การดูแลรถเข็น(Wheelchair)ช่วงฤดูฝน

การดูแลรถเข็น(Wheelchair)ช่วงฤดูฝน

ย่างเข้าสู่ฤดูฝน…การดูแลตัวเองและคนที่เรารักนั้นต้องพิถิพิถัน เพราะโรคภัยต่างๆที่มากับช่วงฤดูฝนมีมากมาย เช่น โรคไข้เลือดออก  ซึ่งถือว่าเป็นโรคร้ายแรงถ้าไม่รีบรักษา ไปหาหมอเพื่อดูอาการ อาจจะสายเกินไป เพราะโรคนี้ไม่มียารักษา ได้แค่ รักษาตามอาการเท่านั้น พยุงไม่ให้ขึ้นไข้สูงหรือเลือดออกทางกระเพาะอาหาร แต่ถ้าเรารู้ตัวเร็ว ไปหาหมอได้ทันท่วงที โรคร้ายเหล่านี้ก็จะรักษาได้ทันการ ทำให้ร่างกายของเรากลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

แต่การหาหมอนั้นคือการรักษาที่เกิดเหตุแล้ว การรักษาที่ต้นเหตุคือการป้องกัน ป้องกันไม่ให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำและยุ่งลาย นั้นก็คือการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุ่งลาย โดยเริ่มจากตัวเรา จากที่บ้าน สิ่งของใกล้ตัว ภาชนะที่มีน้ำท่วมขัง ก็เทน้ำทิ้ง คว่ำภาชนะ เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง นั้นเอง เพียงเท่านี้ก็ลดปัญหาของต้นเหตุของการเกิดโรคนี้  ทำให้เราและคนที่เรารักห่างไกลจากโรคนี้ได้ค่ะ

นอกจากสุขภาพที่เป็นเรื่องสำคัญแล้ว การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนที่เรารัก ก็สำคัญมากเช่นกัน เช่น รถเข็น (Wheelchair)  เพราะมีความสำคัญมาก ทำให้เคลื่อนที่ได้สะดวก เคลื่อนไหวได้ง่าย เหมาะสมกับผู้สูงอายุเป็นอย่างมากเพราะเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการชีวิตประจำวัน เพราะจะช่วยให้ การดำรงชีวิตได้ง่ายขี้น สามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาลูกหลานมาก ซึ่งส่งผลให้พวกท่านมีความภูมิใจมีความมั่นใจกล้าใช้ชีวิตมากขึ้น และทำให้สภาพจิตใจดีขึ้นอีกด้วย

โดยปกติแล้ว รถเข็น (Wheelchair)   มี2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ รถเข็นไฟฟ้า และรถเข็นธรรมดา ซึ่งการเลือกรถเข็นต่างๆเพื่อการใช้งาน ส่วนใหญ่จะคำนึงถึงวัตถุประสงค์การใช้งาน ขอบเขตต่างๆ ซึ่งแต่ละครอบครัว มีขอบเขตวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน ทั้งนี้จากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านรถเข็นElife ขอแนะนำว่า ควรคำนึงถึงผู้นั่ง ปัญหาของผู้นั่ง ความจำเป็นในด้านต่างๆที่สอดคล้องกับการชีวิตของผู้นั่ง เป็นหัวใจหลักที่สำคัญที่สุด  ซึ่งในส่วนการดูแลรักษารถเข็นทั้ง2รูปแบบก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะ จะได้ยืดอายุการใช้งาน ยื่งช่วงฤดูฝน ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจเป็นพิเศษ การดูแลรักษารถเข็น (Wheelchair) ก็เปรียบเสมือนการ ป้องการการเกิดโรคภัยต่างๆนั้นเอง ถ้าต้องการใช้ Wheelchair ซึ่งเป็นอุปกรณ์คู่กายของคนที่เรารัก ให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวลองปฏิบัติตามคำแนะนำด้านล่างนี้  โดยในบทความนี้ จะแบ่งการดูแลออกเป็น2หมวดหมู่ หลักๆด้วย คือ  ระบบไฟฟ้า และโครงสร้าง

    รถเข็นธรรมดา รุ่น EW116
รถเข็นไฟฟ้า รุ่น PW301 Plus

ส่วนแรก ระบบไฟฟ้าของรถเข็นไฟฟ้า

รถเข็นไฟฟ้านั้น มีความพิเศษ ตรงที่ มีระบบไฟฟ้า,มอเตอร์ เพื่อให้การบังคับใช้งานได้ดี จำเป็นต้องใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษ หลายท่านคงเคยได้ยินมาแล้วบ้าง คือ “ไฟ กับ  น้ำ” ไม่ใช่ของคู่กัน ดั้งนั้น ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้มอเตอร์ระบบวงจรไฟฟ้าโดนน้ำโดยเด็ดขาด และยิ่งช่วงฤดูฝน ยิ่งต้องระวังหลีกเลี่ยง ขณะฝนตก ห้ามนำ รถเข็นไฟฟ้า ออกไปใช้งานเด็ดขาด เพราะมอเตอร์ที่เป็นระบบไฟฟ้าจะมีวงจรไฟฟ้าควบคุมการทำงานของรถเข็นไฟฟ้า เพราะถ้าหากมอเตอร์โดนน้ำ จะส่งผลร้ายแรงที่สุดคือ มอเตอร์พังและเสียหาย เพราะถ้าเกิด ความเสียหาย เราอาจต้องมีค่าใช้จ่ายในเปลี่ยนอะไหล่ เพราะไม่สามารถ ซ่อมได้ ฉะนั้น วิธีการป้องกัน คือ ไม่นำรถเข็นไฟฟ้า ไปใช้ขณะฝนตก โดยเด็ดขาด และ หลีกเลี่ยงน้ำ ทุกกรณี

**ในส่วนรถเข็นธรรมดา ไม่มีมอเตอร์ไม่มีระบบไฟฟ้า จึงไม่มีข้อควรระวังในเรื่องนี้**

ส่วนที่ 2 การดูแลโครงสร้างตัวรถเข็น (Wheelchair)

ทั้งรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นธรรมดา ส่วนใหญ่โครงสร้างที่ถูกนิยม นำมาใช้หลักๆ 4 ชนิด ด้วยกัน ได้แก่1.อลูมิเนียม 2.อัลลอยด์ 3.แม็กนิเซียม 4.เหล็ก คาร์บอน

ซึ่งการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก หากโครงสร้างตัวรถโดนน้ำ ให้นำผ้าแห็งเช็คโครงสร้างตัวรถเข็นให้แห้งเท่านั้น เพราะเนื้อโครงสร้างของรถเข็นส่วนใหญ่ ไม่ก่อให้เกิดสนิม ยกเว้น โครงสร้างที่ทำจากเหล็กคาร์บอนต้องรีบเช็คให้แห้งโดยเร็วที่สุด  ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอากาศชื้น เพราะอากาศชื้นมากๆก็อาจส่งผลให้โครงสร้างที่ทำจากเหล็กคาร์บอน ขึ้นสนิมได้ค่ะ ฉะนั้น สิ่งที่ต้องพึ่งต้องปฏิบัติ คือต้องรีบเช็ดโครงสร้างตัวรถเข็นให้แห้งโดยทันที เพราะจะช่วยป้องกันปัญหาด้านนี้ได้ค่ะ

โครงสร้างตัวรถเข็นที่ทำจาก อลูมิเนียม

การดูแลรักษารถเข็น(Wheelchair) ในช่วงฤดูฝนมีข้อควรระวัง หลัก ๆ เพียง 2 หมวดหมู่ข้างต้น หากเราต้องการรักษารถเข็นของเราให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวเพื่อให้คนที่เรารักได้ใช้นานๆ ให้เปรียบเสมือนว่า รถเข็นคืออวัยยะวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่เราต้องใส่ใจดูแล ป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัยต่างๆนั้นเอง แล้วจะพบว่า รถเข็นของเราทนทาน แข็งแรงเหมือนร่างกายของเราค่ะ

