fbpx

การป้องกันอุบัติเหตุและการบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เบื้องต้น

การป้องกันอุบัติเหตุและการบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เบื้องต้น

การตรวจสอบ และบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เบื้องต้น

การบำรุงรักษารถเข็นวีลแชร์เป็นประจำจะช่วยป้องกันปัญหาในระหว่างการใช้งานและอุบัติเหตุได้ นอกจากนั้นยังช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานของรถเข็นวีลแชร์ รวมถึงอุปกรณ์และส่วนประกอบต่าง ๆ ของตัวรถอีกด้วย

  • ในการดูแลและทำความสะอาดทั่วไป รถเข็นวีลแชร์ส่วนใหญ่จะมีคู่มือการบำรุงรักษามาให้อยู่แล้ว โดยปรกติการใช้ฟองน้ำหมาด ๆ เช็ดแล้วซับด้วยผ้าแห้งก็เพียงพอในการกำจัดฝุ่นละออง และสิ่งสกปรกได้แล้ว (โปรดหลีกเลี่ยงสารเคมีรุนแรง หรือสารขัดสี)

  • การตรวจสอบ และการดูแลรถเข็นวีลแชร์บางอย่างสามารถทำได้โดยผู้ใช้งาน เช่นสูบลมยาง การหล่อลื่นลูกปืนล้อ การซ่อมบำรุงอื่นนอกเหนือจากนี้ควรเป็นหน้าที่ของวิศวกรที่มีความรู้ หรือผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ

  • ตรวจสอบการใช้งานของห้ามล้อเป็นประจำ หากสงสัย หรือพบความผิดปรกติในการใช้ห้ามล้อ ต้องนำรถเข็นวีลแชร์ ไปให้ช่างตรวจสอบโดยทันที
  • ตรวจสอบการพับ-กาง รถเข็นวีลแชร์อยู่เสมอ และฝึกทำการพับ-กางรถเข็นให้คล่องเพื่อจะได้ใช้งานได้อย่างราบรื่น

  • เมื่อนั่งบนรถเข็นวีลแชร์ ให้ตรวจดูว่าที่วางเท้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม และแน่นหนา ต้นขาควรวางแนบกับที่นั่งพอดี ในขณะที่เท้าก็วางได้เต็มฝ่าเท้า และควรสูงจากพื้นดินประมาณ 2นิ้ว-4นิ้ว (วัดจากพื้นดินถึงใด้แผ่นวางเท้า)
  • ชิ้นส่วนที่สามารถถอดออกได้ เปลี่ยนได้ หรือแยกซ่อมได้ เช่นที่วางแขน เข็มขัดนิรภัย สายรัด ที่พักเท้า แบตเตอรี่ เบาะ เป็นต้น ควรมีกำหนดการตรวจสอบเป็นประจำ
  • อย่าให้ผู้อื่นที่ไม่ใช่ผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ๆ เล่น ปรับแต่ง ใช้งานรถเข็นวีลแชร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า หากเผลอไปโดนคันบังคับอาจทำให้เกิดอันตราย หรืออุบัติเหตุร้ายแรงได้
  • ตรวจสอบชิ้นส่วนที่สามารถขยับได้ เช่นที่วางแขน ที่พักเท้า ว่าติดตั้งแน่นหนาดีไหมก่อนการใช้งานรถเข็นวีลแชร์
  • ตรวจสอบ หรือเปลี่ยนยางล้ออย่างสม่ำเสมอ ตรวจสอบล้อว่าขณะใช้งานมีอาการโยกแก่วง หรือยางบวมหรือไม่ หากพบอาการให้เปลี่ยนทันทีเพราะอาจเกิดอันตรายกับผู้ใช้งานได้
  • ห้ามถอดล้อกันหงายออก ยกเว้นการซ่อมแซม หรือการเปลี่ยนอะไหล่

  • ล้อกันหงายควรอยู่ห่างจากพื้นดินอย่างน้อย 2 นิ้ว
  • สำหรับรถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า ต้องปิดสวิตช์ที่คันบังคับที่ตัวรถเข็นวีลแชร์ก่อนที่จะลุกขึ้น หรือนั่งลงบนรถเข็น
  • ต้องมีแผนฉุกเฉินไว้ตลอดเวลา รวมถึงรายชื่อ เบอร์โทรญาติ เพื่อน หรือหน่วยกู้ภัยเมื่อมีเหตุฉุกเฉินขณะอยู่นอกบ้าน

