fbpx

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้

วิธีเลือกรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้

เขียนโดย Elife

ในบทความตอนที่แล้ว Elife ได้แนะนำเกี่ยวกับประโยชน์ของรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าแบบพับได้มาแล้ว หากท่านเห็นว่ามีประโยชน์แต่ไม่รู้ว่าควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าแบบไหนดี วันนี้ Elife จะมาแนะนำวิธีเลือกให้เหมาะสมกันค่ะ

ปัจจุบันมี รถเข็นไฟฟ้าให้เลือกมากมายหลายรุ่น ทั้งรถเข็นไฟฟ้าพับได้ รถเข็นไฟฟ้าเหล็กเคลือบ รถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา รถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม ซึ่งแต่ละแบบต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป วันนี้ทางอีไลฟ์จะมาแนะนำข้อสำคัญที่ควรคำนึงถึงเวลาเลือกซื้อรถวีลแชร์ไฟฟ้าหรือรถเข็นไฟฟ้าสำหรับผู้สูงอายุ

  1. ผู้นั่งรถเข็นไฟฟ้า เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ควรคำนึงถึงเวลาเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้า เช่น12341444_1655039261419443_2503043915509614958_n
    • น้ำหนักผู้นั่งและความกว้างของเบาะนั่ง
    • มือที่ผู้นั่งถนัดหากผู้นั่งถนัดบังคับด้วยมือซ้าย อย่าลืมสอบถามผู้ขายทุกครั้งว่าสามารถเปลี่ยนคันบังคับเป็นด้านซ้ายได้หรือไม่ ทั้งนี้ควรบังคับแท่งควบคุมรถเข็นไฟฟ้าด้วยมือข้างที่ถนัด
    • ผู้นั่งยังมีแรงแขนหรือไม่ หากยังมีแรงแขน คุณสามารถเลือกรถเข็นไฟฟ้าล้อใหญ่แบบบังคับได้สามระบบเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ คือสามารถบังคับได้ด้วยแท่งควบคุมโดยผู้นั่ง หรือให้ผู้ดูแลเข็นให้ หรือให้ผู้นั่งเข็นตัวเองโดยการหมุนล้อได้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นไฟฟ้าพับได้มีโอกาสออกกำลังแขน เสริมสร้ามความแข็งแรงของกล้ามเนี้อใช้มือเข็นล้อ
    • อายุของผู้นั่ง ผู้นั่งมีอายุมากแล้วเช่น 80 ปีขึ้นไป แนะนำให้เลือกรถเข็นไฟฟ้าแบบที่มีระบบเบรกไฟฟ้าอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  1. ใครคือผู้ดูแลCaregiver-wheelchair-handling-protocol
    • ปัจจัยนี้เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเวลาเลือกรถเข็นไฟฟ้า หากผู้ดูแลเป็นผู้หญิงหรือผู้สูงอายุด้วยกัน ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักไม่มากนัก โดยอาจเลือกรุ่นที่ทำด้วยอลูมิเนียม ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องสนิมแล้วยังน้ำหนักเบาและคล่องตัวมากกว่าแบบเหล็กเคลือบ
    • นอกจากนี้ หากผู้สูงอายุอยู่ดูแลกันเอง คุณอาจเลือกรถเข็นไฟฟ้าชนิดล้อยางตันทุกล้อ เนื่องจากรถเข็นไฟฟ้ายางตันจะมีอายุการใช้งานนานกว่าและไม่ต้องคอยเติมลมทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน และไม่ต้องคอยเปลี่ยนยางในบ่อยๆ
  2. ลักษณะการใช้งาน
    • หากเน้นการใช้งานแบบพกพารถเข็นไฟฟ้าไปหลายๆที่เช่นท่องเที่ยว ห้าง สวน และโรงพยาบาล คุณควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าพับได้ เพื่อให้กินที่น้อยสามารถใส่ท้ายรถเก๋งได้โดยไม่เปลืองพืนที่ห้องโดยสารในรถ ทั้งยังควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียมเนื่องจากน้ำหนักเบา หากต้องยกใส่ท้ายรถบ่อยครั้ง
    • หากเน้นใช้งานที่บ้านหรือบริเวณหมู่บ้าน ก็ไม่จำเป็นต้องนึกถึงน้ำหนักตัวรถมากนัก เนื่องจากไม่ต้องยกหรือเคลื่อนย้าย เมื่อใช้เสร็จแล้วสามารถวางไว้ได้
  3. งบประมาณ ย่อมเป็นอีกปัจจัยสำคัญหนื่งสำหรับการเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้าซึ่งในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายราคามาก หากงบประมาณมีไม่มากนักอาจเลือกเป็นรถเข็นไฟฟ้าราคาถูก ทำจากเหล็กเคลือบซึ่งมีความแข็งแรงทนทาน หากมีงบประมาณเพิ่มเติมขึ้นมา อาจเลือกเป็นแบบรถเข็นไฟฟ้าอลูมิเนียม เนื่องจากไม่เป็นสนิม ใช้งานได้ระยะยาว และหากไม่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ควรเลือกรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา เพื่อให้สามารถพกพาขึ้นรถหรือไปเที่ยวได้ง่าย 

 

ทางอีไลฟ์หวังว่าบทความที่เขียนขึ้นนี้จะช่วยให้สามารถเลือกวีลแชร์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความสุขของผู้นั่ง ลูกหลาน และผู้ดูแลนั่นเอง


รีวิวรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาสำหรับเดินทาง รุ่นLiteplus/Pw-38

รีวิวรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาสำหรับเดินทาง รุ่นLiteplus/Pw-38

