การดูแลสุขภาพจิตของคนพิการ

การดูแลสุขภาพจิตของคนพิการ

คนพิการ มักมีความด้อยทั้งทางร่างกายและจิตใจ มากกว่าบุคคลทั่วไป จึงมีสภาพทางอารมณ์และจิตใจที่เปลี่ยนแปลงได้ง่ายต่อสิ่งเร้ารอบๆข้าง บางรายอาจมีความเครียด ความกลัว ความวิตกกังวล ท้อแท้ เบื่อหน่าย ยอมรับสภาพของตนเองยังไม่ได้
                                                                                  รีวิวรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Pw-101A >> https://www.elifegear.com/shop/pw-101a-powerwheelchair-aluminium/


คนพิการ
ควรจะได้รับการส่งเสริมด้านจิตใจให้มากขึ้น โดยส่งเสริมให้พวกเขาเหล่านั้นได้พัฒนาการใช้ชีวิตในประจำวันได้อย่างถูกวิธี ได้เข้าร่วมกิจกรรมสันทนาการกับเพื่อน หรือพักผ่อนหย่อนใจอย่างเหมาะสม สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คนพิการไม่กลับไปหมกมุ่นอยู่กับภาพลักษณ์ของตนเอง รู้จักว่าตนเองมีคุณค่า มีกำลังใจที่จะสู้กับสภาพความเป็นจริงต่อไป

เมื่อมีความพิการเกิดขึ้น บุคคลนั้นอาจจะมีระยะการปรับตัวต่อความพิการ หลากหลายรูปแบบอาจแบ่งได้ดังนี้
ระยะช็อค ระยะแรกเมื่อมีความพิการ บุคคลนั้นยังงุนงง ไม่รับรู้ความจริงใดๆ
ระยะรับรู้ความพิการ เมื่อบุคคลนั้นรู้ว่าตัวเองต้องพิการแน่ จะเกิดอารมณ์กลัว วิตกกังวล
ระยะใช้กลไกทางจิต ระยะนี้บุคคลนั้นอาจปฎิเสธไม่ยอมรับความพิการ
ระยะยอมรับความพิการ บุคคลนั้นยอมรับว่าตนเองพิการ ระยะนี้อาจจะมีอาการภวะซึมเศร้า ขาดแรงจูงใจในการทำสิ่งต่างๆ
ระยะปรับตัว บุคคลนั้นจะสามารถยอมรับข้อจำกัดของตนเองได้ จัดการกับอารมณ์ตนเองได้และพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่

” คนพิการแต่ละรายอาจมีระยะการปรับตัวต่อความพิการที่แตกต่างกัน และใช้ระยะเวลามากน้อยต่างกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พื้นฐานทางอารมณ์ของบุคคล การสนับสนุนจากครอบครัวและคนรอบตัว หรือโอกาสในการได้เข้าสู่กระบวนการฟิเนฟูสมรรถภาพที่เหมาะสม ”

หากท่านมีสมาชิกในครอบครัวหรือคนที่ท่านรู้จักประสบกับความพิการท่านอาจช่วยในการประคับประคองจิตใจแก่บุคคลเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม เช่น
1. ระยะช็อค ควรเยี่ยมเยือน ทักทาย สนทนาเรื่องทั่วไป สร้างสัมพันธภาพเบื้องต้นโดยไม่เร่งรัดใดๆ
2. ระยะรับรู้ความพิการ ควรทำความเข้าใจอารมณ์ของคนพิการ เปิดโอกาสให้คนพิการได้พูดระบายความรู้สึกและคอยรับฟังอย่างจริงใจ
3. ระยะใช้กลไกลทางจิตหรือปฏิเสธความพิการ ควรช่วยให้คนพิการรับรู้ถึงอารมณ์ ความรู้สึกของตนเอง เช่น ทวนซ้ำคำพูดของคนพิการ เพื่อสะท้อนความคิด ความรู้สึก แสดงการยอมรับคนพิการ และเอื้อให้มีการสำรวจ รับรู้ปัญหาและข้อจำกัดของตัวเอง
4. ระยะยอมรับความพิการ ควรส่งเสริมให้คนพิการเผชิญกับความเป็นจริง ค้นหาทางเลือกต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลแก่คนพิการ สนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการวางแผน การฟื้นฟู อาจชักชวนให้พูดคุยกับคนพิการที่ประสบความสำเร็จแล้วเพื่อให้มีกำลังใจต่อไป
5. ระยะปรับตัว ให้กำลังใจแก่คนพิการ สนับสนุนให้มีส่วนร่วมในการวางแผนชีวิตของตนเองและดำเนินการตามแผนนั้น

การสนับสนุนด้านจิตใจกับคนพิการ จำเป็นต้องใช้ความเข้าใจและอดทน จากคนรอบข้างอย่างเหมาะสม ปฎิกิริยาต่างๆ ที่บุคคลรอบตัวแสดงออก จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของคนพิการทั้งสิ้น
ใส่ใจ สมาชิกในครอบครัว หรือผู้ดูแล ควรแสดงความใส่ใจแก่คนพิการ ทั้งด้วยคำพูดและการแสดงออก ซึ่งบ่งบอกถึงความกระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ และเป็นการให้เกียรติคนพิการด้วย
ไม่ควร แสดงออกแบบปกป้องมากเกินไป เช่น ช่วยเหลือทุกอย่าง ตัดสินใจแทนทุกอย่าง โดยไม่เปิดโอกาสให้คนพิการได้ตัดสินใจ หรือทำสิ่งต่างๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเอง ยิ่งจะทำให้คนพิการรู้สึกด้อยค่าและอึดอัดกับการเป็นภาระแก่ผู้อื่น หากผู้พิการมีแววพอที่จะโดดเด่นไปทางด้านใดด้านหนึ่ง เราควรสนับสนุนให้พวกเขาได้กล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าทำมากยิ่งขึ้น จะทำให้เขารู้สึกว่ามีความสุข โดยเฉพาะผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ปกติผู้พิการทางการเคลื่อนไหว จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระ

ยกตัวอย่างกรณีเคสของน้องฝ้าย บิวตี้บล็อคเกอร์ ใช้เท้าแต่งหน้า ที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้

“น้องฝ้าย” บุญธิดา ชินวงษ์ บิวตี้บล็อกเกอร์ไร้แขน
วัย 18 ปี เธอพิการตั้งแต่กำเนิด ไม่มีแขน มีปอดข้างเดียว และกระดูกสันหลังคด ทำให้ขาขวาสั้น แต่ทั้งหมดนี้ไม่เป็นอุปสรรคในการล่าความฝันของเธอ
“น้องฝ้าย” เล่าว่า เธอชอบแต่งหน้ามาตั้งแต่เด็ก แอบหยิบเครื่องสำอางพี่สาวมาเล่น พอโตขึ้นก็เริ่มศึกษาวิธีการแต่งหน้าอย่างจริงจัง โดยการเปิดเว็บไซต์ต่างๆ ดูไปเรื่อยๆ จนรู้สึกอยากแต่งแบบเขาบ้าง ซึ่งเธอคิดว่าการใช้เท้าแต่งหน้าก็ดูเก๋แปลกตาไปอีกแบบ น้องฝ้ายจึงลองอัดคลิปลงเฟสบุ๊ค ซึ่งช่วงแรกๆ แต่งออกมาไม่ค่อยดีนัก แต่คนดูก็ช่วยแนะนำและส่งเครื่องสำอางมาให้ใช้ จึงได้ฝึกฝนการแต่งหน้าทุกวัน และผลก็ออกมาดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการทำงานในโลกโซเชียลนั้น น้องฝ้ายใช้เพียงเท้าเล็กๆ ทั้งสองข้างในการผลิตคลิป ทั้งการตัดต่อและอัพโหลดผลงานลงในยูทูป

