fbpx

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้

เขียนโดย Elife

ในบทความตอนที่แล้ว Elife ได้แนะนำเกี่ยวกับประโยชน์ของรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าแบบพับได้มาแล้ว หากท่านเห็นว่ามีประโยชน์แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าแบบไหนดี วันนี้ Elife จะมาแนะนำวิธีเลือกให้เหมาะสมกันค่ะ

ปัจจุบันมี รถเข็นไฟฟ้าให้เลือกมากมายหลายรุ่น ทั้งรถเข็นไฟฟ้าพับได้ รถเข็นไฟฟ้าเหล็กเคลือบ รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา รถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม ซึ่งแต่ละแบบต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป วันนี้ทางอีไลฟ์จะมาแนะนำข้อสำคัญที่ควรคำนึงถึงเวลาเลือกซื้อรถวีลแชร์ไฟฟ้าหรือรถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุ

  1. ผู้นั่งรถเข็นไฟฟ้า เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรคำนึงถึงเวลาเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้า เช่น12341444_1655039261419443_2503043915509614958_n
    • น้ำหนักผู้นั่งและความกว้างของเบาะนั่ง
    • มือที่ผู้นั่งถนัดหากผู้นั่งถนัดบังคับด้วยมือซ้าย อย่าลืมสอบถามผู้ขายทุกครั้งว่าสามารถเปลี่ยนคันบังคับเป็นด้านซ้ายได้หรือไม่ ทั้งนี้ควรบังคับแท่งควบคุมรถเข็นไฟฟ้าด้วยมือข้างที่ถนัด
    • ผู้นั่งยังมีแรงแขนหรือไม่ หากยังมีแรงแขน คุณสามารถเลือกรถเข็นไฟฟ้าล้อใหญ่แบบบังคับได้สามระบบเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ คือสามารถบังคับได้ด้วยแท่งควบคุมโดยผู้นั่ง หรือให้ผู้ดูแลเข็นให้ หรือให้ผู้นั่งเข็นตัวเองโดยการหมุนล้อได้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้มีโอกาสออกกำลังแขน เสริมสร้ามความแข็งแรงของกล้ามเนี้อใช้มือเข็นล้อ
    • อายุของผู้นั่ง ผู้นั่งมีอายุมากแล้วเช่น 80 ปีขึ้นไป แนะนำให้เลือกรถเข็นไฟฟ้าแบบที่มีระบบเบรกไฟฟ้าอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  1. ใครคือผู้ดูแลCaregiver-wheelchair-handling-protocol
    • ปัจจัยนี้เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเวลาเลือกรถเข็นไฟฟ้า หากผู้ดูแลเป็นผู้หญิงหรือผู้สูงอายุด้วยกัน ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักไม่มากนัก โดยอาจเลือกรุ่นที่ทำด้วยอลูมิเนียม ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องสนิมแล้วยังน้ำหนักเบาและคล่องตัวมากกว่าแบบเหล็กเคลือบ
    • นอกจากนี้ หากผู้สูงอายุอยู่ดูแลกันเอง คุณอาจเลือกรถเข็นไฟฟ้าชนิดล้อยางตันทุกล้อ เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้ายางตันจะมีอายุการใช้งานนานกว่าและไม่ต้องคอยเติมลมทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน และไม่ต้องคอยเปลี่ยนยางในบ่อยๆ
  2. ลักษณะการใช้งาน
    • หากเน้นการใช้งานแบบพกพารถเข็นไฟฟ้าไปหลายๆที่เช่นท่องเที่ยว ห้าง สวน และโรงพยาบาล คุณควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าพับได้ เพื่อให้กินที่น้อยสามารถใส่ท้ายรถเก๋งได้โดยไม่เปลืองพืนที่ห้องโดยสารในรถ ทั้งยังควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียมเนื่องจากน้ำหนักเบา หากต้องยกใส่ท้ายรถบ่อยครั้ง
    • หากเน้นใช้งานที่บ้านหรือบริเวณหมู่บ้าน ก็ไม่จำเป็นต้องนึกถึงน้ำหนักตัวรถมากนัก เนื่องจากไม่ต้องยกหรือเคลื่อนย้าย เมื่อใช้เสร็จแล้วสามารถวางไว้ได้
  3. งบประมาณ ย่อมเป็นอีกปัจจัยสำคัญหนื่งสำหรับการเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายราคามาก หากงบประมาณมีไม่มากนักอาจเลือกเป็นรถเข็นไฟฟ้าราคาถูก ทำจากเหล็กเคลือบซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน หากมีงบประมาณเพิ่มเติมขึ้นมา อาจเลือกเป็นแบบรถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม เนื่องจากไม่เป็นสนิม ใช้งานได้ระยะยาว และหากไม่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา เพื่อให้สามารถพกพาขึ้นรถหรือไปเที่ยวได้ง่าย 

 

ทางอีไลฟ์หวังว่าบทความที่เขียนขึ้นนี้จะช่วยให้สามารถเลือกวีลแชร์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความสุขของผู้นั่ง ลูกหลาน และผู้ดูแลนั่นเอง


การตรวจสอบความปลอดภัยภายในบ้านที่มีการใช้รถเข็นวีลแชร์

การตรวจสอบความปลอดภัยภายในบ้านที่มีการใช้รถเข็นวีลแชร์

สิ่งแวดล้อมทางกายภาพภายในบ้าน


ในการทำบ้านให้ปลอดภัยกับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ เราต้องเข้าใจ และคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของการเกิดอันตรายภายใน และรอบ ๆ บ้านเสียก่อน
จากการศึกษาโดยผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์เองแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมที่มักจะเกิดปัญหาในการเข้าถึงมักจะเป็นพื้นที่ดังต่อไปนี้
• ในพื้นที่ส่วนตัว เช่นการขึ้น หรือลงจากเตียง การทำความสะอาด หรือการสวมเสื้อผ้า
• การเตรียมอาหาร และรับประทานอาหาร
• การเอื้อม หรือก้มเพื่อเปิดตู้ ชั้นวางของ หรือการตากผ้า
• ความลำบากที่เกิดจากการสูญเสียความรู้สึก
• การจับต้อง และการใช้งานสิ่งของบางอย่างเช่นลูกบิดประตู คันโยก ของที่วางตั้งอยู่ หรือของที่มีขนาดใหญ่หรือน้ำหนักมาก
การกำหนดจุดที่มีปัญหาเหล่านี้มีความสำคัญมาก และที่สำคัญที่สุดคือความเห็นจากผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์เอง

การจัดวางผังในบ้านเบื้องต้น

• ช่องประตูอาจจะต้องกว้างกว่าปรกติ เพื่อให้การเคลื่อนที่ผ่านประตูเป็นไปได้อย่างสะดวก ทั้งผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ และผู้ใช้รถเข็นช่วยเดิน ซึ่งความกว้างอย่างน้อย 80 ซม. ก็เพียงพอสำหรับรถเข็นส่วนใหญ่รวมไปถึงรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าด้วย
• การหมุนกลับตัวในอาคารก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา ต้องมีพื้นที่ที่กว้างพอที่จะให้รถเข็นวีลแชร์กลับตัวได้อย่างสะดวกเพื่อการเข้า และออกพื้นที่นั้น ๆ ได้
• รายการข้างล่างนี้เป็นระยะสูงสุด/ต่ำสุดของพื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้านที่เราแนะนำ
• รถเข็นวีลแชร์โดยทั่วไปจะกินพื้นที่ประมาณ 75 ซม. x 120 ซม.
• พื้นที่ต่ำสุดของการใช้งานรถเข็นวีลแชร์มาตรฐานอยู่ที่ 150 ซม. x 150 ซม.
• ช่องทางเดิน และทางรถเข็นวีลแชร์ กว้างอย่างน้อย 90 ซม.
• ช่องประตูกว้าง 80 ซม.
• ระดับโต๊ะ หรือพื้นที่ทำงานสูง 70-80 ซม.
• ช่องว่างใต้โต๊ะสำหรับสอดเข่าเข้าไป 70-74 ซม.
• ความลาดเอียงสูงสุดสำหรับทางลาดเป็นอัตราส่วน 1:12
• ความลาดเอียงสูงสุดสำหรับพื้นที่ทั่วไป เช่นที่จอดรถ ทางรถ ซอย 1:48