 

Elife พาเที่ยว ไปกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นPW101A

Elife พาเที่ยว ไปกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นPW101A

       สวัสดีค่ะ พบกับ Elife พาเที่ยวเช่นเคย โดยครั้งนี้เพิ่มความพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะจะพาทุกคนไปผจญภัยพร้อมกันค่ะโดยการนำ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW101A  ซึ่งเป็นพระเอกของเรา      สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในทริปนี้ส่วนใหญ่ส่วนใหญ่เป็นพื้นถนนหนทางจะค่อนข้างเป็นทางลูกรัง พื้นที่ลาดชัน              ทางลูกระนาด พื้นขรุขระ มีหลากหลายเส้นทาง แต่ทำไงได้ก็อยากไปเที่ยวจริง ๆ แต่เราก็ไม่หวั่นอย่างแน่นอน

เพราะจุดเด่นของรถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW101A คือ ล้อเป็นล้อใหญ่ยางตัน มีล้อกันหงาย สามารถใช้งานได้ดีควบคุมเกือบทุกพื้นถนนทางขรุขระ ลูกรัง พื้นไม้            ลูกระนาดไปได้สบาย ๆ เลยค่ะ ยิ่งพื้นถนนหนทางตามต่างจังหวัด หรือต้องการนำไปใช้งานในการทำงานก็สามารถใช้งานได้ดีมาก ๆ ค่ะ ว่าแล้วจะหาว่าไม่จริง ไปชมพร้อม ๆ กันค่ะ

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถใช้งานได้ทุกพื้นที่ จริงๆทนทานสุดๆ ล้อตันไม่กล้วของแหลมคม คลายความกังวลเรื่องยางรั่ว แบตเตอรี่ ความจุ 24V 12AH        ใช้งานได้มากถึง  15-20 กิโลเมตร บังคับยาว ๆ เที่ยวแบบสบายใจได้ทั่งวัน มั่นใจและปลอดภัยเพราะมีล้อกันหงายขึ้นทางลาดชันได้สบาย ๆ พร้อมลุยไปกับทุกสถานการณ์

เห็นแบบนี้แล้วอยากจะมีไว้ให้คนสำคัญในครอบครัว อาทิเช่น คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย หรือคนที่คุณรักเพื่อจะได้พาพวกท่านไปเที่ยวด้วยกัน ให้ท่านได้มีอิสระต่อการเคลื่อนที่อยากไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งลูกหลานมากมายเชื่อได้ค่ะ ใจของท่านจะยิ้มกว้างอย่างแน่นอน หากสนใจ ติดต่อสอบถาม ที่ Shop Elifegear ได้เลยค่ะ หรือ ตามช่องทางด้านล่างนี้ค่ะ

Line : @elife

Tel : 095-348-0712 / 02-4154347

Facebook  : ELifegear Wheelchair เชี่ยวชาญ รถเข็นนั่งไฟฟ้า สำหรับคนชรา ผู้ป่วย ผู้พิการ

Website : www.elifegear.com

***********************************************************************************

–แล้วพบกันใหม่นะคะ–

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1

ท้องฟ้าสดใส กับบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง นับเป็นช่วงเวลาที่ดีในการจัดทริปท่องเที่ยวสักทริป เพื่อพาคนในครอบครัวไปเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนที่พักหลับนอน อาหารการกิน ให้เป็นกำไรชีวิตในช่วงวันหยุด ก่อนจะกลับมาลุยงานกันต่อ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปที่ใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆแค่ 2วัน 1คืน โดยจังหวัดที่เราเลือกไป คือ จ.เลย พูดถึง เลย คงไม่มีใคร ที่จะไม่รู้จัก เชียงคาน เมืองแห่งวัฒนธรรม กลิ่นอายแม่น้ำโขง ขึ้นชื่อถนนคนเดิน สืบสานความสัมพันธ์ไทย-ลาว

