fbpx

คุณนีอร Lite1 น้ำหนักเบา 13.5Kg.

คุณนีอร Lite1 น้ำหนักเบา 13.5Kg.

ขอขอบคุณ คุณนีอร 🙏🙏🙏  ที่ไว้วางใจให้ Elife ได้ดูแลการเดินทาง ในชีวิตประจำวันค่ะ 💞💘


🌞 ที่ต้องเลือกใช้รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1 เนื่องจากต้องมีการเดินทางออกนอกบ้านเพื่อไปเที่ยวหรือไปทำธุระ ในชีวิตประจำวัน หรืออาจจะมีบ้างที่ต้องเดินทางโดยเครื่องบิน และที่สำคัญ คนดูแลเป็นผู้หญิง หากยกหนักๆมากก็ไม่ไหว ทาง Elife จึงได้แนะนำรถเข็นไฟฟ้ารุ่นที่น้ำหนักเบาที่สุดไป เมื่อผู้ใช้งานได้ทดลองนั่งแล้ว และคนดูแลได้ลองยกน้ำหนักรถเข็นแล้ว ก็สามารถยกได้สบายมาก เนื่องจากคุณสมบัติรุ่นนี้ โครงสร้างแข็งแรง แต่มีน้ำหนักเบา จึงทำให้เป็นที่นิยมกันอย่างมาก 🌞


สินค้าที่ใช้ :  Lite1 รถเข็นไฟฟ้า แมกนีเซียม 13.5Kg


โครงสร้างทำจากแมกนีเซียมอัลลอย จุดเด่นที่สุดคือมีน้ำหนักเบา ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับพาคนแก่ หรือผู้พิการไปเที่ยวห้าง เที่ยวตจว หรือ เที่ยวต่างประเทศ การออกแบบมุ่งเน้นให้นน.เบาแต่ยังคงทนความแข็งแรง แบตเตอรี่ลิเธียมออกแบบล่าสุดให้ถอดเข้า-ออกง่าย (Quick Release) จึงเหมาะที่จะเอาไปท่องเที่ยวในประเทศ/ต่างประเทศ

✔️ ✔️ หากกำลังมองหารถเข็นไฟฟ้าเพื่อเป็นตัวช่วยในการเดินทางไปท่องเที่ยว อย่าลืมคิดถึงร้านรถเข็น Elife #รถเข็นไฟฟ้าคุณภาพดีที่ลูกค้าเลือกใช้ #แม่ฉันต้องได้เที่ยว #แม่ฉันต้องสบาย #แม่ฉันต้องมีความสุขที่สุดสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ☎️02-415-4347, 095-348-0712
หรือชมสินค้าอื่นๆได้ที่ www.elifegear.com

 

รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Litepro Mr.Khalid Mustafa Zughbi

รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Litepro Mr.Khalid Mustafa Zughbi

ร้าน Elife ขอขอบพระคุณลูกค้าชาวต่างชาติ 🙏🙏  Mr.Khalid Mustafa Zughbi และครอบครัว ที่ไว้วางใจให้เราได้ดูแลในทุกการเดินทางท่องเที่ยวค่ะ ✈🛬


Mr.Khalid mustafa Zughbi พร้อมกับภรรยาและคุณลูก 👨‍👧‍👧💕 ได้เดินทางเข้ามาชม และทดลองสินค้าที่หน้าร้าน Elife ได้ทดลองรถเข็นไฟฟ้าทุกรุ่น ที่สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้ จุดประสงค์ที่เลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้า คืออยากมีตัวช่วยในการเดินทางท่องเที่ยว จะได้ท่องเที่ยวได้สะดวกสบายมากขึ้น ที่สำคัญเน้นรถเข็นที่มีน้ำหนักเบา และพับเก็บได้เล็ก จึงได้ทดลองรุ่น Litepro  แล้วรู้สึกชอบ ที่น้ำหนักเบา พับเก็บได้เล็ก และยังสามารถรับน้ำหนักผู้นั่งได้สูง 👍 ขับเคลื่อนคล่องตัว เรื่องน้ำหนักของผู้นั่งจึงไม่มีปัญหาสำหรับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นนี้เลยค่ะ