ช่องบันได และช่องทางเดินร่วม

• ราวจับจะต้องติดตั้งอย่างแน่นหนา สามารถรับน้ำหนักของผู้ใช้งานได้ทั้งตัว และมีความสะดวกสบายในการจับ
• นั่นหมายความว่าจะต้องไม่ยึดด้วยสลัก หรือตะปูเกลียวกับส่วนที่เป็นปูนฉาบที่เปราะบาง ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ต้องมีคุณภาพได้มาตรฐานด้วย
• มีระยะห่างของราวจับ กับผนังเพียงพอเพื่อผู้ใช้งานจะสามารถใช้มือจับราวหรือแขนโอบราวได้โดยรอบ และทุกจุด
• ควรต่อความยาวของราวจับออกไปจากบันไดขั้นแรก และขั้นสุดท้ายเพื่อให้ความมั่นคงกับผู้ใช้งานก่อนขึ้น หรือลงบันได
• ให้ความสำคัญกับแสงสว่างบริเวณช่องบันได และทางเดินร่วม ควรมีแสงสว่างพอเพียง แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงแสงจ้าหรือแสงสะท้อนที่มากเกินไป ส่วนที่เป็นเงามืดด้วย
• ควรให้บริเวณช่องบันได และทางเดินร่วมโล่ง ไม่มีสิ่งของเกะกะบนพื้นตลอดทางเดิน
• ขนาดและความชันของขั้นบันไดควรได้มาตรฐาน ลูกนอนบันไดควรจะกว้างพอให้วางได้เต็มฝ่าเท้า ไม่ต้องเกร็งหรือก้าวยาวเกินไป
• หลีกเลี่ยงการวางพรมเช็ดเท้า ผ้าเช็ดเท้า หรือวัสดุอื่นใดบริเวณบันไดขั้นแรก และขั้นสุดท้าย เพื่อป้องกันการสะดุด หรือลื่นหกล้ม

ในครัว

• ในครัวมักจะเป็นสถานที่ ที่มีปัญหามากเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ และผู้ใช้รถเข็นช่วยเดิน ควรออกแบบให้เหมาะกับการเคลื่อนที่ และความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง
• หน้าเคาน์เตอร์ รวมถึงเตาและเตาอบ จะต้องมีความสูงพอเหมาะ เท้าแขนของรถเข็นวีลแชร์ส่วนมากจะมีความสูงจากพื้นอยู่ที่ประมาณ 72 ซม. ในขณะที่หน้าโต๊ะมักจะมีความสูง 70-92 ซม.
• จำไว้ว่ารถเข็นวีลแชร์ จะไม่สามารถเข้าถึงเคาน์เตอร์ที่มีตู้อยู่ด้านล่างได้เลย
• ควรมีช่องว่างใต้โต๊ะ หรือเคาน์เตอร์อย่างน้อย 75-80 ซม. เพื่อให้ขาของผู้นั่งรถเข็นวีลแชร์สอดเข้าไปได้
• ต้องกำหนดตำแหน่งของหัวเตา และปุ่มเปิด-ปิดให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน
• การวางภาชนะ ปุ่มควบคุม หรือสิ่งต่าง ๆ จะต้องไม่ให้มีการเอื้อมมือข้ามเตาไฟ หรือบริเวณที่มีความร้อนไม่ว่าในก่อน ระหว่าง หรือหลังการทำอาหาร
• เตาอบแบบติดผนังจะเข้าถึงยากกว่าแบบตั้งพื้นทั่วไป
• การติดตั้งกระจกจะช่วยให้ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ มองเห็นของที่อยู่ในหม้อ หรือกระทะขณะทำอาหารได้สะดวกมากขึ้น
• พิจารณาถึงความยากง่ายในการย้ายภาชนะที่ร้อน และหนัก(โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นของเหลว) จากเตามายังโต๊ะ อาจจะทำเป็นทางลาดให้ลากหม้อ หรือกระทะแทนที่จะต้องยกขึ้น
• การเพิ่มก๊อกน้ำก็ช่วยลดการเคลื่อนย้ายภาชนะได้ การใช้สายฝักบัวก็มีประโยน์มากเช่นกัน
• อ่างล้างจานก็ไม่ควรมีก้นลึกมาก ควรให้ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์สามารถเอื้อมถึงก้นอ่างได้แม้ขณะนั่งอยู่บนรถเข็นรถเข็นวีลแชร์
• ก๊อกเปิดปิดน้ำควรใช้แบบคันโยกจะสะดวกกว่า
• ปรับความสูงของอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน ชั้นวางชั้นล่างสุดในตู้เย็นอาจจะต้องปรับให้สูงขึ้น
• ชั้นวางที่เลื่อนออกมาได้ หรือถาดหมุนก็ช่วยให้หยิบสิ่งของที่อยู่ลึกเข้าไปในตู้ได้ง่ายขึ้น
• ลิ้นชักควรมีความมั่นคง แม้จะถูกดึงออกมาจนสุด
• ตรวจดูว่าผิวพื้นไม่มีความลื่น
• ต้องแน่ใจว่ามีเครื่องดับเพลิงที่พร้อมใช้งาน อยู่ในตำแหน่งที่ง่ายต่อการหยิบใช้งานด้วย

