9 สัญญาณเตือนบอกว่าคุณมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

9 สัญญาณเตือนบอกว่าคุณมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนเข้าใจว่าภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นเพียงปัญหาของคนที่นอนกรนเสียงดัง แต่ในความเป็นจริง โรคนี้อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายและสมองในหลายด้าน โดยเฉพาะเมื่อเกิดการหยุดหายใจซ้ำๆ ตลอดคืน ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง และรบกวนคุณภาพการนอนอย่างต่อเนื่อง แม้จะนอนครบ 7–8 ชั่วโมง แต่ร่างกายกลับไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ Elife ลิสมาให้ 9 สัญญาณเตือนต่อไปนี้คืออาการที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าเกี่ยวข้องกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

1. ง่วงนอนมากผิดปกติในช่วงกลางวัน

หากคุณรู้สึกง่วงตลอดวัน เผลอหลับระหว่างประชุม ดูโทรทัศน์ หรือแม้แต่ขณะขับรถ ทั้งที่เมื่อคืนนอนครบชั่วโมง อาจไม่ใช่เพราะพักผ่อนไม่พอแต่เกิดจากการที่สมองถูกปลุกให้ตื่นซ้ำๆ ระหว่างการนอนโดยที่คุณไม่รู้ตัว เมื่อการนอนไม่ต่อเนื่อง ร่างกายจะไม่สามารถเข้าสู่ช่วงหลับลึกได้อย่างเต็มที่เลยส่งผลให้ตื่นมาแล้วไม่สดชื่น และมีอาการง่วงสะสมตลอดทั้งวัน

2. ปวดศีรษะหลังตื่นนอน

อาการปวดศีรษะในช่วงเช้าเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่พบได้ในผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สาเหตุเกิดจากระดับออกซิเจนในเลือดที่ลดลงและระดับคาร์บอนไดออกไซด์ที่เปลี่ยนแปลงระหว่างการหยุดหายใจ รวมถึงคุณภาพการนอนที่ไม่ดี ผู้ป่วยหลายคนเข้าใจว่าเกิดจากไมเกรน ความเครียด หรือการนอนดึก ทั้งที่สาเหตุอาจมาจากการนอนหลับที่ผิดปกติ

3. ความดันโลหิตสูงที่ควบคุมได้ยาก

ในช่วงที่เกิดการหยุดหายใจ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดและกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หากเกิดขึ้นซ้ำทุกคืนเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง หรือทำให้ผู้ที่รับประทานยาควบคุมความดันอยู่แล้วยังควบคุมระดับความดันได้ไม่ดี จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงจำนวนหนึ่งได้รับการวินิจฉัยภายหลังว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย

4. ความจำลดลง สมาธิสั้น และคิดงานได้ช้าลง

สมองต้องอาศัยการนอนหลับที่มีคุณภาพเพื่อฟื้นฟูและจัดเก็บข้อมูล เมื่อการนอนถูกขัดจังหวะตลอดคืนประสิทธิภาพการทำงานของสมองจึงลดลง ผู้ป่วยอาจมีอาการ เช่น

  • ลืมเรื่องเล็กๆ น้อยๆ บ่อยขึ้น
  • สมาธิสั้น
  • ทำงานผิดพลาดง่าย
  • ตัดสินใจได้ช้าลง
  • ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง

หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นผลจากอายุที่เพิ่มขึ้นหรือความเครียด ทั้งที่ต้นเหตุอาจมาจากการนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ

5. อารมณ์แปรปรวน วิตกกังวล หรือซึมเศร้า

การอดนอนเรื้อรังส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีแนวโน้มเกิดอารมณ์หงุดหงิดง่าย เครียด วิตกกังวล หรือมีอาการซึมเศร้ามากกว่าคนทั่วไป บางรายรักษาอาการด้านอารมณ์มานาน แต่เมื่อได้รับการรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการทางอารมณ์กลับดีขึ้นอย่างชัดเจน

6. ตื่นมาปากแห้งหรือเจ็บคอเป็นประจำ

ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมักหายใจทางปากระหว่างนอน ทำให้เมื่อตื่นนอนรู้สึกปากแห้ง คอแห้ง หรือเจ็บคอ โดยเฉพาะในช่วงเช้า หากอาการนี้เกิดขึ้นเป็นประจำร่วมกับการกรนเสียงดังควรพิจารณาตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติม

7. ปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน

หลายคนคิดว่าการต้องลุกเข้าห้องน้ำกลางดึกเป็นเรื่องของอายุหรือโรคต่อมลูกหมาก แต่ในผู้ป่วยบางรายสาเหตุอาจมาจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ เมื่อร่างกายขาดออกซิเจนจากการหยุดหายใจ หัวใจจะทำงานหนักขึ้นส่งผลให้มีการหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นการขับปัสสาวะ ทำให้ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะหลายครั้งในแต่ละคืน

8. ความต้องการทางเพศลดลง

การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพส่งผลต่อการสร้างฮอร์โมนหลายชนิด รวมถึงฮอร์โมนเพศ จึงอาจทำให้ความต้องการทางเพศลดลง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงของภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ชาย เมื่อได้รับการวินิจฉัยและรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยพบว่าคุณภาพชีวิตและสุขภาพทางเพศดีขึ้น

9. กรนเสียงดังร่วมกับมีคนสังเกตว่า “หยุดหายใจ”

แม้การกรนจะไม่ได้หมายความว่าทุกคนเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่หากมีคนสังเกตเห็นว่าคุณหยุดหายใจเป็นช่วงๆ แล้วจึงสะดุ้งหรือสูดหายใจแรง ถือเป็นอาการสำคัญที่ควรรีบเข้ารับการประเมิน การตรวจวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และอุบัติเหตุจากการง่วงหลับในเวลากลางวัน

** การวินิจฉัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับมักทำได้ด้วยการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และการตรวจการนอนหลับ (Sleep Test) เพื่อประเมินความรุนแรงของโรคและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม และเมื่อผลสรุปออกมาว่าเป็นโรค OSA สามารถรักษาได้ด้วยการใช้เครื่อง CPAP

สรุป

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ใช่แค่ปัญหาการกรน แต่เป็นโรคที่ส่งผลต่อการทำงานของทั้งร่างกายและสมอง หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน และคุณภาพชีวิตที่ลดลง หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการผิดปกติหลายข้อร่วมกัน การเข้ารับการตรวจประเมินตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว


ตรวจการนอนหลับ (Sleep Test)

เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (CPAP)