การควบคุมรถเข็นวีลแชร์ และการป้องกันอุบัติเหตุเบื้องต้น

  • ทำความคุ้นเคยกับตำแหน่งของจุดศูนย์ถ่วงของรถเข็นวีลแชร์ และจัดที่นั่งให้สมดุลและกระจายน้ำหนักให้ดี
  • ฝึกการเอี้ยวตัว การเอื้อมมือ การยกของขณะนั่งบนรถเข็นวีลแชร์เพื่อให้รู้ถึงความมั่นคงของรถเข็นเมื่อต้องทำกิจกรรมต่าง ๆ

  • ควรเลือกรถเข็นที่มีสีอ่อนเพื่อการมองเห็นที่ดีกว่าในเวลากลางคืน และติดแผ่นสะท้อนแสง หรือโคมไฟเมื่อต้องเดินทางออกนอกบ้าน

  • รถเข็นวีลแชร์ส่วนใหญ่จะเกิดอุบัติเหตุจากการล้มทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้าง ซึ่งมีสาเหตุหลายอย่างดังนี้
    • ใช้ความเร็วมากเกินไป
    • หักเลี้ยวในมุมที่แคบเกินไปอย่างรวดเร็ว
    • พื้นที่ขรุขระ ลื่น มีกรวดทราย
    • การนั่งเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง
    • การเอื้อมมือออกไปมากเกินไป
    • ละเลยการใช้ล้อกันหงาย
    • มองไม่เห็นสิ่งกีดขวาง หรือประมาทเมื่อพบสิ่งกีดขวาง
    • การเอื้อมไปหยิบสิ่งของที่อยู่ด้านหลังก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ล้ม ต้องหันรถเข็นให้ตรง และใกล้กับสิ่งของที่จะหยิบ ควรเอื้อมมือหยิบสิ่งของที่อยู่ในระยะช่วงแขนเท่านั้น การโน้มตัวออกไปนอกรถเป็นสาเหตุให้รถล้มได้ การล็อคล้อก็พอช่วยได้
  • ให้ล็อคล้อเสมอเมื่อจะลุก หรือนั่งลงบนรถเข็นวีลแชร์

  • ต้องเปิดที่พักเท้าให้สุดเมื่อจะลุก หรือนั่งลงบนรถเข็นวีลแชร์ เพื่อป้องกันการสะดุด หรือเกี่ยวเสื้อผ้า
  • เก็บชายผ้า ชายเสื้อ หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่หลวมห้อยอยู่ให้ห่างจากล้อรถเข็น เพื่อป้องกันการพันกับล้อ
  • อย่าทำให้รถเสียสมดุลโดยการแขวนสิ่งของน้ำหนักมาก ๆ ที่ด้านหลังของรถเข็น หากต้องขนของบนรถเข็น ให้วางอยู่ใกล้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถเข็นให้มากที่สุด และนำสิ่งของนั้นออกไปก่อนที่จะลุกจากรถเข็น
  • หลีกเลี่ยงขอบทาง ขั้นบันได หรือเนินที่มีความสูงมากกว่า 2 นิ้ว ต้องติดตั้งล้อกันหงายไว้เสมอ

  • ในการข้ามสิ่งกีดขวาง เช่นพื้นต่างระดับ ขอบทาง ต้องตั้งพนักพิงให้ตรง ให้สิ่งกีดขวางอยู่ด้านหน้า ไม่ข้ามแบบเฉียง ๆ และต้องเคลื่อนตัวรถเข็นอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะพ้นสิ่งกีดขวางนั้นไปแล้ว
  • หลีกเลี่ยงทางลาดที่มีความชันมากเกินกว่าจะผ่านไปได้ ขณะใช้ทางลาดต้องเคลื่อนรถเข็นไปอย่างช้า ๆ และสม่ำเสมอ และต้องขนานไปกับทางลาด ไม่เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งซึ่งจะทำให้รถเข็นล้มได้
  • ใช้ห้ามล้อรถเข็นเพื่อยึดให้รถเข็นอยู่กับที่เท่านั้น ห้ามใช้เพื่อการชะลอรถขณะเคลื่อนที่อย่างเด็ดขาด
  • หลีกเลี่ยงการข้ามสิ่งกีดขวางขณะที่มันเปียก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้รถเข็นวีลแชร์ไฟฟ้า (ยกเว้นว่ารถเข็นไฟฟ้านั้นจะระบุไว้ว่าใช้ในสภาพเปียกน้ำได้)
  • หลีกเลี่ยงการดึงประตู ตู้ หรือของที่ติดแน่นอยู่กับพื้นหรือผนังในขณะที่นั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ เพราะจะทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถเปลี่ยนไปอย่างมาก เมื่อประตูหลุดจากการติดขัดจะเกิดแรงเหวี่ยงแล้วทำให้รถเข็นพลิกล้มลงได้

