How to AirSense 11 ขึ้นเครื่องบินและการใช้บนเครื่องบินอย่างถูกต้อง

You are currently viewing How to AirSense 11 ขึ้นเครื่องบินและการใช้บนเครื่องบินอย่างถูกต้อง

สำหรับผู้ที่ใช้เครื่อง CPAP รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ การเดินทางโดยเครื่องบินไม่จำเป็นต้องหมายความว่าจะต้องหยุดการรักษา โดย ResMed AirSense 11 สามารถนำขึ้นเครื่องบินและสามารถใช้งานระหว่างเที่ยวบินได้ ตามคู่มือผู้ใช้ของ ResMed ทั้งนี้ผู้เดินทางควรเตรียมอุปกรณ์และตรวจสอบข้อกำหนดของสายการบินล่วงหน้า เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย

ก่อนขึ้นเครื่อง ควรเตรียม AirSense 11 อย่างไร?

สิ่งแรกที่ควรทำคือ นำเครื่อง CPAP ติดตัวขึ้นเครื่องในรูปแบบสัมภาระถือขึ้นเครื่อง (Carry-on) ไม่ควรนำไปโหลดใต้ท้องเครื่อง เพราะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลไกภายใน ซึ่งควรได้รับการป้องกันจากการกระแทก ResMed ระบุในคู่มือว่า AirSense 11 สามารถนำขึ้นเครื่องบินเป็นสัมภาระถือขึ้นเครื่องได้ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ไม่ถูกนับรวมในโควตาสัมภาระถือขึ้นเครื่องตามข้อความในคู่มือดังกล่าว

ควรใช้ กระเป๋าเดินทางของเครื่องที่ให้มา เพื่อป้องกันตัวเครื่องระหว่างเดินทาง และควรตรวจสอบให้มีอุปกรณ์สำคัญครบ เช่น ตัวเครื่อง อะแดปเตอร์ไฟ สายลม หน้ากาก และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการใช้งาน

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือ น้ำในหม้อทำความชื้น (HumidAir 11) ต้องเทออกให้หมดก่อนเดินทาง ResMed เตือนอย่างชัดเจนว่าไม่ควรขนส่งหรือใช้เครื่องขณะที่มีน้ำอยู่ในหม้อทำความชื้น เพราะแรงสั่นสะเทือนหรือความปั่นป่วนของอากาศระหว่างเดินทางอาจทำให้น้ำหกเข้าเครื่อง หรือทำให้เกิดความเสี่ยงจากการสูดละอองน้ำระหว่างเกิด turbulence ได้ ดังนั้น หลักง่าย ๆ ก่อนออกจากบ้านคือ “เทน้ำออกให้หมดก่อนใส่กระเป๋า”

 

แล้วผ่านจุดตรวจความปลอดภัยในสนามบินได้หรือไม่?

AirSense 11 เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ และ ResMed ระบุว่าเครื่องสามารถนำผ่านกระบวนการรักษาความปลอดภัยในสนามบินและนำขึ้นเครื่องได้ ในทางปฏิบัติ ผู้ใช้ควรเก็บเครื่องไว้ในกระเป๋าเฉพาะของเครื่อง และเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ใกล้ตัว โดยเฉพาะในกรณีที่เจ้าหน้าที่สนามบินหรือสายการบินต้องการตรวจสอบว่าเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ 

ResMed ยังแนะนำให้ผู้ใช้พกข้อมูลสำคัญ เช่น ค่าแรงดันที่ใช้ในการรักษา ชนิดและขนาดหน้ากาก รวมถึงเอกสารจากแพทย์หรือเอกสารเกี่ยวกับการเดินทางของเครื่องไว้ด้วย

 

สามารถใช้ AirSense 11 ตอนอยู่บนเครื่องบินได้หรือไม่?

