก็ไม่ยากจนเกินไป ดูได้ง่าย ๆ ตามที่เรานำรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 ขึ้นเครื่องบินค่ะ https://www.elifegear.com/travellite1/

สัญญาณเตือนบ่งบอกเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ

สัญญาณเตือนบ่งบอกเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ

 สังคมไทยเป็นสังคมใหญ่ และมีความผูกพันธ์กันมากในครอบครัว ลักษณะครอบครัวของคนไทยจึงมักจะเป็นครอบครัวใหญ่ มีการแสดงความเคารพยกย่องผู้อาวุโสและถือเป็นมงคลอันดี ที่จะได้เลี้ยงดูตอบแทนบุญคุณ เมื่อยามท่านแก่เฒ่าหรือเจ็บป่วย ซึ่งจะเป็นไปตามธรรมชาติอันแท้จริงของทุกคน และเป็นหน้าที่ของลูกๆหลานๆจะต้องให้การดูแลรักษาพยาบาลอย่างดีที่สุด

ในผู้สูงอายุจะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายไปในทางเสื่อมมากกว่าการเจริญเติบโต การเปลี่ยนแปลงของอวัยวะต่างๆในร่างกายของแต่ละคนจะเกิดขึ้นไม่พร้อมกันและไม่เท่ากัน

สภาพความเสื่อมถอยทางร่างกายและจิตใจจะมีมากในระยะนี้ ขาดความคล่องแคล่ว ว่องไว ความจำเสื่อม ความคิดความอ่านช้าลง สภาพทางร่างกายเสื่อมถอย หูตึง ตามัว ผมหงอก เป็นต้น

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้เป็นผลทำให้ดุลการเจริญเติบโตลดลง แต่ความเสื่อมโทรมเพิ่มมากขึ้น ในลักษณะอนิจจังสังขารเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน มีเกิด มีแก่ มีเจ็บ และก็มีตาย ซึ่งผู้เข้าสู่วัยสูงอายุจะต้องยอมรับและรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงเสียแต่เนิ่นๆ เพื่อสร้างความพร้อมในการปรับตัวที่จะเป็นผู้สูงอายุอย่างมีความสุข หรือดูแลให้ผู้สูงอายุมีความสุขตลอดไป

 

การเปลี่ยนแปลงตามอายุจะเกิดขึ้นไม่เท่ากันในแต่ละคนทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ

ผม ผมเป็นสิ่งแรกของร่างกายที่เปลี่ยนแปลงให้เห็นได้ชัดภายนอกจากสีเดิมเป็นสีขาวแห้งและร่วงง่าย เนื่องมาจากเนื้อเยื่อหนังศีรษะเหี่ยวย่น การไหลเวียนของโลหิตลดลง เส้นผมได้อาหารไม่เพียงพอ และภาวะเครียดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมได้ง่าย การเปลี่ยนสีผมเป็นข้อบ่งชี้อันหนึ่งเท่านั้นที่จะบอกถึงความเสื่อมของร่างกาย แต่จะต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆด้วย

 

ผิวหนัง เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อต่างๆจะขาดความตึงตัว เนื่องจากการลดจำนวนน้ำในเซลล์ต่อมเริ่มเหี่ยว นำมันใต้ผิวหนังมีน้อย เลือดมาเลี้ยงบริเวณผิวหนังก็น้อยลงทำให้ผิวหนังเริ่มเหี่ยวแห้ง หยาบ การลดจำนวนไขมันใต้ผิวหนังทำให้ผิวหนังหย่อนยาน ปรากฏรอยย่นชัดเจน ฉะนั้นคนวัยนี้จึงรู้สึกหนาวง่าย เพราะไขมันใต้ผิวหนังน้อยลง

 