***แล้วเราจะรู้สึกว่าเวลาเดินช้า ถ้าได้มาลองพักผ่อนกับเมืองเล็กๆแห่งนี้***

โดยการเดินทางครั้งนี้ จะพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเราได้นำรถเข็นไฟฟ้า รุ่น Lite1 พกพาไปด้วย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในทริปนี้ และเชื่อว่าทุกคนในครอบครัวต้องมีความสุขกับทริปเล็ก ๆ ในครั้งนี้แน่นอนค่ะ

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือวันและเวลาต้องพร้อมตรงกัน เมื่อได้วันที่พร้อมแล้วก็ลุย !!! จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า กันเลยค่ะ สายการบินที่ลงสนามบิน จ.เลย มีแค่ 2สายเท่านั้น คือ นกแอร์                    และแอร์เอเชีย  ลองตามโปรโมชั่นกันดูนะคะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ตั๋วถูกพอ ๆ กับนั่งรถทัวร์กันเลยทีเดียว พอ Booking ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมโอนเงินกันด้วยล่ะ ข้อนี้สำคัญมากกกก

อย่างที่กล่าวไว้ทริปนี้คือทริปพิเศษเพราะเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกไปด้วย ฉะนั้นก็จะต้องเพิ่มความพิเศษเข้ามาเล็กน้อย การที่เราจะนำรถเข็นไฟฟ้า ขึ้นเครื่องบินได้นั้น ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำขึ้นได้ทุกรุ่นนะคะ ข้อนี้สำคัญมาก ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถเข็นไฟฟ้านั้น ต้องสอบถามข้อมูลจากผู้ขายให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน จุดสำคัญมีเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือ “แบตเตอรี่” ต้องเป็นประเภทลิเธียมไออ้อน (Lithium Ion) เท่านั้น และความจุแบต ต้องไม่เกิน 32,000 มิลลิแอมป์ ซึ่งสายการบินส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบนี้ เอ้า!!! แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากี่มิลลิแอมป์ เพราะส่วนใหญ่กฏสากลจะระบุขนาดของแบตฯ(ความจุ)ข้างตัวแบต มีหน่วย เป็น V (โวลต์) และ Ah (แอมป์) เท่านั้น แต่ด้วยความรู้ที่สะสมมาทั้งหมดที่มี การคิดคำนวณเป็นมิลลิแอมป์ ก็ง่ายแสนง่าย

ตัวอย่างเช่น 12V 6 AH คิดเป็นมิลลิแอมป์ (mAh) คือ นำ AH x 1000 ดังนั้น แบตฯก้อนนี้ มีความจุ เพียงแค่ 6,000 มิลลิแอมป์ เท่านั้น

หรือ บางก้อน ระบุว่า 12V 10AH  คิดเป็นมิลลิแอมป์ ได้ 10,000 มิลลิแอมป์

เห็นไหมค่ะว่าง่ายนิดเดียวคิดไม่อยากเลย คราวนี้เราก็มั่นใจได้ล้านเปอร์เซ็นว่าสามารถนำรถเข็นไฟฟ้าเครื่องบินได้แน่นอนค่ะ แต่!!! กฏระเบียบการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินนั้นก็จะมีกฏแยกย่อยของแต่ละสายการบิน ซึ่งกฏต่างกันไม่มากเรียกว่าเป็นเงื่อนไขแล้วกันค่ะ  ซึ่งแนะนำว่าให้ติดต่อสอบถามไปที่ Call Center ของสายการบินนั้น ๆ ทุกครั้งนะคะ เพื่อการเตียมตัวที่ถูกต้องแต่ครั้งนี้เราได้เลือกใช้บริการของสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งมีข้อปฏิบัติดังนี้ คือ

1.หลังจากที่จองตั๋วเครื่องบิน เรียบร้อยแล้ว ให้โทรไปที่ Call center เจ้าหน้าที่จะให้บริการคำแนะนำในการเตรียมเอกสารเกี่ยวกับแบตเตอรี่เพื่อนำขึ้นเครื่องบิน