ห้องน้ำ

• พื้นที่กว้างขวาง และมีความสะดวกในการเข้าถึงโถส้วม ที่อาบน้ำ อ่างล้างหน้า เป็นความสำคัญหลักสำหรับห้องน้ำผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์
• พิจารณาไว้เสมอถึงความสูงของสุขภัณฑ์ต่าง ๆ เช่นโถส้วม อ่างล้างหน้า ชั้นวาง ควรปรับให้เหมาะสม
• ติดตั้งห้องน้ำแบบที่ให้รถเข็นวีลแชร์เข้าไปใช้ได้โดยสะดวก จะต้องไม่มีขอบยกระดับ หรือขั้นบันได
• ราวจับ แผ่นช่วยย้ายที่นั่ง เก้าอี้ และที่จับต่าง ๆ ต้องมั่นคง และแน่นหนาพอที่จะรับน้ำหนักผู้ใช้งานได้ทั้งตัว
• เลือกวัสดุปูพื้นอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันการสะดุด หรือลื่นล้มขณะเข้าหรือออกจากห้องน้ำ และส่วนอาบน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพื้นเปียก ต้องระวังพรม หรือแผ่นเช็ดเท้าด้วยเช่นเดียวกัน
• ปุ่มกดชักโครก ก๊อกน้ำ หรืออุปกรณ์สุขภัณฑ์อื่นอาจใช้งานลำบากเมื่อผู้ใช้อยู่ในท่านั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ใช้งานมีความไม่สะดวกในการใช้มือ การใช้เซนเซอร์อัตโนมัติช่วยเปิดปิดน้ำ-ไฟ ก็จะช่วยให้มีความสะดวก ขึ้น
• ตรวจสอบตำแหน่งอุปกรณ์ประปาเช่นหัวก๊อก อย่าให้ยื่นเกะกะ เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดการชน การกระแทก เกิดการบาดเจ็บได้

บริเวณรอบบ้าน และจุดเชื่อมต่อ

• ตรวจสอบองศาการเอียงของทางลาดทั้งภายใน และภายนอกบ้าน อัตราส่วน 1:12 (หรือความสูง 10 เซนติเมตร ต่อความยาวทางลาด 120 เซนติเมตร) หากทางลาดยาวเกิน 6 เมตร ควรมีชานพักยาวอย่างน้อย 1.5 เมตร

• ในทำนองเดียวกัน ราวจับก็จะต้องมีองศาเดียวกันกับทางลาดด้วย
• การลื่นไถล หรือสะดุดบนทางลาดเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ควรใช้วัสดุปูพื้นที่ป้องกันการลื่นหากเป็นพื้นไม้ และควรใช้การตีเส้นแนวขวางหากเป็นพื้นคอนกรีต ทั้งนี้เพื่อป้องกันการลื่น
• ห้ามใช้พื้นที่เป็นกรวด ทราย บนทางลาด เพราะจะทำให้เกิดการลื่น และไม่สามารถบังคับรถเข็นวีลแชร์ได้ อาจล้มแล้วเกิดการบาดเจ็บรุนแรง
• ควรมีระบบระบายน้ำ เพื่อไม่ให้มีน้ำขังบนทางลาด เมื่อพื้นเปียกควรระบายน้ำให้แห้งได้โดยเร็ว
• ตรวจสอบทางลาดให้มีพื้นราบเรียบสม่ำเสมอ ไม่มีการสะสมของดิน ทรายที่จะทำให้ลื่น หรือสะดุด ไม่มีรอยแตก ทรุดของผิวทางลาด
• พื้นที่หน้าทางลาดทั้งสองฝั่งต้องไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ
• ต้องไม่มีคาน ซุ้มประตูหรือสิ่งกีดขวางในทางสูง

ระบบป้องกันไฟไหม้


• การป้องกันไฟไหม้ เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ หรือรถเข็นช่วยเดิน
• จะต้องอธิบายแผนการอพยพหากเกิดไฟไหม้ให้กับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์อย่างละเอียด และเจาะจง ทั้งเส้นทางการหนีไฟ และอุปกรณ์ที่จำเป็น ต้องกำหนดจุดที่ปลอดภัยเพื่อรอความช่วยเหลือ
• แผนการอพยพต้องทำทันที ไม่ใช่การรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงก่อนจึงทำการอพยพ
• ทางหนีไฟควรอยู่ใกล้กับบริเวณที่ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ ใช้ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณนั้น
• ต้องเคลียร์ทางเดิน เส้นทางหนีไฟ หน้าประตู และหน้าทางลาดให้สะอาด ไม่มีสิ่งกีดขวางอยู่ตลอดเวลา
• ระลึกไว้เสมอว่าการใช้ลิฟต์เป็นสิ่งต้องห้าม เว้นแต่ลิฟต์นั้นเป็นชนิดพิเศษมีความปลอดภัยสำหรับใช้ในเวลาอพยพหนีไฟได้เท่านั้น
• ผู้ช่วยเหลือ และหน่วยกู้ภัยต้องได้รับการแจ้งให้ทราบเสมอเมื่อจะเข้าไปในอาคารที่มีผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์อยู่ในอาคารนั้น
• เจ้าของบ้าน หรือเจ้าของอาคารต้องติดตั้งสัญญาณเตือนภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกในการอพยพ รวมถึงสัญญาณไฟไหม้ ป้ายทางหนีไฟ ไฟฉุกเฉิน และต้องดูแลให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตลอดเวลา
• แน่ใจว่าผู้รับผิดชอบทุกคนในสถานการณ์ฉุกเฉินทุกกรณี เข้าใจวิธีการปฏิบัติตัวอย่างถ่องแท้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Elife @ SCG eldercare

Elife @ SCG eldercare

 

รถเข็น Elife @ SCG eldercare

รถเข็นElife ของเราได้รับความไว้วางใจจากทาง SCG ที่เลือกรถเข็นไฟฟ้าจากทางElife รุ่น Pw-222 และ รุ่น Litepro มาตั้งที่ร้าน SCG eldercare ซึ่งเป็น Lifestyle Shopping Center ที่รวบรวมสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุไว้ที่นี้ที่เดียวครบ Elifeจึงเป็นส่วนนึงที่มามอบความสะดวกสบายให้กับทุกท่านเช่นกัน บรรยากาศรอบๆ ร้านดีมากเลยค่ะ ภายในร้านจะตกแต่งสวยงาม มีเก้าอี้สำหรับนั่งพัก ที่บริการเพื่อนั่งทำงาน และยังมีบริเวณสำหรับทดลองนั่งรถเข็นได้

 

จะเห็นได้ว่าทางร้าน SCG มีบรรยากาศที่สวยงามดูอบอุ่น พร้อมยังมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการทุกท่าน อีกทั้งยังมีสินค้าอื่นๆมากมายสำหรับของผู้สูงอายุ พูดได้เลยว่ามาร้าน SCG eldercare ที่เดียวมีครบครันทุกอย่าง สำหรับลูกค้าบางท่านที่ไม่สะดวกมาที่โชว์รูมElife ของเรา ทางSCG eldercare เป็นอีกทางเลือกนึงให้คุณลูกค้าทุกท่านด้วยนะคะ  สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางSCG ที่ไว้ใจรถเข็นไฟฟ้าของElife ให้มาดูแลทุกท่าน เพิ่มความสะดวกสบาย และทำให้ชีวิตของทุกท่านง่ายยิ่งขึ้นค่ะ  

 

การดูแลรถเข็น(Wheelchair)ช่วงฤดูฝน

การดูแลรถเข็น(Wheelchair)ช่วงฤดูฝน

ย่างเข้าสู่ฤดูฝน…การดูแลตัวเองและคนที่เรารักนั้นต้องพิถิพิถัน เพราะโรคภัยต่างๆที่มากับช่วงฤดูฝนมีมากมาย เช่น โรคไข้เลือดออก  ซึ่งถือว่าเป็นโรคร้ายแรงถ้าไม่รีบรักษา ไปหาหมอเพื่อดูอาการ อาจจะสายเกินไป เพราะโรคนี้ไม่มียารักษา ได้แค่ รักษาตามอาการเท่านั้น พยุงไม่ให้ขึ้นไข้สูงหรือเลือดออกทางกระเพาะอาหาร แต่ถ้าเรารู้ตัวเร็ว ไปหาหมอได้ทันท่วงที โรคร้ายเหล่านี้ก็จะรักษาได้ทันการ ทำให้ร่างกายของเรากลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

แต่การหาหมอนั้นคือการรักษาที่เกิดเหตุแล้ว การรักษาที่ต้นเหตุคือการป้องกัน ป้องกันไม่ให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำและยุ่งลาย นั้นก็คือการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุ่งลาย โดยเริ่มจากตัวเรา จากที่บ้าน สิ่งของใกล้ตัว ภาชนะที่มีน้ำท่วมขัง ก็เทน้ำทิ้ง คว่ำภาชนะ เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง นั้นเอง เพียงเท่านี้ก็ลดปัญหาของต้นเหตุของการเกิดโรคนี้  ทำให้เราและคนที่เรารักห่างไกลจากโรคนี้ได้ค่ะ

นอกจากสุขภาพที่เป็นเรื่องสำคัญแล้ว การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนที่เรารัก ก็สำคัญมากเช่นกัน เช่น รถเข็น (Wheelchair)  เพราะมีความสำคัญมาก ทำให้เคลื่อนที่ได้สะดวก เคลื่อนไหวได้ง่าย เหมาะสมกับผู้สูงอายุเป็นอย่างมากเพราะเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการชีวิตประจำวัน เพราะจะช่วยให้ การดำรงชีวิตได้ง่ายขี้น สามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาลูกหลานมาก ซึ่งส่งผลให้พวกท่านมีความภูมิใจมีความมั่นใจกล้าใช้ชีวิตมากขึ้น และทำให้สภาพจิตใจดีขึ้นอีกด้วย

