รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้าElife รุ่น Lite1

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้าElife รุ่น Lite1

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้าElife รุ่น Lite1

               ท้องฟ้าสดใส กับบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง นับเป็นช่วงเวลาที่ดีในการจัดทริปท่องเที่ยวสักทริป เพื่อพาคนในครอบครัวไปเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนที่พักหลับนอน อาหารการกิน ให้เป็นกำไรชีวิตในช่วงวันหยุด ก่อนจะกลับมาลุยงานกันต่อ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปที่ใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆแค่ 2วัน 1คืน โดยจังหวัดที่เราเลือกไป คือ จ.เลย พูดถึง เลย คงไม่มีใคร ที่จะไม่รู้จัก เชียงคาน เมืองแห่งวัฒนธรรม กลิ่นอายแม่น้ำโขง ขึ้นชื่อถนนคนเดิน สืบสานความสัมพันธ์ไทย-ลาว

***แล้วเราจะรู้สึกว่าเวลาเดินช้า ถ้าได้มาลองพักผ่อนกับเมืองเล็กๆแห่งนี้***

โดยการเดินทางครั้งนี้ จะพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเราได้นำรถเข็นไฟฟ้า รุ่น Lite1 พกพาไปด้วย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในทริปนี้ และเชื่อว่าทุกคนในครอบครัวต้องมีความสุขกับทริปเล็ก ๆ ในครั้งนี้แน่นอนค่ะ

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือวันและเวลาต้องพร้อมตรงกัน เมื่อได้วันที่พร้อมแล้ว ก็ลุย จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า กันเลยค่ะ สายการบินที่ลงสนามบิน จ.เลย มีแค่ 2สายเท่านั้น คือ นกแอร์ และแอร์เอเชีย ลองตามโปรโมชั่นกันดูนะคะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ตั๋วถูกพอๆกับนั่งรถทัวร์กันเลยทีเดียว พอ Booking ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมโอนเงินกันด้วยล่ะ ข้อนี้สำคัญมากกกก

อย่างที่กล่าวไว้ทริปนี้คือทริปพิเศษเพราะเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกไปด้วย ฉะนั้นก็จะต้องเพิ่มความพิเศษเข้ามาเล็กน้อย การที่เราจะนำรถเข็นไฟฟ้า ขึ้นเครื่องบินได้นั้น ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำขึ้นได้ทุกรุ่นนะคะ ข้อนี้สำคัญมาก ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถเข็นไฟฟ้านั้น ต้องสอบถามข้อมูลจากผู้ขายให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน จุดสำคัญ มีเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือ “แบตเตอรี่” ต้องเป็นประเภทลิเธียมไออ้อน (Lithium Ion) เท่านั้น และความจุแบต ต้องไม่เกิน 32,000 มิลลิแอมป์ ซึ่งสายการบินส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบนี้ เอ้า!!!แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากี่มิลลิแอมป์ เพราะส่วนใหญ่ กฏสากล จะระบุขนาดของแบตฯ(ความจุ)ข้างตัวแบต มีหน่วย เป็น V (โวลต์) และ Ah (แอมป์) เท่านั้น แต่ด้วยความรู้ที่สะสมมาทั้งหมดที่มี การคิดคำนวณเป็นมิลลิแอมป์ ก็ง่ายแสนง่าย

                                                               ตัวอย่างเช่น 12V 6 AH คิดเป็นมิลลิแอมป์ (mAh) คือ นำ AH *1000 ดังนั้น แบตฯก้อนนี้ มีความจุ เพียงแค่ 6,000 มิลลิแอมป์ เท่านั้น

