fbpx

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์และสติ๊กเกอร์คนพิการ

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์และสติ๊กเกอร์คนพิการ

ในอีดตสังคมไทยมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มักจะถูกมองข้ามไป นั่นคือ คนพิการ หรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ แต่ในปัจจุบันนี้สังคมได้ให้ความสำคัญ กับคนพิการ และผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานที่ประกอบการ มีการรับคนพิการเข้าทำงาน ซึ่งเป็นการขยายโอกาสให้กับคนพิการได้มีอาชีพ มีงานทำเพื่อสร้างรายได้ หรือคนปกติทั่วไปสามารถใช้ชีวิตร่วมกันกับคนพิการ หรือผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็นวีลแชร์เพื่อเป็นตัวช่วยในการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ซึ่งหลายครั้งในการเดินทาง เรามักจะพบผู้พิการ หรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์เดินทางไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง หลายครั้งเจอเพื่อนร่วมทาง หรือพลเมืองดีคอยให้การช่วยเหลือ พอมองดูแล้วเป็นภาพที่น่ารักและอบอุ่นที่คนไทยมีน้ำใจคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

นั่งวีลแชร์ขึ้นรถไฟสายสีม่วง ส่อง"สิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการ" - โพสต์ทูเดย์ รายงานพิเศษ

จะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ได้ร่วมมือกันพยายามให้ความสำคัญกับผู้พิการและผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ในการเดินทางในแต่ละวัน และจัดระเบียบสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณพื้นที่สาธารณะให้กับผู้พิการไว้อย่างหลากหลาย เช่น ผู้พิการที่ต้องเดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอส จะได้รับยกเว้นค่าโดยสารตลอดเส้นทางขางการเดินทาง เพียงแค่แสดงสมุดประจำตัวคนพิการ หรือบัตรประจำตัวคนพิการต่อเจ้าหน้าที่ นอกจากนั้นยังจะได้รับความดูแลจากเจ้าหน้าที่ประจำสถานี จนถึงสถานีปลายทาง รวมถึงขบวนในรถไฟฟ้าเองก็มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ด้วย
หรือแม้กระทั่งผู้สูงอายุที่มีบัตรผู้สูงอายุ หรือมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ก็สามารถได้รับการลดหย่อนค่าโดยสาร เพราะส่วนใหญ่ผู้สูงอายุบางท่านยังแข็งแรง สามารถเดินทางออกไปไหนมาไหนได้ แต่เมื่ออายุเยอะขึ้น ทำให้ไม่มีรายได้ ดังนั้นผู้สูงอายุต้องได้รับสิทธิช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะ ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มาตรา 11 (6) ว่าด้วยสิทธิการช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะตามความเหมาะสม

สิทธิการเข้าถึงการขนส่งสาธารณะของคนพิการ และผู้สูงอายุ ต้องเท่าเทียมกัน 

สิทธิการลดค่าโดยสาร ผู้สูงอายุ VS ผู้พิการ


ซึ่งในประเทศไทยเองสิ่งอำนวยความสะดวกบริเวณพื้นที่สาธารณะของคนพิการก็มีอยู่ด้วยกันหลากหลายเลยทีเดียว เป็นเรื่องยากที่ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนกับคนเราทั่วไป เพราะฉะนั้นการมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ตามพื้นที่สาธารณะต่างๆ จึงถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ทุกๆประเทศบนโลกใบนี้ จะต้องทำและต้องมี มันเหมือนกับเป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความเท่าเทียมระหว่างคนปกติทั่วไปกับคนพิการหรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ว่าถึงแม้เขาจะไม่สามารถเดินเคลื่อนไหวได้ แต่ก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนทั่วไปได้อย่างปกติสุข แต่โดยส่วนใหญ่ผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ไม่ค่อยอยากเดินทางออกไปไหนมาไหนนัก เนื่องจากไม่ทราบว่าตามห้างสรรพสินค้า ท้องถนน รถเมล์ หรือรถเข็นไฟฟ้า มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ไม่มากพอที่จะช่วยอำนวยความสะดวกต่อพวกเขา จึงอาจทำให้ความคิดที่พวกเขาอยากจะออกไปข้างนอกนั้นเป็นเรื่องยากลำบากมาก แต่รู้หรือไม่ว่า??? ปัจจุบันนี้เรามีสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุที่มีความจำเป็นจะต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ตามสถานที่ต่างๆ มากขึ้น 

ดังนั้นวันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับ 4 สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ อย่างที่จอดรถคนพิการ ทางลาดสำหรับเข้าอาคารหรือภายในบริเวณอาคาร ห้องน้ำคนพิการ และลิฟต์ เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกหลักที่จะทำให้ผู้ใช้วีลแชร์เข้าถึงสถานที่ต่าง ๆ ได้ โดยเราจะมาทำความรู้จักกับสิ่งอำนวยความสะดวกหลัก ๆกัน ว่าแบบที่ได้ มาตรฐาน ต้องเป็นยังอย่างไรกันบ้าง ดังนี้ค่ะ

ที่จอดรถสำหรับคนพิการ หรือผู้ใช้วีลแชร์

1. ที่จอดรถคนพิการ
นี่คือสิ่งที่เราเห็นได้บ่อยที่สุดสำหรับที่จอดรถของคนพิการ โดยส่วนมากจะเป็นการเว้นพื้นที่โดยมีการทำเครื่องหมายเฉพาะเอาไว้ให้ในบริเวณที่จะทำให้คนพิการสะดวกต่อการใช้บริการสถานที่ต่างๆ อาทิ สถานที่ราชการ, ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น โดยมักจะทำพื้นที่จอดรถคนพิการไว้ใกล้กับทางเข้าออกเพื่อสะดวกในการเดินทางมาทำธุระ โดยจะมีขนาดมาตรฐานดังนี้

  • พื้นที่จอดรถมีขนาดตั้งแต่ 2.4 x 5 เมตรขึ้นไป
  • มีพื้นที่ว่างข้างที่จอดอย่างน้อย 1 เมตร ตลอดความยาวของที่จอดรถ
  • มีสัญลักษณ์คนพิการให้เห็นชัดเจน
  • อยู่ใกล้ทางเข้า สามารถขึ้น-ลงทางเท้าสะดวก

นอกจากการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้ได้มาตรฐาน เพื่อให้ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์สามารถขึ้น-ลงรถได้สะดวกแล้ว อีกปัญหานึงที่เจอบ่อย ๆ คือ คนทั่ว ๆ ไปมาใช้ที่จอดรถตรงนี้ หรือมอเตอร์ไซค์เห็นพื้นที่ว่างข้างที่จอด ก็เข้ามาจอดแทรก เหล่านี้ ทำให้ผู้ใช้วีลแชร์ตัวจริง ไม่ได้ใช้ที่จอดรถคนพิการจริง ๆ เอาเป็นว่า เราต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา สงวนสิทธิ์ที่จอดรถคนพิการให้คนที่จำเป็นต้องใช้งานกัน