อนาคตน้องฝ้ายบอกว่าอยากเรียนด้านนิเทศศาสตร์ โดยเฉพาะด้านวิทยุและโทรทัศน์ เพราะชอบที่จะสื่อสารกับผู้อื่น ชอบเรียนรู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการสื่อสารต่าง ๆ เพื่อจะได้นำมาพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมช่วยนำทางให้กับผู้พิการคนอื่นๆ ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการที่คุณแม่ของน้องฝ้าย เลี้ยงดูแบบเปิด เลี้ยงดูน้องฝ้ายให้เหมือนเด็กปกติทั่วไป ดื้อก็ตี เมื่อน้องฝ้ายเติบโตมา จึงทำให้น้องฝ้ายไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองนั้นด้อยค่าและผิดปกติไปกว่าคนอื่น และน้องฝ้าย ยังใช้รถเข็นไฟฟ้าของทางร้าน Elife  เพื่อช่วยเหลือตัวเองในการเดินทาง ไม่ต้องเป็นภาระของผู้อื่นอีกด้วย

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือควรหลีกเลี่ยง การพูดประชดประชันคนพิการ หรือการตอกย้ำถึงความผิดพลาดหรือความล้มเหลวที่ผ่านมา
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องพื้นฐานในการให้การสนับสนุนด้านจิตใจแก่คนพิการ ซึ่งสามารถปรับใช้ได้ทั้งสมาชิกในครอบครัวผู้ดูแล และบุคคลากรทางการแพทย์ที่ให้บริการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือกำลังใจจากครอบครัวและคนรอบข้าง ที่เป็นแรงขับเคลื่อนให้ผู้ที่พิการเหล่านี้กล้าที่จะใช้ชีวิตอยู่บนโลกแห่งความจริงได้ด้วยตัวเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์ศิรินธรเพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ

 

How To…การจัดเก็บรถเข็นในพื้นที่จำกัด (พื้นที่แคบ)

How To…การจัดเก็บรถเข็นในพื้นที่จำกัด (พื้นที่แคบ)

หลายท่านคงเคยเจอปัญหา การจัดเก็บรถเข็นในพื้นที่ ที่จำกัด หรือพื้นที่แคบๆ อย่างเช่น ท้ายรถยนต์(รถเก๋ง) ซึ่งบางคันมีการติดตั้งถังแก๊ส และยิ่งทำให้พื้นที่ในรถแคบ และรถบางคันมีสัมภาระเยอะมาก การจัดเก็บรถเข็น แต่ละครั้ง คงเกิดความวุ่นวายไม่น้อย กว่าจะจัดการจัดเก็บเข้าที่เข้าทาง เราเองคงเสียเวลาไปนานมากเช่นกัน และคงทำให้การเดินทางของเราช้าออกไป ดังนั้น ลองมาปรับเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บรถเข็นของเรากันค่ะ รับรองว่าวิธีดังต่อไปนี้ ต้องช่วยให้เรามีวิธีจัดการจัดเก็บรถเข็นได้ดี พร้อมประหยัดเวลาของเราอีกด้วย
รถเข็นธรรมดาจะมีหลากหลานรุ่นหลากหลายขนาด แต่ข้อดีของรถเข็นกลุ่มนี้ คือมีน้ำหนักที่เบา ไม่หนักมาก เคลื่อนย้ายสะดวก พับเก็บง่าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถเข็นธรรมดารุ่น EW11 และ EW11 plus ของร้านรถเข็น Elifegear ที่เป็นรุ่นรถเข็นที่ถูกนิยมใช้ในการท่องเที่ยว ช่วยอำนวยความสะดวก ต่อผู้ใช้งาน และผู้ดูแลรถเข็นได้เป็นอย่างดี รถสามารถกลับตัวในที่แคบได้ดีเวลานำไปใช้ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

ซึ่งวิธีการจัดเก็บรถเข็นธรรมดา (รุ่นท่องเที่ยว) มีขั้นตอนดังนี้ไปนี้………….

1.พับเก็บรถเข็นให้เรียบร้อย ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าทางร้านรถเข็นอย่างเคร่งครัด


2.เข็มขัดนิรภัยที่มีให้กับตัวรถ ใช้ให้เปิดประโยชน์ โดยการนำเข็มขัด มารัดที่ตัวรถเข็น คล้ายกับสายรัด ตามรูปข้างล่าง เพื่อช่วยให้รถเข็นเข้ารูปไม่ขยายตัวออก กินพื้นที่มากเกินไป

3.สำหรับบางท่านที่มีสัมภาระเยอะ แนะนำให้เก็บเข้าที่ให้เป็นระเบียบ หรือสิ่งไหนที่ไม่จำเป็นก็นำไปเก็บที่อื่น ตามรูปด้านล่าง

