แผลกดทับคืออะไร ??

แผลกดทับคืออะไร ??

แผลกดทับ (pressure sores)

แผลกดทับ คือบริเวณผิวหนังและกล้ามเนื้อที่เกิดความเสียหาย สามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงแต่ ส่งผลกระทบเป็นระยะเวลานานหลายเดือนและอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้

 

 

สาเหตุของแผลกดทับ สาเหตุหลักของการเกิดแผลกดทบัมี 3 ประการ ดังนี้

แรงกดทับ (pressure): แผลกดทับอาจเกิดจากแรงกดทับบนผิวหนังจากการนั่ง หรือนอนในท่าเดิมเป็นเวลานานเกินไปโดยไม่มีการเคลื่อนไหว

            ผู้ใช้รถนั่งคนพิการเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงเนื่องจากใช้เวลานั่งบนรถนั่งคนพิการแต่ ละวันเป็นเวลานาน    หากไม่มีการลดแรงกดทับ แผลกดทับจะเกิดขึ้นง่ายมาก

การเสียดสี (friction):  การเสียดสี เป็นการถูไปมาบนผิวหนัง  ตัวอย่างเช่น แขน ถูไปมากับล้อ/ที่พักแขนในขณะที่รถนั่งคนพิการเคลื่อนอาจเกิดแผลกดทับได้

แรงเฉือน (shear):  เกิดจากการที่ผิวหนังอยู่นิ่งถูกยืดหรือบีบเนื่องจากกล้ามเนื้อ หรือกระดูกเคลื่อนที่   

ตัวอย่างในผู้ใช้รถนั่งคนพิการที่นั่ง “ตัวงอโค้งไปด้านหน้า” ผิวหนังจะเกิดอันตราย จากการฉีกขาดที่เกิดขึ้นบริเวณปุ่มกระดูกรองนั่ง เนื่องจากเชิงกรานจะหมุนไป ทางด้านหลัง หรือเกิดจากปุ่มกระดูกสันหลังถูกับพนักพิง

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดแผลกดทับ

นอกเหนือจากสาเหตุสำคัญ 3 ประการที่ทำให้เกิดแผลกดทับแล้ว ยังมีอีกหลายสิ่งที่เพิ่มโอกาสการเกิดแผล กดทับได้ง่ายขึ้น ซึ่งเรียกว่า “ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับ” (pressure sore risk factors”

  • บุคคลที่สุญเสียการรับความรู้สึก : บุคคลที่สูญเสียหรือไม่สามารถรับรู้ความรู้สึกสัมผัสบริเวณก้น (โดยเฉพาะในผู้ป่วยอัมพาตครึ่งท่อนและผู้ป่วยอัมพาตทั้งตัว) มีโอกาสเกิดแผลกดทับบริเวณก้นและขา 
  • บุคคลที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ : ผู้ที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้จะไม่สามารถลดแรงกดได้
  • ความชื้นจากเหงื่อน้ำหรือปัสสาวะ/อุจจาระเล็ดราด : ความชื้นทำให้ผิวหนังนุ่มและทำให้เกิดอันตรายได้ง่าย ถ้าผู้ป่วยไม่ทราบวิธีจัดการกับปัสสาวะ/อุจจาระที่เหมาะสม ปัสสาวะและอุจจาระจะ ระคายเคืองต่อผิวหนัง

วิธีการรักษาแผลกดทับ


    หัวใจสำคัญในการรักษาแผลกดทับคือ การลดภาวะเสี่ยงจากการกดทับ ช่วยให้ผู้ป่วยเกิดแรงกดทับที่อวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งน้อยลง ดูแลแผล บรรเทาอาการเจ็บแผล ป้องกันการติดเชื้อที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งการรักษาแบบองค์รวมจะช่วยให้สามารถดูแลได้ครบทุกด้าน วิธีการรักษาแผลกดทับ ได้แก่

  1. ลดแรงกดทับ โดยจัดท่าผู้ป่วยให้พลิกตัวทุก 2 ชั่วโมง หากนอนตะแคงควรนอนที่ 30 – 45 องศา นอนหนุนศีรษะไม่สูงเกิน 30 องศา ไม่นั่งกดทับแผล หรือให้ผู้ป่วยนอน โดยใช้เบาะลม หรือที่นอนลม เพื่อป้องกันแผลกดทับ โดยการเกิดแผลกดทับ เกิดจากการนอน กดทับจุดใด จุดหนึ่งเป็นเวลานาน เราจึงเลือกใช้ที่นอนลม เพื่อลดแรงกดทับ