ทางลาดชันสำหรับรถเข็นวีลแชร์

2. ทางลาด
มีไว้เพื่อให้คนพิการที่มีปัญหาเรื่องการเดิน การเคลื่อนไหว หรือเรื่องสายตาสามารถใช้ทางลาดเพื่อเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ไม่จำเป็นต้องก้าวเป็นขั้นขึ้นบันไดเพราะมันอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุสะดุดพลาดล้มได้ ส่วนมากก็มักจะเห็นตามรถไฟฟ้า, ห้างสรรพสินค้า หรือทางเดินทั่วไปที่มีการจัดสรรไว้ให้คนพิการ

  • มีความกว้างอย่างน้อย 90 เซนติเมตร
  • ไม่ชันเกินไปจนอาจเกิดอุบัติเหตุได้ โดยสัดส่วนทางลาดที่เหมาะสม คือ 1:12
  • หากลาดยาวเกิน 6 เมตร ต้องมีชานพักยาวอย่างน้อย 1.5 เมตร คั่นระหว่างช่วง
  • มีขอบสูงจากพื้นทางลาดอย่างน้อย 5 เซนติเมตร หรือมีราวจับหากทางลาดยาวตั้งแต่ 2.5 เมตร ขึ้นไป

หลาย ๆ สถานที่มีทางลาดหน้าห้างร้าน แต่มาพลาดตรงที่หน้าประตู ดันมีพื้นต่างระดับ เอาเป็นว่า ถ้าจะให้ชาววีลแชร์หมุนล้อได้ฉิว ๆ ไม่สะดุด ต้องไม่มีพื้นต่างระดับเลยจ้ะ หากพื้นที่จำกัด ไม่สามารถทำทางลาดตามมาตรฐานได้ อาจติดตั้งแพลตฟอร์มลิฟต์ สำหรับขึ้น-ลงได้ อย่างที่เคยเห็นในกรุงเทพฯ จะมีแพลตฟอร์มลิฟต์จากรถไฟฟ้าใช้ดิน MRT ไปยังสามย่าน มิตรทาวน์ หรือตรง sky walk หน้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ เข้าไปยังหอศิลป์กรุงเทพฯ เป็นต้น


ห้องน้ำสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ

3. ห้องน้ำคนพิการ
ต้องเข้าใจว่าคนพิการหลายๆ คนไม่สามารถใช้ห้องน้ำแบบเดียวกับคนปกติได้ ด้วยเรื่องของพื้นที่ ความสะดวกสบาย ห้องน้ำคนพิการจึงมักจะมีขนาดใหญ่กว่าปกติเพื่อเป็นการเผื่อให้รถวีลแชร์สามารถเข้าไปได้ มีราวจับ หรือบางทีทำไว้แบบไม่มีกลอนประตูเผื่อว่าหากเกิดอุบัติเหตุคนที่อยู่ด้านนอกจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ทัน

  • พื้นห้องน้ำไม่มีขั้นต่างระดับ
  • บานประตูเปิดออก หรือเป็นบานเลื่อน
  • มีพื้นที่ว่างในห้องน้ำ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 1.5 เมตร (ให้หมุนตัวกลับได้)
  • มีราวจับที่เหมาะสม
  • ก๊อกน้ำแบบก้านโยก หรือแบบอัตโนมัติ
  • มีระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน

ห้องน้ำคนพิการบางที่ ติดป้ายสัญลักษณ์คนพิการไว้ แต่ใช้งานไม่ได้จริง เพราะห้องน้ำแคบเกินไป หรือบางที่ขนาดกว้างพอให้วีลแชร์หมุนล้อเข้าไปได้ แต่ประตูเป็นบานเปิดเข้าไปในห้องน้ำ ทำให้วีลแชร์เข้าไปแล้วปิดประตูห้องน้ำไม่ได้ รายละเอียดของห้องน้ำคนพิการเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่จำเป็นกับการใช้งาน


ลิฟต์

4. ลิฟต์ฟ
ลิฟต์ฟ เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ช่วยให้การเดินขึ้นตึก ห้างสรรพสินค้า หรืออาคารได้สะดวกมากขึ้นสำหรับคนที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า เนื่องจากว่ารถเข็นวีลแชร์ที่เราใช้กันอยู่นั้น ไม่สามารถเข็นขึ้นบันไดเลื่อนที่เป็นขั้นได้ ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการก็จะสามารถนั่งวีลแชร์เข้าลิฟต์ฟได้เพื่อความสะดวกสบายและความเท่าเทียม และขนาดของลิฟต์ ความกว้างจะต้องได้มาตรฐานเพื่อผู้ใช้งานรถเข็นวีลแชร์สามารถหมุนหรือเข็นกลับตัวรถเข็นได้ด้วย

  • ประตูลิฟต์กว้างไม่น้อยกว่า 90 เซนติเมตร
  • พื้นที่ภายในลิฟต์อย่างน้อย 1.1 x 1.4 เมตร

เรื่องของลิฟต์นี้ ดูไม่น่ายาก เพราะบริษัทที่ผลิตลิฟต์ส่วนใหญ่จะได้มาตรฐานกันอยู่แล้ว แต่การติดตั้งลิฟต์นั้น อย่าลืมว่าผู้ใช้วีลแชร์ต้องใช้งานได้จริงด้วยนะ เคยเจอบางที่ติดลิฟต์ไว้ และเปิด-ปิดตรงครึ่งชั้น ต้องเดินขึ้น-ลงบันได ไปอีกครึ่งชั้น ถึงจะไปถึงจุดหมายได้ แบบนี้ใช้ไม่ได้นะจ๊ะ ติดลิฟต์ทั้งที ต้องทำให้ดี ให้ใช้งานได้ด้วย


“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของสถานที่อีกเหมือนกัน เพราะอาจจะมีรายละเอียดอื่น ๆ ที่ช่วยให้ผู้สูงอายุ หรือผู้พิการที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ หรือวีลแชร์ไฟฟ้า เข้าใช้งานสถานที่ได้อย่างสะดวก เช่นร้านอาหารที่มีโต๊ะสูงพอดีกับระดับของวีลแชร์ เคาน์เตอร์ที่ชาววีลแชร์สามารถติดต่อสอบถามข้อมูล หรือชำระเงินได้สะดวก หรือโรงแรมที่มีห้องพักที่วีลแชร์เข้าไปใช้บริการได้ทั่วถึงเป็นต้น “

“แต่..ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุบางท่าน ไม่ได้ใช้รถเข็นวีลแชร์ไปตามที่สาธารณะต่างๆ แต่ก็มีสุขภาพร่างกายไม่แข็งแรงมากนัก การเคลื่อนไหว การเดินก็ลำบาก เวลาเดินทางออกไปข้างนอกตามสถานที่ต่างๆ เรื่องระยะทางการเดินก็จะเป็นปัจจัยสำคัญ ดังนั้นเราควรจอดรถหรือใช้บริการสถานที่สำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ โดยแต่ละสถานที่ได้จัดเตรียมไว้ให้เพื่ออำนวยความสะดวก โดยจะมีสัญลักษณ์ผู้พิการนั่งรถเข็นวีลแชร์ ที่มีลักษณะเป็นสติ๊กเกอร์สีฟ้าติดอยู่กับผนังหรือเป็นป้ายแสดงสัญลักษณ์ เพื่อแสดงว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นจุดอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ใช้วีลแชร์ ” 

