fbpx

รีวิวรถเข็นยกผู้ป่วยออกจากเตียง คนดูแลคนเดียวใช้งานได้

รถเข็นยกคนป่วย

การยกหรือย้ายคนป่วยปัญหาที่พบมากที่สุดในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและผู้ดูและปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงในวัยผู้ใหญ่-วัยกลางคน เพราะผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ภาระทั้งหมดก็จะตกเป็นของผู้ดูแล
การอุ้มหรือย้ายผู้ป่วยเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ไม่จะเป็นการทานข้าว ทำความสะอาดร่างกาย การเข้าห้องน้ำ อาจจะลำบากสำหรับผู้ดูแลที่เป็นผู้หญิงและคนดูแลที่เริ่มมีอายุแล้ว อาจจะต้อพบกับปัญหาอาการปวดเอว ปวดหลัง หน้ามืด รวมไปถึงทางด้านอารมณ์ และต้องยอมรับเลยว่างานดูแลผู้ป่วยไม่ใช้เรื่องง่ายๆ ค่อนข้างใช้พลังงานเยอะ และปัจจุบันก็มีอุปกรณ์เสริมช่วยมากมายให้เลือกใช้ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนขึ้นไป

รถเข็นยกผู้ป่วย
รถเข็นยกผู้ป่วย EW-99

หากใครที่เคยใช้งานรถวีลแชร์ ต้องเคยเห็นรถเข็นช้อนหรือรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ซึ่งวันนี้อีไลฟ์จะมารีวิวตัว รถเข็น EW-99 หรือรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอเนกประสงค์ ซึ่งความพิเศษของรถเข็นตัวนี้นอกจากใช้ช้อนคนป่วยแล้วยังสามารถเป็นทั้งรถเข็นนั่งถ่ายได้หรือเป็นเก้าอี้วีลแชร์ที่ใช้งานทั่วไปภายในบ้านได้ด้วย ไปดูรีวิวกันเลยค่ะ

คุณสมบัติรถเข็นยกผู้ป่วย

SKU/Model DY077600-51/ EW-99
โครงสร้าง เหล็ก
ความกว้างทั้งหมด/Total width 68 เซนติเมตร
เบาะกว้าง / Seat width 51 เซนติเมตร
ล้อหน้า / Rear wheel 3 นิ้ว
ล้อหลัง / Front wheel 5 นิ้ว
ความสูงที่ปรับได้ / height 81.5-101.5 เซนติเมตร
Unfold length 71 เซนติเมตร
ความยาวของที่นั่ง / Seat length 40 เซนติเมตร
ความสูงพนักพิง / Backrest height 40 เซนติเมตร
Seat height 40-60 เซนติเมตร
น้ำหนักรถเข็น N/W 33 กิโลกรัม
Package size 69*52*76.5 เซนติเมตร

EW-99 ทำอะไรได้บ้าง ?

  • ใช้ยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากเตียง
  • ใช้แทนรถเข็นนั่งถ่ายได้ มีโถสำหรับขับถ่าย
  • มีเบาะเสริมสำหรับนั่งแทนรถเข็นแมนนวล
  • สามารถคร่อมชักโครกเพื่อขับถ่ายได้
  • หมุนปรับระดับ 360 องศา ระดับอิสระ ไม่ฟิกระดับ
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-99
ใช้เป็นรถนั่งถ่าย
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-99
ใช้คร่อมกับชักโครก
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-99
รถเข็นย้ายคนป่วย

วิธีการใช้งาน

การช้อนผู้ป่วยออกจากเตียง

  • หมุนระดับของรถเข็นให้พอเหมาะกับเตียงหรือโซฟา
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-99
หมุนปรับระดับตามที่ต้องการ
  • ปลดล็อคทั้ง 2 ตัวให้รถเข็นแยกออกจากกัน
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-99
ปลดล็อครถเข็นทั้ง 2 ล็อค
  • เลื่อนรถเข็นให้เข้าใกล้เตียงมากที่สุดเมื่อดูว่าได้ระดับที่พอเหมาะแล้วล็อคล้อเพื่อป้องกันรถไหล
  • จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านั่งและยกขกไว้ตรงกลางของรถเข็น
  • ค่อยๆทำการช้อนทีละข้าง
  • เมื่อผู้ป่วยนั่งอยู่บนเบาะเต็มตัวแล้ว ทำการล็อครถเข็นทั้ง 2 ตัว
  • ปลอดล็อคล้อและสามารถเข็นผู้ป่วยเข้าห้องน้ำหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นได้เลย

การวางผู้ป่วยออกจากรถช้อน

  • เข็นรถให้เข้าใกล้เตียงมากที่สุด
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-99
กดลงเพื่อล็อคล้อ
  • ทำการล็อคล้อ
  • หมุนระดับของรถเข็นให้พอดีการฐานเตียง โดยให้เว้นระยะห่าง 2-4 เซนติเมตรเพื่อกันรถเข็นติดกับเตียงมากเกินไปและช่วยให้ผู้ป่วยย้ายตัวสะดวกขึ้น
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-9
แยกเบาะ2ข้างออกจากกัน
  • เมื่อได้ระดับที่พอเหมาะแล้วปลดล็อครถเข็นทั้ง 2 ตัวให้แยกออกจากกัน
  • ค่อยๆแยกเบาๆทีละข้างจนผู้ป่วยนั่งติดกับเตียง
  • ปลดล็อคล้อดันรถเข็นออกมาเพื่อเก็บให้เรียบร้อย

สรุป

  •  รถเข็นช้อนสามารถยกผู้ป่วยเคลื่อนไปในที่ต่างๆ และใช้เป็นรถเข็นทั่วไปภายในบ้าน
  • รถเข็นย้ายผู้ป่วยหรือยกผู้ป่วยรุ่น EW-99 เหมาะสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวด้วยตัวเองได้แล้ว ช่วยประหยัดแรง ที่สำคัญผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยเพียงคนเดียวสามารถใช้งานได้
  • สามารถใช้เป็นรถเข็นนั่งถ่ายและเป็นสามารถคร่อมกับชักโครกได้พอดี
  • สามารถกันน้ำได้ระดับนึง
  • เหมาะกับผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุเพื่อการดูแลที่สะดวกมากขึ้น

จบไปแล้วสำหรับรีวิวรถเข็นช้อนนะคะ เป็นยังไงกันบ้างคะ? และหากดูรีวิวนี้แล้วสนใจจะมาทดลองสินค้าจริงก่อนอีไลฟ์มี โชว์ที่ ร้านรถเข็นอีไลฟ์ หรือโทรมาสอบถามเพิ่มเติม 095-348-0712  อีไลฟ์ยินดีให้บริการเต็มที่เลยค่ะ สามารถดูรถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้าเพื่อผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ทุกรุ่นได้ที่ www.elifegear.com ครั้งหน้าอีไลฟ์จะมารีวิวหรือมีสาระอะไรดีๆเกี่ยวกับผู้สูงอายุมาฝากอีกอย่าลืมมาติดตามกันที่ได้ที่นี่ที่เดิม สำหรับวันนี้สวัสค่ะ


 

รีวิวสัญญาณขอความช่วยเหลือ SmartCall อุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย,ผู้สูงอายุ

รีวิวสัญญาณขอความช่วยเหลือ SmartCall อุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย,ผู้สูงอายุ

ในปัจจุบันอุบัติเหตุในผู้สูงอายุมีเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น การพลัดตก หกล้ม การสะดุด ลื่นในห้องน้ำ บางเคสอาจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบ้าง แต่ก็มีบางคนที่บาดเจ็บร้ายแรงถึงขั้นไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งอุบัติเหตุนั้นอาจเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่คาดคิดหรือในเวลานั้นผู้สูงอายุไม่มีคนดูแลอยู่ด้วย วันนี้อีไลฟ์มีอุปกรณ์เสริมตัวพิเศษที่จะทำให้ระยะห่างของผู้ดูแลกับผู้ป่วยไม่น่ากลัวอีกต่อไป

 

อุปกรณ์ที่ว่าก็คือ Smartcall หรือสัญญาณขอความช่วยเหลือแบบพกพาได้นั้นเอง มาดูกันค่ะว่าตัวสมาร์ทคอลเนี่ยประกอบด้วยอะไรบ้าง

