แนะนำ..ผู้สูงอายุดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว

แนะนำ..ผู้สูงอายุดูแลสุขภาพช่วงฤดูหนาว

กรมการแพทย์ แนะผู้สูงอายุควรดูแลสุขภาพในช่วงปลายฝนต้นหนาว อาจเจอโรคระบบทางเดินหายใจ ปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง และอาการปวดข้อ ที่อาจเกิดขึ้นได้

นายแพทย์ณัฐพงศ์  วงศ์วิวัฒน์  รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ผู้สูงอายุ สามารถดูแลสุขภาพของตนเองได้เบื้องต้น โดยการรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ สวมใส่เสื้อผ้าที่มีความหนาเพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศเย็น ออกกำลังกายเป็นประจำ เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ เพื่อช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้แก่ร่างกาย รับประทานให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำอุ่นวันละ 6-8 แก้ว และนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอประมาณวันละ 7-9 ชั่วโมง และหากที่ผู้สูงอายุต้องการเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนร่วมกับครอบครัวในช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น ควรเตรียมความพร้อมของร่างกาย ยาประจำที่ใช้ และยาที่จำเป็นให้พร้อมก่อนออกเดินทาง

 

นายแพทย์สกานต์  บุนนาค  ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ควรคำนึงถึงสำหรับผู้สูงอายุในช่วงหน้าหนาว ได้แก่

1.โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดง่าย และทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น ปอดอักเสบติดเชื้อ เป็นต้น ควรอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการได้รับเชื้อโรคจากผู้อื่น ถ้ามีอาการไอหรือมีไข้สูงเกิน 3 วันควรรีบไปพบแพทย์

2.ปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง ได้แก่ ผิวแห้ง ผื่นผิวหนังอักเสบและคัน โดยเฉพาะหน้าหนาวซึ่งอากาศแห้ง หากอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นจะยิ่งชะล้างไขมันที่ผิวหนังออกไปอีก ควรเลือกสบู่ชนิดที่ไม่ล้างไขมันออกมากเกินไป และอาจใช้สบู่ฟอกเป็นบางครั้ง หรือฟอกเฉพาะส่วนข้อพับแขนและขาหนีบก็เพียงพอ จากนั้นควรทาโลชั่นหรือน้ำมันทาผิวหลังอาบน้ำทุกครั้ง เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิวหนัง สำหรับผู้ที่ผิวแพ้ง่ายควรใช้โลชั่นประเภทที่ใช้กับผิวเด็กอ่อน และควรทาวันละหลายๆ ครั้ง ในกรณีที่มีปัญหาริมฝีปากแตก ไม่ควรเลียริมฝีปาก แนะนำให้ทาลิปสติกมันบ่อยๆ

3.โรคระบบไหลเวียนโลหิต เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ผู้สูงอายุจึงควรดูแลรักษาให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ ไม่รับประทานอาหารรสจัด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และควรปรึกษาแพทย์เมื่อรู้สึกว่ามีอาการรุนแรงขึ้น  เช่น บวม รู้สึกเหนื่อยง่าย หรือเจ็บแน่นหน้าอก

4.อาการปวดข้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาปวดข้อเรื้อรัง อากาศที่หนาวเย็นอาจจะกระตุ้นให้โรคข้อเกิดการอักเสบขึ้นได้ เช่น โรคเก๊าต์ ดังนั้นการรักษาความอบอุ่นให้แก่ร่างกายจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

อย่างไรก็ตามลูกหลานมีบทบาทสำคัญในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ เพื่อให้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง  ยิ่งไปกว่านั้นการดูแลเอาใจใส่ของลูกหลานยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี และถ้ายิ่งเรามีอุปกรณ์ดีๆที่จะช่วยให้ใช้ชีวิตของคนที่เรารักง่ายขึ้น อย่างเช่น รถเข็นไฟฟ้า หรือ รถเข็นธรรมดา ที่คอยช่วยอำนวยความสะดวก คืนอิสระให้แก่ท่านอีกครั้ง  รับรองว่า สุขภาพกายและสุขภาพด้านจิตใจดีขึ้นอีกเท่าตัวแน่นอนค่ะ

ที่มาของเนื้อหาสาระสำคัญ : กรมการแพทย์ , สสส.

ลดความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน

ลดความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน

สาเหตุสำคัญของโรคหัวใจมาจากโรควิถีชีวิตและพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ความอ้วน และสูบบุหรี่ ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจแข็งตัว หรือตีบตัน ดังนั้น ผู้ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป จึงควรตรวจสุขภาพประจำทุกปี เพื่อติดตามประเมินภาวะสุขภาพ ซึ่งหากพบมีผิดปกติจะได้รับการส่งต่อเพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด หรือรับคำแนะนำในการปฏิบัติตนเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่อไป

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (ตำแหน่งปัจจุบัน) ให้ข้อมูลว่า ในการลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่เป็นปัจจัยหลักของภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ทำได้โดยรับประทานอาหารสุขภาพ เช่น ผัก ผลไม้ พืชเมล็ดถั่ว ปลารสไม่หวานไม่มันไม่เค็ม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็วประมาณ 30 นาทีอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม ไม่สูบบุหรี่ ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง รักษาอย่างต่อเนื่อง และปฏิบัติตนตามคำแนะนำแพทย์

สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ แนะนำให้ออกกำลังกายระดับปานกลาง เช่น เต้นแอโรบิก เดินเร็ว ขี่จักรยาน วิ่งเหยาะๆ และว่ายน้ำ ที่สำคัญคือ ต้องปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อน และออกกำลังแต่พอเหมาะ เริ่มเบาๆ ค่อยเป็นค่อยไป หยุดพักเมื่อเริ่มเหนื่อยหรือแน่นหน้าอก หลังจากที่เริ่มเคยชินก็ค่อยๆ เพิ่มเวลาของการออกกำลังกายจนสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องนานอย่างน้อย 15 นาทีขึ้นไป ที่สำคัญต้องไม่ลืมเตรียมร่างกาย (Warming up and down) ก่อนและหลังการออกกำลังกายทุกครั้ง

และสำหรับบุคคลที่ต้องนั่งรถเข็นเป็นประจำ ที่ต้องใช้Wheelchair ก็สามารถออกกำลังกายได้เช่นกัน แต่อาจจะออกแต่พอเหมาะให้ร่างกายได้มีการขยับเคลื่อนไหว เช่น การยืดเส้นในท่วงท่าต่างๆ ซึ่งElife ก็มีบทความการออกกำลังกายสำหรับผู้ใช้รถเข็น ทั้งรถเข็นไฟฟ้า หรือรถเข็นนั่งธรรมดา ซึ่งเป็นบทความที่ดีมากๆ ลองปรับใช้ตามความเหมาะสมกับร่างกายเรานะคะ รับรองว่าเป็นประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว รายละเอียดตามลิงค์ด้านล่าง……..

 **การออกกำลังกายสำหรับผู้ใช้รถเข็น รถเข็นไฟฟ้า รถเข็นไฟฟ้าพับได้**

การห่างไกลจากโรคภัยต่างๆเราสามารถป้องกันได้ โดยเฉพาะการลดความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน ที่มักจะเกิดเป็นเหตุกระทันหันไม่ทันได้ตั้งตัว แต่การป้องกันสามารถเริ่มได้จากตัวเรา การเลือกรับประทานอาหารที่เป็นประโชยน์ การออกกำลังกายให้ตามความเหมาะสม พักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้ก็คือเป็นกำไรชีวิตที่ดีอีกด้าน สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ฉะนั้นเราต้องใส่ใจดูแลตัวเราและคนในครอบครัวเรานะคะ

ที่มา: สสส.

How To…การจัดเก็บรถเข็นในพื้นที่จำกัด (พื้นที่แคบ)

How To…การจัดเก็บรถเข็นในพื้นที่จำกัด (พื้นที่แคบ)

หลายท่านคงเคยเจอปัญหา การจัดเก็บรถเข็นในพื้นที่ ที่จำกัด หรือพื้นที่แคบๆ อย่างเช่น ท้ายรถยนต์(รถเก๋ง) ซึ่งบางคันมีการติดตั้งถังแก๊ส และยิ่งทำให้พื้นที่ในรถแคบ และรถบางคันมีสัมภาระเยอะมาก การจัดเก็บรถเข็น แต่ละครั้ง คงเกิดความวุ่นวายไม่น้อย กว่าจะจัดการจัดเก็บเข้าที่เข้าทาง เราเองคงเสียเวลาไปนานมากเช่นกัน และคงทำให้การเดินทางของเราช้าออกไป ดังนั้น ลองมาปรับเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บรถเข็นของเรากันค่ะ รับรองว่าวิธีดังต่อไปนี้ ต้องช่วยให้เรามีวิธีจัดการจัดเก็บรถเข็นได้ดี พร้อมประหยัดเวลาของเราอีกด้วย
รถเข็นธรรมดาจะมีหลากหลานรุ่นหลากหลายขนาด แต่ข้อดีของรถเข็นกลุ่มนี้ คือมีน้ำหนักที่เบา ไม่หนักมาก เคลื่อนย้ายสะดวก พับเก็บง่าย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถเข็นธรรมดารุ่น EW11 และ EW11 plus ของร้านรถเข็น Elifegear ที่เป็นรุ่นรถเข็นที่ถูกนิยมใช้ในการท่องเที่ยว ช่วยอำนวยความสะดวก ต่อผู้ใช้งาน และผู้ดูแลรถเข็นได้เป็นอย่างดี รถสามารถกลับตัวในที่แคบได้ดีเวลานำไปใช้ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ

ซึ่งวิธีการจัดเก็บรถเข็นธรรมดา (รุ่นท่องเที่ยว) มีขั้นตอนดังนี้ไปนี้………….

1.พับเก็บรถเข็นให้เรียบร้อย ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าทางร้านรถเข็นอย่างเคร่งครัด


2.เข็มขัดนิรภัยที่มีให้กับตัวรถ ใช้ให้เปิดประโยชน์ โดยการนำเข็มขัด มารัดที่ตัวรถเข็น คล้ายกับสายรัด ตามรูปข้างล่าง เพื่อช่วยให้รถเข็นเข้ารูปไม่ขยายตัวออก กินพื้นที่มากเกินไป

3.สำหรับบางท่านที่มีสัมภาระเยอะ แนะนำให้เก็บเข้าที่ให้เป็นระเบียบ หรือสิ่งไหนที่ไม่จำเป็นก็นำไปเก็บที่อื่น ตามรูปด้านล่าง

Before
After
After

4.การจัดเก็บรถเข็นที่พับแล้ว หากเป็นรถยนต์ที่ไม่ได้ติดแก๊ส คงไม่ติดปัญหาใดๆ ลักษณะการเก็บ แนะนำให้วาง “นอน” ไม่วางตั้ง เพราะจะทำให้เก็บไม่เพียงพอ ลักษณะ ตามภาพด้านล่าง

แต่ถ้ารถยนต์ติดแก๊ส ซึ่งบางคันเป็นรถรุ่นเก่า อาจจะต้องย้ายมาเก็บในห้องผู้โดยสาร ห้องที่2 แต่ในกรณียังพอมีพื้นที่เหลือ แนะนำให้วางในลักษณะการวาง นอนตัวรถ เช่นกัน

เป็นยังไงบ้างค่ะ ขั้นตอนการจัดเก็บรถเข็น ในพื้นที่ ที่มีอยู่จำกัด (พื้นที่แคบ) นั้นง่ายนิดเดียว ไม่ยุ่งยาก มีวิธีอยู่น้อยนิด ลองปรับใช้ กันดูนะคะ รับรองว่าใช้เวลาไม่มากเลย และเพิ่มเวลาในการเดินทางท่องเที่ยวของเราให้ยาวขึ้นอีกด้วยค่ะ เราจะได้มีเวลาใช้ชีวิตกับคนที่เรารักเพิ่มขึ้นด้วยค่ะ

หมายเหตุ: การจัดเก็บรถเข็นแต่ละรุ่น ในรถยนต์แต่ละคัน จะมีพื้นที่และขนาดที่ต่างกันแนะนำว่าต้องประเมินความเหมาะสมของตัวรถเข็นกับรถยนต์ของแต่ละบุคคลซึ่งวิธีดั้งกล่าวเป็นการแนะนำวิธีการเบื้องต้นสำหรับการจัดเก็บรถเข็นรุ่น EW11 และEW11plus

