CPAP แรงดันตก รักษาไม่ได้ผล! รู้ตัวอีกทีเมื่อสาย ถ้าไม่เช็คสภาพประจำปี

CPAP แรงดันตก รักษาไม่ได้ผล! รู้ตัวอีกทีเมื่อสาย ถ้าไม่เช็คสภาพประจำปี

“ลมที่เป่าเข้าจมูกคุณวันละ 6-8 ชั่วโมง ทุกคืน… คุณมั่นใจแค่ไหนว่ามันสะอาดจริง?” สำหรับผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เครื่อง CPAP คืออุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ขาดไม่ได้ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ ภัยเงียบที่มาพร้อมกับการละเลยการบำรุงรักษา ผู้ใช้งานส่วนใหญ่มักดูแลความสะอาดแค่ภายนอก แต่ทราบหรือไม่ว่า ภายในตัวเครื่องที่ไม่เคยผ่านการ เช็คสภาพเครื่อง CPAP เลยตลอด 1 ปี อาจกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เชื้อรา และฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ไส้กรองธรรมดาเอาไม่อยู่

นอกจากเรื่องความสะอาดแล้ว ปัญหาเรื่อง “แรงดันลม” ก็สำคัญไม่แพ้กัน เครื่องที่ใช้มานานโดยไม่ได้รับการคาริเบรท (Calibrate) ค่าแรงดัน อาจจ่ายลมเบาเกินไปจนรักษาอาการกรนไม่ได้ผล หรือจ่ายลมแรงเกินไปจนทำให้นอนไม่หลับ นี่คือเหตุผลว่าทำไม บริการตรวจเช็คสภาพเครื่อง CPAP จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็น “สิ่งจำเป็น” ก่อนที่คุณจะต้องเสียเงินก้อนโตเพื่อ ซ่อมเครื่อง CPAP หรือซื้อเครื่องใหม่

สัญญาณเตือน! ว่าเครื่อง CPAP ของคุณถึงเวลาต้อง “ตรวจเช็คสภาพ” แล้ว

@elifegear Cpap ใกล้พังจริง…หรือว่าาา ?? #elife #cpap #sleeptest #resmed ♬ Mozart Minuet with violin(815356) – 松本一策


ปกติแล้วเครื่อง CPAP ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ยาวนานหลายปี แต่ “ความทนทาน” ไม่ได้แปลว่า “ประสิทธิภาพ” จะคงที่ตลอดไป หากคุณสังเกตเห็น 1 ใน 4 อาการเหล่านี้ แสดงว่าเครื่องของคุณกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือครับ

1. เสียงมอเตอร์ดังผิดปกติ (Unusual Noise) เครื่อง CPAP รุ่นใหม่ๆ มักทำงานเงียบมาก (Silent Operation) หากคุณเริ่มได้ยินเสียงแปลกปลอม เช่น เสียงครางฮือๆ (Whining), เสียงเหมือนของขบกัน (Grinding) หรือเสียงลมรั่วจากภายในตัวเครื่อง นี่ไม่ใช่เรื่องปกติครับ มักเกิดจากลูกปืนมอเตอร์เริ่มเสื่อมสภาพ หรือมีฝุ่นเข้าไปอุดตันภายในพัดลมระบายอากาศ หากปล่อยทิ้งไว้อาจลามไปจนมอเตอร์ไหม้และต้องเสียค่า ซ่อมเครื่อง CPAP แพงกว่าเดิม

2. รู้สึกว่าลมเบาลง หรืออาการนอนกรนกลับมา (Pressure Drop) ถ้าคุณรู้สึกว่า “ทำไมเดี๋ยวนี้ลมไม่ค่อยแรงเหมือนเมื่อก่อน” หรือคนข้างๆ ทักว่าคุณเริ่มกลับมานอนกรนทั้งที่ใส่เครื่องอยู่ เป็นไปได้สูงว่าเซนเซอร์วัดแรงดันอาจเพี้ยน หรือมอเตอร์เริ่มหมดแรงส่ง ทำให้ แรงดันลมตก (Pressure Drop) การส่งเครื่องเข้าศูนย์เพื่อทำการ Calibrate (ปรับเทียบค่ามาตรฐาน) จะช่วยยืนยันได้ว่าเครื่องยังรักษาคุณได้เต็ม 100% หรือไม่

3. ได้กลิ่นอับชื้น หรือกลิ่นไหม้ (Bad Odor) แม้คุณจะเปลี่ยนไส้กรองและล้างท่อทุกสัปดาห์ แต่ถ้ายังได้กลิ่นอับชื้น (Musty smell) ทุกครั้งที่เปิดเครื่อง นั่นแปลว่าเชื้อราหรือแบคทีเรียอาจเข้าไปสะสมอยู่ใน “โฟมเก็บเสียง” หรือซอกมุมภายในตัวเครื่องที่การล้างปกติเข้าไม่ถึง หรือร้ายแรงกว่านั้นคือ กลิ่นไหม้ ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของระบบไฟฟ้าลัดวงจร ควรรีบส่ง เช็คสภาพเครื่อง CPAP ทันทีเพื่อความปลอดภัย

4. ใช้งานมาเกิน 1 ปี หรือหน้าจอแจ้งเตือน (Maintenance Alert) เครื่อง CPAP บางรุ่นจะมีระบบแจ้งเตือนเมื่อถึงระยะเวลาซ่อมบำรุง หรือขึ้นโค้ด Error ต่างๆ แต่ถึงแม้เครื่องจะยังไม่มีอาการใดๆ ผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกแนะนำให้ทำ Preventive Maintenance หรือการตรวจเช็คสภาพประจำปี ทุกๆ 12 เดือน (หรือทุก 4,000-5,000 ชั่วโมงการทำงาน) เพื่อทำความสะอาดคราบฝุ่นฝังลึกและตรวจสอบค่าทางเทคนิค ก่อนที่ประกันเครื่องจะหมด หรือก่อนที่เครื่องจะเสียหายหนัก