วีลแชร์ไฟฟ้าสำหรับท่องเที่ยว…อย่างแรกต้องมีน้ำหนักเบาเพื่อการขนย้ายที่สะดวกและที่สำคัญต้องเป็นแบตลิเธียม (เพราะสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้) วันนี้อีไลฟ์จะมารีวิวรถเข็นไฟฟ้าที่มีน้ำหนักเบา เบาะกว้าง รับน้ำหนักได้ถึง 100 กิโลกรัมนั้นคือ รุ่นLitepro หรือ Pw-38 นั้นเอง LiteplusหรือPw-38 เป็นรถเข็นไฟฟ้าหมวดน้ำหนักเบาที่ออกแบบพิเศษสำหรับการท่องเที่ยวซึ่งความพิเศษที่แตกต่างจากรุ่นอื่นคือรถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้สามารถพับได้เหมือนกระเป๋าเดินทาง สามารถลากได้ที่สำคัญความคุมด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมด

รีวิวรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาสำหรับเดินทาง
สามารถลากได้
รีวิวรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาสำหรับเดินทาง
รับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม

จุดเด่น

  • พับเป็นกระเป๋าเดินทางสามารถลากได้ เพื่อความสะดวกในการขนย้าย
  • มีแผงสะท้อนไฟกันอุบัติเหตุ
  • จอยสติ๊กเป็นจอLED ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น
  • สามารถเชื่อมต่อบลูทูธเพื่อเพลงและMp3ได้
  • มีวิทยุในตัว
  • มอเตอร์เป็นแบบ Brushless 300*2 ตัว (ซึ่งถือว่าสูงมากๆ)
  • สามารถปิดระบบไฟฟ้าและใช้งานเป็นระบบแมนนวลโดยผู้เข็นได้

จุดด้อย

  • ราคาค่อนข้างสูง (แต่ถ้าดูจากประสิทธิภาพมอเตอร์และวัสดุก็คุ้มราคาอยู่ค่ะ)
  • มีสีเดียว

รีวิวรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาสำหรับเดินทาง
ที่พักแขนสามารถเปิดขึ้นได้
รีวิวรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาสำหรับเดินทาง
ที่พักขาสามารถพับเก็บได้
รีวิวเบาะรถเข็นไฟฟ้า

มีล้อกันหงาย
จอยสติ๊กชาร์จแบตโทรศัพท์ได้
แบตลิเธียมขนาดเล็ก

รายละเอียดสินค้า

Model/SKU DY0112,Pw-38
โครงสร้าง/ Frame Aluminium
มอเตอร์ / Motor Brushless Motor 300*2
แบตเตอรี่ / Batteries แบตลิเธียม Lithium 24V 10AH
ล้อหน้า / Front Wheel 8 นิ้ว
ล้อหลัง / Rear Wheel 10 นิ้ว
รับน้ำหนักผู้นั่งสูงสุด / Max Load 100 กิโลกรัม
ความยาวโดยรวม / Overall Length 105 เซนติเมตร
ความสูงโดยรวม / Overall Height 95 เซนติเมตร
ความสูงจากเบาะถึงพื้น / Seat Height 48 เซนติเมตร
เบาะกว้าง / Seat Width 45 เซนติเมตร
เบาะลึก / Seat Dept 38 เซนติเมตร
ความสูงของพนักพิง / Backrest Height 40 เซนติเมตร
น้ำหนักรวม / Gross Weight 22 กิโลกรัม
ที่วางแขนและที่พักเท้า / Armrest & Footplate สามารถยกขึ้นได้ / Flip up
รถเข็นไฟฟ้าLiteplus

เหมาะกับการใช้งานแบบไหน ?

  • สามารถใช้เป็นรถเข็นไฟฟ้าท่องเที่ยวและใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวันได้
  • ผู้ใช้งานที่น้ำหนักไม่เกิน 100 กิโลกรัม
  • ผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุรวมถึงผู้พิการ
  • ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงสามารถใช้งานได้

 


การทำงาน

 

การทำงานของ Liteplus เป็นระบบไฟฟ้าประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แบตเตอรี และจอยสติ๊กองค์ประกอบเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อให้รถเข็นไฟฟ้าเคลื่อนที่ได้ โดยเราจะบังคับทิศทางต่างๆผ่านทางจอยสติ๊ก (สามารถเปลี่ยนข้างซ้าย-ขวาตามความถนัด) มอเตอร์จะเป็นตัวควบคุมหลักของการทำงานทั้งหมดและแบตเตอรีมีหน้าที่จ่ายไฟฟ้าให้ส่วนต่างๆทำงาน

จอยสติ๊ก

  • ในจอของจอยสติ๊กจะแสดงค่า ปริมาณแบตเตอรี  เปอร์เซ็นแบตเตอรี ระดับความเร็ว สถานะความเร็ว/km และเครื่องหมายสถานะบลูทูธ
  • ในส่วนของการบังคับลูกศรขึ้นลง SPD คือปุ่มเพิ่ม-ลดระดับความเร็ว
  • ถัดมาเป็นปุ่มลักษณะวงกลม บนสุด = เพิ่มเสียง , ล่างสุด = ลดเสียง , ซ้าย = เปิดบลูทูธ , ขวา = เปิดวิทยุFM , ตรงกลาง = สำหรับเปิด-ปิดเพลงหรือวิทยุ
  • แถวล่างปุ่มแรกเป็นปุ่ม-เปิดใช้งานรถเข็น
  • ต่อมาปุ่มที่ 2 เป็นปุ่มหลอกค่ะ สามารถกดเป็นเสียงแตรได้
  • ปุ่มสุดท้ายเป็นแตรค่ะ
  • ส่วนตัวควบคุมสามารถบังคับได้ตามทิศทางที่ต้องการ ดันไปข้างหน้า = ขับไปข้างหน้า , ดันไปท้างซ้าย = เลี้ยวซ้าย , ดันไปทางขาว = เลี้ยวขวา , ดันไปด้านหลัง = ถอยหลัง
  • สามารถปิดใช้งานระบบไฟฟ้าและใช้แบบแมนนวลโดยผู้เข็นได้
จอยสติ๊กของรถเข็นไฟฟ้าLiteplus