2.ดูแลแผล เนื่องจากแผลจะหายในที่ที่มีความชุ่มชื้นอยู่บ้าง ดังนั้นในการทำแผลแพทย์จะพิจารณาน้ำหลั่งจากแผล ถ้าน้ำหลั่งเยอะ จะใช้วัสดุที่ดูดซับได้ดี แต่ถ้าน้ำหลั่งน้อยมาก แพทย์จะใช้วัสดุติดแผลที่ไม่ติดมากนัก จากนั้นแพทย์จะพิจารณาพื้นแผล ก้นแผล ขอบแผล ประเมินภาวะติดเชื้อ โดยจะเลือกวัสดุปิดแผลที่เหมาะกับประเภทของแผลเป็นสำคัญ เพื่อให้แผลหายเร็วขึ้นและลดการเสียดสีที่ผิวหนัง

3.การตัดเนื้อตาย แพทย์จะทำการตัดเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายออกไป เพราะแผลกดทับจะหายได้ต้องไม่มีการติดเชื้อหรือเนื้อเยื่อตาย โดยแพทย์อาจนำส่วนของกล้ามเนื้อ ผิวหนัง หรือเนื้อเยื่อในร่างกายของผู้ป่วยมาปิดแผลและกระดูกในบริเวณที่ได้รับผลกระทบจากแผลกดทับ และแพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะ ครีม ขี้ผึ้ง หรือการดูแลต่าง ๆ เพิ่มเติมตามความเหมาะสม

 

อ้างอิงข้อมูลจาก : หลักสูตรอบรมการให้บริการรถนั่งคนพิการ 

คุณยาย80ปียังแจ๋ว..มาออกกำลังกายกันเถอะ

คุณยาย80ปียังแจ๋ว..มาออกกำลังกายกันเถอะ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกเพศทุกวัยเพราะมีประโยชน์มากมายเช่น ช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บชะลอความแก่วัยมีรูปร่างทรวดทรงที่ดีและสวยงาม และที่สำคัญคือช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้   ซึ่งการออกกำลังกายนั้น มีวิธีให้เราเลือกออกกำลังกายหลากหลายวิธี  ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ความชอบและความเหมาะสมของสภาพร่างกายของแต่ละช่วงวัย และในบทความนี้ Elife ขอนำเสนอการออกกำลังกาย สำหรับผู้สูงอายุในรูปแบบการออกกำลังกายโดยการ เพาะกาย ตกใจใช่ไหมคะ? ไม่ต้องตกใจคะ เพราะมีผู้สูงอายุ วัย80 ปี ที่เลือกออกกำลังกาย โดยการเพาะกายและยังเป็นเทรนเนอร์อีกด้วย มาดูกันคะ  ว่าคุณยาย วัย80 ปี แล้วเนี้ย ว่าจะมีรูปร่าง ที่แข็งแรงและน่าทึ่งขนานไหน

kapook_world-913492

คุณยาย Ernestine Shepherd เกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 1936จนกระทั้งอายุ56ปี คุณยายได้เริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจรัง และต่อมา คุณยายได้รับรางวัลอันดับที่2 ในการประกวดเพาะกายในปี2010-2011 และนอกจากนี้ยังได้บันทึกลง Guinness Book ว่าเป็นนักเพาะกายหญิงที่มีอายุมากที่สุดของโลกอีกด้วย!! ไม่ธรรมดาจริงๆ

oldest-female-bodybuilder-grandma-80-year-old-ernestine-shepherd-1

oldest-female-bodybuilder-grandma-80-year-old-

 

แล้วอะไรคือความลับของคุณยายที่สามารถสร้างร่างกายให้แข็งแรงได้ขนาดนี้ นั้นก็คือ ความมีระเบียบวินัยความมุ่งมันและการทำงานอย่างหนักในสมัยก่อน คุณยายตื่นตั้งแต่03.00 น. เพื่อมาวิ่ง 80ไมล์ หรือ130 กิโลเมตร ต่อสัปดาห์ และทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคุมแคลอรี่ เช่น ไข่ขาว ไก่ ผักนานาชนิดและดื่มน้ำในปริมาณที่มากๆให้เพียงพอต่อร่างกาย แต่ความลับที่แท้จริงของคุณยายง่ายๆก็คือ คุณยายไม่เคยยอมแพ้และท้อถอยในการออกกำลังกายนั้นเอง และปัจจุบันคุณยายยังเป็นเทรนเนอร์ให้กับผู้หญิงที่สนใจและชอบการออกกำลังกายอีกด้วย เห็นแบบนี้แล้วอยากหุ่นนี้แบบคุณยาย เราต้องรีบออกกำลังกายกันแล้วค่ะ เพื่อจะได้มีรูปร่างที่สวยงามเหมือนกับคุณยายท่านนี้ 80ปียังแจ๋ว จริงๆ

oldest-female-bodybuilder-grandma-80-year-old-ernestine-shepherd-6

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ น่าทึ่งไปเลยใช่ไหมคะ  ไม่น่าเชื่อว่าคุณยาย อายุ80ปีแล้ว จะมีรูปร่างที่แข็งแรงทรวดทรงที่สวยงามและหน้าตายังอ่อนกว่าวัยมากอีกด้วยทั้งนี้เพราะคุณยายเลือกออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน และ ดูแลตัวเองอย่างดีเสนอมาและถ้าใครอยากหุ่นดีมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแต่ยังเลือกวีธีหรือประเภทการออกกำลังกายไม่ได้ ลองให้การ“เพาะกาย” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจเลือกประเภทการออกกำลังกายนะคะ  รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ

80 Years old

 

เครดิตจาก:http://www.boredpanda.com/oldest-female-bodybuilder-grandma-80-year-old-ernestine-shepherd/

ที่มาของของ”ยาหม่อง”

ที่มาของของ”ยาหม่อง”
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

แหล่งที่มา เว็บไซต์เด็กดี

ยาหม่องถือกำเนิดในประเทศแถบยุโรป เนื่องจากเป็นเมืองหนาว คนก็จะเป็นหวัด คัดจมูกกันมาก เพราะอากาศ มันมักจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ เขาก็จะใช้น้ำมันที่เรียกว่าเมนทอลาทัมทาบรรเทา อาการเป็นหวัด คัดจมูก

ต่อมาก็มีการนำเอาเมนทอลาทัม มาผสมกับสมุนไพรต่างๆเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสให้ร้อนแรงมากยิ่ง ขึ้น และส่งมาขายทางประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย เมื่อเข้ามาในประเทศไทยก็เป็นที่แพร่หลาย ซึ่งยี่ห้อแรกๆที่เข้ามาขายประเทศไทย ก็คือยาหม่องตราเสือ หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า TIGER PLAM

ส่วนเหตุที่เรียกว่ายาหม่องนั้น มี 2 ทฤษฎีด้วยกัน ทฤษฎีปแรก ว่ากันมา คนขายยาหม่อง2 พี่น้องชาว จีนชื่อ โอวบุ้นโฮ้ว และโอวบุ้นพาร์ มีอาชีพเล่นมายากล เมื่อเล่นมายากลได้สักระยะหนึ่ง ก็จะตีฆ้องหม่องๆๆๆ เพื่อขายยาหม่อง เสียง หม่องๆๆ นี้ จึงเป็นที่มาของคำว่ายาหม่อง

ส่วนทฤษฎีที่ 2 ก็คือ นายโอวบุ้นโฮ้ว และโอวบุ้นพาร์ นั้นไปปลูกบ้านบำนักอยู่ที่ประเทศพม่า และส่ง ยาหม่องจากพม่ามาขายในประเทศไทย ซึ่งคนไทยเราจะเรียกพม่าว่าหม่อง เราจึงเรียกยานี้ว่ายาหม่อง อันที่มาของคำว่ายาหม่อง ใน ปัจจุบัน

น้ำบริสุทธิ์

น้ำบริสุทธิ์
Girl with Glass of Water
Girl with Glass of Water

แหล่งที่มา รายการช่องสามเผยแพร่ทางยูทูป เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2554

Article-Template757

การดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ
อาการที่เกิดขึ้นจากการดื่มน้ำน้อยก็จะสัมผัสได้ถึง อาการของผิวแห้ง ตาแห้ง ปากแห้งแตก ท้องผูก มีกลิ่นปาก ร่างกายไม่สดชื่น อาการเหล่านี้คืออาการที่ดื่มน้ำน้อย ดังนั้นเรามาดูกันว่าการดื่มน้ำถูกวิธีและได้ประโยชน์จากการดื่มน้ำทำอย่างไรกันบ้าง
1.ตื่นนอนตอนเช้าอย่าพึ่งแปรงฟันให้เราดื่มเปล่าที่อุ่นก่อนดื่ม4แก้วค่อยๆดื่ม ดื่มช้าๆ ในช่วงแรกๆอาจจะทำไม่ได้เราก็ค่อยๆฝึกไปให้ร่างกายเกิดความเคยชิน เหตุผลที่ให้ดื่มน้ำอุ่นในตอนเช้าก่อนแปรงฟันเพราะน้ำลายบูดของเราตอนเช้าจะช่วยล้างคอล้างลำไส้ เพื่อการขับถ่ายที่ง่ายขึ้น และล้างไต และยังมีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสอีกด้วย
2.ดื่มน้ำ 1แก้ว ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อ เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วก็ดื่มน้ำตามอีก1แก้วน้ำอุณหภูมิห้อง
3.ในระหว่างวันเราควรดื่มน้ำในช่วงเวลาดังต่อไปนี้
– 10.00 น. 1แก้ว, 14.00 น. 1แก้ว, 16.00 น.1แก้ว และก่อนนอนอีก1แก้ว
การดื่มน้ำตามเวลาดังกล่าว จะทำให้ร่างกายของเรา สดชื่นและมีชีวิตชีวาค่ะ ดื่มน้ำก่อนนอนจะช่วยให้เราหลับสบายขึ้นด้วย

1301315738

โดยปกติแล้ว คนเราควรดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน แต่อย่างที่ทราบกันว่าสภาวะร่างกายของแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้นเราจึงมี สูตรคำนวณ ของการดื่มน้ำให้เข้ากับร่างกายของแต่ล่ะคนมาฝากกันด้วย
นำน้ำหนักตัวx33 = เท่ากับน้ำที่ร่างกายของแต่ละคนต้องการในแต่ล่ะวันค่ะ
60×33 = 1980 ดังตัวอย่างที่คำนวณออกมา 1980ซีซี หรือ เกือบสองลิตรที่ร่างกาย ต้องรับน้ำเข้าไปในร่างกาย
เหตุผลที่ต้องดื่มน้ำเยอะ ในแต่ล่ะวันเพราะน้ำเป็นกลไกหนึ่งของร่างกายที่สำคัญเพราะน้ำที่ดื่มเข้าไปจะแบ่งตามสัดส่วน ส่วนหนึ่งช่วยระบบย่อยอาหาร ส่วนหนึ่งช่วยชำระล้างสิ่งตกข้างในร่างกาย ส่วนหนึ่งเป็นพาหนะนำส่งสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
เห็นไหมว่าน้ำมีประโยชน์มากมายขนาดไหนคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย สาวๆหนุ่มๆอย่างเราต้องหันมาใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้นนะคะดื่มเพิ่มขึ้น เพื่อสุขภาพของเราเอง

ท่าออกกำลังและยืดเส้นสำหรับผู้สูงอายุ

คัดย่อจากบทความโดย Siamhealth

การยืดหยุ่น Flexibility

78629262

เมื่ออายุมากขึ้นกล้ามเนื้อจะฝ่อลงความยืดหยุ่นของข้อ เอ็นและกล้ามเนื้อจะลดลงซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดข้อเสื่อมข้ออักเสบ การบริหารชนิดนี้จะช่วยให้การเคลื่อนไหวของข้อต่างๆดีขึ้น ลดการเสื่อมของข้อในชีวิตประจำวันท่านสามารถทำได้ทุกวันโดยการก้ม การเคลื่อนไหว การทำงานบ้าน การเต้นรำ การตีกอล์ฟ เป็นต้น

ตัวอย่างท่าการยืดหยุ่นมีดังนี้

ๅ

Finger Stretching การยืดกล้ามเนื้อนิ้วมือ โดยการคว่ำมือขวามือซ้ายวางไว้บนปลายนิ้วมือขวา ให้นิ้วมือขวาขยับขึ้นขณะที่มือซ้ายกดลง ออกแรงต้านกัน และกลับกันให้ตั้งนิ้วมือขวาและกดนิ้วมือขวาลงต้านแรงของมือซ้าย ให้ทำข้างละ 5 ครั้ง