สามารถใช้ได้ โดยคู่มือ AirSense 11 ระบุว่าเครื่องผ่านข้อกำหนดของ Federal Aviation Administration (FAA) สำหรับการใช้งานบนเครื่องบิน และสามารถใช้ระหว่างการเดินทางทางอากาศได้

อย่างไรก็ตาม การที่ตัวเครื่องผ่านข้อกำหนดทางเทคนิค ไม่ได้หมายความว่าสายการบินทุกแห่งจะมีขั้นตอนเหมือนกัน ดังนั้นควรตรวจสอบนโยบายของสายการบินที่กำลังจะเดินทางล่วงหน้า โดยเฉพาะกรณีที่ตั้งใจจะเปิดใช้ CPAP ระหว่างเที่ยวบิน เพราะ ResMed แนะนำให้ผู้โดยสารติดต่อสายการบินก่อนเดินทางและตรวจสอบเงื่อนไขการใช้งานบนเครื่องบิน พูดง่าย ๆ คือ “เครื่อง AirSense 11 ใช้บนเครื่องบินได้ แต่ต้องปฏิบัติตามกฎของสายการบินที่เดินทางด้วย”

เรื่องสำคัญที่สุด คือ ห้ามใส่น้ำในหม้อทำความชื้นขณะใช้บนเครื่อง !!!

ผู้ใช้ใหม่จำนวนมากอาจสงสัยว่า เมื่อปกติใช้ CPAP ที่บ้านพร้อมเครื่องทำความชื้น แล้วบนเครื่องบินสามารถเติมน้ำแล้วเปิดใช้งานเหมือนเดิมได้หรือไม่

คำตอบคือ ไม่ควร

คู่มือ AirSense 11 ระบุว่า ขณะใช้บนเครื่องบินต้องทำให้หม้อทำความชื้น ว่างเปล่า และใส่กลับเข้าไปในตัวเครื่องให้เรียบร้อย โดยเครื่องจะไม่ทำงานหากไม่มีหม้อทำความชื้นหรือฝาครอบด้านข้างติดตั้งอยู่

ResMed ยังให้คำแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการใช้เครื่องบนเครื่องบินว่า ควร ปิดระบบทำความชื้น ขณะใช้งานบนเครื่องบิน เนื่องจากการมีน้ำในระบบเพิ่มความเสี่ยงจากการหกและการกระเด็นระหว่างเกิด turbulence สรุปคือ

ไม่มีน้ำใน HumidAir 11 → ใส่หม้อกลับเข้าตัวเครื่อง → ปิด humidification → ต่อสายลมและหน้ากาก → พร้อมใช้งาน

วิธีเปิด Airplane Mode ใน AirSense 11

AirSense 11 มี Airplane Mode สำหรับการเดินทางทางอากาศ

วิธีเปิดจากตัวเครื่องตามคู่มือคือ

หน้าจอ Home → MORE → เลื่อนหา Airplane Mode → แตะ Airplane Mode เพื่อเปิด

โดยคู่มือระบุให้เปิดโหมดดังกล่าวเมื่อเจ้าหน้าที่สายการบินกำหนดหรือร้องขอ

เมื่อเปิด Airplane Mode ระบบการสื่อสารไร้สายของเครื่องจะไม่ทำงานตามปกติ แต่ข้อมูลการรักษายังสามารถถูกเก็บไว้ในเครื่อง และสามารถส่งข้อมูลภายหลังเมื่อกลับมาเชื่อมต่อเครือข่ายอีกครั้งได้

จึงไม่จำเป็นต้องกังวลว่าการเปิด Airplane Mode จะทำให้ข้อมูลการนอนหายไป

แล้วไฟฟ้าบนเครื่องบินล่ะ?

AirSense 11 ใช้แหล่งจ่ายไฟของ ResMed ขนาด 65W และข้อมูลทางเทคนิคของคู่มือระบุว่าแหล่งจ่ายไฟรองรับไฟเข้า 100–240V, 50–60Hz และยังระบุ 115V, 400Hz สำหรับการใช้งานบนเครื่องบิน

นั่นหมายความว่า ตัวระบบถูกออกแบบมาให้รองรับระบบไฟฟ้าสำหรับอากาศยานตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเครื่องบินทุกลำจะมีช่องจ่ายไฟให้ผู้โดยสารใช้ CPAP และชนิดของช่องเสียบหรือข้อจำกัดในการใช้งานอาจแตกต่างกันไป ดังนั้นควรตรวจสอบกับสายการบินก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเที่ยวบินระยะยาว

การวางแผนที่ดีจึงควรตรวจสอบทั้ง มีช่องไฟหรือไม่ อยู่บริเวณที่นั่งหรือไม่ และสายการบินอนุญาตให้ใช้ CPAP บนเที่ยวบินนั้นหรือไม่

 

ขณะใช้ CPAP บนเครื่อง ควรจัดเครื่องอย่างไร?