โดยปกติแล้ว รถเข็น (Wheelchair)   มี2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ รถเข็นไฟฟ้า และรถเข็นธรรมดา ซึ่งการเลือกรถเข็นต่างๆเพื่อการใช้งาน ส่วนใหญ่จะคำนึงถึงวัตถุประสงค์การใช้งาน ขอบเขตต่างๆ ซึ่งแต่ละครอบครัว มีขอบเขตวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน ทั้งนี้จากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านรถเข็นElife ขอแนะนำว่า ควรคำนึงถึงผู้นั่ง ปัญหาของผู้นั่ง ความจำเป็นในด้านต่างๆที่สอดคล้องกับการชีวิตของผู้นั่ง เป็นหัวใจหลักที่สำคัญที่สุด  ซึ่งในส่วนการดูแลรักษารถเข็นทั้ง2รูปแบบก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะ จะได้ยืดอายุการใช้งาน ยื่งช่วงฤดูฝน ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจเป็นพิเศษ การดูแลรักษารถเข็น (Wheelchair) ก็เปรียบเสมือนการ ป้องการการเกิดโรคภัยต่างๆนั้นเอง ถ้าต้องการใช้ Wheelchair ซึ่งเป็นอุปกรณ์คู่กายของคนที่เรารัก ให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวลองปฏิบัติตามคำแนะนำด้านล่างนี้  โดยในบทความนี้ จะแบ่งการดูแลออกเป็น2หมวดหมู่ หลักๆด้วย คือ  ระบบไฟฟ้า และโครงสร้าง

    รถเข็นธรรมดา รุ่น EW116
รถเข็นไฟฟ้า รุ่น PW301 Plus

ส่วนแรก ระบบไฟฟ้าของรถเข็นไฟฟ้า

รถเข็นไฟฟ้านั้น มีความพิเศษ ตรงที่ มีระบบไฟฟ้า,มอเตอร์ เพื่อให้การบังคับใช้งานได้ดี จำเป็นต้องใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษ หลายท่านคงเคยได้ยินมาแล้วบ้าง คือ “ไฟ กับ  น้ำ” ไม่ใช่ของคู่กัน ดั้งนั้น ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้มอเตอร์ระบบวงจรไฟฟ้าโดนน้ำโดยเด็ดขาด และยิ่งช่วงฤดูฝน ยิ่งต้องระวังหลีกเลี่ยง ขณะฝนตก ห้ามนำ รถเข็นไฟฟ้า ออกไปใช้งานเด็ดขาด เพราะมอเตอร์ที่เป็นระบบไฟฟ้าจะมีวงจรไฟฟ้าควบคุมการทำงานของรถเข็นไฟฟ้า เพราะถ้าหากมอเตอร์โดนน้ำ จะส่งผลร้ายแรงที่สุดคือ มอเตอร์พังและเสียหาย เพราะถ้าเกิด ความเสียหาย เราอาจต้องมีค่าใช้จ่ายในเปลี่ยนอะไหล่ เพราะไม่สามารถ ซ่อมได้ ฉะนั้น วิธีการป้องกัน คือ ไม่นำรถเข็นไฟฟ้า ไปใช้ขณะฝนตก โดยเด็ดขาด และ หลีกเลี่ยงน้ำ ทุกกรณี

**ในส่วนรถเข็นธรรมดา ไม่มีมอเตอร์ไม่มีระบบไฟฟ้า จึงไม่มีข้อควรระวังในเรื่องนี้**

ส่วนที่ 2 การดูแลโครงสร้างตัวรถเข็น (Wheelchair)

ทั้งรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นธรรมดา ส่วนใหญ่โครงสร้างที่ถูกนิยม นำมาใช้หลักๆ 4 ชนิด ด้วยกัน ได้แก่1.อลูมิเนียม 2.อัลลอยด์ 3.แม็กนิเซียม 4.เหล็ก คาร์บอน

ซึ่งการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก หากโครงสร้างตัวรถโดนน้ำ ให้นำผ้าแห็งเช็คโครงสร้างตัวรถเข็นให้แห้งเท่านั้น เพราะเนื้อโครงสร้างของรถเข็นส่วนใหญ่ ไม่ก่อให้เกิดสนิม ยกเว้น โครงสร้างที่ทำจากเหล็กคาร์บอนต้องรีบเช็คให้แห้งโดยเร็วที่สุด  ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอากาศชื้น เพราะอากาศชื้นมากๆก็อาจส่งผลให้โครงสร้างที่ทำจากเหล็กคาร์บอน ขึ้นสนิมได้ค่ะ ฉะนั้น สิ่งที่ต้องพึ่งต้องปฏิบัติ คือต้องรีบเช็ดโครงสร้างตัวรถเข็นให้แห้งโดยทันที เพราะจะช่วยป้องกันปัญหาด้านนี้ได้ค่ะ