👉👉👉 ที่สำคัญ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น Litepro มี Controller ตัวที่ 2 ในการบังคับ Wireless โดยคนดูแล กรณีดูแลผู้สูงอายุที่ไม่สามารถบังคับได้ด้วยตัวเองได้ ถือว่าสามารถตอบโจทย์ในเรื่องของการพาผู้สูงอายุออกนอกบ้านได้ดีเลยทีเดียว 👈👈👈


สินค้าที่ใช้ :  LitePro รถเข็นไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว เบาเพียง 13Kg บังคับ Wireless


LitePro เป็นรุ่นที่ดีที่สุดของกลุ่มรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบา เพื่อการท่องเที่ยว มีความสามารถหรือสมรถนะสูง โดยตัวโครงเป็นอลูมิเนียม, พับได้เล็ก แบตเตอรี่ Lithium-ion, สามารถพกพาขึ้นเครื่องบินได้อีกด้วย


#รถเข็นไฟฟ้า #รถเข็นขึ้นเครื่องบิน #รถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินได้ #รถนั่งไฟฟ้า #รถเข็นคนนั่งบังคับเอง #รถเข็นวิลล์แชร์ #วิลล์แชร์ไฟฟ้า #รถเข็นคนพิการ #รถเข็นผู้สูงอายุ #รถเข็นอีไลฟ์ #ร้านรถเข็นอีไลฟ์ #Elifegear #Elife
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ☎️02-415-4347, 095-348-0712
หรือชมสินค้าอื่นๆได้ที่ www.elifegear.com

การดูแลรถเข็น(Wheelchair)ช่วงฤดูฝน

การดูแลรถเข็น(Wheelchair)ช่วงฤดูฝน

ย่างเข้าสู่ฤดูฝน…การดูแลตัวเองและคนที่เรารักนั้นต้องพิถิพิถัน เพราะโรคภัยต่างๆที่มากับช่วงฤดูฝนมีมากมาย เช่น โรคไข้เลือดออก  ซึ่งถือว่าเป็นโรคร้ายแรงถ้าไม่รีบรักษา ไปหาหมอเพื่อดูอาการ อาจจะสายเกินไป เพราะโรคนี้ไม่มียารักษา ได้แค่ รักษาตามอาการเท่านั้น พยุงไม่ให้ขึ้นไข้สูงหรือเลือดออกทางกระเพาะอาหาร แต่ถ้าเรารู้ตัวเร็ว ไปหาหมอได้ทันท่วงที โรคร้ายเหล่านี้ก็จะรักษาได้ทันการ ทำให้ร่างกายของเรากลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

แต่การหาหมอนั้นคือการรักษาที่เกิดเหตุแล้ว การรักษาที่ต้นเหตุคือการป้องกัน ป้องกันไม่ให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำและยุ่งลาย นั้นก็คือการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุ่งลาย โดยเริ่มจากตัวเรา จากที่บ้าน สิ่งของใกล้ตัว ภาชนะที่มีน้ำท่วมขัง ก็เทน้ำทิ้ง คว่ำภาชนะ เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง นั้นเอง เพียงเท่านี้ก็ลดปัญหาของต้นเหตุของการเกิดโรคนี้  ทำให้เราและคนที่เรารักห่างไกลจากโรคนี้ได้ค่ะ

นอกจากสุขภาพที่เป็นเรื่องสำคัญแล้ว การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนที่เรารัก ก็สำคัญมากเช่นกัน เช่น รถเข็น (Wheelchair)  เพราะมีความสำคัญมาก ทำให้เคลื่อนที่ได้สะดวก เคลื่อนไหวได้ง่าย เหมาะสมกับผู้สูงอายุเป็นอย่างมากเพราะเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการชีวิตประจำวัน เพราะจะช่วยให้ การดำรงชีวิตได้ง่ายขี้น สามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาลูกหลานมาก ซึ่งส่งผลให้พวกท่านมีความภูมิใจมีความมั่นใจกล้าใช้ชีวิตมากขึ้น และทำให้สภาพจิตใจดีขึ้นอีกด้วย

