3ปีกับ CPAP แชร์ประสบการณ์ ใช้ทุกวัน ชีวิตเปลี่ยนไหม? มีอะไรอยากจะบอก?

3ปีกับ CPAP แชร์ประสบการณ์ ใช้ทุกวัน ชีวิตเปลี่ยนไหม? มีอะไรอยากจะบอก?

เดือนที่ผ่านมาผมใช้ CPAP ครบ3ปีพอดีครับมีอะไรอยากจะเล่าให้ฟัง ทั้งเรื่องชีวิตที่เปลี่ยนไปหลังจากได้ใช้ ทั้งในด้านสุขภาพ การงาน ความสัมพันธ์ (กับคนนอนข้างๆ และ ลูกๆ) โดยทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนตัวครับ ผมเป็นคนใช้ CPAP เคยมีปัญหาอากาศหยุดหายใจขณะหลับ เคยทำ SleepTest ได้ AHI 40+ครั้งต่อชั่วโมง รักษาด้วยการใช้ CPAP ทุกวัน ประสบการณ์จริงจากคนใช้งานทุกวัน

เริ่มต้นมาใช้ได้อย่างไร?

จริงๆเริ่มมีอาการนอนไม่อิ่มมานานแล้วครับตั้งแต่ 30กว่าๆ แต่อาการเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆหลัง 36 ครับ รู้ว่าตัวเองนอนกรน มีปัญหาการนอนไม่ดี ตื่นบ่อย จมูกตัน ตื่นขึ้นมาปากแห้ง เริ่มกระทบกับการใช้ชีวิตคือ เมื่อถึงบ่ายจะง่วงมาก อัดกาแฟก็ไม่ดีขึ้น อยากนอนตลอดเวลา ลามต่อเรื่องอารมณ์ สุขภาพจิต ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นภูมิแพ้ทำให้จมูกบวม ทำให้นอนหลับไม่ดี หายใจทางปาก

ไปหาหมอภูมิแพ้ ลองแก้ด้วยการทานยา ก็ดีขึ้นตามการทานยา แต่ก็ยังง่วงอยู่มาก พอเริ่มแนะนำให้ลองทำ Sleeptest ดูก็ทำการนั้น สมัยนั้นการทำ Sleep ยังถือว่ามีราคาสูงอยู่มาก แต่คิดว่ารักษาตัวเองให้สุขภาพดีขึ้น และคิดแน่ๆว่าเราไม่เป็นอะไรจริงๆ ทำให้สบายใจแค่นั้น

มาถึงวันทำ Sleeptest ก็ไปตามนัด เค้าให้เอาหมอนที่นอนอยู่ทุกวันมาด้วย ทำตัวให้สบายที่สุด สรุปว่านอนไม่ได้ดีมากคือได้ประมาณ 5-6ชม. ทางเจ้าหน้าที่การนอนไม่ได้บอกอะไร บอกแค่ว่าให้มาฟังหมออ่านผล

วันมาฟังผล ตกใจเพราะค่า AHI เราสูงมากอยู่ในระดับอันตราย ซึ่งเราไม่คิดมาก่อนว่าเราเป็น ผมหยุดหายใจมากกว่า 40ครั้งในหนึ่งชั่วโมง (AHI น้อยกว่า5 คือปกติ, 5-30 คือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับปานกลาง, 30+ คือ มีภาวะหยุดหลายระดับรุนแรง) ตอนแรกตกใจมากครับ เราคิดว่าเราปกติ แค่นอนไม่ดี ง่วงๆก็เท่านั้น หมอบอกว่าระดับนี้อันตราย นำว่าซึ่งอายุสั้น!!! ความดันโลหิตสูง เสี่ยงต่อภาวะเบาหวาน เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า ให้รีบรักษาโดยด่วน เพราะเมื่อหยุดหายใจ Oxgen ไปเลี้ยงสมองก็ตก SpO2 ตกไปเหลือ 70-80% แทนที่การนอนจะทำให้ร่างกายซ่อมแซม กลายเป็นกระทบสมอง ให้ทางรักษามาหลายทาง