ไม่พิการ แต่จอดรถช่องคนพิการผิดไหม? เข้าใจสิทธิและการออกแบบที่จอดรถสำหรับทุก คน

ที่จอดรถคนพิการ สำคัญสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์อย่างไร?? 
ที่จอดรถสำหรับคนพิการ และสำหรับผู้สูงอายุ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะทำให้พวกเขาเหล่านั้น สามารถลงรถ-ขึ้นรถ ได้อย่างสะดวกสบาย พื้นที่ด้านข้างทั้งด้านซ้ายและด้านขวาจะมีขนาดกว้างกว่าที่จอดรถปกติ เนื่องจากว่าคนพิการหรือผู้สูงอายุที่ใช้วีลแชร์ สามารถเปิดประตูรถยนต์ได้เต็มบาน ไม่ไปสร้างความเสียหายให้กับรถยนต์คันข้างๆ และที่สำคัญมีทางลาดชันไว้สำหรับเข็นรถเข็นขึ้นไปได้ด้วย ลักษณะที่จอดรถสำหรับผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ที่ดีนั้น ต้องมีขนาดกว้าง ทั้งซ้ายและขวา อย่างน้อยหนึ่งเมตร ตำแหน่งควรอยู่ใกล้กับอาคาร หรือใกล้กับทางลัดชัน เพราะคนพิการ หรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์มีแรงที่จะเข็นรถเข็นที่จำกัด สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้จะช่วยซัพพอร์ตข้อจำกัดของผู้พิการและผู้สูงอายุ และเรื่องที่สำคัญอย่างมากนั่นก็คือป้ายสัญลักษณ์ที่ชัดเจน ทั้งสื่อสารกับคนพิการหรือผู้สูงอายุ หรือสื่อสารกับคนปกติทั่วไปไม่ให้มาจอดในที่ของคนพิการ

ทำยังไงล่ะ ??? คนปกติทั่วไปถึงจะรู้ว่านั่นคือสติ๊กเกอร์สำหรับคนพิการ 
คนส่วนใหญ่น่าจะพอรู้จักกับสัญลักษณ์ “ที่จอดรถผู้พิการ” เป็นอย่างดี เป็นไปไม่ได้ว่าไม่มีใครที่ไม่รู้จักสัญลักษณ์นี้ แต่ก็จะมีคนที่ไม่ชอบที่จะปฏิบัติตาม ดังนั้น สติ๊กเกอร์สำหรับคนพิการ ส่วนใหญ่จะติดกันที่ท้ายรถยนต์ เป็นสติ๊กเกอร์บ่งบอกว่าผู้ที่โดยสารรถยนต์คันนี้ หรือขับรถยนต์คันนี้มา เป็นผู้พิการด้านการเคลื่อนไหว หรือเป็นผู้สูงอายุที่ต้องใช้รถเข็นวีลแชร์ แต่ยังมีบางท่านที่ยังไม่ทราบว่าสัญลักษณ์ผู้พิการไม่ใช่เพียงแต่เป็นผู้พิการเท่านั้น  หรืออาจจะเป็นคนชราที่ต้องนั่งรถเข็นวีลแชร์ด้วยก็ได้เช่นกัน เพราะส่วนใหญ่ที่สำหรับจอดรถเหล่านี้ จะอยู่ใกล้กับทางลาด บันได หรือทางเข้าอาคาร ห้างสรรพสินค้า เพื่ออำนวยความสะดวก ไม่ต้องเดินไกล เข้าไปใช้บริการได้ง่าย ดังนั้นประโยชน์ของสติ๊กเกอร์วีลแชร์ (Wheelchair) สติ๊กเกอร์สำหรับคนพิการ เพื่อบ่งบอกว่าถึงสถานะของผู้ใช้งาน ขณะที่เราไปใช้พื้นที่บริการเหล่านี้ก็จะได้รับการบริการที่ดีจากเจ้าหน้าที่ประจำสถานที่นั้นๆ และที่สำคัญมีความปลอดภัยสูงมากด้วยค่ะ จึงจำเป็นจะต้องมีสติ๊กเกอร์ติดท้ายรถยนต์ด้วยเพื่อบ่งบอกว่าเป็นผู้พิการทุพพลภาพ หรือเป็นผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ เพราะถ้าหากเราไม่มีสติ๊กเกอร์ติดท้ายรถยนต์อาจจะทำให้คนทั่วไปที่มาใช้บริการมองว่าไม่ใช่ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ มาจอด ซึ่งไม่ใช่ที่จอดรถสำหรับคนปกติทั่วไปที่จะสามารถเข้ามาใช้บริการพื้นที่ได้

ป้ายผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ในพื้นที่สาธารณะ

  • รถเข็นแมนนวล

” ดังนั้นหากลูกค้ามาใช้บริการ หรือซื้อรถเข็นวีลแชร์ วีลแชร์ไฟฟ้า รถเข็นไฟฟ้า จากร้าน Elife เรามีของแถมเป็นสติ๊กเกอร์ติดท้ายรถยนต์สำหรับผู้พิการ – ผู้สูงอายุที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ ไว้สำหรับนำไปติดท้ายรถยนต์เพื่อที่จะได้รับสิทธิจอดรถในพื้นที่ผู้พิการหรือผู้สูงอายุ และหากเคยเป็นลูกค้าเก่าที่เคยซื้อรถเข็นไฟฟ้า รถเข็นวีลแชร์ร้านรถเข็นไฟฟ้า Elife ไปแล้ว ยังไม่ได้สติ๊กเกอร์แล้วอยากได้สติ๊กเกอร์ สามารถติดต่อที่เบอร์โทรศัพท์หรือติดต่อทางไลน์ เพื่อขอรับสติ๊กเกอร์ได้เลยค่ะ เพียงเท่านี้ ผู้สูงอายุและผู้พิการที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ก็จะได้รับสิทธิพิเศษความสะดวกสบายและเรียบง่ายในการเดินทางออกไปข้างนอกมากยิ่งขึ้นค่ะ ” 

ติดต่อเกี่ยวกับรถเข็นไฟฟ้า รถเข็นวีลแชร์ผู้พิการ-ผู้สูงอายุ
โทร : 095-348-0712 , 02-415-4347
LINE : @elife

 

แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
“คู่มือสิทธิการลดหย่อนค่าโดยสารขนส่งสาธารณะสำหรับคนพิการ เด็ก และผู้สูงอายุ”
http://www.mot.go.th/file_upload/2558/brochure_human_rights.pdf

การป้องกันอุบัติเหตุและการบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เบื้องต้น

การป้องกันอุบัติเหตุและการบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เบื้องต้น

การตรวจสอบ และบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เบื้องต้น

การบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหาในระหว่างการใช้งานและอุบัติเหตุได้ นอกจากนั้นยังช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานของรถเข็นวีลแชร์ รวมถึงอุปกรณ์และส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวรถอีกด้วย

  • ในการดูแลและทำความสะอาดทั่วไป รถเข็นวีลแชร์ส่วนใหญ่จะมีคู่มือการบำรุงรักษามาให้อยู่แล้ว โดยปรกติการใช้ฟองน้ำหมาด ๆ เช็ดแล้วซับด้วยผ้าแห้งก็เพียงพอในการกำจัดฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกได้แล้ว (โปรดหลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง หรือสารขัดสี)

  • การตรวจสอบ และการดูแลรถเข็นวีลแชร์บางอย่างสามารถทำได้โดยผู้ใช้งาน เช่นสูบลมยาง การหล่อลื่นลูกปืนล้อ การซ่อมบำรุงอื่นนอกเหนือจากนี้ควรเป็นหน้าที่ของวิศวกรที่มีความรู้ หรือผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ

  • ตรวจสอบการใช้งานของห้ามล้อเป็นประจำ หากสงสัย หรือพบความผิดปรกติในการใช้ห้ามล้อ ต้องนำรถเข็นวีลแชร์ ไปให้ช่างตรวจสอบโดยทันที
  • ตรวจสอบการพับ-กาง รถเข็นวีลแชร์อยู่เสมอ และฝึกทำการพับ-กางรถเข็นให้คล่องเพื่อจะได้ใช้งานได้อย่างราบรื่น

  • เมื่อนั่งบนรถเข็นวีลแชร์ ให้ตรวจดูว่าที่วางเท้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม และแน่นหนา ต้นขาควรวางแนบกับที่นั่งพอดี ในขณะที่เท้าก็วางได้เต็มฝ่าเท้า และควรสูงจากพื้นดินประมาณ 2นิ้ว-4นิ้ว (วัดจากพื้นดินถึงใด้แผ่นวางเท้า)
  • ชิ้นส่วนที่สามารถถอดออกได้ เปลี่ยนได้ หรือแยกซ่อมได้ เช่นที่วางแขน เข็มขัดนิรภัย สายรัด ที่พักเท้า แบตเตอรี่ เบาะ เป็นต้น ควรมีกำหนดการตรวจสอบเป็นประจำ
  • อย่าให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ๆ เล่น ปรับแต่ง ใช้งานรถเข็นวีลแชร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หากเผลอไปโดนคันบังคับอาจทำให้เกิดอันตราย หรืออุบัติเหตุร้ายแรงได้
  • ตรวจสอบชิ้นส่วนที่สามารถขยับได้ เช่นที่วางแขน ที่พักเท้า ว่าติดตั้งแน่นหนาดีไหมก่อนการใช้งานรถเข็นวีลแชร์
  • ตรวจสอบ หรือเปลี่ยนยางล้ออย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบล้อว่าขณะใช้งานมีอาการโยกแก่วง หรือยางบวมหรือไม่ หากพบอาการให้เปลี่ยนทันทีเพราะอาจเกิดอันตรายกับผู้ใช้งานได้
  • ห้ามถอดล้อกันหงายออก ยกเว้นการซ่อมแซม หรือการเปลี่ยนอะไหล่

  • ล้อกันหงายควรอยู่ห่างจากพื้นดินอย่างน้อย 2 นิ้ว
  • สำหรับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ต้องปิดสวิตช์ที่คันบังคับที่ตัวรถเข็นวีลแชร์ก่อนที่จะลุกขึ้น หรือนั่งลงบนรถเข็น
  • ต้องมีแผนฉุกเฉินไว้ตลอดเวลา รวมถึงรายชื่อ เบอร์โทรญาติ เพื่อน หรือหน่วยกู้ภัยเมื่อมีเหตุฉุกเฉินขณะอยู่นอกบ้าน

การควบคุมรถเข็นวีลแชร์ และการป้องกันอุบัติเหตุเบื้องต้น

  • ทำความคุ้นเคยกับตำแหน่งของจุดศูนย์ถ่วงของรถเข็นวีลแชร์ และจัดที่นั่งให้สมดุลและกระจายน้ำหนักให้ดี
  • ฝึกการเอี้ยวตัว การเอื้อมมือ การยกของขณะนั่งบนรถเข็นวีลแชร์เพื่อให้รู้ถึงความมั่นคงของรถเข็นเมื่อต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ

  • ควรเลือกรถเข็นที่มีสีอ่อนเพื่อการมองเห็นที่ดีกว่าในเวลากลางคืน และติดแผ่นสะท้อนแสง หรือโคมไฟเมื่อต้องเดินทางออกนอกบ้าน

  • รถเข็นวีลแชร์ส่วนใหญ่จะเกิดอุบัติเหตุจากการล้มทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ซึ่งมีสาเหตุหลายอย่างดังนี้
    • ใช้ความเร็วมากเกินไป
    • หักเลี้ยวในมุมที่แคบเกินไปอย่างรวดเร็ว
    • พื้นที่ขรุขระ ลื่น มีกรวดทราย
    • การนั่งเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
    • การเอื้อมมือออกไปมากเกินไป
    • ละเลยการใช้ล้อกันหงาย
    • มองไม่เห็นสิ่งกีดขวาง หรือประมาทเมื่อพบสิ่งกีดขวาง
    • การเอื้อมไปหยิบสิ่งของที่อยู่ด้านหลังก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ล้ม ต้องหันรถเข็นให้ตรง และใกล้กับสิ่งของที่จะหยิบ ควรเอื้อมมือหยิบสิ่งของที่อยู่ในระยะช่วงแขนเท่านั้น การโน้มตัวออกไปนอกรถเป็นสาเหตุให้รถล้มได้ การล็อคล้อก็พอช่วยได้
  • ให้ล็อคล้อเสมอเมื่อจะลุก หรือนั่งลงบนรถเข็นวีลแชร์

  • ต้องเปิดที่พักเท้าให้สุดเมื่อจะลุก หรือนั่งลงบนรถเข็นวีลแชร์ เพื่อป้องกันการสะดุด หรือเกี่ยวเสื้อผ้า
  • เก็บชายผ้า ชายเสื้อ หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่หลวมห้อยอยู่ให้ห่างจากล้อรถเข็น เพื่อป้องกันการพันกับล้อ
  • อย่าทำให้รถเสียสมดุลโดยการแขวนสิ่งของน้ำหนักมาก ๆ ที่ด้านหลังของรถเข็น หากต้องขนของบนรถเข็น ให้วางอยู่ใกล้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถเข็นให้มากที่สุด และนำสิ่งของนั้นออกไปก่อนที่จะลุกจากรถเข็น
  • หลีกเลี่ยงขอบทาง ขั้นบันได หรือเนินที่มีความสูงมากกว่า 2 นิ้ว ต้องติดตั้งล้อกันหงายไว้เสมอ

  • ในการข้ามสิ่งกีดขวาง เช่นพื้นต่างระดับ ขอบทาง ต้องตั้งพนักพิงให้ตรง ให้สิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า ไม่ข้ามแบบเฉียง ๆ และต้องเคลื่อนตัวรถเข็นอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะพ้นสิ่งกีดขวางนั้นไปแล้ว
  • หลีกเลี่ยงทางลาดที่มีความชันมากเกินกว่าจะผ่านไปได้ ขณะใช้ทางลาดต้องเคลื่อนรถเข็นไปอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ และต้องขนานไปกับทางลาด ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งซึ่งจะทำให้รถเข็นล้มได้
  • ใช้ห้ามล้อรถเข็นเพื่อยึดให้รถเข็นอยู่กับที่เท่านั้น ห้ามใช้เพื่อการชะลอรถขณะเคลื่อนที่อย่างเด็ดขาด
  • หลีกเลี่ยงการข้ามสิ่งกีดขวางขณะที่มันเปียก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า (ยกเว้นว่ารถเข็นไฟฟ้านั้นจะระบุไว้ว่าใช้ในสภาพเปียกน้ำได้)
  • หลีกเลี่ยงการดึงประตู ตู้ หรือของที่ติดแน่นอยู่กับพื้นหรือผนังในขณะที่นั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ เพราะจะทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถเปลี่ยนไปอย่างมาก เมื่อประตูหลุดจากการติดขัดจะเกิดแรงเหวี่ยงแล้วทำให้รถเข็นพลิกล้มลงได้