หรือ บางก้อน ระบุว่า 12 V 10 AH  คิดเป็นมิลลิแอมป์ ได้10,000 มิลลิแอมป์

เห็นไหมค่ะ ว่าง่ายนิดเดียว คิดไม่อยากเลย คราวนี้เราก็มั่นใจได้ ล้านเปอร์เซ็น ว่าสามารถนำรถเข็นไฟฟ้าเครื่องบินได้แน่นอนค่ะ แต่!!! กฏระเบียบการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินนั้นก็จะมีกฏแยกย่อยของแต่ละสายการบิน ซึ่งกฏต่างกันไม่มาก เรียกว่าเป็นเงื่อนไขแล้วกันค่ะ  ซึ่งแนะนำว่าให้ติดต่อสอบถามไปที่Call Center ของสายการบินนั้นๆ ทุกครั้งนะคะ เพื่อการเตียมตัวที่ถูกต้อง  แต่ครั้งนี้เราได้เลือกใช้บริการของสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งมีข้อปฏิบัติดังนี้ คือ

1.หลังจากที่จองตั๋วเครื่องบิน เรียบร้อยแล้ว ให้โทรไปที่ Call center เจ้าหน้าที่จะให้บริการคำแนะนำในการเตรียมเอกสารเกี่ยวกับแบตเตอรี่เพื่อนำขึ้นเครื่องบิน

2.ส่งรายละเอียดต่างๆของรถเข็น+แบตเตอรี่ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  ไปที่ E-mail : thailand-support@airasia.com

—-หลังจากส่งเรียบร้อยให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งแบบฟอร์มมาให้เรากรอก พอกรอกเอกสารเรียบร้อย ให้ส่งกลับไปที่ Emailเดิม อีกรอบ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง

—-หลังจากที่เจ้าหน้าที่คอนเฟิร์มกับเราว่าเอกสารเรียบร้อยแล้ว รอประมาณ 2-3 วัน ให้โทรไปเช็คกับCall center อีกครั้ง เพื่อการยืนยันที่ถูกต้อง หากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ปริ้นแบบฟอร์มนี้ ไปในวันเดินทางด้วยค่ะ เพราะต้องนำไปประกอบเอกสารชี้แจ้งกับเจ้าหน้าที่สบามบิน

ตื่นเต้นๆวันเดินทางมาถึงแล้ว…ออกเดินทางไปสนามบินกันแต่เช้า เพื่อรอเตรียมการเช็คอิน แนะนำว่าต้องไปเช็คอินที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ

พราะเราต้องนำเอกสารที่เตรียมกับทาง Call center ให้เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์เซ็นรับทราบ   เรื่องนำวีลแชร์ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบิน หลังจากการประสานงานหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเรียบร้อยแล้ว ต้องนำแบตออกจากตัวรถเข็น เพราะแบตฯเราต้องถือขึ้นเครื่องบินเท่านั้น ส่วนรถเข็นไฟฟาของเรา เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กมาติดที่ตัวรถและนำไปสแกนที่ห้องสแกนแล้วนำไปโหลดให้เราเลยค่ะ หลังจากนั้นเราก็ดำเนินการตามปกติ เข้าไปรอที่ Gate รอเวลาเจ้าหน้าทีเรียกขึ้นเครื่องบิน พร้อมเดินทางไป เลย กันค่ะ

 

 

 

                                                                                                           เย้ !! มาถึงเชียงคานแล้ว ลุยต่อกันเลย เที่ยวต่อกันเลยค่ะ        

 

                                                                                          จุดชมวิวแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามคือ สาธารณะธิปไตย์ประชาชนลาวนั้นเอง

 

                                                                                                                               วิวยามเย็นก็สวยไม่แพ้กัน

 

                                                                                                                   แวะไหว้พระกันซะหน่อย เพื่อความเป็นสิริมงคล

 

        มาเที่ยวถนนคนเดินกันต่อ บรรยากาศช่วงเย็นก็ครึกครื้นไม่แพ้ช่วงมืดค่ำ มีร้านขายของมากมายให้เราเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ร้านจำหน่ายของที่ระลึก เสื้อผ้าสวยๆทั้งนั้นเลย

 

           นี่คือที่พักของเราค่ะ ดิ โอลด์ เชียงคาน บูติกโฮเทล เป็นที่พักที่มีเรื่องราวความเป็นมา และยังเป็นบ้านเก่าแก่ของคนสำคัญที่เชียงคานด้วยนะคะ สวยงามมากๆเลย