แบตเตอรี

  • Liteplus สามารถชาร์แบตเตอรีผ่านไฟบ้านได้ปกติ ใช้เวลาชาร์จ 6-8ชั่วโมง
  • เป็นแบตลิเธียม 24V 10AH
  • แบตขนาดเล็ก น้ำหนัก 2 กิโลกรัม
  • แบตติดอยู่ใต้รถเข็นไฟฟ้าสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้
  • แบตเตอรีลดเร็วหรือช้างขึ้นอยู่กับการใช้งานการปรับระดับความเร็ว
  • การชาร์จแบตสังเกตุไฟตรงอแดปเตอร์ต้องขึ้นสีแดง
  • เมื่อชาร์จเต็มแบตเตอรีจะตัดไฟฟ้าอัตโนมัติสามารถชาร์จในเวลานอนได้
  • เสียบชาร์จผ่านจอยสติ๊กโดยไม่ต้องถอดแบตออกมา
แบตเตอรี

การพับ-กาง

การพับ
ดันรถไปข้างหน้า
ยกรถเข็นตั้งขึ้น

การพับ

  • ยกปุ่มสีแดงข้างไว้แล้วดันพนักพิงไปด้านหน้า รถเข็นจะพับเป็นแนวนอน
  • ยกให้รถเข็นอยู่ในแนวตั้ง หมุนเก็บมือเข็นให้เป็นแนวเดียวกัน และพับที่พักเท้าเข้าหารถเข็น
  • กดปุ่มข้างยกตัวลากให้สูงขึ้นเพื่อใช้งานการลาก

การกางรถ

  • หากรถเป็นแนวตั้งอยู่ให้ยกเป็นแนวนอนก่อน
  • แยกพนักพิงกับเบาะออกจากกัน ให้รถตั้งเป็นรูปทรงเก้าอี้อาจจะเหยียบล้อกันหงายเพื่อทรงตัวง่ายขึ้น
  • กางจนมีเสียงล็อคจากปุ่มสีแดง

การดูแล

  • หลีกเลี่ยงไม่ให้จอยสติ๊กและมอเตอร์โดนน้ำหรือความชื้น
  • ไม่ควรใช้งานให้แบตหมดจนดับ
  • หากไม่ใช้งานนานๆควรนำแบตออกมาชาร์จเดือนละ 1 ครั้งป้องกันแบตเสื่อมและพัง
  • ไม่ควรหาอะไหล่หรือรื้อเครื่องซ่อมเอง

ความรู้สึกหลังจากใช้งาน

สัมผัสแรกที่รู้สึกเลยคือเบาะนุ่มมากๆผู้ใช้งานเป็นผู้ชายน้ำหนัก 98กิโลกรัมช่วงสะโพกจะค่อนข้างใหญ่ คิดว่าจะไม่สามารถนั่งเพราะดูด้วยตาเปล่าช่วงเบาะค่อนข้างแคบแต่พอลองนั่งดูแล้วสามารถนั่งได้ครับ พอดีช่วงตัว ในส่วนของการบังคับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้บังคับผ่านจอยสติ๊กครับ แต่จอยรุ่นนี้ต่างจากรุ่นอื่นตรงที่จอแสดงผลเป็นLCD ซึ่งถ้าผู้สูงอายุใช้งานเนี่ย ใช้งานได้ง่ายเลย มากันที่ตอนบังคับอย่างที่บอกครับจอยสติ๊กหน้าตาใช้งานง่าย ผมเปิดระบบไฟฟ้าข้างไว้ 1-3 วินาทีเครื่องก็เปิดระบบไฟและสัญลักษณ์ต่างๆแสดงขึ้นมา Liteplus สามารถปรับระดับความเร็วที่ปุ่มสัญลักษณ์ SPDลูกศรขึ้นคือเพิ่มความเร็ว,ลูกศรลงคือลดความเร็ว ปรับได้ 5 ระดับ เมื่อลองขับดูแล้วรู้สึกว่ารถเข็นไฟฟ้าดีเลย์ไปประมาณ 1-3 วินาทีครับกว่าจะเคลื่อนตัว รถจะไม่วิ่งในทันทีตอนเคลื่อนตัวไม่รู้สึกกระชาก ค่อนข้างนิ่มและเมื่อบังคับถอยหลังจะมีเสียงสัญญาณดังเหมือนรถยนต์อันนี้ผมค่อนข้างเหมาะกับผู้สูงอายุ และขณะที่รถเข็นเคลื่อนตัวหน้าจอLCDจะแสดงผลความเร็วที่เราขับด้วย (km/h) เมื่อปล่อยจอยเพื่อหยุรถเข็นไฟฟ้าจะไม่จอดในทันทีครับเหมือนกับตอนแรกที่เคลื่อนที่เลย รถจะดีเลย์ประมาณ 1-3 วินาที ทดลองขับบนทางถนนพื้นเรียบ พื้นหญ้า สามารถใช้งานได้สมูทดีไม่มีติดขัดอะไรแต่ถ้าบนทางลาดที่เกิน 12 องศารถจะไหลครับ ระยะเวลาที่ใช้งานถือว่านานเลยผมใช้ความเร็วอยู่ที่ระดับ 3 ใช้งานได้ถึง 20 ชั่วโมงดังนั้นเมื่อเรายิ่งใช้ความเร็วเยอะแบตก็ยิ่งลดไว สุดท้ายผมลองเปิดใช้งานฟังเพลงและวิทยุเสียงดังฟังชัดมาก สามารถเลือกคลื่นความถี่ได้เหมือนวิทยุทั่วไป อันนี้เป็นส่วนที่ดีนะครับเผื่อผู้ใช้งานอยากฟังเพลงก็ไม่จำเป็นพกวิทยุไปเองเพราะมีอยู่ในรถเข็นไฟฟ้าแล้ว