+++++++++++++++++++++++

4 ท่ายืดให้อกผาย ไหล่ผึ่ง

4 ท่ายืดให้อกผาย ไหล่ผึ่ง

สังเกตว่าคนที่นั่งทำงานหน้าคอมฯ ขับรถติดๆ เสพติดการปั่นจักรยาน การนั่งบนรถเข็นนั่งนานๆ  หรือแม้แต่การถือของหนักๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน มักประสบปัญหาเดียวกัน นั่นคือ กล้ามเนื้อช่วงอกตึง หด เกร็ง เพราะใช้งานมากเกินไป ส่งผลให้ความยืดหยุ่นบริเวณอก ไหล่ และแขนทั้งสองข้างลดน้อยลง การเคลื่อนไหวทำได้ไม่ดีนัก ปัญหาเบาๆ ที่ตามมาคือกลายเป็นคนเดินหลังค่อม ไหล่ห่อ ไม่สง่าผ่าเผย หายใจติดขัด แขนชา เรื่อยไปจนถึงอาการบาดเจ็บแบบฉับพลันที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ท่าเหล่านี้ช่วยยืดลำตัวช่วงบน โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าที่สามารถมองเห็นได้ในกระจก ไม่จำเป็นต้องทำหลังออกกำลังกาย แต่สามารถทำได้ทุกเมื่อ เช่น หลังตื่นนอน หรือก่อนนอน เพื่อคลายความตึงเกร็ง โดยให้ทำท่าละ 15-30 วินาที หรือ 3-5 ลมหายใจ (หายใจเข้า+หายใจออก นับ 1) ทำท่าละ 2-3 ครั้งจนครบทุกท่า                                                                                          เริ่มต้นด้วย ท่า ที่ 1.ไหล่หลังยืดวิธีทำ : เอามือไพล่ไปด้านหลัง พยายามเอื้อมมือให้จับข้อศอกของฝั่งตรงข้าม ให้รู้สึกว่าช่วงอกถูกขยายออก กดไหล่ทั้งสองข้างลง   

2.แอ่นอกยืดวิธีทำ : ล็อกแขนทั้งสองข้างไว้กลางศีรษะด้านหลัง บีบสะบักเข้าหากัน ดันศอกและแขนไปด้านหลัง เพื่อให้ช่วงอกเปิดมากที่สุด สามารถประสานไว้บนศีรษะหรือเหนือศีรษะ 1-2 นิ้ว เพื่อให้ยืดได้มากขึ้น

3.ไต่นิ้วยืดวิธีทำ  : นั่งชันเข่าให้ก้นแนบกับฝ่าเท้า จากนั้นค่อยๆ โน้มตัวลง ไต่นิ้วไปด้านหน้าจนหน้าผากจรดพื้น พยายามให้นิ้วไปไกลมากที่สุดโดยที่สองแขนยังคงเหยียดตรง ฝ่ามือคว่ำตลอดเวลาพยายามอย่าเกร็งคอ ให้รู้สึกว่าไหล่ทั้งสองถูกยืดไปด้านหน้า

4.พลิกตัวยืด

วิธีทำ : ท่านี้ยืดทั้งอกและไหล่แต่ทีละข้าง เริ่มจากนอนคว่ำหน้า สองแขนกางเป็นตัว T คว่ำฝ่ามือลง จากนั้นพลิกตัวเปิดมาทางซ้ายเพื่อยืดอกและไหล่ฝั่งขวา ใช้มือซ้ายยันพื้นไว้เพื่อช่วย

