fbpx

ดูแลตัวเองให้พร้อม…ก่อน-หลังฉีดวัคซีนCovid-19

ดูแลตัวเองให้พร้อม…ก่อน-หลังฉีดวัคซีนCovid-19

เตรียมก่อนฉีดวัคซีนโควิด-19

  • หากมีไข้สูงในวันนัดหมายฉีดวัคซีน ควรเลื่อนการฉีดวัคซีนออกไปก่อน 
  • หากมีไข้ต่ำ ๆ หรือเจ็บป่วยเล็กน้อย สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ตามปกติ ไม่ควรเลื่อนฉีดวัคซีน 
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว มีประวัติภูมิแพ้ หรือมีปัญหาภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรแจ้งบุคลากรทางการแพทย์ก่อนฉีดวัคซีน เพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสม 

อาการข้างเคียงหลังฉีด 

อาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีนโควิด-19 มักเป็นสัญญาณแสดงว่าร่างกายกำลังถูกวัคซีนกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป ไม่รุนแรง และหายได้เองในระยะเวลาไม่นาน เช่น 

  • ไข้ 
  • ปวดศีรษะ 
  • ปวดเมื่อยตามตัว 
  • อ่อนเพลีย
  • บวม แดง ร้อนบริเวณที่ฉีด

อาการแพ้วัคซีน

อาการแพ้วัคซีนในทางการแพทย์เกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนมากกว่าปกติ ซึ่งนับว่าเป็นอาการไม่พึงประสงค์หลังได้รับวัคซีน อาการที่พบอาจเกิดจากวัคซีนโดยตรง หรือไม่เกี่ยวข้องกับวัคซีนโดยตรงนั่นคือ อาการทางจิตใจที่มักพบในกลุ่มผู้รับวัคซีนที่เครียด กลัว กังวล เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากเป็นวัคซีนที่ผ่านการรับรองและขึ้นทะเบียนแล้ว หากพบผลข้างเคียงรุนแรงจะอยู่ในอัตราที่ต่ำมาก 

อาการแพ้วัคซีนที่อาจพบได้ ซึ่งมักพบหลังจากฉีดวัคซีนในช่วง 30 นาทีแรก ได้แก่

  • ผื่นขึ้น
  • ลมพิษ
  • คันบวมที่ใบหน้า ปาก หรือลำคอ
  • หายใจติดขัด
  • ความดันเลือดต่ำ
  • คลื่นไส้
  • ปวดท้อง

1. ตรวจสอบร่างกาย

  • ไม่อดนอน หลับให้เพียงพอ
  • เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และชา-กาแฟ
  • ต้องไม่มีอาการไข้หรืออาการเจ็บป่วย
  •  สองวันก่อนฉีด และหลังงดออกกำลังกายหนัก

2. แจ้งแพทย์ก่อนฉีด

  •  โรคประจำตัว
  • ประวัติการแพ้ยาหรือวัคซีน
  • การตั้งครรภ์
  • ข้อมูลอื่น ๆ ที่แพทย์ควรทราบ

3. สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียม

  • ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมบัตรประชาชน
  • วันเวลานัดการฉีด
  •  รักษามาตรการป้องกันพื้นฐานอย่างเคร่งครัดคือ สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง พกเจลแอลกอฮอล์

4. ข้อแนะนำในการฉีดวัคซีน

  • วันที่ฉีดควรกินน้ำอย่างน้อย 500 – 1,000 ซีซี
  • ฉีดแขนข้างที่ไม่ค่อยถนัด และหลังฉีดสองวันอย่าใช้แขนนั้น อย่าเกร็งยกของหนัก
  • หลังฉีดแล้วเจ้าหน้าที่จะให้รอดูอาการในบริเวณที่ฉีด 30 นาที

5. ข้อควรระวังหากมีไข้ต้องทำอย่างไร ?

  • ถ้ามีไข้หรือปวดเมื่อยมาก ทนไม่ไหว สามารถกินยาพาราเซตามอลขนาด 500 มก. ครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำได้ถ้าจำเป็น แต่ให้ห่าง 6 ชั่วโมง

6. ยาที่ห้ามรับประทานโดยเด็ดขาด

  • ห้ามกินยาพวก Brufen, Arcoxia, Celebrex เด็ดขาด

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/regional/844520

คู่มือวัคซีนสู้โควิด (ฉบับประชาชน)

กรมควบคุมโรค

บ้านพักคนชราหรือ…อยู่บ้านจนชรา?

บ้านพักคนชราหรือ…อยู่บ้านจนชรา?

