ไม้เมลามีน ดียังไง ทำไมใครๆ ก็เลือกใช้กันนะ

You are currently viewing ไม้เมลามีน ดียังไง ทำไมใครๆ ก็เลือกใช้กันนะ

ไม้เมลามีนคืออะไร ? ทำไมใครๆ ก็ต่างเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตมาจากไม้ประเภทนี้กันนะ และนี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคำถามยอดฮิตที่คาใจของเหล่านักช็อป ที่กำลังมองหาชุดเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งบ้าน หรือกำลังที่จะเลือกวัสดุสำหรับโต๊ะทำงาน

วันนี้ Elife จะมาไขข้อสงสัย พร้อมพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ “ไม้เมลามีน” ตัวนี้กันค่ะ ว่ามันคืออะไร แล้วทำไมคนส่วนใหญ่เนี่ยถึงได้นิยมเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตจากไม้ตัวนี้กันอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นชั้นวางทีวี ชุดตู้เสื้อผ้า กล่องรองเท้า ชุดลิ้นชัก หรือชุดตกแต่งผนัง ที่เป็นงานเฟอร์นิเจอร์ Fit in สำเร็จรูปสวยๆ ดีไซน์หรูหรา และยังดูมีความทันสมัยนั้น ส่วนใหญ่ก็มักจะทำมาจากไม้เคลือบเมลามีนแทบทั้งหมด

“เมลามีน”

ไม้เมลามีนคือไม้สังเคราะห์สำหรับผลิตเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกเคลือบปิดผิวด้านนอกด้วยวัสดุเมลามีน ซึ่งจพทำมาจากกระดาษหลายๆ ชั้นอัดแน่นทับกันและถูกเคลือบเงา พร้อมพิมพ์ลวดลายเลียนแบบสีไม้ตามธรรมชาติ ทำให้เหมาะกับการนำมาผลิตเป็นชุดเฟอร์นิเจอร์

ไม้เคลือบเมลามีน หรือไม้สังเคราะห์ชนิดที่นิยมมาเคลือบปิดผิวเมลามีน หลักๆ จะมีด้วยกัน 2 ประเภท 

  • ไม้ปาร์ติเกิลบอร์ดเคลือบเมลามีน Particle board ผลิตมาจากไม้ยางพารา ผ่านกระบวนการย่อยไม้ให้มีขนาดเล็กและอบแห้งเพื่อให้ได้ฝอยไม้ โดยขึ้นรูปเป็นแผ่นภายใต้แรงดัน ผสมกาวและประสานอัดด้วยเครื่องจักรเทคนิคพิเศษ จากนั้นจะนำมาเคลือบปิดผิวเมลามีนเพื่อทำให้มีลวดลายที่สวยงาม ซึ่งจะมีความหนาเริ่มต้นตั้งแต่ 9 มิลิเมตร ไปจนถึง 25 มิลลิเมตร
  • ไม้เอ็มดีเอฟเคลือบเมลามีน MDF (Medium Density FiberBoard) ผลิตมาจากใยยูคาลิปตัส ยางพารา ผ่านกระบวนการปลอกเปลือกผสมกาวสังเคราะห์อัดด้วยความร้อนภายใต้แรงดันสูง เพื่อให้เกิดความยึดเหนี่ยวระหว่างเส้นใย เนื้อของ MDF จะมีความหนาแน่นสูงกว่า / มีโพรงอากาศน้อยกว่าไม้อัดเวลาพ่นสีลงไปเนื้อไม้ก็จะไม่ดูดสีมาก และเพราะเนื้อเนียนหน้าสวยกว่า มักทำเป็นบานเปิดเฟอร์นิเจอร์หรือประตูหรือส่วนที่ต้องโชว์ผิวไม้มากกว่าจะทำเป็นโครงเฟอร์นิเจอร์แล้วพ่นสีทับหรือพ่น ไฮกลอสหรือปิดทับด้วยวีเนียร์ ทำให้เนื้อไม้มีความหนาแน่นและเรียบเนียน ซึ่งจะมีความหนาตั้งแต่ 3 มิลลิเมตร ไปจนถึง 25 มิลลิเมตร

[ezcol_1half]

[/ezcol_1half] [ezcol_1half_end]

ข้อดีของไม้เคลือบเมลามีน 

  • ไม้เคลือบเมลามีน มีความทนทานต่อการขีดข่วน
  • ไม้เคลือบเมลามีน มีความทนทานต่อแรงขัด
  • ไม้เคลือบเมลามีน มีความทนทานต่อความร้อน
  • ไม้เคลือบเมลามีน มีความทนทานต่อไอน้ำ
  • ไม้เคลือบเมลามีน มีความทนทานต่อกรดต่างๆ
  • ไม้เคลือบเมลามีน มีความหนาแน่นของพื้นผิว
  • ไม้เคลือบเมลามีน มีความต้านทานต่อการแตกร้าว
  • ไม้เคลือบเมลามีน มีการป้องกันการเกาะติดของคราบสกปรกต่างๆ

ประโยชน์ของไม้เคลือบเมลามีน 

  • สามารถทนความร้อน ความชื้น และรอยขีดข่วนได้ดี
  • มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ไม่ส่งผลให้วัสดุภายในผุง่าย
  • ทำให้เฟอร์นิเจอร์มีความสวยงามแบบธรรมชาติมาก ๆ
  • ทำให้เฟอร์นิเจอร์มีผิวสัมผัสเหมือนกับเนื้อไม้ขัดเนียน

การนำไม้อัดเคลือบเมลามีนไปใช้งาน

  • ทำเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะทำงาน ตู้สำนักงานและงานสำนักงานต่างๆ ในบ้านหรือครัวเรือนทั่วไป
  •  ทำบิวด์อิน ประดับตกแต่ง
  •  ใช้งานได้เช่นเดียวกับไม้อัดทั่วไป

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายๆ โรงงานที่ผลิตโต๊ะทำงาน โต๊ะคอมพิวเตอร์ โต๊ะประชุม โต๊ะผู้บริการ ถึงเลือกใช้ “ไม้ปาร์ติเกิล” และวัสดุปิดผิว “เมลามีน” เพราะทนทาน แข็งแรง ส่งผลทำให้โต๊ะเหล่านี้ใช้งานได้ยาวนานนั่นเอง

[/ezcol_1half_end]


โดยวัสดุหน้า Top ของโต๊ะทำงานปรับระดับไฟฟ้า Elife เลือกใช้หน้าโต๊ะที่เป็นประเภทพรีเมียมเมลามีน ที่ด้านนอกเป็นผิวเมลามีนปิดขอบอย่างดี โดยใช้เครื่องจักรในการปิดขอบโต๊ะ ทำให้ขอบโต๊ะปิดสนิท ป้องการน้ำไหลซึมลงไป และที่สำคัญหน้าโต๊ะของ Elife ที่ใช้กับโต๊ะปรับระดับไฟฟ้านั้น ลงน้ำยากับชื้นและเชื้อรา เพื่อให้ลูกค้าใช้งานได้อย่างทนทาน และยาวนาน

แล้วสารฟอร์มัลดีไฮด์คืออะไร? สารฟอร์มัลดีไฮด์ (Formaldehyde) หรือที่คนทั่วไปรู้จักคือ”ฟอร์มาลิน” ที่ใช้เป็นน้ำยารักษาสภาพศพ ซึ่งความจริงแล้ว“ฟอร์มาลิน ก็คือ ฟอร์มาลดีไฮด์ที่ละลายน้ำนั่นเอง”  หรือในทางอุตสหกรรมรู้จักกันว่า สารต้านเชื้อราในกาวลาเท็กซ์ที่ใช้ประกอบเครื่องเรือน” ซึ่งมีคุณสมบัติ
ที่ทําให้ไม้สามารถยึดเกาะกันได้และทำให้เฟอร์นิเจอร์จำพวกไม้แข็งแรง ยากต่อการโค้งงอ ทำให้มีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ทั้งในทางการแพทย์ เคมี เฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ในบ้าน

ข้อสำคัญคือฟอร์มัลดีไฮด์ที่อยู่ในสิ่งต่างๆ เหล่านี้ สามารถระเหยออกมาอยู่ในอากาศให้เราได้สูดดมเข้าไปทำให้สร้างความระคายเคืองทั้งต่อเยื่อบุตา เยื่อบุจมูก และระบบทางเดินหายใจ หากความเข้มข้นสูงมาก ๆ ตั้งแต่ 100 ppm ขึ้นไป อาจทำให้ตายได้ และหากมีการสัมผัสถูกสารละลายโดยตรงทางผิวหนัง จะทำใเกิดผิวหนังอักเสบ เกิดอาการคันทันที

 ดังนั้นที่ยุโรปและญี่ปุ่นได้ตั้งมาตรฐานสิ่งแวดล้อมสำหรับสินค้าเฟอร์นิเจอร์ เรียกว่า “EU Formaldehyde Emission Standard” ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดยวัดที่ปริมาณการปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮด์ออกจากเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงว่าสินค้าได้มาตรฐาน

E1 (European Standard Class 1) : ซึ่งเป็นไม้มาตรฐานที่ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น กำหนดให้ใช้ผลิตเฟอร์นิเจอร์เพราะมีระดับสารฟอร์มัลดีไฮด์ต่ำเพียง 0.008% ปริมาณการปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮด์ไม่เกิน ≤ 1.5 มิลลิกรัมต่อลิตร จัดเป็นไม้ปลอดสารพิษถึง 80% ไม่มีอันตรายต่อระบบหายใจ ไม่มีกลิ่นฉุนจึงไม่ทำให้แสบตาและแสบจมูก ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังโดยเฉพาะผู้เป็นภูมิแพ้หรือเด็กเล็กสามารถใช้กับงานออกแบบและตกแต่งในพื้นที่ที่ปิดมิดชิด เช่น ห้องนอน, ห้องทำงาน, ห้องนั่งเล่น

เช่นเดียวกับโต๊ะไฟฟ้ารุ่น Raise3 จากอีไลฟ์ที่เลือกใช้หน้าไม้มาตรฐาน E1 ให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับใช้ในสำนักงาน ห้องนอน ห้องนั่งเล่นโดยไม่ทำให้เกิดอันตราย