เซตSmartcall
  • กล่องควบคุมสัญญาณไฟ มีหน้าที่ควบคุมระบบไฟฟ้าทั้งหมดและเป็นตัวที่ให้เสียงสัญญาณซึ่งตัวนี้ต้องอยู่ติดกับผู้ดูแลหรือวางตำแหน่งใดก็ได้ที่ผู้ดูแลต้องการ
  • รีโมทคอนโทรล มีหน้าที่กดเพื่อเปิดเรียกสัญญาณฉุกเฉินให้ดังขึ้นซึ่งเข้าใจง่ายๆก็คือมีไว้ให้ผู้ป่วยกดเรียกผู้ดูแลนั้นเอง
  • อะแดปเตอร์ มีหน้าที่ชาร์จแบตตัวกล่องควบคุมไฟฟ้า

ความพิเศษของตัวนี้ก็คือ

  • ไม่ต้องเสียบปลั๊กค้างไว้มีแบตเตอรีในตัว หรือหากสะดวกจะชาร์จไฟตลอดเวลาก็ทำได้เช่นกัน
  • ตัวกล่องควบคุมไฟสามารถรองรับระยะห่างจากผู้ป่วยได้ถึงตึก 5 ชั้น หรือ 2-5 กิโลเมตร คือผู้ดูแลสามารถวางส่วนไหนของบ้านก็ได้นั้นเอง
  • เสียงดัง ชัด ทำหน้าที่เป็นสัญญาณฉุกเฉินได้ดี
  •  มีแสงไฟกระพริบ อันนี้จะเป็นข้อดีในเวลากลางคืน
  •  ตัวรีโมทมีขนาดเล็กกระทัดรัดสามารถติดไว้กับรีโมทเตียงไฟฟ้า โคมไฟ อุปกรณ์ในห้องน้ำหรือส่วนใดก็ได้ที่ผู้ป่วยสามารถกดใช้งานได้ง่ายที่สุด

ทำไม ? ต้องใช้ Smartcall

  • คิดง่ายๆนะคะว่าสมมติคุณยายลื่นล้มในห้องน้ำแล้วเราเนี่ยก็ทำกิจกรรมอยู่นอกบ้าน แล้วถ้ารอให้คุณยายตะโกนเรียกอย่างเดียวเนี่ยคุณยายคงไม่โอเค นอกจากท่านจะบาดเจ็บอยู่คงไม่สามารถออกแรงเพื่อขอความช่วยเหลือได้และกว่าเราจะได้ยิน อาจจะเข้าไปช่วยเหลือไม่ทันแล้วก็ได้ ตัว Smartcall เนี่ยสะดวกที่เราสามารถนำไปวางส่วนไหนก็ได้ เสียงค่อนข้างดัง คุณยายไม่ต้องออกแรงตะโกนให้เสียกำลังและเราก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือท่านได้ทันที
  •  คนดูแลมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น เพราะการดูแลคนป่วยต้องการความใกล้เป็นพิเศษแต่การให้คนดูแลนั่งเฝ้าตลอดเวลาอาจจะสร้างความลำบากไป เพราะผู้ดูอาจจะมีภาระหน้าที่อย่างอื่นที่ต้องทำด้วยไม่ว่าจะเป็นการทำงานบ้านต่างๆ ที่ต้องคลาดสายตากับผู้ป่วยดังนั้นการมีสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินก็สามารถช่วยทำให้ระยะห่างเหล่านั้นเข้าถึงกันง่ายมากขึ้น คนดูแลก็จะมีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้นอีกด้วย
  • ช่วยให้เพื่อบ้านสามารถได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือในขณะที่ผู้ดูแลไม่อยู่ บางครั้งการผู้ป่วยใช้สมาร์ทโฟนโทรเรียกคนดูแลก็จะมีความซับซ้อนมากไป ไม่เหมาะกับเวลาฉุกเฉิน การกดสัญญาณ Smartcall สามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้เช่นกัน

ข้อดีและข้อเสีย

  • ข้อดีคือ : พกพาสะดวก ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อนผู้ใช้งานสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง เสียงดังฟังชัดสามารถวางในรัศมีไกลๆได้ ตอบโจทย์สำหรับเป็นอุปกรณ์เสริมดูแลผู้ป่วย
  • ช้อเสียคือ : เสียงอาจจะฟังดูน่าตกใจ

การดูแลรักษา

  • เพราะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องหลีกเลี่ยงน้ำและความชื้น

 