2.ส่งรายละเอียดต่างๆของรถเข็น + แบตเตอรี่ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  ไปที่ E-mail : thailand-support@airasia.com

—-หลังจากส่งเรียบร้อยให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งแบบฟอร์มมาให้เรากรอก พอกรอกเอกสารเรียบร้อย ให้ส่งกลับไปที่ Emailเดิม อีกรอบ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง

—-หลังจากที่เจ้าหน้าที่คอนเฟิร์มกับเราว่าเอกสารเรียบร้อยแล้ว รอประมาณ 2-3 วัน ให้โทรไปเช็คกับCall center อีกครั้ง เพื่อการยืนยันที่ถูกต้อง หากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ปริ้นแบบฟอร์มนี้ ไปในวันเดินทางด้วยค่ะ เพราะต้องนำไปประกอบเอกสารชี้แจ้งกับเจ้าหน้าที่สบามบิน

ตื่นเต้น ๆ วันเดินทางมาถึงแล้ว…ออกเดินทางไปสนามบินกันแต่เช้า เพื่อรอเตรียมการเช็คอิน แนะนำว่าต้องไปเช็คอินที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ

เพราะเราต้องนำเอกสารที่เตรียมกับทาง Call center ให้เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์เซ็นรับทราบ   เรื่องนำวีลแชร์ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบิน หลังจากการประสานงานหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเรียบร้อยแล้ว ต้องนำแบตออกจากตัวรถเข็น เพราะแบตฯเราต้องถือขึ้นเครื่องบินเท่านั้น ส่วนรถเข็นไฟฟ้าของเรา เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กมาติดที่ตัวรถและนำไปสแกนที่ห้องสแกนแล้วนำไปโหลดให้เราเลยค่ะ หลังจากนั้นเราก็ดำเนินการตามปกติ เข้าไปรอที่ Gate รอเวลาเจ้าหน้าทีเรียกขึ้นเครื่องบิน พร้อมเดินทางไปเที่ยวที่เลยกันค่ะ

 

 

เย้ !! มาถึงเชียงคานแล้ว ลุยต่อกันเลย เที่ยวต่อกันเลยค่ะ        

 

 

  แวะไหว้พระกันซะหน่อย เพื่อความเป็นสิริมงคล                                                                                                                

 

จุดชมวิวแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามคือ สาธารณะธิปไตย์ประชาชนลาวนั้นเอง  วิวยามเย็นก็สวยไม่แพ้กัน…….

 

มาเที่ยวถนนคนเดินกันต่อ บรรยากาศช่วงเย็นก็ครึกครื้นไม่แพ้ช่วงมืดค่ำ มีร้านขายของมากมายให้เราเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ร้านจำหน่ายของที่ระลึก เสื้อผ้าสวย ๆ ทั้งนั้นเลย

 

นี่คือที่พักของเราค่ะ ดิ โอลด์ เชียงคาน บูติกโฮเทล เป็นที่พักที่มีเรื่องราวความเป็นมา และยังเป็นบ้านเก่าแก่ของคนสำคัญที่เชียงคานด้วยนะคะ สวยงามมาก ๆ เลย

 

ด้านหลังที่พักคือ แม่น้ำโขง ตื่นมาตอนเช้ามองหนามาก ๆ

 

ไหน ๆ เราก็มาถึงเชียงคานกันแล้ว เรามาร่วมสืบสานประเพณีวัฒธรรมตักบาตรข้าวเหนียว เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต

 

กินข้าวเช้ากัน นี้คืออาหารขึ้นชื่อของเชียงคาน “ข้าวเปียกเส้น” ขอกระซิบว่า อร่อยมาก ๆ

 

ท้องอิ่มแล้ววเดินเก็บบรรยากาศกันก่อนกลับบ้าน

 