สรุป

รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Liteplus เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่น้ำหนักไม่ควรเกิน 100 กิโลกรัม ผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรงสามารถใช้งานได้ ที่เหมาะกับผู้สูงอายุเพราะหน้าจอของรถเข็นไฟฟ้านั้นเป็น LCD ซึ่งใช้งานง่าย จอยสติ๊กไม่ซับซ้อน เบาะหนานุ่มดีครับนั่งนานๆได้สบาย วัสดุหนาดูดีไม่บางเหมาะสมกับราคาและที่สำคัญสามารถพับเก็บเป็นกระเป๋าเดินทางซึ่งข้อนี้จะเป็นข้อดีสำหรับผู้ที่ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าสำหรับท่องเที่ยวและเดินทาง แต่ในส่วนของการบังคับนั้นรถเข็นไฟฟ้าค่อนข้างดีเลย์ 1-3 วินาที ไม่ว่าจะบังคับในทิศทางไหนก็ตาม น้ำหนักอาจจะค่อนข้างหนักสำหรับผู้ดูแลที่เป็นผู้หญิงคนเดียว


การป้องกันอุบัติเหตุและการบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เบื้องต้น

การป้องกันอุบัติเหตุและการบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เบื้องต้น

การตรวจสอบ และบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เบื้องต้น

การบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหาในระหว่างการใช้งานและอุบัติเหตุได้ นอกจากนั้นยังช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานของรถเข็นวีลแชร์ รวมถึงอุปกรณ์และส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวรถอีกด้วย

  • ในการดูแลและทำความสะอาดทั่วไป รถเข็นวีลแชร์ส่วนใหญ่จะมีคู่มือการบำรุงรักษามาให้อยู่แล้ว โดยปรกติการใช้ฟองน้ำหมาด ๆ เช็ดแล้วซับด้วยผ้าแห้งก็เพียงพอในการกำจัดฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกได้แล้ว (โปรดหลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง หรือสารขัดสี)

  • การตรวจสอบ และการดูแลรถเข็นวีลแชร์บางอย่างสามารถทำได้โดยผู้ใช้งาน เช่นสูบลมยาง การหล่อลื่นลูกปืนล้อ การซ่อมบำรุงอื่นนอกเหนือจากนี้ควรเป็นหน้าที่ของวิศวกรที่มีความรู้ หรือผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ

  • ตรวจสอบการใช้งานของห้ามล้อเป็นประจำ หากสงสัย หรือพบความผิดปรกติในการใช้ห้ามล้อ ต้องนำรถเข็นวีลแชร์ ไปให้ช่างตรวจสอบโดยทันที
  • ตรวจสอบการพับ-กาง รถเข็นวีลแชร์อยู่เสมอ และฝึกทำการพับ-กางรถเข็นให้คล่องเพื่อจะได้ใช้งานได้อย่างราบรื่น

  • เมื่อนั่งบนรถเข็นวีลแชร์ ให้ตรวจดูว่าที่วางเท้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม และแน่นหนา ต้นขาควรวางแนบกับที่นั่งพอดี ในขณะที่เท้าก็วางได้เต็มฝ่าเท้า และควรสูงจากพื้นดินประมาณ 2นิ้ว-4นิ้ว (วัดจากพื้นดินถึงใด้แผ่นวางเท้า)
  • ชิ้นส่วนที่สามารถถอดออกได้ เปลี่ยนได้ หรือแยกซ่อมได้ เช่นที่วางแขน เข็มขัดนิรภัย สายรัด ที่พักเท้า แบตเตอรี่ เบาะ เป็นต้น ควรมีกำหนดการตรวจสอบเป็นประจำ
  • อย่าให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ๆ เล่น ปรับแต่ง ใช้งานรถเข็นวีลแชร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หากเผลอไปโดนคันบังคับอาจทำให้เกิดอันตราย หรืออุบัติเหตุร้ายแรงได้
  • ตรวจสอบชิ้นส่วนที่สามารถขยับได้ เช่นที่วางแขน ที่พักเท้า ว่าติดตั้งแน่นหนาดีไหมก่อนการใช้งานรถเข็นวีลแชร์
  • ตรวจสอบ หรือเปลี่ยนยางล้ออย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบล้อว่าขณะใช้งานมีอาการโยกแก่วง หรือยางบวมหรือไม่ หากพบอาการให้เปลี่ยนทันทีเพราะอาจเกิดอันตรายกับผู้ใช้งานได้
  • ห้ามถอดล้อกันหงายออก ยกเว้นการซ่อมแซม หรือการเปลี่ยนอะไหล่

  • ล้อกันหงายควรอยู่ห่างจากพื้นดินอย่างน้อย 2 นิ้ว
  • สำหรับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ต้องปิดสวิตช์ที่คันบังคับที่ตัวรถเข็นวีลแชร์ก่อนที่จะลุกขึ้น หรือนั่งลงบนรถเข็น
  • ต้องมีแผนฉุกเฉินไว้ตลอดเวลา รวมถึงรายชื่อ เบอร์โทรญาติ เพื่อน หรือหน่วยกู้ภัยเมื่อมีเหตุฉุกเฉินขณะอยู่นอกบ้าน

