5Checklist มีอาการนอนกรน เริ่มต้นใช้เครื่อง CPAP ควรเลือกรุ่นไหนดี ?

5Checklist มีอาการนอนกรน เริ่มต้นใช้เครื่อง CPAP ควรเลือกรุ่นไหนดี ?

สำหรับหลายๆ ท่าน ที่มีภาวะหยุดหายใจในขณะนอนหลับ มีอาการนอนกรน ที่ไปทำ Sleeptest มาแล้ว และยังไม่ได้ทำ Sleeptest แต่สนใจที่จะเลือกใช้เครื่อง CPAP เพื่อรักษาภาวะหยุดหายใจในขณะนอนหลับ แต่มีเครื่องหลากหลายรุ่นให้เลือกใช้งาน จนเกิดความสับสนว่าควรต้องเริ่มต้นใช้เครื่องแบบไหนจึงจะเหมาะสมมากกว่ากัน วันนี้ เรามา Checklist กันค่ะ ว่าควรตัดสินใจเลือกใช้เครื่อง CPAP แบบไหนดี

1.เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) ที่ใช้รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับและการนอนกรนหลักๆ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามลักษณะการจ่ายแรงดันอากาศ ดังนี้ 

Manual CPAP :: เครื่อง CPAP แบบคงที่ คือ เครื่องที่ปล่อยแรงดันอากาศที่คงที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ปรับเปลี่ยนแรงดันเองระหว่างนอนหลับ ราคาถูกกว่า แต่เมื่อใช้ Manual CPAP ที่ตั้งค่าความดันไว้แล้วเป็นเวลานาน จะทำให้ลมที่วิ่งผ่านทางเดินหายใจส่วนบนลดลง ทำให้การรักษาต่ำกว่าที่ควรจะเป็น อาจทำให้อาการแย่ลงได้ แล้วยังทำให้รู้สึกอึดอัด ต้องคอยปรับค่าแรงดันให้เหมาะสมกับตัวเองตลอดเวลา

  • ข้อดี: ราคาประหยัดกว่า ดูแลรักษาง่าย และให้แรงดันคงที่สม่ำเสมอตามค่ารักษาจริง
  • ข้อเสีย: อาจรู้สึกอึดอัดในช่วงที่ต้องใช้แรงดันสูงตลอดเวลาแม้จะนอนในท่าที่ทางเดินหายใจไม่ค่อยยุบก็ตาม
  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่มีผล Sleep Test ชัดเจนและรู้ค่าความดันที่พอดีแล้ว หรือผู้ที่มีงบประมาณจำกัด รวมถึงผู้ที่ต้องการแรงดันต่ำๆ (เช่น น้อยกว่า 8 cmH2O)

Auto CPAP ::  เป็นเครื่อง CPAP แบบปรับแรงดันอัตโนมัติ ตัวเครื่องจะปรับค่าแรงดันอากาศตามลักษณะการหายใจของผู้ป่วย ให้เหมาะสมกับตัวผู้ใช้ตลอดทั้งคืน ไม่ต้องคอยปรับค่าตลอดเวลา ใช้งานง่าย แม้แต่ผู้เริ่มใช้งานที่ยังไม่ได้ตรวจ sleep test ก็สามารถใช้งานได้ สะดวกสบายและรู้สึกอึดอัดน้อยกว่าตัวเครื่องแบบคงที่ แต่จะมีราคาแพงกว่าอยู่มาก

  • ข้อดี: สวมใส่สบายกว่า ลดความรู้สึกอึดอัดเวลาหายใจออก และปรับเปลี่ยนตามท่านอนหรือน้ำหนักที่เปลี่ยนไปในระยะยาวได้
  • ข้อเสีย: ราคาเครื่องสูงกว่าแบบแรงดันคงที่
  • เหมาะสำหรับ: ผู้เริ่มต้นใช้เครื่อง ผู้ที่ยังไม่เคยทำ Sleep Test มีภาวะนอนกรน / มีภาวะหยุดหายใจในขณะนอนหลับ (เพราะภาวะหยุดหายใจในแต่ละวันไม่เท่ากัน)

2. ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อากาศควรเลือกใช้เครื่อง Auto CPAP ที่มี เครื่องทำความชื้น (Humidifier) ในตัว เพื่อช่วยลดอาการคัดจมูก และระคายเคืองโพรงจมูก

ข้อแนะนำในการเลือกเครื่อง CPAP สำหรับคนเป็นภูมิแพ้

  • ระบบปรับแรงดันอัตโนมัติ (Auto CPAP): ช่วยปรับแรงดันลมให้พอดีกับจมูกแต่ละคืน ลดความอึดอัดเวลาจมูกบวมหรือหายใจไม่สะดวก
  • เครื่องทำความชื้นอุ่น (Heated Humidifier): สำคัญมากสำหรับคนเป็นภูมิแพ้ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันอาการจมูกแห้ง คัน หรือเลือดกำเดาไหลจากลมเป่า
  • ท่อลมร้อน (Heated Tubing): ช่วยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นไม่ให้เกิดหยดน้ำในท่อ (Rainout)
  • หน้ากากแบบครอบจมูก (Nasal Mask) หรือแบบเต็มหน้า (Full Face Mask): หากมักคัดจมูกจนต้องอ้าปากหายใจตอนนอน ควรเลือกแบบครอบทั้งจมูกและปาก เพื่อไม่ให้ลมรั่วและช่วยให้รับความชื้นได้เต็มที่

3. ความละเอียดในการปรับแรงดันลม

เครื่อง CPAP ส่วนใหญ่มีความละเอียดในการปรับตั้งค่าแรงดัน (Pressure Increment Step) ที่ 0.2 หรือ 0.5 cmH2O ขึ้นอยู่กับการออกแบบของแต่ละยี่ห้อและรุ่น

  • Resmed ปรับตั้งค่าความละเอียดได้ที่ 0.2 cmH2O
  • Yuwell ความละเอียดในการปรับตั้งค่าอยู่ที่ 0.5 cmH2O
  • Philips (เช่น DreamStation): ความละเอียดในการปรับตั้งค่าอยู่ที่ 0.5 cmH2O
  • Fisher & Paykel (เช่น SleepStyle): ความละเอียดในการปรับตั้งค่าอยู่ที่ 0.5 cmH2O

4. Blower เครื่อง CPAP แบรนด์ไหนแรงที่สุด

เครื่อง CPAP ทั่วไปทุกแบรนด์หลัก (เช่น ResMed, Philips, Löwenstein และ Yuwell) ออกแบบมาให้มี แรงดันลมสูงสุดเท่ากันที่ 20 cmH₂O ซึ่งเป็นมาตรฐานทางการแพทย์ในการเปิดทางเดินหายใจ ดังนั้น คำว่า “แรงที่สุด” จึงไม่ได้วัดที่ตัวเลขแรงดันสูงสุด แต่ วัดที่ความเสถียรและตอบสนองต่อแรงต้าน (Response Time & Algorithm) ในการอัดอากาศขณะเกิดภาวะหยุดหายใจ

แบรนด์ยอดนิยมและสมรรถนะของโบลเวอร์ (Blower)

  • ResMed (เช่น AirSense 10 / 11 AutoSet): โดดเด่นเรื่องอัลกอริทึมตอบสนองไวมาก (AutoSet Algorithm) แรงลมมีความเสถียรสูงและแม่นยำในการดันลมผ่านหน้ากากแม้ท่อจะยาวหรือมีแรงต้านจากสรีระ เป็นที่นิยมสูงสุดในไทย
  • Löwenstein (เช่น Prisma 20A): แบรนด์จากเยอรมนี โบลเวอร์ทำงานได้นิ่ง เงียบสนิท และให้ความรู้สึกนุ่มนวลแต่ทรงพลังในการรักษาแรงดันลมไม่ให้ตกหล่น
  • Philips / Yuwell: ให้แรงดันมาตรฐานสูงสุด 20 cmH₂O เช่นกัน แต่ความเร็วในการปรับตัวตามจังหวะหายใจอาจแตกต่างกันไปตามรุ่นและซอฟต์แวร์

5.ราคาเครื่อง CPAP ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในการตัดสินใจเช่นกัน 

  • ระดับราคาเครื่อง CPAPกลุ่มประหยัด (15,000 – 30,000 บาท): เช่น Yuwell รุ่น YH-580 , YH-680B หรือรุ่นเริ่มต้นของ ResMed AirStart 10 APAP เหมาะกับคนงบจำกัด ฟังก์ชันพื้นฐานเพียงพอ
  • กลุ่มมาตรฐาน (35,000 – 55,000 บาท): เช่น ResMed AirSense 10 AutoSet และ AirSense 11 เป็นเครื่องปรับแรงดันอัตโนมัติ (Auto CPAP) เสียงเงียบ ทำงานเสถียร มีระบบทำความชื้น และเชื่อมต่อแอปพลิเคชันได้
  • กลุ่มเดินทางบ่อย : เช่น ResMed AirMini AutoSet ขนาดเล็ก น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินทางบ่อย

Tric :: ควรเลือกเครื่อง CPAP ที่มีโหมดฟังก์ชั่น Online คือ เครื่อง CPAP ที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายและส่งข้อมูลการใช้งานไปยังระบบออนไลน์หรือแอปพลิเคชันที่รองรับ ช่วยให้สามารถติดตามข้อมูลการนอนได้สะดวกยิ่งขึ้น ข้อมูลที่ติดตามได้อาจรวมถึง ชั่วโมงการใช้งาน จำนวนเหตุการณ์หยุดหายใจ(AHI) การรั่วของหน้ากาก และข้อมูลอื่นๆ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นของเครื่อง และการดูแลหลังการขายที่ง่ายและรวดเร็ว

สรุป 5Checklist มีอาการนอนกรน เริ่มต้นใช้เครื่อง CPAP ควรเลือกรุ่นไหนดี ?

  1. การเลือกประเภทเครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP) ที่ใช้รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับและการนอนกรนหลักๆ 
  2. ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อากาศควรเลือกใช้เครื่อง Auto CPAP ที่มี เครื่องทำความชื้น (Humidifier) ในตัว เพื่อช่วยลดอาการคัดจมูก และระคายเคืองโพรงจมู
  3. ความละเอียดในการปรับแรงดันลม
  4. Blower เครื่อง CPAP แบรนด์ไหนแรงที่สุด
  5. ราคาเครื่อง CPAP