ไว้มาใหม่นะเชียงคาน  เราหลงรักเธอมาก ๆ แต่ไม่อยากขึ้นคานนะ 555555

การนำรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 ซึ่งเป็นรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาเพียง 13.5 กิโลกรัม มาเที่ยวด้วย ช่วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นมากๆ พับ เก็บ กาง สะดวกสุด ๆ ยกเคลื่อนย้ายก็เบามากเที่ยวได้สนุก        ไม่เหนื่อยเลยค่ะ คุ้มค่ามากจริง ๆ  มีการแอบกระซิบว่ามี Lite1 แล้วต่อไปนี้จะเที่ยวให้หนำใจเลย ได้ยินเช่นนี้แล้วปลื้มใจจริง ๆ ค่ะเห็นรอยยิ้มของทุกคนแล้วยอมรับเลยล่ะคะว่า แฮปปี้สุดๆ  ><

หากใครไม่อยากเหงาเที่ยวคนดียว แนะนำพาคุณพ่อคุณแม่ปู่ย่าตายายไปด้วยนะคะ ไม่ต้องห่วงการเดินทางเลย เพียงแค่นำวีลแชร์ไฟฟ้าคันเล็ก ๆ สักคันที่ตอบโจทย์ในทุก ๆ ด้าน รับรองค่ะว่า           “ไม่ผิดหวังแน่นอน”        ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ

 

#Elifeพาเที่ยว #เที่ยวเมืองเลย #เชียงคานสวยมาก

 

โรคผู้สูงอายุ

โรคผู้สูงอายุ

  สังคมไทยทุกวันนี้มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น หันไปทางไหนก็มีแต่ผู้สูงอายุเต็มไปหมด (ซึ่งเราก็จะเป็นผู้สูงอายุในวันข้างหน้าเหมือนกัน) การใช้ชีวิตประจำวันก็ไม่สะดวกสบายเหมือนเดิม อันเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพ ที่เสื่อมโทรมไปตามวัย บ้างก็ประสบปัญหาปวดเข่า หูตาฝ้าฟาง เป็นต้น

 

ในขณะที่พื้นที่สาธารณะหลายๆแห่ง ที่รวมถึงหลากหลายครอบครัว ก็เริ่มให้ความสำคัญกับปัญหาเหล่านี้ อย่างหนึ่งที่เริ่มทำกันคือ การมองหาวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้เอื้อกับผู้สูงอายุได้ใช้ และได้เข้าถึง เช่น การมีลิฟท์สำหรับการใช้รถไฟฟ้า นอกเหนือจากบันไดเลื่อน การมีห้องน้ำเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือแม้กระทั่งการเลือกหา รถเข็นนั่งวิลล์แชร์ และวิลล์แชร์ไฟฟ้า ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ จำเป็นอย่างมากในการในการเคลื่อนไหว และการเดินทาง โดยโรคส่วนใหญ่ที่เราพบในผู้สูงอายุ จะเป็นโรคที่เกี่ยวกับกระดูก การเดิน หรือการเคลื่อนไหว ยกตัวอย่างเช่น

1.โรคกระดูกพรุน  เป็นโรคที่พบในผู้สูงอายุทุกคน อันมีสาเหตุสำคัญจากการทำงานของฮอร์โมนที่ลดลง

สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน

– ไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอ

– กรรมพันธุ์

– การใช้ยาสำหรับโรคบางอย่างทำให้เกิดการลดความหนาแน่นของกระดูก เช่น ยาคอร์ติโซน สำหรับโรคไขข้ออักเสบ ยาเฮปาริน สำหรับโรคหัวใจและความดันโลหิต

– การสูบบุหรี่หรือดื่มสุราเป็นประจำ

– ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ดื่มชา หรือกาแฟ ซึ่งมีผลทำให้กระดูกเสื่อมง่าย

– ฮอร์โมนลดลง เช่น ในหญิงวัยหมดประจำเดือน

– ขาดการออกกำลังกาย

– ขาดวิตามินดี เพราะในวิตามินดี มีความจำเป็นในการดูดซึมแคลเซียมไปใช้

ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคกระดูกพรุน

– ออกกำลังกายเป็นกิจวัตร

– เมื่อมีความเจ็บปวดไม่ว่าสาเหตุใด ควรรีบทำกายภาพบำบัดหรือเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายให้เร็วที่สุดเท่าที่สภาพร่างกายจะเอื้ออำนวย

– ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงเช่นปลากระป๋องปลาเล็กปลาน้อยหรือดื่มนมพร่องมันเนยผักผลไม้เป็นต้นมา

– งดดื่มสุราและงดสูบบุหรี่

– หลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเอง เช่น ยาลูกกลอน เพราะมันจะมีสารสเตียรอยด์สะสมอยู่จะทำให้กระดูกพรุนโดยไม่รู้ตัว

 

2.โรคข้อเสื่อม  เกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่กระดูกอ่อนผิวข้อเป็นหลัก โดยมากเป็นตำแหน่งข้อ คือ มีอาการปวดและมักเป็นหลังจากที่มีการใช้ข้อมากกว่าปกติ อาจมีอาการเจ็บด้านใดด้านหนึ่งของข้อได้ หรืออาจมีอาการบวมแดง แต่เมื่อได้พักอาการปวดก็จะลดลงหรือหายไป แต่อาการจะเป็นๆหายๆ ขึ้นอยู่กับการใช้งานข้อนอก จากนี้ยังมีอาการข้อฝืดเกิดขึ้นจากการหยุดการเคลื่อนไหวข้อเป็นเวลานาน เช่น นั่งท่าเดียว นั่งสมาธิและนั่งพับเพียบฟังเทศน์ เป็นต้น

สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เป็นโรคข้อเสื่อม

– อายุมากขึ้น

– พันธุกรรมและโรคทางเมตาโบลิค เช่น โรคเก๊าท์

– เป็นโรคที่ทำให้เกิดข้ออักเสบ เช่น โรคข้อ รูมาตอยด์ หรือข้ออักเสบติดเชื้อ

– การได้รับบาดเจ็บของข้อ อาจมีการเคลื่อนไหวข้อซ้ำๆ หรือมีน้ำหนักที่กดทับลงผิดข้อ ก็มีโอกาสเกิดข้อเสื่อมได้

– อาชีพการงานที่มีการใช้นิ้วมือมาก

– ความอ้วน พบว่า คนอ้วนมีโอกาสเกิดโรคข้อเสื่อมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเพศหญิง ซึ่งมักเป็นที่ข้อรับน้ำหนัก เช่น ข้อเข่า เป็นต้น

– กล้ามเนื้อต้นขาเหนือเข่าอ่อนแรงหรือลีบ จะมีโอกาสเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมสูงขึ้น

ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคข้อเสื่อม

– หมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

– การนั่งส้วมไม่ควรนั่งยอง ควรปรับเปลี่ยนเป็นชักโครก หรือหาม้าสามขา มาคร่อมบนส้วมซึม

– ไม่ควรนั่งกับพื้น หรือทำกิจกรรมที่ต้องก้มเป็นเวลานาน

– หลีกเลี่ยงการขึ้นบันไดหรือที่สูงชัน

– หลีกเลี่ยงการยกของหนัก

– หากมีน้ำหนักตัวมากหรืออ้วน ควรควบคุมอาหารและออกกำลังกายสม่ำเสมอ

                                ซึ่งโรคเหล่านี้มีผลกระทบเรื่องทางการเดิน หรือ การเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ บางท่านอาจจะมองว่าผู้สูงอายุ อายุก็มากแล้ว จะเดินทางไปไหนมาไหน ทำให้ลำบาก อยู่แต่ในบ้านดีแล้ว แต่นั่นเป็นมุมมองที่ผิด เพราะผู้สูงอายุไทย ยังไม่คุ้นชินกับการดูแลตัวเอง จึงไม่เพียงแค่ต้องปรับตัวเท่านั้นแต่ยังต้องปรับใจด้วย