“บ้านพักคนชรา “ หากบ้านใครที่มีผู้สูงอายุอาจจะคุ้นเคย รู้สึกกังวล หรือรู้สึกสบายใจขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมของครอบครัวนั้นๆ แต่ส่วนใหญ่ทัศนคติของคนไทยที่มีต่อบ้านพักคนชรายังไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะเป็นสังคมที่ถูกหล่อหลอมมาด้วยคำว่า “ลูกกตัญญู” การส่งพ่อแม่ไปอยู่นั้นคือการทอดทิ้งและเห็นแก่ตัว เพราะด้วยปัจจุบันบ้านพักคนชราในไทยยังมีตัวเลือกน้อยในต่างจังหวัดแทบไม่มีเลย….

แต่บ้านพักคนชราเป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศที่มีวัฒนธรรมอยู่กันแบบครอบครัวเดี่ยว ที่เมื่อลูกหลานโตแล้วก็จะออกไปหาบ้านอยู่กันเอง พ่อแม่จึงอยู่กันตามลำพังจนเข้าสู่วัยชรา และเมื่อไม่สามารถดูแลตัวเองได้อีกต่อไป ลูกหลานจะส่งพวกเขาไปอยู่บ้านพักคนชรา (nursing home) ซึ่งส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ปลอดภัยและทันสมัยไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ เตียงไฟฟ้า รถเข็นวีลแชร์ ต่างๆที่สำคัญมีคนดูแลใกล้ชิดตลอดเวลาสามารถดูแลความเป็นอยู่ของคนชราให้มีชีวิตอยู่อย่างสะดวกสบายได้นานที่สุด

ตัวอย่างระบบดูแลผู้สูงอายุในญี่ปุ่น…ที่ญี่ปุ่นเชื่อว่าหนุ่มสาวเป็นแรงงานสำคัญในภาคการผลิตและส่งผลต่อการเจริญเติบโตในด้านเศรษฐกิจของประเทศ ถ้าหนุ่มสาวพวกนี้ต้องทำงานไปพร้อมกับดูแลพ่อแม่คงมีพลังงานที่ไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงมีการเก็บภาษีจากคนทำงานวัยหนุ่มสาวหรือจัดตั้งระบบ Pool ทรัพยากร มีการจัดตั้งรัฐบาลท้องถิ่นประจำอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ  ใครที่ดูแลตัวเองได้ก็อยู่บ้านมาหาเจ้าหน้าที่นัดเป็นระยะๆหรือจัดให้เจ้าหน้าที่ไปเยี่ยมบ้านเพื่อตรวจสุขอนามัย/สุขภาพออยู่สม่ำเสมอ

บางท้องถิ่นมีการทำระบบให้ผู้สูงอายุสั่งอาหารเป็นรายเดือน มีเจ้าหน้าที่ทำอาหารที่เหมาะสมมาส่งให้ที่บ้านทุกมื้อ ระหว่างส่งอาหารก็มีการเช็คสุขภาพของผู้สูงอายุดูว่าโอเคหรือไม่ ถ้าเจ็บป่วยจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ก็จะส่งผู้สูงอายุไปอยู่ศูนย์ดูแลของเทศบาลต่อไปนั่นเอง

แต่สาเหตุหลักที่ลูกหลานส่งผู้สูงอายุไปบ้านพักคนชราเพราะส่วนใหญ่ไม่มีเวลาดูแลหรือทำงานอยู่ไกลบ้าน ปัญหาครอบครัว ลูกหลาน ลูกสะใภ้ หรือผู้สูงอายุเองที่เป็นคนโสดไม่มีลูกหลาน ที่สำคัญในเรื่องของค่าใช้จ่ายไม่ใช่ว่าทุกที่จะสามารถเข้าไปอยู่ในบ้านพักคนชราได้ ดังนั้นบ้านพักคนชราอาจจะถูกใจใครบางคนหรือเป็นคุกสำหรับใครหลายๆคนได้เช่นเดียวกันแต่เชื่อว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่ก็ยังอยากอยู่ที่บ้านกับลูกหลานหรือบ้านที่คุ้นชินมากกว่าอยู่บ้านพักชราอยู่ดี…

อลิซ คุณยายอายุ 84 ปี ที่ร่างกายค่อนข้างแข็งแรงเมื่อเทียบกับอายุ เธอดูแลตัวเองและอาศัยอยู่ในบ้านคนเดียวหลังจากที่สามีเสียชีวิตไปหลายปีก่อนหน้า แต่หลังจากหกล้ม 3-4 ครั้ง และขับรถพุ่งชนสวนของคนข้างบ้าน ซ้ำด้วยการถูกคนที่เธอจ้างมาตัดกิ่งไม้ขู่กรรโชกทรัพย์ ลูกๆ ก็เริ่มรู้สึกว่าอลิซควรย้ายไปอยู่บ้านพักคนชราที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกและมีเจ้าหน้าที่ดูแลเธอได้ตลอดเวลา