โดยปกติแล้ว รถเข็น (Wheelchair)   มี2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ รถเข็นไฟฟ้า และรถเข็นธรรมดา ซึ่งการเลือกรถเข็นต่างๆเพื่อการใช้งาน ส่วนใหญ่จะคำนึงถึงวัตถุประสงค์การใช้งาน ขอบเขตต่างๆ ซึ่งแต่ละครอบครัว มีขอบเขตวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน ทั้งนี้จากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านรถเข็นElife ขอแนะนำว่า ควรคำนึงถึงผู้นั่ง ปัญหาของผู้นั่ง ความจำเป็นในด้านต่างๆที่สอดคล้องกับการชีวิตของผู้นั่ง เป็นหัวใจหลักที่สำคัญที่สุด  ซึ่งในส่วนการดูแลรักษารถเข็นทั้ง2รูปแบบก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะ จะได้ยืดอายุการใช้งาน ยื่งช่วงฤดูฝน ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจเป็นพิเศษ การดูแลรักษารถเข็น (Wheelchair) ก็เปรียบเสมือนการ ป้องการการเกิดโรคภัยต่างๆนั้นเอง ถ้าต้องการใช้ Wheelchair ซึ่งเป็นอุปกรณ์คู่กายของคนที่เรารัก ให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวลองปฏิบัติตามคำแนะนำด้านล่างนี้  โดยในบทความนี้ จะแบ่งการดูแลออกเป็น2หมวดหมู่ หลักๆด้วย คือ  ระบบไฟฟ้า และโครงสร้าง

    รถเข็นธรรมดา รุ่น EW116
รถเข็นไฟฟ้า รุ่น PW301 Plus

ส่วนแรก ระบบไฟฟ้าของรถเข็นไฟฟ้า

รถเข็นไฟฟ้านั้น มีความพิเศษ ตรงที่ มีระบบไฟฟ้า,มอเตอร์ เพื่อให้การบังคับใช้งานได้ดี จำเป็นต้องใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษ หลายท่านคงเคยได้ยินมาแล้วบ้าง คือ “ไฟ กับ  น้ำ” ไม่ใช่ของคู่กัน ดั้งนั้น ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้มอเตอร์ระบบวงจรไฟฟ้าโดนน้ำโดยเด็ดขาด และยิ่งช่วงฤดูฝน ยิ่งต้องระวังหลีกเลี่ยง ขณะฝนตก ห้ามนำ รถเข็นไฟฟ้า ออกไปใช้งานเด็ดขาด เพราะมอเตอร์ที่เป็นระบบไฟฟ้าจะมีวงจรไฟฟ้าควบคุมการทำงานของรถเข็นไฟฟ้า เพราะถ้าหากมอเตอร์โดนน้ำ จะส่งผลร้ายแรงที่สุดคือ มอเตอร์พังและเสียหาย เพราะถ้าเกิด ความเสียหาย เราอาจต้องมีค่าใช้จ่ายในเปลี่ยนอะไหล่ เพราะไม่สามารถ ซ่อมได้ ฉะนั้น วิธีการป้องกัน คือ ไม่นำรถเข็นไฟฟ้า ไปใช้ขณะฝนตก โดยเด็ดขาด และ หลีกเลี่ยงน้ำ ทุกกรณี

**ในส่วนรถเข็นธรรมดา ไม่มีมอเตอร์ไม่มีระบบไฟฟ้า จึงไม่มีข้อควรระวังในเรื่องนี้**

ส่วนที่ 2 การดูแลโครงสร้างตัวรถเข็น (Wheelchair)

ทั้งรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นธรรมดา ส่วนใหญ่โครงสร้างที่ถูกนิยม นำมาใช้หลักๆ 4 ชนิด ด้วยกัน ได้แก่1.อลูมิเนียม 2.อัลลอยด์ 3.แม็กนิเซียม 4.เหล็ก คาร์บอน

ซึ่งการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก หากโครงสร้างตัวรถโดนน้ำ ให้นำผ้าแห็งเช็คโครงสร้างตัวรถเข็นให้แห้งเท่านั้น เพราะเนื้อโครงสร้างของรถเข็นส่วนใหญ่ ไม่ก่อให้เกิดสนิม ยกเว้น โครงสร้างที่ทำจากเหล็กคาร์บอนต้องรีบเช็คให้แห้งโดยเร็วที่สุด  ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอากาศชื้น เพราะอากาศชื้นมากๆก็อาจส่งผลให้โครงสร้างที่ทำจากเหล็กคาร์บอน ขึ้นสนิมได้ค่ะ ฉะนั้น สิ่งที่ต้องพึ่งต้องปฏิบัติ คือต้องรีบเช็ดโครงสร้างตัวรถเข็นให้แห้งโดยทันที เพราะจะช่วยป้องกันปัญหาด้านนี้ได้ค่ะ

