สาระน่ารู้ : เรื่องแบตเตอรี่

         ในปัจจุบัน เทคโนโลยีได้มีการพัฒนาไปไกลอย่างก้าวกระโดด มนุษย์ได้คิดค้น นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต ในส่วนของเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับแบตเตอรี่ เช่นกัน ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้มีการนำแบตเตอรี่มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆ รวมถึงกลุ่มยานยนต์ เพื่อใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนต่างๆและใน ทุกวันนี้แบตเตอรี่ที่นิยมนํามาใช้งานในชีวิตประจําวันมีอยู่ 4 ชนิดหลักๆ                  ได้แก่ 1.แบบตะกั่ว-กรด (Lead Acid) 2.แบบ นิกเกิลแคดเมียม (NiCd) 3.แบบนิกเกิลเมทัล อย ไฮดรายด์ (Ninh) และ 4.แบบ ลิเธียม-ไอออน (Li-Ion)

**ในบทความนี้เรามาเรียนรุ้ถึงแบตเตอรี่ทั้ง4ประเภท ดังนี้ ค่ะ**

1. แบตเตอรี่แบบ ลิเธียมไอออน มีข้อดีตรงที่น้ําหนักเบา แต่มีความหนาแน่นของพลังงานสูงแบตฯประเภทนี้จึงถูกนํามาใช้ในกล้องถ่ายรูป มี แบบดิจิตอลยุคแรกๆ ต่อมานําไปใช้ในโทรศัพท์มือถือ กระทั่งปัจจุบัน นี้ นําไปใช้ใน รถเข็นไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ไม่มีเครื่องยนต์ มีแต่มอเตอร์ หรือ ที่เรียกว่า ยานยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV.


2. แบตเตอรี่แบบ นิกเกิลแคดเมียม (NiCd) ถ้าหากนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงถ่านไฟฉายก้อนยุคแรกๆที่สามารถนํากลับมาชาร์จไฟใช้ได้อีก