กระดูก วัยสูงอายุเป็นวัยที่กระดูกเปราะง่าย ถ้าได้รับอันตรายเพียงเล็กน้อยจะทำให้กระดูกหักได้ ทั้งนี้เนื่องมาจากมีการสลายตัวของแคลเซียมออกจากกระดูกมากขึ้น และอีกสาเหตุหนึ่งคือการขาดวิตามินดี เพราะผู้สูงอายุมักไม่ชอบแสงแดด จะอยู่แต่ภายในบ้าน และการกินอาหารไม่เพียงพอเพราะมีปัญหาเรื่องการเคี้ยว โอกาสขาดวิตามินดีจึงมีสูง เมื่ออายุ 60 ปีขึ้นไป หมอนรองของกระดูกสันหลังมักจะกร่อนและแบนลงมาก ทำให้หลังโกงได้

เล็บ เล็บจะหนาแข็งและเปราะ เนื่องจากการไหลเวียนของโลหิตส่วนปลายน้อยลง ทำให้การจับตัวของแคลเซียมบริเวณเล็บลดลงด้วย

กล้ามเนื้อ ร่างกายประกอบด้วยกล้ามเนื้อที่สำคัญ คือกล้ามเนื้อลาย ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อค้ำจุนโครงสร้างของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อแขน ขา เมื่อกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง มีความเสื่อมสมรรถภาพเกิดขึ้นจะมีผลให้ความคล่องตัวในการทำกิจกรรมต่างๆที่ต้องใช้กล้ามเนื้อลดลงไปด้วย

ดังนั้นจึงทำให้ผู้สูงอายุ ไม่อยากออกจากบ้าน หรือเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตนเอง เหตุผลมาจากการเดิน ที่ค่อนข้างลำบาก หอบ เหนื่อยง่าย และกล้ามเนื้อขาไม่มีแรง จึงทำให้ลูกหลาน หรือคนในครอบครัวเกิดการกังวล เพราะอาจจะทำให้ผู้สูงอายุนอนอยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปเจอโลกกว้างภายนอก ดังนั้นเราก็ต้องหาตัวช่วยที่จะทำให้ผู้สูงอายุได้ออกจากบ้าน ไปไหนมาไหนได้เองแบบอิสระ และสามารถออกไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนกลุ่มเดียวกันได้ นั่นก็คือ “รถเข็นไฟฟ้า” นั่นเอง

หู การได้ยินจะเริ่มเสียเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของประสาทรับเสียงในหูชั้นใน ทำให้การส่งกระแสประสาทของเสียงไปยังอวัยวะรับการได้ยินซึ่งอยู่ในหูเสียไป อาการหูตึงในผู้สูงอายุจะพบมากเมื่ออายุ 65 ปีขึ้นไป

 

ตา ลักษณะตาของผู้สูงอายุจะเล็กลง เพราะจำนวนไขมันหลังลูกตาน้อยลง หนังตาบนจะตกหรือต่ำเนื่องจากการยืดหยุ่นของหนังตาลดลง ตาลึก มีความเสื่อมโทรมของประสาทตา มีความไวต่อแสงน้อยทำให้มองภาพใกล้ไม่ชัด การยืดหยุ่นของเลนส์เสียไป การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้สูงอายุมีสายตายาว นอกจากนี้จะมีวงแหวนขาวที่ขอบตาดำเกิดขึ้น แต่ไม่มีอันตรายใดๆ และไม่มีผลต่อการเห็น

 

            การเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจและสังคม การเปลี่ยนแปลงในวัยสูงอายุไม่เพียงแต่สภาพร่างกายเท่านั้น ยังมีการเปลี่ยนแปลงทางความรู้สึก การรับรู้ บุคลิกภาพ ความจำ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมด้วย

           การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เช่น การเปลี่ยนตำแหน่งในครอบครัว ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้สูงอายุจะต้องยอมรับ จากที่เคยเป็นหัวหน้าครอบครัว ก็จะกลายเป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว เป็นที่ปรึกษา หรือผู้คอยดูแลบ้าน หรืออาจเป็นผู้อาศัยไป