Before
After
After

4.การจัดเก็บรถเข็นที่พับแล้ว หากเป็นรถยนต์ที่ไม่ได้ติดแก๊ส คงไม่ติดปัญหาใดๆ ลักษณะการเก็บ แนะนำให้วาง “นอน” ไม่วางตั้ง เพราะจะทำให้เก็บไม่เพียงพอ ลักษณะ ตามภาพด้านล่าง

แต่ถ้ารถยนต์ติดแก๊ส ซึ่งบางคันเป็นรถรุ่นเก่า อาจจะต้องย้ายมาเก็บในห้องผู้โดยสาร ห้องที่2 แต่ในกรณียังพอมีพื้นที่เหลือ แนะนำให้วางในลักษณะการวาง นอนตัวรถ เช่นกัน

เป็นยังไงบ้างค่ะ ขั้นตอนการจัดเก็บรถเข็น ในพื้นที่ ที่มีอยู่จำกัด (พื้นที่แคบ) นั้นง่ายนิดเดียว ไม่ยุ่งยาก มีวิธีอยู่น้อยนิด ลองปรับใช้ กันดูนะคะ รับรองว่าใช้เวลาไม่มากเลย และเพิ่มเวลาในการเดินทางท่องเที่ยวของเราให้ยาวขึ้นอีกด้วยค่ะ เราจะได้มีเวลาใช้ชีวิตกับคนที่เรารักเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ

หมายเหตุ: การจัดเก็บรถเข็นแต่ละรุ่น ในรถยนต์แต่ละคัน จะมีพื้นที่และขนาดที่ต่างกันแนะนำว่าต้องประเมินความเหมาะสมของตัวรถเข็นกับรถยนต์ของแต่ละบุคคลซึ่งวิธีดั้งกล่าวเป็นการแนะนำวิธีการเบื้องต้นสำหรับการจัดเก็บรถเข็นรุ่น EW11 และEW11plus

Elife พาเที่ยว ไปกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นPW101A

Elife พาเที่ยว ไปกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นPW101A

       สวัสดีค่ะ พบกับ Elife พาเที่ยวเช่นเคย โดยครั้งนี้เพิ่มความพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะจะพาทุกคนไปผจญภัยพร้อมกันค่ะโดยการนำ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW101A  ซึ่งเป็นพระเอกของเรา      สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในทริปนี้ส่วนใหญ่ส่วนใหญ่เป็นพื้นถนนหนทางจะค่อนข้างเป็นทางลูกรัง พื้นที่ลาดชัน              ทางลูกระนาด พื้นขรุขระ มีหลากหลายเส้นทาง แต่ทำไงได้ก็อยากไปเที่ยวจริง ๆ แต่เราก็ไม่หวั่นอย่างแน่นอน

เพราะจุดเด่นของรถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW101A คือ ล้อเป็นล้อใหญ่ยางตัน มีล้อกันหงาย สามารถใช้งานได้ดีควบคุมเกือบทุกพื้นถนนทางขรุขระ ลูกรัง พื้นไม้            ลูกระนาดไปได้สบาย ๆ เลยค่ะ ยิ่งพื้นถนนหนทางตามต่างจังหวัด หรือต้องการนำไปใช้งานในการทำงานก็สามารถใช้งานได้ดีมาก ๆ ค่ะ ว่าแล้วจะหาว่าไม่จริง ไปชมพร้อม ๆ กันค่ะ

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถใช้งานได้ทุกพื้นที่ จริงๆทนทานสุดๆ ล้อตันไม่กล้วของแหลมคม คลายความกังวลเรื่องยางรั่ว แบตเตอรี่ ความจุ 24V 12AH        ใช้งานได้มากถึง  15-20 กิโลเมตร บังคับยาว ๆ เที่ยวแบบสบายใจได้ทั่งวัน มั่นใจและปลอดภัยเพราะมีล้อกันหงายขึ้นทางลาดชันได้สบาย ๆ พร้อมลุยไปกับทุกสถานการณ์