+++++++++++++++++++++++

การตรวจสอบความปลอดภัยภายในบ้านที่มีการใช้รถเข็นวีลแชร์

การตรวจสอบความปลอดภัยภายในบ้านที่มีการใช้รถเข็นวีลแชร์

สิ่งแวดล้อมทางกายภาพภายในบ้าน


ในการทำบ้านให้ปลอดภัยกับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ เราต้องเข้าใจ และคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ของการเกิดอันตรายภายใน และรอบ ๆ บ้านเสียก่อน
จากการศึกษาโดยผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์เองแสดงให้เห็นว่ากิจกรรมที่มักจะเกิดปัญหาในการเข้าถึงมักจะเป็นพื้นที่ดังต่อไปนี้
• ในพื้นที่ส่วนตัว เช่นการขึ้น หรือลงจากเตียง การทำความสะอาด หรือการสวมเสื้อผ้า
• การเตรียมอาหาร และรับประทานอาหาร
• การเอื้อม หรือก้มเพื่อเปิดตู้ ชั้นวางของ หรือการตากผ้า
• ความลำบากที่เกิดจากการสูญเสียความรู้สึก
• การจับต้อง และการใช้งานสิ่งของบางอย่างเช่นลูกบิดประตู คันโยก ของที่วางตั้งอยู่ หรือของที่มีขนาดใหญ่หรือน้ำหนักมาก
การกำหนดจุดที่มีปัญหาเหล่านี้มีความสำคัญมาก และที่สำคัญที่สุดคือความเห็นจากผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์เอง

การจัดวางผังในบ้านเบื้องต้น

• ช่องประตูอาจจะต้องกว้างกว่าปรกติ เพื่อให้การเคลื่อนที่ผ่านประตูเป็นไปได้อย่างสะดวก ทั้งผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ และผู้ใช้รถเข็นช่วยเดิน ซึ่งความกว้างอย่างน้อย 80 ซม. ก็เพียงพอสำหรับรถเข็นส่วนใหญ่รวมไปถึงรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้าด้วย
• การหมุนกลับตัวในอาคารก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา ต้องมีพื้นที่ที่กว้างพอที่จะให้รถเข็นวีลแชร์กลับตัวได้อย่างสะดวกเพื่อการเข้า และออกพื้นที่นั้น ๆ ได้
• รายการข้างล่างนี้เป็นระยะสูงสุด/ต่ำสุดของพื้นที่ต่าง ๆ ภายในบ้านที่เราแนะนำ
• รถเข็นวีลแชร์โดยทั่วไปจะกินพื้นที่ประมาณ 75 ซม. x 120 ซม.
• พื้นที่ต่ำสุดของการใช้งานรถเข็นวีลแชร์มาตรฐานอยู่ที่ 150 ซม. x 150 ซม.
• ช่องทางเดิน และทางรถเข็นวีลแชร์ กว้างอย่างน้อย 90 ซม.
• ช่องประตูกว้าง 80 ซม.
• ระดับโต๊ะ หรือพื้นที่ทำงานสูง 70-80 ซม.
• ช่องว่างใต้โต๊ะสำหรับสอดเข่าเข้าไป 70-74 ซม.
• ความลาดเอียงสูงสุดสำหรับทางลาดเป็นอัตราส่วน 1:12
• ความลาดเอียงสูงสุดสำหรับพื้นที่ทั่วไป เช่นที่จอดรถ ทางรถ ซอย 1:48

ช่องบันได และช่องทางเดินร่วม

• ราวจับจะต้องติดตั้งอย่างแน่นหนา สามารถรับน้ำหนักของผู้ใช้งานได้ทั้งตัว และมีความสะดวกสบายในการจับ
• นั่นหมายความว่าจะต้องไม่ยึดด้วยสลัก หรือตะปูเกลียวกับส่วนที่เป็นปูนฉาบที่เปราะบาง ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ และอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็ต้องมีคุณภาพได้มาตรฐานด้วย
• มีระยะห่างของราวจับ กับผนังเพียงพอเพื่อผู้ใช้งานจะสามารถใช้มือจับราวหรือแขนโอบราวได้โดยรอบ และทุกจุด
• ควรต่อความยาวของราวจับออกไปจากบันไดขั้นแรก และขั้นสุดท้ายเพื่อให้ความมั่นคงกับผู้ใช้งานก่อนขึ้น หรือลงบันได
• ให้ความสำคัญกับแสงสว่างบริเวณช่องบันได และทางเดินร่วม ควรมีแสงสว่างพอเพียง แต่ก็ควรหลีกเลี่ยงแสงจ้าหรือแสงสะท้อนที่มากเกินไป ส่วนที่เป็นเงามืดด้วย
• ควรให้บริเวณช่องบันได และทางเดินร่วมโล่ง ไม่มีสิ่งของเกะกะบนพื้นตลอดทางเดิน
• ขนาดและความชันของขั้นบันไดควรได้มาตรฐาน ลูกนอนบันไดควรจะกว้างพอให้วางได้เต็มฝ่าเท้า ไม่ต้องเกร็งหรือก้าวยาวเกินไป
• หลีกเลี่ยงการวางพรมเช็ดเท้า ผ้าเช็ดเท้า หรือวัสดุอื่นใดบริเวณบันไดขั้นแรก และขั้นสุดท้าย เพื่อป้องกันการสะดุด หรือลื่นหกล้ม