รีวิวอุปกรณ์เสริมไฟใต้เตียง Smart Care สำหรับดูแลผู้สูงอายุ

รีวิวอุปกรณ์เสริมไฟใต้เตียง Smart Care สำหรับดูแลผู้สูงอายุ

วันนี้อีไลฟ์จะมาแนะนำอุปกรณ์เสริมสำหรับเตียงไฟฟ้าที่จะป้องกันอุบัติเหตุให้กับผู้สูงอายุ ปลอดภัยแล้วช่วยเหลือตัวเองมากยิ่งขึ้น นั้นก็คือ SmartCare สมาร์ทคืออะไร ? สมาร์ทแคร์คือไฟเสริมใต้เตียงเพื่อส่องแสงสว่างในเวลากลางคืนนั้นเอง

ไฟสามารถหรี่ได้ตามความต้องการ

จุดเด่น

  • สามารถหมุนปรับหรี่ไฟได้ตามต้องการ ไม่ฟิกระดับ
  • สามารถเปิด-ปิดใช้งานได้โดยไม่ต้องลุกออกจากเตียง
  • ใช้งานไม่ซับซ้อน คนใช้งานสามารถควบคุมเองได้
  • สีไฟเป็น Warm light ไม่แสบตา ไม่รบกวนสมาชิกในครอบครัว
  • มีไฟจำนวน 6 ดวงรอบตัวเตียง
  • มี USB Power Socket เสริมให้ 2 ช่อง รองรับ Fast Charge สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องใช้ไฟฟ้า USB ได้ทุกประเภท
  • กล่องไฟมีขนาดเล็กกระทัด ไม่กินพื้นที่รอบๆ
  • หากไม่ใช้งานสามารถถอดปลั๊กออกได้
  • หากไม่ใช้งานสามารถถอดเก็บได้โดยไม่ส่งผลเสียกับการใช้งาน

ลักษณะกล่องSmartcareที่ติดกับตัวเตียง
Warm light แบบนี้จำวน 6 ดวง

ลักษณะของสมาร์ทแคร์

  • เป็นกล่องไฟสีเหลี่ยมขนาด 5*4 นิ้ว ด้านบนมีปุ่มหมุนสำหรับเปิด-ปิด หรี่ไฟ ด้านหลังจะเป็นปลั๊กไฟสำหรับเสียบใช้งาน
  • ถัดมาจะเป็นช่อง USB จำนวน 2 ช่อง หากไม่ใช้งานสามารถปิดได้
  • Warm light รอบตัวเตียงจำนวน 6 ดวง
เปิด-ปิด หรี่ไฟโดยการหมุน

วิธีการใช้งาน

  • เมื่อติดตั้งการใช้งานเรียบร้อยแล้วสามารถเสียบปลั๊กใช้งานได้ทันที
  • หมุนไปทางซ้ายเพื่อเปิดไฟ ไฟก็จะค่อยสว่างขึ้นตามระยะที่ผู้ใช้งานหมุน
  • หมุนกลับเพื่อลดระดับไฟไปจนถึงการปิดไฟ
  • USB Power Socket ที่อยู่ในกล่องสามารถใช้งานพร้อมกันได้
ภาพหรี่ไฟน้อยที่สุด
หรี่ไฟสว่างมากที่สุด

เมื่อทดลองการใช้งาน 

  • สิ่งแรกเลยทำให้เตียงดูสวยงามมากขึ้น เพราะไฟสีวอร์มเข้ากันพอดีกับเนื้อไม้ของเตียง
  • การให้แสงสว่างค่อนข้างดี สว่างเพียงพอต่อการเดินไปห้องน้ำ หยิบของ มองเห็นสิ่งกีดขวาง
  • ทดลองเปิดทิ้งไว้ทั้งคืนโดยหรี่ระดับไฟให้อยู่ปานกลาง ให้อารมณ์เหมือนโคมไฟแต่โคมไฟจะอยู่ใกล้สายตามากกว่า
  • ตัว USB สามารถใช้งานได้ ชาร์จแบตโทรศัพท์เต็มค่อนข้างเร็ว
  • ส่วนตัวคิดว่าผู้สูงอายุน่าจะแฮปปี้ เพราะไฟก็ไม่ได้มีสีสว่างจ้ามาก และเขาสามารถปรับระดับไฟเองได้ไม่ต้องลุกจากเตียง
แสงไฟเมื่อมองบนพื้น
สีไฟดูอบอุ่น