หลังจากย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านพักคนชราได้ไม่นาน อลิซก็เริ่มแยกตัวออกจากคนอื่น ไม่ร่าเริงเหมือนเคย เธอไม่ได้รับอนุญาตให้ขับรถอีกต่อไป เธอต้องย้ายออกจากบ้านที่เธออยู่มาตลอดทั้งชีวิต อลิซเลิกทำอาหารและเริ่มมีอาการซึมเศร้า เธอไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าสาเหตุของความทุกข์ของเธอมาจากอะไร เธอรู้แค่ว่า “มันไม่ใช่บ้าน”

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลง เมื่ออลิซหกล้มสะโพกหัก จึงทำให้เธอต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นตลอดเวลา มีเจ้าหน้าที่มาคอยเปลี่ยนเสื้อ อาบน้ำและทำทุกอย่างให้ เธอต้องอยู่กับเพื่อนร่วมห้องที่เธอไม่ได้เลือก ไม่มีสิทธิ์ออกความคิดเห็น เธอบอกว่าเหมือน ถูกจำคุกเพียงเพราะเป็นคนแก่

เมื่อถามความรู้สึกของคนชราส่วนใหญ่ที่อยู่ในบ้านพักพบว่าพวกเขารู้สึกเหมือนถูกพรากจากชีวิตของตัวเอง และถูกขังอยู่ในบ้านพักคนชราที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบที่ทำให้สุขภาพจิตของพวกเขาย่ำแย่ลงกว่าเดิม สุขภาพที่ทรุดโทรมอยู่แล้วจึงยิ่งเสื่อมถอยด้วยอัตราที่เร็วขึ้น สวนทางกับวัตถุประสงค์ของบ้านพักคนชราเหล่านั้น ดูเหมือนว่าการมีสถานที่ที่เรารู้สึกว่ามันเป็นบ้านอย่างแท้จริงนั้น สำคัญกับมนุษย์ไม่แพ้สิ่งอำนวยความสะดวกและปัจจัยอื่นๆ

ข้อมูลจาก : choolofchangemakers.com

ผิดไหม ? ที่ให้พ่อแม่ไปอยู่บ้านพักคนชรา

จริงๆเราต้องแยกก่อนว่า บ้านพักคนชรากับสถานสงเคราะห์คนชรานั้นไม่เหมือนกัน ถามว่าผิดไหม…ไม่ผิดหรอกค่ะถ้าเป็นความต้องการของผู้สูงอายุเองโดยที่เราไม่ไปบังคับ เพราะหากเราดูไม่มีเวลาดูแลหรือดูแลเขาไม่ดีพอกว่าการออกไปทำงาน ก็จะทำให้ผู้สูงอายุอาจรู้สึกเหงา ภาวะเคลียดได้และที่สำคัญกลุ่มคนเหล่านี้เป็นคนเปราะบาง ขณะที่เราออกไปทำงานเราไม่รู้เลยว่าจะมีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นกับท่านบ้าง…แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้าไปอยู่บ้านพักคนชราได้บอกเลยว่าราคาค่อนข้างแรงพอตัวเลยสำหรับในช่วงเศรษฐิจแบบนี้

นอกจากในเรื่องความสะดวกสบาย ความปลอดภัยแล้วผู้สูงอายุอาจจะได้พบปะกับผู้สูงอายุคนอื่นๆและมีเพื่อนแก้เหงาอีกด้วย สุดท้ายไม่ว่าการจะอยู่ที่บ้านกับครอบครัวหรืออยู่บ้านพักคนชราไม่มีข้อไหนผิดเลย อีไลฟ์อยากให้คุณลองช่างน้ำหนักข้อดีข้อเสียโดยเริ่มจากภาวะจิตใจของผู้สูงอายุเป็นหลัก เพราะเหนือสิ่งใดความรู้สึกยังเป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด การให้ท่านไปอยู่ในที่ๆปลอดภัย มีการดูแลที่ทั่วถึงจากหมอและพยาบาลอาจไม่ดีเท่าที่คุณดูแลท่านด้วยตัวเองนะคะ


ตอบทุกข้อสงสัย…เตียงผู้ป่วยไฟฟ้า3ไกร์ต่างกับ5ไกร์อย่างไร?

ตอบทุกข้อสงสัย…เตียงผู้ป่วยไฟฟ้า3ไกร์ต่างกับ5ไกร์อย่างไร?