  • ลดน้ำหนัก อันนี้ดีที่สุด BMI ลองปรับจาก 30>20 ได้ไหม? ลดน้ำหนักก็จะทำให้รอบคอเราเล็กลง ลดแรงกดทับทางเดินหายใจ แต่ถ้าเป็นมากๆช่วยได้ แต่อย่างไงก็ต้องให้ CPAP ร่วมด้วย
  • ใช้เครื่องมือทางทันตกรรม ใส่ตอนนอน อันนี้อาจช่วยได้ในกลุ่มผู้มีภาวะหยุดหายใจในระดับกลาง ผมรุนแรงใช้แล้วอาจจะไม่ตรงจุด
  • ผ่าตัดเล็ก จำพวกเนื้อเยื้อ ลิ้นไก่ โพรงบุในช่องปาก โพรงจมูก ให้หมดดูและวินิจฉัยแล้วบอกว่า “คุณทำแล้วไม่คุ้มจากสรีระของคุณ อาจจะช่วยได้ 20-30% เท่านั้น”
  • ใช้ CPAP เครื่องอัดแรงดัน เพื่อทางเดินหายใจเปิดโล่งให้อากาศเข้าสู่ปวด ตัวนี้ดูเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และ คุณก็ต้องไปฝึกใช้เครื่อง
  • ผ่าตัดใหญ่ อันนี้หนัก ผ่าตัดกราม ให้กรามล่างยื่นออกให้รูปหน้าเปลี่ยนเพื่อให้ทางเดินหายใจเปิดมากขึ้น อันนี้ไม่ทำแน่นอนเพราะเจ็บ หน้าเปลี่ยน เสี่ยงอย่างอื่นเกินไป

สุดท้ายหวยไปลงที่การใช้ CPAP เพราะดูปลอดภัยที่สุด ค่าใช้จ่ายน้อยสุด ประสิทธิภาพมากสุด แต่แลกมาด้วยการต้องใช้เครื่องทุกคืน เหมือนปัจจัยที่ 6ของชีวิต พกไปไหนไปกัน จริงๆมีดราม่าก่อนจะใช้ CPAP ทุกวันครับ ใช้ 3วันแรกผมอยากโยนเครื่องทิ้งรำคาญ อึดอัด นอนไม่ได้เลย 3วันเลิกเลยไม่ใช้ บอกหมออาจจะผ่าตัด แต่หมอวินิจฉัยว่าทำแล้วไม่คุ้ม ผมเลยตัดสินใจลองอีกรอบ อดทนกับมัน หลังจากที่แนะนำคนมาเยอะบอกได้เลยเป็นกันทุกคนครับ ต้องผ่านสัปดาห์แรกไปให้ได้ เป็น 7วันที่วัดใจ ถ้าผ่านไปได้ชีวิตเปลี่ยนครับ

อ่านฉบับเต็มได้ที่นี่ครับ “แชร์ปสก. Sleep Test คิดว่าแค่นอนกรน เจออาการ OSA หยุดหายใจรุนแรง ต้องการรักษา ไม่อยากอายุสั้น

ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไง?

หลักจากใช้มาได้ 3ปี ชีวิตเปลี่ยนในหลายมิติครับ ก่อนอื่นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปผมใช้ CPAP ทุกวัน เอาไปใช้ในทุกๆที่ ก่อนนอนต้องมีการเติมน้ำลงในแท็งค์ทำความชื่น เสียบปลั๊ก ความเปลี่ยนแปลงทางคุณภาพการนอน คนที่นอนกับเรา แฟน และ ลูกๆ ก็ปรับเปลี่ยนไปกับเราด้วย สุขภาพกายและใจ มีการพัฒนาขึ้นหลายอย่าง ผมสรุปไว้ด้านล่าง

  • กิจวัตรประจำวันที่เปลี่ยนไป แต่ก่อนการนอนคือ แปรงฟัน ปิดไฟ และ นอน แต่เมื่อใช้ CPAP ก็จะมีสิ่งที่ต้องทำมากขึ้นคือการเติมน้ำเข้าแท็งค์ทำความชื้น เสียบปลั๊ก(หลังใช้ผมดึงปลั๊กออก เพราะหลายครั้งเครื่องมันเปิดเอง โดยเฉพาะเวลาที่มีเสียงเครื่องดูดฝุ่น) ใส่หน้ากาก ทั้งหมด เติมน้ำ+เสียบปลั๊ก+ใส่หน้ากาก ใช้เวลารวม 3นาทีต้องทำทุกวันก่อนนอน บ้างครั้งง่วงๆก็จะขี้เกียจ เวลาไปเที่ยวตจว. และ ต่างประเทศ ตัวผมจะนำไปด้วยทุกครั้ง เพราะทำให้นอนดี=เที่ยวสนุก กระเป๋าเราอาจจะใหญ่กว่าคนอื่น ถ้าขึ้นเครื่องบิน ก็ต้องแบ่ง 20%ของกระเป๋าให้กระเป๋า CPAP แรกๆลำบากเหมือนกันแต่ทำ 2-3ครั้งแล้วชิน แผ่นกรองมีเปลี่ยนบ้างเดือนละครั้งไม่ลำบากอะไร หน้ากากเปลี่ยน 6เดือนรับได้ โดยรวมไม่ได้ลำบากจนเกินไป รับได้
  • มิติความสัมพันธ์และครอบครัว ก่อนหน้าแฟนจะบ่นเราตลอดทำเค้านอนไม่หลับ กรนดังก็จะสะกิดเรา(บางครั้งโกรธก็จะเขย่าตัว) ให้เรานอนตะแคงข้าง ลูกๆก็เหมือนกันจะบอกว่าแด๊ดกรนเสียงดัง หลังจากเริ่มใช้ CPAP ช่วงแรกปรับตัวลูกๆมีล้อเราบ้างว่า “แด๊ดเป็นช้าง” แต่โดยรวมทุกคน Happy ขึ้นมากไม่เคยมีบ่นเรื่องเรากรนอีกเลย ทุกคนนอนหลับสนิท ความสัมพันธ์ดีขึ้น แฟน และ ลูกๆ ก็นอนดีขึ้นมีความสุขมากขึ้น
  • มิติคุณภาพการนอน แปลกแต่ก่อนกว่าจะนอนหลับผมใช้เวลานาน 10นาทีขึ้นไป แต่หลังใช้ CPAP พอใส่เครื่องหายใจ เครื่องจะทำงานอัตโนมัติ ผมแทบจะหลับลงในทันที (ไม่น่าเกิน 3นาที) อาการตื่นกลางคืนบ่อยมาดื่มน้ำ กับเข้าห้องน้ำน้อยลงมาก บางคืนนอนรวดเดียว จากแต่ก่อนใช้ CPAP ต้องตื่น 2-3ครั้ง อาการภูมิแพ้ก็ดีขึ้นอย่างมากคือ ไม่มีจมูกตันอีกเลย เพราะลมจากเครื่องผมเลือกรุ่นที่ สามารถปรับความอุ่นของอากาศและปรับความชื้นได้คงที่ จมูกโล่ง หลับสนิทขึ้น – แม้จะไม่ได้นอนดีทุกคืน แต่โดยรวมจำนวนวัน 80-90% ของการนอนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทั้งในแง่ความต่อเนื่อง หลับลึก SPO2
  • มิติสุขภาพกาย เมื่อนอนดีขึ้น สนิทขึ้น ภูมิแพ้หายไป ชีวิตดีขึ้นอยากเห็นทันตา สามารถทำงาน รับมือกับปัญหายากๆที่บริษัทได้ดีขึ้น เวลาไปเที่ยวต้องขึ้นยอดเขาไหนก็สู้อยู่อุ้มลูกเข็นลูกขึ้นภูเขาได้ เมื่อประชุมเรามีสมาธิอยู่ได้ ตัดสินใจเรื่องยากได้ดี แต่ก่อนต้องต้องพกยาแก้ภูมิแพ้ติดตัว ตื่นนอนปวดหัว ทุกอย่างหายหมด แต่ที่ยังขาดคือเรื่องการคุมน้ำหนัก ผลจะดีกว่านี้ถ้าความน้ำหนักและ BMI อยู่ในช่วง 20-25
  • มิติสุขภาพจิต จากแต่ก่อนมี อารมณ์ Down บ่อย เมื่อร่างกายดีขึ้นสุขภาพจิตไปในทางดีขึ้น มีสมาธิในการทำงาน การรับรู้ปัญหา คิดวิเคราะห์ตัดสินใจดีขึ้น แม้ความเครียดที่เจอในแต่ละวันไม่เท่ากัน บางวันเราทนได้ บางวันก็แย่นอนไม่หลับ แต่โดยรวมดีขึ้นครับ

5สิ่งดี เกี่ยวกับ CPAP

  1. ไม่กรนแล้ว นอนหลับสนิทขึ้นทั้งเราและเค้า  คนข้างๆมีความสุข จากหัวข้อก่อนหน้า เรานอนดีขึ้นใส่เครื่องปุ๊บไม่ถึง 3นาทีหลับ นอนแล้วแทบไม่พลิกตัวเลย หลับสนิทและต่อเนื่องมากขึ้น และที่สำคัญที่สุด แฟนไม่ด่าและไม่เขย่าปลุกเราแล้ว เพราะ “เราไม่กรนแล้ว” เค้านอนดี อารมร์เค้าก็ดีสุขภาพจิตเราดีตาม ลูกๆไม่บ่นเราแล้ว เรา Happy ทุกคน Happy
  2. มีพลังมากขึ้นในการสู้กับงาน รับมือกับลูกๆ พอเรานอนดีขึ้น>>สุขภาพเราก็ดีขึ้น>>จิตใจเราก็ดี วันๆต้องตัดสินใจเรื่องยาก เรื่องไม่คาดฝัน ประชุมเรื่องเครียด เรารับได้มากขึ้น เรารักษาอารมณ์ไม่แกว่งมากเหมือนแต่ก่อน (วันไหนนอนเยอะยิ่งสู้ได้มาก 555) เวลาคุณภาพที่เราอยู่กับครอบครัว กับลูก เราปรับอารมณ์ได้ดีขึ้น ลูกๆมองเรามีความสุขเค้าก็มั่นใจ เราสอนการบ้านลูกแล้วลูกทำไม่ได้มีอารมณ์โกรธน้อยลง (เอ๊ะหรือว่าทำใจได้ 555) แม้มีหลุด+เหวี่ยงและจิตตกบ้าง แต่ก็ดีขึ้น
  3. ภูมิแพ้อากาศ ลดลง อันนี้แปลก เรื่องอื่นคุยกับเพื่อน เพื่อนเห็นผลที่ดีขึ้นไม่ว่าการนอนดี สุขภาพดี แต่ที่ผมดีขึ้นทันตาคือ ไม่เป็นภูมิแพ้อากาศอีกเลย หรือเป็นก็เป็นน้อยมาก แต่ก่อนเมื่อเข้าห้องแอร์จมูกจะตันเลยทั้ง2ข้างหายใจไม่ออก ต้องหายใจทางปาก ตื่นขึ้นมาออกจากห้องแอร์จะจามไม่หยุด อาการดังกล่าวหายไปหมด ตอนใจ CPAP เนื่องจากปรับอุณหภูมิเป็นค่าที่ผมชอบได้ (ของผมคือ 28องศา ความชื้นระดับกลาง) ลมเข้าจมูกไม่ระคายเคือง Flow แทบไม่ต้องกินยาแก้ภูมิแพ้อีกเลย
  4. รู้สึกสุขภาพดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ดีที่ทำให้ตัวเอง ดีที่ทำให้คนรอบข้าง อาการปวดหัวตอนตื่น เหนื่อยง่ายหายไป นอนดีเหมือนแก้ได้ทุกอย่าง Growth Hormone ที่มาซ่อมแซมร่างกายเราทำงานเมื่อเรานอนหลับสนิท ทำงาน การกำจัดของเสียในเซลล์ได้ทำ สมองโล่ง คม เฉียบขึ้น (ตามอายุนะครับ)
  5. ตื่นระหว่างคืนน้อยลง ไม่ต้องมากินน้ำเพราะปากแห้ง เข้าห้องน้ำ การนอนพลิกตัว รู้สึกตัวเรื่อยๆน้อยลง ค่า AHI จากที่หยุดหายใจ 40+ ครั้ง/ชั่วโมง เหลือ 1-2ครั้ง/ชั่วโมง ทุกครั้งที่เราหยุดหายใจ Apnea หายใจแผ่ว Hypopnea ร่างกายเราจะมีกลไกป้องกันไม่ให้เราตายโดยการปลุกเราให้ตื่นขึ้น ทำให้รู้สึกตัวบ่อย นอนหลับไม่ลึก บางคืนนอน ตืนมาไม่รู้ทำไมเหนื่อยกว่าเดิม พอหายใจโล่งไม่มีการอุดตันทำให้นอนได้ต่อเนื่อง Oxygen ไปเลี้ยงสมองได้ดี ตื่นน้อยลง เหนื่อยน้อยลง

5สิ่งที่แย่ เกี่ยวกับ CPAP

  1. ก่อนนอนต้องมาเสียบปลั๊ก และ เติมน้ำลงในแท็งค์ เป็นสิ่งที่น่ารำคาญที่สุด แม้ว่าจะใช้เวลา 3นาทีแต่บางคืนขี้เกียจทำ เคยเผลอนอนไปเลยสะดุดตื่นเพราะปากแห้งหายใจทางปาก ก็ต้องมาใช้ CPAP อยู่ดี เวลาไปเที่ยวต่างประเทศเครื่องดีเลย์หรือแบกกระเป๋ามาที่ห้องต้องมา Setup เครื่องเหนื่อยใจ ต้องขอลูกนอนเตรียงฝั่งที่มีปลั๊ก เป็นสิ่งที่ต้องยอมรับ
  2. เสียเงินซื้อหน้ากากปี 1-2หน เงินไม่เข้าใครออกใคร แล้วแต่กำลังที่มี การใช้ CPAP แม้ว่าเป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็ต้องเสียเงินเปลี่ยนหน้ากาก แนะนำ 6เดือนครั้ง (ผมเองไม่ค่อยได้ดูว่าใช้นานเท่าไหร่ ใช้จนมันรั่ว มันขาด สายหย่อยเอาหนังยางมารัด ดูไปก็เกือบ 1ปี แต่ถ้าตามอนามัยและการแนะนำจากผู้ผลิตควรเปลี่ยนทุกๆ 6เดือน)
  3. ตื่นมาหัวมีรอยรัดหน้ากาก ผมจัดทรงยาก บางคนตื่นขึ้นมามีรอยหน้ากาก ส่วนตัวผมไม่คิดมากกับเรื่องนี้เพราะปล่อยไว้ 30นาทีก็หาย แต่ที่ยากคือผม ผมล้มจัดทรงไม่ได้ ถึงขนาดว่าไปร้านตัดผมเค้าบอกว่า “หัวพี่ไปโดนอะไรมา” เนื่องจากผมใช้หน้ากาก P30i ดีมากสบายมาก แต่ท่ออากาศออกบนหัวเรา เหมือนเราใส่ที่คาดผมทุกคืน การจัดทรงเป็นปัญหากับผมมาก (อันนี้อาจจะเป็นปัญหาเฉพาะบุคคล) จัดทรงยาก หาทรงผมที่เหมาะยาก
  4. ต้องพก CPAP ไปด้วยทุกที่ ต่างจังหวัด ต่างประเทศ เวลาเราไปเที่ยวเราจะต้องเตรียมตัวมากกว่าคนอื่น แม้ช่วยให้เราเที่ยวสนุก นอนดี=เที่ยวสนุก แต่ผมต้องแบ่งพื้นที่ 20% ให้กระเป๋า CPAP หาหัวแปลงปลั๊กสำหรับประเทศนั้นๆ ไปถึงที่พักต้องหาต่ำแหน่งวางเครื่องพร้อม Setup แม้ใช้เวลา 10นาทีก็ตามก็เหนื่อยขึ้น(แน่นอนผมเลือกใช้ CPAP เพราะดีกว่าไม่ใช้มาก) อารมร์เหมือนขับรถ EV ที่ต้องเตรียมตัวหาที่ชาร์ต วางแผนการขับมากกว่ารถน้ำมัน แต่ขับดีกว่า
  5. ใช้ได้ 2-3ปี อาจต้องเปลี่ยนเครื่อง ปกติ Blower หรือมอเตอร์พัดลมของ CPAP จะมีอายุการใช้งาน 5ปี แต่ 2ปีที่ใช้คุณภาพจะดีสุดและถ้าต้องเปลี่ยนใน 2ปี Blower ก็จะมีราคาแพงมาก ซื้อเครื่องใหม่ดีกว่า เป็นการบอกกลายๆว่าควรเปลี่ยนเครื่องใน 2-3ปี ซึ่งก็เป็นเรื่องให้เสียเงิน โดยปกติผมจะมีเครื่องสำรองอีก 1เครื่องไว้ใช้เพื่อไว้ต่างจังหวัด หรือ อีกเครื่องต้องเอาไป Calibrate

เคยใช้ CPAP มาแล้วกี่รุ่น? แนะนำ

ตอนนี้ CPAP แบบกลุ่มประเทศผลิตเป็น 2กลุ่มคือ กลุ่มตะวันตก(ยุโรป+ออสเตรเลีย) กลุ่มเอเซีย(นำโดยจีน) หากเปลี่ยบเทียบคล้าย iPhone กับ Xiaomi ในมือถือ หรือ เหมือนรถจีน กับ รถยุโรป ใช้ได้เหมือนกันแต่แค่ความสมูท ความเสถียร อาจจะต่างกัน โดยหลักๆแล้วแต่ละยี่ห้อจะมี Resmed, Yuwell เครื่องจะมีให้เลือกตั้งแต่ เริ่มต้น-ตัวกลาง-ตัวบน-ตัวพกพา

  • “ตัวเริ่มต้น”-ทำราคามาดีให้ประมาณ 20,000บ. แต่ฟังก์ชั่นไม่ครบ
  • “ตัวกลาง”-ฟังก์ชั่นครบแต่เป็นรุ่นเก่า ตัวนี้มักจะขายดีสุดเพราะครบ+คุ้มค่า
  • “ตัวบน”-ฟังก์ชั่นครบสุดดีสุดแต่ราคาแพง
  • “ตัวพกพา”

แบรนด์

  • Resmed เป็นแบรนด์ No.1 ของโลกในปัจจุบัน(แต่ก่อนมี Resmed และ Phillips แต่ดันมีปัญหา Recall)
    • ตัวเริ่มต้นคือ AirStart10  มีแท็งทำความชื้น แต่ไม่มีท่อทำความร้อน ไม่มี Cellular Upload ขึ้น Cloud ไม่ได้
    • ตัวกลาง AirSense10 ทำความชื้นได้ มีท่อทำความร้อน มีCellular มีครบแต่ไม่ใช่รุ่นใหม่สุด
    • ตัวบน AirSense11 ทำได้ทุกอย่างเหมือน AirSense10 เครื่องดูสวยกว่า TouchScreen, ทำงานฉลาดขึ้น Smooth ขึ้น
    • ตัวพกพา AirMini ขนาดเท่าผ่ามือ ไว้พกพา ไม่มีแท็งค์ทำความชื้น ใช้ความชื้นจากลมหายใจเราเอง(กักอุณหภูมิ+ความชื้นผ่านตัวกรองชื่อ HumidX) สะดวกเวลาไปเที่ยวจะไม่ได้ดีเท่าตัวใหญ่
  • Yuwell เป็นแบรนด์จากจีน มีชื่อเสียงจากเครื่องผลิต Oxygen ก่อนจะมาจับทำตลาด CPAP บริษัทใหญ่แต่มาหลังเค้า จึงต้องให้ฟังก์ชั่นที่ครบในราคาที่ดีกว่า
    • ตัวเริ่มต้นคือ YH-580 มีทำความชื้น แต่ไม่มีท่อทำความชื้น
    • ตัวกลาง-สูง YH-680 มีทำความชื้น ท่อทำความร้อน วัด SPO2 ได้ ต่อ Wifi/Bluetooth ได้
    • ตัวพกพา อยู่ระหว่างการขอ อย.

ตัวผมใช้……..

หน้ากาก CPAP ที่ชอบที่สุด? แนะนำ

หน้ากากแบบออกเป็น 3Type หลักๆคือ F-Full Mask, N-Nasal, P-Pillows เกือบทุกยี่ห้อใช้ Code ตามนี้ครับเอาไปปรับใช้กัน

  • F-Full Mask แบบเอฟ จะเป็นหน้ากากแบบเต็มหน้าโดยจะครอบทั้งส่วน “ปากและจมูก” เหมาะกันคนมีค่า AHI สูง หรือ มีปัญหานอนเปิดปาก รักษาดี แต่อาจจะไม่ได้สบายนักเพราะปิดทั้งปากและจมูก
  • N-Nasal Mask แบบเอ็น จะเป็นหน้ากากครอบจมูกไม่ว่าจะเต็มจมูก หรือ ครึ่งจมูก(หลังๆเริ่มออกมาครึ่งจมูกมากขึ้น) มีตัวกลางที่เวลาซื้อ CPAP ผู้ขายจะจับคู่มาให้ หรือ ผมเองก็แนะนำให้ลองเริ่มจากตัวนี้ก่อน เพราะอยู่ระหว่าง F กับ P ทางสายกลางก่อนพัฒนาไปที่ Full Mask หรือ Pillows Mask อีกที
  • P-Pillows Mask แบบพี ถ้าคุณใช้แบบนี้ได้แนะนำครับ เพราะสบายสุด Pillows หรือหมอนจะเป็นตุ่มเขาไปในจมูกเรา ถ้าให้เทียบ N เป็นหัวฟังทั่วไปแบบครอบหูแล้ว P คือหูฟัง in-ear หน้ากากพิลโล่ส์จะพอดีจมูกเราและอัดลมเข้าจมูกเราโดยตรง สัมพัสจมูกเราแค่ในรูจมูก ส่วนตัวผมคิดว่าสบายและมีประสิทธิภาพมากสุด (ทั้งนี้ขึ้นกับความชอบส่วนบุคคล) มีความเชื่อผิดๆว่าใช้แล้วจมูกบาน(ส่วนตัวผมว่าไม่มีหลักฐานทางการแพทย์)

นอกนั้นจะแบบตาม Gen ที่พัฒนาโดยมาก Gen ใหม่ขึ้นเทคโลยีการผลิตดีขึ้น ฉีดโพลีโมจากที่แข็งๆเป็นที่นิ่มขึ้น ใส่สบายขึ้น

  • Gen1 หน้ากากแบบเก่าทุกอย่างดูแข็งไปหมด ใส่แล้วรำคาญ ไม่สบายตัว >> ราคาถูก F10, N10,
  • Gen2 ส่วนสัมผัสกับร่างกายเรานิ่มขึ้นแต่ไม่ทุกส่วน หรือ เป็นวัสดุผ้ามากขึ้น >> ราคากลาง F20, N20, P10
  • Gen3 ตอนนี้เริ่มมีพัฒนากันหลาย แบรนด์แล้ว วัสดุจะเป็น Silicone ทั้งหมดจุดสัมผัสนิ่มทุกส่วน ใช้ความรู้สึกสบาย >> ราคาสูง F40, N30i, P30i

ตัวผมใช้……..

เตรียมตัวไปเที่ยวตจว. หรือ ต่างประเทศอย่างไง?

กรเป๋าเก็บทำออกมาได้ดี ส่วนตัวผมยัดทั้งกระเป๋า CPAP ลงในกระเป๋าเดินทางครับ เพราะเข็ดครั้งหนึ่งเคยแทงค์เก็บน้ำแตก

coming
ถ้าเลือกได้ใหม่ จะใช้CPAPไหม?

ถ้าให้เลือกใหม่ “ไม่อยากใช้ CPAP ครับ” ถ้าผมไม่มีอาการ OSA หยุดหายใจขณะหลับ แต่เนื่องจากเรามีอาการนี้ น้ำหนักเราคุมไม่ได้ดี เราออกกำลังกายไม่ได้สม่ำเสมอ ผมไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าในการใช้ CPAP

สรุปทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบันของผม ก็ใช้ CPAP และบอกตัวเองว่าต้องลดน้ำหนัก และ ออกกำลังการใช้ดีกว่านี้

มีอะไรแนะนำอยากจะบอกเพื่อนๆ

จากที่เขียนแชร์มาทั้งหมด ส่วนตัวผมมองว่า ถ้าเป็นเรื่องสุขภาพแล้ว เงิน 10ล้าน 100ล้านก็เอามาแลกไม่ได้ หากคุณเป็นคนที่มีปัญหาการนอน มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับระดับกลาง หรือรุนแรง แนะนำให้ใช้ CPAP ครับเพราะเรา “ลงทุนหลักหมื่น แลกกับสุขภาพที่ดีขึ้น” ลดความเสี่ยงโรคต่างๆ “คุ้มที่สุดแล้ว” ต้นทุนอีกอย่างของการใช้ CPAP คือความไม่สะดวกในการเตรียมตัวก่อนนอนวันละ 2-3นาที, เวลาไปเที่ยวต้องวางแผนพกไปด้วย, เสียเงินซื้อหน้ากาก 6-12เดือนครั้ง, การปรับตัวในช่วงแรก “ความไม่สะดวกบางอย่าง เป็นต้นทุนแฝง” ถ้าคุณรับได้ไม่มีเหตุผลอะไรที่ไม่ใช้

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงหลังจากใช้มา 3ปีที่สรุปคือ “สุขภาพการนอนดีขึ้นทั้งตัวเรา และ คนรอบตัว” “เรามีสุขภาพดีขึ้นทั้งกายและใจ” แต่จริงๆที่ดีที่สุดควรจะรักษาน้ำหนักตัว BMI ให้เหลือสัก 20-25 ออกกำลังกายควบคู่กันกันด้วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆกระชับ เรายิ่งอายุมากขึ้นกล้ามเนื้อยิ่งหย่อน

จากพี่ผมโพสมากขึ้นในกลุ่ม LINE หรือ Facebook ส่วนตัว ทำให้รู้ว่าเพื่อนๆที่เรียนกันมารุ่นเดียวกัน ใช้ CPAP กันเยอะมาก โดยไม่ได้นัดหมาย CPAP เป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่ผมเข้าใจเมื่อ3ปีที่แล้ว จากปริมาณคนใช้ทั่วโลกเยอะในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว, เป็นอุปกรณ์ที่รัฐสนับสนุนเงินช่วยซื้อในหลายประเทศเช่นใน US, ประกันชีวิตลดเบี้ยประกันเมื่อคุณใช้ CPAP ถึงระดับชม.ที่กำหนดต่อวัน อย่างใน เป็นอะไรที่สะท้อนได้ชัดว่า CPAP สัมพันธ์กับสุขภาวะขนาดไหน ไม่งั้นนักคณิตศาสตร์ประกันภัยคงไม่ลดเบี้ยเป็นพิเศษกรณีมีการรักษาด้วย CPAP

ผมแนะนำให้เพื่อน และ คนที่ผู้รู้จักใช้ เพราะตัวเองใช้และเห็นผลมาแล้ว อยู่ที่ว่าคุณจะเปิดใจใช้ไหม? สิ่งที่คุณต้องอดทนให้ผ่านในอาทิตย์แรกๆ อาทิตย์วัดใจให้ปรับตัวได้ไหม? ขอให้สุขภาพดีทุกคนครับ


Showing all 10 results