อายุการใช้งาน

  • สามารถใช้งานได้ 2-5 ปี

การดูแลรักษา

  • หลีกเลี่ยงจากความชื้นและการสัมผัสน้ำโดยตรง

สรุป

ถ้าถามว่าไฟใต้เตียงมีประโยชน์ยังไงกับผู้สูงอายุ หลักๆเลยให้ความปลอดภัยค่ะเพราะสายตาของผู้สูงอายุคงมองได้ไม่ชัดเท่าสายตาคนที่อายุน้อยแล้ว(ขนาดเรายังมองไม่ค่อยชัดเลย) แสงสว่างจะทำให้เขามองเห็นอะไรได้ชัดเจนมากขึ้นส่งผลให้ช่วยเหลือตัวเองได้ด้วย เช่นการเข้าห้องน้ำในเวลากลางคืน ปัญหาผู้สูงอายุปัสสาวะบ่อยทุกคนคงได้เจอ การหยิบใช้ของหรือยาในเวลากลางคืนซึ่งบางครั้งเขาอาจไม่อยากปลุกคุณ 5 นาทีเพียงเพื่อมาหยิบยาหม่องให้เขา ดังนั้นไฟเป็นสิ่งสำคัญค่ะ ถึงไม่มีไฟใต้เตียงก็ควรมีไฟหัวเตียง โคมไฟ ไฟสลัวๆติดไว้ในห้องผู้สูงอายุด้วยนะคะ


ไฟใต้เตียงดีกว่าไฟธรรมดาอย่างไร ? (ไฟกลางคืนสำหรับผู้สูงอายุ)

ไฟใต้เตียงดีกว่าไฟธรรมดาอย่างไร ? (ไฟกลางคืนสำหรับผู้สูงอายุ)

ปัจจุบันปัญหาเรื่องการมองเห็นเป็นปัญหาต้นๆที่ผู้สูงอายุทุกคนต้องเจอ ไม่ว่าจะเกิดจากโรคทางสายตา เช่น สายตายาว โรคต้อกระจก หรือปัญหาที่มีผลมากจากใช้ยาที่ทำให้เกิดอาการง่วงนอนทำให้ ผู้สูงอายุมองเห็นไม่ชัด สายตาพล่ามัว ยิ่งในเวลากลางคืนเมื่อมีแสงสว่างไม่เพียงพอยิ่งเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุพลัด ตก หกล้มที่ไม่คาดคิดได้ แสงสว่างจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุมองเห็น สิ่งกีดขวาง ทางต่างระดับหรือเส้นทางที่ต้องการไปได้ชัดเจนมากขึ้นหรือจะเรียกได้ว่าผู้สูงอายุต้องอยู่คู่กับแสงสว่างนั้นเอง

ปัจจุบันผู้คนมีการให้ความสำคัญเรื่องติดไฟสำหรับผู้สูงอายุมากขึ้น มีหลายๆบริษัทที่เพิ่มไฟไว้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าว่าจะเป็น ไฟตรงขั้นบันได โคมไฟ ไฟติดผนังส่องทางเดิน หรือที่ใกล้ที่สุดคือไฟใต้เตียงผู้สูงอายุเอง ซึ่งระบบไฟนี้สามารถทำงานได้หลากหลายแบบเช่น ทำงานผ่านเซนเซอร์ การเปิด-ปิดโดยผู้ดูแลเป็นต้น

แบบจำลองห้องผู้สูงอายุของ SCG
ผู้สูงอายุปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืน

โดยสาเหตุหลักที่ห้องนอนผู้สูงอายุต้องมีไฟหรือแสงสว่างในเวลากลางคืน เพราะผู้สูงอายุส่วนใหญ่อาจจะปัสสาวะบ่อยหรือจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำในเวลากลางคืน ซึ่งในเวลานั้นผู้ดูแลอาจจะนอนหลับอยู่ ดังนั้นการที่เขาสามารถเปิดใช้งานไฟได้ด้วยตัวเองหรือมีแสงสว่างอยู่ตลอดคืน จะทำให้เขาสามารถเขาห้องน้ำได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรบกวนผู้ดูแลและสามารถป้องกันการสะดุดล้ม และไฟจำพวกนี้ส่วนใหญ่เป็น Warm light เป็นสีที่เป็นมิตรกับการนอนไม่แสบตาหรือรบกวนเวลานอน มักออกแบบอยู่ในรูปแบบไฟใต้เตียง ไฟบันได นั่นเอง