 

                                                                                                       ด้านหลังที่พักคือ แม่น้ำโขง ตื่นมาตอนเช้ามองหนามากๆ

 

                                                   ไหนๆเราก็มาถึงเชียงคานกันแล้ว เรามาร่วมสืบสานประเพณีวัฒธรรมตักบาตรข้าวเหนียว เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต

 

                                                                                  กินข้าวเช้ากัน นี้คืออาหารขึ้นชื่อของเชียงคาน “ข้าวเปียกเส้น” ขอกระซิบว่า อร่อยมากๆ

 

                                                                                                                 ท้องอิ่มแล้ววเดินเก็บบรรยากาศกันก่อนกลับบ้าน

ไว้มาใหม่นะเชียงคาน  เราหลงรักเธอมากๆ แต่ไม่อยากขึ้นคานนะ 555555

การนำรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 ซึ่งเป็นรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาเพียง 13.5 กิโลกรัม มาเที่ยวด้วย ช่วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นมากๆ พับ เก็บ กาง สะดวกสุดๆ ยกเคลื่อนย้ายก็เบามาก สลับกันนั่งกับคุณพ่อ เที่ยวได้สนุก ไม่เหนื่อยเลยค่ะ คุ้มค่ามากจริงๆ  มีการแอบกระซิบว่า มี Lite1 แล้ว ต่อไปนี้จะเที่ยวให้หนำใจเลย ได้ยินเช่นนี้แล้วปลื้มใจจริงๆค่ะเห็นรอยยิ้มของทุกคนแล้วยอมรับเลยล่ะคะว่า แฮปปี้สุดๆ  ><

หากใครไม่อยากเหงาเที่ยวคนดียว แนะนำพาคุณพ่อคุณแม่ปู่ย่าตายายไปด้วยนะคะ ไม่ต้องห่วงการเดินทางเลย เพียงแค่นำวีลแชร์ไฟฟ้าคันเล็กๆสักคันที่ตอบโจทย์ในทุกๆด้าน รับรองค่ะว่า “ไม่ผิดหวังแน่นอน” ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ

 

#Elifeพาเที่ยว #เที่ยวเมืองเลย #เชียงคานสวยมาก

 

รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน

รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน

     รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน น น น ….

       สวัสดีค่ะ แฟนคลับElife ทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? เวลาผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน จนล่วงเลยมาครึ่งปีแล้ว หลายท่านคงมีความสุขในใช้การชีวิตที่ดี แต่บางท่านอาจจะมีความทุกข์บ้างให้เป็นสีสันของการดำเนินชีวิต แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แอดมินเชื่อนะคะว่า จะเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับชีวิตเราค่ะ เพราะถึงอย่างไรเราก็ต้องทำการแสดงและดำเนินชีวิตกันต่อไป เพื่อให้โลกใบนี้มีสีสันมากยิ่งขึ้น
แต่จะว่าไปทางElifeเองก็มีประสบการณ์ที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ที่อยากจะนำมาแชร์และแบ่งปัน เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทางทุกท่าน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม นั้นก็คือ การนำรถเข็นนั่ง(Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน พาคนในครอบครัวไปเที่ยวค่ะ

หลายครั้งการเดินทางคนเดียวอาจจะเหงา แต่ครั้งนี้ไม่เหงาแน่นอนค่ะ ถ้าเราพาคนที่เรารักไปเที่ยวด้วย แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ ท่านคงกล่าวปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินทาง ด้วยความเกรงใจลูกหลาน แต่ลูกหลานอย่างเรา ก็เป็นคนรุ่นใหม่ซะด้วยซิ อย่ารอช้าค่ะ ทำการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก รถเช่า อย่างรวดเร็ว ยุคนี้คือยุคดิจิทัลทุกอย่างทำง่ายเพียงปลายนิ้ว ใช้เวลาก็แสนจะน้อยนิด

   ซึ่งพระเอก ของเราในทริปนี้ก็คือ รถเข็นนั่งManual รุ่น EW11Plus นั่นเองค่ะ หลายท่านคงสงสัย การนำรถเข็นนั่ง(Wheelchair Manual)ขึ้นเครื่องบินได้ด้วยหรอคะ?    ขึ้นได้ค่ะ และไม่มีค่าบริการน้ำหนักเพิ่มเติมด้วยนะคะ รู้แบบนี้แล้วก็คลายความกังวลใจไปได้เปราะนึง แล้ววิธีการนำรถเข็นนั่ง Manual รุ่น EW11Plus ขึ้นเครื่องบิน มีวิธีการอย่างไรบ้าง รายละเอียดตามด้านล่างนี้เลยค่ะ

1.ทำการสำรองตั๋วเครื่องบินตามปกติ มีนักเดินทางกี่ท่านระบุให้ครบ ให้ชัดเจน และอย่าลืมชำระค่าตั๋วด้วยนะคะ

2.เช็คอินที่สนามบิน ต้องไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ขณะเช็คอินว่า “เรามีวีลแชร์ไปด้วย” คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่า ตายาย (หรือใครสักคนที่มีความจำเป็นต้องใช้) หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กติดที่ตัวรถเข็นให้เราค่ะ พอเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำเข็นรถ เข็นไปที่Gate ได้เลย รอเวลาขึ้นเครื่องบินค่ะ ** ไม่แนะนำให้เช็คอินออนไลน์นะคะ เนื่องจากเรามีรถเข็นและต้องนำขึ้นเครื่องบิน จำเป็นต้องติดแท๊กเพื่อนำขึ้นเครื่องบินค่ะ **

 

3.พอถึงเวลาBoarding time (บอร์ดดิ้งไทม์) เจ้าหน้าที่จะประกาศให้เตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน เราก็ไปต่อกันเลยค่ะ เข็นผู้นั่งจนไปถึงหน้าประตูเครื่องบินได้เลย และก็พับรถเข็นไว้ที่หน้าประตูเครื่องบิน เราก็เดินไปที่นั่งตามปกติ รถเข็นที่พับไว้หน้าประตูเครื่องบิน จะถูกนำไปเก็บไว้ที่ช่องใต้เครื่องบินนั้นเองค่ะ ..ได้เวลาเดินทางกันแล้ว…ไปกันเลยค่ะ …….

 

4.พอถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย รถเข็นของเราก็จะถูกนำมาวางไว้ที่หน้าประตูเครื่องบินหรือข้างล่างเครื่องบินเราสามารถหยิบรถเข็นเพื่อนำมากาง เตรียมความพร้อมใช้งานต่อได้ทันทีเลยค่ะ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การนำรถเข็นขึ้นเครื่องบินไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ขั้นตอนก็ง่ายนิดเดียว และยังได้รับการบริการจากเจ้าหน้าที่สนามบินเป็นอย่างดี และที่สำคัญหากเรามีรถเข็นนั่ง ได้พาคนที่เรารักไปเที่ยวด้วยยิ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ทุกคนมีความสุข

เพิ่มเติม : หากต้องการนำรถเข็นนั่งธรรมดา(Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ทุกรุ่น เนื่องจากไม่มีมอเตอร์และแบตเตอรี่ แต่ถ้าหากต้องการใช้งานได้ดีเหมาะแก่การท่องเที่ยว Elife ขอแนะนำรุ่นรถเข็นนั่งEW11 ,EW11 Plus และ EW112 ค่ะ เพราะโมเดลรถเข็นรุ่นเหล่านี้ เล็กกระทัดรัดใช้งานได้ดี เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วนั่นเองค่ะ

 

ข้อสำคัญ: แต่ละสายการบินมีกฏระเบียบการนำรถเข็นนั่งธรรมดา (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบินที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบคล้ายกันแต่เพื่อป้องกันการผิดพลาด แนะนำให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่สายการบินทุกครั้งก่อนการเดินทางเพื่อการเตรียมตัวที่ถูกต้องค่ะ   

 

 

                                     
 

                                                                                                                                                                                        **ขอขอบคุณสายการบินแอร์เอเชีย ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง**

WHEELCHAIR ควรมีลักษณะที่เหมาะสมอย่างไร

WHEELCHAIR ควรมีลักษณะที่เหมาะสมอย่างไร

WHEELCHAIR ควรมีลักษณะที่เหมาะสมอย่างไร

การที่จะสรรหาเลือกซื้อWheelchairทั้งแบบไฟฟ้าและแบบธรรมดา เพื่อให้คนใช้งาน ใช้งานได้ดีและเหมาะสม ควรมีคุณสมบัติดังนี้

1.ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งาน  แต่ละท่านมีความต้องการในการใช้งานของรถเข็นที่แตกตางกันออกไป หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพที่มีความจำเป็นต่างกัน ฉะนั้นการเลือกรถเข็นที่ดีต้องสำรวจตัวเอง ว่ามีความต้องการอย่างไรบ้าง เช่น  ต้องการนำขึ้นเครื่องบิน ต้องการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การทำงาน หรือ ต้องการนำไปใช้ในด้านการท่องเที่ยว ฯลฯ เป็นต้น

2.เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของผู้ใช้งาน ข้อนี้สำคัญค่ะ ต้องเลือกรถเข็นให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่เราอยู่พักอาศัย เช่น หากอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ควรเลือกรถเข็นที่เป็นล้อยางตัน จะดีกว่าล้อยางเติมลมค่ะ เนื่องจากจะช่วยลดปัญหาในด้านการบำรุงรักษา เนื่องจากล้อยางตันมีอายุการใช้งานที่ยืนยาวมากกว่ายางเติมลม

 

3.มีขนาดเหมาะสมกับผู้ใช้งาน ควรเลือกขนาดของรถเข็นนั่งให้เหมาะสมกับสรีระ เช่นหากผู้นั่ง มีรูปร่างค่อนข้างอ้วนท้วน หรือมีน้ำหนักมาก ก็ควรเลือกรุ่นรถเข็นนั่ง ที่สามารถรองรับน้ำหนักได้มากกว่ารุ่นอื่นๆ หรือคนที่มีรูปร่างผอมบาง ตัวเล็ก ก็ควรเลือกรุ่นรถเข็นนั่งที่มีขนาด กระทันรัด พอดีตัวค่ะ

 

4.ช่วยรองรับท่าทาง (ช่วยให้ผู้ใช้งานนั่งในแนวตรง) ตรงส่วนนี้สำคัญมากเช่นเดียวกันค่ะ เนื่องจากผู้ใช้ต้องนั้งอยู่บนรถเข็นนั่งเป็นเวลานาน ฉะนั้นเบาะที่นั่ง และ โครงสร้างของตัวรถเข็นจะต้องได้มาตรฐาน รองรับท่านั่งในท่วงท่าที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาทางด้านกระดูกสันหลังในอนาคตค่ะ  

 

 

 

5.สามารถซ่อมบำรุงรักษา  Wheelchair เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ชนิดหนึ่ง ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายกว่าอุปกรณ์ทางด้านการแพทย์ชนิดอื่นๆ แต่สิ่งที่สำคัญมากนอกเนื่องจาก4ข้อด้านบนแล้ว ในส่วนข้อนี้ ก็มีความสำคัญไม่น้อยเพราะหากมีการใช้งานเป็นประจำทุกวัน ย่อมเป็นเรื่องธรรมดาที่ อุปกรณ์นั้นจะมีการสึกหรอ ฉะนั้น ก่อนที่จะสั้งซื้อรถเข็นนั่งเหล่านั้น ควรเช็คกับทางผู้จำหน่าย ว่ามีในส่วนของอะไหล่สำรอง  หรือมีศูนย์ซ่อมบริการ เพราถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ทางเราจะได้สบายใจในการดูแล ซ่อมบำรุงรถเข็นเหล่านั้น หรือ สามารถดูแลอุปกรณ์นั้นๆ ด้วยตนเองได้ โดยการสั่งอะไหล่จากทางผู้จำหน่ายค่ะ

คุณลักษณะที่เหมาะสมของ Wheelchair ถือว่าเป็นตัวช่วยดีๆแก่เราก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถเข็นนั่งดีๆสักคันให้คนที่เรารัก หากหลายท่าน  ยังคงนึกภาพไม่ออกหรือยังตัดสินใจไม่ได้ ลองแวะเข้ามาเยี่ยมชมร้านรถเข็นไฟฟ้าอีไลฟ์ ค่ะ เพราะที่นี้มีเป็นร้านจำหน่ายWheelchair ที่เรียกได้ว่าครบวงจร มีให้เลือกหลายรุ่นตามความต้องการของผู้ใช้งาน และมีศูนย์บริการซ่อมบำรุง หากต้องการให้ซ่อมบำรุงรักษาค่ะ  

5 Tips & Trick ข้อแนะนำการนำวีลแชร์ขึ้นเครื่องบินได้อย่างคล่องตัว

5 Tips & Trick ข้อแนะนำการนำวีลแชร์ขึ้นเครื่องบินได้อย่างคล่องตัว

 5 Tips & Trick  ข้อแนะนำการนำวีลแชร์ขึ้นเครื่องบินได้อย่างคล่องตัว

ปัจจุบันนี้ การเดินทางการคมนาคมสะดวกมากขึ้น เนื่องจากได้มีเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาให้เติบโตก้าวไกลอย่างก้าวกระโดดทำให้สะดวกสบายมากขึ้นต่อการใช้บริการการคมนาคมเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเดินทางเพื่อจุดประสงค์ ท่องเที่ยว พักผ่อน พบปะสังสรรค์ ทั้งใกล้และไกล ในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งเราอาจกล่าวได้เลยว่า สื่งที่อำนวยความสะดวก ในการเดินทาง มากที่สุด คือ เครื่องบิน นอกจากจะสะดวก รวดเร็วและยังปลอดภัยที่สุดหากเปรียบเทียบกับกลุ่มคมนาคม กลุ่มอื่นๆ  ดังนั้นเมื่อมีการเดินทางโดยสารโดยเครื่องบินแล้วนั้น หากมีอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกไปด้วย เช่น รถเข็นนั่งธรรมดา หรือรถเข็นไฟฟ้านั้น มาดู กันค่ะว่ามีวิธีในการจัดเตรียมและการเตรียมความพร้อมอย่างไรกันบ้างเพื่อ ให้ทริปการเดินทางครั้งนี้ราบรื่น ซึ่ง บทความนี้ เรามีTrick เล็กๆน้อยๆ มาแนะนำกันค่ะ

1.สอบถามข้อมูลจากสายการบิน เกี่ยวกับข้อปฏิบัติ กฎระเบียบให้ละเอียด เพื่อลดความเข้าใจผิด และเพื่อการเตรียมตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ลดปัญหาด้านเวลาลงอีกด้วย หากเรามีการเตรียมความพร้อมตามที่สายการบินนั้นๆแจ้งมา จะทำการเดินทางในครั้งนี้ราบรื่นขึ้น  สายการบินแต่ละสายการบินมีข้อปฏิบัติแตกต่างกันออกไป ฉะนั้นทุกครั้งที่มีการเดินทางโดยเครื่องบินและมีอุปกรณ์เพื่อสุขภาพเช่นรถเข็นนั่งหรือรถเข็นไฟฟ้าเดินทางในครั้งนี้ด้วยควรสอบถามรายละเอียดกฏปฏิบัติต่างๆจากสายการบินนั้นๆอย่างละเอียดถี่ถ้วน

2.หาซื้อรถเข็นนั่งธรรมดา (Manule Wheelchair )หรือรถเข็นไฟฟ้า(Power Wheelchair) แบบน้ำหนักเบาพกพาง่าย พับเก็บง่ายไม่เปลืองพื้นที่ และถ้าหากเป็นรถเข็นไฟฟ้าต้องเป็นแบตเตอร์รี่ลิเธียมไออ้อนเท่านั้น เนื่องจากตรงตามกฏข้อปฏิบัติของสายการบินส่วนใหญ่ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้  และถ้าหากท่านไหนยังไม่ทราบว่า จะไปหาซื้อรถเข็นเหล่านี้ที่ไหน ทางร้านรถเข็นอีไลฟ์ Elife (Elifegear) มีจำหน่ายทั้งแบบรถเข็นนั่งธรรมดา รถเข็นรถเข็นไฟฟ้า ที่ตรงตามความต้องการและสามารถขึ้นเครื่องบินได้อย่างง่ายด่ายค่ะ

 

 

 

3.เตรียมความพร้อมของสภาพรถ หากเรามีรถเข็นนั่งธรรมดาหรือรถเข็นไฟฟ้าอยู่แล้ว ก่อนออกเดินทางต้องนำรถมาเช็คสภาพในทุกส่วนเพื่อเตรียมความพร้อม เช่น แบตเตอร์รี่  ระบบเบรค เป็นต้น

4.แบตเตอรีรี่ควรถือขึ้นเครื่องฯ หากเป็นรถเข็นไฟฟ้า แบตเตอรี่ควรนำออกจากรถเข็นและต้องถือแบตฯขึ้นเครื่องเท่านั้น หากระเป๋าที่มีขนาดพกพาใส่แบตฯได้พอดี และห้าม! โหลดเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณ, ครอบครัว รวมถึงเพื่อนๆที่ร่วมเดินทางไปกับคุณในสายการบินไฟล์เดียวกัน และหากเป็นรถเข็นธรรมดาก็สามารถนำขึ้นเครื่องได้เลย แต่ควรพับเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

5.เตรียมความพร้อมของร่ายกายให้แข็งแรง  เนื่องจากมีผู้สูงอายุไปเดียวและมีรถเข็นเพื่มไปอีก  คนที่เป็นดูแลอย่างเราๆ ต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายให้แข็งแรง  เนื่องการ อาจมีบางช่วง ที่เราต้องดูเข็นรถเข็นให้หรือยกรถเข็น หากเรามีความพร้อมเรื่องร่างกาย ไม่เจ็บป่วยก็จะทำหน้าที่เป็นคนอารักขา คนที่เป็นคนรักของเราในทริปการเดินทางครั้งนี้ได้อย่างราบรื่น ไร้ข้อกังหาทุกประการ ค่ะ

5 Tips & Trick ข้อแนะนำการนำวีลแชร์ขึ้นเครื่องบินได้อย่างคล่องตัว หลักการเตียมความพร้อมไม่ยุ่งยากเลยใช่ไหมค่ะ ลองนำไปประยุกต์ใช้กับครอบครัวของเรากันดูนะคะรับรองว่าทริปพิเศษในครั้งนี้ มีแต่ความสุขสนุกสนาน การเดินทางราบรื่นแน่นอนค่ะ

 

 

 

 

ไอเทมยอดฮิต พาผู้สูงอายุบินลัดฟ้า

ไอเทมยอดฮิต พาผู้สูงอายุบินลัดฟ้า

ไอเทมยอดฮิต พาผู้สูงอายุบินลัดฟ้า 

           หากกล่าวถึงการท่องเที่ยว คงเป็นที่ชื่นชอบสำหรับใครหลายๆคน เพราะทำให้เราได้ไปเปิดหูเปิดตา ท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยว ต่างๆ มากมาย งดงามด้วยธรรมชาติ และสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่สำหรับผู้สูงอายุแล้ว การท่องเที่ยวนั้นยังเป็นสิ่งที่ตอบสนองความต้องการ ในด้านของความสุข การพักผ่อน แต่เนื่องด้วยร่างกาย ไม่ได้เหมือนหนุ่มๆ สาวๆ แต่ยังมีหัวใจที่ Young@Heart อยู่ แต่ก็ต้องถามใจท่านว่า…อยากไปไหน แม้การเดินทางแบบไร้เวลา จะเป็นที่โดนใจของชาวสโลว์ไลฟ์ แต่ไม่ใช่กับผู้สูงวัยอย่างแน่นอน 

                                                                                                                                                 (ที่มา : http://www.thaihealth.or.th )

           ดังนั้น การเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ เราต้องมีแพลน และวางแผนให้ดีว่า ซัมเมอร์นี้เราจะพาครอบครัว  และคนที่เรารักนั้น ไปเที่ยวที่ไหนบ้าง แต่ส่วนใหญ่ที่พบมากที่สุดสำหรับครอบครัวใหญ่ หลายครอบครัวแน่นอนว่า เลือกเดินทางไปท่องเที่ยวโดยใช้บริการขนส่งทางอากาศ กล่าวง่ายๆ คือเลือกเดินทางโดยสารโดยเครื่องบินเป็นพาหนะไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือท่องเที่ยวในต่างประเทศก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันนี้ ในการเดินทางนั้นสะดวกรวดเร็ว และง่ายขึ้น หมดปัญหาการจราจรติดขัด มีความปลอดภัยสูง เหมาะแก่การพาผู้สูงอายุเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้อีกด้วย

                                                                                                                                                (ที่มา : http://www.thaiairways.com )

แต่ทว่า…เรื่องระยะทางในการเดินท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ และสุขภาพของผู้สูงอายุนั้นเป็นสิ่งสำคัญต่อการเดิน ดังนั้นไอเทมที่สำคัญมากสำหรับทริปท่องเที่ยวนี้ก็คือ รถเข็นวิลล์แชร์ (Wheelchair) นั่นเอง แต่..เอ๊ะ ! รถเข็นวิลล์แชร์ตามโรงพยาบาล น้ำหนักมันก็ค่อนข้างที่จะมีน้ำหนักที่มากพอสมควร และไม่ตอบโจทย์สำหรับการเดินทางมากนัก อาจทำให้ผู้ที่คอยดูแลในเรื่องรถเข็นค่อนข้างที่จะลำบาก

                                                                                                                                               (ที่มา : http://www.thaiairways.com )

 

        ฉะนั้นร้านรถเข็น Elife มีไอเท็มที่ตอบโจทย์ให้กับกลุ่มลูกค้าที่จะพกพารถเข็นไปด้วย คือรถเข็นรุ่น Ew-11 เป็นรถเข็น Manual น้ำหนักเบาซึ่งเหมาะสำหรับการพกพาไปเที่ยว และสามารถนำชึ้นเครื่องบินได้ ในเรื่องของน้ำหนักของตัวรถเข็นนั้น ไม่แพ้ใครเลยทีเดียว เพราะเจ้ารถเข็นรุ่น Ew-11 มีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบามาก มีน้ำหนักเพียง 6.7 Kg. เท่านั้น พับออกมาแล้วเล็กกะทัดรัดมากเลยทีเดียว และทางร้านรถเข็นยังมีแคมเปญ นั่นก็คือแถมกระเป๋าสีดำใบใหญ่ ไว้สำหรับใส่รถเข็นนั่นเอง และยังสามารถถือรถเข็นขึ้นเครื่องบิน โดยไม่ต้องโหลดเข้าใต้ท้องเครื่องบินอีกด้วย

 

                  การเดินทางไปท่องเที่ยวพร้อมหน้าพร้อมตากันของคนในครอบครัวนั้นถือเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ และถือเป็นยารักษาโรคชนิดหนึ่ง ที่สามารถรักษาและเยียวยาอาการป่วย และชะลอความเครียด แม้กำลังกายจะไม่ไหว แต่มีกำลังใจดีที่ดี ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญทีี่ทำให้ผู้สูงอายุมีความสุข หากท่านมีความสุข เราก็สุขด้วยเช่นกันค่ะ 

                 (ที่มา : https://th.pixtastock.com/illustration/17412487)