กรน…เกิดจากอะไร

กรน…เกิดจากอะไร

สวัสดีครับ ชาว Elife ผมเชื่อว่าทุกรู้กันอยู่แล้วว่าการนอนหลับ ทำให้ร่างกายของเราได้พักผ่อนเหมือนเป็นการชาร์จแบตเตอรี่เพื่อให้เรามีพลังใช้ชีวิตในวันต่อไปได้ และการหลับพักผ่อนของเรานั้นนอกจากจะเป็นการเติมพลังให้ร่างกายแล้ว ยังเป็นการให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนต่างๆที่สึกหลอไปจากการใช้งานตอนกลางวันอีกด้วย ดังนั้นนี่จึงเป็นสาเหตุหลักสำคัญว่าทำไมร่างกายจึงควรได้รับการหลับพักผ่อน การที่บอกว่านอนดึก พักผ่อนน้อย ทำให้หน้าแก่และโทรมลงเร็วกว่าปกติจึงไม่ใช่เรื่องเกินจริง

แต่ถ้าเราก็นอนตรงเวลาทุกวัน หรือก็นอนครบ 7-8 ชม. แล้วแต่ยังรู้สึกเพลีย และนอนไม่พอละ หน้าก็โทรมตลอดเหมือนคนนอนไม่พอตลอด แถมคนที่บ้านก็บอกว่าได้ยินเสียงเราหายใจดังมากๆนอนตอนนอนด้วยจนบางทีทำเขานอนไม่หลับไปด้วย โอ้! แบบนี้ดูจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะซีเรียสแล้วละ เพราะเสียงนี้คือเสียง “กรน” และอาจจะเป็นสิ่งที่เป็นสัญญาณบอกสาเหตุว่าทำไมเราถึงรู้สึกว่าตอนเองนอนไม่พอแม้จะนอนเยอะมากๆก็ตาม ก่อนอื่นไปดูกันก่อนดีกว่าว่าการนอนกรนเกิดจากอะไร?

การนอนกรนเกิดจากการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่ออ่อนบริเวณด้านหลังหลอดลมส่วนบน ลิ้นไก่ และเพดานอ่อน ที่แคบลงจากหย่อนตัวของกล้ามเนื้อขากรรไกรล่าง ลิ้น และเพดานอ่อน ในขณะหลับทำให้ไปขัดขวางทางลมผ่านของการหายใจ โดยเสียงดังจากการนอนกรนเกิดจากตำแหน่งการสั่นของอวัยวะที่แตกต่างกันออกไป เช่น ถ้าเกิดการสั่นที่เพดานอ่อน หรือลิ้นไก่ ก็จะทำให้เสียงของการนอนกรนเกิดจากในลำคอ หรือถ้ามีการสั่นที่เนื้อเยื่ออ่อนด้านหลังโพรงจมูก ก็จะทำให้มีเสียงนอนกรนแบบขึ้นจมูก

นอกจากนี้อาการนอนกรนเกิดจากสาเหตุโดยอ้อมอย่างความผิดปกติของขากรรไกร โครงสร้างใบหน้า โรคต่าง ๆ เช่น เนื้องอกในโพรงจมูก ภูมิแพ้ การรับประทานยานอนหลับ หรือปัจจัยร่วม ดังนี้

  • น้ำหนักตัวเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งวัดได้จากค่าดัชนีมวลกาย (BMI) : ค่า BMI เกิน 35 Kg/m2
  • ไขมันในช่องคอหนา : รอบคอเกิน 40 cm
  • ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำ ก็ทำให้กล้ามเนื้อหย่อนได้
  • นอนกรนมากขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น
  • สูบบุหรี่เป็นประจำ
  • ความเหนื่อยที่สะสมในแต่ละวัน
  • นอนหงายเป็นประจำ

การนอนกรนอันตรายไหม?

ปัญหาการนอนกรนนั้นมีทั้งแบบที่อันตรายและไม่อันตราย โดยจะสามารถแยกเป็นระดับอาการ ดังนี้

ระดับกรนธรรมดา : เป็นอาการนอนกรนเกิดจากการตีบแคบของทางเดินหายใจบางส่วนขณะนอนหลับ ซึ่งในขณะที่นอนหลับก็ยังสามารถหายใจได้ ในระดับที่ไม่เป็นอันตราย แต่เสียงกรนจะสร้างความรำคาญให้กับรอบข้าง

ส่งผลให้นอนหลับยาก จนเกิดปัญหาความสัมพันธ์  อีกทั้งยังทำให้ผู้ที่นอนกรนเกิดความไม่มั่นใจ และก่อให้เกิดปัญหาในการเข้าสังคมได้

ระดับกรนที่อันตราย : เป็นอาการนอนกรนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย โดยการนอนกรนเกิดจากทางเดินหายใจที่ตีบแคบมากขึ้นเรื่อย ๆ จนปิดสนิทไปชั่วขณะ ทำให้อากาศผ่านไม่ได้ โดยจะมีอาการนอนกรนเสียงดัง แล้วหยุดเงียบไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง

การนอนกรนเป็นประจำ ก็ทำให้ผู้นอนกรนต้องประสบกับความยากลำบากในการหายใจ กลายเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ เช่น ร่างกายอ่อนเพลีย สุขภาพจิตเสีย สมาธิและความจำไม่ดี การเผาผลาญอาหารของร่างกายด้อยประสิทธิภาพลง ทำให้เกิดโรคอ้วน ความดัน และเบาหวานได้อีกด้วย

วิธีการรักษานอนกรน

เนื่องจากสาเหตุหลักของการนอนกรนเกิดจากความผิดปกติของทางเดินหายใจและกล้ามเนื้อคอที่หย่อนลงจากอายุที่เพิ่มขึ้นโดยการรักษาอาการนอนกรนในปัจจุบันนั้นสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ตามอาการและความเหมาะสมของแต่ละบุคคล คือ

1. การรักษานอนกรนโดยการผ่าตัด : เป็นวิธีแก้ปัญหานอนกรน ด้วยวิธีรักษาผ่าตัดแก้นอนกรน ขึ้นกับความเหมาะสมของแต่ละคน โดยมีวิธีดังนี้

  • การผ่าตัดเลื่อนกระดูกขากรรไกรบนและล่างมาทางด้านหน้า
  • การผ่าตัดตกแต่งเพดานอ่อน และลิ้นไก่ โดยใช้เลเซอร์
  • การผ่าตัดแก้ไขผนังกั้นช่องจมูกคด

2. การรักษานอนกรนโดยไม่ผ่าตัด : เป็นวิธีการแก้ปัญหานอนกรนที่แพทย์เฉพาะทางจะแนะนำเป็นอันดับแรก ก่อนที่จะรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด หากว่าไม่สามารถรักษาการกรนได้ หรือมีปัญหาที่ต้องแก้ไขด้วยการผ่าตัด โดยมีวิธีดังนี้

  • อุปกรณ์แก้นอนกรน iNAP
  • อุปกรณ์แก้นอนกรน CPAP
  • เครื่องมือทันตกรรมรักษานอนกรน (Oral Appliance)
  • การบำบัดกล้ามเนื้อใบหน้าและทางเดินหายใจ (Myofunctional Therapy)

*โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินการักษา*

การ Sleep test เพื่อตรวจหาอาการความรุนแรงของโรคการนอนหลับต่างๆ

“แล้วการกรนมันทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่พออย่างไรในเมื่อเราก็นอนหลับแม้จะกรนก็ตาม?”

นี่แหละครับประเด็นสำคัญ หากคุณเป็นคนที่นอนกรนระดับธรรมดาก็อาจจะไม่ได้แย่เท่าไหร่นอกจากทำให้คนที่นอนด้วยรำคาญ แต่ถ้าคุณเป็นระดับอันตรายละก็แย่ชัวร์ เพราะการที่คุณกรนเสียงดังแล้วอยู่ดีๆเงียบไปนั้นแปลว่าทางเดินหายใจของคุณโดนอุดกั้นและหายใจไม่ได้ตามปกติ แต่กระบังลมของคุณก็ยังทำงานอยู่ตามปกติ เมื่อไม่มีออกซิเจนเข้าไปในร่างกาย สมองของคุณจากที่อยู่ในช่วงพักผ่อนก็จะตื่นเข้ามาเพื่อสั่งให้การทำงานของทางเดินหายใจทำงานเพิ่มขึ้นหรือหายใจแรงขึ้นเพื่อทำให้ทางเดินหายใจเปิดออก นี่เป็นที่มาของเสียงให้ใจเฮิอกใหญ่หลังจากการเงียบไปตอนหยุดหายใจ คนปกติก้มีการหยุดหายใจบ้างอยู่แล้ว <5AHI แต่คนที่อยู่ในระดับอันตราย สามารถหยุดหายใจได้ >30AHI ซึ่งมากพอที่จะส่งผลต่อการพักผ่อนของสมอง เท่ากับเรานอนจริงแต่สมองตื่นมาสั่งให้เราหายใจตลอดคืนก็เท่ากับสมองไม่ได้พักอยู่ดี ซึ่งอาการแบบนี้คือ OSA (Obstructive sleep anea) หรือ ภาวะการหยุดหายใจขณะนอนหลับจากการอุดกั้น นี่แหละคือคำตอบ

ซึ่งการรักษาที่ค่อนข้างได้ผลดีและนิยมคือ CPAP (Continuous positive airway pressure) ซึ่งจะทำงานสร้างแรงดันลมบวกที่เครื่องสร้าง ส่งไปช่องทางหายใจทำให้หายใจได้สะดวก ลมสามารถผ่านเข้าปอดได้ รักษาอาการ OSA หยุดหายใจขณะหลับ อาการนอนกรนหากใครพบปัญหาแบบนี้อยู่ที่ Elife มีจำหน่ายเครื่องนะครับเป็นแบรนด์ระดับโลกที่จำหน่ายมายาวนาน มีหลายแบรนด์และหน้ากากให้เลือกใช้มากมายเลย สนใจคลิ๊กที่สินค้าข้างล่างได้เลยครับ

ตารางเปรียบเทียบ CPAP น่าใช้ประจำปี 2023 เทียบราคา Spec YH-450, AirSense, AirMini

ควรซื้อ AirStart 10 พอไหม ? หรือเพิ่มงบไป AirSense 10 เลยดี?

