การตรวจระดับน้ำตาลในเลือดเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ศึกษา เรียนรู้พฤติกรรมของแต่ละคน เพื่อหาวิธีการป้องกัน เปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ปัจจุบันเครื่องมือที่นิยมในการวัดระดับน้ำตาลในเลือดมีอยู่ 2 แบบคือ CGM (วัดน้ำตาลแบบต่อเนื่อง) และ BGM (วัดน้ำตาลแบบเจาะปลายนิ้ว) ซึ่งทั้ง 2 แบบสามารถทำเองได้ที่บ้าน
@elifegear CGM vs BGM ต่างกันยังไง #elifegear #cgm #bgm #fyp ♬ Pretty (Sped Up) – MEYY
CGM (Continuous Glucose Montioring) หรือ เครื่องวัดน้ำตาลต่อเนื่อง
CGM คือ อุปกรณ์ที่สามารถตรวจวัดระดับน้ำตาลได้แบบต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะตรวจวัดระดับน้ำตาลในของเหลวระหว่างเซลล์ใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งสามารถบอกระดับน้ำตาลในเลือดขณะนั้นได้ ตัวเครื่องนี้จะส่งข้อมูลไปยังแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือแบบเรียลไทม์ ทำให้ทราบระดับน้ำตาลในขณะนั้นๆ ร่วมกับมีการเตือนเมื่อระดับน้ำตาลลดต่ำมากหรือสูงมากเกินค่าที่ตั้งเตือนไว้ จึงช่วยให้ผู้ป่วยดูแลตนเองได้อย่างรวดเร็ว และแพทย์สามารถวางแผนหรือปรับการรักษาได้อย่างเหมาะสม ตำแหน่งที่ติด Sensor จะติดบนร่างกาย นิยมติดบริเวณต้นแขน และ หน้าท้อง
จุดเด่น
- ไม่ต้องเจ็บตัวเจาะเลือดวันละหลายๆครั้ง
- อ่านค่าระดับน้ำตาลในเลือดได้แบบต่อเนื่องตลอดเวลา 24 ชั่วโมง
- แสดงผลและบันทึกผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ
- ดูแนวโน้มค่าระดับน้ำตาลเพื่อปรับยาได้อย่างรวดเร็ว
- ใช้งานสะดวก แค่เพียงติดเครื่องที่แขนหรือหน้าท้อง โดยการติดหนึ่งครั้งอยู่ได้ 7-15 วัน
จุดด้อย
- ราคาค่อนข้างสูง
- อาจเกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหนังที่ติด Sensor
- ข้อมูลอาจมีความคลาดเคลื่อนจากระดับน้ำตาลในเลือดจริงเล็กน้อย
BGM (Blood Glucose Montioring)
BGM คือ การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองโดยไม่ต้องไปโรงพยาบาล เป็นการตรวจเพื่อติดตามระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานด้วยการใช้เข็มปากกาเจาะที่ปลายนิ้ว โดยหยดเลือดลงบนแผ่นทดสอบเพียง 1 หยด แล้วทำการวัดค่าด้วยเครื่องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดที่เรียกว่า Blood Glucose Meter
จุดเด่น
- ราคาถูก หาซื้อง่าย
- มีให้เลือกซื้อหลายยี่ห้อ เจาะวัดผล ณ เวลาที่ต้องการ
จุดด้อย
- เจ็บตัวหลายครั้ง หากต้องการเจาะค่าเพื่อดูแนวโน้ม
- ไม่สามารถวัดระดับน้ำตาลต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงได้ ต้องพกเครื่องตรวจติดตัวตลอด
| CGM (Continuous Glucose Montioring) | BGM (Blood Glucose Montioring) |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|


