fbpx

ล้อรถยางตันและยางเติมลมแตกต่างกันอย่างไร?

ล้อรถยางตันและยางเติมลมแตกต่างกันอย่างไร?

ล้อรถยางตันและยางเติมลมแตกต่างกันอย่างไร?

PW-101A-4

 

หากเราต้องการจะซื้อสินค้าหรือเครื่องอำนวยความสะดวกสบายที่ช่วยทำให้การดำรงชีวิตง่ายขึ้นตอบโจทย์ในการใช้ชีวิตประจำวันนั้น  ก่อนจะตัดสินใจซื้อแต่ละอย่าง ก็ต้องเปรียบเทียบคุณสมบัติ ความคุ้มค่า คุณภาพที่ดี ความเหมาะสมกับการใช้งาน มีข้อเปรียบเทียบมากมายเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดคุ้มค่าที่สุด ได้ประโยชน์มากที่สุด

เช่นเดียวกับการเลือกซื้อรถเข็นไฟฟ้า ก่อนจะตัดสินใจซื้อก็ต้องดูคุณสมบัติหลากหลายประการว่าตรงกับลักษณะการใช้งานของเราหรือไม่ ใช้งานง่าย ดูแลยากหรือเปล่า ความปลอดภัยมีมากน้อยแค่ไหน และจุดสำคัญประการหนึ่งที่บางคนอาจจะมองข้ามไปคือชนิดของ “ยางล้อรถ” หลายท่านมักมีคำถามว่า คุณลักษณะของล้อรถต้องเป็นยังไง เลือกยางล้อแบบไหนดี ยางตันดีไหม แล้วยางเติมลมล่ะ ในบทความนี้ Elife มีเกร็ดความรู้ในการเลือกยางล้อรถ ที่จะสนองความต้องการได้ดีที่สุดมากฝากกันค่ะ

ปัจจุบันล้อรถเข็นไฟฟ้า มี 2 ประเภทหลักๆด้วยกัน คือ ล้อยางตัน และ ล้อยางเติมลม ซึ่งทั้ง 2 ประเภทนี้มีความแตกต่างกันอย่างไรทาง Elife ขอนำเสนอดังนี้ค่ะ

ล้อยางเติมลม

จุดเด่นคือ เวลาขับเคลื่อนมีความนุ่มนวลกว่า สามารถปรับความแข็งของลมยางได้ ราคาประหยัด หาซื้อได้ตามท้องตลาดทั่วไป

จุดด้อยคือ  อาจจะต้องคอยเติมลมอยู่บ่อย ๆ  ต้องระวังวัตถุแหลมคม เช่น ตะปู เพราะหากโดนตำเข้าไปแล้วจะทำให้ยางรั่วได้ แต่ก็สามารถปะได้เช่นเดียวกับยางรถยนต์ 

ล้อยางตัน

จุดเด่นคือ แข็งแรง ทนทาน มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน แทบจะไม่ต้องมีการบำรุงรักษา

จุดด้อยคือ น้ำหนักมากกว่ายางเติมลม ยางตันในปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าอดีตเยอะมาก วัสดุที่นำมาผลิตมีคุณภาพ และประสิทธิภาพดีมาก ทำให้ราคาค่อนข้างสูง 

ขึ้นชื่อว่ายางตันหลายท่านคงเข้าใจว่ายางจะแข็ง ทำให้เวลานั่งจะกระเทือนมาก แต่ในความเป็นจริงคุณภาพยางตันในปัจจุบันทำให้นั่งสบายขึ้นเช่นเดียวกับยางเติมลมแล้ว

เป็นยังไงกันบ้างค่ะ Elife เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกท่านที่กำลังหาคำตอบในด้านนี้อยู่ไม่มากก็น้อย หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกท่านสามารถเลือกยางล้อรถให้ตรงตามความต้องการ และวัตุประสงค์ได้นะคะ

 

PW-101A-5

ทำไมต้องอาหารคลีน

ทำไมต้องอาหารคลีน

เกร็ดความรู้.Net

 

enhanced-13006-1397056409-28

อาหารคลีน คือ การทานอาหารที่ผ่านการขัดสี ปรุงแต่งจากสารเคมีน้อยที่สุดโดยเน้นอาหารจากธรรมชาติ หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูปที่เป็นแป้งเป็นส่วนประกอบและผงชูรสเป็นหลัก การทานอาหารคลีน คือการทานอาหารให้ครบ5หมู่ให้มีขนาดสัดส่วนที่พอเหมาะที่ร่างกายต้องการได้รับ โดยผ่านการปรุงแต่งรสชาติเพียงเล็กน้อยปรับเปลี่ยนเครื่องปรุงรส เช่น รสเค็มจากที่ใช้น้ำปลาอาจใช้เกลือแทน เป็นต้น การทานอาหารคลีน ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดเกินไป

 

185251

 

อาหารคลีนส่วนใหญ่จะเน้นวัตถุดิบ ที่ปลอดสารเคมี เช่น

  • ผักและผลไม้ที่ปลอดสารพิษ
  • เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆที่สดและสะอาด
  • ข้าวกล้องไม่ขัดสี และ ธัญพืชต่าง ๆ
  • น้ำมันมะพร้าว หรือ น้ำมันมะกอก ซึ่งเป็นน้ำมันชนิดที่มีกรดไขมันชนิดดี ใช้แทนน้ำมันปาล์มได้เลย (แต่ราคาสูงกว่าพอควรเลย) และควรใช้ในปริมาณที่น้อย

 

 

enhanced-30119-1426618392-2

 

ประโยชน์ที่ได้รับจากการทานอาหารคลีน

คือร่างกายจะได้รับอาหารที่เน้นคุณภาพเข้าร่างกายได้มากขึ้น เพราะทั้งการปรุงรส และวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร จะเน้นเรื่องคุณภาพ ทำให้ร่างกายของเราได้รับสารเคมีน้อยลง ดังนั้นอาหารคลีนจงส่งผลดีต่อสุขภาพและยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรง

 

26_201506181701121.

 

อาหารคลีน เหมาะกับ คนที่รักษาสุขภาพ และผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายไปด้วย นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพดีอีกด้วย นอกจากนี้อาหารคลีนยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งเป็นสารที่พบมากในอาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี โดยมีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายสามารถทำงานได้ดีนั่นเอง

 

images

 

ดังนั้น อาหารคลีนจึงเป็นอาหารที่เน้นคุณภาพมากว่ารสชติ และเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก เหมาะกับวิถีชีวิต กับคนในเมืองที่ใส่ใจในสุขภาพร่างกายและการควมคุมน้ำหนัก นอกจากควบคุมเรื่องการทานอาหารแล้ว ยังต้องหมั่นออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ถึงจะส่งผลให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ระบบการทำงานต่างๆในร่างกายมีความสมดุลมากขึ้น

 

1110

 

ที่มาของของ”ยาหม่อง”

ที่มาของของ”ยาหม่อง”
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

แหล่งที่มา เว็บไซต์เด็กดี

ยาหม่องถือกำเนิดในประเทศแถบยุโรป เนื่องจากเป็นเมืองหนาว คนก็จะเป็นหวัด คัดจมูกกันมาก เพราะอากาศ มันมักจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ เขาก็จะใช้น้ำมันที่เรียกว่าเมนทอลาทัมทาบรรเทา อาการเป็นหวัด คัดจมูก

ต่อมาก็มีการนำเอาเมนทอลาทัม มาผสมกับสมุนไพรต่างๆเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสให้ร้อนแรงมากยิ่ง ขึ้น และส่งมาขายทางประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย เมื่อเข้ามาในประเทศไทยก็เป็นที่แพร่หลาย ซึ่งยี่ห้อแรกๆที่เข้ามาขายประเทศไทย ก็คือยาหม่องตราเสือ หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า TIGER PLAM

ส่วนเหตุที่เรียกว่ายาหม่องนั้น มี 2 ทฤษฎีด้วยกัน ทฤษฎีปแรก ว่ากันมา คนขายยาหม่อง2 พี่น้องชาว จีนชื่อ โอวบุ้นโฮ้ว และโอวบุ้นพาร์ มีอาชีพเล่นมายากล เมื่อเล่นมายากลได้สักระยะหนึ่ง ก็จะตีฆ้องหม่องๆๆๆ เพื่อขายยาหม่อง เสียง หม่องๆๆ นี้ จึงเป็นที่มาของคำว่ายาหม่อง

ส่วนทฤษฎีที่ 2 ก็คือ นายโอวบุ้นโฮ้ว และโอวบุ้นพาร์ นั้นไปปลูกบ้านบำนักอยู่ที่ประเทศพม่า และส่ง ยาหม่องจากพม่ามาขายในประเทศไทย ซึ่งคนไทยเราจะเรียกพม่าว่าหม่อง เราจึงเรียกยานี้ว่ายาหม่อง อันที่มาของคำว่ายาหม่อง ใน ปัจจุบัน

เปรียบเทียบชนิด รถเข็นนั่งไฟฟ้า Power Wheelchair

รถเข็นนั่งไฟฟ้า (e-Wheelchair) คืออะไร?

รถเข็นนั่งไฟฟ้า หรือ Power Wheelchair หรือ Electric Wheelchair เกิดจากการนำรถเข็นธรรมดา มาติด มอเตอร์เพื่อการขับเคลื่อน ซึ่งระบบสมัยใหม่นี้จะควบคุมผ่าน controller สัมพัทธ์การทำงานกับมอเตอร์สองตัวที่ทำงานอิสระต่อกัน เช่น เดินหน้าแบบตรง คือ หมุนไปข้างหน้าพร้อมกัน แต่หากต้องการเดินหน้าแบบเฉียงหรือหมุนเลี้ยว ล้อด้านหนึ่งจะหมุนเร็วกว่าอีกข้างหนึ่ง

ใช้เป็นทางเลือกเพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ไม่ต้องออกแรงในการหมุนล้อ คือบังคับผ่านjoy stick บน controller ทำงานง่ายและเข้าใจได้ง่าย

e-Wheelchair เหมาะกับใคร? 

เหมาะสำหรับคนผู้ป่วย, คนชรา หรือ คนพิการ เพื่อให้ใช้ชีวิตใกล้เคียงกับคนปกติได้มากที่สุด สามารถทำกิจกรรมต่างๆได้ด้วยตนเอง ซึ่งปัจจุบันนี้ส่วนมากรถเข็นนั่งไฟฟ้าสามารถ พับเก็บเพื่อใช้งานได้เกือบทุกรุ่น ทำให้สะดวกในการเดินทาง

ข้อดี รถเข็นนั่งไฟฟ้า vs รถเข็นนั่งธรรมดา
– เดินทางและใช้งานสะดวก เนื่องจากใช้กำลังไฟฟ้าในการขับเคลื่อน
– สามารถเดินทางไปไหนมาไหนได้ด้วยตัวเอง สามารถใช้ชีวิตอิสระมากขึ้น
ข้อเสีย
– ราคาแพงกว่ารถเข็นธรรมดา ราคาไม่แพงอย่างที่คิดอ่านลายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ 

ส่วนประกอบ รถเข็นนั่งไฟฟ้า(e-Wheelchair)

e-Wheelchair หรือ รถเข็นไฟฟ้า มีส่วนประกอบเพิ่มเติ่มจากรถเข็นปกติดังนี้
– Motor โดยทั่วไปจะประกอบด้วย Motor 2 ทำงานแบบอิสระต่อกัน เช่น เดินหน้าแบบตรง
คือ หมุนไปข้างหน้าพร้อมกัน แต่หากต้องการเดินหน้าแบบเฉียง ล้อด้านหนึ่งจะหมุนเร็วกว่า
อีกข้างหนึ่ง
– แบตเตอรี่ เป็นแหล่งพลังงานสำหรับ Motor มีขนาดและความจุ แตกต่างกันไป
-Controller ส่วนใหญ่จะมีลักษณะคล้าย Joy Stick ทำหน้าที่ประมวลผล ควบคุมการ
ทำงานสัมพันธ์กันของ Motor

ชนิดของรถเข็นนั่งไฟฟ้า

รถเข็นนั่งไฟ (Electric Wheelchair) มีหลายแบบให้เลือก ทั้งเคลื่อนที่ในแนวราบ หรือ สามารถเคลื่อนที่เพื่อยืนได้ เหมาะสำหรับคนชรา, ผู้ป่วย หรือ ผู้พิการ สามารถดูลายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
Semi-eWheelchair คือเป็นแบบส่วนผสม ของ Manual Wheelchair และ Electric Wheelchair มีมอเตอร์หมุน และ ล้อมือจับ คือสามารถใช้ได้ทั้งมือหมุนเอง หรือ บังคับให้เคลื่อนที่ผ่าน Controller ก็ได้
eWheelchair เป็นรูปแบบของมอเตอร์ขับกับล้อเล็ก ทำงานมีประสิทธิภาพกว่า พับเก็บง่ายกว่า แต่ไม่สามารถจับหมุนให้เคลื่อนที่(ไม่มีล้อมือจับ)

elife wheelchair 2            elife wheelchair 1

Semi-eWheelchair   VS   eWheelchair

เปรียบเทียบ Semi-eWheelchair Vs eWheelchair 

  Semi-eWheelchair eWheelchair
ข้อดี – มีล้อมือจับ สามารถใช้มือเคลื่อนที่แบบ manual ได้ -ขับเคลื่อนนุ่มนวลกว่า ตอบสนองดีกว่า- พับเก็บและประกอบง่ายกว่า
ข้อเสีย – พับเก็บยากกว่าเนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่า (สามารถเก็บท้ายรถเก็งได้ทั้งคู่) – manual หมุนโดยผู้นั่งไม่ได้(คนเข็นได้)

 

ข้อสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็น คนชรา, ผู้ป่วย หรือ คนพิการ ที่ใช้ รถเข็นนั่ง หรือ รถเข็นนั่งไฟฟ้า ควรพึ่งปฏิบัติ เป็นประจำคือ อย่าใช้สิ่งเหล่านี้ทุนแรงตลอด ควรออกกำลังกาย หรือ ทำกายภาพบำบัดตามสำควรด้วย เพื่อร่างกายที่แข็งแรง กล้ายเนื้อไม่เสื่อม เหมือนเครื่องยนต์ที่ต้องติดเครื่องเป็นประจำ จะได้ใช้ไปได้นานๆ 


[suffusion-widgets id=’6′]

Wheelchair เลือกอย่างไร?

Wheelchair เลือกอย่างไร?
manual wheelchair
manual wheelchair

รถเข็นนั่ง(Wheelchair) รถเข็นนั่งไฟฟ้า(e-Wheelchair) เป็นพาหนะคู่ใจ สำหรับคนชรา, ผู้ป่วย หรือ คนพิการ ซึ่งในท้องตลาดมีให้เลือกและมีให้เลือกอย่างไรบ้างและเหมาะแต่ละบุคคลอย่างไร โปรดติดตามในรายละเอียดข้างล่างเลยครับ

เมื่อไรจึงจำเป็นต้องใช้ Wheelchair

เมื่อสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวยให้เดินได้ เราก็ต้องยอมรับว่า รถเข็นนั่ง มีความจำเป็นต่อชีวิต เป็นปัจจัยที่5 ที่จะช่วยทำให้เราไปไหน-มาไหน ได้เยี่ยงคนอื่น บางคนพอมีกำลังขา ก็อาจเดินได้โดยการใช้ประกบขาและไม้ค้ำยัน บางคนเลือกเดินเพียงระยะสั้นๆ และใช้รถเข็นนั่งเมื่อต้องไปไหนไกลๆ เพื่อช่วยทุ่นแรง ทั้งนี้ เราสามารถเลือกรถเข็นนั่งได้ตามความเหมาะสม โดยมีแพทย์ นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัด เป็นผู้ช่วยให้คำแนะนำ

Wheelchair ที่หมาะสม มีลักษณะอย่างไร?

– มีขนาดพอดีตัวผู้ใช้ เช่น ไม่ใหญ่ ไม่เล็กเกินไป มีช่องว่างข้างตัวประมาณข้างละ 1 นิ้ว ระดับ
ที่รองนั่งไม่สูงหรือต่ำเกินไป เมื่อทิ้งแขนลงข้างตัว งอศอกประมาณ 30-45 องศาแล้ว มือวาง
อยู่ที่จุดสูงสุดของล้อ
– มีน้ำหนักเบา มีความคล่องตัวเวลาใช้ และการเคลื่อนย้าย เช่นพับได้ และประกอบง่าย
– มีความมั่นคง ไม่ล้มหรือหงายหลังง่าย มีตัวยันกันหงายหลัง
– คงทน ไม่ชำรุดง่าย สามารถซ่อมหรือหาอะไหล่ได้ง่าย
– ราคาไม่แพง
– ปรับได้ตามความเหมาะสม เช่น พนักพิงปรับเอียงได้ , ปรับที่นั่งให้เอียงได้ , พับหรือถอดที่รองแขนออกได้ , ปรับระดับที่รองเท้าได้ , เปลี่ยนตำแหน่งดุมล้อหลังได้ , พับได้ , ถอดล้อได้

ชนิดของ Wheelchair

การเลือกรถเข็นนั่งให้เหมาะสมคงต้องดูว่า เรามีกำลังกล้ามเนื้อแขนและมือ มากน้อยขนาดไหนที่จะหมุนล้อรถเข็นให้เคลื่อนที่ได้ การทรงตัวเป็นเช่นไร จะนำไปใช้งานประเภทใด อีกทั้งดูที่กำลังทรัพย์ที่มีอยู่ด้วย

1. รถเข็นนั่ง (Wheelchair) มีทั้งแบบธรรมดา หรือ ปรับเอนหรือ ปรับเพื่อยืนได้ คุณสมบัติแตกต่างกันไป เช่น สามารถพับเก็บไป หรือ น้ำหนักเบาพิเศษ แต่คุณสมบัติหลักเหมือนกันคือ มี ล้อมือจับ สามารถจับและใช้กำลังแขนหมุนให้เคลื่อนที่ไปได้ เหมาะสำหรับ ผู้มีกำลังแขน แต่ขาอ่อนกำลัง หรือ ไม่สามารถขยับได้
– รถเข็นนั่งไม่มีพนักแขน เพื่อการเคลื่อนที่สะดวก เหมาะสำหรับ ผู้มีกำลังแขน และลำตัวแข็งแรง(นั่งตรงขยับลำตัวได้)
– รถเข็นนั่งมีพนักแขน พบเห็นได้บ่อยที่สุด เหมาะสำหรับ ผู้มีกำลังแขน แต่ลำตัวอาจไม่ค่อยมีแรง
2. รถเข็นนั่งสำหรับกีฬา (Sport Wheelchair) ออกแบบเป็นพิเศษ สำหรับ การแข่งกีฬา เช่น รถเข็นนั่ง 3 ล้อ สำหรับกรีฑา หรือ wheelchair สำหรับเล่น Basketball เป็นต้น
3. รถเข็นนั่งไฟ (Electric Wheelchair) มีหลายแบบให้เลือก ทั้งเคลื่อนที่ในแนวราบ หรือ สามารถเคลื่อนที่เพื่อยื่นได้ เหมาะสำหรับคนชรา, ผู้ป่วย หรือ ผู้พิการ สามารถดูลายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
– Semi-eWheelchair คือเป็นแบบส่วนผสม ของ Manual Wheelchair และ Electric Wheelchair มีมอเตอร์หมุน และ ล้อมือจับ คือสามารถใช้ได้ทั้งมือหมุนเอง หรือ บังคับให้เคลื่อนที่ผ่าน Controller ก็ได้
– eWheelchair เป็นรูปแบบของมอเตอร์ขับดับล้อเล็ก ทำงานมีประสิทธิภาพกว่า พับเก็บง่ายกว่า แต่ไม่สามารถจับหมุนให้เคลื่อนที่(ไม่มีล้อมือจับ)

ส่วนประกอบรถเข็นนั่ง(Wheelchair) รถเข็นนั่งไฟฟ้า(e-Wheelchair)

Wheelchair หรือ รถเข็นนั่ง มีส่วนประกอบหลักๆดัง

– โครงโลหะ/อลูมิเนียม/อัลลอยด์ ที่มีลักษณะคล้ายเก้าอี้ มีทั้งแบบพับได้และพับไม่ได้
– ส่วนบนสุดของโครงโค้งเป็นด้ามจับ2ข้าง เพื่อให้ผู้อื่นจับเข็น
– พนักพิงและที่รองนั่ง มักทำด้วยผ้าใบหรือหนังเทียม บางคันเป็นโลหะ (สำหรับอาบน้ำ)
– ที่รองรับแขน อยู่ 2 ข้างลำตัว อาจติดตายตัว พับ หรือ ถอดออกได้
– ล้อใหญ่ 1 คู่ อยู่ด้านหลัง ซึ่งยึดติดกับเพลาหรือแกน มีวงล้อสำหรับมือจับประกบอยู่
– ล้อเล็ก 1 คู่ อยู่ด้านหน้า หมุนได้รอบตัว
– เบรก สำหรับยึดล้อไม่ให้เคลื่อนเวลาหยุดนิ่ง
– ที่รองรับเท้าที่ทำด้วยโลหะ หรือ อลูมิเนียม หรือ พลาสติคแข็ง

e-Wheelchair หรือ รถเข็นไฟฟ้า มีส่วนประกอบเพิ่มเติ่มจากรถเข็นปรกติดังนี้

– Motor โดยทั่วไปจะประกอบด้วย Motor 2 ทำงานแบบอิสระต่อกัน เช่น เดินหน้าแบบตรง
คือ หมุนไปข้างหน้าพร้อมกัน แต่หากต้องการเดินหน้าแบบเฉียง ล้อด้านหนึ่งจะหมุนเร็วกว่า
อีกข้างหนึ่ง
– แบตเตอรี่ เป็นแหล่งพลังงานสำหรับ Motor มีขนาดและความจุ แตกต่างกันไป
– Controller ส่วนใหญ่จะมีลักษณะคล้าย Joy Stick โดยทั่วๆไป Controller นี่สามารถ
program ไปผ่านคอมพิวเตอร์สำหรับ Advance User ทำหน้าที่ประมวลผล ควบคุมการ
ทำงานสัมพันธ์กันของ Motor
**ส่วนประกอบอาจแต่งต่างกันไปในแต่ละรุ่น**

Electric Wheelchair รถเข็นนั่งไฟฟ้า
Electric Wheelchair รถเข็นนั่งไฟฟ้า

ข้อพึงปฏิบัติเมื่อใช้รถเข็น มีอะไรบ้าง?

– หมั่นทำความสะอาดเบาะรองนั่งและปลอกหุ้ม
– ถ้าการทรงตัวไม่ดี ควรใช้สายคาดลำตัว
– ถ้าขาทั้งสองข้างชนกัน เกร็งหนีบ ควรใช้แถบผ้าพันรั้งขาให้กางออก หรือใช้หมอนกั้นไว้
– หลีกเลี่ยงการนั่งยกเข่าสูงกว่าตะโพก หรือ นั่งไข่วห้าง
– สวมถุงเท้า รองเท้า ทุกครั้งเมื่อนั่งรถเข็นออกไปนอกบ้าน
– วางเท้าบนที่รองเท้า ไม่ให้หล่นลงมาลากกับพื้น
– ถ้าเท้าบวม ควรยกเท้าขึ้นมาพาดบนเก้าอี้หรือเตียงเป็นครั้งคราว
– ถ้ากล้ามเนื้อแขนและลำตัวไม่แข็งแรง ควรใช้ไม้แผ่นรองช่วยในการย้ายตัว
– ล็อคล้อรถเข็น ก่อนย้ายตัวขึ้น-ลง
– ทำความสะอาดล้อทุก 1-2 สัปดาห์ เป็นอย่างน้อย
– หยอดน้ำมันหล่อลื่นตามข้อต่อ ทุก 1-2 เดือน
– ไม่นั่งอาบน้ำบนรถเข็นที่ไม่กันสนิม
– สูบลมยางเป็นประจำ อย่าปล่อยให้ยางแบน
– ถ้ามีอาการ ตาลาย จะเป็น ลม ต้องบอกให้คนข้างเคียง ช่วยกระดกล้อหน้าให้รถเข็นหงายหลัง เพื่อให้ศรีษะต่อและปลายเท้าชี้ขึ้น เมื่ออาการดีขึ้นจึงปล่อยรถเข็นลงสู่ปกติ

ข้อสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็น คนชรา, ผู้ป่วย หรือ คนพิการ ที่ใช้ รถเข็นนั่ง หรือ รถเข็นนั่งไฟฟ้า ควรพึ่งปฏิบัติ เป็นประจำคือ อย่าใช้สิ่งเหล่านี้ทุนแรงตลอด ควรออกกำลังกาย หรือ ทำกายภาพบำบัดตามสำควรด้วย เพื่อร่างกายที่แข็งแรง กล้ายเนื้อไม่เสื่อม เหมือนเครื่องยนต์ที่ต้องติดเครื่องเป็นประจำ จะได้ใช้ไปได้นานๆ

Credit : ข้อมูลบ้างส่วนน้ามาจาก http://spinalcordinjury2001.blogspot.com


[suffusion-widgets id=’6′]