ResMed เป็นแบรนด์ CPAP ที่ได้รับความนิยมสูงและเป็นแบรนด์ที่ CPAP User หลาย ๆ ท่านไว้ใจ คงไม่มีใครไม่รู้จักอย่าง CPAP รุ่นตัวดัง อย่าง AirStart 10 และ AirSense 10 ซึ่งทั้ง 2รุ่น หน้าตาคล้ายกันมาก เหมือนกับแฝด หลายคนเริ่มต้นด้วยคำถามเดียวกันว่า “ควรซื้อ AirStart

เช็กด่วน! 5 สัญญาณเตือน เครื่อง CPAP ของคุณถึงเวลา Calibrate หรือยัง?

เครื่อง CPAP เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยอาศัย “แรงดันลม” ที่แม่นยำตามที่แพทย์กำหนด แต่หลายคนไม่รู้ว่าเมื่อใช้ไปนานๆแรงดันลมอาจคลาดเคลื่อน ส่งผลให้การรักษาไม่ได้ผลอย่างเต็มที่ การ Calibrate เครื่อง CPAP คือการตรวจสอบและปรับความแม่นยำของแรงดันลมให้ตรงตามมาตรฐาน หากเครื่องของคุณมีสัญญาณเหล่านี้ อาจถึงเวลาที่ควรนำเครื่องไป Calibrate แล้ว ใช้ CPAP ทุกคืนแต่ตื่นมายังไม่สดชื่น มีอาการง่วง เหนื่อย เพลีย เหมือนเดิม คือหนึ่งในสัญญาณที่พบบ่อยที่สุด

เครื่องผลิตออกซิเจนและเครื่อง CPAP แตกต่างกันอย่างไร?

เครื่องผลิตออกซิเจน และ เครื่องช่วยหายใจแบบแรงดันบวกต่อเนื่อง (CPAP) เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันออกไป ในการจัดการกับภาวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ เครื่องผลิตออกซิเจนจะให้ลมที่มีปริมาณออกซิเจนเข้มข้นเหมาะสำหรับผู้ที่มีระดับออกซิเจนต่ำ ในขณะที่เครื่อง CPAP จะส่งลมที่มีแรงดันเพื่อช่วยเปิดทางเดินหายใจ ให้ทางเดินหายใจเปิดอยู่ขณะที่นอนหลับ เครื่องผลิตออกซิเจนและเครื่อง CPAP ทำหน้าที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เครื่องผลิตออกซิเจน (Oxygen Concentrator) เน้นเพิ่มความเข้มข้นออกซิเจนในลมหายใจ ใช้สำหรับผู้ป่วยโรคปอดหรือมีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำ ในขณะที่เครื่อง CPAP ส่งแรงดันลมต่อเนื่องเพื่อถ่างขยายทางเดินหายใจ รักษาภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) ความแตกต่างหลักระหว่าง

ผมหยุดหายใจ 43ครั้ง/ชม. ?!? YH-680 | CPAP Yuwell

การเริ่มต้นใช้เครื่อง CPAP สำหรับหลายคนไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งความกังวลเรื่องการตั้งค่า การใส่หน้ากาก ไปจนถึงความกลัวว่า “จะใช้ไม่เป็น” การขายเครื่อง CPAP ไม่ใช่จบแค่การส่งของ แต่ต้องดูแลจนลูกค้าใช้งานได้จริง เพราะelife ส่งมอบ สอนใช้ และฟังเสียงลูกค้า จะพาไปดูการดูแลลูกค้า elife ตั้งแต่ วันส่งมอบเครื่อง CPAP YH-680, การ สอนใช้งานแบบเข้าใจง่าย และ เสียงจริงจากผู้ใช้งาน

การทำความสะอาดและการ Calibrate เครื่อง CPAP สำคัญอย่างไร ?

ทำไมควรทำความสะอาดและ Calibrate เครื่อง CPAP อย่างสม่ำเสมอ เครื่อง CPAP เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องใช้งานอย่างต่อเนื่องทุกคืน วันละหลายชั่วโมง ลมหายใจของผู้ใช้จะไหลผ่านหน้ากาก ท่อ และตัวเครื่องโดยตรง หากขาดการดูแลที่เหมาะสม อาจทำให้เครื่องกลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค และทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลงโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ตัว การดูแลเครื่อง CPAP จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความสะอาดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตรวจสอบความแม่นยำของแรงดันลม (Calibration) ซึ่งมีผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ในการรักษาโรคหยุดหายใจขณะหลับ ความสำคัญของการทำความสะอาดเครื่อง CPAP ป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ เพราะความชื้นจากลมหายใจและน้ำใน