ในครัว

• ในครัวมักจะเป็นสถานที่ ที่มีปัญหามากเป็นพิเศษสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ และผู้ใช้รถเข็นช่วยเดิน ควรออกแบบให้เหมาะกับการเคลื่อนที่ และความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง
• หน้าเคาน์เตอร์ รวมถึงเตาและเตาอบ จะต้องมีความสูงพอเหมาะ เท้าแขนของรถเข็นวีลแชร์ส่วนมากจะมีความสูงจากพื้นอยู่ที่ประมาณ 72 ซม. ในขณะที่หน้าโต๊ะมักจะมีความสูง 70-92 ซม.
• จำไว้ว่ารถเข็นวีลแชร์ จะไม่สามารถเข้าถึงเคาน์เตอร์ที่มีตู้อยู่ด้านล่างได้เลย
• ควรมีช่องว่างใต้โต๊ะ หรือเคาน์เตอร์อย่างน้อย 75-80 ซม. เพื่อให้ขาของผู้นั่งรถเข็นวีลแชร์สอดเข้าไปได้
• ต้องกำหนดตำแหน่งของหัวเตา และปุ่มเปิด-ปิดให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน
• การวางภาชนะ ปุ่มควบคุม หรือสิ่งต่าง ๆ จะต้องไม่ให้มีการเอื้อมมือข้ามเตาไฟ หรือบริเวณที่มีความร้อนไม่ว่าในก่อน ระหว่าง หรือหลังการทำอาหาร
• เตาอบแบบติดผนังจะเข้าถึงยากกว่าแบบตั้งพื้นทั่วไป
• การติดตั้งกระจกจะช่วยให้ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ มองเห็นของที่อยู่ในหม้อ หรือกระทะขณะทำอาหารได้สะดวกมากขึ้น
• พิจารณาถึงความยากง่ายในการย้ายภาชนะที่ร้อน และหนัก(โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นของเหลว) จากเตามายังโต๊ะ อาจจะทำเป็นทางลาดให้ลากหม้อ หรือกระทะแทนที่จะต้องยกขึ้น
• การเพิ่มก๊อกน้ำก็ช่วยลดการเคลื่อนย้ายภาชนะได้ การใช้สายฝักบัวก็มีประโยน์มากเช่นกัน
• อ่างล้างจานก็ไม่ควรมีก้นลึกมาก ควรให้ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์สามารถเอื้อมถึงก้นอ่างได้แม้ขณะนั่งอยู่บนรถเข็นรถเข็นวีลแชร์
• ก๊อกเปิดปิดน้ำควรใช้แบบคันโยกจะสะดวกกว่า
• ปรับความสูงของอุปกรณ์ให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน ชั้นวางชั้นล่างสุดในตู้เย็นอาจจะต้องปรับให้สูงขึ้น
• ชั้นวางที่เลื่อนออกมาได้ หรือถาดหมุนก็ช่วยให้หยิบสิ่งของที่อยู่ลึกเข้าไปในตู้ได้ง่ายขึ้น
• ลิ้นชักควรมีความมั่นคง แม้จะถูกดึงออกมาจนสุด
• ตรวจดูว่าผิวพื้นไม่มีความลื่น
• ต้องแน่ใจว่ามีเครื่องดับเพลิงที่พร้อมใช้งาน อยู่ในตำแหน่งที่ง่ายต่อการหยิบใช้งานด้วย

ห้องน้ำ

• พื้นที่กว้างขวาง และมีความสะดวกในการเข้าถึงโถส้วม ที่อาบน้ำ อ่างล้างหน้า เป็นความสำคัญหลักสำหรับห้องน้ำผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์
• พิจารณาไว้เสมอถึงความสูงของสุขภัณฑ์ต่าง ๆ เช่นโถส้วม อ่างล้างหน้า ชั้นวาง ควรปรับให้เหมาะสม
• ติดตั้งห้องน้ำแบบที่ให้รถเข็นวีลแชร์เข้าไปใช้ได้โดยสะดวก จะต้องไม่มีขอบยกระดับ หรือขั้นบันได
• ราวจับ แผ่นช่วยย้ายที่นั่ง เก้าอี้ และที่จับต่าง ๆ ต้องมั่นคง และแน่นหนาพอที่จะรับน้ำหนักผู้ใช้งานได้ทั้งตัว
• เลือกวัสดุปูพื้นอย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันการสะดุด หรือลื่นล้มขณะเข้าหรือออกจากห้องน้ำ และส่วนอาบน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพื้นเปียก ต้องระวังพรม หรือแผ่นเช็ดเท้าด้วยเช่นเดียวกัน
• ปุ่มกดชักโครก ก๊อกน้ำ หรืออุปกรณ์สุขภัณฑ์อื่นอาจใช้งานลำบากเมื่อผู้ใช้อยู่ในท่านั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้ใช้งานมีความไม่สะดวกในการใช้มือ การใช้เซนเซอร์อัตโนมัติช่วยเปิดปิดน้ำ-ไฟ ก็จะช่วยให้มีความสะดวก ขึ้น
• ตรวจสอบตำแหน่งอุปกรณ์ประปาเช่นหัวก๊อก อย่าให้ยื่นเกะกะ เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดการชน การกระแทก เกิดการบาดเจ็บได้

บริเวณรอบบ้าน และจุดเชื่อมต่อ

• ตรวจสอบองศาการเอียงของทางลาดทั้งภายใน และภายนอกบ้าน อัตราส่วน 1:12 (หรือความสูง 10 เซนติเมตร ต่อความยาวทางลาด 120 เซนติเมตร) หากทางลาดยาวเกิน 6 เมตร ควรมีชานพักยาวอย่างน้อย 1.5 เมตร

• ในทำนองเดียวกัน ราวจับก็จะต้องมีองศาเดียวกันกับทางลาดด้วย
• การลื่นไถล หรือสะดุดบนทางลาดเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ควรใช้วัสดุปูพื้นที่ป้องกันการลื่นหากเป็นพื้นไม้ และควรใช้การตีเส้นแนวขวางหากเป็นพื้นคอนกรีต ทั้งนี้เพื่อป้องกันการลื่น
• ห้ามใช้พื้นที่เป็นกรวด ทราย บนทางลาด เพราะจะทำให้เกิดการลื่น และไม่สามารถบังคับรถเข็นวีลแชร์ได้ อาจล้มแล้วเกิดการบาดเจ็บรุนแรง
• ควรมีระบบระบายน้ำ เพื่อไม่ให้มีน้ำขังบนทางลาด เมื่อพื้นเปียกควรระบายน้ำให้แห้งได้โดยเร็ว
• ตรวจสอบทางลาดให้มีพื้นราบเรียบสม่ำเสมอ ไม่มีการสะสมของดิน ทรายที่จะทำให้ลื่น หรือสะดุด ไม่มีรอยแตก ทรุดของผิวทางลาด
• พื้นที่หน้าทางลาดทั้งสองฝั่งต้องไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ
• ต้องไม่มีคาน ซุ้มประตูหรือสิ่งกีดขวางในทางสูง

ระบบป้องกันไฟไหม้


• การป้องกันไฟไหม้ เป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ หรือรถเข็นช่วยเดิน
• จะต้องอธิบายแผนการอพยพหากเกิดไฟไหม้ให้กับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์อย่างละเอียด และเจาะจง ทั้งเส้นทางการหนีไฟ และอุปกรณ์ที่จำเป็น ต้องกำหนดจุดที่ปลอดภัยเพื่อรอความช่วยเหลือ
• แผนการอพยพต้องทำทันที ไม่ใช่การรอเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาถึงก่อนจึงทำการอพยพ
• ทางหนีไฟควรอยู่ใกล้กับบริเวณที่ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ ใช้ชีวิตประจำวันส่วนใหญ่อยู่ในบริเวณนั้น
• ต้องเคลียร์ทางเดิน เส้นทางหนีไฟ หน้าประตู และหน้าทางลาดให้สะอาด ไม่มีสิ่งกีดขวางอยู่ตลอดเวลา
• ระลึกไว้เสมอว่าการใช้ลิฟต์เป็นสิ่งต้องห้าม เว้นแต่ลิฟต์นั้นเป็นชนิดพิเศษมีความปลอดภัยสำหรับใช้ในเวลาอพยพหนีไฟได้เท่านั้น
• ผู้ช่วยเหลือ และหน่วยกู้ภัยต้องได้รับการแจ้งให้ทราบเสมอเมื่อจะเข้าไปในอาคารที่มีผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์อยู่ในอาคารนั้น
• เจ้าของบ้าน หรือเจ้าของอาคารต้องติดตั้งสัญญาณเตือนภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกในการอพยพ รวมถึงสัญญาณไฟไหม้ ป้ายทางหนีไฟ ไฟฉุกเฉิน และต้องดูแลให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตลอดเวลา
• แน่ใจว่าผู้รับผิดชอบทุกคนในสถานการณ์ฉุกเฉินทุกกรณี เข้าใจวิธีการปฏิบัติตัวอย่างถ่องแท้

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Elife @ SCG eldercare

Elife @ SCG eldercare

 

รถเข็น Elife @ SCG eldercare

รถเข็นElife ของเราได้รับความไว้วางใจจากทาง SCG ที่เลือกรถเข็นไฟฟ้าจากทางElife รุ่น Pw-222 และ รุ่น Litepro มาตั้งที่ร้าน SCG eldercare ซึ่งเป็น Lifestyle Shopping Center ที่รวบรวมสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงอายุไว้ที่นี้ที่เดียวครบ Elifeจึงเป็นส่วนนึงที่มามอบความสะดวกสบายให้กับทุกท่านเช่นกัน บรรยากาศรอบๆ ร้านดีมากเลยค่ะ ภายในร้านจะตกแต่งสวยงาม มีเก้าอี้สำหรับนั่งพัก ที่บริการเพื่อนั่งทำงาน และยังมีบริเวณสำหรับทดลองนั่งรถเข็นได้

 

จะเห็นได้ว่าทางร้าน SCG มีบรรยากาศที่สวยงามดูอบอุ่น พร้อมยังมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการทุกท่าน อีกทั้งยังมีสินค้าอื่นๆมากมายสำหรับของผู้สูงอายุ พูดได้เลยว่ามาร้าน SCG eldercare ที่เดียวมีครบครันทุกอย่าง สำหรับลูกค้าบางท่านที่ไม่สะดวกมาที่โชว์รูมElife ของเรา ทางSCG eldercare เป็นอีกทางเลือกนึงให้คุณลูกค้าทุกท่านด้วยนะคะ  สุดท้ายนี้ต้องขอบคุณทางSCG ที่ไว้ใจรถเข็นไฟฟ้าของElife ให้มาดูแลทุกท่าน เพิ่มความสะดวกสบาย และทำให้ชีวิตของทุกท่านง่ายยิ่งขึ้นค่ะ  

 

รวมรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นแมนนวลที่ดีที่สุดของElife !

รวมรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นแมนนวลที่ดีที่สุดของElife

 

รถเข็นผู้สูงอายุหรือวีลแชร์ เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยทำให้ผู้สูงอายุ ผู้พิการ หรือผู้ป่วย ที่ต้องพบกับปัญหาในการเคลื่อนไหวร่างกาย มีความสามารถในการพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น วีลแชร์หรือรถเข็น ถือว่าเป็นอุปกรณ์จำเป็นที่ช่วยอำนวยความสะดวก รวมทั้งยังช่วยลดข้อจำกัดในการทำสิ่งต่างๆของผู้ป่วยและผู้สูงอายุ การเลือกวีลแชร์ หรือ รถเข็นนั้นจะต้องมีการพิจารณา ทั้งในส่วนคุณสมบัติ น้ำหนัก ฟังก์ชั่น การใช้งาน การเลือกวีลแชร์ที่ตอบโจทย์ความต้องการนั้น นอกจากจะช่วยทำให้ผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยเดินทางไปไหนได้สะดวกแล้ว ยังช่วยทำให้คุณภาพชีวิต ของผู้ป่วยและผู้สูงอายุดีขึ้นมากอีกด้วย

 

รถเข็นไฟฟ้า

1.PW-222 รถเข็นไฟฟ้า ลิเธียม ล้อตัน เบรคไฟฟ้า

รุ่น PW-222 พัฒนาต่อมาจากรุ่น PW-201 โดยเปลี่ยนจากโครงสร้างเหล็ก มาเป็นวัสดุอลูมิเนียมอัลลอย ที่มีราคาสูงกว่า มีความแข็งแรง และเบากว่า หมดปัญหาเรื่องการขึ้นสนิม ง่ายต่อการดูแลรักษา อีกทั้งยังทำให้มีน้ำหนักเบาลดภาระคนดูแล เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันที่สำคัญราคาไม่แพง มาดูคุณสมบัติเด่นของ Pw-222 กันค่ะ 

 

คุณสมบัติเด่น

  • อลูมิเนียมเกรดสูงทั้งคัน ทำให้เบาขึ้น ไม่ขึ้นสนิม แข็งแรง
  • ล้อหลังยางสีดำ มาพร้อมระบบเบรกไฟฟ้า Electromagnetic
  • แบตเตอรี่ Lithium Ion
  • มอเตอร์ Brushless 250Watt จำนวน 2 ตัว
  • วิ่งได้ระยะไกลสูงสุด 15-20km ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
  • ควบคุมการทำงานด้วย Joystick Controller ควบคุมง่าย
  • น้ำหนักรถ 24Kg

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม  https://www.elifegear.com/shop/pw-222/





สามารถดูรีวิวการใช้งานจริงจากน้องฝ้าย “บิ้วบล็อคเกอร์แต่งหน้าด้วยเท้า” ใช้งานรถเข็นไฟฟ้า PW-222 ทุกวัน นำไปใช้ในสถานที่ต่างๆ ทั้งไปเรียน ไปออกรายการโทรทัศน์ ไปเที่ยวในที่ต่างๆ การันตีได้อย่างดีว่ารถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้ ใช้งานได้อย่างดี สมบุกสมบัน เชื่อถือได้ ที่สำคัญราคาไม่แพงทุกคนสามารถเอื้อมถึงแน่นอนค่ะ 

2.PW-111 รถเข็นไฟฟ้า อลูมิเนียม ล้อตันใหญ่

 รุ่น PW-111 เป็นสินค้าใหม่โดยเปลี่ยนวัสดุประกอบใหม่ทั้งหมดเป็นอลูมิเนียม ทำให้เบาขึ้น ไม่ขึ้นสนิม แข็งแรง ควบคุมด้วยด้วย Joystick เคลื่อนที่ด้วยมอเตอร์ มาพร้อมฟังก์ชั่นครบครัน รูปลักษณ์คล้ายรถเข็นทั่วไป มีมือจับที่ล้อจึงสามารถใช้งานได้ 3 ระบบ คือ บังคับด้วยJoystick / ให้คนเข็นให้ / ใช้มือผู้นั่งเข็นเอง

 

คุณสมบัติเด่น

  • อลูมิเนียมเกรดสูงทั้งคัน ทำให้เบาขึ้น ไม่ขึ้นสนิม แข็งแรง
  • ล้อตัน ทำจากยางคุณภาพสูง  ไม่ง้อเติมลม
  • ล้อทั้งสองมีส่วนมือจับหมุน สามารถเคลื่อนที่แบบ manual โดยผู้นั่งได้
  • มอเตอร์ 250Watt จำนวน 2 ตัว
  • วิ่งได้ระยะไกลสูงสุด 15-20km ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง
  • ควบคุมการทำงานด้วย Joystick Controller ควบคุมง่ายด้วยปลายนิ้ว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.elifegear.com/shop/pw-111

 

3.LitePro รถเข็นไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว เบา บังคับ Wireless

มาแล้วค่ะสำหรับใครที่กำลังหารถเข็นท่องเที่ยวน้ำหนักเบา สามารถขนขึ้นเครื่องบินได้ แถมวัสดุก็ดีมากๆ Elife ขอแนะนำรถเข็นไฟฟ้า รุ่นLitePro  หรือ PW-39 เป็นรุ่นท็อปสุดของกลุ่มรถเข็นไฟฟ้า ออกแบบมาเพื่อการท่องเที่ยวในห้าง งานแสดงสินค้า ตจว. ร่วมถึงการท่องเที่ยวในต่างประเทศ โดยตัวโครงเป็นอลูมิเนียม, พับได้เล็ก แบตเตอรี่ Lithium-ion, Brushless motor 2 * 250watt กำลังสูง วิ่งเงียบ นน.เบา ตอบสนองดี, ที่สำคัญให้ Controller ตัวที่ 2 ในการบังคับ Wireless โดยคนดูแล กรณีดูแลผู้สูงอายุ ช่วงราคาถือว่ากลางๆไม่ได้สูงมาก

 

คุณสมบัติเด่น

  • น้ำหนัก 16kg พับ-กางได้เล็ก
  • โครงสร้างอลูมิเนียม ออกแบบพิเศษให้เบา แต่คงความแข็งแรง
  • Joystick 2 ตัว ตัวแรกที่ตัวรถบังคับโดยผู้นั่ง ตัวที่สอง Wireless บังคับโดยผู้ดูแล
  • Motor Brushless 250watt จำนวน 2 ตัว มอเตอร์อยู่ข้างในตัวล้อเลย ขับเคลื่อนราบรื่น ตอบสนองการทำงานดี
  • ล้อยางตัน 4 ล้อ เจาะรูพิเศษเพื่อดูดซับแรงกระแทก
  • แบตเตอรี่ ลิเธียม 24V 10AH ขึ้นเครื่องบินได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.elifegear.com/shop/litepro-pw-39 

4.PW-301Plus รถเข็นไฟฟ้า เบา นั่งสบาย

PW-301Plus งานประกอบทั้งหมดเป็น Aluminium 7003 แข็งแรงคงทน แต่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ผู้ใช้ควบคุมง่ายเพียงปลายนิ้ว ทำงานด้วย Brushless มอเตอร์ ประหยัดไฟกว่าได้กำลังมากกว่า พับเก็บได้เล็กสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก ด้านความปลอดภัย PW-301 Plus มีระบบเบรคไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ Electromagnetic Brakes ป้องกันรถไถลและป้องกันรถไหลบนทางชัน ทำให้ปลอดภัยกับผู้ใช้งานมากขึ้น แบตเตอรี่ลิเธียม ขนาดเท่ากับหนังสือเท่านั้น!

คุณสมบัติเด่น

  • เบาที่สุดในขณะนี้เพียง 18.5kg
  • โครงทุกส่วนทำจาก 7003 Aerospace Aluminium
  • มีระบบเบรคอัตโนมัติ Electromagnetic Brakesเพิ่มความปลอดภัย
  • แบตเตอรี่ ลิเธียม ไอออน ก้อนเล็กลงแต่จุไฟมากขึ้น
  • ออกแบบใหม่ให้พนักพิงสูงขึ้น ตัวรถเมื่อกางออกยาวขึ้น นั่งสบายขึ้น
  • พับเก็บขนาดเล็กเหมาะแก่พกพา
  • โหลด/on board เครื่องบินได้ เหมาะสำหรับเที่ยวต่างประเทศ
  • แบตเตอรี่ลิเธียม ขนาดเท่าหนังสือ ถอดเข้าออกจากตัวรถง่าย ถือขึ้นเครื่องบินสะดวก
  • มอเตอร์ Brushless 250W*2 ประหยัดไฟ และ กำลังที่ได้สูงกว่ามอเตอร์แบบธรรมดา

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.elifegear.com/shop/pw-301-plus-ligthest-power-wheelchair

 

รถเข็นแมนนวล

ต่อมาเป็นรถเข็นแมนนวลราคาสุดประหยัด แต่ไม่ประหยัดคุณภาพมาดูกันเลยค่า !

1.EW-11Plus เก้าอี้รถเข็นอลูมิเนียม พับได้

โครงและขาวางทำจากวัสดุอลูมิเนียม ทำให้นน.เบาแบบทนกว่าขาวางแบบพลาสติก แม้ภายนอกจะดูเพรียวบางแต่แข็งแรง รองรับนน.ได้ถึง 100Kg ปลอดภัยด้วยเบรคมือ สามารถพับและพกพาได้สะดวก ที่สำคัญที่สุดคือนั่งสบาย พาคุณพ่อคุณแม่เที่ยว

 

คุณสมบัติเด่น

  • โครงและที่รองเท้าทำจากอลูมิเนียมอัลลอยด์
  • พับได้ นน.รถเพียง 7.6Kg บรรทุกได้ 100Kg
  • มีเบรคทั้งสองล้อ มือจับแบบใหม่กระชับมือ
  • เบาะผ้า กว้าง 17 นิ้ว นั่งสบายใช้ได้ทุกเพศทุกวัย
  • ล้อหน้าตัน 5 นิ้ว ล้อหลังต้น 8 นิ้ว
  • เหมาะสำหรับท่องเที่ยวในประเทศ และ ต่างประเทศ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.elifegear.com/shop/ew-11plus-ultralight-wheelchai

2.EW-120Plus รถเข็นผู้ป่วย ล้อจับอลูมิเนียม

รถเข็นน้ำหนักเบา มาพร้อมล้อ 20นิ้ว สามารถเข็นตัวเองได้ ออกแบบมาให้พับง่าย ไม่เทอะทะ ดีไซน์สวยโครงเป็นอลูมิเนียมชุบสีเมทัลลิค ดูทันสมัย เบาลายกราฟิก ผ้าร่มกับสกปรก ทำความสะอาดง่าย เหมาะกับทุกเพศทุกวัย พาคนแก่เที่ยว ใช้ได้ดีกับคนพิการ เบาเพียง 11Kg

 

คุณสมบัติเด่น

  • โครงสร้างเป็นอลูมิเนียม
  • ล้อซี่สแตนเลส มือจับอลูมิเนียมแข็งแรง
  • พับได้ นน. 11Kg บรรทุกได้ 120Kg
  • เบาะกว้าง 46cm นั่งสบาย ผ้าลมกันสกปรก โปร่งระบายอากาศได้ดี
  • มีเบรคทั้งสองล้อ (บีบเบรค / เบรคค้าง) มือจับแบบใหม่กระชับมือ
  • มาพร้อมเข็มขัดนิรภัย
  • ล้อหน้าตัน 6 นิ้ว ล้อหลังต้น 20 นิ้ว เข็นตัวเองได้

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม https://www.elifegear.com/shop/ew-120plus

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับรถเข็นที่ Elife เลือกมาแนะนำในวันนี้ ตอบโจทย์ของใครบ้างไหมเอ่ย? อย่างไรก็ตามเมื่อเราจะซื้อรถเข็นสักคันให้คนที่คุณรักต้องตอบสนองความต้องการว่าท่านต้องการแบบไหนมากที่สุด เพื่อให้การใช้งานมีประสิทธิภาพสูงสุดนะคะ 

สามารถดูรถเข็นทุกรุ่นได้ >>> https://www.elifegear.com