โครงสร้างตัวรถเข็นที่ทำจาก อลูมิเนียม

การดูแลรักษารถเข็น(Wheelchair) ในช่วงฤดูฝนมีข้อควรระวัง หลัก ๆ เพียง 2 หมวดหมู่ข้างต้น หากเราต้องการรักษารถเข็นของเราให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวเพื่อให้คนที่เรารักได้ใช้นานๆ ให้เปรียบเสมือนว่า รถเข็นคืออวัยยะวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่เราต้องใส่ใจดูแล ป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัยต่างๆนั้นเอง แล้วจะพบว่า รถเข็นของเราทนทาน แข็งแรงเหมือนร่างกายของเราค่ะ

 

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1

ท้องฟ้าสดใส กับบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง นับเป็นช่วงเวลาที่ดีในการจัดทริปท่องเที่ยวสักทริป เพื่อพาคนในครอบครัวไปเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนที่พักหลับนอน อาหารการกิน ให้เป็นกำไรชีวิตในช่วงวันหยุด ก่อนจะกลับมาลุยงานกันต่อ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปที่ใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆแค่ 2วัน 1คืน โดยจังหวัดที่เราเลือกไป คือ จ.เลย พูดถึง เลย คงไม่มีใคร ที่จะไม่รู้จัก เชียงคาน เมืองแห่งวัฒนธรรม กลิ่นอายแม่น้ำโขง ขึ้นชื่อถนนคนเดิน สืบสานความสัมพันธ์ไทย-ลาว

***แล้วเราจะรู้สึกว่าเวลาเดินช้า ถ้าได้มาลองพักผ่อนกับเมืองเล็กๆแห่งนี้***

โดยการเดินทางครั้งนี้ จะพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเราได้นำรถเข็นไฟฟ้า รุ่น Lite1 พกพาไปด้วย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในทริปนี้ และเชื่อว่าทุกคนในครอบครัวต้องมีความสุขกับทริปเล็ก ๆ ในครั้งนี้แน่นอนค่ะ

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือวันและเวลาต้องพร้อมตรงกัน เมื่อได้วันที่พร้อมแล้วก็ลุย !!! จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า กันเลยค่ะ สายการบินที่ลงสนามบิน จ.เลย มีแค่ 2สายเท่านั้น คือ นกแอร์                    และแอร์เอเชีย  ลองตามโปรโมชั่นกันดูนะคะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ตั๋วถูกพอ ๆ กับนั่งรถทัวร์กันเลยทีเดียว พอ Booking ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมโอนเงินกันด้วยล่ะ ข้อนี้สำคัญมากกกก

อย่างที่กล่าวไว้ทริปนี้คือทริปพิเศษเพราะเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกไปด้วย ฉะนั้นก็จะต้องเพิ่มความพิเศษเข้ามาเล็กน้อย การที่เราจะนำรถเข็นไฟฟ้า ขึ้นเครื่องบินได้นั้น ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำขึ้นได้ทุกรุ่นนะคะ ข้อนี้สำคัญมาก ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถเข็นไฟฟ้านั้น ต้องสอบถามข้อมูลจากผู้ขายให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน จุดสำคัญมีเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือ “แบตเตอรี่” ต้องเป็นประเภทลิเธียมไออ้อน (Lithium Ion) เท่านั้น และความจุแบต ต้องไม่เกิน 32,000 มิลลิแอมป์ ซึ่งสายการบินส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบนี้ เอ้า!!! แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากี่มิลลิแอมป์ เพราะส่วนใหญ่กฏสากลจะระบุขนาดของแบตฯ(ความจุ)ข้างตัวแบต มีหน่วย เป็น V (โวลต์) และ Ah (แอมป์) เท่านั้น แต่ด้วยความรู้ที่สะสมมาทั้งหมดที่มี การคิดคำนวณเป็นมิลลิแอมป์ ก็ง่ายแสนง่าย

