เที่ยวกับ CPAP 6เทคนิคง่าย ๆ เดินทางตปท.ไม่สะดุด ตื่นแล้วสดชื่น

เที่ยวกับ CPAP 6เทคนิคง่าย ๆ เดินทางตปท.ไม่สะดุด ตื่นแล้วสดชื่น

ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้ CPAP ทุกวัน วันไหนเผลอหลับตื่นมาเจ็บคอ ปากแห้ง เพลีย คงจะเป็นด้วยสรีระของเรา และการตามใจปากทำให้น้ำหนักขึ้นมาเอาลงก็ยาก

ใช้ที่บ้านไม่เป็นไรแต่เวลาเอาไปต่างประเทศ บางทริปเราเปลี่ยนโรงแรงบ่อย ๆ เพราะเปลี่ยนเมือง ผมเคยเจอปัญหา CPAP เสีย, แทงค์แตก, หากปลั๊กเสียบไม่ได้ ลืมท่อหน้ากาก ระหว่างทาง เลยอยากจะมาแนะนำเพื่อน ๆ ลองทำตามเพื่อการท่องเที่ยวจะได้ไม่สะดุด

  1. ให้นำหัวแปลงปลั๊กไปด้วย CPAP เกือบทุกเครื่องในท้องตลาดใช้ไฟ 110v-220v ได้ อันนี้ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ แต่เคยไปเที่ยวที่เมืองจีน และยุโรปบางประเทศหัวปลั๊กมันประหลาด โรงแรมไม่ให้หัวแปลงมาด้วย หาซื้อก็ไม่ได้ เอาไปดีที่สุดครับ
  2. เอาไปทั้งกระเป๋าครับ เหตุผลไม่ใช่เพราะมันแพคแล้วปลอดภัยหรืออะไร จริง ๆ คือถ้าเอากระเป๋าของมันไปเราจะไม่ลืมของครับ เพราะมันจะมีช่องของมันให้ใส่ ถ้าช่องไหนว่างเราจะรู้ว่าเราลืม ผมเคยเจอไม่ได้เอากระเป๋าของมันไป ลืมท่อและหน้ากากระหว่างทริปคือแย่ไปเลย การมีกระเป๋าเป็นการการันตีระดับหนึ่งว่าเราไม่ลืมของ
  3. แทงค์ใส่น้ำ หรือ Clearable Tub เราต้องเอาน้ำออกและทำให้แห้งทุกครั้ง เพราะมันจะทำให้เครื่องเสียได้
  4. เอายาใส่ในกระเป๋า CPAP เอออันนี้ส่วนตัวผมใช้ครับ เค้าเห็น CPAP เค้ารู้อยู่แล้วว่าเราดูแลสุขภาพ ใส่ยาสามัญเข้าไป เจ้าหน้าที่โอเคกับยานั้น (ผมคิดเอาเองครับ) อย่างประเทศญี่ปุ่น ยาบางตัวคิดจะตรวจเค้าตรวจ แต่ถ้าเห็น CPAP เรารู้และอนุโลมบางอย่างครับ (อันนี้แล้วแต่บุคคลนะครับ)
  5. ใช้กระเป๋าเดินทางเป็น Hardcase เสมอ อันนี้แล้วแต่คน แต่ผมแนะนำอย่างที่สุดครับ เพราะว่าทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเจ้าหน้าที่สายการบิน และ สนามบินเค้าดูแลกระเป๋าดีไม่เหมือนกัน บางที่โยน บางที่เหยียบ Hardcase เป็นการป้องกันเครื่องของคุณได้ระดับหนึ่งเลย
  6. วางกระเป๋า CPAP ไว้ด้านบนของกระเป๋า และวางเป็นชิ้นแรกเสมอ เพื่อกันการกดทับน้ำหนักสัมภาระเรา เวลาเราลาก เรา Transit หรือ อุบัติเหตุต่างๆ

หวังว่าข้อมูลข้างต้นจะช่วยคุณให้เดินทางปลอดภัย เดินทางราบเรียบ ไม่เกิดเหตุเหมือนที่ผมเคยเจอมากับตัวครับ ถ้าคนไหนมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างลองแชร์ให้ฟังกันได้ครับ ไว้พบกันใหม่