เตียงไฟฟ้า (Electric Adjustable Bed)… หรือเตียงผู้ป่วยเป็นเฟอร์นิเจอร์ทางการแพทย์ที่มีการออกแบบพิเศษเพื่อความสะดวกสบายของผู้ป่วยระหว่างพักฟื้น ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเคลื่อนไหว จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย โดยเตียงไฟฟ้าผู้ป่วยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการทำงานและปรับระดับต่างๆโดยรีโมท สามารถปรับทิศทาง ความสูง-ต่ำ การงอเข่า ปรับองศาต่างๆได้ นอกจากสร้างความสะดวกสบายให้กับผู้ป่วยและผู้ดูแล เตียงไฟฟ้าผู้ป่วยยังสามานถป้องกันแผลกดทับในคนไข้ที่ไม่สามารถขยับตัวได้ ลดอาการปวดเมื่อยในการพักรักษาตัว ซึ่งเตียงไฟฟ้านี้จะเข้ามาช่วยให้การเคลื่อนไหวของผู้ใช้งานสะดวกมากยิ่งขึ้นและลดภาระให้กับผู้ดูแลได้อีกด้วย

การเลือกเตียงไฟฟ้า

จริงๆเตียงไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องรอให้เป็นคนป่วยก่อนแล้วถึงใช้เมื่อเริ่มเข้าสู่สูงวัยก็สามารถนอนเตียงไฟฟ้าเป็นเตียงนอนสุขภาพได้ (สาเหตุที่เป็นเตียงสุขภาพเพราะเตียงประเภทนี้จัดเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์นั้นเอง) ช่วยป้องกันการพลัด ตก หกล้มในผู้สูงอายุได้และยังให้ความสะดวกในเรื่องการเคลื่อนไหวให้เขาช่วยเหลือตัวเองได้มากยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์ที่มีความทันสมัย อบอุ่น เหมือนกับเตียงนอนในบ้านทั่วไป ทำให้เตียงนอนไฟฟ้าเป็นที่นิยมมากในบ้านพักผู้สูงอายุในญี่ปุ่นซึ่งคนใช้งานก็ไม่ใช่ผู้ป่วยติดเตียงซะทีเดียว…

แต่ก่อนจะเลือกซื้อ”เตียงไฟฟ้า“อีไลฟ์อยากให้คุณรู้จักฟังก์ชันของเตียงกันก่อน เพราะในปัจจุบันมีเตียงไฟฟ้าให้เลือกมากมาย หน้าตาคล้ายๆกัน ทั้งราคาถูกและแพงขึ้นอยู่กับคุณบัติของเตียงไฟฟ้าที่สามารถทำได้บางรุ่นสามารถปรับได้ 3 ไกร์ 5 ไกร์ ยิ่งปรับได้หลายฟังก์ชันราคาจะสูงตามขึ้นไปด้วย แต่การซื้อเตียงไฟฟ้าท่านไม่จำเป็นที่จะต้องเลือกเตียงที่ปรับได้หลายฟังก์ชันเสมอไปเพราะสิ่งที่จำเป็นคือต้องตอบโจทย์กับการใช้จริงๆ เพื่อความเข้าใจในการเลือกซื้อเตียงไฟฟ้า อีไลฟ์จะมาอธิบายเตียงไฟฟ้าที่ปรับได้ 3 ไกร์ กับเตียงไฟฟ้าที่ปรับได้ 5 ไกร์มีความแตกต่างกันอย่างไร ? ไปดูกันเลย…

เตียงปรับไฟฟ้าของอีไลฟ์… ที่มีการออกแบบพิเศษให้มีฟังก์ชัน ขนาด รูปแบบเหมือนเตียงโรงพยาบาลแต่ดีไซน์โดดเด่นเหมือนเตียงนอนในบ้านทั่วไป ให้ความรู้สึกที่เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากขึ้น เน้นตอบโจทย์กับผู้สูงอายุทั่วไปที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ไปจนถึงผู้ป่วยติดเตียง

EB-55 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 5ไกร์ โครงโลหะกรุวัสดุไม้
เตียงไฟฟ้าอีไลฟ์

ลักษณะทั่วไปของเตียงไฟฟ้า (อีไลฟ์)

  • มีขนาด 3ฟุต เท่ากับเตียงนอนของโรงพยาบาล
  • ใช้งานระบบไฟฟ้า สั่งงานผ่านรีโมทและมอเตอร์ไฟฟ้า
  • โครงกรุเนื้อไม้
  • มีราวกั้นกันตก (ราวอลูมิเนียม ราวไม้ ราวเหล็ก)
  • สามารถพับเก็บได้
  • รับน้ำหนัก 220 กิโลกรัม

EB-35 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 3ไกร์
เตียง 3ไกร์

เตียงไฟฟ้า3ไกร์ หรือ EB-35… เหมาะกับผู้สูงอายุทั่วไปที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แต่ต้องการใช้เตียงไฟฟ้าเพื่ออำนวยความสะดวกตัวเองเรื่องการเคลื่อนไหว ซึ่งการเลือกใช้เตียง 3 ไกร์ทำให้ประหยัดงบและได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่า ลักษณะภายนอกแทบไม่มีความแตกต่างกับรุ่นที่ปรับได้ 5 ไกร์แต่ข้างในแตกต่างกันเยอะพอสมควรเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมอเตอร์หรือฟังก์ชัน

ฟังก์ชันการใช้งานสามารถปรับได้ 3 ฟังก์ชัน

  • พนักพิงส่วนหลังปรับเพื่อให้ผู้สูงอายุนั่งได้ 0-70 องศา อาจจะเป็นการนั่งทานข้าว อ่านหนังสือ ดูทีวี
  • ปรับส่วนเข่าหรือที่วางเท้า ชันได้ 0-30 องศา
  • ปรับส่วนพนักพิงและชันเข่าพร้อมกัน
  • ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Dewert Okin จำนวน 1 ตัว

เตียง3ไกร์ สามารถปรับสูง-ต่ำได้หรือไม่ ?