เมื่อถึงเวลานอนหรือพักผ่อนบนเครื่อง ควรวาง AirSense 11 บนพื้นผิวที่มั่นคงและไม่กีดขวางช่องลมของตัวเครื่อง สายลมไม่ควรถูกพับ งอ หรือกดทับจนทางเดินอากาศถูกปิดกั้น คู่มือระบุว่าช่องอากาศเข้าและสายลมไม่ควรถูกกีดขวางระหว่างการใช้งาน เพราะอาจทำให้เครื่องร้อนเกินไปได้

จากนั้นต่อสายลมเข้ากับตัวเครื่องและหน้ากากให้แน่น ตรวจสอบหน้ากากให้กระชับพอดี และตรวจสอบการรั่วของหน้ากากก่อนนอน ซึ่ง AirSense 11 มีฟังก์ชัน Mask Fit สำหรับช่วยประเมินการซีลของหน้ากากด้วย

เมื่อติดหน้ากากแล้วสามารถกดปุ่ม Start Therapy หรือใช้ SmartStart หากเปิดฟังก์ชั่นดังกล่าวไว้ เครื่องจะเริ่มให้แรงดันตามการตั้งค่าการรักษาของผู้ใช้

สิ่งที่ไม่ควรทำบนเครื่องบิน

สิ่งที่ควรจำให้ขึ้นใจมีไม่กี่ข้อ แต่มีความสำคัญมาก

1.อย่าใช้น้ำในหม้อทำความชื้นระหว่างเที่ยวบิน เพราะ ResMed ระบุถึงความเสี่ยงจากน้ำหกและ turbulence โดยตรง

2.อย่าถอดหม้อทำความชื้นออกแล้วเปิดเครื่องทิ้งไว้โดยไม่มีหม้อหรือฝาครอบด้านข้าง เพราะคู่มือระบุว่าเครื่องจะไม่ทำงานหากไม่มีชิ้นส่วนดังกล่าวติดตั้งอยู่

3.อย่าวางเครื่องในบริเวณที่สายไฟหรือสายลมอาจถูกดึง กระแทก หรือกีดขวางทางเดินอากาศ

ปล. ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของลูกเรือเสมอ หากมีคำสั่งเกี่ยวกับการเปิด Airplane Mode หรือการใช้งานอุปกรณ์ทางการแพทย์บนเครื่อง

สรุปสำหรับคนใช้ AirSense 11 ที่กำลังจะบิน

การนำ ResMed AirSense 11 ขึ้นเครื่องบินสามารถทำได้ และตามคู่มือผู้ใช้ เครื่องสามารถใช้บนเครื่องบินได้ โดยผ่านข้อกำหนด FAA ที่ระบุไว้ในเอกสารของ ResMed

สิ่งที่ผู้ใช้ควรจำเป็นพิเศษคือ พกเครื่องไว้ใน Carry-on, เทน้ำออกจาก HumidAir 11 ก่อนเดินทาง, เมื่อนำขึ้นเครื่องให้ใส่หม้อทำความชื้นกลับเข้าเครื่องโดยไม่มีน้ำ, ปิดระบบทำความชื้น, เปิด Airplane Mode ตามข้อกำหนดของสายการบิน และตรวจสอบเรื่องไฟฟ้ากับสายการบินล่วงหน้า

การเดินทางจึงไม่จำเป็นต้องทำให้ผู้ใช้ CPAP หยุดการรักษา เพียงเตรียมเครื่องให้ถูกวิธีและวางแผนล่วงหน้า ก็สามารถพา AirSense 11 เดินทางไปกับคุณได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

หมายเหตุ : ข้อมูลบทความนี้ยึดคู่มือผู้ใช้ ResMed AirSense 11 ที่แนบมาเป็นหลัก และเสริมด้วยข้อมูลสนับสนุนจาก ResMed ปัจจุบัน สำหรับการขึ้นเครื่องจริงควรตรวจสอบข้อกำหนดของสายการบินและสนามบินที่จะใช้บริการอีกครั้ง เพราะขั้นตอนการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ระหว่างเที่ยวบินอาจแตกต่างกันในแต่ละสายการบิน

 

 

 

Gallery

No items were found matching your selection.


รีวิวลูกค้า

No items were found matching your selection.


Hightlight


บทความที่เกี่ยวข้อง

Visual Portfolio, Posts & Image Gallery for WordPress