ระหว่างไฟห้องธรรมดากับไฟใต้เตียงแบบไหนเหมาะสมกับผู้สูงอายุมากกว่า ?
  • ไฟธรรมดาไม่ว่าจะเป็นไฟห้อง ไฟฉาย ไฟหัวเตียง แสงไฟจากโทรศัพท์ สามารถให้แสงสว่างได้ แต่อาจจะเหมาะสมกับคนธรรมดามากกว่าผู้สูงอายุเพราะด้วยปัญหาเรื่องสายตา สภาพร่างกาย และความสามารถในการใช้งานสิ่งของเหล่านี้ อาจสร้างความลำบากกว่าไฟใต้เตียงที่อยู่ใกล้ตัวผู้สูงอายุ
  • ไฟธรรมดามีความสว่างจ้ามากเกินไปหรือน้อยเกินไป ไฟใต้เตียงจะให้แสงสว่างที่กำลังพอดีและเป็นไฟที่สม่ำเสมอ
  • ไฟใต้เตียงสามารถเปิดทิ้งไว้ได้ทั้งคืน เพราะเป็นไฟที่สว่างเฉพาะจุดจึงสามารถเปิดได้โดยไม่รบกวนสมาชิกในครอบครัว
  • ไฟใต้เตียงใช้งานไม่ซับซ้อนผู้สูงอายุสามารถใช้งานได้ด้วยตัวเอง

  ประโยชน์ของไฟใต้เตียง 

สามารถเปิด-ปิดไฟโดยไม่ต้องลุกจากเตียง
ให้แสงสว่างกำลังพอดี

  • ไฟใต้เตียงเป็นไฟที่จะอยู่ใกล้ตัวผู้สูงอายุมากที่สุด ผู้สูงอายุสามารถเปิดไฟบนเตียงได้ทันทีโดยไม่ต้องลุกออกจากเตียง ช่วยลดความเสี่ยงขณะที่กำลังเดินไปหาสวิซต์ไฟและไม่ต้องเรียกคนดูแลให้ช่วยเปิดกลางดึก ปัจจุบันเตียงไฟฟ้ามีแสงไฟฉุกเฉินติดมาด้วยอยู่แล้วมีทั้งเป็นแบบเซ็นเซอร์หรือแบบสวิซต์
  • แสงไฟลดความอึดอัด ผู้สูงอายุบางท่านไม่ชอบนอนในที่มืดทึบจนเกินไปเพราะจะทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก แสงไฟสลัวๆจากใต้เตียงสามารถสร้างความอบอุ่นให้ผู้สูงอายุได้
  • แสงสว่างพอดี ไม่สว่างจ้ารบกวนผู้ดูแลและสมาชิกในบ้าน
  • ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น สามารถหยิบจับของในเวลากลางคืนโดยไม่ต้องรบกวนใคร
  • ผู้ดูแลรู้สึกอุ่นใจมากขึ้น เพราะแสงไฟจะช่วยให้มองเห็นผู้สูงอายุตลอดคืน
  • เมื่อเกิดอุบัติเหตุผู้ดูแลสามารถมองเห็นและช่วยเหลือได้ทันที

เพราะปัญหาผู้สูงอายุลื่น พลัด ตกหกล้ม เป็นเรื่องทีไม่ควรเกิดขึ้นมากๆ เราสามารถป้องได้ทางไหนก็ควรทำทันที ทำให้ท่านมีความสุข ปลอดภัยและอยู่เป็นรมโพธิ์ร่มไทรกับเราไปได้อีกนานๆค่ะ


 

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้

เขียนโดย Elife

ในบทความตอนที่แล้ว Elife ได้แนะนำเกี่ยวกับประโยชน์ของรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าแบบพับได้มาแล้ว หากท่านเห็นว่ามีประโยชน์แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าแบบไหนดี วันนี้ Elife จะมาแนะนำวิธีเลือกให้เหมาะสมกันค่ะ

ปัจจุบันมี รถเข็นไฟฟ้าให้เลือกมากมายหลายรุ่น ทั้งรถเข็นไฟฟ้าพับได้ รถเข็นไฟฟ้าเหล็กเคลือบ รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา รถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม ซึ่งแต่ละแบบต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป วันนี้ทางอีไลฟ์จะมาแนะนำข้อสำคัญที่ควรคำนึงถึงเวลาเลือกซื้อรถวีลแชร์ไฟฟ้าหรือรถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุ

  1. ผู้นั่งรถเข็นไฟฟ้า เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรคำนึงถึงเวลาเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้า เช่น12341444_1655039261419443_2503043915509614958_n
    • น้ำหนักผู้นั่งและความกว้างของเบาะนั่ง
    • มือที่ผู้นั่งถนัดหากผู้นั่งถนัดบังคับด้วยมือซ้าย อย่าลืมสอบถามผู้ขายทุกครั้งว่าสามารถเปลี่ยนคันบังคับเป็นด้านซ้ายได้หรือไม่ ทั้งนี้ควรบังคับแท่งควบคุมรถเข็นไฟฟ้าด้วยมือข้างที่ถนัด
    • ผู้นั่งยังมีแรงแขนหรือไม่ หากยังมีแรงแขน คุณสามารถเลือกรถเข็นไฟฟ้าล้อใหญ่แบบบังคับได้สามระบบเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ คือสามารถบังคับได้ด้วยแท่งควบคุมโดยผู้นั่ง หรือให้ผู้ดูแลเข็นให้ หรือให้ผู้นั่งเข็นตัวเองโดยการหมุนล้อได้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้มีโอกาสออกกำลังแขน เสริมสร้ามความแข็งแรงของกล้ามเนี้อใช้มือเข็นล้อ
    • อายุของผู้นั่ง ผู้นั่งมีอายุมากแล้วเช่น 80 ปีขึ้นไป แนะนำให้เลือกรถเข็นไฟฟ้าแบบที่มีระบบเบรกไฟฟ้าอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  1. ใครคือผู้ดูแลCaregiver-wheelchair-handling-protocol
    • ปัจจัยนี้เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเวลาเลือกรถเข็นไฟฟ้า หากผู้ดูแลเป็นผู้หญิงหรือผู้สูงอายุด้วยกัน ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักไม่มากนัก โดยอาจเลือกรุ่นที่ทำด้วยอลูมิเนียม ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องสนิมแล้วยังน้ำหนักเบาและคล่องตัวมากกว่าแบบเหล็กเคลือบ
    • นอกจากนี้ หากผู้สูงอายุอยู่ดูแลกันเอง คุณอาจเลือกรถเข็นไฟฟ้าชนิดล้อยางตันทุกล้อ เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้ายางตันจะมีอายุการใช้งานนานกว่าและไม่ต้องคอยเติมลมทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน และไม่ต้องคอยเปลี่ยนยางในบ่อยๆ
  2. ลักษณะการใช้งาน
    • หากเน้นการใช้งานแบบพกพารถเข็นไฟฟ้าไปหลายๆที่เช่นท่องเที่ยว ห้าง สวน และโรงพยาบาล คุณควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าพับได้ เพื่อให้กินที่น้อยสามารถใส่ท้ายรถเก๋งได้โดยไม่เปลืองพืนที่ห้องโดยสารในรถ ทั้งยังควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียมเนื่องจากน้ำหนักเบา หากต้องยกใส่ท้ายรถบ่อยครั้ง
    • หากเน้นใช้งานที่บ้านหรือบริเวณหมู่บ้าน ก็ไม่จำเป็นต้องนึกถึงน้ำหนักตัวรถมากนัก เนื่องจากไม่ต้องยกหรือเคลื่อนย้าย เมื่อใช้เสร็จแล้วสามารถวางไว้ได้
  3. งบประมาณ ย่อมเป็นอีกปัจจัยสำคัญหนื่งสำหรับการเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายราคามาก หากงบประมาณมีไม่มากนักอาจเลือกเป็นรถเข็นไฟฟ้าราคาถูก ทำจากเหล็กเคลือบซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน หากมีงบประมาณเพิ่มเติมขึ้นมา อาจเลือกเป็นแบบรถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม เนื่องจากไม่เป็นสนิม ใช้งานได้ระยะยาว และหากไม่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา เพื่อให้สามารถพกพาขึ้นรถหรือไปเที่ยวได้ง่าย 

 

ทางอีไลฟ์หวังว่าบทความที่เขียนขึ้นนี้จะช่วยให้สามารถเลือกวีลแชร์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความสุขของผู้นั่ง ลูกหลาน และผู้ดูแลนั่นเอง