  • สามารถปรับได้แต่ต้องปรับแบบแมนนวลโดยการดึงตัวล็อคลงและยกเตียงให้อยู่ในระดับที่ต้องการซึ่งอาจจะต้องใช้คนช่วย 2-3 คน

สามารถใช้กับผู้ป่วยติดเตียงได้หรือไม่ ?

  • จริงๆแล้วสามารถใช้งานได้หากผู้ใช้งานต้องการประหยัดงบ แต่จะดูแลผู้ป่วยได้ยากกว่าซึ่งก็จะเป็นปัญหาของผู้ดูแล เช่นการปรับระดับสูงต่ำเพื่อเปลี่ยนชุดหรือต้องการให้ผู้ป่วยพลิกตัวอาจจะทำได้ลำบาก

ข้อดีของเตียง 3ไกร์

  • เป็นเตียงไฟฟ้าที่ราคาประหยัดและมีฟังก์ชันที่ครอบคลุมในระดับนึง
  • เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่อยากเริ่มลองใช้งานเตียงไฟฟ้า
  • สามารถใช้งานได้เหมือนเตียงนอนทั่วไป ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ป่วยอย่างเดียว
EB-35 เตียงไฟฟ้า ปรับระดับได้ 3ไกร์
เตียง5ไกร์

เตียงไฟฟ้า 5ไกร์หรือEB-55… เหมาะกับผู้สูงอายุที่เริ่มเป็นผู้ป่วยแล้วไปจนถึงผู้ป่วยติดเตียงซึ่ง 5ไกร์ที่รวมฟังก์ชันที่สำคัญทั้งผู้ดูแลและผู้ใช้งานมาแล้วสามารถปรับได้เหมือนกับ 3ไกร์แต่มีฟังก์ชันพิเศษที่เพิ่มเข้ามา

ฟังก์ชันการใช้งานสามารถปรับได้ 5 ฟังก์ชัน

  • พนักพิงสามารถปรับได้ 0-70 องศา เช่นเดียวกัน
  • ปรับชันเข่าเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก 0-30 องศา
  • ปรับส่วนพนักพิงและชันเข่าพร้อมกัน
  • สามารถปรับระดับต่ำสุด 38.5 เซนติเมตร และสูงสุด 81 เซนติเมตร เพื่อผู้ดูแลสามารถเข้าดูแลผู้ป่วยได้สะดวกเช่น การเปลี่ยนเสื้อผ้า พลิกตัว ทำความสะอาดร่างกายให้ผู้ป่วย
  • สามารปรับท่านอนราบได้ 0-12 องศา สามารถป้องกันแผลกดทับได้อีกส่วนหนึ่ง (กรณีที่เตียงเอนราบตลอด น้ำหนักร่างกายจะกดทบที่ส่วนก้น การเปลี่ยนท่าเป็นเอียงจะช่วยเรื่องกดทับนี้) และผู้ดูแลสามารถจัดท่าทางง่ายขึ้น เช่นการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนนอน พูดคุยกับคนที่มาเยี่ยม การเอียงเตียงยังช่วยในเรื่องการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ
  • ปุ่มสุดท้าย Reset เตียงให้กลับมาอยู่ในค่าเริ่มต้น
  • ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Dewert Okin จำนวน 4 ตัว

ข้อดีของเตียง 5 ไกร์

  • สะดวก ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน สามารถปรับระดับทุกฟังก์ชันผ่านรีโมท
  • เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่หาเตียงไฟฟ้าไว้ดูแลคนป่วยที่มีหน้าตาเหมือนเตียงนอนทั่วไปเป็นมิตรกับบ้าน
  • เหมาะกับการใช้งานระยะยาวเพราะมีฟังก์ที่ครบแล้วไม่ต้องเปลี่ยนเตียงใหม่บ่อยๆ

สรุปข้อแตกต่าง

การเลือกใช้เตียงไฟฟ้า

เตียงไฟฟ้า 3 ไกร์ เตียงไฟฟ้า 5 ไกร์
มีมอเตอร์ 1 ตัว มีมอเตอร์ 4 ตัว
ปรับระดับสูง-ต่ำแบบแมนนวลหรือใช้คน ปรับระดับสูง-ต่ำผ่านรีโมท
ปรับระนาบไม่ได้ ปรับระนาบได้ 0-12 องศา
ไม่มีปุ่ม Reset กลับมาค่าเริ่มต้นต้องปรับทีละส่วน สามารถกดปุ่มResetค่าทั้งหมดในปุ่มเดียว
ราคาประหยัด ราคาสูงกว่าเพราะฟังก์ที่เพิ่มมา
เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและคนทั่วไปที่ยังสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เหมาะกับผู้สูงอายุไปจนถึงผู้ป่วยติดเตียงและการใช้งานในระยะยาว
การเลือกเตียงไฟฟ้า
รีโมทเตียงไฟฟ้า

 

คำถามที่พบบ่อย!