3.แบตเตอรี่แบบ นิกเกิล เมทัลไฮดรายด์ (Nimh) มีข้อดี มี ตรงที่เมื่อเทียบกับแบตฯชนิดอื่นซึ่งมีขนาดเท่ากัน แบตฯประเภทนี้จะ มีความจุไฟฟ้าสูงกว่า และเก็บพลังงานได้มากกว่า เพียงแต่ใช้ธาตุอื่นแทนแคดเมียม เป็นตัวไปทําปฏิกิริยากับนิกเกิล ตัวอย่าง แบตเตอรี่ประเภทนี้ เช่น ไฟฉุกเฉินบางรุ่นที่ติดไว้ตามผนังอาคาร ใช้ส่องสว่างเวลาไฟฟ้าดับ แบตเตอรี่ที่ใช้ในรถยนต์ไฮบริดบางรุ่น ซึ่งมีเครื่องยนต์แบบเชื้อเพลิงผสม ระหว่างน้ำมันสลับกับไฟฟ้าหรือแม้แต่แบตเตอรี่ขนาดจิ๋วที่ฝังอยู่ในไม้ตียุงบางรุ่น ซึ่งสามารถชาร์จไฟได้ใหม่ แต่จะเสื่อมสภาพลงเรื่อยๆ
4.แบตเตอรี่แบบ ตะกั่ว-กรด ซึ่งนิยมนําไปใช้งาน อย่างกว้างขวาง ทั้งใน รถยนต์ รถกอล์ฟ รวมทั้ง ใน รถเข็นไฟฟ้า ๆ แบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด มีข้อดีตรงที่มีราคาถูก มีสารพิษน้อย เพราะตะกั่วเป็นสารกึ่งโลหะหนัก จึงมีความเป็นพิษ น้อยกว่าแคดเมียม และสารหนู นอกจากนี้ยังสามารถจ่ายกระแสไฟได้สูง ภายในช่วงสั้นๆ จึงเหมาะ นําไปใช้ป้อนกระแสไฟให้แก่มอเตอร์สตาร์ตในรถยนต์เพื่อหมุนเครื่องยนต์ ให้ติด แต่ก็มีข้อด้อย ตรงที่จ่ายไฟต่อเนื่องได้ไม่เก่งดังนั้น แบตฯประเภทนี้ เมื่อใช้งานไปสัก 10-15% ของพลังงานที่มีอยู่เต็ม 100% จึงต้องมีการชาร์จไฟกลับเข้าไปใหม่ถ้าปล่อยทิ้งไว้ต่อเนื่อง และ เป็นเวลานาน โดยไม่ชาร์จไฟใหม่ เช่น ในรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นานถึง 2 เดือน โดยไม่ถอดขั้วแบตเตอรี่ออกแบตฯจะเสื่อมสภาพเพราะมีซัลเฟตไปเกาะ ที่แผ่นธาตุอย่างถาวร ซึ่งเปรียบเสมือนกับการมีสนิมไปเกาะที่แผ่นเหล็ก “ลองนึกภาพเปรียบเทียบกับเหล็กที่มีสนิมเกาะหนา แค่เราใช้ มือลูบเบาๆ สนิมที่เกาะอยู่จะปัดไม่ออก ต้องใช้ค้อนเคาะแรงๆจึงจะหลุด ออกการจะชาร์จไฟเข้าไปใหม่ในแบตฯประเภทนี้ที่เสื่อมสภาพก็เช่นกัน ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมากไปกระตุ้น เหมือนกับเคาะเอาสนิมที่เกาะอยู่ออกเสียก่อน” โดย ปกติแล้วแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด หากถูกปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งานและ ไม่ได้ชาร์จไฟกลับเข้าไปใหม่สัก 3-4 เดือน ไฟแบตฯจะหมดเกลี้ยง
เพราะมีการคายประจุในตัวมันเองตลอดเวลา ยิ่งถ้าปล่อยให้ไฟหมดต่อเนื่องนานถึง 6 เดือน แบตเตอรี่ลูกนั้น ก็จะเสื่อมสภาพอย่างถาวร เพราะถูกซัลเฟตในน้ํากรดของแบตเตอรี่ไป อาจ จับที่แผ่นธาตุ ทําให้แผ่นธาตุเฉื่อยต่อปฏิกิริยาเคมีเมื่อแบตฯเสื่อมสภาพอย่างถาวร

สําหรับผู้ที่ต้องใช้รถเข็นไฟฟ้าข้อแรก อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่ไฟหมดจนเกลี้ยงเมื่อไม่ได้ใช้งาน รถเข็นที่ไม่ได้ใช้เป็นเวลานานควรถอดขั้วแบตเตอรี่ออก หรือนํากลับมาชาร์จใหม่ทุก 3 เดือน สุดท้าย ถ้าไม่มั่นใจว่าแบตเตอรี่และระบบชาร์จไฟ ยังอยู่ในสภาพใช้งานได้ปกติ ให้นํากลับไปให้ตัวแทนขาย หรือผู้ผลิต ตรวจสอบก่อนนํามาใช้ และสำหรับลูกค้ารถเข็นไฟฟ้าของอีไลฟ์ Elife Elifegear  สามารถติดต่อและรับคำแนะนำได้เลยค่ะ


เป็นยังไงกันบ้างค่ะ สำหรับข้อมูลดีๆ ของแบตเตอรี่ชนิดต่างๆ หวังว่าบทความนี้ จะเป็นประโยชน์ และเป็นความรุ้สำหรับการใช้งานของแบตเตอรี่ ที่เรามีใช้ในชิวิตประจำวัน ร่างกายคนเรายังมีเสื่อม เราก็หาวิธีซ่อมแซ่มได้ แต่ถ้าหากแบตฯเสื่อม มีวิธีเดียวคือต้องเปลี่ยนก้อนใหม่เท่านั้นนะคะ หากไม่มั่นใจสามารถติดต่อ ไปหาผู้จำหน่าย ปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อความถูกต้องมั่นใจในการใช้งานค่ะ 🙂

**************************************************************************************************************************************************************************************

อ้างอิงข้อมูลจาก : https://www.thairath.co.th/content/1195055 

Share →