ไม่ได้อ้วน แต่นอนกรนจากป่วยบ่อย ทอนซิล โต

ไม่ได้อ้วน แต่นอนกรนจากป่วยบ่อย ทอนซิล โต

ไม่อ้วนแต่กรน เกิดจากอะไร? รู้จักสาเหตุและหลักการทำงานของเครื่อง CPAP

ความเชื่อที่ว่า “คนอ้วนเท่านั้นที่นอนกรน” อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เพราะในทางสรีรวิทยาแล้ว ผู้ที่มีรูปร่างผอมหรือน้ำหนักตัวปกติ ก็สามารถพบปัญหานอนกรนได้เช่นกัน

บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจปัจจัยทางกายภาพที่ทำให้เกิดเสียงกรนในคนรูปร่างผอม และทำความรู้จักกับ เครื่อง CPAP ซึ่งเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้สำหรับดูแลผู้ที่มีปัญหาการหายใจขณะหลับ

สาเหตุของการนอนกรนในผู้ที่มีรูปร่างผอม
ภาพการเกิดการหยุดหายใจ

สาเหตุของการนอนกรนในผู้ที่มีรูปร่างผอม

การนอนกรน (Snoring) เกิดจากการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อในลำคอขณะที่มีลมหายใจผ่านช่องทางเดินหายใจที่แคบลง ในผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ปัจจัยหลักมักเกิดจากเนื้อเยื่อไขมัน แต่สำหรับผู้ที่มีรูปร่างผอม สาเหตุมักเกี่ยวข้องกับ โครงสร้างของทางเดินหายใจและใบหน้า (Anatomical Factors) ดังนี้

  1. ลักษณะโครงสร้างใบหน้าและขากรรไกร

ผู้ที่มีรูปหน้าตอบ ขากรรไกรเล็ก หรือมีลักษณะคางถอยไปด้านหลัง (Retrognathia) อาจมีผลต่อพื้นที่ในช่องทางเดินหายใจ เมื่อนอนหงายและกล้ามเนื้อผ่อนคลาย โคนลิ้นอาจตกลงไปปิดกั้นทางเดินหายใจได้ง่ายกว่าปกติ ทำให้เกิดเสียงกรนได้

  1. ความผิดปกติภายในช่องจมูกและลำคอ
  • แม้ภายนอกจะดูปกติ แต่โครงสร้างภายในอาจมีส่วนประกอบที่ขัดขวางทางเดินหายใจ เช่น
  • ต่อมทอนซิลโต (Enlarged Tonsils): หรือลิ้นไก่ยาว อาจทำให้ช่องทางเดินหายใจส่วนบนแคบลง
  • ผนังกั้นจมูกคด (Deviated Nasal Septum): ทำให้รูจมูกข้างใดข้างหนึ่งแคบลง
  1. ปัจจัยด้านภูมิแพ้

ผู้ที่มีอาการภูมิแพ้อากาศ เยื่อบุโพรงจมูกอาจเกิดการบวม ทำให้หายใจทางจมูกไม่สะดวกและต้องหายใจทางปาก (Mouth Breathing) ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสให้เกิดเสียงกรนได้ เป็นคนที่นอนกรนได้

แต่วันนี้ เราจะมาพูดถึงเรื่องการนอนกรน มีภาวะหยุดหายใจ ที่เกิดจากต่อมทอนซิลโต ต่อมอะดินอยด์โต ที่เป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้คนการนอนจากคนปกติ ที่ไม่มีเสียงกรน ให้กลายเป็นคนนอนกรนได้ เพราะอาการจากทอมซินโต ไม่ได้เกิดในเด็กเท่านั้น แต่ในวัยผู้ใหญ่ก็มี เช่นกันค่ะ

การผ่าตัดทอนซิลแบบใหม่ เจ็บน้อยลง เสี่ยงน้อยลงด้วย Coblator

หน้าที่และความสำคัญของต่อมอะดินอยด์และต่อมทอนซิล

ต่อมอะดีนอยด์กับต่อมทอนซิล มีความสําคัญในตอนเด็ก เนื่องจากต่อมเหล่านี้คือกลุ่มของต่อมน้ำเหลืองบริเวณของหลังโพรงจมูกและช่องคอ ซึ่งคอยดักจับเชื้อโรคต่าง ๆที่มากับอาหารและอากาศ เมื่ออายุมาก ๆ ขึ้น ต่อมอะดีนอยด์ก็จะค่อย ๆ ฝ่อลง เนื่องจากว่ามีภูมิต้านทานมากขึ้น เมื่อการติดเชื้อลดลงหน้าที่ของต่อมอะดีนอยด์ก็จะค่อยๆหมดไป ตอนอายุสักประมาณเข้าสู่วัยรุ่น ช่วง 11-12 ปีขึ้นไป ต่อมอะดีนอยด์ควรต้องยุบลง แต่ก็จะมีบางกรณีสำหรับบางคน มีอาการป่วยบ่อย สุขภาพไม่ค่อนแข็งแรง ก็อาจจะทำให้ต่อมทอนซิล

ผลกระทบจากต่อมอะดีนอยด์โต

1.) การติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจบ่อยขึ้น เมื่อต่อมอะดีนอยด์โตขึ้นมากจะไปอุดกั้นโพรงจมูก เกิดการอักเสบแล้ว จะมีอาการคล้ายๆไข้หวัด บางรายอาจจะมีอาการดังต่อไปนี้

  • คัดจมูกมากขึ้น คัดจมูกไม่หาย
  • ไอเรื้อรัง
  • หูชั้นกลางอักเสบ จากการติดเชื้อหูและหูน้ำหนวกบ่อยๆ
  • ไซนัสอักเสบเรื้อรัง ต่อมอะดินอยด์โตอาจไปปิดกั้นช่องระบายของโพรงไซนัส ทำให้เกิดการสะสมของเมือกและเชื้อโรค ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อในไซนัสบ่อยๆ

อาการเหล่านี้จะเกิดขึ้น เนื่องจากเชื้อโรคสะสมอยู่ที่ต่อมอะดีนอยด์ และไม่สามารถที่จะไหลลงคอหรือว่าจะกําจัดไปได้ นอกจากจะทําให้มีลักษณะของการติดเชื้ออักเสบได้ง่ายบริเวณอวัยวะข้างๆ หูชั้นกลาง และกลุ่มไซนัสแล้ว ยังส่งผลถึงปัญหาเรื่องของการหายใจอีกด้วย

2.) ปัญหาการหายใจ

  • หายใจทางจมูกลำบาก หากต่อมอะดีนอยด์อักเสบบ่อย ๆ จะทําให้ต่อมอะดีนอยด์เกิดการโตมากขึ้น เวลาหายใจเด็กก็อาจจะมีการอ้าปากหายใจ

3.) ลักษณะใบหน้าและการพูดผิดปกติ

  • เด็กที่หายใจทางปากบ่อยๆ เนื่องจากต่อมอะดินอยด์โตอาจพัฒนาให้มีลักษณะใบหน้าแบบ “adenoid face” ซึ่งประกอบด้วยปากที่อ้าค้าง จมูกแคบ และขากรรไกรบนยื่นออกมา ในบางรายพบว่าทําให้มีรูปหน้าเปลี่ยน เช่น คางยาวมากขึ้น เพดานโก่งมากขึ้น อาจมีปัญหาการพูดลิ้นไก่หรือลิ้นตก ส่งผลให้การพูดไม่ชัดเจน

4.) ปัญหาการนอนหลับ

  • ขณะนอนหลับมีอาการกรนมากกว่าปกติ ในบางท่านอาจจะทําให้ถึงกับหยุดหายใจ หยุดหายใจหมายถึงว่านอนกรน แล้วก็มีการเหมือนกับกลั้นการหายใจ สัก 10 วินาที

นอนกรนร่วมกับการหยุดหายใจ สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม

หากอาการนอนกรนมีลักษณะ เสียงดัง สลับกับเสียงเงียบหายไปเป็นพักๆ หรือมีอาการสะดุ้งเฮือกเพื่อหายใจ อาจเป็นข้อบ่งชี้ของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea – OSA) ภาวะนี้ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เต็มที่ขณะนอนหลับ ซึ่งหากปล่อยไว้ในระยะยาว อาจมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด

คำแนะนำ: หากท่านมีอาการดังกล่าว ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ (Sleep Test) ณ สถานพยาบาล เพื่อประเมินความรุนแรงและรับคำแนะนำในการรักษาที่ถูกต้อง


หลักการทำงานของเครื่อง CPAP ในการดูแลผู้ที่มีปัญหานอนกรน

หลักการทำงานของเครื่อง CPAP ในการดูแลผู้ที่มีปัญหานอนกรน

สำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก หรือ CPAP (Continuous Positive Airway Pressure) เป็นทางเลือกในการรักษา

เครื่อง CPAP ช่วยได้อย่างไร?

เครื่อง CPAP ทำหน้าที่ผลิตกระแสลมที่มีแรงดันอ่อนๆ ส่งผ่านท่อและหน้ากากเข้าสู่ทางเดินหายใจของผู้ใช้ขณะนอนหลับ แรงดันลมนี้จะทำหน้าที่เป็นเสมือน “ตัวค้ำยัน” (Splint) เพื่อช่วยให้

  • เปิดขยายทางเดินหายใจ: ป้องกันไม่ให้ทางเดินหายใจยุบตัวลงขณะหลับ
  • ช่วยให้การหายใจต่อเนื่อง: ลดการเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ช่วยให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนอย่างต่อเนื่องตลอดคืน
  • บรรเทาอาการนอนกรน: เมื่อทางเดินหายใจเปิดกว้าง ลมหายใจสามารถผ่านได้สะดวก ลดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อ