  • ราคาเตียงไฟฟ้า 3 ไกร์และ5 ไกร์ ?

ราคา3ไกร์ อยู่ที่ 10,000-40,000 บาท ราคา 5ไกร์ อยู่ที่ 50,000-200,000 บาทขึ้นอยู่กับมอเตอร์ วัสดุที่ใช้งาน

  • ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องเข่าหรือการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยน้อยควรเลือกกี่ไกร์ ?

เลือกเป็น 3ไกร์ หากต้องการประหยัดงบหรือต้องการลองใช้งานก่อน

  • เตียงไฟฟ้า 5 ไกร์ สามารถเริมที่นอนป้องกันแผลกดทับได้ไหม ?

สามารถเสริมได้ แต่เลือกที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนการทำงานของมอเตอร์

  • เปลืองไฟไหม ?

ไม่เปลืองไฟ เพราะเตียงไฟฟ้าจะเริ่มกินไฟก็ต่อเมื่อคุณกดรีโมท


รีวิวรถเข็นยกผู้ป่วยออกจากเตียง คนดูแลคนเดียวใช้งานได้

รถเข็นยกคนป่วย

การยกหรือย้ายคนป่วยปัญหาที่พบมากที่สุดในการดูแลผู้ป่วยติดเตียงและผู้ดูและปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงในวัยผู้ใหญ่-วัยกลางคน เพราะผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวหรือช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ภาระทั้งหมดก็จะตกเป็นของผู้ดูแล
การอุ้มหรือย้ายผู้ป่วยเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ไม่จะเป็นการทานข้าว ทำความสะอาดร่างกาย การเข้าห้องน้ำ อาจจะลำบากสำหรับผู้ดูแลที่เป็นผู้หญิงและคนดูแลที่เริ่มมีอายุแล้ว อาจจะต้อพบกับปัญหาอาการปวดเอว ปวดหลัง หน้ามืด รวมไปถึงทางด้านอารมณ์ และต้องยอมรับเลยว่างานดูแลผู้ป่วยไม่ใช้เรื่องง่ายๆ ค่อนข้างใช้พลังงานเยอะ และปัจจุบันก็มีอุปกรณ์เสริมช่วยมากมายให้เลือกใช้ ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนขึ้นไป

รถเข็นยกผู้ป่วย
รถเข็นยกผู้ป่วย EW-99

หากใครที่เคยใช้งานรถวีลแชร์ ต้องเคยเห็นรถเข็นช้อนหรือรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ซึ่งวันนี้อีไลฟ์จะมารีวิวตัว รถเข็น EW-99 หรือรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอเนกประสงค์ ซึ่งความพิเศษของรถเข็นตัวนี้นอกจากใช้ช้อนคนป่วยแล้วยังสามารถเป็นทั้งรถเข็นนั่งถ่ายได้หรือเป็นเก้าอี้วีลแชร์ที่ใช้งานทั่วไปภายในบ้านได้ด้วย ไปดูรีวิวกันเลยค่ะ

คุณสมบัติรถเข็นยกผู้ป่วย

SKU/Model DY077600-51/ EW-99
โครงสร้าง เหล็ก
ความกว้างทั้งหมด/Total width 68 เซนติเมตร
เบาะกว้าง / Seat width 51 เซนติเมตร
ล้อหน้า / Rear wheel 3 นิ้ว
ล้อหลัง / Front wheel 5 นิ้ว
ความสูงที่ปรับได้ / height 81.5-101.5 เซนติเมตร
Unfold length 71 เซนติเมตร
ความยาวของที่นั่ง / Seat length 40 เซนติเมตร
ความสูงพนักพิง / Backrest height 40 เซนติเมตร
Seat height 40-60 เซนติเมตร
น้ำหนักรถเข็น N/W 33 กิโลกรัม
Package size 69*52*76.5 เซนติเมตร

EW-99 ทำอะไรได้บ้าง ?