ทรงตัว ยกขาซ้ายขึ้น งอเข่า พาดไปทางด้านหลัง ให้ศีรษะแนบลงกับพื้น ทำสลับข้าง                                                                                                                                                               

เพียง 4 ท่า ทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน สามารถทำได้บนที่นอน เตียงนอนของเราได้เลยค่ะ ซึ่งในครั้งนี้เรายืดตัวบน เตียงไฟฟ้ารุ่น EB-55 ของElifegear ค่ะ

นอกจากจะทำให้เราอกผ่ายไหล่ผึ่งแล้ว ยังจะช่วยลดภาวะหลังค่อมด้วยนะคะ การมีสุขภาพดีร่างกายสวยงาม โดยที่ใช้เวลาไม่มากเป็นสิ่งที่ควรลงมือทำอย่างยิ่ง เพื่อสุขภาพร่างกายเราค่ะ 

 

 

ที่มา : สสส.

Elife พาเที่ยว ไปกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นPW101A

Elife พาเที่ยว ไปกับรถเข็นไฟฟ้ารุ่นPW101A

       สวัสดีค่ะ พบกับ Elife พาเที่ยวเช่นเคย โดยครั้งนี้เพิ่มความพิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะจะพาทุกคนไปผจญภัยพร้อมกันค่ะโดยการนำ รถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW101A  ซึ่งเป็นพระเอกของเรา      สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในทริปนี้ส่วนใหญ่ส่วนใหญ่เป็นพื้นถนนหนทางจะค่อนข้างเป็นทางลูกรัง พื้นที่ลาดชัน              ทางลูกระนาด พื้นขรุขระ มีหลากหลายเส้นทาง แต่ทำไงได้ก็อยากไปเที่ยวจริง ๆ แต่เราก็ไม่หวั่นอย่างแน่นอน

เพราะจุดเด่นของรถเข็นไฟฟ้ารุ่น PW101A คือ ล้อเป็นล้อใหญ่ยางตัน มีล้อกันหงาย สามารถใช้งานได้ดีควบคุมเกือบทุกพื้นถนนทางขรุขระ ลูกรัง พื้นไม้            ลูกระนาดไปได้สบาย ๆ เลยค่ะ ยิ่งพื้นถนนหนทางตามต่างจังหวัด หรือต้องการนำไปใช้งานในการทำงานก็สามารถใช้งานได้ดีมาก ๆ ค่ะ ว่าแล้วจะหาว่าไม่จริง ไปชมพร้อม ๆ กันค่ะ

 

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สามารถใช้งานได้ทุกพื้นที่ จริงๆทนทานสุดๆ ล้อตันไม่กล้วของแหลมคม คลายความกังวลเรื่องยางรั่ว แบตเตอรี่ ความจุ 24V 12AH        ใช้งานได้มากถึง  15-20 กิโลเมตร บังคับยาว ๆ เที่ยวแบบสบายใจได้ทั่งวัน มั่นใจและปลอดภัยเพราะมีล้อกันหงายขึ้นทางลาดชันได้สบาย ๆ พร้อมลุยไปกับทุกสถานการณ์

เห็นแบบนี้แล้วอยากจะมีไว้ให้คนสำคัญในครอบครัว อาทิเช่น คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย หรือคนที่คุณรักเพื่อจะได้พาพวกท่านไปเที่ยวด้วยกัน ให้ท่านได้มีอิสระต่อการเคลื่อนที่อยากไปไหนมาไหนด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งลูกหลานมากมายเชื่อได้ค่ะ ใจของท่านจะยิ้มกว้างอย่างแน่นอน หากสนใจ ติดต่อสอบถาม ที่ Shop Elifegear ได้เลยค่ะ หรือ ตามช่องทางด้านล่างนี้ค่ะ

Line : @elife

Tel : 095-348-0712 / 02-4154347

Facebook  : ELifegear Wheelchair เชี่ยวชาญ รถเข็นนั่งไฟฟ้า สำหรับคนชรา ผู้ป่วย ผู้พิการ

Website : www.elifegear.com

***********************************************************************************

–แล้วพบกันใหม่นะคะ–

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1

รีวิวเที่ยวเชียงคานกับ รถเข็นไฟฟ้า Elife รุ่น Lite1

ท้องฟ้าสดใส กับบรรยากาศที่ปลอดโปร่ง นับเป็นช่วงเวลาที่ดีในการจัดทริปท่องเที่ยวสักทริป เพื่อพาคนในครอบครัวไปเปลี่ยนบรรยากาศ เปลี่ยนที่พักหลับนอน อาหารการกิน ให้เป็นกำไรชีวิตในช่วงวันหยุด ก่อนจะกลับมาลุยงานกันต่อ ซึ่งทริปนี้เป็นทริปที่ใช้ระยะเวลาเพียงสั้นๆแค่ 2วัน 1คืน โดยจังหวัดที่เราเลือกไป คือ จ.เลย พูดถึง เลย คงไม่มีใคร ที่จะไม่รู้จัก เชียงคาน เมืองแห่งวัฒนธรรม กลิ่นอายแม่น้ำโขง ขึ้นชื่อถนนคนเดิน สืบสานความสัมพันธ์ไทย-ลาว

***แล้วเราจะรู้สึกว่าเวลาเดินช้า ถ้าได้มาลองพักผ่อนกับเมืองเล็กๆแห่งนี้***

โดยการเดินทางครั้งนี้ จะพิเศษกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเราได้นำรถเข็นไฟฟ้า รุ่น Lite1 พกพาไปด้วย เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในทริปนี้ และเชื่อว่าทุกคนในครอบครัวต้องมีความสุขกับทริปเล็ก ๆ ในครั้งนี้แน่นอนค่ะ

สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือวันและเวลาต้องพร้อมตรงกัน เมื่อได้วันที่พร้อมแล้วก็ลุย !!! จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า กันเลยค่ะ สายการบินที่ลงสนามบิน จ.เลย มีแค่ 2สายเท่านั้น คือ นกแอร์                    และแอร์เอเชีย  ลองตามโปรโมชั่นกันดูนะคะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน ตั๋วถูกพอ ๆ กับนั่งรถทัวร์กันเลยทีเดียว พอ Booking ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมโอนเงินกันด้วยล่ะ ข้อนี้สำคัญมากกกก

อย่างที่กล่าวไว้ทริปนี้คือทริปพิเศษเพราะเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกไปด้วย ฉะนั้นก็จะต้องเพิ่มความพิเศษเข้ามาเล็กน้อย การที่เราจะนำรถเข็นไฟฟ้า ขึ้นเครื่องบินได้นั้น ไม่ใช่ว่าจะสามารถนำขึ้นได้ทุกรุ่นนะคะ ข้อนี้สำคัญมาก ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อรถเข็นไฟฟ้านั้น ต้องสอบถามข้อมูลจากผู้ขายให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อน จุดสำคัญมีเพียงข้อเดียวเท่านั้น คือ “แบตเตอรี่” ต้องเป็นประเภทลิเธียมไออ้อน (Lithium Ion) เท่านั้น และความจุแบต ต้องไม่เกิน 32,000 มิลลิแอมป์ ซึ่งสายการบินส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบนี้ เอ้า!!! แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากี่มิลลิแอมป์ เพราะส่วนใหญ่กฏสากลจะระบุขนาดของแบตฯ(ความจุ)ข้างตัวแบต มีหน่วย เป็น V (โวลต์) และ Ah (แอมป์) เท่านั้น แต่ด้วยความรู้ที่สะสมมาทั้งหมดที่มี การคิดคำนวณเป็นมิลลิแอมป์ ก็ง่ายแสนง่าย

ตัวอย่างเช่น 12V 6 AH คิดเป็นมิลลิแอมป์ (mAh) คือ นำ AH x 1000 ดังนั้น แบตฯก้อนนี้ มีความจุ เพียงแค่ 6,000 มิลลิแอมป์ เท่านั้น

หรือ บางก้อน ระบุว่า 12V 10AH  คิดเป็นมิลลิแอมป์ ได้ 10,000 มิลลิแอมป์

เห็นไหมค่ะว่าง่ายนิดเดียวคิดไม่อยากเลย คราวนี้เราก็มั่นใจได้ล้านเปอร์เซ็นว่าสามารถนำรถเข็นไฟฟ้าเครื่องบินได้แน่นอนค่ะ แต่!!! กฏระเบียบการนำรถเข็นไฟฟ้าขึ้นเครื่องบินนั้นก็จะมีกฏแยกย่อยของแต่ละสายการบิน ซึ่งกฏต่างกันไม่มากเรียกว่าเป็นเงื่อนไขแล้วกันค่ะ  ซึ่งแนะนำว่าให้ติดต่อสอบถามไปที่ Call Center ของสายการบินนั้น ๆ ทุกครั้งนะคะ เพื่อการเตียมตัวที่ถูกต้องแต่ครั้งนี้เราได้เลือกใช้บริการของสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งมีข้อปฏิบัติดังนี้ คือ

