การนั่งตัวตรงมีประโยชน์อย่างไร

การนั่งตัวตรงมีประโยชน์อย่างไร

การนั่งตัวตรงมีประโยชน์อย่างไร

     การนั่ง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งเรียนหนังสือ การนั่งทำงานหรือการนั่งเพื่อทำกิจกรรมต่างๆที่อยู่บนเก้าอี้เป็นเวลานานๆ รวมถึงผู้ที่มีปัญหาสุขภาพและผู้พิการ หากนั้งไม่ถูกวิธี หรือนั่งในทวงท่าที่ไม่ถูกต้อง ย่อมเกิดผลเสียให้

กับร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้รถเข็นนั่ง ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการนั่ง ดังนั้นรถเข็นนั่งจึงไม่เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ช่วยในการเคลื่อนที่แต่ยังช่วยประคองให้ผู้นั่ง นั่งตัวตรงอย่างสบายอีกด้วยนั้นเองท่าทาง

หมายถึง รูปแบบการจัดวางส่วนต่างๆของร่างกาย รถเข็นนั่งที่มีขนาดเหมาะสม ควรช่วยรองรับ ร่างกายของผู้ใช้รถเข็นนั่งให้อยู่ในท่านั่งตัวตรง บางครั้งการนั่งตัวตรงอาจเรียกว่า ท่านั่งแบบธรรมชาติ และการนั่งตัวตรงมี

ประโยชน์ต่อผู้ใช้รถเข็นนั่งและรถเข็นนั่งผู้พิการ ในหลายด้าน ดังนี้

สุขภาพ  ท่านั่งตัวตรงช่วยในการย่อยอาหารและการหายใจ หาก2ระบบนี้ในร่างกายทำงานได้ดีและถูกวิธี ก็ช่วยป้องกันการเกิดโรคร้ายต่างๆในร่างกายเราได้ จะได้มีสุขภาพดี สุขภาพดีแล้วจิตใจก็แจ่มใสไปด้วยค่ะ

ความมั่นคง  ท่านั่งตัวตรงช่วยให้มีความมั่นคงของท่านั่งมากขึ้นในขณะที่นั่งรถเข็น

การกระจายน้ําหนัก  ขณะนั่งตัวตรงน้ําหนักของร่างกายกระจายอย่างทั่วถึง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ

ความสบาย  เมื่อร่างกายมีการกระจายน้ําหนักอย่างทั่วถึงจะทําให้เกิดความสบายมากขึ้นแก่ผู้นั่งมากขึ้น

ป้องกันปัญหาด้านท่าทาง  การนั่งตัวตรงจะช่วยลดโอกาสในการผิดรูปของกระดูกสันหลังในอนาคตซึ่งข้อนี้สำคัญมากค่ะ เนื่องจาก กระดูกสันหลังเป็นส่วนสำคัญในการทรงตัวในท่าทางต่างๆ

ความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตนเอง  การนั่งตัวตรงจะช่วยให้ผู้ใช้รถนั่งรถเข็นเกิดความรู้สึกดีกับตนเอง มีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งข้อนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนี่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกๆท่านไม่ว่าจะเป็นการนั่ง หรือการยืน

เป็นต้น

 

แม้ว่าการนั่งตัวตรงจะมีประโยชน์มากมาย แต่หากไม่มีการรองรับท่าทางอาจเป็นเรื่องยากที่จะคงท่านั่งนี้ ได้ทั้งวัน นั่นเป็นเหตุผลที่คนที่ไม่พิการต้องมีการเปลี่ยนท่าทางตลอดทั้งวัน ดังนั้นผู้ที่ต้องนั่งบนรถนั่ง ตลอดทั้งวัน

จําเป็นต้องได้รับการรองรับท่าทางอย่างเพียงพอเพื่อให้สามารถนั่งตัวตรงได้ตลอด ซึ่งรถเข็นนั่ง (Wheechair) ที่มีโครงสร้างที่ดี ต้องเป็นรถเข็นที่ถูกต้องตามมาตรฐานในการผลิตรถเข็นนั่งทั้งธรรมดา และ

ไฟฟ้า และหากทุกท่าน ต้องการดูสินค้ารถเข็นที่ได้รับมาตรฐาน สามารถเข้าชมได้ตามเว็บไซต์นี้ได้เลยค่ะ www.elifegear.com เพราะที่นี้เป็นร้านจำหน่ายรถเข็น(Wheelchair)ที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ต่อผู้ใช้งานอย่าง

ดีทีเดียวเลยค่ะ

 

 

โรคผู้สูงอายุ

โรคผู้สูงอายุ

  สังคมไทยทุกวันนี้มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น หันไปทางไหนก็มีแต่ผู้สูงอายุเต็มไปหมด (ซึ่งเราก็จะเป็นผู้สูงอายุในวันข้างหน้าเหมือนกัน) การใช้ชีวิตประจำวันก็ไม่สะดวกสบายเหมือนเดิม อันเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพ ที่เสื่อมโทรมไปตามวัย บ้างก็ประสบปัญหาปวดเข่า หูตาฝ้าฟาง เป็นต้น

 

ในขณะที่พื้นที่สาธารณะหลายๆแห่ง ที่รวมถึงหลากหลายครอบครัว ก็เริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาเหล่านี้ อย่างหนึ่งที่เริ่มทำกันคือ การมองหาวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้เอื้อกับผู้สูงอายุได้ใช้ และได้เข้าถึง เช่น การมีลิฟท์สำหรับการใช้รถไฟฟ้า นอกเหนือจากบันไดเลื่อน การมีห้องน้ำเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งการเลือกหา รถเข็นนั่งวิลล์แชร์ และวิลล์แชร์ไฟฟ้า ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ จำเป็นอย่างมากในการในการเคลื่อนไหว และการเดินทาง โดยโรคส่วนใหญ่ที่เราพบในผู้สูงอายุ จะเป็นโรคที่เกี่ยวกับกระดูก การเดิน หรือการเคลื่อนไหว ยกตัวอย่างเช่น

1.โรคกระดูกพรุน  เป็นโรคที่พบในผู้สูงอายุทุกคน อันมีสาเหตุสำคัญจากการทำงานของฮอร์โมนที่ลดลง

สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน

– ไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอ

– กรรมพันธุ์

– การใช้ยาสำหรับโรคบางอย่างทำให้เกิดการลดความหนาแน่นของกระดูก เช่น ยาคอร์ติโซน สำหรับโรคไขข้ออักเสบ ยาเฮปาริน สำหรับโรคหัวใจและความดันโลหิต

– การสูบบุหรี่หรือดื่มสุราเป็นประจำ

– ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ดื่มชา หรือกาแฟ ซึ่งมีผลทำให้กระดูกเสื่อมง่าย

– ฮอร์โมนลดลง เช่น ในหญิงวัยหมดประจำเดือน

– ขาดการออกกำลังกาย

– ขาดวิตามินดี เพราะในวิตามินดี มีความจำเป็นในการดูดซึมแคลเซียมไปใช้

ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคกระดูกพรุน

– ออกกำลังกายเป็นกิจวัตร

– เมื่อมีความเจ็บปวดไม่ว่าสาเหตุใด ควรรีบทำกายภาพบำบัดหรือเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เร็วที่สุดเท่าที่สภาพร่างกายจะเอื้ออำนวย

– ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเช่นปลากระป๋องปลาเล็กปลาน้อยหรือดื่มนมพร่องมันเนยผักผลไม้เป็นต้นมา

– งดดื่มสุราและงดสูบบุหรี่

– หลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเอง เช่น ยาลูกกลอน เพราะมันจะมีสารสเตียรอยด์สะสมอยู่จะทำให้กระดูกพรุนโดยไม่รู้ตัว

 

2.โรคข้อเสื่อม  เกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่กระดูกอ่อนผิวข้อเป็นหลัก โดยมากเป็นตำแหน่งข้อ คือ มีอาการปวดและมักเป็นหลังจากที่มีการใช้ข้อมากกว่าปกติ อาจมีอาการเจ็บด้านใดด้านหนึ่งของข้อได้ หรืออาจมีอาการบวมแดง แต่เมื่อได้พักอาการปวดก็จะลดลงหรือหายไป แต่อาการจะเป็นๆหายๆ ขึ้นอยู่กับการใช้งานข้อนอก จากนี้ยังมีอาการข้อฝืดเกิดขึ้นจากการหยุดการเคลื่อนไหวข้อเป็นเวลานาน เช่น นั่งท่าเดียว นั่งสมาธิและนั่งพับเพียบฟังเทศน์ เป็นต้น

สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เป็นโรคข้อเสื่อม

– อายุมากขึ้น

– พันธุกรรมและโรคทางเมตาโบลิค เช่น โรคเก๊าท์

– เป็นโรคที่ทำให้เกิดข้ออักเสบ เช่น โรคข้อ รูมาตอยด์ หรือข้ออักเสบติดเชื้อ

– การได้รับบาดเจ็บของข้อ อาจมีการเคลื่อนไหวข้อซ้ำๆ หรือมีน้ำหนักที่กดทับลงผิดข้อ ก็มีโอกาสเกิดข้อเสื่อมได้

– อาชีพการงานที่มีการใช้นิ้วมือมาก

– ความอ้วน พบว่า คนอ้วนมีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเพศหญิง ซึ่งมักเป็นที่ข้อรับน้ำหนัก เช่น ข้อเข่า เป็นต้น

– กล้ามเนื้อต้นขาเหนือเข่าอ่อนแรงหรือลีบ จะมีโอกาสเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมสูงขึ้น

ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคข้อเสื่อม

– หมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

– การนั่งส้วมไม่ควรนั่งยอง ควรปรับเปลี่ยนเป็นชักโครก หรือหาม้าสามขา มาคร่อมบนส้วมซึม

– ไม่ควรนั่งกับพื้น หรือทำกิจกรรมที่ต้องก้มเป็นเวลานาน

– หลีกเลี่ยงการขึ้นบันไดหรือที่สูงชัน

– หลีกเลี่ยงการยกของหนัก

– หากมีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วน ควรควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ

                                ซึ่งโรคเหล่านี้มีผลกระทบเรื่องทางการเดิน หรือ การเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ บางท่านอาจจะมองว่าผู้สูงอายุ อายุก็มากแล้ว จะเดินทางไปไหนมาไหน ทำให้ลำบาก อยู่แต่ในบ้านดีแล้ว แต่นั่นเป็นมุมมองที่ผิด เพราะผู้สูงอายุไทย ยังไม่คุ้นชินกับการดูแลตัวเอง จึงไม่เพียงแค่ต้องปรับตัวเท่านั้นแต่ยังต้องปรับใจด้วย

                    มีโอกาสไหม ? ที่เราจะสร้างโลกที่เหมาะกับโลกผู้สูงอายุ โลกที่พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข สามารถดำเนินชีวิตด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาการช่วยเหลือมากนัก ขจัดความรู้สึกว่าไม่อยากออกจากบ้าน เพราะออกไปแล้วใช้ชีวิตลำบาก…โลกใบนี้ไม่ใช่ที่ของฉัน

ชมรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ http://www.elifegear.com/shop/lite1-pw37-ultralight/

 
 

” ดังนั้นไอเทมสำคัญสำหรับผู้สูงอายุที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือรถเข็นนั่ง หรือ รถเข็นไฟฟ้า ที่จะทำให้ผู้สูงอายุเหล่านั้น ได้เดินทางออกไปข้างนอกเพื่อเปิดหูเปิดตา รับอากาศบริสุทธิ์ และยังส่งผลให้สภาพจิตใจของผู้สูงอายุนั้นดีขึ้น มองโลกในแง่ดี และสามารถดูแลตัวเองได้ เพียงเพราะมีรถเข็นนั่ง หรือ รถเข็นไฟฟ้า ไว้คอยเป็นเพื่อนคู่ใจ ที่จะก้าวเดินออกไปข้างนอกพร้อมกัน “

Pw-201A ปี 2019

Pw-201A ปี 2019

ความแตกต่างระหว่าง Pw-201A ปี 2018 และ 2019

หลายๆคนยังสับสนระหว่างโมเดลเก่า และโมเดลใหม่ ว่าลักษณะแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ Elife ช่วยมาคลายข้อสงสัยกันค่ะ

  • รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-201A โมเดลเก่า ปี 2016

  ก่อนหน้านี้ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-201A ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบของรถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้ มีความปลอดภัยสูง เพราะมีระบบเบรคไฟฟ้า (Electronic Break)  ล้อหลังเป็นล้อแม็กซ์ เป็นล้อยางเติมลม ขนาดเล็ก พับเก็บ และพกพาง่าย จึงกลายเป็นรถเข็นในดวงใจ สำหรับผู้สูงอายุหลายๆ ท่าน ทำให้รุ่นนี้ ได้รับความนิยมกันอย่างมากในปี 2016-2018

             แต่ Elife ยังไม่หยุดนิ่ง เนื่องจากเราต้องการให้ผู้ใช้งาน ได้ใช้รถเข็นไฟฟ้าที่มีคุณภาพดีขึ้น เราจึงได้พัฒนา มองหารถเข็นไฟฟ้า ที่สามารถตอบโจทย์ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น และส่วนใหญ่ที่ลูกค้าไว้วางใจเรานั้น ส่วนหนึ่งมาจากการบอกต่อ และการบริการ (Service) หลังการขาย ซึ่งเรามีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา มีอะไหล่รถเข็น และมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ (Technician) ในเรื่องของรถเข็นไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคส์โดยเฉพาะ เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบของรถเข็นไฟฟ้าให้ดีที่สุด ดังนั้น เราจึงได้เปิดตัวรถเข็นไฟฟ้า โฉมใหม่ในปี 2019 คือ

  • รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Pw-201A โมเดลใหม่ ปี 2019
  • เรียกได้ว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่สเปค (Spec) ของรถเข็นนั้นสูงขึ้น แต่..ราคายังคงเท่าเดิม !!! กล่าวคือ สิทธิราคาโปรโมชั่น 33,900 บาท พิเศษนี้ เฉพาะลูกค้า Elife เท่านั้น

 

ตารางเปรียบเทียบ Spec ระหว่าง ปี 2016 และ 2019

 

 

การเพื่มสเปค ( Spec ) ของรถเข็นไฟฟ้านั้น ทำให้ผู้ใช้งาน ใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้สะดวก ไม่ยุ่งยาก  และที่สำคัญ ราคา ยังเป็นปัจจัยสำหรับการเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าอีกด้วย

 

WHEELCHAIR ควรมีลักษณะที่เหมาะสมอย่างไร

WHEELCHAIR ควรมีลักษณะที่เหมาะสมอย่างไร

WHEELCHAIR ควรมีลักษณะที่เหมาะสมอย่างไร

การที่จะสรรหาเลือกซื้อWheelchairทั้งแบบไฟฟ้าและแบบธรรมดา เพื่อให้คนใช้งาน ใช้งานได้ดีและเหมาะสม ควรมีคุณสมบัติดังนี้

1.ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน  แต่ละท่านมีความต้องการในการใช้งานของรถเข็นที่แตกตางกันออกไป หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่มีความจำเป็นต่างกัน ฉะนั้นการเลือกรถเข็นที่ดีต้องสำรวจตัวเอง ว่ามีความต้องการอย่างไรบ้าง เช่น  ต้องการนำขึ้นเครื่องบิน ต้องการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การทำงาน หรือ ต้องการนำไปใช้ในด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ เป็นต้น

2.เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของผู้ใช้งาน ข้อนี้สำคัญค่ะ ต้องเลือกรถเข็นให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เราอยู่พักอาศัย เช่น หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ควรเลือกรถเข็นที่เป็นล้อยางตัน จะดีกว่าล้อยางเติมลมค่ะ เนื่องจากจะช่วยลดปัญหาในด้านการบำรุงรักษา เนื่องจากล้อยางตันมีอายุการใช้งานที่ยืนยาวมากกว่ายางเติมลม

 

3.มีขนาดเหมาะสมกับผู้ใช้งาน ควรเลือกขนาดของรถเข็นนั่งให้เหมาะสมกับสรีระ เช่นหากผู้นั่ง มีรูปร่างค่อนข้างอ้วนท้วน หรือมีน้ำหนักมาก ก็ควรเลือกรุ่นรถเข็นนั่ง ที่สามารถรองรับน้ำหนักได้มากกว่ารุ่นอื่นๆ หรือคนที่มีรูปร่างผอมบาง ตัวเล็ก ก็ควรเลือกรุ่นรถเข็นนั่งที่มีขนาด กระทันรัด พอดีตัวค่ะ

 

4.ช่วยรองรับท่าทาง (ช่วยให้ผู้ใช้งานนั่งในแนวตรง) ตรงส่วนนี้สำคัญมากเช่นเดียวกันค่ะ เนื่องจากผู้ใช้ต้องนั้งอยู่บนรถเข็นนั่งเป็นเวลานาน ฉะนั้นเบาะที่นั่ง และ โครงสร้างของตัวรถเข็นจะต้องได้มาตรฐาน รองรับท่านั่งในท่วงท่าที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาทางด้านกระดูกสันหลังในอนาคตค่ะ  

 

 

 

5.สามารถซ่อมบำรุงรักษา  Wheelchair เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดหนึ่ง ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายกว่าอุปกรณ์ทางด้านการแพทย์ชนิดอื่นๆ แต่สิ่งที่สำคัญมากนอกเนื่องจาก4ข้อด้านบนแล้ว ในส่วนข้อนี้ ก็มีความสำคัญไม่น้อยเพราะหากมีการใช้งานเป็นประจำทุกวัน ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่ อุปกรณ์นั้นจะมีการสึกหรอ ฉะนั้น ก่อนที่จะสั้งซื้อรถเข็นนั่งเหล่านั้น ควรเช็คกับทางผู้จำหน่าย ว่ามีในส่วนของอะไหล่สำรอง  หรือมีศูนย์ซ่อมบริการ เพราถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ทางเราจะได้สบายใจในการดูแล ซ่อมบำรุงรถเข็นเหล่านั้น หรือ สามารถดูแลอุปกรณ์นั้นๆ ด้วยตนเองได้ โดยการสั่งอะไหล่จากทางผู้จำหน่ายค่ะ

คุณลักษณะที่เหมาะสมของ Wheelchair ถือว่าเป็นตัวช่วยดีๆแก่เราก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถเข็นนั่งดีๆสักคันให้คนที่เรารัก หากหลายท่าน  ยังคงนึกภาพไม่ออกหรือยังตัดสินใจไม่ได้ ลองแวะเข้ามาเยี่ยมชมร้านรถเข็นไฟฟ้าอีไลฟ์ ค่ะ เพราะที่นี้มีเป็นร้านจำหน่ายWheelchair ที่เรียกได้ว่าครบวงจร มีให้เลือกหลายรุ่นตามความต้องการของผู้ใช้งาน และมีศูนย์บริการซ่อมบำรุง หากต้องการให้ซ่อมบำรุงรักษาค่ะ  

ลักษณะโครงสร้างของรถเข็นไฟฟ้าที่ดี

ลักษณะโครงสร้างของรถเข็นไฟฟ้าที่ดี

เรามาทำความรู้จักโครงสร้างของรถเข็นกันดีกว่าค่ะ

 

 

                       รถเข็นวิลล์แชร์ และวิลล์แชร์ไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ Electric ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันของกลุ่มผู้ใช้งานรถเข็น สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ และสะดวกสบายมากขึ้น ดังนั้นวัสดุโครงสร้างของรถเข็นวิลล์แชร์ และวิลล์แชร์ไฟฟ้า จึงจำเป็นอย่างมาก ในการเลือกซื้อ ร้านรถเข็น Elife จึงเลือกคัดสรรแต่สินค้าที่มีโครงสร้างแข็งแรง มีคุณภาพ และทนทานต่อการใช้งาน หลากหลายรุ่น มาบริการให้กับผู้ใช้งานที่มีความต้องการ ที่แตกต่างกันออกไป ส่วนการเลือกใช้รถเข็นแต่ละรุ่นนั้น จะขึ้นอยู่กับสรีระร่างกายของผู้ใช้งาน  และการใช้งานตามวัตถุประสงค์ของแต่ละบุคคล ซึ่งมีความความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นทางร้านรถเข็น Elife มีข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุแต่ละชนิดที่เป็นโครงสร้างของรถเข็น ไว้เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งค่ะ

                   หากพูดถึงโลหะที่ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายทั้งในภาคอุตสาหกรรม และภาคครัวเรือนนั้น อลูมิเนียม (Aluminium) ถือได้ว่าเป็นโลหะชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากอลูมิเนียมมีคุณสมบัติที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ได้แก่ ความสามารถในการทนต่อความร้อน การกัดกร่อน และทนต่อการแตกหัก เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบาอีกทั้งยังสามารถสะท้อนแสงและความร้อนได้ดี ส่วนมากถูกนำไปใช้งานตกแต่ง งานก่อสร้าง ตัวอย่างเช่น การทำฝ้า ประตู ราวกั้น หน้าต่าง และโครงสร้างต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรมนั้นใช้สำหรับผลิตอลูมิเนียมผสม และผลิตภัณฑ์อลูมิเนียม ส่วนภาคครัวเรือนอลูมิเนียมได้ถูกนำมาใช้งานทดแทนการใช้ไม้ สำหรับงานตกแต่งบ้านและงานก่อสร้าง

  • อลูมิเนียมผสมแมงกานีส เป็นอลูมิเนียมที่ถูกผสมเข้ากับแร่แมงกานีส ซึ่งหากเพิ่มแร่แมงกานีสที่ 1.2% จะได้วัสดุโลหะผสมที่ค่อนข้างมีความแข็งแรง เหมาะสำหรับนำไปใช้งานในด้านการผลิตโครงสร้างที่ต้องการความทนทาน
  • อลูมิเนียมผสมสังกะสี เป็นอลูมิเนียมผสมที่ถูกนำมาผสมเข้ากับแร่สังกะสี รวมทั้งแร่อื่นๆ ในปริมาณเล็กน้อย ได้แก่ แมกนีเซียม เป็นกลุ่มอลูมิเนียมที่มีคุณสมบัติเด่นในด้านความแข็งแรงและมีความทนทานสูง จึงมักถูกนำไปใช้ในงานด้านการผลิตยานอวกาศ และโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่ เป็นต้น

อ้างอิงข้อมูลจาก : https://www.chi.co.th/article/article-1018/

 

  • ส่วนอัลลอยด์นั้น หลายๆ ท่านสงสัยว่าแตกต่างกับอลูมิเนียมอย่างไร ? กล่าวได้คือ ลักษณะของอัลลอยด์ จะมีลักษณะเงา สีมัน วาว ความแข็งแรงของอัลลอยด์ แข็งแรงเทียบเท่ากับอลูมิเนียมเลยก็ว่าได้ แต่ข้อเสียของอัลลอยด์นั้น น้ำหนักจะค่อนข้างหนักกว่าอลูมิเนียม ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าจะนิยมเลือกใช้รถเข็นที่เป็นอลูมิเนียมมากกว่า เนื่องจากข้อดีของอลูมิเนียมนั้น แข็งแรง ทนทาน สามารถรองรับน้ำหนักได้เยอะ และไม่ขึ้นสนิมอีกด้วย คราวนี้ลูกค้าก็สามารถเลือกได้ว่า ต้องการรถเข็นอัลลอยด์ที่ค่อนข้างหนัก ความแข็งแรงเทียบเท่าอลูมิเนียม หรือต้องการรถเข็นที่เป็นอลูมิเนียมที่ทั้งแข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา และไม่ขึ้นสนิม ไปเป็นตัวช่วย เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น ง่ายขึ้น เดินทางสะดวกขึ้น ในราคาที่ทุกคนจับต้องได้


 

  •  ดังนั้น ร้านรถเข็น Elife จึงเลือกจำหน่ายรถเข็น โครงสร้างวัสดุ ที่เป็นอลูมิเนียม มีความแข็งแรง ทนทาน และไม่เป็นสนิม เพื่อลูกค้าจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากเราไป  และที่ร้านรถเข็น Elife ยังได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง ก็มาจากลูกค้าที่ซื้อรถเข็นร้านของเราไป ไปบอกต่อ ทำให้ลูกค้าไว้วางใจ และเลือกใช้รถเข็นของ Elife นั่นเอง