ตัวอย่างเช่น 12V 6 AH คิดเป็นมิลลิแอมป์ (mAh) คือ นำ AH x 1000 ดังนั้น แบตฯก้อนนี้ มีความจุ เพียงแค่ 6,000 มิลลิแอมป์ เท่านั้น

หรือ บางก้อน ระบุว่า 12V 10AH  คิดเป็นมิลลิแอมป์ ได้ 10,000 มิลลิแอมป์

เห็นไหมค่ะว่าง่ายนิดเดียวคิดไม่อยากเลย คราวนี้เราก็มั่นใจได้ล้านเปอร์เซ็นว่าสามารถนำรถเข็นไฟฟ้าเครื่องบินได้แน่นอนค่ะ แต่!!! กฏระเบียบการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินนั้นก็จะมีกฏแยกย่อยของแต่ละสายการบิน ซึ่งกฏต่างกันไม่มากเรียกว่าเป็นเงื่อนไขแล้วกันค่ะ  ซึ่งแนะนำว่าให้ติดต่อสอบถามไปที่ Call Center ของสายการบินนั้น ๆ ทุกครั้งนะคะ เพื่อการเตียมตัวที่ถูกต้องแต่ครั้งนี้เราได้เลือกใช้บริการของสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งมีข้อปฏิบัติดังนี้ คือ

1.หลังจากที่จองตั๋วเครื่องบิน เรียบร้อยแล้ว ให้โทรไปที่ Call center เจ้าหน้าที่จะให้บริการคำแนะนำในการเตรียมเอกสารเกี่ยวกับแบตเตอรี่เพื่อนำขึ้นเครื่องบิน

2.ส่งรายละเอียดต่างๆของรถเข็น + แบตเตอรี่ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  ไปที่ E-mail : thailand-support@airasia.com

—-หลังจากส่งเรียบร้อยให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งแบบฟอร์มมาให้เรากรอก พอกรอกเอกสารเรียบร้อย ให้ส่งกลับไปที่ Emailเดิม อีกรอบ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง

—-หลังจากที่เจ้าหน้าที่คอนเฟิร์มกับเราว่าเอกสารเรียบร้อยแล้ว รอประมาณ 2-3 วัน ให้โทรไปเช็คกับCall center อีกครั้ง เพื่อการยืนยันที่ถูกต้อง หากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ปริ้นแบบฟอร์มนี้ ไปในวันเดินทางด้วยค่ะ เพราะต้องนำไปประกอบเอกสารชี้แจ้งกับเจ้าหน้าที่สบามบิน

ตื่นเต้น ๆ วันเดินทางมาถึงแล้ว…ออกเดินทางไปสนามบินกันแต่เช้า เพื่อรอเตรียมการเช็คอิน แนะนำว่าต้องไปเช็คอินที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ

เพราะเราต้องนำเอกสารที่เตรียมกับทาง Call center ให้เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์เซ็นรับทราบ   เรื่องนำวีลแชร์ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบิน หลังจากการประสานงานหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเรียบร้อยแล้ว ต้องนำแบตออกจากตัวรถเข็น เพราะแบตฯเราต้องถือขึ้นเครื่องบินเท่านั้น ส่วนรถเข็นไฟฟ้าของเรา เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กมาติดที่ตัวรถและนำไปสแกนที่ห้องสแกนแล้วนำไปโหลดให้เราเลยค่ะ หลังจากนั้นเราก็ดำเนินการตามปกติ เข้าไปรอที่ Gate รอเวลาเจ้าหน้าทีเรียกขึ้นเครื่องบิน พร้อมเดินทางไปเที่ยวที่เลยกันค่ะ

 

 

เย้ !! มาถึงเชียงคานแล้ว ลุยต่อกันเลย เที่ยวต่อกันเลยค่ะ        

 

 

  แวะไหว้พระกันซะหน่อย เพื่อความเป็นสิริมงคล                                                                                                                

 

จุดชมวิวแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามคือ สาธารณะธิปไตย์ประชาชนลาวนั้นเอง  วิวยามเย็นก็สวยไม่แพ้กัน…….

