สายดื่มต้องรู้! ดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้นอนกรนจริงไหม?

สายดื่มต้องรู้! ดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้นอนกรนจริงไหม?

     การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เชื่อว่าช่วยให้หลับสบายและคลายเครียดได้ดี แต่เคยสังเกตไหมว่าคืนไหนที่ดื่มหนักคืนนั้นมักจะมีเสียงกรนเป็นอย่างมากการดื่่มแอลกอฮอล์เป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้เวลานอน เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ(OSA) ซึ่งเป็นภาวะที่การหายใจหยุดเป็นระยะๆในระหว่างนอนหลับพบว่าในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นOSA แอลกอฮอล์สามารถเพิ่มจำนวนและระยะการหยุดหายใจได้มากถึง 25-40%

 

กลไกและผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อการนอนกรนมีดังนี้:
  • การคลายตัวของกล้ามเนื้อ:  ซึ่งแอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง จึงทำให้การทำงานของสมองและการควบคุมของกล้ามเนื้อทั่วร่างกายช้าลงรวมถึงกล้ามเนื้อในลำคอและลิ้น เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวมากเกินไปทางเดินหายใจจะแคบลง จึงทำให้เกิดการกรนถี่ขึ้นและดังขึ้น
  • ร่างกายตอบสนองต่อการขาดออกซิเจนช้าลง: เมื่อทางเดินหายใจเริ่มตีบแคบจากเนื้อเยื่อที่หย่อนตัวร่างกายควรจะตื่นขึ้นเล็กน้อยหรือพลิกตัวเพื่อรับออกซิเจน แต่ฤทธิ์กดประสาทของแอลกอฮอล์ทำให้สมองตื่นตัวช้าลงเราจึงกรนต่อเนื่องยาวนานขึ้นและดังขึ้น
  • ทำให้คอแห้งและคัดจมูก: แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายขาดน้ำและคอแห้ง เนื้อเยื่อในคอที่แห้งจะเกิดการสั่นสะเทือนได้ง่ายและเสียงดังขึ้น นอกจากนี้ แอลกอฮอล์บางชนิด (เช่น ไวน์) อาจทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ เนื้อเยื่อในจมูกบวม คัดจมูก จนต้องหายใจทางปาก ซึ่งเป็นท่าทางการนอนที่ส่งเสริมการกรนอย่างมาก

ข้อควรระวังอันตราย: หากนอนกรนอยู่แล้วการดื่มแอลกอฮอล์จะเพิ่มความเสี่ยงอย่างมากต่อ “ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ” (Sleep Apnea) เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้สมองตื่นตัวช้าลงต่อภาวะขาดออกซิเจนร่างกายอาจหยุดหายใจนานกว่าปกติซึ่งเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง

สรุป

     การดื่มแอลกอฮอล์ “ทำให้นอนกรนจริง” เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะไปทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอและโคนลิ้นเกิดการ ผ่อนคลายและหย่อนยาน มากกว่าปกติขณะหลับ เมื่อเรานอนหงาย เนื้อเยื่อที่หย่อนเหล่านี้จะตกลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจให้แคบลง เมื่อลมหายใจพยายามแทรกผ่านจึงเกิดการสั่นสะเทือนกลายเป็น “เสียงกรน” แถมแอลกอฮอล์ยังทำให้สมองตอบสนองต่อการขาดออกซิเจนช้าลง ทำให้เรากรนดังและยาวนานขึ้น ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย