รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1

ท้องฟ้าสดใส กับบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง นับเป็นช่วงเวลาที่ดีในการจัดทริปท่องเที่ยวสักทริป เพื่อพาคนในครอบครัวไปเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนที่พักหลับนอน อาหารการกิน ให้เป็นกำไรชีวิตในช่วงวันหยุด ก่อนจะกลับมาลุยงานกันต่อ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปที่ใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆแค่ 2วัน 1คืน โดยจังหวัดที่เราเลือกไป คือ จ.เลย พูดถึง เลย คงไม่มีใคร ที่จะไม่รู้จัก เชียงคาน เมืองแห่งวัฒนธรรม กลิ่นอายแม่น้ำโขง ขึ้นชื่อถนนคนเดิน สืบสานความสัมพันธ์ไทย-ลาว

***แล้วเราจะรู้สึกว่าเวลาเดินช้า ถ้าได้มาลองพักผ่อนกับเมืองเล็กๆแห่งนี้***

โดยการเดินทางครั้งนี้ จะพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเราได้นำรถเข็นไฟฟ้า รุ่น Lite1 พกพาไปด้วย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในทริปนี้ และเชื่อว่าทุกคนในครอบครัวต้องมีความสุขกับทริปเล็ก ๆ ในครั้งนี้แน่นอนค่ะ

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือวันและเวลาต้องพร้อมตรงกัน เมื่อได้วันที่พร้อมแล้วก็ลุย !!! จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า กันเลยค่ะ สายการบินที่ลงสนามบิน จ.เลย มีแค่ 2สายเท่านั้น คือ นกแอร์                    และแอร์เอเชีย  ลองตามโปรโมชั่นกันดูนะคะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ตั๋วถูกพอ ๆ กับนั่งรถทัวร์กันเลยทีเดียว พอ Booking ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมโอนเงินกันด้วยล่ะ ข้อนี้สำคัญมากกกก

อย่างที่กล่าวไว้ทริปนี้คือทริปพิเศษเพราะเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกไปด้วย ฉะนั้นก็จะต้องเพิ่มความพิเศษเข้ามาเล็กน้อย การที่เราจะนำรถเข็นไฟฟ้า ขึ้นเครื่องบินได้นั้น ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำขึ้นได้ทุกรุ่นนะคะ ข้อนี้สำคัญมาก ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถเข็นไฟฟ้านั้น ต้องสอบถามข้อมูลจากผู้ขายให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน จุดสำคัญมีเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือ “แบตเตอรี่” ต้องเป็นประเภทลิเธียมไออ้อน (Lithium Ion) เท่านั้น และความจุแบต ต้องไม่เกิน 32,000 มิลลิแอมป์ ซึ่งสายการบินส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบนี้ เอ้า!!! แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากี่มิลลิแอมป์ เพราะส่วนใหญ่กฏสากลจะระบุขนาดของแบตฯ(ความจุ)ข้างตัวแบต มีหน่วย เป็น V (โวลต์) และ Ah (แอมป์) เท่านั้น แต่ด้วยความรู้ที่สะสมมาทั้งหมดที่มี การคิดคำนวณเป็นมิลลิแอมป์ ก็ง่ายแสนง่าย

ตัวอย่างเช่น 12V 6 AH คิดเป็นมิลลิแอมป์ (mAh) คือ นำ AH x 1000 ดังนั้น แบตฯก้อนนี้ มีความจุ เพียงแค่ 6,000 มิลลิแอมป์ เท่านั้น

หรือ บางก้อน ระบุว่า 12V 10AH  คิดเป็นมิลลิแอมป์ ได้ 10,000 มิลลิแอมป์

เห็นไหมค่ะว่าง่ายนิดเดียวคิดไม่อยากเลย คราวนี้เราก็มั่นใจได้ล้านเปอร์เซ็นว่าสามารถนำรถเข็นไฟฟ้าเครื่องบินได้แน่นอนค่ะ แต่!!! กฏระเบียบการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินนั้นก็จะมีกฏแยกย่อยของแต่ละสายการบิน ซึ่งกฏต่างกันไม่มากเรียกว่าเป็นเงื่อนไขแล้วกันค่ะ  ซึ่งแนะนำว่าให้ติดต่อสอบถามไปที่ Call Center ของสายการบินนั้น ๆ ทุกครั้งนะคะ เพื่อการเตียมตัวที่ถูกต้องแต่ครั้งนี้เราได้เลือกใช้บริการของสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งมีข้อปฏิบัติดังนี้ คือ

1.หลังจากที่จองตั๋วเครื่องบิน เรียบร้อยแล้ว ให้โทรไปที่ Call center เจ้าหน้าที่จะให้บริการคำแนะนำในการเตรียมเอกสารเกี่ยวกับแบตเตอรี่เพื่อนำขึ้นเครื่องบิน

2.ส่งรายละเอียดต่างๆของรถเข็น + แบตเตอรี่ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  ไปที่ E-mail : thailand-support@airasia.com