 

มาเที่ยวถนนคนเดินกันต่อ บรรยากาศช่วงเย็นก็ครึกครื้นไม่แพ้ช่วงมืดค่ำ มีร้านขายของมากมายให้เราเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ร้านจำหน่ายของที่ระลึก เสื้อผ้าสวย ๆ ทั้งนั้นเลย

 

นี่คือที่พักของเราค่ะ ดิ โอลด์ เชียงคาน บูติกโฮเทล เป็นที่พักที่มีเรื่องราวความเป็นมา และยังเป็นบ้านเก่าแก่ของคนสำคัญที่เชียงคานด้วยนะคะ สวยงามมาก ๆ เลย

 

ด้านหลังที่พักคือ แม่น้ำโขง ตื่นมาตอนเช้ามองหนามาก ๆ

 

ไหน ๆ เราก็มาถึงเชียงคานกันแล้ว เรามาร่วมสืบสานประเพณีวัฒธรรมตักบาตรข้าวเหนียว เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต

 

กินข้าวเช้ากัน นี้คืออาหารขึ้นชื่อของเชียงคาน “ข้าวเปียกเส้น” ขอกระซิบว่า อร่อยมาก ๆ

 

ท้องอิ่มแล้ววเดินเก็บบรรยากาศกันก่อนกลับบ้าน

 

ไว้มาใหม่นะเชียงคาน  เราหลงรักเธอมาก ๆ แต่ไม่อยากขึ้นคานนะ 555555

การนำรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 ซึ่งเป็นรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาเพียง 13.5 กิโลกรัม มาเที่ยวด้วย ช่วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นมากๆ พับ เก็บ กาง สะดวกสุด ๆ ยกเคลื่อนย้ายก็เบามากเที่ยวได้สนุก        ไม่เหนื่อยเลยค่ะ คุ้มค่ามากจริง ๆ  มีการแอบกระซิบว่ามี Lite1 แล้วต่อไปนี้จะเที่ยวให้หนำใจเลย ได้ยินเช่นนี้แล้วปลื้มใจจริง ๆ ค่ะเห็นรอยยิ้มของทุกคนแล้วยอมรับเลยล่ะคะว่า แฮปปี้สุดๆ  ><

หากใครไม่อยากเหงาเที่ยวคนดียว แนะนำพาคุณพ่อคุณแม่ปู่ย่าตายายไปด้วยนะคะ ไม่ต้องห่วงการเดินทางเลย เพียงแค่นำวีลแชร์ไฟฟ้าคันเล็ก ๆ สักคันที่ตอบโจทย์ในทุก ๆ ด้าน รับรองค่ะว่า           “ไม่ผิดหวังแน่นอน”        ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ

 

#Elifeพาเที่ยว #เที่ยวเมืองเลย #เชียงคานสวยมาก

 

รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน

รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน

     รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน น น น ….

       สวัสดีค่ะ แฟนคลับElife ทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? เวลาผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน จนล่วงเลยมาครึ่งปีแล้ว หลายท่านคงมีความสุขในใช้การชีวิตที่ดี แต่บางท่านอาจจะมีความทุกข์บ้างให้เป็นสีสันของการดำเนินชีวิต แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แอดมินเชื่อนะคะว่า จะเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับชีวิตเราค่ะ เพราะถึงอย่างไรเราก็ต้องทำการแสดงและดำเนินชีวิตกันต่อไป เพื่อให้โลกใบนี้มีสีสันมากยิ่งขึ้น
แต่จะว่าไปทางElifeเองก็มีประสบการณ์ที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ที่อยากจะนำมาแชร์และแบ่งปัน เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทางทุกท่าน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม นั้นก็คือ การนำรถเข็นนั่ง(Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน พาคนในครอบครัวไปเที่ยวค่ะ

หลายครั้งการเดินทางคนเดียวอาจจะเหงา แต่ครั้งนี้ไม่เหงาแน่นอนค่ะ ถ้าเราพาคนที่เรารักไปเที่ยวด้วย แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ ท่านคงกล่าวปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินทาง ด้วยความเกรงใจลูกหลาน แต่ลูกหลานอย่างเรา ก็เป็นคนรุ่นใหม่ซะด้วยซิ อย่ารอช้าค่ะ ทำการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก รถเช่า อย่างรวดเร็ว ยุคนี้คือยุคดิจิทัลทุกอย่างทำง่ายเพียงปลายนิ้ว ใช้เวลาก็แสนจะน้อยนิด

