คุณยาย80ปียังแจ๋ว..มาออกกำลังกายกันเถอะ

คุณยาย80ปียังแจ๋ว..มาออกกำลังกายกันเถอะ

การออกกำลังกายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกเพศทุกวัยเพราะมีประโยชน์มากมายเช่น ช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บชะลอความแก่วัยมีรูปร่างทรวดทรงที่ดีและสวยงาม และที่สำคัญคือช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้   ซึ่งการออกกำลังกายนั้น มีวิธีให้เราเลือกออกกำลังกายหลากหลายวิธี  ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ความชอบและความเหมาะสมของสภาพร่างกายของแต่ละช่วงวัย และในบทความนี้ Elife ขอนำเสนอการออกกำลังกาย สำหรับผู้สูงอายุในรูปแบบการออกกำลังกายโดยการ เพาะกาย ตกใจใช่ไหมคะ? ไม่ต้องตกใจคะ เพราะมีผู้สูงอายุ วัย80 ปี ที่เลือกออกกำลังกาย โดยการเพาะกายและยังเป็นเทรนเนอร์อีกด้วย มาดูกันคะ  ว่าคุณยาย วัย80 ปี แล้วเนี้ย ว่าจะมีรูปร่าง ที่แข็งแรงและน่าทึ่งขนานไหน

kapook_world-913492

คุณยาย Ernestine Shepherd เกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 1936จนกระทั้งอายุ56ปี คุณยายได้เริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจรัง และต่อมา คุณยายได้รับรางวัลอันดับที่2 ในการประกวดเพาะกายในปี2010-2011 และนอกจากนี้ยังได้บันทึกลง Guinness Book ว่าเป็นนักเพาะกายหญิงที่มีอายุมากที่สุดของโลกอีกด้วย!! ไม่ธรรมดาจริงๆ

oldest-female-bodybuilder-grandma-80-year-old-ernestine-shepherd-1

oldest-female-bodybuilder-grandma-80-year-old-

 

แล้วอะไรคือความลับของคุณยายที่สามารถสร้างร่างกายให้แข็งแรงได้ขนาดนี้ นั้นก็คือ ความมีระเบียบวินัยความมุ่งมันและการทำงานอย่างหนักในสมัยก่อน คุณยายตื่นตั้งแต่03.00 น. เพื่อมาวิ่ง 80ไมล์ หรือ130 กิโลเมตร ต่อสัปดาห์ และทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคุมแคลอรี่ เช่น ไข่ขาว ไก่ ผักนานาชนิดและดื่มน้ำในปริมาณที่มากๆให้เพียงพอต่อร่างกาย แต่ความลับที่แท้จริงของคุณยายง่ายๆก็คือ คุณยายไม่เคยยอมแพ้และท้อถอยในการออกกำลังกายนั้นเอง และปัจจุบันคุณยายยังเป็นเทรนเนอร์ให้กับผู้หญิงที่สนใจและชอบการออกกำลังกายอีกด้วย เห็นแบบนี้แล้วอยากหุ่นนี้แบบคุณยาย เราต้องรีบออกกำลังกายกันแล้วค่ะ เพื่อจะได้มีรูปร่างที่สวยงามเหมือนกับคุณยายท่านนี้ 80ปียังแจ๋ว จริงๆ

oldest-female-bodybuilder-grandma-80-year-old-ernestine-shepherd-6

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ น่าทึ่งไปเลยใช่ไหมคะ  ไม่น่าเชื่อว่าคุณยาย อายุ80ปีแล้ว จะมีรูปร่างที่แข็งแรงทรวดทรงที่สวยงามและหน้าตายังอ่อนกว่าวัยมากอีกด้วยทั้งนี้เพราะคุณยายเลือกออกกำลังกายเป็นกิจวัตรประจำวัน และ ดูแลตัวเองอย่างดีเสนอมาและถ้าใครอยากหุ่นดีมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแต่ยังเลือกวีธีหรือประเภทการออกกำลังกายไม่ได้ ลองให้การ“เพาะกาย” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจเลือกประเภทการออกกำลังกายนะคะ  รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ

80 Years old

 

เครดิตจาก:http://www.boredpanda.com/oldest-female-bodybuilder-grandma-80-year-old-ernestine-shepherd/

การออกกำลังกายสำหรับผู้ใช้รถเข็น รถเข็นไฟฟ้า รถเข็นไฟฟ้าพับได้

การออกกำลังกายสำหรับผู้ใช้รถเข็น รถเข็นไฟฟ้า รถเข็นไฟฟ้าพับได้

รถเข็นและรถเข็นไฟฟ้ากับการออกกำลังกาย

บทความโดย อีไลฟ์

หลายๆท่านคงเข้าใจว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับผู้ใช้รถเข็นและรถเข็นไฟฟ้า แต่ในความเป็นจริงแล้วความเข้าใจผิดเช่นนี้อาจทำให้ชีวิตบนรถเข็นเป็นเรื่องน่าเบื่อ หดหู่ ซึมเศร้าและไม่กะปรี้กะเปร่า วันนี้อีไลฟ์จึงมีเคล็ดลับดีๆมาฝากผู้ใช้รถเข็นไฟฟ้า รถเข็น รถเข็นไฟฟ้าพับได้ รถเข็นไฟฟ้าราคาถูกกัน ยิ่งถ้าได้ออกไปออกกำลังกายในสวนสารณะ บรรยากาศดีๆ สูดอากาสดชื่นคงจะดีไม่น้อย


20160728_121702_Richtone(HDR)

  • ประโยชน์ของการออกกำลังกายด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อบนรถเข็น รถเข็นไฟฟ้า และรถเข็นไฟฟ้าแบบพับได้
  1. เพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
  2. กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
  3. คลายความเครียด
  4. ปรับปรุงท่านั่งให้ดูดีและถูกต้อง
  5. เพิ่มพลังและความแข็งแรง
  6. ลดปัญหากล้ามเนื้อและข้อยึด

เมื่อรู้เช่นนี้แล้วว่าการออกกำลังกายและการยืดเหยียดกล้ามเนื้อดีต่อผู้ที่ต้องนั่งรถเข็นและรถเข็นไฟฟ้าทั้งวันขนาดไหน เรามาเริ่มออกกำลังกายกันเลยค่ะ

  • เคล็ดลับการออกกำลังกายสำหรับผู้ใช้รถเข็นและรถเข็นไฟฟ้า
  1. ข้อสำคัญอันดับแรกคือควรปรึกษาคุณหมอประจำก่อนว่าสามารถออกกำลังกายด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อท่าต่างๆได้หรือไม่ ทั้งนี้เนื่องจากผู้ใช้งานรถเข็น รถเข็นไฟฟ้า และรถเข็นฟ้าแบบพับได้แต่ละคนมีอาการไม่เหมือนกัน โดยคำนึงถืงคำถามต่างๆต่อไปนี้เป็นต้น
  • คุณสามารถออกกำลังกายได้บ่อยครั้งแค่ไหนต่อวัน ต่อสัปดาห์
  • มีการออกกำลังกายท่าไหนหรือไม่ที่คุณควรจะหลีกเลี่ยงเป็นพิเศษ
  • การออกกำลังประเภทไหนที่ควรทำ
  • มียาตัวไหนหรือเปล่าที่อาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับการออกกำลังกาย
  1. เมื่อได้รับการยืนยันจากคุณหมอแล้ว เราก็มาออกกำลังกาย และยืดเหยียดกล้ามเนื้อกันเถอะ นี่คือ 8 ท่วงท่าออกกำลังกายสำหรับผู้นั่งรถเข็นดังนี้
  • ท่าที่ 1 จับข้อศอกซ้ายด้วยมือขวา แล้วค่อยๆดึงข้อศอกเข้าหาศีรษะจนรู้สึกว่ามีการยืดของกล้ามเนื้อไหล่หรือกล้ามเนื้อด้านหลังของแขนบน จากนั้นทำซ้ำด้วยข้อศอกอีกด้านหนึ่ง
        ท่าออกกำลังสำหรับผู้นั่งรถเข็นท่าที่ 1
  • ท่าที่ 2 ต่อเนื่องมาจากท่าแรกสักเล็กน้อย ให้เริ่มด้วยการจับข้อศอกซ้ายด้วยมือขวาแล้วค่อยๆดึงข้อศอกเข้าหาศีรษะ จากนั้นเอียงตัวไปด้านข้างตั้งแต่ช่วงเอวเพื่อยืดเหยียดกล้ามเนื้อช่วงบนของลำตัว002
  • ท่าที่ 3 ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ โดยหงายฝ่ามือขึ้นฟ้า จากนั้นดันมือขึ้นด้านบนและด้านหลังเล็กน้อยให้พอรู้สึกถึงการยืดเหยียดกล้ามเนื้อช่วงแขน หัวไหล่ และหลังส่วนบน                                 
ท่าออกกำลังสำหรับผู้นั่งรถเข็นท่าที่ 3
  •  ท่าที่ 4 นั่งในท่าตรง สะโพกอยู่กับที่ในขณะที่หมุนช่วงลำตัวส่วนบนไปทางขวาและซ้าย สายตามองผ่านช่วงไหล่ออกไป การออกกังกายท่านี้จะช่วยยืดเหยียดกล้ามเนื้อส่วนหลังและด้านข้างลำตัว

**ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บกระดูกสันหลัง หน้าอก และหลังควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังท่านี้**               

   ท่าออกกำลังสำหรับผู้นั่งรถเข็นท่าที่ 4
  •  ท่าที่ 5 ประสานนิ้วมือโดยหันฝ่ามือออกจากตัว และยืดแขนออกไปด้านหน้าขนานกับพื้น ความสูงระดับหัวไหล่ เพื่อยืดกล้ามเนื้อไหล่ กล้ามเนื้อหลังช่วงกลางและบน กล้ามเนื้อแขน มือ นิ้ว และข้อมือ
     ท่าออกกำลังสำหรับผู้นั่งรถเข็นท่าที่ 5
  •  ท่าที่ 6 ยกหัวไหล่ทั้งสองขึ้นถึงใบหู ค้างไว้ 5-8 วินาที จากนั้นค่อยๆปล่อยไหล่ลงในท่าสบาย ทำซ้ำอีกหลายครั้ง ท่านี้จะช่วยคลายความตึงกล้ามเนื้อช่วงคอและหัวไหล่แก่ผู้ที่ต้องใช้รถเข็น รถเข็นไฟฟ้า และรถเข็นไฟฟ้าพับได้ เป็นเวลานาน
     ท่าออกกำลังสำหรับผู้นั่งรถเข็นท่าที่ 6
  • ท่าที่ 7 นั่งในท่าตรง จากนั้นเอียงศีรษะไปทางซ้ายขณะที่กดไหล่ขวาลง เพื่อช่วยยือกล้ามเนื้อช่วงลำคอด้านข้าง ทำซ้ำอีกครั้งโดยเอียงศีรษะไปทางตรงกันข้าม  
       ท่าออกกำลังสำหรับผู้นั่งรถเข็นท่าที่ 7 
  • ท่าที่ 8 ประสานมือไว้ด้านหลังศีรษะ หัวไหล่กางออกข้างลำตัว ดึงสะบักเข้าหากัน ค้างไว้ 10 – 15 วินาที จากนั้นผ่อนคลายแล้วทำซ้ำอีกได้หลายครั้ง
       ท่าออกกำลังสำหรับผู้นั่งรถเข็นท่าที่ 8

ที่มาของของ”ยาหม่อง”

ที่มาของของ”ยาหม่อง”
OLYMPUS DIGITAL CAMERA
OLYMPUS DIGITAL CAMERA

 

แหล่งที่มา เว็บไซต์เด็กดี

ยาหม่องถือกำเนิดในประเทศแถบยุโรป เนื่องจากเป็นเมืองหนาว คนก็จะเป็นหวัด คัดจมูกกันมาก เพราะอากาศ มันมักจะเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ เขาก็จะใช้น้ำมันที่เรียกว่าเมนทอลาทัมทาบรรเทา อาการเป็นหวัด คัดจมูก

ต่อมาก็มีการนำเอาเมนทอลาทัม มาผสมกับสมุนไพรต่างๆเพื่อเพิ่มกลิ่นและรสให้ร้อนแรงมากยิ่ง ขึ้น และส่งมาขายทางประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย เมื่อเข้ามาในประเทศไทยก็เป็นที่แพร่หลาย ซึ่งยี่ห้อแรกๆที่เข้ามาขายประเทศไทย ก็คือยาหม่องตราเสือ หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่า TIGER PLAM

ส่วนเหตุที่เรียกว่ายาหม่องนั้น มี 2 ทฤษฎีด้วยกัน ทฤษฎีปแรก ว่ากันมา คนขายยาหม่อง2 พี่น้องชาว จีนชื่อ โอวบุ้นโฮ้ว และโอวบุ้นพาร์ มีอาชีพเล่นมายากล เมื่อเล่นมายากลได้สักระยะหนึ่ง ก็จะตีฆ้องหม่องๆๆๆ เพื่อขายยาหม่อง เสียง หม่องๆๆ นี้ จึงเป็นที่มาของคำว่ายาหม่อง

ส่วนทฤษฎีที่ 2 ก็คือ นายโอวบุ้นโฮ้ว และโอวบุ้นพาร์ นั้นไปปลูกบ้านบำนักอยู่ที่ประเทศพม่า และส่ง ยาหม่องจากพม่ามาขายในประเทศไทย ซึ่งคนไทยเราจะเรียกพม่าว่าหม่อง เราจึงเรียกยานี้ว่ายาหม่อง อันที่มาของคำว่ายาหม่อง ใน ปัจจุบัน

ทำอย่างไรไม่ให้แก่

สำหรับคนไม่อยากแก่ วันนี้ Elife มีเคล็ดลับดีๆมาแบ่งปันกัน จากรายการ ดูให้รู้ วันที่ 10 มกราคม 2559

วันนี้เราจะอยากจะแนะนำวิธีทำให้คุณกลายเป็นสาวพันปีได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจารย์ท่านหนึ่งในประเทศญี่ปุ่นคิดค้นได้แบบที่ยังไม่มีใครทำได้มาก่อน อาจารย์ที่คิดค้นท่านนี้คือ อาจารย์ โชอิจิ ยามางีชิ มหาวิทยาลัย ฟุคุรุเมะ ประเทศญี่ปุ่น สิ่งที่ท่านคิดค้นได้ ไม่ใช่การปฏิบัติในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ท่านสามารถดึงเอาสารที่จะทำให้เราแก่ ออกจากร่างกายได้ด้วย

 

206309355-29-10-55-04

อาจารย์ท่านนี้ค้นพบสารเคมีชนิดหนึ่งในร่างกายมนุษย์ที่จะทำให้คนเราดูแก่ชราลง ซึ่งอาจารย์ตั้งชื่อว่า AGE ค่ะ ฟังดูจำง่ายนะคะ เหมือนคำว่า age ที่แปลว่าอายุเลยค่ะ สารนี้เกิดจากการที่เราบริโภค โปรตีน น้ำตาลเข้าไป เมื่อสารอาหารเหล่านี้เข้าไปอยู่ในร่างกายคนในอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เจ้า AGE หรือ Advanced Glycation End Product นี้ก็จะก็ก่อตัวขึ้นในร่างกาย ทำให้คุณดูสูงวัยและทำให้ร่างกายทรุดโทรมได้ค่ะ

 

hea8

โดยปกติมนุษย์จะมีโปรตีนประกอบในร่างกาย กว่า 100000 ชนิด ถ้ามีน้ำตาลมาจับโปรตีนหรือน้ำตาลกลูโคสที่มีความสำคัญทางร่างกาย แต่ถ้ามากเกินไปจะทำปฏิกิริยากับโปรตีนในร่างกายทำให้เกิด AGE นั้นเองค่ะ
การหลีกเลี่ยงจาก เจ้า AGE นี้ ก็เริ่มต้นจากการกิน การกินสำคัญมาก
อาหารที่ทำให้เกิด AGE ได้แก่ อาหารประเภท ไขมัน แป้ง ของทอด ของหวาน ขนมหวาน
อาหารที่ลด AGE คือ ผัก ผลไม้ และอาหารที่ประกอบด้วยเส้นใยที่มากของแต่ละชนิด
นอกจากจะหลีกเลี่ยงอาหาร ที่ทำให้เกิด สาร AGE วันนี้ เรายังมี เคล็ดลับเล็กๆในการเลี่ยงลำดับขั้นตอนในการทานอาหารที่ อาจารย์ โชอิจิ ยามางีชิ แนะนำมาค่ะ

 

thaihealth_c_deghjprsvwx1
ขั้นตอนในการทานอาหารในแต่ล่ะมื้อ คือ
1.กินผัก 2.กินเนื้อ 3.กินข้าว เห็นแล้วอาจจะดูยากสำหรับคนไทยค่ะ เพราะเหตุผลในวิทยาศาสตร์แล้ว ถ้าเรากินข้าวก่อนข้าวจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลอย่างรวดเร็วมาก ยิ่งในเวลาหิวเราก็กินข้าวมากกว่าจะอิ่ม เราคงบริโภคน้ำตาลไปมากมายแล้ว แต่ถ้าเราเลือกกินผักหรือโปรตีนก่อน เมื่อร่างกายอิ่มแล้วก็จะรับประทานข้าวได้น้อยลงเอง ก็จะช่วยให้ร่างกายสร้างสาร AGE ได้น้อยลงโดยปริยาย

ถ้าเราอยากทราบว่าในร่างกายของเรานั้น มีสาร AGE มากน้อยขนาดไหน เราก็มีวิธีคำนวณมาฝากค่ะ
วิธีการคำนวณหาค่า AGE ของร่างกาย
นำหนักตัวหารด้วย 1.7=ผลลัพธ์
นำผลลัพธ์ หาร 1.7 = นี้คือค่า AGE ที่ได้
ถ้าได้อยู่ในเกณฑ์ 22-25 ถือว่าไม่อ้วน อยู่ในเกณฑ์มีค่า AGE ต่ำ
65 / 1.7 = 38.23
38.23 / 1.7 = 22.49

ท่าออกกำลังกายสำหรับผู้นั่งรถเข็น

นั่งรถเข็นออกกำลังกายอย่างไร

aerobics

แม้จะนั่งรถเข็นและรถเข็นไฟฟ้า ผู้นั่งยังคงสามารถออกกำลังกายได้แม้บนรถเข็น ทั้งนี้ก็เพื่อยังคงรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อให้คงอยู่คู่กับความสะดวกสบายของรถเข็นและรถเข็นไฟฟ้า ทั้งนี้ผู้ใช้รถเข็นไฟฟ้าสามารถได้รับประโยชน์มากมายจากการออกกำลังแบบแอโรบิค

การออกกำลังแบบแอโรบิกส์จะช่วยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจ ทำให้มีออกซิเจนไหลเวียนในกล้ามเนื้อมากยิ่งขึ้น การออกกำลังแบบแอโรบิกส์เป็นประจำช่วยให้สามารถควบคุมน้ำหนักและทำให้อารมณ์ แรงกำลัง และการไหลเวียนของเลือดดี ช่วยให้หัวใจและปอดทำงานได้อย่างดี