4 ท่ายืดให้อกผาย ไหล่ผึ่ง

4 ท่ายืดให้อกผาย ไหล่ผึ่ง

สังเกตว่าคนที่นั่งทำงานหน้าคอมฯ ขับรถติดๆ เสพติดการปั่นจักรยาน การนั่งบนรถเข็นนั่งนานๆ  หรือแม้แต่การถือของหนักๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน มักประสบปัญหาเดียวกัน นั่นคือ กล้ามเนื้อช่วงอกตึง หด เกร็ง เพราะใช้งานมากเกินไป ส่งผลให้ความยืดหยุ่นบริเวณอก ไหล่ และแขนทั้งสองข้างลดน้อยลง การเคลื่อนไหวทำได้ไม่ดีนัก ปัญหาเบาๆ ที่ตามมาคือกลายเป็นคนเดินหลังค่อม ไหล่ห่อ ไม่สง่าผ่าเผย หายใจติดขัด แขนชา เรื่อยไปจนถึงอาการบาดเจ็บแบบฉับพลันที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ท่าเหล่านี้ช่วยยืดลำตัวช่วงบน โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าที่สามารถมองเห็นได้ในกระจก ไม่จำเป็นต้องทำหลังออกกำลังกาย แต่สามารถทำได้ทุกเมื่อ เช่น หลังตื่นนอน หรือก่อนนอน เพื่อคลายความตึงเกร็ง โดยให้ทำท่าละ 15-30 วินาที หรือ 3-5 ลมหายใจ (หายใจเข้า+หายใจออก นับ 1) ทำท่าละ 2-3 ครั้งจนครบทุกท่า                                                                                          เริ่มต้นด้วย ท่า ที่ 1.ไหล่หลังยืดวิธีทำ : เอามือไพล่ไปด้านหลัง พยายามเอื้อมมือให้จับข้อศอกของฝั่งตรงข้าม ให้รู้สึกว่าช่วงอกถูกขยายออก กดไหล่ทั้งสองข้างลง   

2.แอ่นอกยืดวิธีทำ : ล็อกแขนทั้งสองข้างไว้กลางศีรษะด้านหลัง บีบสะบักเข้าหากัน ดันศอกและแขนไปด้านหลัง เพื่อให้ช่วงอกเปิดมากที่สุด สามารถประสานไว้บนศีรษะหรือเหนือศีรษะ 1-2 นิ้ว เพื่อให้ยืดได้มากขึ้น

3.ไต่นิ้วยืดวิธีทำ  : นั่งชันเข่าให้ก้นแนบกับฝ่าเท้า จากนั้นค่อยๆ โน้มตัวลง ไต่นิ้วไปด้านหน้าจนหน้าผากจรดพื้น พยายามให้นิ้วไปไกลมากที่สุดโดยที่สองแขนยังคงเหยียดตรง ฝ่ามือคว่ำตลอดเวลาพยายามอย่าเกร็งคอ ให้รู้สึกว่าไหล่ทั้งสองถูกยืดไปด้านหน้า

4.พลิกตัวยืด

วิธีทำ : ท่านี้ยืดทั้งอกและไหล่แต่ทีละข้าง เริ่มจากนอนคว่ำหน้า สองแขนกางเป็นตัว T คว่ำฝ่ามือลง จากนั้นพลิกตัวเปิดมาทางซ้ายเพื่อยืดอกและไหล่ฝั่งขวา ใช้มือซ้ายยันพื้นไว้เพื่อช่วย

ทรงตัว ยกขาซ้ายขึ้น งอเข่า พาดไปทางด้านหลัง ให้ศีรษะแนบลงกับพื้น ทำสลับข้าง                                                                                                                                                               

เพียง 4 ท่า ทำได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน สามารถทำได้บนที่นอน เตียงนอนของเราได้เลยค่ะ ซึ่งในครั้งนี้เรายืดตัวบน เตียงไฟฟ้ารุ่น EB-55 ของElifegear ค่ะ

นอกจากจะทำให้เราอกผ่ายไหล่ผึ่งแล้ว ยังจะช่วยลดภาวะหลังค่อมด้วยนะคะ การมีสุขภาพดีร่างกายสวยงาม โดยที่ใช้เวลาไม่มากเป็นสิ่งที่ควรลงมือทำอย่างยิ่ง เพื่อสุขภาพร่างกายเราค่ะ 

 

 

ที่มา : สสส.

การดูแลรถเข็น(Wheelchair)ช่วงฤดูฝน

การดูแลรถเข็น(Wheelchair)ช่วงฤดูฝน

ย่างเข้าสู่ฤดูฝน…การดูแลตัวเองและคนที่เรารักนั้นต้องพิถิพิถัน เพราะโรคภัยต่างๆที่มากับช่วงฤดูฝนมีมากมาย เช่น โรคไข้เลือดออก  ซึ่งถือว่าเป็นโรคร้ายแรงถ้าไม่รีบรักษา ไปหาหมอเพื่อดูอาการ อาจจะสายเกินไป เพราะโรคนี้ไม่มียารักษา ได้แค่ รักษาตามอาการเท่านั้น พยุงไม่ให้ขึ้นไข้สูงหรือเลือดออกทางกระเพาะอาหาร แต่ถ้าเรารู้ตัวเร็ว ไปหาหมอได้ทันท่วงที โรคร้ายเหล่านี้ก็จะรักษาได้ทันการ ทำให้ร่างกายของเรากลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

แต่การหาหมอนั้นคือการรักษาที่เกิดเหตุแล้ว การรักษาที่ต้นเหตุคือการป้องกัน ป้องกันไม่ให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำและยุ่งลาย นั้นก็คือการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุ่งลาย โดยเริ่มจากตัวเรา จากที่บ้าน สิ่งของใกล้ตัว ภาชนะที่มีน้ำท่วมขัง ก็เทน้ำทิ้ง คว่ำภาชนะ เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง นั้นเอง เพียงเท่านี้ก็ลดปัญหาของต้นเหตุของการเกิดโรคนี้  ทำให้เราและคนที่เรารักห่างไกลจากโรคนี้ได้ค่ะ

นอกจากสุขภาพที่เป็นเรื่องสำคัญแล้ว การดูแลอุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคนที่เรารัก ก็สำคัญมากเช่นกัน เช่น รถเข็น (Wheelchair)  เพราะมีความสำคัญมาก ทำให้เคลื่อนที่ได้สะดวก เคลื่อนไหวได้ง่าย เหมาะสมกับผู้สูงอายุเป็นอย่างมากเพราะเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการชีวิตประจำวัน เพราะจะช่วยให้ การดำรงชีวิตได้ง่ายขี้น สามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องพึ่งพาลูกหลานมาก ซึ่งส่งผลให้พวกท่านมีความภูมิใจมีความมั่นใจกล้าใช้ชีวิตมากขึ้น และทำให้สภาพจิตใจดีขึ้นอีกด้วย

โดยปกติแล้ว รถเข็น (Wheelchair)   มี2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ รถเข็นไฟฟ้า และรถเข็นธรรมดา ซึ่งการเลือกรถเข็นต่างๆเพื่อการใช้งาน ส่วนใหญ่จะคำนึงถึงวัตถุประสงค์การใช้งาน ขอบเขตต่างๆ ซึ่งแต่ละครอบครัว มีขอบเขตวัตถุประสงค์ที่ต่างกัน ทั้งนี้จากประสบการณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านรถเข็นElife ขอแนะนำว่า ควรคำนึงถึงผู้นั่ง ปัญหาของผู้นั่ง ความจำเป็นในด้านต่างๆที่สอดคล้องกับการชีวิตของผู้นั่ง เป็นหัวใจหลักที่สำคัญที่สุด  ซึ่งในส่วนการดูแลรักษารถเข็นทั้ง2รูปแบบก็ยิ่งต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะ จะได้ยืดอายุการใช้งาน ยื่งช่วงฤดูฝน ต้องให้ความสำคัญและใส่ใจเป็นพิเศษ การดูแลรักษารถเข็น (Wheelchair) ก็เปรียบเสมือนการ ป้องการการเกิดโรคภัยต่างๆนั้นเอง ถ้าต้องการใช้ Wheelchair ซึ่งเป็นอุปกรณ์คู่กายของคนที่เรารัก ให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวลองปฏิบัติตามคำแนะนำด้านล่างนี้  โดยในบทความนี้ จะแบ่งการดูแลออกเป็น2หมวดหมู่ หลักๆด้วย คือ  ระบบไฟฟ้า และโครงสร้าง

    รถเข็นธรรมดา รุ่น EW116
รถเข็นไฟฟ้า รุ่น PW301 Plus

ส่วนแรก ระบบไฟฟ้าของรถเข็นไฟฟ้า

รถเข็นไฟฟ้านั้น มีความพิเศษ ตรงที่ มีระบบไฟฟ้า,มอเตอร์ เพื่อให้การบังคับใช้งานได้ดี จำเป็นต้องใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษ หลายท่านคงเคยได้ยินมาแล้วบ้าง คือ “ไฟ กับ  น้ำ” ไม่ใช่ของคู่กัน ดั้งนั้น ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้มอเตอร์ระบบวงจรไฟฟ้าโดนน้ำโดยเด็ดขาด และยิ่งช่วงฤดูฝน ยิ่งต้องระวังหลีกเลี่ยง ขณะฝนตก ห้ามนำ รถเข็นไฟฟ้า ออกไปใช้งานเด็ดขาด เพราะมอเตอร์ที่เป็นระบบไฟฟ้าจะมีวงจรไฟฟ้าควบคุมการทำงานของรถเข็นไฟฟ้า เพราะถ้าหากมอเตอร์โดนน้ำ จะส่งผลร้ายแรงที่สุดคือ มอเตอร์พังและเสียหาย เพราะถ้าเกิด ความเสียหาย เราอาจต้องมีค่าใช้จ่ายในเปลี่ยนอะไหล่ เพราะไม่สามารถ ซ่อมได้ ฉะนั้น วิธีการป้องกัน คือ ไม่นำรถเข็นไฟฟ้า ไปใช้ขณะฝนตก โดยเด็ดขาด และ หลีกเลี่ยงน้ำ ทุกกรณี

**ในส่วนรถเข็นธรรมดา ไม่มีมอเตอร์ไม่มีระบบไฟฟ้า จึงไม่มีข้อควรระวังในเรื่องนี้**

ส่วนที่ 2 การดูแลโครงสร้างตัวรถเข็น (Wheelchair)

ทั้งรถเข็นไฟฟ้าและรถเข็นธรรมดา ส่วนใหญ่โครงสร้างที่ถูกนิยม นำมาใช้หลักๆ 4 ชนิด ด้วยกัน ได้แก่1.อลูมิเนียม 2.อัลลอยด์ 3.แม็กนิเซียม 4.เหล็ก คาร์บอน

ซึ่งการดูแลก็ไม่ยุ่งยาก หากโครงสร้างตัวรถโดนน้ำ ให้นำผ้าแห็งเช็คโครงสร้างตัวรถเข็นให้แห้งเท่านั้น เพราะเนื้อโครงสร้างของรถเข็นส่วนใหญ่ ไม่ก่อให้เกิดสนิม ยกเว้น โครงสร้างที่ทำจากเหล็กคาร์บอนต้องรีบเช็คให้แห้งโดยเร็วที่สุด  ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอากาศชื้น เพราะอากาศชื้นมากๆก็อาจส่งผลให้โครงสร้างที่ทำจากเหล็กคาร์บอน ขึ้นสนิมได้ค่ะ ฉะนั้น สิ่งที่ต้องพึ่งต้องปฏิบัติ คือต้องรีบเช็ดโครงสร้างตัวรถเข็นให้แห้งโดยทันที เพราะจะช่วยป้องกันปัญหาด้านนี้ได้ค่ะ

โครงสร้างตัวรถเข็นที่ทำจาก อลูมิเนียม

การดูแลรักษารถเข็น(Wheelchair) ในช่วงฤดูฝนมีข้อควรระวัง หลัก ๆ เพียง 2 หมวดหมู่ข้างต้น หากเราต้องการรักษารถเข็นของเราให้มีอายุการใช้งานที่ยืนยาวเพื่อให้คนที่เรารักได้ใช้นานๆ ให้เปรียบเสมือนว่า รถเข็นคืออวัยยะวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่เราต้องใส่ใจดูแล ป้องกันไม่ให้เกิดโรคภัยต่างๆนั้นเอง แล้วจะพบว่า รถเข็นของเราทนทาน แข็งแรงเหมือนร่างกายของเราค่ะ