           การเสื่อมความเคารพและการถูกทอดทิ้ง จะเป็นปัญหาต่อสุขภาพจิตมาก มีความวิตกกังวล บางรายอาจแยกตัวเองเป็นบุคคลไร้ความสามารถ สูญเสียความรู้สึกมีค่า ความเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งทำให้เกิดข้อขัดแย้งในตัวเอง และจะเพิ่มมากขึ้นตามระดับอายุ

 

จากการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจในผู้สูงอายุเป็นผลให้ผู้สูงอายุจะต้องปรับตัวและยอมรับต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงนั้นๆ ฉะนั้นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดควรจะเข้าใจและยอมรับต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงนั้นๆด้วย เพื่อที่จะได้ปฏิบัติต่อผู้สูงอายุได้อย่างถูกต้อง เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความสุข

ปรับแต่งรถเข็นไฟฟ้า ให้ผู้พิการไม่มีแขน ด้วยเครื่องพิมพ์ 3มิติ

ปรับแต่งรถเข็นไฟฟ้า ให้ผู้พิการไม่มีแขน ด้วยเครื่องพิมพ์ 3มิติ


หลายๆคนคงรู้จัก “น้องฝ้าย” บิวตี้บล็อกเกอร์ไร้แขน น้องฝ้ายพิการแต่กำเนิด โดยไม่มีแขน และ ขาข้างหนึ่งสั้นกว่าปกติ

วันหนึ่งเราได้รับโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจาก Workpoint Entertainment ว่าต้องการให้ช่วยออกแบบรถเข็นไฟฟ้าและ Support ให้น้องฝ้าย โดยเธออยากได้รถเข็นไฟฟ้า เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ขับไปไหนมาไหนแถวบ้าน ที่มหาวิทยลัย และสถานที่ต่างๆ
โจทย์ของเราคือ จากลักษณะพิเศษของน้องฝ้ายนั้นพิเศษ รถเข็นไฟฟ้านั้นออกแบบมาเพื่อให้ใช้มือบังคับ โดยลักษณะของการจับ Joy Stick คือใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งในการจับ ก้านคันบังคับจึงยากที่จะใช้เท้าบังคับ เนื่องจากน้องฝ้ายไม่มีมือ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องใช้ฝ่าเท้าบังคับ นิ้วเท้าไม่สามารถหนีบอะไรได้สะดวกเท่านิ้วมือ


สิ่งที่เราปรับรถเข็นไฟฟ้า พิเศษเพื่อน้องฝ้าย
1. ปรับระดับ Joy Stick มาด้านล่างเมื่อให้ใช้เท้าบังคับได้สะดวก ทำได้โดยเครื่องมือที่ทางร้านมีอยู่แล้ว + กับตัวจับยืดต่างๆ
2. ออกแบบคับบังคับใหม่ จากที่มีลักษณะเป็นแท่งตรงๆ เป็นกากาบาท (ดังรูป) เมื่อให้มีพื้นที่และมุมให้ใช้ฝ่าเท้าบังคับตัวรถเข็นไฟฟ้าได้

ในรูปด้านซ้ายคือคันบังคับปกติ, ด้านขวาคือคันบังคับพิเศษเพื่อน้องฝ้าย

ในขั้นตอนที่สองนั้นเราใช้ คอมพิวเตอร์ในการออกแบบไฟล์ 3มิติ (CAD Design) หลังจากนั้น จึงใช้เครื่องพิมพ์ 3มิติ (3D Printer) ในการสร้างชิ้นงานขึ้นมาจริงๆ แล้วไปใช้แทนคับบังคับเดิม
จาก Feedback ที่ได้จากน้องฝ้าย ทำให้เราทราบว่า น้องสามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น ตามหลักสรีระ ง่ามที่เป็นลักษณะเหมือนเครื่องหมายบวก สามารถใช้เทาดัน และดึงกลับได้

ออกแบบไฟล์ 3มิติ ในคอมพิวเตอร์ CAD Solid Edge
พิมพ์ไฟล์ 3มิติ ด้วยเครื่องพิมพ์ 3D Printer

ความสำคัญของสินค้า รถเข็นไฟฟ้าคือต้องสามารถปรับให้เข้ากับบุคคลแต่ละคนได้ เนื่องจากสรีระร่างกายของเราไม่เหมือนกัน เรารู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการออกแบบ ปรับแต่งรถเข็นไฟฟ้า เพื่อน้องฝ้าย เพื่อให้น้องฝ้ายเป็นกำลังใจเป็นแบบอย่างกับคนอื่นๆต่อไป

รูปเมื่อติดคับบังคับใหม่ และปรับระดับให้เหมาะกับร่างการน้องฝ้าย
ลักษณะของรถเข็นไฟฟ้า ปกติ
ปรับแต่ง เปลี่ยนตำแหน่ง Joy Stick เพื่อน้องฝ้าย

Elife พาเที่ยว ไปกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นPW101A

Elife พาเที่ยว ไปกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นPW101A

           สวัสดีค่ะ พบกับElife พาเที่ยวเช่นเคย โดยคราวนี้เพิ่มความพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะจะพาทุกคนไปผจญภัยพร้อมกันค่ะ โดยการนำรถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW101A ซึ่งเป็นพระเอกของ

เราในการท่องเที่ยวครั้งนี้

          สถานที่ท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ในทริปนี้ พื้นถนนหนทางจะค่อนข้างเป็นทางลูกรัง พื้นที่ลาดชัน ทางลูกระนาด พื้นขรุขระ มีหลากหลายเส้นทาง แต่ทำไงได้ก็อยากไปเที่ยวจริงๆ แต่

เราก็ไม่หวั่นอย่างแน่นอน

         เพราะจุดเด่นของรถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW101A คือ ล้อเป็นล้อใหญ่ยางตัน มีล้อกันหงาย สามารถใช้งานได้ดีควบคุมเกือบทุกพื้นถนน ทางขรุขระ ลูกรัง พื้นไม้ ลูกระนาดไปได้สบายๆเลยค่ะ ยิ่งพื้นถนนหนทางตามต่างจังหวัด หรือต้องการนำไปใช้งานในการทำงานก็สามารถใช้งานได้ดีมากๆ ค่ะ ว่าแล้วจะหาว่าไม่จริง ไปชมพร้อมๆกันค่ะ

 

 

         เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ สามารถใช้งานได้ทุกพื้นที่ จริงๆทนทานสุดๆ ล้อตันไม่กล้วของแหลมคม คลายความกังวลเรื่องยางรั่ว แบตเตอรี่ ความจุ 24V 12AH ใช้งานได้มากถึง15-

20กิโลเมตร บังคับยาวๆ เที่ยวแบบสบายใจได้ทั่งวัน มั่นใจและปลอดภัยเพราะมีล้อกันหงายขึ้นทางลาดชันได้สบายๆ พร้อมลุยไปกับทุกสถานการณ์

        เห็นแบบนี้แล้วอย่างจะมีไว้ให้คนสำคัญในครอบครัว อาทิเช่น คุณปู่ คุณยา คุณตา คุณยายได้ใช้ เพราะจะได้พาพวกท่านไปเที่ยวด้วยกัน ให้ท่านได้มีอิสระต่อการเคลื่อนที่ อยากไปไหน

มาไหนด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งลูกหลานมากมาย เชื่อได้ค่ะ ใจของท่านจะยิ้มกว้างอย่างแน่นอน หากสนใจ ติดต่อสอบถาม ที่ Shop Elifegear ได้เลยค่ะ หรือ ตามช่องทางด้านล่างนี้ค่ะ

Line : @elife

Tel : 095-348-0712 / 02-4154347

Facebook  : ELifegear Wheelchair เชี่ยวชาญ รถเข็นนั่งไฟฟ้า สำหรับคนชรา ผู้ป่วย ผู้พิการ

Website : www.elifegear.com

***********************************************************************************

–แล้วพบกันใหม่นะคะ–