วิธีเลือกวีลแชร์สำหรับไปเที่ยว เลือกอย่างไรให้ปลอดภัยและใช้งานสะดวกที่สุด

วิธีเลือกวีลแชร์สำหรับไปเที่ยว เลือกอย่างไรให้ปลอดภัยและใช้งานสะดวกที่สุด

อยากพาคนที่เรารักไปเที่ยว แต่ยังไม่รู้จะเลือกวีลแชร์แบบไหนดี? บทความนี้สรุปวิธีเลือกวีลแชร์สำหรับการท่องเที่ยวแบบเข้าใจง่าย ทั้งเรื่องน้ำหนัก ความปลอดภัย แบตเตอรี่ที่ผ่านสนามบิน และฟีเจอร์ที่ต้องมี เพื่อให้การเดินทางของคุณสะดวกและมั่นใจมากที่สุด


วิธีเลือกวีลแชร์สำหรับไปเที่ยว ให้ใช้งานสะดวกและปลอดภัยที่สุด

tiktok

การเดินทางไม่ว่าจะไปเที่ยวในประเทศหรือบินไปต่างประเทศ สิ่งที่สำคัญคือ “วีลแชร์ต้องตอบโจทย์การใช้งานจริง”
หลายคนซื้อผิด ทำให้ใช้งานลำบาก เช่น รถหนักเกินจนยกขึ้นรถไม่ได้ แบตหมดเร็ว หรือไม่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้
บทความนี้สรุปทุกข้อที่ควรรู้ก่อนซื้อให้แบบง่ายที่สุด


1) เลือกน้ำหนักที่ยกขึ้นรถได้จริง

หนึ่งในปัญหาที่เจอบ่อยที่สุด คือเลือกวีลแชร์ที่ หนักเกิน
แม้จะดูแข็งแรง แต่ถ้า “คนดูแลยกไม่ขึ้นรถ” การไปเที่ยวจะกลายเป็นเรื่องเหนื่อยทันที

น้ำหนักที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว:

  • ไม่เกิน 20–25 กิโลกรัม (ผู้หญิงหรือผู้สูงอายุสามารถยกได้)

  • ถ้าเดินทางบ่อย แนะนำรุ่นที่ “พับเล็ก” และตัวถังเป็นอะลูมิเนียม

ทริค: ลองยกขึ้นท้ายรถจริงก่อนซื้อ หรือดูรีวิวที่มีการยกให้เห็นชัดเจน


2) แบตอึด ใช้ได้ทั้งวัน โดยไม่ต้องชาร์จ

เที่ยวทั้งวัน = ความสำคัญคือแบตเตอรี่ ต้องทน!

✔ มาตรฐานที่ควรมี:

  • วิ่งได้ อย่างน้อย 15–20 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

  • แบตเตอรี่เป็น ลิเธียม (เบา ปลอดภัย)

  • มีระบบตัดไฟ ป้องกันความร้อน

เหตุผล:
เที่ยวทั้งวันแทบไม่มีเวลาเสียบชาร์จระหว่างทาง ถ้าแบตไม่อึด จะเสียแผนเที่ยวไปทั้งวัน


3) ต้องผ่านสนามบินได้ (ถ้าบินไปต่างประเทศ)

ข้อสำคัญที่สุดในการพาวีลแชร์ขึ้นเครื่องบินคือ แบตเตอรี่
สนามบินส่วนใหญ่มี 2 กฎหลัก:

  1. แบตต้องเป็นลิเธียม (Lithium-ion) เท่านั้น

  2. ความจุไม่เกิน 300Wh และถอดแบตออกได้ตอนผ่านด่านความปลอดภัย

✔ เลือกรุ่นที่มีคุณสมบัติต่อไปนี้:

  • แบตลิเธียม ≤ 300Wh

  • ถอดแบตได้ง่าย

  • มีคู่มือหรือใบรับรองสำหรับการขึ้นเครื่อง (บางสนามบินขอเอกสาร)

ถ้าคุณเดินทางต่างประเทศบ่อย ให้เช็ค “Airline approval” ของแต่ละรุ่นก่อนซื้อ


4) ล้อใหญ่ เดินทางได้ทุกสภาพพื้นผิว

เวลาท่องเที่ยวต้องเจอพื้นผิวหลายแบบ ทั้งทางเรียบ ทางต่างระดับ ทางหิน และพื้นปูน

ควรเลือกรุ่นที่มีล้อหลังใหญ่
เพราะ…

  • ผ่านพื้นขรุขระได้ดี

  • แรงกระแทกน้อย ผู้ใช้นั่งสบายกว่า

  • ควบคุมรถนิ่งกว่า

หากเป็นล้อเล็กเกินไป อาจสะดุดทางไม่เรียบ หรือกำลังไม่พอเวลาไต่สะพาน/ทางลาด


5) เบาะนั่งต้องสบาย นั่งนานไม่ปวดหลัง

ในการเดินทาง ผู้ใช้อาจต้องนั่งยาวหลายชั่วโมง วันละหลายรอบ ดังนั้น “ที่นั่ง” สำคัญมาก

✔ สิ่งที่ควรมี:

  • เบาะนุ่ม

  • รองรับหลังและก้น

  • มีเข็มขัดนิรภัย

  • พนักพิงไม่แข็งจนเกินไป

หลายคนเลือกผิดจนผู้ใช้นั่งไม่ไหว ต้องพักตลอดทาง ทำให้เที่ยวไม่สนุก


6) ศูนย์บริการหลังการขายสำคัญมาก

เวลาพังหรือติดปัญหา ต้องมีคนช่วย


โดยเฉพาะแบต มอเตอร์ หรือล้อที่ต้องเปลี่ยนตามอายุการใช้งาน

✔ เลือกแบรนด์ที่มี

  • อะไหล่พร้อม

  • ช่างมีประสบการณ์

  • ติดต่อได้ง่าย

  • รีวิวจริงจากลูกค้า

เพราะวีลแชร์คือ “อุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน” ไม่ใช่ของที่ซื้อแล้วจบ


วิธีเลือกวีลแชร์สำหรับไปเที่ยวแบบง่ายที่สุด

เลือกง่าย ๆ ตาม 5 ข้อนี้

  1. น้ำหนักไม่เกิน 20–25 กก.

  2. แบตวิ่งได้ 15–20 กม.

  3. ผ่านสนามบินได้ (แบตลิเธียม ≤300Wh & ถอดได้)

  4. ล้อหลังใหญ่ วิ่งนิ่งบนพื้นต่างระดับ

  5. เบาะนั่งสบาย + ศูนย์บริการดี

ถ้าได้ครบตามนี้ การพาคนที่คุณรักไปเที่ยวจะสะดวกขึ้นมาก และปลอดภัยกว่าเดิมแน่นอน


FAQ – คำถามที่เจอบ่อย

Q1: วีลแชร์ไฟฟ้าทุกรุ่นขึ้นเครื่องบินได้ไหม?

ไม่ได้ค่ะ ต้องเป็นรุ่นที่แบตลิเธียม ≤300Wh และถอดแบตได้ง่ายตามกฎของสายการบิน

Q2: ถ้าเดินทางต่างประเทศบ่อย ควรเลือกรุ่นแบบไหน?

เลือกรุ่นที่น้ำหนักเบา พับเล็ก และมีใบรับรองขึ้นเครื่อง เช่น ELECTRIC wheelchair travel series

Q3: ผู้สูงอายุจะนั่งสบายไหม?

ถ้าเลือกเบาะนั่งดี พนักพิงไม่แข็งเกิน และล้อหลังใหญ่ จะนั่งได้นุ่มและมั่นคงกว่า

Q4: วีลแชร์ไฟฟ้าต้องดูแลยังไง?

ชาร์จทุก 2–3 วัน, หลีกเลี่ยงน้ำฝนหนัก, เช็คลมล้อเป็นประจำ และตรวจแบต/มอเตอร์ปีละหนึ่งครั้ง