การควบคุมรถเข็นวีลแชร์ และการป้องกันอุบัติเหตุเบื้องต้น

  • ทำความคุ้นเคยกับตำแหน่งของจุดศูนย์ถ่วงของรถเข็นวีลแชร์ และจัดที่นั่งให้สมดุลและกระจายน้ำหนักให้ดี
  • ฝึกการเอี้ยวตัว การเอื้อมมือ การยกของขณะนั่งบนรถเข็นวีลแชร์เพื่อให้รู้ถึงความมั่นคงของรถเข็นเมื่อต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ

  • ควรเลือกรถเข็นที่มีสีอ่อนเพื่อการมองเห็นที่ดีกว่าในเวลากลางคืน และติดแผ่นสะท้อนแสง หรือโคมไฟเมื่อต้องเดินทางออกนอกบ้าน

  • รถเข็นวีลแชร์ส่วนใหญ่จะเกิดอุบัติเหตุจากการล้มทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ซึ่งมีสาเหตุหลายอย่างดังนี้
    • ใช้ความเร็วมากเกินไป
    • หักเลี้ยวในมุมที่แคบเกินไปอย่างรวดเร็ว
    • พื้นที่ขรุขระ ลื่น มีกรวดทราย
    • การนั่งเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
    • การเอื้อมมือออกไปมากเกินไป
    • ละเลยการใช้ล้อกันหงาย
    • มองไม่เห็นสิ่งกีดขวาง หรือประมาทเมื่อพบสิ่งกีดขวาง
    • การเอื้อมไปหยิบสิ่งของที่อยู่ด้านหลังก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ล้ม ต้องหันรถเข็นให้ตรง และใกล้กับสิ่งของที่จะหยิบ ควรเอื้อมมือหยิบสิ่งของที่อยู่ในระยะช่วงแขนเท่านั้น การโน้มตัวออกไปนอกรถเป็นสาเหตุให้รถล้มได้ การล็อคล้อก็พอช่วยได้
  • ให้ล็อคล้อเสมอเมื่อจะลุก หรือนั่งลงบนรถเข็นวีลแชร์

  • ต้องเปิดที่พักเท้าให้สุดเมื่อจะลุก หรือนั่งลงบนรถเข็นวีลแชร์ เพื่อป้องกันการสะดุด หรือเกี่ยวเสื้อผ้า
  • เก็บชายผ้า ชายเสื้อ หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่หลวมห้อยอยู่ให้ห่างจากล้อรถเข็น เพื่อป้องกันการพันกับล้อ
  • อย่าทำให้รถเสียสมดุลโดยการแขวนสิ่งของน้ำหนักมาก ๆ ที่ด้านหลังของรถเข็น หากต้องขนของบนรถเข็น ให้วางอยู่ใกล้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถเข็นให้มากที่สุด และนำสิ่งของนั้นออกไปก่อนที่จะลุกจากรถเข็น
  • หลีกเลี่ยงขอบทาง ขั้นบันได หรือเนินที่มีความสูงมากกว่า 2 นิ้ว ต้องติดตั้งล้อกันหงายไว้เสมอ

  • ในการข้ามสิ่งกีดขวาง เช่นพื้นต่างระดับ ขอบทาง ต้องตั้งพนักพิงให้ตรง ให้สิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า ไม่ข้ามแบบเฉียง ๆ และต้องเคลื่อนตัวรถเข็นอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะพ้นสิ่งกีดขวางนั้นไปแล้ว
  • หลีกเลี่ยงทางลาดที่มีความชันมากเกินกว่าจะผ่านไปได้ ขณะใช้ทางลาดต้องเคลื่อนรถเข็นไปอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ และต้องขนานไปกับทางลาด ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งซึ่งจะทำให้รถเข็นล้มได้
  • ใช้ห้ามล้อรถเข็นเพื่อยึดให้รถเข็นอยู่กับที่เท่านั้น ห้ามใช้เพื่อการชะลอรถขณะเคลื่อนที่อย่างเด็ดขาด
  • หลีกเลี่ยงการข้ามสิ่งกีดขวางขณะที่มันเปียก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า (ยกเว้นว่ารถเข็นไฟฟ้านั้นจะระบุไว้ว่าใช้ในสภาพเปียกน้ำได้)
  • หลีกเลี่ยงการดึงประตู ตู้ หรือของที่ติดแน่นอยู่กับพื้นหรือผนังในขณะที่นั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ เพราะจะทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถเปลี่ยนไปอย่างมาก เมื่อประตูหลุดจากการติดขัดจะเกิดแรงเหวี่ยงแล้วทำให้รถเข็นพลิกล้มลงได้

+++++++++++++++++++++++

ฮาวทู? ดูแลรถเข็นยังไง ให้อยู่กับเราไปอีก10ปี!!!

ฮาวทู? ดูแลรถเข็นยังไง ให้อยู่กับเราไปอีก10ปี!!!

สวัสดีค่ะทุกคน กลับมาพบกันอีกแล้ว!! วันนี้อีไลฟ์มีเคล็ดลับดูแลรถเข็นไฟฟ้ามากฝากทุกคน ต้องบอกก่อนเลยว่ารถเข็นเปรียบเสมือนหัวใจของผู้สูงอายุและผู้พิการในการใช้ชีวิตประจำวันและเราก็ไม่ได้อยากเปลี่ยนบ่อยๆ ดังนั้นมาดูเคล็ดลับการยืดเวลาให้รถเข็นของเรายาวไปอีก10ปีกันเลยค่ะ!!!

 

Joystick บังคับเบาๆก็พอ

  • การบังคับจอยสติกส์ก็เป็นส่วนสำคัญในการดูแลรักษารถเข็นไฟฟ้า ขณะที่เปิดเครื่องอย่างพึ่งผลักตัวจอยสติกส์ทันที รอให้วงจรไฟขึ้นครบทุกดวงเพื่อเป็นการเตรียมการใช้งานของตัวรถเข็นไฟฟ้า หรืออาจจะรอเวลาซัก15-30วินาที เพื่อให้ระบบทุกอย่างพร้อมต่อการใช้งาน ขณะที่ใช้งานควรผลักจอยสติกส์เบาๆ รถก็เคลื่อนที่แล้วค่ะไม่ต้องกระชากแรง การที่กระชากแรงๆอาจทำให้จอยสติกส์เกิดปัญหาได้ค่ะ คิดแสมอว่า “จอยสติกส์เปรียบเสมือนหัวใจ” เราต้องทะนุถนอมหัวใจของเราให้ดีเพื่อให้ชีวิตยืนยาวค่ะ และที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงการวางของหนักบนแบตเตอรี่และระมัดระวังไม่ให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ ที่ชาร์จ จอยสติ๊กตกพื้น หล่นหรือกระแทก เพราะหากโดนกระแทกอย่างแรงอาจจะทำให้ขั้วต่อที่เชื่อมกระแสไฟฟ้าอยู่ด้านในหลุดหรือแตกหักได้
  • Joystick สามารถโดนน้ำได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนน้ำ หากเปียกน้ำให้หาผ้าแห้งมาเช็ดทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าซึมไปในตัวแผงควบคุม

 

แบตเตอรี่ยิ่งใช้บ่อยยิ่งดี

  • โดยปกติอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ประมาณ 3-4 ปี ถ้าชาร์จเต็มสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องถึง 25-30 กม. สามารถดูสถานะแบตเตอรี่บนตัวจอยสติ๊ก ไม่จำเป็นต้องรอให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยงจึงค่อยชาร์จและไม่ควรใช้งานขณะชาร์จแบตเตอรี่ไปด้วย หากไม่ได้ใช้งานรถเข็นไฟฟ้าหรือไม่ได้ชาร์จแบตเตอรี่เป็นเวลานานอาจจะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมและอาจจะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ทั้งก้อน แนะนำให้ใช้งานแบตเตอรี่บ่อยๆ หรือถ้าไม่ได้ใช้งานให้ชาร์จไฟแบตเตอรี่เพื่อเป็นการกระตุ้นไฟฟ้าที่อยู่ในแบตเตอรี่ได้ทำงาน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งแล้วนำรถเข็นไฟฟ้ามาใช้งานอย่างน้อย 10-15 นาที ที่สำคัญไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมดระหว่างการทำงานและไม่ควรใช้ที่ชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้มากับรถเข็นไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพราะเมื่อใช้ที่ชาร์จที่มีกำลังวัตต์น้อยกว่าตัวแบตเตอรี่อาจจะทำให้กระแสไฟจ่ายไม่พอหรือชาร์จนานขึ้น
  • อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่หมดแล้วค่อยชาร์ตและไม่ควรใช้งานขณะชาร์จแบตเตอรี่ไปด้วย เมื่อแถบแสดงความจุของแบตเตอรี่เริ่มเป็นสีส้ม-แดง ควรนำแบตแบตเตอรี่ไปชาร์ต  ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชาร์ตแบตแบตเตอรี่มากที่สุด คือช่วงเวลาที่เราพักผ่อนตอนกลางคืน (22.00-06.00น.) 

  • ไม่ควรใช้ที่ชาร์จที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่ได้มากับรถเข็นไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพราะเมื่อใช้ที่ชาร์จที่มีกำลังวัตต์น้อยกว่าตัวแบตเตอรี่อาจจะทำให้กระแสไฟจ่ายไม่พอหรือชาร์จนานขึ้น

เบาะรองนั่งและพนักพิง

  • ส่วนเบาะรองนั่งและพนักพิงสามารถถอดซักทำความสะอาดได้ด้วยน้ำเปล่าหรือผงซักฟอก หากซักด้วยเครื่องซักผ้าให้ใช้ถุงถนอมผ้าก่อนซัก และหลีกเลี่ยงการใช้แปรงขัดเนื่องอาจจะทำให้ตาข่ายหรือผ้าคลุมเบาะขาดหรือเป็นขุยได้

หมั่นดูแลสายไฟและอุปกรณ์

  • ตรวจเช็คสายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้าว่ามีขาดหรือชำรุดหรือไม่ หากได้ยินเสียงดังก๊อกแก๊กๆ หรือรถเข็นไฟฟ้าเคลื่อนไหวผิดปกติให้หยุดใช้งานและรีบแก้ไขทันที

เป็นล้อยางตันก็ต้องดูแลนะ

  • แน่นอนค่ะปัจจัยหลักที่เราจะเลือกซื้อไม่ว่าจะเป็นรถเข็นไฟฟ้าหรือรถเข็นธรรมดา เราควรเลือกเป็นล้อตันเพื่อการใช้งานที่สมูทและไม่ต้องดูแลเยอะ แต่ไม่ใช่ไม่ดูแลเลยนะคะ รถเข็นล้อยางตันก็มีข้อจำกัดเหมือนกันก็คือเราควรหลีกเลี่ยงที่ความร้อนจัดเป็นเวลานานๆ เพราะจะทำให้ยางเปราะได้นั้นเองค่ะ
  • ควรหลีกเลี่ยงถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ มีน้ำ  หรือสิ่งของแหลมมีคมที่อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อผิวล้อ บางครั้งอาจจะทำให้รถเข็นสะดุดหรือเข้าไปติดซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ล้อหลุดออกมาได้