  • ใช้ยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากเตียง
  • ใช้แทนรถเข็นนั่งถ่ายได้ มีโถสำหรับขับถ่าย
  • มีเบาะเสริมสำหรับนั่งแทนรถเข็นแมนนวล
  • สามารถคร่อมชักโครกเพื่อขับถ่ายได้
  • หมุนปรับระดับ 360 องศา ระดับอิสระ ไม่ฟิกระดับ
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-99
ใช้เป็นรถนั่งถ่าย
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-99
ใช้คร่อมกับชักโครก
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-99
รถเข็นย้ายคนป่วย

วิธีการใช้งาน

การช้อนผู้ป่วยออกจากเตียง

  • หมุนระดับของรถเข็นให้พอเหมาะกับเตียงหรือโซฟา
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-99
หมุนปรับระดับตามที่ต้องการ
  • ปลดล็อคทั้ง 2 ตัวให้รถเข็นแยกออกจากกัน
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-99
ปลดล็อครถเข็นทั้ง 2 ล็อค
  • เลื่อนรถเข็นให้เข้าใกล้เตียงมากที่สุดเมื่อดูว่าได้ระดับที่พอเหมาะแล้วล็อคล้อเพื่อป้องกันรถไหล
  • จัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านั่งและยกขกไว้ตรงกลางของรถเข็น
  • ค่อยๆทำการช้อนทีละข้าง
  • เมื่อผู้ป่วยนั่งอยู่บนเบาะเต็มตัวแล้ว ทำการล็อครถเข็นทั้ง 2 ตัว
  • ปลอดล็อคล้อและสามารถเข็นผู้ป่วยเข้าห้องน้ำหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นได้เลย

การวางผู้ป่วยออกจากรถช้อน

  • เข็นรถให้เข้าใกล้เตียงมากที่สุด
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-99
กดลงเพื่อล็อคล้อ
  • ทำการล็อคล้อ
  • หมุนระดับของรถเข็นให้พอดีการฐานเตียง โดยให้เว้นระยะห่าง 2-4 เซนติเมตรเพื่อกันรถเข็นติดกับเตียงมากเกินไปและช่วยให้ผู้ป่วยย้ายตัวสะดวกขึ้น
รถเข็นยกผู้ป่วยEW-9
แยกเบาะ2ข้างออกจากกัน
  • เมื่อได้ระดับที่พอเหมาะแล้วปลดล็อครถเข็นทั้ง 2 ตัวให้แยกออกจากกัน
  • ค่อยๆแยกเบาๆทีละข้างจนผู้ป่วยนั่งติดกับเตียง
  • ปลดล็อคล้อดันรถเข็นออกมาเพื่อเก็บให้เรียบร้อย

สรุป

  •  รถเข็นช้อนสามารถยกผู้ป่วยเคลื่อนไปในที่ต่างๆ และใช้เป็นรถเข็นทั่วไปภายในบ้าน
  • รถเข็นย้ายผู้ป่วยหรือยกผู้ป่วยรุ่น EW-99 เหมาะสำหรับผู้ดูแลผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวด้วยตัวเองได้แล้ว ช่วยประหยัดแรง ที่สำคัญผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยเพียงคนเดียวสามารถใช้งานได้
  • สามารถใช้เป็นรถเข็นนั่งถ่ายและเป็นสามารถคร่อมกับชักโครกได้พอดี
  • สามารถกันน้ำได้ระดับนึง
  • เหมาะกับผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุเพื่อการดูแลที่สะดวกมากขึ้น

จบไปแล้วสำหรับรีวิวรถเข็นช้อนนะคะ เป็นยังไงกันบ้างคะ? และหากดูรีวิวนี้แล้วสนใจจะมาทดลองสินค้าจริงก่อนอีไลฟ์มี โชว์ที่ ร้านรถเข็นอีไลฟ์ หรือโทรมาสอบถามเพิ่มเติม 095-348-0712  อีไลฟ์ยินดีให้บริการเต็มที่เลยค่ะ สามารถดูรถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้าเพื่อผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ทุกรุ่นได้ที่ www.elifegear.com ครั้งหน้าอีไลฟ์จะมารีวิวหรือมีสาระอะไรดีๆเกี่ยวกับผู้สูงอายุมาฝากอีกอย่าลืมมาติดตามกันที่ได้ที่นี่ที่เดิม สำหรับวันนี้สวัสค่ะ


 

รีวิวสัญญาณขอความช่วยเหลือ SmartCall อุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย,ผู้สูงอายุ

รีวิวสัญญาณขอความช่วยเหลือ SmartCall อุปกรณ์เสริมเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้ป่วย,ผู้สูงอายุ

ในปัจจุบันอุบัติเหตุในผู้สูงอายุมีเป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น การพลัดตก หกล้ม การสะดุด ลื่นในห้องน้ำ บางเคสอาจได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบ้าง แต่ก็มีบางคนที่บาดเจ็บร้ายแรงถึงขั้นไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งอุบัติเหตุนั้นอาจเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่คาดคิดหรือในเวลานั้นผู้สูงอายุไม่มีคนดูแลอยู่ด้วย วันนี้อีไลฟ์มีอุปกรณ์เสริมตัวพิเศษที่จะทำให้ระยะห่างของผู้ดูแลกับผู้ป่วยไม่น่ากลัวอีกต่อไป