โครงสร้างตัวรถเข็นที่ทำจาก อลูมิเนียม

การดูแลรักษารถเข็น(Wheelchair) ในช่วงฤดูฝนมีข้อควรระวัง หลัก ๆ เพียง 2 หมวดหมู่ข้างต้น หากเราต้องการรักษารถเข็นของเราให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวเพื่อให้คนที่เรารักได้ใช้นานๆ ให้เปรียบเสมือนว่า รถเข็นคืออวัยยะวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่เราต้องใส่ใจดูแล ป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัยต่างๆนั้นเอง แล้วจะพบว่า รถเข็นของเราทนทาน แข็งแรงเหมือนร่างกายของเราค่ะ

 

Elife พาเที่ยว ไปกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นPW101A

Elife พาเที่ยว ไปกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นPW101A

       สวัสดีค่ะ พบกับ Elife พาเที่ยวเช่นเคย โดยครั้งนี้เพิ่มความพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะจะพาทุกคนไปผจญภัยพร้อมกันค่ะโดยการนำ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW101A  ซึ่งเป็นพระเอกของเรา      สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในทริปนี้ส่วนใหญ่ส่วนใหญ่เป็นพื้นถนนหนทางจะค่อนข้างเป็นทางลูกรัง พื้นที่ลาดชัน              ทางลูกระนาด พื้นขรุขระ มีหลากหลายเส้นทาง แต่ทำไงได้ก็อยากไปเที่ยวจริง ๆ แต่เราก็ไม่หวั่นอย่างแน่นอน

เพราะจุดเด่นของรถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW101A คือ ล้อเป็นล้อใหญ่ยางตัน มีล้อกันหงาย สามารถใช้งานได้ดีควบคุมเกือบทุกพื้นถนนทางขรุขระ ลูกรัง พื้นไม้            ลูกระนาดไปได้สบาย ๆ เลยค่ะ ยิ่งพื้นถนนหนทางตามต่างจังหวัด หรือต้องการนำไปใช้งานในการทำงานก็สามารถใช้งานได้ดีมาก ๆ ค่ะ ว่าแล้วจะหาว่าไม่จริง ไปชมพร้อม ๆ กันค่ะ

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถใช้งานได้ทุกพื้นที่ จริงๆทนทานสุดๆ ล้อตันไม่กล้วของแหลมคม คลายความกังวลเรื่องยางรั่ว แบตเตอรี่ ความจุ 24V 12AH        ใช้งานได้มากถึง  15-20 กิโลเมตร บังคับยาว ๆ เที่ยวแบบสบายใจได้ทั่งวัน มั่นใจและปลอดภัยเพราะมีล้อกันหงายขึ้นทางลาดชันได้สบาย ๆ พร้อมลุยไปกับทุกสถานการณ์

เห็นแบบนี้แล้วอยากจะมีไว้ให้คนสำคัญในครอบครัว อาทิเช่น คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย หรือคนที่คุณรักเพื่อจะได้พาพวกท่านไปเที่ยวด้วยกัน ให้ท่านได้มีอิสระต่อการเคลื่อนที่อยากไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งลูกหลานมากมายเชื่อได้ค่ะ ใจของท่านจะยิ้มกว้างอย่างแน่นอน หากสนใจ ติดต่อสอบถาม ที่ Shop Elifegear ได้เลยค่ะ หรือ ตามช่องทางด้านล่างนี้ค่ะ

Line : @elife

Tel : 095-348-0712 / 02-4154347

Facebook  : ELifegear Wheelchair เชี่ยวชาญ รถเข็นนั่งไฟฟ้า สำหรับคนชรา ผู้ป่วย ผู้พิการ

Website : www.elifegear.com

***********************************************************************************

–แล้วพบกันใหม่นะคะ–