—-หลังจากส่งเรียบร้อยให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งแบบฟอร์มมาให้เรากรอก พอกรอกเอกสารเรียบร้อย ให้ส่งกลับไปที่ Emailเดิม อีกรอบ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง

—-หลังจากที่เจ้าหน้าที่คอนเฟิร์มกับเราว่าเอกสารเรียบร้อยแล้ว รอประมาณ 2-3 วัน ให้โทรไปเช็คกับCall center อีกครั้ง เพื่อการยืนยันที่ถูกต้อง หากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ปริ้นแบบฟอร์มนี้ ไปในวันเดินทางด้วยค่ะ เพราะต้องนำไปประกอบเอกสารชี้แจ้งกับเจ้าหน้าที่สบามบิน

ตื่นเต้น ๆ วันเดินทางมาถึงแล้ว…ออกเดินทางไปสนามบินกันแต่เช้า เพื่อรอเตรียมการเช็คอิน แนะนำว่าต้องไปเช็คอินที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ

เพราะเราต้องนำเอกสารที่เตรียมกับทาง Call center ให้เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์เซ็นรับทราบ   เรื่องนำวีลแชร์ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบิน หลังจากการประสานงานหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเรียบร้อยแล้ว ต้องนำแบตออกจากตัวรถเข็น เพราะแบตฯเราต้องถือขึ้นเครื่องบินเท่านั้น ส่วนรถเข็นไฟฟ้าของเรา เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กมาติดที่ตัวรถและนำไปสแกนที่ห้องสแกนแล้วนำไปโหลดให้เราเลยค่ะ หลังจากนั้นเราก็ดำเนินการตามปกติ เข้าไปรอที่ Gate รอเวลาเจ้าหน้าทีเรียกขึ้นเครื่องบิน พร้อมเดินทางไปเที่ยวที่เลยกันค่ะ

 

 

เย้ !! มาถึงเชียงคานแล้ว ลุยต่อกันเลย เที่ยวต่อกันเลยค่ะ        

 

 

  แวะไหว้พระกันซะหน่อย เพื่อความเป็นสิริมงคล                                                                                                                

 

จุดชมวิวแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามคือ สาธารณะธิปไตย์ประชาชนลาวนั้นเอง  วิวยามเย็นก็สวยไม่แพ้กัน…….

 

มาเที่ยวถนนคนเดินกันต่อ บรรยากาศช่วงเย็นก็ครึกครื้นไม่แพ้ช่วงมืดค่ำ มีร้านขายของมากมายให้เราเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ร้านจำหน่ายของที่ระลึก เสื้อผ้าสวย ๆ ทั้งนั้นเลย

 

นี่คือที่พักของเราค่ะ ดิ โอลด์ เชียงคาน บูติกโฮเทล เป็นที่พักที่มีเรื่องราวความเป็นมา และยังเป็นบ้านเก่าแก่ของคนสำคัญที่เชียงคานด้วยนะคะ สวยงามมาก ๆ เลย

 

ด้านหลังที่พักคือ แม่น้ำโขง ตื่นมาตอนเช้ามองหนามาก ๆ

 

ไหน ๆ เราก็มาถึงเชียงคานกันแล้ว เรามาร่วมสืบสานประเพณีวัฒธรรมตักบาตรข้าวเหนียว เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต

 

กินข้าวเช้ากัน นี้คืออาหารขึ้นชื่อของเชียงคาน “ข้าวเปียกเส้น” ขอกระซิบว่า อร่อยมาก ๆ

 

ท้องอิ่มแล้ววเดินเก็บบรรยากาศกันก่อนกลับบ้าน

 

ไว้มาใหม่นะเชียงคาน  เราหลงรักเธอมาก ๆ แต่ไม่อยากขึ้นคานนะ 555555

การนำรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 ซึ่งเป็นรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาเพียง 13.5 กิโลกรัม มาเที่ยวด้วย ช่วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นมากๆ พับ เก็บ กาง สะดวกสุด ๆ ยกเคลื่อนย้ายก็เบามากเที่ยวได้สนุก        ไม่เหนื่อยเลยค่ะ คุ้มค่ามากจริง ๆ  มีการแอบกระซิบว่ามี Lite1 แล้วต่อไปนี้จะเที่ยวให้หนำใจเลย ได้ยินเช่นนี้แล้วปลื้มใจจริง ๆ ค่ะเห็นรอยยิ้มของทุกคนแล้วยอมรับเลยล่ะคะว่า แฮปปี้สุดๆ  ><

หากใครไม่อยากเหงาเที่ยวคนดียว แนะนำพาคุณพ่อคุณแม่ปู่ย่าตายายไปด้วยนะคะ ไม่ต้องห่วงการเดินทางเลย เพียงแค่นำวีลแชร์ไฟฟ้าคันเล็ก ๆ สักคันที่ตอบโจทย์ในทุก ๆ ด้าน รับรองค่ะว่า           “ไม่ผิดหวังแน่นอน”        ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ

 

#Elifeพาเที่ยว #เที่ยวเมืองเลย #เชียงคานสวยมาก