1.หลังจากที่จองตั๋วเครื่องบิน เรียบร้อยแล้ว ให้โทรไปที่ Call center เจ้าหน้าที่จะให้บริการคำแนะนำในการเตรียมเอกสารเกี่ยวกับแบตเตอรี่เพื่อนำขึ้นเครื่องบิน

2.ส่งรายละเอียดต่างๆของรถเข็น + แบตเตอรี่ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่  ไปที่ E-mail : thailand-support@airasia.com

—-หลังจากส่งเรียบร้อยให้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้ง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งแบบฟอร์มมาให้เรากรอก พอกรอกเอกสารเรียบร้อย ให้ส่งกลับไปที่ Emailเดิม อีกรอบ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่อีกครั้งหนึ่ง

—-หลังจากที่เจ้าหน้าที่คอนเฟิร์มกับเราว่าเอกสารเรียบร้อยแล้ว รอประมาณ 2-3 วัน ให้โทรไปเช็คกับCall center อีกครั้ง เพื่อการยืนยันที่ถูกต้อง หากทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ปริ้นแบบฟอร์มนี้ ไปในวันเดินทางด้วยค่ะ เพราะต้องนำไปประกอบเอกสารชี้แจ้งกับเจ้าหน้าที่สบามบิน

ตื่นเต้น ๆ วันเดินทางมาถึงแล้ว…ออกเดินทางไปสนามบินกันแต่เช้า เพื่อรอเตรียมการเช็คอิน แนะนำว่าต้องไปเช็คอินที่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ

เพราะเราต้องนำเอกสารที่เตรียมกับทาง Call center ให้เจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์เซ็นรับทราบ   เรื่องนำวีลแชร์ไฟฟ้ามีแบตเตอรี่ขึ้นเครื่องบิน หลังจากการประสานงานหน้าเคาน์เตอร์เช็คอินเรียบร้อยแล้ว ต้องนำแบตออกจากตัวรถเข็น เพราะแบตฯเราต้องถือขึ้นเครื่องบินเท่านั้น ส่วนรถเข็นไฟฟ้าของเรา เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กมาติดที่ตัวรถและนำไปสแกนที่ห้องสแกนแล้วนำไปโหลดให้เราเลยค่ะ หลังจากนั้นเราก็ดำเนินการตามปกติ เข้าไปรอที่ Gate รอเวลาเจ้าหน้าทีเรียกขึ้นเครื่องบิน พร้อมเดินทางไปเที่ยวที่เลยกันค่ะ

 

 

เย้ !! มาถึงเชียงคานแล้ว ลุยต่อกันเลย เที่ยวต่อกันเลยค่ะ        

 

 

  แวะไหว้พระกันซะหน่อย เพื่อความเป็นสิริมงคล                                                                                                                

 

จุดชมวิวแม่น้ำโขง ฝั่งตรงข้ามคือ สาธารณะธิปไตย์ประชาชนลาวนั้นเอง  วิวยามเย็นก็สวยไม่แพ้กัน…….

 

มาเที่ยวถนนคนเดินกันต่อ บรรยากาศช่วงเย็นก็ครึกครื้นไม่แพ้ช่วงมืดค่ำ มีร้านขายของมากมายให้เราเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน ร้านจำหน่ายของที่ระลึก เสื้อผ้าสวย ๆ ทั้งนั้นเลย

 

นี่คือที่พักของเราค่ะ ดิ โอลด์ เชียงคาน บูติกโฮเทล เป็นที่พักที่มีเรื่องราวความเป็นมา และยังเป็นบ้านเก่าแก่ของคนสำคัญที่เชียงคานด้วยนะคะ สวยงามมาก ๆ เลย

 

ด้านหลังที่พักคือ แม่น้ำโขง ตื่นมาตอนเช้ามองหนามาก ๆ

 

ไหน ๆ เราก็มาถึงเชียงคานกันแล้ว เรามาร่วมสืบสานประเพณีวัฒธรรมตักบาตรข้าวเหนียว เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต

 

กินข้าวเช้ากัน นี้คืออาหารขึ้นชื่อของเชียงคาน “ข้าวเปียกเส้น” ขอกระซิบว่า อร่อยมาก ๆ

 

ท้องอิ่มแล้ววเดินเก็บบรรยากาศกันก่อนกลับบ้าน

 

ไว้มาใหม่นะเชียงคาน  เราหลงรักเธอมาก ๆ แต่ไม่อยากขึ้นคานนะ 555555

การนำรถเข็นไฟฟ้ารุ่น Lite1 ซึ่งเป็นรถเข็นไฟฟ้าน้ำหนักเบาเพียง 13.5 กิโลกรัม มาเที่ยวด้วย ช่วยทำให้การเดินทางง่ายขึ้นมากๆ พับ เก็บ กาง สะดวกสุด ๆ ยกเคลื่อนย้ายก็เบามากเที่ยวได้สนุก        ไม่เหนื่อยเลยค่ะ คุ้มค่ามากจริง ๆ  มีการแอบกระซิบว่ามี Lite1 แล้วต่อไปนี้จะเที่ยวให้หนำใจเลย ได้ยินเช่นนี้แล้วปลื้มใจจริง ๆ ค่ะเห็นรอยยิ้มของทุกคนแล้วยอมรับเลยล่ะคะว่า แฮปปี้สุดๆ  ><

หากใครไม่อยากเหงาเที่ยวคนดียว แนะนำพาคุณพ่อคุณแม่ปู่ย่าตายายไปด้วยนะคะ ไม่ต้องห่วงการเดินทางเลย เพียงแค่นำวีลแชร์ไฟฟ้าคันเล็ก ๆ สักคันที่ตอบโจทย์ในทุก ๆ ด้าน รับรองค่ะว่า           “ไม่ผิดหวังแน่นอน”        ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ

 

#Elifeพาเที่ยว #เที่ยวเมืองเลย #เชียงคานสวยมาก

 

รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน

รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน

     รีวิวการนำรถเข็นนั่ง (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน น น น ….

       สวัสดีค่ะ แฟนคลับElife ทุกท่าน เป็นอย่างไรกันบ้างคะ? เวลาผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน จนล่วงเลยมาครึ่งปีแล้ว หลายท่านคงมีความสุขในใช้การชีวิตที่ดี แต่บางท่านอาจจะมีความทุกข์บ้างให้เป็นสีสันของการดำเนินชีวิต แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้น แอดมินเชื่อนะคะว่า จะเป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับชีวิตเราค่ะ เพราะถึงอย่างไรเราก็ต้องทำการแสดงและดำเนินชีวิตกันต่อไป เพื่อให้โลกใบนี้มีสีสันมากยิ่งขึ้น
แต่จะว่าไปทางElifeเองก็มีประสบการณ์ที่ดีอีกอย่างหนึ่ง ที่อยากจะนำมาแชร์และแบ่งปัน เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับนักเดินทางทุกท่าน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม นั้นก็คือ การนำรถเข็นนั่ง(Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน พาคนในครอบครัวไปเที่ยวค่ะ

หลายครั้งการเดินทางคนเดียวอาจจะเหงา แต่ครั้งนี้ไม่เหงาแน่นอนค่ะ ถ้าเราพาคนที่เรารักไปเที่ยวด้วย แต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ ท่านคงกล่าวปฏิเสธตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินทาง ด้วยความเกรงใจลูกหลาน แต่ลูกหลานอย่างเรา ก็เป็นคนรุ่นใหม่ซะด้วยซิ อย่ารอช้าค่ะ ทำการจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก รถเช่า อย่างรวดเร็ว ยุคนี้คือยุคดิจิทัลทุกอย่างทำง่ายเพียงปลายนิ้ว ใช้เวลาก็แสนจะน้อยนิด

   ซึ่งพระเอก ของเราในทริปนี้ก็คือ รถเข็นนั่งManual รุ่น EW11Plus นั่นเองค่ะ หลายท่านคงสงสัย การนำรถเข็นนั่ง(Wheelchair Manual)ขึ้นเครื่องบินได้ด้วยหรอคะ?    ขึ้นได้ค่ะ และไม่มีค่าบริการน้ำหนักเพิ่มเติมด้วยนะคะ รู้แบบนี้แล้วก็คลายความกังวลใจไปได้เปราะนึง แล้ววิธีการนำรถเข็นนั่ง Manual รุ่น EW11Plus ขึ้นเครื่องบิน มีวิธีการอย่างไรบ้าง รายละเอียดตามด้านล่างนี้เลยค่ะ

1.ทำการสำรองตั๋วเครื่องบินตามปกติ มีนักเดินทางกี่ท่านระบุให้ครบ ให้ชัดเจน และอย่าลืมชำระค่าตั๋วด้วยนะคะ

2.เช็คอินที่สนามบิน ต้องไปเช็คอินที่เคาน์เตอร์เช็คอินเท่านั้นนะคะ และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ขณะเช็คอินว่า “เรามีวีลแชร์ไปด้วย” คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่า ตายาย (หรือใครสักคนที่มีความจำเป็นต้องใช้) หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จะนำแท๊กติดที่ตัวรถเข็นให้เราค่ะ พอเช็คอินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำเข็นรถ เข็นไปที่Gate ได้เลย รอเวลาขึ้นเครื่องบินค่ะ ** ไม่แนะนำให้เช็คอินออนไลน์นะคะ เนื่องจากเรามีรถเข็นและต้องนำขึ้นเครื่องบิน จำเป็นต้องติดแท๊กเพื่อนำขึ้นเครื่องบินค่ะ **

 

3.พอถึงเวลาBoarding time (บอร์ดดิ้งไทม์) เจ้าหน้าที่จะประกาศให้เตรียมตัวขึ้นเครื่องบิน เราก็ไปต่อกันเลยค่ะ เข็นผู้นั่งจนไปถึงหน้าประตูเครื่องบินได้เลย และก็พับรถเข็นไว้ที่หน้าประตูเครื่องบิน เราก็เดินไปที่นั่งตามปกติ รถเข็นที่พับไว้หน้าประตูเครื่องบิน จะถูกนำไปเก็บไว้ที่ช่องใต้เครื่องบินนั้นเองค่ะ ..ได้เวลาเดินทางกันแล้ว…ไปกันเลยค่ะ …….

 

4.พอถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย รถเข็นของเราก็จะถูกนำมาวางไว้ที่หน้าประตูเครื่องบินหรือข้างล่างเครื่องบินเราสามารถหยิบรถเข็นเพื่อนำมากาง เตรียมความพร้อมใช้งานต่อได้ทันทีเลยค่ะ

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ การนำรถเข็นขึ้นเครื่องบินไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ขั้นตอนก็ง่ายนิดเดียว และยังได้รับการบริการจากเจ้าหน้าที่สนามบินเป็นอย่างดี และที่สำคัญหากเรามีรถเข็นนั่ง ได้พาคนที่เรารักไปเที่ยวด้วยยิ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวของเราอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ทำให้ทุกคนมีความสุข

เพิ่มเติม : หากต้องการนำรถเข็นนั่งธรรมดา(Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบิน สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ทุกรุ่น เนื่องจากไม่มีมอเตอร์และแบตเตอรี่ แต่ถ้าหากต้องการใช้งานได้ดีเหมาะแก่การท่องเที่ยว Elife ขอแนะนำรุ่นรถเข็นนั่งEW11 ,EW11 Plus และ EW112 ค่ะ เพราะโมเดลรถเข็นรุ่นเหล่านี้ เล็กกระทัดรัดใช้งานได้ดี เรียกได้ว่าจิ๋วแต่แจ๋วนั่นเองค่ะ

 

ข้อสำคัญ: แต่ละสายการบินมีกฏระเบียบการนำรถเข็นนั่งธรรมดา (Wheelchair Manual) ขึ้นเครื่องบินที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่ใช้กฏระเบียบคล้ายกันแต่เพื่อป้องกันการผิดพลาด แนะนำให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่สายการบินทุกครั้งก่อนการเดินทางเพื่อการเตรียมตัวที่ถูกต้องค่ะ   

 

 

                                     
 

                                                                                                                                                                                        **ขอขอบคุณสายการบินแอร์เอเชีย ที่อำนวยความสะดวกในการเดินทาง**