   ซึ่งพระเอก ของเราในทริปนี้ก็คือ รถเข็นนั่งManual รุ่น EW11Plus นั่นเองค่ะ หลายท่านคงสงสัย การนำรถเข็นนั่ง(Wheelchair Manual)ขึ้นเครื่องบินได้ด้วยหรอคะ?    ขึ้นได้ค่ะ และไม่มีค่าบริการน้ำหนักเพิ่มเติมด้วยนะคะ รู้แบบนี้แล้วก็คลายความกังวลใจไปได้เปราะนึง แล้ววิธีการนำรถเข็นนั่ง Manual รุ่น EW11Plus ขึ้นเครื่องบิน มีวิธีการอย่างไรบ้าง รายละเอียดตามด้านล่างนี้เลยค่ะ

1.ทำการสำรองตั๋วเครื่องบินตามปกติ มีนักเดินทางกี่ท่านระบุให้ครบ ให้ชัดเจน และอย่าลืมชำระค่าตั๋วด้วยนะคะ

2.เช็คอินที่สนามบิน ต้องไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ขณะเช็คอินว่า “เรามีวีลแชร์ไปด้วย” คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่า ตายาย (หรือใครสักคนที่มีความจำเป็นต้องใช้) หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กติดที่ตัวรถเข็นให้เราค่ะ พอเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำเข็นรถ เข็นไปที่Gate ได้เลย รอเวลาขึ้นเครื่องบินค่ะ ** ไม่แนะนำให้เช็คอินออนไลน์นะคะ เนื่องจากเรามีรถเข็นและต้องนำขึ้นเครื่องบิน จำเป็นต้องติดแท๊กเพื่อนำขึ้นเครื่องบินค่ะ **

 

3.พอถึงเวลาBoarding time (บอร์ดดิ้งไทม์) เจ้าหน้าที่จะประกาศให้เตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน เราก็ไปต่อกันเลยค่ะ เข็นผู้นั่งจนไปถึงหน้าประตูเครื่องบินได้เลย และก็พับรถเข็นไว้ที่หน้าประตูเครื่องบิน เราก็เดินไปที่นั่งตามปกติ รถเข็นที่พับไว้หน้าประตูเครื่องบิน จะถูกนำไปเก็บไว้ที่ช่องใต้เครื่องบินนั้นเองค่ะ ..ได้เวลาเดินทางกันแล้ว…ไปกันเลยค่ะ …….

 

4.พอถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย รถเข็นของเราก็จะถูกนำมาวางไว้ที่หน้าประตูเครื่องบินหรือข้างล่างเครื่องบินเราสามารถหยิบรถเข็นเพื่อนำมากาง เตรียมความพร้อมใช้งานต่อได้ทันทีเลยค่ะ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การนำรถเข็นขึ้นเครื่องบินไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ขั้นตอนก็ง่ายนิดเดียว และยังได้รับการบริการจากเจ้าหน้าที่สนามบินเป็นอย่างดี และที่สำคัญหากเรามีรถเข็นนั่ง ได้พาคนที่เรารักไปเที่ยวด้วยยิ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ทุกคนมีความสุข

เพิ่มเติม : หากต้องการนำรถเข็นนั่งธรรมดา(Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ทุกรุ่น เนื่องจากไม่มีมอเตอร์และแบตเตอรี่ แต่ถ้าหากต้องการใช้งานได้ดีเหมาะแก่การท่องเที่ยว Elife ขอแนะนำรุ่นรถเข็นนั่งEW11 ,EW11 Plus และ EW112 ค่ะ เพราะโมเดลรถเข็นรุ่นเหล่านี้ เล็กกระทัดรัดใช้งานได้ดี เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วนั่นเองค่ะ

 

ข้อสำคัญ: แต่ละสายการบินมีกฏระเบียบการนำรถเข็นนั่งธรรมดา (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบินที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบคล้ายกันแต่เพื่อป้องกันการผิดพลาด แนะนำให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่สายการบินทุกครั้งก่อนการเดินทางเพื่อการเตรียมตัวที่ถูกต้องค่ะ   

 

 

                                     
 

                                                                                                                                                                                        **ขอขอบคุณสายการบินแอร์เอเชีย ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง**