Link ตอนที่1 ตอนที่2 ตอนจบ
208

 

ราชบุรี ดินแดนวัฒนธรรมลุ่มน้ำแม่กลองและสายหมอกแห่งขุนเขาตะนาวศรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางด้านตะวันตกที่มีภูมิประเทศหลากหลาย จากพื้นที่ที่ราบต่ำ ลุ่มแม่น้ำแม่กลองอันอุดม แหล่งเพาะปลูกพืชผักผลไม้-เศรษฐกิจนานาชนิด สู่พื้นที่สูงทิวเทือกเขาตะนาวศรีทอดตัวยาวทางทิศตะวันตกจรดชายแดนไทย-สหภาพพม่าจากตำนานและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ทำให้สันนิษฐานได้ว่าราชบุรีเป็นหัวเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากแห่งหนึ่งของแคว้นสุวรรณภูมิมาตั้งแต่สมัยที่พระเจ้าอโศกมหาราชแห่งอินเดียได้เผยแพร่พุทธศาสนาเข้ามาในดินแดนแถบนี้ เมื่อราวปี พ.ศ. ๒๑๘ โดยแคว้นสุวรรณภูมินี้มีศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่นครปฐมหรือที่สมัยนั้นเรียกกันว่า “ทวารวดี” ราชบุรียังเป็นแหล่งพบปะของพ่อค้าวาณิชแต่ครั้งโบราณ ทั้งยังเป็นเมืองหน้าด่านที่ติดต่อกับสหภาพพม่า ราชบุรีจึงเป็นดินแดนหลากหลายชาติพันธุ์และกลุ่มชนที่สุดแห่งหนึ่ง ราชบุรีในวันนี้จึงเต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสนใจมากมาย ทั้งประวัติศาสตร์ โบราณสถาน วิถีชีวิต วัฒนธรรมงานหัตถกรรมเครื่องปั้น เครื่องหล่อ ทอถักจักสาน ถ้ำธารป่าเขา และธรรมชาติที่งดงามท้าทายการมาเยือนของผู้คนจากทุกมุมโลก

 

209 210
 

ที่ตั้ง : 41/1 ม.3 ต.วังเย็น อ.บางแพ จ.ราชบุรี
Tel. 032-381401, 032-2381404 Fax. 032-381403
อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามเกิดขึ้นจากความตั้งใจ และความคิดของผู้ก่อตั้งซึ่งมีรากฐานเริ่มต้นของงานมาจากงานหล่อพระพุทธรูป งานหล่อประติมากรรมรูปต่างๆ จากอดีตจนสู่ปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา จากประสบการณ์ทำให้ผู้ก่อตั้งมีความคิดที่จะสร้างสรรค์ ผลงานประติมากรรมรูปเหมือนของพระสงฆ์รูปต่างๆ ซึ่งจำพรรษาในกุฏิและรูปเหมือนบุคคลสำคัญต่างๆ ที่ผู้ก่อตั้งมีความศรัทธายกย่อง แนวความคิดในการทำงานและการดำเนินชีวิตจนประสบความสำเร็จ รวมทั้งรูปเหมือนวิถีชีวิตวัฒนธรรม ความเป็นไทย ในภาคต่างๆ ของประเทศไทย
โครงการ อุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยาม สร้างขึ้นมาในปี พ.ศ.2540 และด้วยความมุ่งมั่นที่มาจากความคิดสร้างสรรค์จากความเชื่อมั่นในคำสอนเรื่องความดี ความศรัทธาในบุคคล กำลังใจจากครูเพื่อนมิตรและครอบครัว ทำให้โครงการอุทยานหุ่นขี้ผึ้งสยามได้ มีโอกาสเกิดขึ้นและนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ ด้านศิลปะและวัฒนธรรมไทย วิถีชีวิตความเป็นอยู่ในสังคมไทย นับแต่อดีตจนถึงในปัจจุบัน เพื่อสืบทอดเอกลักษณ์ ของไทยให้คงอยู่สืบต่อชนรุ่นหลัง
ที่มา : http://www.scppark.com

 

211212
 

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ
ห้องส้วม สร้างห้องส้วมเฉพาะสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุไว้ 2 จุด จุดแรกอยู่ด้านหน้าก่อนทางเข้า มี 2 ห้อง จุดที่ 2 อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ เป็นจุดห้องน้ำ 3 มี 1 ห้องไม่แยกเพศ
ทางลาด มีทางลาดเข้าอาคาร จัดไว้เกือบทุกจุด ทุกคนสามารถใช้ได้
ป้ายสัญลักษณ์ จัดป้ายสัญลักษณ์ไว้หน้าห้องส้วม
ทางเดินทางเชื่อม ภายนอกอาคารไม่มีพื้นที่ต่างระดับเข้าถึงได้เกือบทุกจุด
หมายเหตุ ผู้ที่ใช้ Wheel Chair ไม่สามารถเข้าบางอาคารได้เพราะมีบันไดเพื่อขึ้นชมชั้น 2 ของอาคาร ไม่มีทางลาด
คนพิการสามารถเข้าถึงได้ แต่ต้องมีผู้ช่วย โดยสามารถเข้าไปภายในอุทยานหุ่นขี้ผึ้งและในพิพิธภัณฑ์
ระดับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ : ดี

 

213214
 

สิ่งอำนวยความสะดวก
ทางเดินทางเชื่อม จัดให้มีทางลาดที่มีความชันตรงตามมาตรฐาน
ห้องพัก ไม่มีห้องเฉพาะสำหรับคนพิการ แต่ห้องพักไม่มีพื้นต่างระดับ ขนาดค่อนข้างกว้าง คนพิการสามารถพอจะพักได้
ห้องน้ำในห้องพัก ห้องน้ำในห้องพักค่อนข้างแคบ อาบน้ำยาก แต่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าใช้ได้
ไม่ได้จัดห้องพักสำหรับคนพิการไว้ให้โดยเฉพาะ แต่สามารถเข้าพักได้
ระดับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ : พอใช้

 

215
 

นครปฐม จังหวัดเล็กๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ด้วยระยะทางประมาณ ๕๖ กิโลเมตร เป็นเมืองแห่งปูชนียสถานเก่าแก่ที่สำคัญคือ“พระปฐมเจดีย์” ซึ่งนับเป็นร่องรอยแห่งแรกของการเผยแพร่อารยธรรมพุทธศาสนาเข้ามาในประเทศไทย ทั้งยังเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์มากมายไปด้วยผลไม้และอาหารขึ้นชื่อนานาชนิด เมืองนครปฐมเดิมตั้งอยู่ริมทะเลเคยเป็นเมืองเก่าแห่งหนึ่งซึ่งเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยทวาราวดีเพราะเป็นราชธานีที่สำคัญ มีหลักฐานเชื่อว่าศาสนาพุทธและอารยธรรมจากประเทศอินเดียเผยแพร่เข้ามาที่นครปฐมเป็นแห่งแรก โดยสันนิษฐานจากองค์พระปฐมเจดีย์และซากโบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบที่จังหวัดนครปฐม จังหวัดนี้จึงเป็นศูนย์กลางของความเจริญ มีชนชาติต่างๆ อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นจำนวนมาก
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชวังขึ้นที่ตำบลสนามจันทร์เป็นที่เสด็จแปรพระราชฐาน และโปรดเกล้าฯ ให้ตัดถนนเพิ่มขึ้นอีกหลายสาย ให้สร้างสะพานใหญ่ข้ามคลองเจดีย์บูชาขึ้น ทรงพระราชทานนามว่า “สะพานเจริญศรัทธา” ต่อมาให้เปลี่ยนชื่อเมือง “นครชัยศรี” เป็น “นครปฐม” แต่ชื่อมณฑลยังคงเรียกว่า “มณฑลนครชัยศรี” อยู่ จนกระทั่งยุบเลิกในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปัจจุบันนครชัยศรีมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งขึ้นอยู่กับจังหวัดนครปฐม

 

216217
 

ที่ตั้ง : ตำบลพระนครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรวิหารเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร เป็นที่ประดิษฐานองค์พระปฐมเจดีย์ ถือว่าเป็นพระสถูปเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจังหวัดนครปฐมได้ใช้พระปฐมเจดีย์ เป็นตราประจำจังหวัด พระปฐมเจดีย์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นองค์ที่สร้างขึ้นใน สมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อปี พ.ศ. 2396 โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างครอบพระเจดีย์องค์เดิม ซึ่งเป็นเจดีย์เก่าแก่มีฐานแบบโอคว่ำ และมียอดปรางค์อยู่ข้างบน
สันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในตอนต้นพุทธศตวรรษที่ 4 เนื่องจากรูปร่างของเจดีย์แบบโอคว่ำ มีลักษณะคล้ายกับสาญจีเจดีย์ในอินเดีย ซึ่งสร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช การสร้างเจดีย์ครอบองค์ใหม่เสร็จเรียบร้อยในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ.2413 พระเจดีย์องค์ใหม่มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกลมรูประฆังคว่ำแบบลังกา สูงจากพื้นดินถึงยอดมงกุฎประมาณ 120.5 เมตร ฐานวัดโดยรอบได้ 233 เมตร ภายในบรรจุพระบรมสารรีกิธาตุไว ้ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ได้ทรงบูรณะวัดพระปฐมเจดีย์ให้สง่างามมากขึ้น และถือว่าวัดพระปฐมเจดีย์เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 6 พระปฐมเจดีย์
ที่มา : http://www.thaigoodview.com

 

218219
 

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ
ทางลาด ทางวัดจัดทางลาดสำหรับเข้าห้องส้วมไว้ คนที่ใช้ Wheel Chair สามารถใช้งานได้
ป้ายสัญลักษณ์ ในวัดที่จัดไว้เป็นป้ายห้องส้วมสาธารณะ
ห้องส้วม สร้างไว้ 1 ห้องเป็นห้องเฉพาะไม่แยกเพศ
หมายเหตุ มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุไว้ แต่คนที่ใช้ Wheel Chair ไม่สามารถขึ้นไปนมัสการองค์พระได้ เพราะมีบันไดที่ค่อนข้างสูง แต่สามารถนมัสการบริเวณด้านล่าง
ระดับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ : พอใช้

 

220221
 

ที่ตั้ง : ตำบลไร่ขิง บนฝั่งแม่น้ำท่าจีนหรือแม่น้ำนครชัยศรี จ.นครปฐม
ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 32 กิโลเมตร
วัดไร่ขิงนี้ สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงพระราชทานนามว่า วัดมงคลจินดาราม (ไร่ขิง) แต่ชาวบ้านเรียกกันเต็มๆ ว่า วัดมงคลจินดารามไร่ขิงจนกระทั่งเหลือแต่ชื่อ วัดไร่ขิง อาณาเขตวัดแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เขตศาสนสถานและเขตสาธารณสถาน ซึ่งเป็นพื้นที่ของโรงเรียนและโรงพยาบาล มีถนนตัดผ่านกลาง
วัดนี้เป็นวัดราษฎร์ ยังไม่มีหลักฐานว่าสร้างเมื่อใด อาศัยจากคำบอกเล่าว่า สร้างปี พ.ศ. 2394 สมัยสมเด็จพระพุฒาจารย์ สมัย ร.4 เมื่อสร้างวัดเสร็จอัญเชิญพระพุทธรูปมาจากวัดศาลาปูน จ.พระนครศรีมาประดิษฐานไว้เป็นพระประธานวัดบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อวัดไร่ขิง” ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของอุโบสถ วัดไร่ขิงเป็นวัดที่พุทธศาสนิกชนรู้จักกันดี นิยมเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิงกันอยู่เสมอ บริเวณริมแม่น้ำหน้าวัดเป็นเขตอภัยทาน ร่มรื่น มีปลาสวายตัวโตนับพันอยู่ นักท่องเที่ยวสามารถซื้อขนมปังเลี้ยงอาหารปลาได้อีกด้วย
ที่มา : http://www.thaigoodview.com

 

222223
 

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ
ทางลาด ทางวัดจัดทางลาดสำหรับเข้าถึงด้านในและห้องส้วมไว้ คนที่ใช้ Wheel Chair สามารถใช้งานได้
ป้ายสัญลักษณ์ ในวัดที่จัดไว้เป็นป้ายห้องส้วมสาธารณะ
ห้องส้วม สร้างห้องน้ำไว้เฉพาะ 1 ห้องไม่แยกเพศ แต่อยู่ค่อนข้างไกลจากโบสถ์
ราวจับ มีการติดตั้งราวจับไว้ที่บันไดเกือบทุกจุด
หมายเหตุ มีการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุไว้ แต่คนที่ใช้ Wheel Chair ไม่สามารถขึ้นไปนมัสการภายในโบสถ์ได้ เพราะมีบันได แต่สามารถนมัสการบริเวณด้านล่าง
ระดับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ : พอใช้
Share →