เห็นแบบนี้แล้วอยากจะมีไว้ให้คนสำคัญในครอบครัว อาทิเช่น คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย หรือคนที่คุณรักเพื่อจะได้พาพวกท่านไปเที่ยวด้วยกัน ให้ท่านได้มีอิสระต่อการเคลื่อนที่อยากไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งลูกหลานมากมายเชื่อได้ค่ะ ใจของท่านจะยิ้มกว้างอย่างแน่นอน หากสนใจ ติดต่อสอบถาม ที่ Shop Elifegear ได้เลยค่ะ หรือ ตามช่องทางด้านล่างนี้ค่ะ

Line : @elife

Tel : 095-348-0712 / 02-4154347

Facebook  : ELifegear Wheelchair เชี่ยวชาญ รถเข็นนั่งไฟฟ้า สำหรับคนชรา ผู้ป่วย ผู้พิการ

Website : www.elifegear.com

***********************************************************************************

–แล้วพบกันใหม่นะคะ–

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1

ท้องฟ้าสดใส กับบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง นับเป็นช่วงเวลาที่ดีในการจัดทริปท่องเที่ยวสักทริป เพื่อพาคนในครอบครัวไปเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนที่พักหลับนอน อาหารการกิน ให้เป็นกำไรชีวิตในช่วงวันหยุด ก่อนจะกลับมาลุยงานกันต่อ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปที่ใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆแค่ 2วัน 1คืน โดยจังหวัดที่เราเลือกไป คือ จ.เลย พูดถึง เลย คงไม่มีใคร ที่จะไม่รู้จัก เชียงคาน เมืองแห่งวัฒนธรรม กลิ่นอายแม่น้ำโขง ขึ้นชื่อถนนคนเดิน สืบสานความสัมพันธ์ไทย-ลาว

***แล้วเราจะรู้สึกว่าเวลาเดินช้า ถ้าได้มาลองพักผ่อนกับเมืองเล็กๆแห่งนี้***

โดยการเดินทางครั้งนี้ จะพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเราได้นำรถเข็นไฟฟ้า รุ่น Lite1 พกพาไปด้วย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในทริปนี้ และเชื่อว่าทุกคนในครอบครัวต้องมีความสุขกับทริปเล็ก ๆ ในครั้งนี้แน่นอนค่ะ

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือวันและเวลาต้องพร้อมตรงกัน เมื่อได้วันที่พร้อมแล้วก็ลุย !!! จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า กันเลยค่ะ สายการบินที่ลงสนามบิน จ.เลย มีแค่ 2สายเท่านั้น คือ นกแอร์                    และแอร์เอเชีย  ลองตามโปรโมชั่นกันดูนะคะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ตั๋วถูกพอ ๆ กับนั่งรถทัวร์กันเลยทีเดียว พอ Booking ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมโอนเงินกันด้วยล่ะ ข้อนี้สำคัญมากกกก

อย่างที่กล่าวไว้ทริปนี้คือทริปพิเศษเพราะเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกไปด้วย ฉะนั้นก็จะต้องเพิ่มความพิเศษเข้ามาเล็กน้อย การที่เราจะนำรถเข็นไฟฟ้า ขึ้นเครื่องบินได้นั้น ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำขึ้นได้ทุกรุ่นนะคะ ข้อนี้สำคัญมาก ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถเข็นไฟฟ้านั้น ต้องสอบถามข้อมูลจากผู้ขายให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน จุดสำคัญมีเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือ “แบตเตอรี่” ต้องเป็นประเภทลิเธียมไออ้อน (Lithium Ion) เท่านั้น และความจุแบต ต้องไม่เกิน 32,000 มิลลิแอมป์ ซึ่งสายการบินส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบนี้ เอ้า!!! แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากี่มิลลิแอมป์ เพราะส่วนใหญ่กฏสากลจะระบุขนาดของแบตฯ(ความจุ)ข้างตัวแบต มีหน่วย เป็น V (โวลต์) และ Ah (แอมป์) เท่านั้น แต่ด้วยความรู้ที่สะสมมาทั้งหมดที่มี การคิดคำนวณเป็นมิลลิแอมป์ ก็ง่ายแสนง่าย

ตัวอย่างเช่น 12V 6 AH คิดเป็นมิลลิแอมป์ (mAh) คือ นำ AH x 1000 ดังนั้น แบตฯก้อนนี้ มีความจุ เพียงแค่ 6,000 มิลลิแอมป์ เท่านั้น