                    มีโอกาสไหม ? ที่เราจะสร้างโลกที่เหมาะกับโลกผู้สูงอายุ โลกที่พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข สามารถดำเนินชีวิตด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาการช่วยเหลือมากนัก ขจัดความรู้สึกว่าไม่อยากออกจากบ้าน เพราะออกไปแล้วใช้ชีวิตลำบาก…โลกใบนี้ไม่ใช่ที่ของฉัน

ชมรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ http://www.elifegear.com/shop/lite1-pw37-ultralight/

 
 

” ดังนั้นไอเทมสำคัญสำหรับผู้สูงอายุที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือรถเข็นนั่ง หรือ รถเข็นไฟฟ้า ที่จะทำให้ผู้สูงอายุเหล่านั้น ได้เดินทางออกไปข้างนอกเพื่อเปิดหูเปิดตา รับอากาศบริสุทธิ์ และยังส่งผลให้สภาพจิตใจของผู้สูงอายุนั้นดีขึ้น มองโลกในแง่ดี และสามารถดูแลตัวเองได้ เพียงเพราะมีรถเข็นนั่ง หรือ รถเข็นไฟฟ้า ไว้คอยเป็นเพื่อนคู่ใจ ที่จะก้าวเดินออกไปข้างนอกพร้อมกัน “

Pw-201A ปี 2019

Pw-201A ปี 2019

ความแตกต่างระหว่าง Pw-201A ปี 2018 และ 2019

หลายๆคนยังสับสนระหว่างโมเดลเก่า และโมเดลใหม่ ว่าลักษณะแตกต่างกันอย่างไร วันนี้ Elife ช่วยมาคลายข้อสงสัยกันค่ะ

  • รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-201A โมเดลเก่า ปี 2016

  ก่อนหน้านี้ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-201A ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากระบบของรถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้ มีความปลอดภัยสูง เพราะมีระบบเบรคไฟฟ้า (Electronic Break)  ล้อหลังเป็นล้อแม็กซ์ เป็นล้อยางเติมลม ขนาดเล็ก พับเก็บ และพกพาง่าย จึงกลายเป็นรถเข็นในดวงใจ สำหรับผู้สูงอายุหลายๆ ท่าน ทำให้รุ่นนี้ ได้รับความนิยมกันอย่างมากในปี 2016-2018

             แต่ Elife ยังไม่หยุดนิ่ง เนื่องจากเราต้องการให้ผู้ใช้งาน ได้ใช้รถเข็นไฟฟ้าที่มีคุณภาพดีขึ้น เราจึงได้พัฒนา มองหารถเข็นไฟฟ้า ที่สามารถตอบโจทย์ และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้น และส่วนใหญ่ที่ลูกค้าไว้วางใจเรานั้น ส่วนหนึ่งมาจากการบอกต่อ และการบริการ (Service) หลังการขาย ซึ่งเรามีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา มีอะไหล่รถเข็น และมีทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ (Technician) ในเรื่องของรถเข็นไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิคส์โดยเฉพาะ เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบของรถเข็นไฟฟ้าให้ดีที่สุด ดังนั้น เราจึงได้เปิดตัวรถเข็นไฟฟ้า โฉมใหม่ในปี 2019 คือ

  • รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Pw-201A โมเดลใหม่ ปี 2019
  • เรียกได้ว่าเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ที่สเปค (Spec) ของรถเข็นนั้นสูงขึ้น แต่..ราคายังคงเท่าเดิม !!! กล่าวคือ สิทธิราคาโปรโมชั่น 33,900 บาท พิเศษนี้ เฉพาะลูกค้า Elife เท่านั้น

 

ตารางเปรียบเทียบ Spec ระหว่าง ปี 2016 และ 2019

 

 

การเพื่มสเปค ( Spec ) ของรถเข็นไฟฟ้านั้น ทำให้ผู้ใช้งาน ใช้งานในชีวิตประจำวัน ได้สะดวก ไม่ยุ่งยาก  และที่สำคัญ ราคา ยังเป็นปัจจัยสำหรับการเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าอีกด้วย