 

อุปกรณ์ที่ว่าก็คือ Smartcall หรือสัญญาณขอความช่วยเหลือแบบพกพาได้นั้นเอง มาดูกันค่ะว่าตัวสมาร์ทคอลเนี่ยประกอบด้วยอะไรบ้าง

เซตSmartcall
  • กล่องควบคุมสัญญาณไฟ มีหน้าที่ควบคุมระบบไฟฟ้าทั้งหมดและเป็นตัวที่ให้เสียงสัญญาณซึ่งตัวนี้ต้องอยู่ติดกับผู้ดูแลหรือวางตำแหน่งใดก็ได้ที่ผู้ดูแลต้องการ
  • รีโมทคอนโทรล มีหน้าที่กดเพื่อเปิดเรียกสัญญาณฉุกเฉินให้ดังขึ้นซึ่งเข้าใจง่ายๆก็คือมีไว้ให้ผู้ป่วยกดเรียกผู้ดูแลนั้นเอง
  • อะแดปเตอร์ มีหน้าที่ชาร์จแบตตัวกล่องควบคุมไฟฟ้า

ความพิเศษของตัวนี้ก็คือ

  • ไม่ต้องเสียบปลั๊กค้างไว้มีแบตเตอรีในตัว หรือหากสะดวกจะชาร์จไฟตลอดเวลาก็ทำได้เช่นกัน
  • ตัวกล่องควบคุมไฟสามารถรองรับระยะห่างจากผู้ป่วยได้ถึงตึก 5 ชั้น หรือ 2-5 กิโลเมตร คือผู้ดูแลสามารถวางส่วนไหนของบ้านก็ได้นั้นเอง
  • เสียงดัง ชัด ทำหน้าที่เป็นสัญญาณฉุกเฉินได้ดี
  •  มีแสงไฟกระพริบ อันนี้จะเป็นข้อดีในเวลากลางคืน
  •  ตัวรีโมทมีขนาดเล็กกระทัดรัดสามารถติดไว้กับรีโมทเตียงไฟฟ้า โคมไฟ อุปกรณ์ในห้องน้ำหรือส่วนใดก็ได้ที่ผู้ป่วยสามารถกดใช้งานได้ง่ายที่สุด

ทำไม ? ต้องใช้ Smartcall

  • คิดง่ายๆนะคะว่าสมมติคุณยายลื่นล้มในห้องน้ำแล้วเราเนี่ยก็ทำกิจกรรมอยู่นอกบ้าน แล้วถ้ารอให้คุณยายตะโกนเรียกอย่างเดียวเนี่ยคุณยายคงไม่โอเค นอกจากท่านจะบาดเจ็บอยู่คงไม่สามารถออกแรงเพื่อขอความช่วยเหลือได้และกว่าเราจะได้ยิน อาจจะเข้าไปช่วยเหลือไม่ทันแล้วก็ได้ ตัว Smartcall เนี่ยสะดวกที่เราสามารถนำไปวางส่วนไหนก็ได้ เสียงค่อนข้างดัง คุณยายไม่ต้องออกแรงตะโกนให้เสียกำลังและเราก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือท่านได้ทันที
  •  คนดูแลมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น เพราะการดูแลคนป่วยต้องการความใกล้เป็นพิเศษแต่การให้คนดูแลนั่งเฝ้าตลอดเวลาอาจจะสร้างความลำบากไป เพราะผู้ดูอาจจะมีภาระหน้าที่อย่างอื่นที่ต้องทำด้วยไม่ว่าจะเป็นการทำงานบ้านต่างๆ ที่ต้องคลาดสายตากับผู้ป่วยดังนั้นการมีสัญญาณขอความช่วยเหลือฉุกเฉินก็สามารถช่วยทำให้ระยะห่างเหล่านั้นเข้าถึงกันง่ายมากขึ้น คนดูแลก็จะมีเวลาไปทำอย่างอื่นมากขึ้นอีกด้วย
  • ช่วยให้เพื่อบ้านสามารถได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือในขณะที่ผู้ดูแลไม่อยู่ บางครั้งการผู้ป่วยใช้สมาร์ทโฟนโทรเรียกคนดูแลก็จะมีความซับซ้อนมากไป ไม่เหมาะกับเวลาฉุกเฉิน การกดสัญญาณ Smartcall สามารถขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้เช่นกัน

ข้อดีและข้อเสีย

  • ข้อดีคือ : พกพาสะดวก ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อนผู้ใช้งานสามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง เสียงดังฟังชัดสามารถวางในรัศมีไกลๆได้ ตอบโจทย์สำหรับเป็นอุปกรณ์เสริมดูแลผู้ป่วย
  • ช้อเสียคือ : เสียงอาจจะฟังดูน่าตกใจ

การดูแลรักษา

  • เพราะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต้องหลีกเลี่ยงน้ำและความชื้น