หลีกเลี่ยงน้ำและน้ำฝน 

  • รถเข็นไฟฟ้าก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภทหนึ่ง ซึ่งปกติแล้วไฟฟ้ากับน้ำไม่ใช่สิ่งที่คู่กันถูกกันอยู่แล้ว ถึงโครงสร้างทั่วไปของรถเข็นไฟฟ้าส่วนใหญ่ผลิตจากอลูมิเนียม คาร์บอนสตีลและแมกนีเซียมที่สามารถโดนละอองน้ำได้ แต่ก็ไม่ควรนำไปแช่น้ำหรือตากฝนไว้นานๆ

ใช้งานได้นานแค่ไหน

  • ปกติแล้วรถเข็นไฟฟ้าสามารถทำงานต่อเนื่องได้สูงสุด 25-30 กม. แต่ไม่ควรปรับระดับความเร็วสูงสุดในขณะที่ใช้งานต่อเนื่องติดต่อกันเกิน 3-4 ชม. เพราะจะทำให้มอเตอร์เกิดความร้อนสูงทำงานหนักเกินจนไหม้ได้นั้นเอง

รถเข็นไม่ใช่รถลาก

  • ห้ามใช้รถเข็นไฟฟ้าขนหรือลากสิ่งของ และไม่ควรรับน้ำหนักเกินกว่าที่กำหนด ถึงแม้ว่าจะรับน้ำหนักได้ถึง 120 กก. แต่การใช้รถเข็นลากหรือขนสินค้าก็ไม่สมควรทำอย่างยิ่งค่ะ

เก็บไว้ในที่อุณหภูมิปกติ

  • ควรเก็บรถเข็นไฟฟ้าไว้ที่อุณหภูมิปกติ หลีกเลี่ยงการเก็บไว้กลางแจ้งหรืออากาศเย็นจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ได้ค่ะ

เห็นไหมละคะว่าวิธียืดเวลารถเข็นของเราทำไม่ยากกันเลย ของทุกอย่างไม่ว่าจะคนหรือสิ่งของก็มีระยะเวลาด้วยกันทั้งนั้น แต่ถ้าเราดูแลรักษาให้ถูกวิธีเค้าก็จะได้อยู่กับเราไปนานๆนะคะ

ฝ้าย สาวน้อยพลังบวก (รีวิว รถเข็นไฟฟ้า PW-222)

สาวน้อยพลังบวก เนรมิตความสวยด้วย...เท้า

ทุกคนย่อมมีความฝันกันทั้งนั้นแต่จะมีสักกี่คนที่เดินตามความฝันจนมันสำเร็จ เหมือนกับบล็อกเกอร์ที่หลายคนอาจจะรู้จัก และจดจำภาพของเธอจากการใช้เท้าแต่งหน้าเธอคือ ฝ้าย -บุญธิดา ชินวงษ์ เด็กสาวผู้พิการแขนทั้งสองข้าง รวมทั้งมีขาที่มีขนาดและความยาวที่ไม่เท่ากัน ซ้ำยังมีอาการป่วยด้วยกระดูกสันหลังที่โค้งงอ มีปอดเพียงข้างเดียว แต่ด้วยใจรักในการแต่งหน้า และฝึกฝนจากการเรียนผ่าน Youtube ทำให้วันนี้เธอเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ที่มีคนติดตามนับแสน ด้วยลีลาการพูดคุยที่น่ารัก สนุกสนาน และที่สำคัญ เธอสามารถสร้างความสวยงาม และเสียงหัวเราะให้กับทุกคนได้ด้วยสองเท้าของเธอ

แม้ไร้แขน แต่เริ่มฉายแววบิวตี้บล็อกเกอร์ตั้งแต่เด็ก
“จริงๆ หนูชอบแต่งหน้ามาตั้งแต่เด็กๆ อยู่แล้ว เหมือนเด็กผู้หญิงทุกคน ที่จะเอาเครื่องสำอางแม่และของพี่สาวมาเล่น มารื้อเล่น เหมือนเด็กผู้หญิงทั่วๆ ไปเลย ที่อยากสวยอยากงาม”

เรียน ม.4 เริ่มอัดคลิปโดยใช้เท้าแต่งหน้า
“ดูจากยูทูบ แล้วหนูก็อยากทำตาม เปิดดูยูทูบ แต่งหน้าใสๆ ไปโรงเรียน ไปป๊ะตรงแต่งหน้าสายฝอ สายฝรั่งนี่แหละ ตอนแรกก็ไม่รู้สายผออะไรเนี่ย จริงๆ แล้วการแต่งหน้าสายฝอ ก็คือแต่งหน้าให้ออกแนวฝรั่ง หนูรู้สึกสวยอะ ชอบ”

เริ่มไลฟ์สดทางเฟซบุ๊ก แค่ไลฟ์ครั้งแรกยอดวิว 2 ล้าน!
“แต่งหน้าไลฟ์สดลงเฟซบุ๊ก จะบอกว่าคนดูหนู 7 พัน ยอดวิวรวม 1 ชม. 2 ล้าน ตอนนั้นไลฟ์สดสอนเขียนคิ้วเฉยๆ ไม่ได้แต่งหน้าเต็มขนาดนี้ ทุกวันนี้แต่งหน้าตั้งแต่ลงรองพื้นเลย (ถาม-เฟซใช้ชื่ออะไร?) Buntida Chinnawong ตอนนั้นตั้งหัวคลิปไลฟ์สดไม่เป็นด้วย แค่เขียนว่า มาเขียนคิ้วกัน ใช้เท้าไลฟ์ปกติ และยังไม่มีไฟ ไม่มีขาตั้งกล้อง ไม่มีอะไรเลย หนูก็เอาโทรศัพท์ตั้งกับหมอน เอาหมอนตั้ง แล้วเอาโทรศัพท์ตั้งกับพื้น (ถาม-ครั้งแรกประสบความสำเร็จไปเปลาะหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่สุด หลังจากนั้นทำอะไรต่อ?) ก็ไลฟ์ปกติ และอัดคลิป How To การแต่งหน้า”

ไม่เคยน้อยเนื้อต่ำใจกับความพิการ แม้กายพิการ แต่ใจไม่พิการ!
“หนูไม่เคยคิดน้อยเนื้อต่ำใจ คิดไปก็เท่านั้น คิดแล้วก็จะจมอยู่กับโคลนกองนั้น เราจะเป็นคนที่ไม่ออกมาจากโคลนซะที เราเกิดมาเป็นคนก็ดีแค่ไหนแล้ว ทำไมต้องคิดว่า ทำไมต้องเกิดมาเป็นแบบนี้นะ มันไม่ใช่เรื่องต้องมานั่งคิด …ร่างกายแค่พิการ แต่ใจเราไม่ได้พิการ หนูคิดว่า ถ้าใจเราไม่พิการ อะไรก็ไม่เป็นอุปสรรค ถ้าเราอยากจะทำมันจริงๆ”

ต้องพูดย้อนไปก่อนเลยว่าก่อนหน้านี้ใช้รถเข็นแบบธรรมดา น้องประสบปัญหาเรื่องไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนมาไหนด้วยตนเองคนเดียวเช่น การไปซื้อข้าว การไปเข้าห้องน้ำ  ต้องมีพี่สาวหรือเพื่อนคอยช่วยเข็นถึงจะเคลื่อนที่ไปทำกิจกรรมต่างๆได้ ปัญหาพวกนี้สร้างความอึดอัดใจให้กับน้องมากๆ  

และหลังจากที่น้องได้ใช้รถเข็นไฟฟ้าPw-222 ผลลัพธ์คือน้องสามารถใช้เท้าควบคุมรถเข็นเปรียบเสมือนรถเข็นเป็นเหมือนขาที่ใช้เดิน โดยเดินทางไปเรียน ไปทำงาน ไปเที่ยว ได้ด้วยตัวเองได้ โดยไม่ต้องมีคนคอยเข็นรถให้เหมือนเมื่อก่อน  น้องสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และรู้สึกว่าไม่ได้เป็นภาระของคนรอบข้าง ซึ่งทำให้น้องฝ้ายรู้สึกว่ามีชีวิตที่อิสระ 

เพราะในความเป็นจริงมนุษย์เราอยากไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ทำนู้นทำนี่ด้วยตนเองไม่ได้ต้องการพึ่งพาคนอื่นอยู่ตลอดเวลาและไม่ชอบการถูกมองว่าตัวเองไม่ปกติ อยากใช้ชีวิตเหมือนคนทั่วๆไป 

 

ในเมื่อข้อจำกัดของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน เราจำเป็นต้องมีสิ่งช่วยอำนวยเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์และสร้างแรงบันดาลใจที่จะทำให้มีความสุขกับการใช้ชีวิต

Elife มองเห็นถึงความสำคัญเหล่านี้ค่ะและปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการใช้รถเข็นไฟฟ้าสามารถเติมเต็มช่องว่างให้กับข้อจำกัดเหล่านั้นได้เกิน 70%แน่นอน แล้วถ้าหากจะมองหารถเข็นไฟฟ้าดีๆสักคันที่จะเข้าไปอยู่ในส่วนหนึ่งของชีวิตของคนที่คุณรักนั้น Elife อยากให้ท่านลองเปิดใจรถเข็นไฟฟ้าPw-222 ดูค่ะ 

ถ้าเกิดคำถามว่าทำไมต้อง รถเข็นไฟฟ้าPw-222  รุ่นอื่นไม่ได้หรอ ? สาเหตุที่ Elife เลือก Pw-222   มาผสมผสานกับการสร้างแรงบันดาลใจ

รถเข็นไฟฟ้าPw-222 ได้รับการการันตีจากน้องฝ้ายผู้ที่ใช้งานจริงแล้วว่าสามารถช่วยทำให้เด็กพิการคนนึงใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น สะดวกสบายมากขึ้นกว่าเดิมได้ ทำให้อุปสรคคในการเคลื่อนไหวที่มีนั้นลดลง และเมื่ออุปสรรคลดลงคนที่คุณรักก็สามารถทำสิ่งที่ต้องการได้สมบูรณ์มากขึ้น และนี่เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เขารู้สึกภูมิใจในตัวเอง อย่าทำให้ปัญหาด้านร่างกายมาบั่นทอนจิตใจของเขาให้รู้สึกว่าตัวเขานั้นไม่มีค่า ในเมื่อเราก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการเติมเต็มสิ่งเหล่านั้นให้กับเขาได้  

ท่านอาจจะเปลี่ยนโลกของคนที่คุณรักให้กลับมาสดใสง่ายๆ ด้วยรถเข็นไฟฟ้า Pw-222 คันนี้

 

เชื่อมั่น และมั่นใจได้เลยว่าElife ไม่ทำให้ท่านผิดหวังกับรถเข็นไฟฟ้า Pw-222 แน่นอน
สุดท้าย Elife ขอมอบส่วนลดรถไฟฟ้า Pw-222 เป็นจำนวนเงิน 2000 บาทสำหรับ 15 ท่านที่อ่านบทความนี้ ท่านสามารถยืนยันสิทธิ์ได้ที่ Line : @elife (มี@ด้วยค่ะ) และบอกเจ้าหน้าที่ว่ารับสิทธ์มาจากบทความน้องฝ้าย 

Elifeไม่ได้เป็นเพียงรถเข็น แต่เราจะเป็นเพื่อนคู่ใจในทุกการเดินทางของท่านค่ะ