ปัจจุบันประเทศไทยเราเองคงปฏิเสธไม่ได้ว่า รถเข็นไฟฟ้า (Power Wheelchair) หรือรถเข็นพับได้ (Foldable Wheelchair) ได้เข้ามามีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของประชากรกลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้สูงวัยไปแล้ว จากที่เราได้เห็นในเหตุการณ์ต่างๆ สถานที่สาธารณะทั่วๆไป หรือเราอาจจะสังเกตุได้ง่ายๆจากรอบตัวเรานั้นก็คือ  จากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) สถานีรถด่วนประจำทางบีอาร์ที(BRT)สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) ห้างสรรพสินค้าทุกแบรนด์ ปั้มน้ำมัน ห้องน้ำ ร้านอาหาร สถานท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงต่างๆ รวมถึงโรงแรมที่พัก รีสอร์ท  กล่าวได้ว่าเกือบ ทุกพื้นที่ ที่มีประชาชนให้ความสนใจ และใช้บริการทุกๆวัน จะมีที่เฉพาะสำหรับกลุ่มบุคคลที่ใช้รถเข็นไฟฟ้าหรือรถเข็นพับได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางไปไหนมาไหน ทำให้กลุ่มบุคคลที่ใช้รถเข็นไฟฟ้าหรือรถเข็นพับได้เกิดความประทับใจเป็นอย่างมาก เพราะสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญและใส่ใจ ก่อให้เกิดความรู้สึกดี เมื่ออารมณ์ดีมีความสุขสุนทรีย์แล้ว ก็ทำให้สุขภาพจิตและสุขภาพกายดีไปด้วย และในบทความนี้ Elife ขอนำเสนอ ว่า สามารถทำประโยชน์และสร้างความสุขให้กับกลุ่มผู้อายุหรือผู้สูงวัยได้มากขนาดไหน

กลุ่มผู้สูงอายุหรือผู้สูงวัยในประเทศไทยตอนนี้ถือได้ว่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกๆปี เราเองในฐานะลูกหลานหรือคนดูแล ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เหมือนประโยคที่ว่า”ผู้สูงอายุจะกลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง” เด็ก ณ ที่ นี้คืออะไร เด็กคือเขาต้องการเรียนรู้ต้องการทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเองเพราะ”ไม่เคยทำ”แต่ผู้สูงอายุจะกลับกันตรงที่ว่าต้องการเรียนรู้ทำสิ่งต่างๆด้วยตัวเอง”เหมือนที่เคยทำ”ดังนั้น รถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นพับได้ เลยตอบสนองความต้องการเป็นอย่างมาก เพราะจะทำให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตัวเองหรือได้ทำในสิ่งต่างๆที่เคยทำในชีวิตประจำวันเหมือนสมัยที่ยังเป็นหนุ่มๆสาวๆ….(มาดูกันคะว่ามีอะไรบ้าง)

รถเข็นผู้สูงอายุ

1.เริ่มจากที่บ้าน คือสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ง่ายๆเช่น การเข้าห้องน้ำ,ห้องครัว,รอบๆบ้านทุกพื้นที่ภายในบ้านที่รถเข็นไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนไปได้,ออกพบปะเพื่อนฝูงในหมู่บ้านเดียวกันทำให้เกิดการสังสรรรค์ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความสุขกัน เพราะรถเข็นไฟฟ้ามีขนาดกระทัดรัดพอดีตัวเคลื่อนตัวง่ายและมีการบังคับรถเข็นไฟฟ้าง่ายๆโดยใช้แค่หัวแม่มือเท่านั้นเอง

Elife ลุงหลาน

2.สามารถใช้รถเข็นไฟฟ้าหรือรถเข็นพับได้ ออกนอกพื้นที่ใกล้ๆบ้านได้ เช่น สวนสาธารณะ,วัด,ตลาด,ซึ่งสถานที่เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสถานที่ ที่ผู้สูงอายุเคยไป มีความทรงจำที่ดี จะดีไม่น้อยถ้าผู้สูงอายุได้มีโอกาสได้ไปอีกครั้งและหลายๆครั้ง ด้วยตัวของเขาเองโดยใช้รถเข็นไฟฟ้าหรือรถเข็นพับได้ค่ะ

3.ในวันหยุดสุดสัปดาห์ลูกหลานว่างเว้นจากการศึกษาเล่าเรียนและทำงาน ก็ควรสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวโดยหากิจกรรมนอกบ้านทำ จะดีมากถ้าให้ผู้สูงอายุได้เข้าร่วมทำกิจกรรมนั้นๆด้วย เช่น การไปห้างสรรพสินค้า,ทำบุญที่วัดในจังหวัดใกล้ๆ ,ดูงานจัดแสดงโชว์ต่างๆ ,เที่ยวสวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม,การออกกำลังกาย ฯลฯ จากเมื่อก่อนที่ให้นอนอยู่บ้านคนเดียวโดยไม่มีกิจกรรมอะไรให้เขาทำเลย รู้สึกโดดเดี่ยวและเดียวดาย แต่พอมีรถเข็นไฟฟ้าหรือรถเข็นพับได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันและครอบครัวก็สามารถสร้างความสุขทางจิตใจให้กับผู้สุงอายุได้มาก เมื่อสุขภาพจิตดีก็ทำให้สุขภาพกายดีไปด้วยนะคะ

4.ออกงานสมาคมหรืองานมงคลต่างๆไม่ว่าจะเป็น งานบวช งานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่ งานแสดงความยินดีในโอกาสต่างๆ รวมถึงงานอวมงคล ก็สามารถใช้รถเข็นรถเข็นไฟฟ้าหรือรถเข็นพับได้ไปร่วมงานได้ เพราะทำให้คล่องตัวสะดวกสบายในการใช้งานต่างๆและยังเป็นการแสดงออกถึงการให้ความสำคัญกับลูกหลานอีกด้วย “สุขทั้งผุ้ให้และผู้รับ”

5.ในวันหยุดพิเศษหรือเทศกาลสำคัญต่างๆ ทางครอบครัวอาจจะมีการจัดโปรแกรมทริปพิเศษสักทริปเพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีงามในครอบครัวไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ การได้ไปท่องเที่ยวสำหรับสถานที่ใหม่ๆหรือได้กลับไปเที่ยวในสถานที่ ที่เคยไป ก็ถือได้ว่าเป็นของขวัญอันล้ำค่าสำหรับผู้สูงวัยแล้วนะคะ ใช้รถเข็นไฟฟ้าหรือรถเข็นพับได้ในการไปท่องเที่ยวก็สะดวกสบายทั้งผู้นั่งและคนดูแลสร้างรอยยิ้มและความสุขกันทั่วหน้าค่ะ

สุดท้ายนี้ทาง Elife หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกรถเข็นไฟฟ้าหรือรถเข็นพับได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวที่มีผู้สูงอายุหรือผู้สูงวัยเพราะประโยชน์ของเจ้ารถเข็นไฟฟ้ามีไม่น้อยเลยทีเดียวและสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ในเกือบทุกๆเหตุการณ์ เชื่อเถอะว่าสร้างความสุขให้กับผู้ใช้เป็นอย่างมากแน่นอนค่ะ

 

Share →