2

Hand Rotation การบริหารท่านี้ จะทำให้การเคลื่อนไหวของข้อมือ และนิ้วดีขึ้นให้มือซ้ายจับข้อมือขวา ให้หมุนข้อมือขวาอย่างช้าๆ 5 รอบและให้หมุนกลับทิศ 5 รอบ ให้หมุนข้อมือซ้ายเหมือนข้อมือขวา

3

Ankle and Foot Circling การบริหารท่านี้ จะทำให้การเคลื่อนไหวของข้อเข่า และข้อเท้าดีขึ้นโดยการนั่งไขว้เข่า และให้หมุนข้อเท้าวงใหญ่ 10 รอบและให้สลับข้าง

4

Neck Extension การบริหารท่านี้จะทำให้ข้อคอเคลื่อนไหวดีขึ้น วิธีการโดยการนั่งบนเก้าอี้ ก้มหน้าเอาคางจรดอก แล้วเงยหน้ากลับสู่ท่าตรงหันหน้าไปทางซ้ายกลับท่าตรง หันหน้าไปทางขวา ให้ทำซ้ำ 5 ครั้ง

5

Single Knee Pull เป็นการยืดกล้ามเนื้อหลัง และต้นขาโดยการให้นอนหงาย ใช้มือดึงหน้าแข้งให้เข่าจรดหน้าอกให้นับ 1-5ให้ทำข้างละ 3-5 ครั้ง

6

แกว่งแขน ให้ยืนกางเท้าแกว่งแขนไปข้างหน้า และแกว่งไปข้างหลังและยกมือขึ้นเหนือศีรษะ ให้แกว่ง 6-8 ครั้ง

7

ยกมือขึ้น นั่งบนเก้าอี้หายใจเข้าช้าๆพร้อมกับยกมือขึ้น ยกมือลงพร้อมกับหายใจออกช้าๆ ทำซ้ำ 6-8 ครั้ง

8

ยืดกล้ามเนื้อหลัง โดยการนั่งบนเก้าอี้ก้มหลังให้ใกล้ชิดเข่าโดยมือจับบนเข่า ทำซ้ำบนขาอีกข้างหนึ่งข้างละ 4-6 ครั้ง

9

การยืดกล้ามเนื้อหน้าอก ยืนบนพื้นเท้าแยกจากกันเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องและเท้า ยกมือขึ้นระดับหน้าอกหายใจเข้าพร้อมกับดึงมือออกด้านข้าง หายใจออกพร้อมกับดึงมือกลับท่าเริ่มต้น

10

ให้นั่งกางเท้าออกให้กว้างให้มากที่สุด ค่อยหายใจออก และโน้มตัวลงพร้อมกับเลื่อนมือไปตามขาให้ไกลที่สุดให้นับ 1-8 ทำ 3-4 ครั้ง

11

บริหารเอ็นส้นเท้า ยืนห่างกำแพง 2 ฟุตก้าวเท้าซ้ายออกมาข้างหน้าครึ่งก้าว ก้าวเท้าขวาถอยหลังครึ่งก้าว มือทั้งสองข้างยันกำแพง ส้นเท้าขวาติดพื้น โน้มตัวไปข้างหน้าจะเกิดการตึงตัวของกล้ามเนื้อน่อง และเอ็นส้นเท้า นับ 1-8 ทำซ้ำ 3-6 ครั้ง

12

บริหารหน้าท้องและหลัง ให้นอนคว่ำ ปลายเท้าเหยียดตรงหายเข้าเข้าเต็มที่ ขณะที่เริ่มหายใจออกให้ยกลำตัวส่วนบนขึ้นจนข้อศอกทำมุม 90 องศาโดยที่หลังงอเล็กน้อยสะโพกอยู่ติดพื้นให้นับ 1-5 ทำซ้ำ4-6 ครั้ง

last

นอนตะแคงซ้าย มือขวาจับบริเวณข้อเท้าดึงไปทางด้านหลังนับ 1-10 ทำซ้ำ 3-5 ครั้ง


[suffusion-widgets id=’6′]