ท่าเก็บผลไม้

ยืดแขนขึ้นทีละข้าง เหมือนคุณกำลังเด็ดผลไม้จากต้นไม้สูง หายใจเข้าในขณะที่ยกแขนขึ้น และหายใจออกขณะยกแขนอีกข้างขึ้น เมื่อยกแขนขึ้น อย่าลืมแบบมือออกเพื่อเป็นการยืดนิ้ว ทำซ้ำทั้ง หมด 8 ครั้ง รวมทั้งหมด 3 ชุด โดยพัก 10 วินาทีระหว่างแต่ละชุด การออกกำลังท่านี้จะช่วยยืดเหยียดกระดูกสันหลัง ทั้งยังพัฒนาการไหลเวียนของเลือดและขอบเขตการเคลื่อนไหว

ท่าเดินสวนสนามบนเก้าอี้

ยกแขนข้างหนึ่งและขาด้านตรงข้ามขึ้น จากนั้นเปลี่ยนข้างประหนึ่งคุณกำลังเดินสวนสนาม คุณสามารถเพิ่มระดับการเต้นของหัวใจด้วยการยกแขนและขาให้สูงขึ้น หากไม่สามารถออกแรงได้มาก คุณสามารถยกเฉพาะขาก็เพียงพอ ท่านี้เป็นการออกกำลังกล้ามเนื้อต้นขาเหนือเข่า ช่วยให้ข้อต่อเข่ามั่นคงแข็งแรง บำรุงกล้ามเนือส่วนที่จำเป็นเพื่อการลุกจากเก้าอี้

ท่าพายเรือในเก้าอี้

ท่านี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการเต้นหัวใจและการทำงานของปอดด้วยการออกกำลังกล้ามเนื้อไบเซป ไตรเซป หน้าอก และหลังส่วนบนจากท่าพายเรือ ยกแขนทั้งสองข้างขึ้นไปด้านหน้าสูงระดับไหล่ จากนั้นเลื่อนมือเข้าหาหน้าอก ดึงข้อศอกไปทางด้านหลังให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้โดยไม่เกร็ง เริ่มหมุนข้อศอกเป็นวงกลมเหมือนท่าพายเรือ ทำทั้งหมด 3 ชุด ชุดละ 12 ครั้ง พักระหว่างแต่ละชุดโดยการหายใจ 4 ครั้ง

ออกกำลังกายมากและบ่อยแค่ไหนดี

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด พยายามตั้งเป้าหมายประจำสัปดาห์ให้ได้ 150 นาทีสำหรับการออกกำลังแบบแอโรบิกส์แบบปานกลาง หรือ 75 นาทีสำหรับการออกกำลังแบบเข้มข้น คุณสามารถแบ่งเป็นครั้งละ 10 นาที โดยพยายามกระจายให้ทั่วทั้งสัปดาห์ นอกจากนี้การยกน้ำหนักอย่างเบาจะเป็นประโยชน์มากสำหรับผู้นั่งรถเข็นเพราะการฝึกต่อแรงต้านจะช่วยสร้างความแข็งแรงทนทานให้กล้ามเนื้อ

การอุ่นเครื่องและการคลายกล้ามเนื้อ

คุณควรอุ่นเครื่องก่อนออกกำลังกายและผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังออกกำลังอย่างน้อย 5 นาที ใหนขณะที่เริ่มต้น ค่อยๆเพิ่มความเร็วและจังหวะของการเคลื่อนไหว การค่อยๆเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในกล้ามเนื้อจะช่วยลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ส่วนการคลายกล้ามเนื้อจะเป็นการค่อยๆลดอัตราการเคลื่อนไหวให้ช้าลง


[suffusion-widgets id=’6′]