How To…การจัดเก็บรถเข็นในพื้นที่จำกัด (พื้นที่แคบ)

How To…การจัดเก็บรถเข็นในพื้นที่จำกัด (พื้นที่แคบ)

หลายท่านคงเคยเจอปัญหา การจัดเก็บรถเข็นในพื้นที่ ที่จำกัด หรือพื้นที่แคบๆ อย่างเช่น ท้ายรถยนต์(รถเก๋ง) ซึ่งบางคันมีการติดตั้งถังแก๊ส และยิ่งทำให้พื้นที่ในรถแคบ และรถบางคันมีสัมภาระเยอะมาก การจัดเก็บรถเข็น แต่ละครั้ง คงเกิดความวุ่นวายไม่น้อย กว่าจะจัดการจัดเก็บเข้าที่เข้าทาง เราเองคงเสียเวลาไปนานมากเช่นกัน และคงทำให้การเดินทางของเราช้าออกไป ดังนั้น ลองมาปรับเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บรถเข็นของเรากันค่ะ รับรองว่าวิธีดังต่อไปนี้ ต้องช่วยให้เรามีวิธีจัดการจัดเก็บรถเข็นได้ดี พร้อมประหยัดเวลาของเราอีกด้วย
รถเข็นธรรมดาจะมีหลากหลานรุ่นหลากหลายขนาด แต่ข้อดีของรถเข็นกลุ่มนี้ คือมีน้ำหนักที่เบา ไม่หนักมาก เคลื่อนย้ายสะดวก พับเก็บง่าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถเข็นธรรมดารุ่น EW11 และ EW11 plus ของร้านรถเข็น Elifegear ที่เป็นรุ่นรถเข็นที่ถูกนิยมใช้ในการท่องเที่ยว ช่วยอำนวยความสะดวก ต่อผู้ใช้งาน และผู้ดูแลรถเข็นได้เป็นอย่างดี รถสามารถกลับตัวในที่แคบได้ดีเวลานำไปใช้ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

ซึ่งวิธีการจัดเก็บรถเข็นธรรมดา (รุ่นท่องเที่ยว) มีขั้นตอนดังนี้ไปนี้………….

1.พับเก็บรถเข็นให้เรียบร้อย ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าทางร้านรถเข็นอย่างเคร่งครัด


2.เข็มขัดนิรภัยที่มีให้กับตัวรถ ใช้ให้เปิดประโยชน์ โดยการนำเข็มขัด มารัดที่ตัวรถเข็น คล้ายกับสายรัด ตามรูปข้างล่าง เพื่อช่วยให้รถเข็นเข้ารูปไม่ขยายตัวออก กินพื้นที่มากเกินไป

3.สำหรับบางท่านที่มีสัมภาระเยอะ แนะนำให้เก็บเข้าที่ให้เป็นระเบียบ หรือสิ่งไหนที่ไม่จำเป็นก็นำไปเก็บที่อื่น ตามรูปด้านล่าง

Before
After
After

4.การจัดเก็บรถเข็นที่พับแล้ว หากเป็นรถยนต์ที่ไม่ได้ติดแก๊ส คงไม่ติดปัญหาใดๆ ลักษณะการเก็บ แนะนำให้วาง “นอน” ไม่วางตั้ง เพราะจะทำให้เก็บไม่เพียงพอ ลักษณะ ตามภาพด้านล่าง

แต่ถ้ารถยนต์ติดแก๊ส ซึ่งบางคันเป็นรถรุ่นเก่า อาจจะต้องย้ายมาเก็บในห้องผู้โดยสาร ห้องที่2 แต่ในกรณียังพอมีพื้นที่เหลือ แนะนำให้วางในลักษณะการวาง นอนตัวรถ เช่นกัน

เป็นยังไงบ้างค่ะ ขั้นตอนการจัดเก็บรถเข็น ในพื้นที่ ที่มีอยู่จำกัด (พื้นที่แคบ) นั้นง่ายนิดเดียว ไม่ยุ่งยาก มีวิธีอยู่น้อยนิด ลองปรับใช้ กันดูนะคะ รับรองว่าใช้เวลาไม่มากเลย และเพิ่มเวลาในการเดินทางท่องเที่ยวของเราให้ยาวขึ้นอีกด้วยค่ะ เราจะได้มีเวลาใช้ชีวิตกับคนที่เรารักเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ

หมายเหตุ: การจัดเก็บรถเข็นแต่ละรุ่น ในรถยนต์แต่ละคัน จะมีพื้นที่และขนาดที่ต่างกันแนะนำว่าต้องประเมินความเหมาะสมของตัวรถเข็นกับรถยนต์ของแต่ละบุคคลซึ่งวิธีดั้งกล่าวเป็นการแนะนำวิธีการเบื้องต้นสำหรับการจัดเก็บรถเข็นรุ่น EW11 และEW11plus

การดูแลรักษา และซ่อมแซมรถนั่งคนพิการ (Wheelchair) เบื้องต้น

การดูแลรักษา และซ่อมแซมรถนั่งคนพิการ (Wheelchair) เบื้องต้น

โดยปกติทั่วไปแล้ว ผู้ใช้งานหรือคนส่วนใหญ่มักจะสงสัยว่ารถเข็นนั่งคนพิการ จะใช้งานได้นานแค่ไหน ?? จริงๆ แล้ว รถเข็นนั่งคนพิการ (Wheelchair Manual) สามารถใช้งานได้นาน แต่จะมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่มีการสึกหรอตามอายุการใช้งานของแต่ละท่าน แต่..ไม่ต้องตกใจไป !! เพราะอะไหล่ที่มีการสึกหรอตามการใช้งาน ผู้จำหน่ายอย่างร้านรถเข็น Elife ก็มีอะไหล่ให้บริการ และมีทีมงานช่างคอยให้บริการ Support ลูกค้าหลังการขาย และส่วนใหญ่ผู้ใช้งานรถนั่งคนพิการจะกังวลกับอาการเล็กๆ น้อยๆ ของรถเข็น Manual เช่น น็อตหลวม , ล้อฝืด , เบรคล็อคไม่อยู่ หรือแม้กระทั่งยางแบน เป็นต้น อาการเหล่านี้ ผู้ใช้งาน สามารถดูแลและซ่อมเองที่บ้านได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย และยังเป็นวิธีการช่วยให้รถเข็นสามารถใช้งานได้นานกว่าเดิมอีกด้วย

การดูแลรักษารถนั่งคนพิการและเบาะรองนั่งอย่างสม่ำเสมอจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและป้องกันการ บาดเจ็บและปัญหาระยะยาวต่อร่างกายของผู้ใช้รถนั่งคนพิการ รถนั่งคนพิการที่ได้รับการดูแลรักษาจะทำให้รู้สึกสบายและใช้งานง่ายขึ้น เบาะรองนั่งที่ได้รับการดูแลจะยังคงทำหน้าที่ลดแรงกดทับและรองรับร่างกาย ผู้ให้บริการรถนั่งคนพิการ ต้องสอนผู้ใช้รถนั่งคนพิการถึงวิธีการดูแลรักษารถนั่งคนพิการและเบาะรองนั่งด้วย โดยทางร้านรถเข็น Elife มีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำวิธีการใช้งาน วิธีการพับเก็บ รวมไปถึงวิธีการเก็บรักษาและซ่อมบำรุงเบื้องต้น เพื่อให้ผู้ใช้งานรถนั่งคนพิการใช้งานรถเข็นได้นานมากยิ่งขึ้น

ป้องกันการซ่อมแซม : การดูแลรักษา
มีสิ่งที่ควรทำเพื่อดูแลรักษารถนั่งคนพิการและเบาะรองนั่ง 6 อย่าง ควรสาธิตวิธีการดูแลรักษารถนั่งคนพิการแก่ผู้ใช้งาน พร้อมอธิบายถึงความสำคัญของการดูแลรักษา ทรัพยากรในท้องถิ่นสำหรับการซ่อมแซมรถนั่งคนพิการ ลองหาว่ามีใครในท้องถิ่นที่อาจซ่อมแซมรถนั่งคนพิการได้บ้าง ซึ่งอาจได้แก่
– ช่างซ่อมจักรยาน
– ช่างซ่อมรถยนต์ หรือจักรยานยนต์
– ห้องปฎิบัติงาน – ช่างเชื่อม ช่างประปา (ส่วนที่เป็นโลหะ) ช่างไม้ ช่างเฟอร์นิเจอร์ (ส่วนที่เป็นไม้)
– ผู้ใช้รถนั่งคนพิการ ครอบครัวของผู้ใช้รถนั่งคนพิการ ญาติ หรือเพื่อนบ้าน
– ช่างตัดเสื้อสำหรับการซ่อมแซมผ้าใบ
– หน่วยบริการรถนั่งคนพิการ

การดูแลซ่อมเเซมรถนั่งคนพิการด้วยตัวเองที่บ้านเบื้องต้น

ความสำคัญ  วิธีการ
1.ทำความสะอาดรถนั่งคน
พิการและเบาะรองนั่ง
ไม่ให้ส่วนที่เป็นโลหะเกิดสนิม
ไม่ให้ส่วนที่เป็นไม้ หรือผ้าเปื่อย
ไม่ให้เกิดความเสียหายจากเศษ
ดินเข้าไปอัดในส่วนที่ทำให้รถ
เคลื่อนที่
ใช้น้ำอุ่นและสบู่ เช็ดและผึ่งให้แห้ง
ควรให้ความสนใจส่วนที่เคลื่อนที่และ จุดที่ผ้าใบยึดติดกับโครงรถ ถอดเบาะรองนั่งจากผ้าหุ้มและแยกทำความสะอาด เบาะรองนั่งควรผึ่งในร่มเสมอห้ามตากแดด
2.หยอดน้ำมันในจุดที่ทำให้รถ
นั่งคนพิการเคลื่อนที่
ช่วยให้ส่วนต่างๆ เคลื่อนที่อย่างนุ่มนวล ป้องกันการเกิดสนิม ทำความสะอาดรถนั่งคนพิการและผึ่ง
ให้แห้งก่อนใช้น้ำมันหล่อลื่น เช่น น้ำมันหล่อลื่น หยอดจุดที่ทำให้รถนั่งคนพิการเคลื่อนที่ทุกจุด
3.เติมลมยาง (กรณีเป็นยางลม)
ยางมีอายุการใช้งานนานขึ้น เข็นง่าย ใช้แรงน้อยลง เบรคทำงานได้ดี ใช้นิ้วหัวแม่มือกดที่ยางเพื่อตรวจสอบ
ลมยาง โดยควรมีรอยกดลงเล็กน้อย
(5มม) ลมยางควรเท่ากันทุกล้อ
เติมลมโดยใช้ที่เติมลมจักรยานหรือสิ่ง
อื่นที่ใกล้เคียง การลดลมยาง ทำโดย
ปล่อยลมออกจากจุกปิดลมยาง
4. ขันน๊อตและสลักต่างๆให้
แน่น (หากหลวม) 
น๊อตที่หลวมจะทำให้ชิ้นส่วน ต่างๆเคลื่อนจากที่ (น็อตคลาย) ส่งผลให้เกิดความไม่สะดวกใน การใช้งาน และชิ้นส่วนต่างๆ หลุดและสูญหาย ตรวจสอบรถนั่งคนพิการว่าแกนต่างๆ
หลวมหรือไม่ ขันให้แน่นด้วยประแจ
อย่าขันแน่นจนเกินไป
5. ขันซี่ล้อให้แน่น (หากหลวม)
ซี่ล้อที่หลวมทำให้ล้อโค้งงอ และแตกได้ บีบซี่ล้อทีละ 2 ซี่เข้าหากัน หากดึง เบาๆแล้วซี่ล้อหลุดออก อาจเนื่องจากซี่ล้อหลวมเกินไป ให้ขันให้แน่นด้วยประแจ
ซี่ล้ออาจแน่นเกินไป หากรู้สึกว่าซี่
ล้อแข็งมาก อาจเป็นเพราะขันแน่นเกินไป ควรคลายให้หลวม
6. ตรวจสอบอย่างสม่ าเสมอ
ตรวจสอบสนิมและผ้าใบ
สนิมทำให้วัสดุต่างๆ ไม่ทนทาน ทำให้ส่วนต่างๆแตกหักและเป็น อันตรายต่อผู้ใช้ ผ้าใบควรอยู่ในสภาพที่ดีเพื่อให้ สามารถรองรับร่างกายและทำให้เกิดความสบาย
ถ้าผ้าใบฉีกขาดทันทีทันใด ผู้ใช้อาจได้รับบาดเจ็บ
ตรวจสอบส่วนที่เป็นโลหะที่ทาสีว่าผุกร่อนหรือมีสนิมหรือไม่ถ้าพบสนิม ให้ใช้กระดาษทรายหรือแปรงขัดเหล็กขัดสนิมออก
ทำความสะอาดด้วยทินเนอร์ ผ้าและทาสีใหม่ สำรวจส่วนที่สึก ขาด สกปรก หรือส่วนที่ หลุดห้อยออกมา ตรวจสอบความตึงของที่นั่งและพนักพิงว่าเหมาะสมหรือไม่
ถ้าผ้าใบ ขาด ตึงหรือหย่อน ให้
ซ่อมแซม
7.ตรวจสอบเบาะรองนั่ง
เบาะรองนั่งควรสะอาดและแห้ง เพื่อปกป้องผิวหนังได้เบาะรองนั่งจะมีอายุการใช้งานน้อย
กว่ารถนั่งคนพิการ การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอจะทำให้รู้เวลาที่ควรเปลี่ยนเบาะรองนั่ง
ถอดผ้าหุ้มเบาะตรวจสอบส่วนที่ฉีกขาด สกปรกและรูทั้งในผ้าหุ้มและฟองน้ำ ถ้าเบาะรองนั่งขาด ควรได้รับการตรวจสอบโดยผู้ให้บริการรถนั่งคนพิการ บางทีอาจต้องเปลี่ยนใหม่

 

เพียงเท่านี้ รถเข็นนั่งคนพิการ หรือรถเข็นนั่งวิลล์แชร์สำหรับผู้สูงอายุ ก็สามารถใช้งานได้นานขึ้น และช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วยค่ะ ร้านรถเข็น Elife ผู้จัดจำหน่ายรถเข็น และผู้เชี่ยวชาญด้านรถเข็นไฟฟ้า ก็ได้เห็นถึงความสำคัญของการซ่อมแซมรถเข็นไฟ้ฟ้าที่บ้านเบื้องต้น ดังนั้นเราจึงได้มอบเครื่องมืออุปกรณ์ หกเหลี่ยม สำหรับรถเข็นโดยเฉพาะ ใส่ไว้ในกระเป๋าหลังของรถเข็น ทั้งแบบธรรมดา และแบบไฟฟ้า ด้วยรักและห่วงใย..

การนั่งตัวตรงมีประโยชน์อย่างไร

การนั่งตัวตรงมีประโยชน์อย่างไร

การนั่ง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งเรียนหนังสือ การนั่งทำงานหรือการนั่งเพื่อทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่อยู่บนเก้าอี้เป็นเวลานาน ๆ รวมถึงผู้ที่มีปัญหาสุขภาพและผู้พิการ หากนั้งไม่ถูกวิธี หรือนั่งในทวงท่าที่ไม่ถูกต้อง ย่อมเกิดผลเสียให้กับร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้รถเข็นนั่ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้เวลาหลายชั่วโมงในการนั่ง ดังนั้นรถเข็นนั่งจึงไม่เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ช่วยในการเคลื่อนที่แต่ยังช่วยประคองให้ผู้นั่ง นั่งตัวตรงอย่างสบายอีกด้วยนั้นเองท่าทางหมายถึงรูปแบบการจัดวางส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รถเข็นนั่งที่มีขนาดเหมาะสมควรช่วยรองรับร่างกายของผู้ใช้รถเข็นนั่งให้อยู่ในท่านั่งตัวตรง บางครั้งการนั่งตัวตรงอาจเรียกว่า ท่านั่งแบบธรรมชาติ และการนั่งตัวตรงมีประโยชน์ต่อผู้ใช้รถเข็นนั่งและรถเข็นนั่งผู้พิการ ในหลายด้าน ดังนี้

สุขภาพ  ท่านั่งตัวตรงช่วยในการย่อยอาหารและการหายใจ หาก2ระบบนี้ในร่างกายทำงานได้ดีและถูกวิธี ก็ช่วยป้องกันการเกิดโรคร้ายต่างๆในร่างกายเราได้ จะได้มีสุขภาพดี สุขภาพดีแล้วจิตใจก็แจ่มใสไปด้วยค่ะ

ความมั่นคง  ท่านั่งตัวตรงช่วยให้มีความมั่นคงของท่านั่งมากขึ้นในขณะที่นั่งรถเข็น

การกระจายน้ําหนัก  ขณะนั่งตัวตรงน้ําหนักของร่างกายกระจายอย่างทั่วถึง ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ

ความสบาย  เมื่อร่างกายมีการกระจายน้ําหนักอย่างทั่วถึงจะทําให้เกิดความสบายมากขึ้นแก่ผู้นั่งมากขึ้น

ป้องกันปัญหาด้านท่าทาง  การนั่งตัวตรงจะช่วยลดโอกาสในการผิดรูปของกระดูกสันหลังในอนาคตซึ่งข้อนี้สำคัญมากค่ะ เนื่องจาก กระดูกสันหลังเป็นส่วนสำคัญในการทรงตัวในท่าทางต่างๆ

ความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตนเอง  การนั่งตัวตรงจะช่วยให้ผู้ใช้รถนั่งรถเข็นเกิดความรู้สึกดีกับตนเอง มีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งข้อนี้ก็เป็นอีกสิ่งหนี่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับทุกๆท่านไม่ว่าจะเป็นการนั่ง หรือการยืน

เป็นต้น

 

แม้ว่าการนั่งตัวตรงจะมีประโยชน์มากมาย แต่หากไม่มีการรองรับท่าทางอาจเป็นเรื่องยากที่จะคงท่านั่งนี้ ได้ทั้งวัน นั่นเป็นเหตุผลที่คนที่ไม่พิการต้องมีการเปลี่ยนท่าทางตลอดทั้งวัน ดังนั้นผู้ที่ต้องนั่งบนรถนั่ง ตลอดทั้งวันจําเป็นต้องได้รับการรองรับท่าทางอย่างเพียงพอเพื่อให้สามารถนั่งตัวตรงได้ตลอด ซึ่งรถเข็นนั่ง (Wheechair) ที่มีโครงสร้างที่ดี ต้องเป็นรถเข็นที่ถูกต้องตามมาตรฐานในการผลิตรถเข็นนั่งทั้งธรรมดา และไฟฟ้า และหากทุกท่าน ต้องการดูสินค้ารถเข็นที่ได้รับมาตรฐาน สามารถเข้าชมได้ตามเว็บไซต์นี้ได้เลยค่ะ www.elifegear.com เพราะที่นี้เป็นร้านจำหน่ายรถเข็น(Wheelchair)ที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ต่อผู้ใช้งานอย่างดีทีเดียวเลยค่ะ

 

 

โรคผู้สูงอายุ

โรคผู้สูงอายุ

  สังคมไทยทุกวันนี้มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น หันไปทางไหนก็มีแต่ผู้สูงอายุเต็มไปหมด (ซึ่งเราก็จะเป็นผู้สูงอายุในวันข้างหน้าเหมือนกัน) การใช้ชีวิตประจำวันก็ไม่สะดวกสบายเหมือนเดิม อันเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพ ที่เสื่อมโทรมไปตามวัย บ้างก็ประสบปัญหาปวดเข่า หูตาฝ้าฟาง เป็นต้น

 

ในขณะที่พื้นที่สาธารณะหลายๆแห่ง ที่รวมถึงหลากหลายครอบครัว ก็เริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาเหล่านี้ อย่างหนึ่งที่เริ่มทำกันคือ การมองหาวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้เอื้อกับผู้สูงอายุได้ใช้ และได้เข้าถึง เช่น การมีลิฟท์สำหรับการใช้รถไฟฟ้า นอกเหนือจากบันไดเลื่อน การมีห้องน้ำเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งการเลือกหา รถเข็นนั่งวิลล์แชร์ และวิลล์แชร์ไฟฟ้า ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ จำเป็นอย่างมากในการในการเคลื่อนไหว และการเดินทาง โดยโรคส่วนใหญ่ที่เราพบในผู้สูงอายุ จะเป็นโรคที่เกี่ยวกับกระดูก การเดิน หรือการเคลื่อนไหว ยกตัวอย่างเช่น

1.โรคกระดูกพรุน  เป็นโรคที่พบในผู้สูงอายุทุกคน อันมีสาเหตุสำคัญจากการทำงานของฮอร์โมนที่ลดลง

สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน

– ไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอ

– กรรมพันธุ์

– การใช้ยาสำหรับโรคบางอย่างทำให้เกิดการลดความหนาแน่นของกระดูก เช่น ยาคอร์ติโซน สำหรับโรคไขข้ออักเสบ ยาเฮปาริน สำหรับโรคหัวใจและความดันโลหิต

– การสูบบุหรี่หรือดื่มสุราเป็นประจำ

– ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ดื่มชา หรือกาแฟ ซึ่งมีผลทำให้กระดูกเสื่อมง่าย

– ฮอร์โมนลดลง เช่น ในหญิงวัยหมดประจำเดือน

– ขาดการออกกำลังกาย

– ขาดวิตามินดี เพราะในวิตามินดี มีความจำเป็นในการดูดซึมแคลเซียมไปใช้

ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคกระดูกพรุน

– ออกกำลังกายเป็นกิจวัตร

– เมื่อมีความเจ็บปวดไม่ว่าสาเหตุใด ควรรีบทำกายภาพบำบัดหรือเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เร็วที่สุดเท่าที่สภาพร่างกายจะเอื้ออำนวย

– ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเช่นปลากระป๋องปลาเล็กปลาน้อยหรือดื่มนมพร่องมันเนยผักผลไม้เป็นต้นมา

– งดดื่มสุราและงดสูบบุหรี่

– หลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเอง เช่น ยาลูกกลอน เพราะมันจะมีสารสเตียรอยด์สะสมอยู่จะทำให้กระดูกพรุนโดยไม่รู้ตัว

 

2.โรคข้อเสื่อม  เกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่กระดูกอ่อนผิวข้อเป็นหลัก โดยมากเป็นตำแหน่งข้อ คือ มีอาการปวดและมักเป็นหลังจากที่มีการใช้ข้อมากกว่าปกติ อาจมีอาการเจ็บด้านใดด้านหนึ่งของข้อได้ หรืออาจมีอาการบวมแดง แต่เมื่อได้พักอาการปวดก็จะลดลงหรือหายไป แต่อาการจะเป็นๆหายๆ ขึ้นอยู่กับการใช้งานข้อนอก จากนี้ยังมีอาการข้อฝืดเกิดขึ้นจากการหยุดการเคลื่อนไหวข้อเป็นเวลานาน เช่น นั่งท่าเดียว นั่งสมาธิและนั่งพับเพียบฟังเทศน์ เป็นต้น

สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เป็นโรคข้อเสื่อม

– อายุมากขึ้น

– พันธุกรรมและโรคทางเมตาโบลิค เช่น โรคเก๊าท์

– เป็นโรคที่ทำให้เกิดข้ออักเสบ เช่น โรคข้อ รูมาตอยด์ หรือข้ออักเสบติดเชื้อ

– การได้รับบาดเจ็บของข้อ อาจมีการเคลื่อนไหวข้อซ้ำๆ หรือมีน้ำหนักที่กดทับลงผิดข้อ ก็มีโอกาสเกิดข้อเสื่อมได้

– อาชีพการงานที่มีการใช้นิ้วมือมาก

– ความอ้วน พบว่า คนอ้วนมีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเพศหญิง ซึ่งมักเป็นที่ข้อรับน้ำหนัก เช่น ข้อเข่า เป็นต้น

– กล้ามเนื้อต้นขาเหนือเข่าอ่อนแรงหรือลีบ จะมีโอกาสเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมสูงขึ้น

ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคข้อเสื่อม

– หมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

– การนั่งส้วมไม่ควรนั่งยอง ควรปรับเปลี่ยนเป็นชักโครก หรือหาม้าสามขา มาคร่อมบนส้วมซึม

– ไม่ควรนั่งกับพื้น หรือทำกิจกรรมที่ต้องก้มเป็นเวลานาน

– หลีกเลี่ยงการขึ้นบันไดหรือที่สูงชัน

– หลีกเลี่ยงการยกของหนัก

– หากมีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วน ควรควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ

                                ซึ่งโรคเหล่านี้มีผลกระทบเรื่องทางการเดิน หรือ การเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ บางท่านอาจจะมองว่าผู้สูงอายุ อายุก็มากแล้ว จะเดินทางไปไหนมาไหน ทำให้ลำบาก อยู่แต่ในบ้านดีแล้ว แต่นั่นเป็นมุมมองที่ผิด เพราะผู้สูงอายุไทย ยังไม่คุ้นชินกับการดูแลตัวเอง จึงไม่เพียงแค่ต้องปรับตัวเท่านั้นแต่ยังต้องปรับใจด้วย

                    มีโอกาสไหม ? ที่เราจะสร้างโลกที่เหมาะกับโลกผู้สูงอายุ โลกที่พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข สามารถดำเนินชีวิตด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาการช่วยเหลือมากนัก ขจัดความรู้สึกว่าไม่อยากออกจากบ้าน เพราะออกไปแล้วใช้ชีวิตลำบาก…โลกใบนี้ไม่ใช่ที่ของฉัน

ชมรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ http://www.elifegear.com/shop/lite1-pw37-ultralight/

 
 

” ดังนั้นไอเทมสำคัญสำหรับผู้สูงอายุที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือรถเข็นนั่ง หรือ รถเข็นไฟฟ้า ที่จะทำให้ผู้สูงอายุเหล่านั้น ได้เดินทางออกไปข้างนอกเพื่อเปิดหูเปิดตา รับอากาศบริสุทธิ์ และยังส่งผลให้สภาพจิตใจของผู้สูงอายุนั้นดีขึ้น มองโลกในแง่ดี และสามารถดูแลตัวเองได้ เพียงเพราะมีรถเข็นนั่ง หรือ รถเข็นไฟฟ้า ไว้คอยเป็นเพื่อนคู่ใจ ที่จะก้าวเดินออกไปข้างนอกพร้อมกัน “

Pw-201A ปี 2019

Pw-201A ปี 2019

ความแตกต่างระหว่าง Pw-201A ปี 2018 และ 2019

หลายๆคนยังสับสนระหว่างโมเดลเก่า และโมเดลใหม่ ว่าลักษณะแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ Elife ช่วยมาคลายข้อสงสัยกันค่ะ

  • รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-201A โมเดลเก่า ปี 2016

  ก่อนหน้านี้ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-201A ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบของรถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้ มีความปลอดภัยสูง เพราะมีระบบเบรคไฟฟ้า (Electronic Break)  ล้อหลังเป็นล้อแม็กซ์ เป็นล้อยางเติมลม ขนาดเล็ก พับเก็บ และพกพาง่าย จึงกลายเป็นรถเข็นในดวงใจ สำหรับผู้สูงอายุหลายๆ ท่าน ทำให้รุ่นนี้ ได้รับความนิยมกันอย่างมากในปี 2016-2018

             แต่ Elife ยังไม่หยุดนิ่ง เนื่องจากเราต้องการให้ผู้ใช้งาน ได้ใช้รถเข็นไฟฟ้าที่มีคุณภาพดีขึ้น เราจึงได้พัฒนา มองหารถเข็นไฟฟ้า ที่สามารถตอบโจทย์ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น และส่วนใหญ่ที่ลูกค้าไว้วางใจเรานั้น ส่วนหนึ่งมาจากการบอกต่อ และการบริการ (Service) หลังการขาย ซึ่งเรามีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา มีอะไหล่รถเข็น และมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ (Technician) ในเรื่องของรถเข็นไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคส์โดยเฉพาะ เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบของรถเข็นไฟฟ้าให้ดีที่สุด ดังนั้น เราจึงได้เปิดตัวรถเข็นไฟฟ้า โฉมใหม่ในปี 2019 คือ

  • รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Pw-201A โมเดลใหม่ ปี 2019
  • เรียกได้ว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่สเปค (Spec) ของรถเข็นนั้นสูงขึ้น แต่..ราคายังคงเท่าเดิม !!! กล่าวคือ สิทธิราคาโปรโมชั่น 33,900 บาท พิเศษนี้ เฉพาะลูกค้า Elife เท่านั้น

 

ตารางเปรียบเทียบ Spec ระหว่าง ปี 2016 และ 2019

 

 

การเพื่มสเปค ( Spec ) ของรถเข็นไฟฟ้านั้น ทำให้ผู้ใช้งาน ใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้สะดวก ไม่ยุ่งยาก  และที่สำคัญ ราคา ยังเป็นปัจจัยสำหรับการเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าอีกด้วย