หรือ บางก้อน ระบุว่า 12V 10AH  คิดเป็นมิลลิแอมป์ ได้ 10,000 มิลลิแอมป์

เห็นไหมค่ะว่าง่ายนิดเดียวคิดไม่อยากเลย คราวนี้เราก็มั่นใจได้ล้านเปอร์เซ็นว่าสามารถนำรถเข็นไฟฟ้าเครื่องบินได้แน่นอนค่ะ แต่!!! กฏระเบียบการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินนั้นก็จะมีกฏแยกย่อยของแต่ละสายการบิน ซึ่งกฏต่างกันไม่มากเรียกว่าเป็นเงื่อนไขแล้วกันค่ะ  ซึ่งแนะนำว่าให้ติดต่อสอบถามไปที่ Call Center ของสายการบินนั้น ๆ ทุกครั้งนะคะ เพื่อการเตียมตัวที่ถูกต้องแต่ครั้งนี้เราได้เลือกใช้บริการของสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งมีข้อปฏิบัติดังนี้ คือ

1.หลังจากที่จองตั๋วเครื่องบิน เรียบร้อยแล้ว ให้โทรไปที่ Call center เจ้าหน้าที่จะให้บริการคำแนะนำในการเตรียมเอกสารเกี่ยวกับแบตเตอรี่เพื่อนำขึ้นเครื่องบิน

2.ส่งรายละเอียดต่างๆของรถเข็น + แบตเตอรี่ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  ไปที่ E-mail : thailand-support@airasia.com

—-หลังจากส่งเรียบร้อยให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งแบบฟอร์มมาให้เรากรอก พอกรอกเอกสารเรียบร้อย ให้ส่งกลับไปที่ Emailเดิม อีกรอบ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง

—-หลังจากที่เจ้าหน้าที่คอนเฟิร์มกับเราว่าเอกสารเรียบร้อยแล้ว รอประมาณ 2-3 วัน ให้โทรไปเช็คกับCall center อีกครั้ง เพื่อการยืนยันที่ถูกต้อง หากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ปริ้นแบบฟอร์มนี้ ไปในวันเดินทางด้วยค่ะ เพราะต้องนำไปประกอบเอกสารชี้แจ้งกับเจ้าหน้าที่สบามบิน

ตื่นเต้น ๆ วันเดินทางมาถึงแล้ว…ออกเดินทางไปสนามบินกันแต่เช้า เพื่อรอเตรียมการเช็คอิน แนะนำว่าต้องไปเช็คอินที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ

เพราะเราต้องนำเอกสารที่เตรียมกับทาง Call center ให้เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์เซ็นรับทราบ   เรื่องนำวีลแชร์ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบิน หลังจากการประสานงานหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเรียบร้อยแล้ว ต้องนำแบตออกจากตัวรถเข็น เพราะแบตฯเราต้องถือขึ้นเครื่องบินเท่านั้น ส่วนรถเข็นไฟฟ้าของเรา เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กมาติดที่ตัวรถและนำไปสแกนที่ห้องสแกนแล้วนำไปโหลดให้เราเลยค่ะ หลังจากนั้นเราก็ดำเนินการตามปกติ เข้าไปรอที่ Gate รอเวลาเจ้าหน้าทีเรียกขึ้นเครื่องบิน พร้อมเดินทางไปเที่ยวที่เลยกันค่ะ

 

 

เย้ !! มาถึงเชียงคานแล้ว ลุยต่อกันเลย เที่ยวต่อกันเลยค่ะ        

 

 

  แวะไหว้พระกันซะหน่อย เพื่อความเป็นสิริมงคล                                                                                                                

 

จุดชมวิวแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามคือ สาธารณะธิปไตย์ประชาชนลาวนั้นเอง  วิวยามเย็นก็สวยไม่แพ้กัน…….

 

มาเที่ยวถนนคนเดินกันต่อ บรรยากาศช่วงเย็นก็ครึกครื้นไม่แพ้ช่วงมืดค่ำ มีร้านขายของมากมายให้เราเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ร้านจำหน่ายของที่ระลึก เสื้อผ้าสวย ๆ ทั้งนั้นเลย

 

นี่คือที่พักของเราค่ะ ดิ โอลด์ เชียงคาน บูติกโฮเทล เป็นที่พักที่มีเรื่องราวความเป็นมา และยังเป็นบ้านเก่าแก่ของคนสำคัญที่เชียงคานด้วยนะคะ สวยงามมาก ๆ เลย

 

ด้านหลังที่พักคือ แม่น้ำโขง ตื่นมาตอนเช้ามองหนามาก ๆ

 

ไหน ๆ เราก็มาถึงเชียงคานกันแล้ว เรามาร่วมสืบสานประเพณีวัฒธรรมตักบาตรข้าวเหนียว เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต

 

กินข้าวเช้ากัน นี้คืออาหารขึ้นชื่อของเชียงคาน “ข้าวเปียกเส้น” ขอกระซิบว่า อร่อยมาก ๆ

 

ท้องอิ่มแล้ววเดินเก็บบรรยากาศกันก่อนกลับบ้าน

 

ไว้มาใหม่นะเชียงคาน  เราหลงรักเธอมาก ๆ แต่ไม่อยากขึ้นคานนะ 555555

การนำรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 ซึ่งเป็นรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาเพียง 13.5 กิโลกรัม มาเที่ยวด้วย ช่วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นมากๆ พับ เก็บ กาง สะดวกสุด ๆ ยกเคลื่อนย้ายก็เบามากเที่ยวได้สนุก        ไม่เหนื่อยเลยค่ะ คุ้มค่ามากจริง ๆ  มีการแอบกระซิบว่ามี Lite1 แล้วต่อไปนี้จะเที่ยวให้หนำใจเลย ได้ยินเช่นนี้แล้วปลื้มใจจริง ๆ ค่ะเห็นรอยยิ้มของทุกคนแล้วยอมรับเลยล่ะคะว่า แฮปปี้สุดๆ  ><

หากใครไม่อยากเหงาเที่ยวคนดียว แนะนำพาคุณพ่อคุณแม่ปู่ย่าตายายไปด้วยนะคะ ไม่ต้องห่วงการเดินทางเลย เพียงแค่นำวีลแชร์ไฟฟ้าคันเล็ก ๆ สักคันที่ตอบโจทย์ในทุก ๆ ด้าน รับรองค่ะว่า           “ไม่ผิดหวังแน่นอน”        ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ

 

#Elifeพาเที่ยว #เที่ยวเมืองเลย #เชียงคานสวยมาก

 

รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน

รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน

     รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน น น น ….

       สวัสดีค่ะ แฟนคลับElife ทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? เวลาผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน จนล่วงเลยมาครึ่งปีแล้ว หลายท่านคงมีความสุขในใช้การชีวิตที่ดี แต่บางท่านอาจจะมีความทุกข์บ้างให้เป็นสีสันของการดำเนินชีวิต แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แอดมินเชื่อนะคะว่า จะเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับชีวิตเราค่ะ เพราะถึงอย่างไรเราก็ต้องทำการแสดงและดำเนินชีวิตกันต่อไป เพื่อให้โลกใบนี้มีสีสันมากยิ่งขึ้น
แต่จะว่าไปทางElifeเองก็มีประสบการณ์ที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ที่อยากจะนำมาแชร์และแบ่งปัน เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทางทุกท่าน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม นั้นก็คือ การนำรถเข็นนั่ง(Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน พาคนในครอบครัวไปเที่ยวค่ะ

หลายครั้งการเดินทางคนเดียวอาจจะเหงา แต่ครั้งนี้ไม่เหงาแน่นอนค่ะ ถ้าเราพาคนที่เรารักไปเที่ยวด้วย แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ ท่านคงกล่าวปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินทาง ด้วยความเกรงใจลูกหลาน แต่ลูกหลานอย่างเรา ก็เป็นคนรุ่นใหม่ซะด้วยซิ อย่ารอช้าค่ะ ทำการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก รถเช่า อย่างรวดเร็ว ยุคนี้คือยุคดิจิทัลทุกอย่างทำง่ายเพียงปลายนิ้ว ใช้เวลาก็แสนจะน้อยนิด

   ซึ่งพระเอก ของเราในทริปนี้ก็คือ รถเข็นนั่งManual รุ่น EW11Plus นั่นเองค่ะ หลายท่านคงสงสัย การนำรถเข็นนั่ง(Wheelchair Manual)ขึ้นเครื่องบินได้ด้วยหรอคะ?    ขึ้นได้ค่ะ และไม่มีค่าบริการน้ำหนักเพิ่มเติมด้วยนะคะ รู้แบบนี้แล้วก็คลายความกังวลใจไปได้เปราะนึง แล้ววิธีการนำรถเข็นนั่ง Manual รุ่น EW11Plus ขึ้นเครื่องบิน มีวิธีการอย่างไรบ้าง รายละเอียดตามด้านล่างนี้เลยค่ะ

1.ทำการสำรองตั๋วเครื่องบินตามปกติ มีนักเดินทางกี่ท่านระบุให้ครบ ให้ชัดเจน และอย่าลืมชำระค่าตั๋วด้วยนะคะ

2.เช็คอินที่สนามบิน ต้องไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ขณะเช็คอินว่า “เรามีวีลแชร์ไปด้วย” คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่า ตายาย (หรือใครสักคนที่มีความจำเป็นต้องใช้) หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กติดที่ตัวรถเข็นให้เราค่ะ พอเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำเข็นรถ เข็นไปที่Gate ได้เลย รอเวลาขึ้นเครื่องบินค่ะ ** ไม่แนะนำให้เช็คอินออนไลน์นะคะ เนื่องจากเรามีรถเข็นและต้องนำขึ้นเครื่องบิน จำเป็นต้องติดแท๊กเพื่อนำขึ้นเครื่องบินค่ะ **

 

3.พอถึงเวลาBoarding time (บอร์ดดิ้งไทม์) เจ้าหน้าที่จะประกาศให้เตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน เราก็ไปต่อกันเลยค่ะ เข็นผู้นั่งจนไปถึงหน้าประตูเครื่องบินได้เลย และก็พับรถเข็นไว้ที่หน้าประตูเครื่องบิน เราก็เดินไปที่นั่งตามปกติ รถเข็นที่พับไว้หน้าประตูเครื่องบิน จะถูกนำไปเก็บไว้ที่ช่องใต้เครื่องบินนั้นเองค่ะ ..ได้เวลาเดินทางกันแล้ว…ไปกันเลยค่ะ …….

 

4.พอถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย รถเข็นของเราก็จะถูกนำมาวางไว้ที่หน้าประตูเครื่องบินหรือข้างล่างเครื่องบินเราสามารถหยิบรถเข็นเพื่อนำมากาง เตรียมความพร้อมใช้งานต่อได้ทันทีเลยค่ะ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การนำรถเข็นขึ้นเครื่องบินไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ขั้นตอนก็ง่ายนิดเดียว และยังได้รับการบริการจากเจ้าหน้าที่สนามบินเป็นอย่างดี และที่สำคัญหากเรามีรถเข็นนั่ง ได้พาคนที่เรารักไปเที่ยวด้วยยิ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ทุกคนมีความสุข

เพิ่มเติม : หากต้องการนำรถเข็นนั่งธรรมดา(Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ทุกรุ่น เนื่องจากไม่มีมอเตอร์และแบตเตอรี่ แต่ถ้าหากต้องการใช้งานได้ดีเหมาะแก่การท่องเที่ยว Elife ขอแนะนำรุ่นรถเข็นนั่งEW11 ,EW11 Plus และ EW112 ค่ะ เพราะโมเดลรถเข็นรุ่นเหล่านี้ เล็กกระทัดรัดใช้งานได้ดี เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วนั่นเองค่ะ

 

ข้อสำคัญ: แต่ละสายการบินมีกฏระเบียบการนำรถเข็นนั่งธรรมดา (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบินที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบคล้ายกันแต่เพื่อป้องกันการผิดพลาด แนะนำให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่สายการบินทุกครั้งก่อนการเดินทางเพื่อการเตรียมตัวที่ถูกต้องค่ะ   

 

 

                                     
 

                                                                                                                                                                                        **ขอขอบคุณสายการบินแอร์เอเชีย ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง**